25 กันยายน 2569 เวลา 06:05 น.

นายกฯเข้าเยี่ยม Google จับมือ พัฒนามาตรฐาน Data Center ย้ำเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลุยเปิดสถาบัน Open Data พัฒนาทักษะแรงงานคุณภาพไทย นายกฯขอบคุณที่เชื่อมั่น-ลงทุนในไทย 3.6 หมื่นล้านบาทก่อนนำคณะเยี่ยมชุมชนไทยที่นิวยอร์ก เผยดีลภาษีสหรัฐฯใกล้จะจบแนวโน้มทางที่ดี ย้ำรบ.เดินหน้าเศรษฐกิจ-ปราบคอร์รัปชั่น–ยาเสพติดไทยเนื้อหอม!ภาคธุรกิจชั้นนำสหรัฐฯต่อแถวพูดคุยกับนายกฯเตรียมลงทุนและค้าขายกับไทย นายกฯ ชูประตูสู่อาเซียน 700 ล้านคน ย้ำไทยพร้อมเป็นฐานการลงทุนแห่งอนาคตขณะนักธุรกิจสหรัฐพร้อมร่วมลงทุนกับไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เดินทางปฏิบัติภารกิจสำคัญ ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา โดยมีกำหนดการพบปะภาคธุรกิจระดับโลก พร้อมเตรียมขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในเวทีการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ (UNGA)สมัยที่ 81 เพื่อแสดงบทบาทนำของประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศ
นายกฯเยี่ยมชมหารือบิ๊กGoogle
โดยเมื่อวันที่ 23 กันยายน2569เวลา 09.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นนครนิวยอร์ก (ช้ากว่าประเทศไทย 11 ชั่วโมง ) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เดินทางเยี่ยมชมสำนักงาน Google ณ Pier 57 นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา พร้อมพบหารือกับ นาง Ruth Poratประธาน และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน (President and Chief Investment Officer) ของ Alphabet และ Google โดยรัฐบาลพร้อมจับมือGoogle เพื่อจัดทำมาตรฐาน Data Center ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน Google ยังพร้อมทั้งเปิดสถาบัน Open Data เพื่อพัฒนาทักษะแรงงานคุณภาพ และเปิดโอกาสให้คนไทยด้วย
ขอบคุณเชื่อมั่น-ลงทุนไทย3.6หมื่นล.
โดยนายกฯได้กล่าวขอบคุณ Googleสำหรับความเชื่อมั่นและการลงทุนในประเทศไทย ผ่านแผนการลงทุนมูลค่า 1พันล้านดอลลาร์สหรัฐ(ประมาณ 3.6 หมื่นล้านบาท) เพื่อพัฒนา Data Center ในจังหวัดชลบุรี และ Google Cloud Region ในกรุงเทพมหานครและยืนยันว่า รัฐบาลไทยพร้อมอำนวยความสะดวกเพื่อให้โครงการต่าง ๆ ดำเนินไปได้อย่างราบรื่นตามแผนงาน และมุ่งยกระดับความร่วมมือระยะยาวให้ก้าวไกลกว่าการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะความร่วมมือด้าน AI การพัฒนาทักษะดิจิทัล และการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย
พัฒนามาตรฐาน Data Centerยั่งยืน
ประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะการส่งเสริมพลังงานสะอาดและมาตรฐาน Data Center ที่ยั่งยืน Data Center เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่ควบคู่ไปกับความยั่งยืนทั้งด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การบริหารจัดการน้ำ และการดูแลชุมชนโดยรอบ พร้อมเปิดรับองค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์ของ Google เพื่อร่วมยกระดับแนวทางและมาตรฐาน Data Center ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย
เปิดสถาบันOpen Dataพัฒนาทักษะ
ด้านประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนกล่าวว่าGoogle ได้ลงทุนในประเทศไทยในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จ.ชลบุรีโดยการสร้าง Data Center ให้ความสำคัญในการพัฒนามาตรฐานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเอื้อประโยชน์ต่อชุมชนรอบข้างนอกจากนี้Google ยังมีแผนเปิดสถาบัน Open Data เพื่อส่งเสริมและพัฒนาทักษะแรงงาน รวมทั้งด้านดิจิทัลที่มีคุณภาพ ซึ่งจะเปิดโอกาสให้คนไทยและสตาร์ตอัปของไทย ทั้งนี้ Google ยังยืนยันร่วมเป็นพันธมิตรหรือหุ้นส่วนในระยะยาวกับไทยด้วย
นายกฯเยี่ยมชุมชนไทยที่นิวยอร์ก
