
23 ก.ย. 2569 14:28 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
ทรัมป์เผยสหรัฐฯ-อิหร่านหารือนอกรอบ 3 ชั่วโมง หลังขู่ “ทำลายล้าง” อิหร่าน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า ผู้แทนสหรัฐฯ และอิหร่านพบหารือกันนอกรอบการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติในนครนิวยอร์กนานประมาณ 3 ชั่วโมง หลังจากก่อนหน้านั้นเขากล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมยูเอ็นว่า สหรัฐฯ อาจ “ทำลายล้าง” สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงครามที่ดำเนินมาเกือบ 7 เดือน
ทรัมป์กล่าวว่า สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของสหรัฐฯ และจาเร็ด คุชเนอร์ ผู้แทนของเขา เป็นฝ่ายพบหารือกับเจ้าหน้าที่อิหร่าน พร้อมระบุว่าการประชุมเป็นไปด้วยดี แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับผู้เข้าร่วมฝ่ายอิหร่านหรือสาระสำคัญของการหารือมากนัก โดยบอกเพียงว่า “เป็นการประชุมที่ดีมาก” และยอมรับว่าเจ้าหน้าที่อิหร่านที่เข้าร่วม “ไม่ใช่ระดับสูงสุด” แต่ถือเป็นความคืบหน้าอย่างหนึ่ง
วิตคอฟฟ์ระบุผ่าน X ว่า การหารือดำเนินผ่านคนกลางที่เดินทางติดต่อระหว่างคณะผู้แทนสหรัฐฯ และอิหร่านตลอดทั้งวัน พร้อมแสดงความหวังว่าความพยายามดังกล่าวจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่สร้างสรรค์และมีความคืบหน้า
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังการติดต่อระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านหยุดชะงักมาหลายเดือน นับตั้งแต่ข้อตกลงหยุดยิงที่มีคนกลางช่วยเจรจาเมื่อเดือนมิถุนายนสิ้นสุดลง ก่อนหน้านี้ ผู้เจรจาของทั้งสองฝ่ายเคยพบกับคนกลางจากกาตาร์และปากีสถานในกรุงโดฮาเมื่อเดือนกรกฎาคม เพื่อหารือทางอ้อมเกี่ยวกับการยุติความขัดแย้ง
ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า ทรัมป์เปิดกว้างต่อการพบหารือกับมาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน ระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ โดยระบุว่าการพูดคุยกับคู่ขัดแย้งเป็นสิ่งจำเป็นหากต้องการแก้ไขปัญหา แม้ไม่ได้หมายความว่าจะเห็นพ้องกันในทุกเรื่อง
ในการกล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ทรัมป์ระบุว่า เขากำลังเผชิญกับการตัดสินใจครั้งใหญ่ว่าจะเดินหน้าทำข้อตกลงกับอิหร่าน หรือใช้มาตรการทางทหารเพิ่มเติม โดยกล่าวว่าหากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ เขาอาจ “ทำลายล้างสาธารณรัฐอิสลาม” อย่างรวดเร็ว
ทรัมป์ยังเรียกร้องให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบ และกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาเพื่อหาทางยุติสงคราม ขณะที่อิหร่านระบุว่าคำกล่าวของทรัมป์เป็นโฆษณาชวนเชื่อ และกองทัพอิหร่านประกาศว่าพร้อมตอบโต้หากถูกโจมตีเพิ่มเติม
สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ดำเนินมาเกือบ 7 เดือนส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจในภูมิภาค รวมถึงตลาดพลังงานโลก โดยเฉพาะการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูงจากความกังวลเกี่ยวกับอุปทานและความปลอดภัยของเส้นทางเดินเรือ
หลังกล่าวสุนทรพจน์ ทรัมป์ยังมีภารกิจทางการทูตหลายรายการ โดยพบหารือกับผู้นำและเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากประเทศสมาชิกคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ หรือ GCC ได้แก่ บาห์เรน คูเวต โอมาน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมถึงจอร์แดน เพื่อหารือแนวทางเกี่ยวกับสงครามอิหร่าน
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังพบหารือกับผู้นำอังกฤษ แอนดี เบิร์นแฮม นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ซานาเอะ ทาคาอิจิ , ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ อี แจ-มยอง, ประธานาธิบดียูเครน โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี และเดลซี โรดริเกซ ประธานาธิบดีรักษาการของเวเนซุเอลา
ทรัมป์ยังลงนามข้อตกลงด้านความมั่นคงฉบับใหม่ร่วมกับนายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก เมตเต เฟรเดอริกเซน และนายกรัฐมนตรีกรีนแลนด์ เยนส์-เฟรเดอริก นีลเซน โดยข้อตกลงยืนยันว่ากรีนแลนด์ยังคงเป็นดินแดนของเดนมาร์ก แต่สหรัฐฯ จะเดินหน้ากระบวนการเพิ่มกำลังและโครงสร้างพื้นฐานทางทหารในกรีนแลนด์ รวมถึงการก่อสร้างฐานทัพขนาดใหญ่ 2 แห่ง
ทรัมป์ยังกล่าวถึงสงครามรัสเซีย-ยูเครน โดยยืนยันว่าต้องการให้ความขัดแย้งยุติลงโดยเร็ว ขณะที่เขาแสดงความไม่พอใจต่อสถานการณ์ที่ยืดเยื้อ หลังจากก่อนหน้านี้เคยคาดการณ์ว่าสงครามจะสามารถยุติได้ตั้งแต่วันแรกของการดำรงตำแหน่งสมัยที่สอง
ทรัมป์ยังกล่าวถึงกฎหมายคว่ำบาตรรัสเซียฉบับใหม่ที่เขาลงนามเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งเปิดทางให้สหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีศุลกากรสูงสุด 100% ต่อประเทศที่นำเข้าน้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียในปริมาณสูงสุด 5 ประเทศ อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ทรัมป์ยังไม่ได้บังคับใช้มาตรการลงโทษดังกล่าว โดยระบุเพียงว่า หากจำเป็น สหรัฐฯ ก็พร้อมใช้มาตรการเหล่านี้เพื่อยุติการสู้รบ.
ที่มา Associated Press