ปลอดภัย-มั่นใจทุกการขับขี่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/300967

ปลอดภัย-มั่นใจทุกการขับขี่

ชวนหนุ่มสาวเรียนรู้เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่

       ประสบความสำเร็จไปอย่างยอดเยี่ยม กับการจัดงาน “เบนซ์ ทีทีซี ไดรฟ์วิ่ง เอ็กพีเรียนซ์ 2017”ที่มุ่งเน้นการอบรมขับขี่ปลอดภัยและทดสอบสมรรถนะรถยนต์เมอร์ซิเดส-เบนซ์ มาให้ลูกค้าได้ทดลองกัน ทำเอาเหล่า เซเลบริตี้สาวสวยผู้หลงใหลในการขับขี่รถยนต์ แบรนด์หรู อาทิ “นิว” มณชยา บุรกสิกร, “อ๋อม” ปณยา สารกิจปรีชา, “ปรางค์” อภินรา ศรีกาญจนา ฯลฯ ต่างตื่นเต้นกับการทดสอบสุดมันส์  โดย อัครินทร์ ตั้งทวีสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีทีซี มอเตอร์ จำกัด ให้การต้อนรับลูกค้าที่มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ที่สนามแข่งรถ มอเตอร์ สปอร์ต พาร์ค สุวรรณภูมิ ร่มเกล้า เมื่อวันก่อน

ปลอดภัย-มั่นใจทุกการขับขี่

       หลังร่วมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟแล้ว “นิว” มณชยา เล่าว่า ทดลองขับรถถึง 9 รุ่นด้วยกัน การทดสอบดังกล่าวทำให้มั่นใจกับการเข้าโค้งได้มากขึ้น พร้อมกับการเรียนรู้เรื่องของการเบรก ว่าจะต้องเบรกอย่างไรให้ปลอดภัย ทางผู้เชี่ยวชาญอธิบายได้ละเอียด และคิดว่าจะนำความรู้เหล่านี้ไปใช้ในการขับขี่รถยนต์ที่เราต้องขับเองทุกวัน เช่นเดียวกับความรู้อื่นๆ โดยเฉพาะการเลือกซื้อรถยนต์สักคัน ที่ต่อไปนี้จะไม่มองแค่ว่า จะต้องมีความสะดวกสบาย หรือสวยงามเท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงความปลอดภัย และเวลานั่งอยู่ภายในรถ จะต้องมองเห็นภาพภายนอกอย่างชัดเจน ไม่มีมุมอับสายตาด้วย

ปลอดภัย-มั่นใจทุกการขับขี่

สามสรา เอี่ยมเอกดุลย์-ปณยา สารกิจปรีชา-มณชยา บุรกสิกร

       ด้าน “อ๋อม” ปณยา เซเลบริตี้สาวที่มีไลฟ์สไตล์ในแบบคนรุ่นใหม่ เผยว่า ตัวเองทดลองขับรถไปหลายรุ่น เพราะอยากรู้ว่า แต่ละรุ่นมีความแตกต่างด้านโครงสร้างตัวถัง และความแรงอย่างไร ซึ่งพอขับจริงแล้วก็รู้สึกถึงความสนุกและเข้าใจถึงความแตกต่างของแต่ละรุ่น นอกจากนี้ยังสามารถนำความรู้ที่ได้จากการอบรมไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ด้วย เช่น การเลี้ยวโค้ง การเบรก และการควบคุมรถ ถ้าพูดถึงความสำคัญของผู้หญิงกับการเลือกซื้อรถยนต์ คิดว่าควรเลือกซื้อรถยนต์ที่มีสมรรถนะในการเกาะถนน และมีความแรงพอสมควร เช่นเดียวกับบริการ

ปลอดภัย-มั่นใจทุกการขับขี่

อธิปชนา ธนาจิรวณิช-อภินรา ศรีกาญจนา

       ปิดท้ายกับ เซเลบริตี้สาวสวย “ปรางค์” อภินรา ที่เล่าว่า การทดสอบรถทำให้รู้ตัวว่า พฤติกรรมการขับรถที่ทำมาตลอดนั้นผิดไปหมด ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยวโค้งที่ต้องงอแขนไปพร้อมกันด้วยเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้มากขึ้น และสิ่งหนึ่งที่ย้ำให้รู้ดีขึ้นด้วยก็คือ การขับรถมีผลต่อสุขภาพของเราเหมือนกัน เพราะถ้าขับในท่าทางไม่ถูกต้อง หรือปรับเบาะที่นั่งไม่เหมาะสม ก็จะทำให้ปวดเมื่อยและปวดท้องด้วย ส่วนการเลือกเป็นเจ้าของรถยนต์สักคันนั้น เนื่องจากตัวเองเป็นคนที่ขับรถไม่เร็ว สิ่งที่จะทำให้ตัดสินใจเลือกรถก็คือจะต้องมั่นใจก่อนว่า แบรนด์รถยนต์นั้นๆ มีความน่าเชื่อถือ ขับขี่ได้ง่าย โดยเฉพาะการเข้าซองในที่จอดรถ

จิวเวลรี่ที่บ่งบอกไลฟ์สไตล์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/300744

จิวเวลรี่ที่บ่งบอกไลฟ์สไตล์

เครื่องประดับต้องช่วยส่งเสริมบุคลิกให้ดูดี

จิวเวลรี่ที่บ่งบอกไลฟ์สไตล์

         เอาใจสาวผู้หลงใหลในความสร้างสรรค์ของจิวเวลรี่ที่ตอบโจทย์สไตล์ในแบบตัวเอง แพนดอร่า เครื่องประดับและจิวเวลรี่แบรนด์ดังสัญชาติเดนมาร์ก เผยโฉมคอลเลกชั่นล่าสุด “แพนดอร่า ซิกเนเจอร์” ที่มีให้เลือกตั้งแต่ชาร์ม สร้อยข้อมือ แหวน ต่างหู สร้อยคอ และจี้หลากสไตล์ เพื่อบ่งบอกคาแรกเตอร์ของแต่ละบุคคล ในงานเปิดตัว “CLEO 50 Most Eligible Bachelors 2017 presented by PANDORA” ซึ่งคับคั่งด้วยเหล่าเซเลบริตี้แฟนแพนดอร่าที่พร้อมใจกันมาร่วมอัพเดทคอลเลกชั่นใหม่ และร่วมสนุกกับกิจกรรมถ่ายภาพสวยกันอย่างสนุกสนาน ที่บูธกิจกรรมแพนดอร่า ณ เซ็นทรัล คอร์ท แอท เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันก่อน