เวลา 10.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นนครนิวยอร์ก ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 11 ชั่วโมง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย พร้อมด้วยภริยาและคณะ เดินทางเยี่ยมวัดพุทธไทยถาวรวนาราม พูดคุยกับพี่น้องชาวไทยที่อาศัยอยู่ในนครนิวยอร์กและพื้นที่ใกล้เคียง ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง ในการนี้ พระครูวิทูรธรรมประกาศ เจ้าอาวาสวัดพุทธไทยถาวรวนาราม ให้การต้อนรับโดยนายกรัฐมนตรีและภริยาเข้าสักการะพระแก้วมรกต ณ อุโบสถวัดพุทธไทยถาวรวนารามจากนั้น นายกรัฐมนตรีถวายผ้าไตรและเครื่องไทยธรรมพร้อมกรวดน้ำและรับพรเพื่อความเป็นสิริมงคล
ย้ำดีลภาษีสหรัฐฯใกล้จะจบ
โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวทักทายกับคนไทย โดยบอกว่าดีใจวันนี้ กลับมาเยี่ยมเยือนชุมชนที่เคยอยู่เมื่อ 40 ปีที่แล้ว พบเจ้าของร้านอาหารสมัยที่ตนเองต้องมาทำงานพาร์ทไทม์ เพื่อรายได้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ซึ่งตนเองเมื่อเข้าร่วมการประชุม UNGA ครั้งที่ 81พบปะผู้นำหลายประเทศและภาคเอกชน นักธุรกิจ ยืดอกยืนเคียงข้างผู้นำประเทศ แต่พอมาอยู่กับชุมชนไทยในนครนิวยอร์กวันนี้ ต้องอ่อนน้อม ถ่อมตน เพราะเหมือนมาพบญาติผู้ใหญ่ หลายท่านเคยดูแล ให้ความเมตตาตนเอง ในสมัยตอนเป็นนักเรียน เรียนหนังสือในนิวยอร์ก ช่วงเวลานั้นทำให้เรียนรู้การต่อสู้ชีวิตดิ้นรนของคนไทยในนิวยอร์กจนสามารถประสบความสำเร็จได้ในวันนี้
โอกาสนี้ นายกฯได้แนะนำรัฐมนตรีที่ร่วมคณะมาด้วย อย่างเช่นนางศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ซึ่งกำลังเจรจาภาษีการค้ากับสหรัฐฯที่ใกล้จะจบแล้วและแนวโน้มก็เป็นไปทางที่ดี และนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม บุตรชาย นายเนวิน ชิดชอบ เป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ไฟแรงเป็นผู้ที่มีความขยันเปรียบเสมือนหลานแท้ๆ ของตน
ลั่นลุยศก-ปราบโกง-ยาเสพติด
นายกฯยังบอกคนไทยในต่างประเทศให้สบายใจได้เลยว่าสถานการณ์ประเทศไทยมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ทั้งด้านเศรษฐกิจและการค้า รัฐบาลได้พบหารือกับภาคเอกชนและบริษัทชั้นนำของสหรัฐฯ หลายแห่ง ซึ่งสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น ช่วยสร้างงาน สร้างโอกาสให้คนไทย และนำผลประโยชน์กลับมาสู่ประชาชน
นายกฯยังได้กล่าวกับพี่น้องคนไทยในนิวยอร์กว่าไม่ต้องเป็นกังวลเกี่ยวกับประเทศไทย ปัจจุบันนี้มีการแก้ไขปัญหาหลายอย่างที่สั่งสมมานาน ทั้งการปราบปรามการทุจริต การจัดการสแกมเมอร์ ยาเสพติดรวมทั้งการคลี่คลายกับปัญหาประเทศเพื่อนบ้าน ขณะนี้ก็ไม่มีปัญหาแล้วและยังอยู่ในขั้นตอนเจรจา ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้าย
ดึงลงทุนไทย-ทำหน้าที่ดีที่สุด
นายกฯกล่าวปิดท้ายถึงการสร้างโอกาสให้ประเทศไทยว่า การเข้าร่วมประชุม UNGA ครั้งที่ 81 ได้รับการยืนยันกับผู้นำต่างประเทศและภาคเอกชนว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่น่าสนใจ ท่ามกลางภาวะผันผวนจากการเปลี่ยนแปลงภูมิรัฐศาสตร์การกีดกันทางการค้า แต่ไทยกลับอยู่ในจุดที่ทุกประเทศสามารถเข้ามาพูดคุยร่วมมือ เข้ามาลงทุนได้ ก็ขอให้ใจให้กำลังใจต่อไปก็จะทำหน้าที่ดีที่สุด
ขณะที่ตัวแทนชุมชนไทยในนครนิวยอร์กที่มาร่วมพบปะได้กล่าวชื่นชมนายกรัฐมนตรีที่ทำให้บ้านเมืองมีความสงบสุข พร้อมแสดงความหวังว่ารัฐบาลจะสามารถบริหารจัดการประเทศในด้านต่าง ๆให้ประสบความสำเร็จและกล่าวอวยพรให้นายกฯและคณะรัฐบาลประสบความสำเร็จในการบริหารประเทศ จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้ร่วมถ่ายภาพกับชุมชนไทยอย่างอบอุ่น
ภาคธุรกิจสหรัฐฯพบถกนายก ฯ