จิวเวลรี่ที่บ่งบอกไลฟ์สไตล์

บุญญลักษณ์ ฐิติปุญญา-ธนพงษ์ จิราพาณิชกุล-ทัศนีย์ สิริเลิศประเสริฐ

          บุญญลักษณ์ ฐิติปุญญา ผู้จัดการฝ่ายการตลาดแบรนด์แพนดอร่า กล่าวว่า ความพิเศษของเครื่องประดับ “แพนดอร่า ซิกเนเจอร์” มาพร้อมกับการวางตัวอักษรคำว่า PANDORA บนเครื่องประดับรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น จี้ ชาร์ม สร้อยข้อมือ และแหวน ซึ่งมีให้เลือกหลายแบบ ได้แก่ “แพนดอร่า ทูโทน ซิกเนเจอร์” เพิ่มเติมความหรูหราไปอีกขั้นด้วยเทคนิคการทำเครื่องประดับที่ใช้เงินสเตอร์ลิงผสานกับทอง 14K ประดับประดาด้วยคิวบิกซีโคเนียร์ให้เจิดจรัส ในสีทูโทน ช่วยเพิ่มความโดดเด่นในทุกโอกาส “แพนดอร่า เซอร์เคิล” ออกแบบจากรูปทรงเรขาคณิต ดึงแรงบันดาลใจจากรูปทรงวงกลม 2 วง มาคล้องเกี่ยวกันเป็นสัญลักษณ์ใหม่ “แพนดอร่า โมเมนท์ส ซิลเวอร์ โอเพ่น แบงเกิล” สร้อยข้อมือดีไซน์เรียบหรูและทันสมัย ที่ส่งให้หญิงสาวเปล่งประกายตามแบบฉบับของสาวแพนดอร่า และ “ฮาร์ท ออฟ แพนดอร่า” ด้วยรายละเอียดการออกแบบอย่างประณีตฉลุลายรูปหัวใจลงบนตัวเรือนแหวน เพิ่มลูกเล่นด้วยการสวมแบบสแตค หรือการแมทช์แหวนหลายวง หลายแบบในหนึ่งนิ้ว

จิวเวลรี่ที่บ่งบอกไลฟ์สไตล์

แม้นวาด นาครทรรพ-ณัฐสิมา ศิริสุนทร

          โดยเซเลบริตี้ได้ร่วมแบ่งปันเคล็ดลับการเลือกเครื่องประดับชิ้นโปรด แม้นวาด นาครทรรพ บอกว่าเน้นเครื่องประดับที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น สะดุดตา มีดีไซน์ที่ผสานความเรียบง่าย และหรูหรา เข้าได้กับเสื้อผ้าทุกสไตล์ และต้องช่วยส่งเสริมบุคลิกให้ดูดี ด้าน ชลธิชา เที่ยงธรรม รองอันดับ 1 มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2013 เผยว่า เครื่องประดับที่ต้องสวมใส่ทุกวัน คือ กำไล นาฬิกา ต่างหู ซึ่งจะช่วยเสริมลุคให้ดูน่ามอง โดยเธอเน้นการเลือกเครื่องประดับให้เข้ากับการแต่งกาย โดยเฉพาะเรื่องโทนสีของเสื้อผ้าให้เข้ากับสีของเครื่องประดับ เพื่อคุมโทนให้ไปด้วยกัน เครื่องประดับจึงเปรียบเสมือนตัวช่วยเสริมให้การแต่งตัวสมบูรณ์แบบมากขึ้น

จิวเวลรี่ที่บ่งบอกไลฟ์สไตล์

สันติ วจนพานิช

ในส่วนของหนุ่ม สันติ วจนพานิช เล่าว่า ชอบเครื่องประดับที่มีคุณค่าทางจิตใจ และมีเอกลักษณ์ที่บ่งบอกคาแรกเตอร์ของผู้สวมใส่ ทั้งยังแสดงถึงความพิถีพิถันของผู้เลือก เพราะชาร์มแต่ละชิ้นมีรายละเอียดที่สวยงาม ประณีต ที่สำคัญชาร์มที่จำหน่ายในแต่ละประเทศจะมีดีไซน์แตกต่างกัน ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ทำให้นักสะสมชื่นชอบด้วย

เผยตัวตนและจิตวิญญาณ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/300655

เผยตัวตนและจิตวิญญาณ

ชฎาทิพ จูตระกูล, ชฎาทิพ, สยามพารากอน, ภาพวาด, ศิลปะ, นคร สัมพันธารักษ์, นาการา

นาการา กับผลงานศิลปะ ภาพวาดแนวแอ็บสแต็รก ที่ไม่เคยนำไปจัดแสดงที่ใดมาก่อน

     หลังจากในปี 2015 “นาการา” โดย นคร สัมพันธารักษ์  ดีไซเนอร์ไทยคนดัง ได้นำผลงานภาพวาดของตัวเองออกแสดงเป็นครั้งแรกที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน ในครั้งนั้นนอกจากทุกคนจะได้ยลโฉมคอลเลกชั่นภาพวาดซึ่งเป็นทั้งของรักและของสะสมของเจ้าตัวแล้ว ยังถือเป็นครั้งแรกที่ได้เปิดเผยตัวตน และจิตวิญญาณแห่งความเป็นศิลปินที่รักในงานศิลปะการวาดรูปอย่างเต็มเปี่ยม เพื่อให้ทุกคนได้รู้จักและสัมผัสกับความสามารถอันน่าทึ่งอีกหนึ่งด้าน นอกจากบทบาทที่ทุกคนคุ้นเคยในฐานะดีไซเนอร์ไทยระดับแนวหน้าที่สร้างสรรค์ผลงานแฟชั่นอันเป็นเอกลักษณ์มากว่า 30 ปี

เผยตัวตนและจิตวิญญาณ

กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร-นคร สัมพันธารักษ์-ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี-ชฎาทิพ จูตระกูล

      ล่าสุด “นาการา เพนท์ติ้ง เอ็กซิบิชั่น” นิทรรศการแห่งความสุนทรีย์กลับมาอีกครั้ง และยังคงความสัมพันธ์เหนียวแน่นกับ “แป๋ม” ชฎาทิพ จูตระกูล นายหญิงแห่ง บริษัท สยามพิวรรธน์ จํากัด ผู้บริหารสยามพารากอน จัดแสดงผลงานศิลปะ ภาพวาดแนวแอ็บสแต็รก ที่ไม่เคยนำไปจัดแสดงที่ใดมาก่อน โดยในงานเปิดนิทรรศการเมื่อค่ำวันก่อนบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง ได้รับเกียรติจาก “น้อง”  กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มาเป็นประธาน

เผยตัวตนและจิตวิญญาณ

วรกร จาติกวณิช-ฝนทิพย์ วัลยะเสวี 

     พร้อมเหล่าเซเลบริตี้ และคนรักศิลปะ ที่มารวมตัวร่วมชมผลงานคอลเลกชั่นพิเศษนี้กันอย่างคับคั่ง อาทิ “คุณหญิงต้น” ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี, ม.ร.ว.พันธุ์ดิศ ดิศกุล, ม.ร.ว. อภิรดี จันทรวิโรจน์, ราศี ดิศกุล ณ อยุธยา, “เจ” วรกร จาติกวนิช, ฝนทิพย์ วัลยะเสวี, บุปผา กิ่งชัชวาลย์, กนกวรรณ ว่องวัฒนะสิน, สาวิตรี บริพัตร ณ อยุธยา, เมตตา ตันติสัจจธรรม, สรัล โชติสรยุทธ์, โศรยา บุนนาค, ชญาภา จูตระกูล, คณชัย เบญจรงคกุล  เป็นต้น

เผยตัวตนและจิตวิญญาณ

กนกวรรณ ว่องวัฒนะสิน-สาวิตรี บริพัตร ณ อยุธยา-เมตตา ตันติสัจจธรรม

เผยตัวตนและจิตวิญญาณ

 ม.ร.ว.พันธุ์ดิศ ดิศกุล-ราศี ดิศกุล ณ อยุธยา

     ครั้งนี้ นาการา ใช้เวลาร่วม 1 ปี ในการทุ่มเทสร้างสรรค์ผลงานสุดวิจิตรบรรจง ผ่านกระบวนการคิดสร้างสรรค์ โดยรายละเอียดมีการนำสี Synthetic Enamel มาสร้างสรรค์ผลงานร่วมกับแผ่นเงิน แผ่นทอง เพื่อถ่ายทอดอารมณ์และจินตนาการผ่าน ฝีแปรงด้วยความพิถีพิถันตั้งใจ เกิดเป็นผลงานศิลปะภาพวาดที่มีสไตล์เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีพลังแห่งสีสันที่สร้างมิติความสะดุดตา (Impact) และการตีความที่หลากหลาย แต่สามารถเชื่อมโยงเรื่องราวความรู้สึกอันไม่จบสิ้นนั้นได้ ตามแต่จินตนาการของผู้ที่มีโอกาสชื่นชมและเข้าถึงผลงานศิลปะเหล่านี้ โดยภาพวาดทั้งหมด นารากาย้ำว่าไม่ได้เกิดขึ้นจากแรงบันดาลใจใดๆ อันเฉพาะเจาะจง แต่เป็นการถ่ายทอดอารมณ์จิตวิญญาณและจินตนาการผ่านผลงานศิลปะด้วยความรักในการวาดรูปอย่างเต็มเปี่ยม เฉกเช่นเดียวกับความรักในการสร้างสรรค์ผลงานแฟชั่นอย่างแท้จริง

เผยตัวตนและจิตวิญญาณ

สรัล โชติสรยุทธ์- โศรยา บุนนาค

    โดยผลงานลิมิเต็ดอิดิชั่น ที่นำมาจัดแสดงจำนวน 37 ภาพ ยังเปิดโอกาสให้ผู้ที่รักงานศิลปะสามารถจับจองได้ นอกจากนี้ยังได้ออกแบบผ้าพันคอลายพิเศษ 2 แบบ เพียงแบบละ 10 ผืน ราคาผืนละ 5,000 บาท รายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายมอบให้ศิริราชมูลนิธิช่วยเหลือด้านการรักษาผู้ป่วยที่ยากไร้ สนใจเข้าชมนิทรรศการได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 5 พฤศจิกายนนี้ ที่ฮอลล์ ออฟ เฟม ชั้นเอ็ม สยามพารากอน

บทเพลงสานมิตรไทย-ญี่ปุ่น 130 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/300654

บทเพลงสานมิตรไทย-ญี่ปุ่น 130 ปี

ไทย, ฉลองสัมพันธ์, ญี่ปุ่น, เพลง, ดนตรี, ฮาราลด์ ลิงค์

สถานทูตไทยประจำกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ได้จัดงานเฉลิมฉลองวาระพิเศษโดยเลือกดนตรีเป็นสื่อประสานฉลองความสัมพันธ์อันยาวนาน

   ไทยและญี่ปุ่นเป็นมิตรประเทศที่มีความสัมพันธ์ที่ดีงามและมั่นคงมาอย่างยาวนาน ในโอกาสที่ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศครบ 130 ปี สถานทูตไทยประจำกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ได้จัดงานเฉลิมฉลองวาระพิเศษโดยเลือกดนตรีเป็นสื่อประสานฉลองความสัมพันธ์อันยาวนาน เชิญวงรอยัลแบงคอกซิมโฟนีออร์เคสตรา (RBSO – Royal Bangkok Symphony Orchestra) จัดการแสดงคอนเสิร์ตครั้งใหญ่ “บทเพลงสองแผ่นดิน” ณ ซันตอรี ฮอลล์ หอแสดงดนตรีระดับโลกใจกลางกรุงโตเกียว โดยมี ดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธานเปิดการแสดง เมื่อเร็วๆ นี้

บทเพลงสานมิตรไทย-ญี่ปุ่น 130 ปี

     ซีฮีโอฝรั่งหัวใจไทย ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานมูลนิธิวงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพ และประธาน บี.กริม ซึ่งให้การสนับสนุนดนตรีคลาสสิกในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง กล่าวว่า ดนตรีคลาสสิกเป็นศิลปะการดนตรีที่งดงาม ประเทศที่เจริญแล้วทุกประเทศ ล้วนต้องมีวงซิมโฟนีออร์เคสตราเป็นของตัวเอง การที่วง RBSO ได้รับเชิญให้มาแสดงที่ประเทศญี่ปุ่นในวาระพิเศษครั้งนี้ นับเป็นความภาคภูมิใจของนักดนตรีทุกคน เพราะทำให้ชาวต่างชาติที่มาชมการแสดงได้รู้จักวงซิมโฟนีออร์เคสตราของประเทศไทยมากขึ้น