จากนั้นเวลา18.30 น.ตามเวลาท้องถิ่นนครนิวยอร์ก ที่โรงแรม Four Seasons นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา สภาธุรกิจสหรัฐฯ-อาเซียน(U.S.-ASEAN Business Council)และหอการค้าสหรัฐฯ(U.S. Chamber of Commerce)จัดงานนำนักธุรกิจบริษัทชั้นนำในสหรัฐอเมริกาพบหารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯซึ่วเห็นโอกาสสร้างเศรษฐกิจแห่งอนาคตสร้างโอกาสของคนไทยไปด้วยกัน สำหรับนักธุรกิจที่มาร่วมงานหลายคนที่มาร่วมงานครั้งนี้ได้มีแผนจะเดินทางเข้าร่วมประชุม World Bank-IMF จัดที่กรุงเทพ ประเทศไทยในเดือนพ.ย.นี้ด้วย
ชูประตูสู่อาเซียน700ล้านคน
โดยนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงสมดุลการเมืองระหว่างประเทศและการแข่งขันรวมถึงการใช้มาตรการกีดกันทางการค้าว่าประเทศไทยอยู่ในตำแหน่งที่เป็นศูนย์กลางอาเซียนที่การมาลงทุนหรือค้าขายจะไม่ได้แค่การค้าขายกับคนเพียง 70ล้านคน แต่เสมือน”เป็นประตูสู่คน 700ล้านคนของอาเซียน”
นอกจากนี้ในทางการค้า ไทยยังได้เดินหน้าทำข้อตกลงการค้ากับหลายประเทศและเขตเศรษฐกิจ รวมถึงสหรัฐฯที่กำลังอยู่ในช่วงสรุปเงื่อนไขการเจรจาระยะสุดท้าย พร้อมกันนี้รัฐบาลได้ปรับปรุงแก้ไขระบบ Thailand Fast Pass เพื่อลดขั้นตอนที่ยุ่งยากในการทำธุรกิจ ส่งผลให้ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ไทยมีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนมูลค่าประมาณ 44,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 37 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ไทยพร้อมเป็นฐานลงทุนอนาคต
นายกรัฐมนตรียังตั้งเป้าหมายภายในปี 2030 ให้ไทยก้าวขึ้นไปอยู่ในกลุ่ม 20 ประเทศที่มีความสามารถในการแข่งขันสูงที่สุดของโลก พร้อมย้ำทิ้งท้ายว่าไทยพร้อมเป็นทั้งแหล่งลงทุนและหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่สำคัญ เพื่อสร้างการลงทุน การจ้างงาน และความมั่งคั่งร่วมกันและเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน
ด้านนาย Brian McFeeters President & CEO ของ U.S.-ASEAN Business Council (USABC) กล่าวเสริมว่า ไทยเป็นหุ้นส่วนสำคัญและเป็นตลาดยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ มาอย่างยาวนานซึ่งภาคธุรกิจสหรัฐฯพร้อมทำงานร่วมกับรัฐบาลไทย เพื่อแสวงหาโอกาสใหม่ด้านการค้าและการลงทุนร่วมกันต่อไป
ขณะที่นาย Michael DeSombreตำแหน่ง Assistant Secretary of State for East Asian and Pacific Affairs ชี้ว่าไทยและสหรัฐฯ สามารถขยายความร่วมมือด้านการลงทุน เทคโนโลยี พลังงาน และห่วงโซ่อุปทานได้อีกมาก โดยเฉพาะเทคโนโลยี Superintelligence (SI) ซึ่งประยุกต์ใช้ในภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งการผลิต โลจิสติกส์ สาธารณสุข การเงิน เกษตรกรรม การศึกษา และบริการภาครัฐ เปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจไทย-สหรัฐ เติบโตและประสบความสำเร็จร่วมกัน
เผยนายกฯพร้อมโชว์วิสัยทัศน์
วันเดียวกัน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศได้เปิดเผยถึงการเดินทางมาร่วมประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ (UNGA) สมัยที่ 81 ของนายอนุทินว่า ปีนี้ถือเป็นครั้งแรกที่นายอนุทินมากล่าวสุนทรพจน์บนเวทีดังกล่าว ภายใต้โจทย์สำคัญของโลกที่กำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงผันแปรและภาวะโลกไร้กติกาสิ่งสำคัญที่สุดในขณะนี้คือการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน และสร้างความมั่นใจในระบบระหว่างประเทศที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของกฎเกณฑ์ รวมถึงสถาบันสหประชาชาติซึ่งทำหน้าที่ค้ำจุนระบบดังกล่าว
รื้อฟื้นระเบียบโลกยึดมั่นในกติกา
ในการกล่าวสุนทรพจน์ของนายกฯจะมุ่งเน้นการแสดงวิสัยทัศน์เพื่อหาทางรื้อฟื้นระเบียบโลกที่มีการยึดมั่นในกติกา แต่จะต้องปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับบริบทโลกยุคใหม่ที่เป็น“หลายขั้วอำนาจ” (Multipolarity) เปิดโอกาสให้ประเทศที่เคยไร้เสียงในยุคตั้งระเบียบหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 อย่างประเทศไทยและประเทศกำลังพัฒนา ได้เข้ามามีส่วนร่วมและมีส่วนรับผิดชอบอย่างแท้จริงในระเบียบโลกใหม่ที่มีสหประชาชาติเป็นแกนกลาง