บทเพลงสานมิตรไทย-ญี่ปุ่น 130 ปี

ดร.ฮาราลด์ ลิงค์

    ค่ำคืนของการแสดงคอนเสิร์ตเพื่อสานสัมพันธไมตรีอันดีงามระหว่างสองประเทศ ภายใต้การควบคุมวงของ โคจิ คาวาโมโต วาทยกรชาวญี่ปุ่น เริ่มขึ้นด้วยการบรรเลงบทเพลง “Serenity” อันไพเราะ ที่พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงเป็นครีเอทีฟ ไดเรกเตอร์ บทเพลงนี้ ทรงใช้ประกอบการแสดงแฟชั่นโชว์ของแบรนด์ “SIRIVANNAVARI” ในคอลเลกชั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2017 ที่ผ่านมา ต่อด้วยการแสดงดนตรีของสองศิลปินชาวไทยคือ ภูมิ พรหมชาติ นักเปียโนดาวรุ่งชาวไทยที่กำลังก้าวไกลระดับโลก กับการเล่นเปียโนคอนแชร์โตนัมเบอร์ วัน ของโชแปง ตามด้วย กิตตินันท์ ชินสำราญ นักร้องเสียงเบสบาริโทนชาวไทยที่มีผลงานการแสดงทั้งในทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกา

บทเพลงสานมิตรไทย-ญี่ปุ่น 130 ปี

ภูมิ พรหมชาติ-นันทินี แทนเนอร์

     ไฮไลท์ของค่ำคืนนี้ คือ การนำบทเพลงชื่อ “Fantasia on Themes of His Majesty King Bhumibol Adulyadej” ซึ่งเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ประกอบด้วยเพลง แสงเดือน, แก้วตาขวัญใจ, แว่ว, ค่ำแล้ว, สายฝน, ลมหนาว, ชะตาชีวิต และไกลกังวล ที่ได้รับการเรียบเรียงโดยศิลปินนักแต่งเพลงชาวญี่ปุ่น โนริโอะ มาเอดะ มาบรรเลงอย่างไพเราะอีกครั้ง ปิดท้ายการแสดงคอนเสิร์ตอย่างยิ่งใหญ่ครั้งนี้ด้วยบทเพลงพระราชนิพนธ์ของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 ที่เป็นที่รู้จักกันดี คือ “ยวนยาเหล” ตามด้วย “สุกี้ยากี้” เพลงฮิตที่คุ้นหูชาวไทยและชาวญี่ปุ่นซึ่งสื่อถึงสัมพันธภาพและความผูกพันที่ยาวนานของทั้งสองประเทศได้เป็นอย่างดี

70 ปีแห่งความทรงจำน้อมนำตามคำสอนพ่อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/300526

70 ปีแห่งความทรงจำน้อมนำตามคำสอนพ่อ

คนดังนำมายึดปฎิบัติเพื่อการดำเนินชีวิตในทางถูกต้องและมีความสุข

          เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่ทรงครองราชย์ให้ประชาชนชาวไทยมีความสุขตลอด 70 ปี และได้ทรงสอนสิ่งต่างๆ ให้แก่พสกนิกรไทยที่ได้เรียนรู้จากพระบรมราโชวาท พระราชดำรัส แนวคิดจากพระราชปรัชญา บทเพลงพระราชนิพนธ์ รวมถึงพระราชกรณียกิจและพระราชจริยวัตรที่ท่านได้ทรงปฏิบัติเป็นต้นแบบมาโดยตลอด ในการนี้ กลุ่มบูติคนิวซิตี้ฯ นำโดย ประวรา เอครพานิช กรรมการผู้จัดการ บมจ. บูติคนิวซิตี้ จัดโครงการ “70 เยียส์ ออฟ เมมโมรีส์” โดยเชิญคณะผู้บริหาร อาทิ ดร.ศิรินา โชควัฒนา ปวโรฬารวิทยา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย พร้อมด้วย ปณิธาน-ประวรา เอครพานิช นอกจากนี้ยังมีบุคคลจากวิชาชีพต่างๆ กว่า 70 ท่าน อาทิ ปัทมวดี เสนาณรงค์, อรชุมา ดุรงค์เดช, เสาวณีย์ อภิวันทน์โอภาส, ตวงทิพย์ ณ นคร, ปุณิกา กุลสุนทรรัตน์, อรวไล สวัสดิ์พานิช, วินรัตน์ ศันสนะเกียรติ, พญ.ศุภวงษ์เดือน ทองจันทร์, โสภางค์พึ่งพิศ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา, ภิรวดี ชูประวัติ, อวัสดา ปกมนตรี และ ภูวนาท คุนผลิน มาร่วมน้อมรำลึกถึงคำสอนของพ่อหลวง “70 ปี แห่งความทรงจำ” ที่จะนำมายึดปฎิบัติสืบต่อไปเพื่อการดำเนินชีวิตในทางถูกต้องและมีความสุข

70 ปีแห่งความทรงจำน้อมนำตามคำสอนพ่อ

ดร.ศิรินา โชควัฒนา ปวโรฬารวิทยา

         เริ่มจาก ดร.ศิรินา โชควัฒนา ปวโรฬารวิทยา เผยว่า “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นปรัชญาของโลก” เศรษฐกิจพอเพียงคือ ความพอประมาณ มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกัน การดำเนินชีวิต ทั้งส่วนตัวและธุรกิจ ปรัชญาเศรษกิจพอเพียงที่พระราชทานให้คนไทยนี้ นับว่าเป็นปรัชญาของโลกที่สามารถใช้ได้ทุกชาติ ทุกศาสนา และใช้ได้ตลอดกาล ไม่ต่างจาก ปณิธาน ปวโรฬารวิทยา ที่ยึดข้อคำสอน “ต้องรู้จักให้ รับ และส่งต่อความดีสู่สังคม“ คือไม่ใช่แค่เอื้อให้ธุรกิจของเราเจริญก้าวหน้าไป แต่จะเอื้อให้สังคมเติบโตไปพร้อมธุรกิจ รู้จักให้ รู้จักรับ รู้จักส่งต่อความดีไปสู่สังคมด้วยกัน ด้าน ประวรา เอครพานิช ประกาศชัด “เราจะเป็นต้นแบบที่ดีให้กับลูก เหมือนที่พระองค์ท่านเป็นต้นแบบที่ดีแก่ชาวไทย“ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงรับผิดชอบต่อประชาชนของพระองค์ แนวทางที่นำมาใช้คือการรับผิดชอบต่อองค์กร และครอบครัว เป็นต้นแบบให้กับลูกในเรื่องของความรับผิดชอบและการแบ่งปันเป็นเรื่องสำคัญ

70 ปีแห่งความทรงจำน้อมนำตามคำสอนพ่อ

โสภางค์พึ่งพิศ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา

          ส่วน โสภางค์พึ่งพิศ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา  “บทเพลงพระราชนิพนธ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นแรงบันดาลใจให้ดิฉันยิ้มสู้” ขณะที่ เสาวณีย์ อภิวันทน์โอภาส ใช้คำสอนในข้อ “ความซื่อสัตย์“ สำหรับ ผอ.ฝ่ายการตลาด บริษัทออแกไนเซอร์ อย่าง ตวงทิพย์ ณ นคร ประกาศความตั้งใจว่า “เมื่อใดที่เรามีโอกาส เราจะตอบแทนคุณแผ่นดินเพื่อถวายแด่พระองค์ท่าน” สำหรับนักตกแต่งภายใน อรวไล สวัสดิ์พานิช เผยว่า “พระองค์ท่านทรงสอนว่า…ความดีคือพื้นฐานของการดำเนินชีวิต” มาถึงพิธีกรชื่อดัง ภูวนาท คุนผลิน ใช้แนวทางที่ว่าหาก “เจอปัญหาต้องตั้งสติและทำความเข้าใจกับปัญหา จึงจะพบทางแก้” สุดท้าย พญ.ศุภวงษ์เดือน ทองจันทร์ ได้อัญเชิญพระบรมราโชวาทของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาเตือนสติตัวเองอยู่เสมอ “ให้เรานับถือความรู้ของผู้อื่นด้วยถึงจะประสบความสำเร็จ”

          ทั้งนี้สามารถติดตามคลิปได้ทางเพจ Guy Laroche  BTNC C&D GSP Lofficiel BTNC Jousse Paris

3 หนังสั้นทำคนดังน้ำตาริน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/299885

3 หนังสั้นทำคนดังน้ำตาริน

ภาพยนตร์ประกอบเพลงพระราชนิพนธ์ชุด “ค่ำแล้ว  แว่วเสียง…ในดวงใจนิรันดร์”

3 หนังสั้นทำคนดังน้ำตาริน

เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่มีต่อปวงชนชาวไทยผ่านบทเพลงพระราชนิพนธ์ และเพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้ตระหนักถึงการดำรงตนเป็นคนดี ตามพระบรมราโชวาทที่ได้พระราชทานไว้ตลอดระยะเวลา 70 ปีที่ทรงครองราชย์ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด และ บริษัทสิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด จึงสร้างสรรค์โครงการภาพยนตร์สั้นและภาพยนตร์ประกอบเพลงพระราชนิพนธ์สามเรื่องชุด “ค่ำแล้ว  แว่วเสียง…ในดวงใจนิรันดร์” โดย 3 ผู้กำกับภาพยนตร์โฆษณาชื่อดัง พรพิพัฒ ลักษณะสุต, อลงกต เอื้อไพบูลย์ และ ราจิต แสง-ชูโตพร้อมเผยแพร่ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ Singha Corporation, LINE TV รวมทั้งสื่อออนไลน์และสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ โดยในวันงานเปิดตัวมีคนดัง อาทิ ม.ล.วิฏราธร จิรประวัติ, ภัทศา งามจิตรสุขศรี, รวิสรา สมะลาภา ปรัชญา มีบำรุง, รุจนา อุทัยวรรณ์ และ ชญาน์ทัต วงศ์มณี ตบเท้าเข้านั่งชมด้วยความความชื่นชม ที่ โรงภาพยนตร์ เอ็มบาสซี ดิโพลแมท สกรีน ชั้น 6 เซ็นทรัล เอ็มบาสซี เมื่อวันก่อน

3 หนังสั้นทำคนดังน้ำตาริน

ณัฐวรรณ ทีปสุวรรณ

ณัฐวรรณ ทีปสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงานประชาสัมพันธ์ และสื่อสารองค์กร บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด กล่าวว่า โครงการภาพยนตร์สั้นและภาพยนตร์ประกอบเพลงพระราชนิพนธ์ โดยเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร  เพลง “ค่ำแล้ว”, “Echo” (เอคโค) และ “ในดวงใจนิรันดร์” มาเป็นแรงบันดาลใจและแนวคิดของภาพยนตร์แต่ละเรื่อง โดยเนื้อหาของภาพยนตร์ชุดนี้ทางบริษัทฯ ได้เปิดโอกาสให้ผู้กำกับทั้ง 3 ท่าน ได้แสดงความคิดสร้างสรรค์ตามแนวทางของแต่ละท่านอย่างเต็มที่ เพื่อสะท้อนให้เห็นว่า สิ่งต่างๆ ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงทำเพื่อคนไทยนั้น เราทุกคนได้น้อมนำมาปฏิบัติใช้ในชีวิตประจำวัน เปรียบเสมือนพระองค์ท่านยังทรงอยู่กับเรา ทรงอยู่ในใจประชาชนชาวไทยตลอดเวลาพร้อมมุ่งหวังให้ประชาชนที่ได้ชมภาพยนตร์ชุดนี้ ได้รับแนวคิดเพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตและเป็นคนดีของสังคมไทย ตามแนวคำสอนที่ถ่ายทอดมาจากพระบรมราโชวาท พระราชดำรัสและพระราชกรณียกิจ ตลอด 70 ปี ที่ทรงครองราชย์
สำหรับภาพยนตร์สั้นและภาพยนตร์ประกอบเพลงพระราชนิพนธ์ชุดนี้ประกอบด้วยเรื่อง “ค่ำแล้ว” กำกับโดย พรพิพัฒ ลักษณะสุต ได้แรงบันดาลใจจากบทเพลงพระราชนิพนธ์ “ค่ำแล้ว” ขับร้องโดยสุภัทรา  โกราษฎร์ “แว่วเสียง” กำกับโดยอลงกต เอื้อไพบูลย์ได้แรงบันดาลใจจากบทเพลงพระราชนิพนธ์ “Echo”(เอคโค) ขับร้องโดย จารุวรรณ บุญญารักษ์ และ “ในดวงใจนิรันดร์” กำกับโดยราจิต แสง-ชูโต ได้แรงบันดาลใจจากบทเพลงพระราชนิพนธ์ “ในดวงใจนิรันดร์” ขับร้องโดย “ป๊อด” ธนชัย อุชชิน

3 หนังสั้นทำคนดังน้ำตาริน

อลงกต เอื้อไพบูลย์-พรพิพัฒ ลักษณะสุตอลงกต

พรพิพัฒ ลักษณะสุต เผยแนวคิดที่ต้องการสื่อสารผ่านภาพยนตร์สั้น เรื่อง “ค่ำแล้ว” ว่า “เพลงพระราชนิพนธ์ “ค่ำแล้ว” เป็นเพลงที่มีลักษณะเพลงกล่อม(lullaby)จึงตีความเป็นเนื้อเรื่องเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกในแต่ละสถานการณ์ ผ่านเรื่องราวของ 4 ครอบครัวที่อยู่ในแต่ละภูมิภาคของประเทศไทยในค่ำคืนเดียวกันที่พระจันทร์เต็มดวง ซึ่งแม้ว่าแต่ละเรื่องจะมิได้กล่าวถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยตรง แต่ได้สอดแทรกสิ่งที่พระองค์ท่านทรงสอนไว้ให้คนดูได้ฉุกคิด โดยสัญลักษณ์ของ ‘ค่ำแล้ว’ คือ ดวงจันทร์ เปรียบเสมือนแสงที่ส่องนำใจ ให้คนไทยไม่ว่าจะอยู่ที่ใด เลือกเดินไปในทางที่ถูกต้องเหมาะสม เพื่อตัวเองครอบครัวและสังคม”
อลงกต เอื้อไพบูลย์ เล่าถึงแรงบันดาลใจของภาพยนตร์สั้นเรื่อง “แว่วเสียง” ว่าต้องการให้คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะวัยรุ่นได้เห็นถึงพระปรีชาสามารถของในหลวงรัชกาลที่ 9 ในด้านดนตรี จึงเลือกทำภาพยนตร์สั้นที่มีกลิ่นอายของมิวสิควิดิโอ ซึ่งเพลงพระราชนิพนธ์ Echo (เอคโค) ในเวอร์ชั่นนี้ ก็มีท่วงทำนองที่ทันสมัย เข้าถึงวัยรุ่นได้ง่าย โดยนำเรื่องราวทั้ง 4 เหตุการณ์ที่เห็นในชีวิตประจำวัน อย่างนักเรียนที่ละเลยการเรียน วัยรุ่นยกพวกตีกัน คนขับรถปาดหน้ากัน เจ้าหน้าที่รับสินบนจากผู้รับเหมาก่อสร้างมาสะท้อนให้เห็นถึงช่วงเวลาของคนที่กำลังจะทำความผิด และได้ยินเสียงแว่วมาจากฟ้า ทำให้คนเหล่านั้นฉุกคิดถึงคำสอนของพ่อในอดีตที่เคยสอนให้เป็นคนดี ทำให้พวกเขากลับใจที่จะไม่กระทำความผิดนั้นเปรียบเสมือนสิ่งที่พระองค์ท่านทรงสอนพวกเราเสมอว่า ทุกคนมีความดี และจงนำความดีนั้นมาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม

3 หนังสั้นทำคนดังน้ำตาริน

วุฒินันต์-วฤตดา ภิรมย์ภักดี

ราจิต แสง-ชูโต ถ่ายทอดมุมมองของภาพยนตร์ เรื่อง “ในดวงใจนิรันดร์” ว่าตั้งใจที่จะให้ทุกคนที่ได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้รู้สึกว่า แม้ในวันนี้ที่คนไทยทั้งประเทศจำต้องยอมรับกับความเป็นจริงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ไม่ได้ประทับอยู่กับพวกเราแล้ว แต่ยังทรงสถิตอยู่ในห้วงความคิดคำนึง ไม่ว่าจะอยู่แห่งหนใด ในทุกสายลม แสงแดด สายฝน ในทุกกิจกรรมและทุกจังหวะชีวิต ที่ร่วมกันก้าวเดินต่อไป โดยอัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ “ในดวงใจนิรันดร์”ที่เนื้อร้องมีความหมายและอารมณ์ที่ตีความได้หลากมิติ นำมาร้อยเรียงเป็นภาพเพื่อให้เกิดความซาบซึ้งและรู้สึกเสมือนหนึ่งว่า ในยามที่เราสูญเสีย เราก็ยังสามารถสัมผัสได้ถึงพระเมตตากรุณาที่พระราชทานแก่คนไทยทุกคนตลอดมาและตลอดไป

3 หนังสั้นทำคนดังน้ำตาริน

ม.ล.วิฏราธร จิรประวัติ

หลังจากชมภาพยนตร์สั้นและภาพยนตร์ประกอบเพลงพระราชนิพนธ์ชุดนี้แล้วนั้น ม.ล.วิฏราธร จิรประวัติ กล่าวถึงความรู้สึกว่า ประทับใจภาพยนตร์ทั้ง 3 เรื่อง ที่สื่อให้รู้สึกเหมือนกับพระองค์ท่านทอดพระเนตรมาที่พวกเรา และประทับอยู่ใกล้ ๆ พวกเราคนไทยเสมอ และอิ่มใจกับบทเพลงพระราชนิพนธ์ ซึ่งป็นหัวใจของการเดินเรื่อง และช่วยทำให้ภาพยนตร์แต่ละเรื่องมีความน่าสนใจมากขึ้น อย่างเรื่องค่ำแล้ว ที่สะท้อนให้เห็นว่าพ่อแม่ทุกคนหวังดีกับลูก และอยากเห็นลูกได้ดี ส่วนเรื่องแว่วเสียงเล่าถึงสิ่งที่พ่อสอนช่วยทำให้เกิดเสียงสะท้อนที่ก้องอยู่ในหูทุกครั้งที่คุณคิดจะทำอะไร อย่างเรื่องการรู้จักผิดชอบชั่วดี ซึ่งป็นสิ่งที่ทุกคนตระหนักอยู่ทุกลมหายใจ และจงเลือกทำให้ถูกต้อง ซึ่งนอกจากเป็นการทำเพื่อตัวเองแล้ว ยังส่งผลถึงประเทศชาติด้วย ส่วนเรื่องในดวงใจนิรันดร์นั้นทำให้นึกถึงสิ่งที่พระองค์ท่านทรงทำเพื่อประชาชนชาวไทยตลอดระยะเวลา ๗๐ ปีที่ทรงครองราชย์ เมื่อชมภาพยนตร์ชุดนี้ก็ยิ่งทำให้รู้สึกคิดถึงพระองค์ท่าน”

3 หนังสั้นทำคนดังน้ำตาริน

ภัทศา งามจิตรสุขศรี-รวิสรา สมะลาภา

แม่ลูกคู่สวย ภัทศา งามจิตรสุขศรี และ รวิสรา สมะลาภา บอกเล่าความซาบซึ้งและสิ่งที่ได้รับจากภาพยนตร์ชุดนี้ ว่า “ความที่เป็นแม่จึงกระทบใจกับเนื้อหาของภาพยนตร์เรื่อง ค่ำแล้ว เป็นพิเศษ ซึ่งสื่อถึงความเสียสละของพ่อแม่ ที่ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใดหรือยากดีมีจนอย่างไร ตราบใดที่ยังมีลมหายใจ ความเหนื่อยไม่สามารถทำให้เราละทิ้งหน้าที่ความรับผิดชอบของเราไปได้เลย ทำให้นึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ไม่ว่าพระองค์ท่านจะทรงงานเหน็ดเหนื่อยสาหัสขนาดไหน แต่พระองค์ท่านก็ไม่เคยละทิ้งประชาชน ชีวิตนี้ตั้งปณิธาณไว้ว่า จะตั้งใจจะเลี้ยงลูกให้เขาเป็นคนที่มีประโยชน์ต่อสังคมมากที่สุด และสอนเขาให้รู้จักเสียสละความสุขส่วนตน เพื่อประโยชน์ส่วนใหญ่แก่สังคม ดังนั้นถ้าพวกเราทุกคน ทุกบ้าน รู้จักที่จะคิดและสอนลูก รวมทั้งช่วยกันทำ เริ่มจากครอบครัวซึ่งเป็นจุดเล็กๆ ของครอบครัว แต่เมื่อทำรวมกันหลายครอบครัวแล้ว ก็จะเป็นกำไรของสังคมอย่างมหาศาล
ส่วน รวิสรา สมะลาภา นิสิตสาวสวยรั้วจามจุรีบอกว่า  ประทับใจภาพยนตร์เรื่อง แว่วเสียงเพราะชื่นชอบบทเพลงพระราชนิพนธ์ Echo (เอคโค) อยู่แล้ว รวมทั้งเนื้อหาในภาพยนตร์ก็เข้าถึงง่าย และสะท้อนปัญหาสังคมไทย ซึ่งเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการคอร์รัปชั่น และนักเรียนยกพวกตีกัน ซึ่งหากทุกคนฉุกคิดถึงคำสอนของพ่อก็จะไม่ทำในสิ่งที่ไม่ถูกไม่ควร สำหรับตัวเองก็น้อมนำคำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาใช้ในชีวิต เช่น ความพอเพียง และการพอใจในสิ่งที่เรามี แต่พอเพียงสำหรับมุมมองของตัวเอง ไม่ใช่แค่เรื่องความประหยัด แต่ต้องสร้างประโยชน์อื่น ๆ ต่อไปด้วย เป็นคนที่มีประโยชน์ต่อสังคม จริงๆ การเป็นคนดีเหมือนเป็นการส่งต่ออย่างหนึ่ง มีคนเคยบอกว่าสภาพแวดล้อมหล่อหลอมคน ถ้าเราอยู่ในสังคมที่เป็นคนดี เริ่มจากเราเป็นคนดี คนรอบข้างเราก็จะเป็นคนดี และถ้าทุกคนเป็นคนดี ก็จะช่วยพัฒนาสังคมให้ดีไปได้อีกขั้นหนึ่ง
ร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ผ่านภาพยนตร์สั้นและภาพยนตร์ประกอบเพลงพระราชนิพนธ์สามเรื่อง ชุด “ค่ำแล้ว  แว่วเสียง…ในดวงใจนิรันดร์” ที่สร้างจากแรงบันดาลใจจากบทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ Singha Corporation, LINE TV รวมทั้งสื่อออนไลน์และสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ อาทิ ภาพยนตร์สั้น “ค่ำแล้ว”  https://www.facebook.com/SINGHAofficial/videos/1147928915339643/ ภาพยนตร์ประกอบเพลง “แว่วเสียง” https://www.facebook.com/SINGHAofficial/videos/1147906152008586/ ภาพยนตร์ประกอบเพลง “ในดวงใจนิรันดร์” https://www.facebook.com/SINGHAofficial/videos/1147914985341036/ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ เสด็จไปทอดพระเนตรซุ้มดอกไม้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/299870

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ เสด็จไปทอดพระเนตรซุ้มดอกไม้

 ทูลกระหม่อมฯ, ปากคลองตลาด, ดอกไม้, พ่อ

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงโพสต์พระฉายาลักษณ์ของพระองค์ที่ฉายกับการจัดซุ้มดอกไม้

     ช่วงเช้าวันนี้ (23 ตุลาคม 2560 ) ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงโพสต์พระฉายาลักษณ์ของพระองค์ที่ฉายกับการจัดซุ้มดอกไม้เพื่อแสดงความอาลัยในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ปากคลองตลาดผ่านแอพพลิเคชั่น “อินสตาแกรม” หรือ “ไอจี” ส่วนพระองค์ที่ใช้ชื่อว่า “nichax” พร้อมข้อความว่า ไปดูนิทรรศการ #ดอกไม้เพื่อพ่อ อีกที ซุ้มที่ 1 #คนไทย Thais #ปากคลองตลาด #ขอบใจที่ทำให้พ่อ

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ เสด็จไปทอดพระเนตรซุ้มดอกไม้

เล็กน้อยแต่ยิ่งใหญ่ เซเลบฯ จิตอาสางานพระเมรุมาศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/299624

เล็กน้อยแต่ยิ่งใหญ่ เซเลบฯ จิตอาสางานพระเมรุมาศ

การได้เข้าไปเป็นจิตอาสาและมีโอกาสเข้าไปบันทึกเรื่องราวถือเป็นเรื่องพิเศษในชีวิต

เล็กน้อยแต่ยิ่งใหญ่ เซเลบฯ จิตอาสางานพระเมรุมาศ 

แม้ว่าคนไทยทุกคนจะไม่อยากให้การดำเนินงานก่อสร้าง “พระเมรุมาศเสร็จ” สิ้นลง เพราะนั่นหมายถึง หมายกำหนดการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อน้อมถวายเสด็จสู่สวรรคาลัย ขยับใกล้เข้ามาทุกที ทว่าในอีกมุมก็มีคนไทยจำนวนไม่น้อยต่างเฝ้าจับตามองความงดงามของพระเมรุมาศ ในวันนี้ที่งานก่อสร้างพระเมรุมาศ สำเร็จพร้อมแล้ว  เว็บไซต์คมชัดลึก มีโอกาสได้คุยกับเซเลบริตี้จิตอาสางานพระเมรุมาศ แม้เป็นเพียงส่วนเล็กๆ แต่ทุกคนล้วนยินดี เพื่อให้ภารกิจเล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่ในความรู้สึก ที่ได้รับเกียรตินี้ครั้งหนึ่งในชีวิต

เล็กน้อยแต่ยิ่งใหญ่ เซเลบฯ จิตอาสางานพระเมรุมาศ 

เพ็ญสุภา คชเสนีย์

ไม่มีภารกิจใดยิ่งใหญ่เทียบเท่าพระราชกรณียกิจที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช ทรงทำมาตลอด 70 ปีที่ทรงครองสิริราชย์สมบัติ ดังนั้นเมื่อมีโอกาสที่ได้เป็นส่วนเล็กๆ ช่วยขับเคลื่อนงานพระเมรุมาศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ เป็นการถวายความจงรักภักดี ด้วยความที่ครอบครัวตั้งแต่รุ่นคุณตาคุณยาย จอมพลถนอม-ท่านผู้หญิงจงกล กิตติขจร เคยได้พระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น จากในหลวงรัชกาลที่ 9 “หน่า” เพ็ญสุภา คชเสนีย์ รวมถึงทุกคนในครอบครัวกิตติขจรจึงถูกปลูกฝังให้มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์จนกว่าชีวิตจะหาไม่ วันก่อนเธอจึงพกพาฝีมือด้านศิลปะวาดรูประบายสีอยู่แล้วสมัครใจเข้ามาเป็นจิตอาสาระบายสีประติมากรรมรูปครุฑประดับพระเมรุมาศ เพื่อเป็นการน้อมส่งเสด็จพระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย ผู้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอย่างสูงสุดต่อปวงชนชาวไทยเป็นครั้งสุดท้าย
“หน่า” เพ็ญสุภา เผยถึงที่มาของการเป็นส่วนหนึ่งในงานพระราชพิธีครั้งสำคัญของประวัติศาสตร์ว่า ตั้งแต่ทราบข่าวในหลวงรัชกาลที่ 9 สวรรคต ตัวเองและสมาชิกทุกคนในครอบครัวต่างเศร้าเสียใจเป็นอย่างมาก ที่ผ่านมาก็ไปเป็นทำกิจกรรมเพื่อเป็นการตอบแทนในพระมหากรุณาธิคุณอย่างต่อเนื่อง กระทั่งล่าสุดรุ่นพี่ที่รู้จักกันทำงานอยู่ที่สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ศาลายา ได้ชักชวนไประบายสีครุฑประติมากรรมประดับพระเมรุมาศ จึงรีบตกปากรับคำทันที นอกเหนือจากความภาคภูมิใจที่ได้เป็นฟันเฟืองเล็กๆ อยู่เบื้องหลังความงดงามของประติมากรรมรูปครุฑแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่เพ็ญสุภาตั้งมั่นด้วยจิตแห่งความภักดีมาโดยตลอดนั้นคือการตอบแทนในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง ร.9 ที่ทรงมีต่อครอบครัวของเธอเรื่อยมา
“ตั้งแต่จำความได้หน่าและครอบครัวได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากในหลวง ร.9 เรื่อยมา ตอนเป็นเด็กจำได้ว่าทุกวันงานครบรอบของคุณตาและคุณยาย ไม่ว่าจะเป็นวันครบรอบแต่งงาน หรืองานวันเกิด พระองค์ก็ทรงพระกรุณาพระราชทานพระราชานุญาตให้คุณตากับคุณยายเข้าเฝ้าฯ เสมอ ตอนที่คุณตาป่วยหนักเข้าพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 6 เดือนเต็ม พระองค์ก็ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ทรงออกค่ารักษาพยาบาลให้คุณตาทั้งหมด หรือแม้แต่ชื่อ เพ็ญสุภา ในหลวง ร.9 ก็ทรงเป็นพระราชทานตั้งชื่อให้” เพ็ญสุภา เล่าด้วยความซาบซึ้ง พร้อมกับเผยทิ้งท้ายว่าทุกวันนี้ได้นำหลักคำสอนเรื่องความพอเพียงมาเป็นหลักในการดำเนินชีวิต มีแค่ไหนก็ใช้เท่านั้น ไม่ฟุ้งเฟ้อ สร้างความสุขที่แท้จริงในชีวิตด้วยการแบ่งปันสิ่งดีๆ ให้คนสังคมและประเทศชาติ

เล็กน้อยแต่ยิ่งใหญ่ เซเลบฯ จิตอาสางานพระเมรุมาศ 

ศักดิ์ชัย กาย

อีกหนึ่งจิตอาสาความสามารถรอบกาย “ศักดิ์” ศักดิ์ชัย กาย เผยว่า เวลาที่มีวิกฤติทางสังคมก็จะเห็นพลังของคนไทยมาช่วยเหลือกันตลอดเวลา แต่นี่ไม่ใช่วิกฤติ แต่เป็นเรื่องในฐานะของคนไทยมีใครบ้างที่ไม่อยากทำงานถวายพระองค์ท่าน ระดับความสามารถของเราก็ไม่ได้ถึงขั้นที่จะไปทำอะไรยิ่งใหญ่มาก แต่คิดว่าเราในฐานะคนทำหนังสือ อย่างแรกก็อยากจะบันทึกให้คนไทยได้รู้ว่างานพระราชพิธีครั้งนี้เป็นงานสุดยอดฝีมือของช่างสิบหมู่ เป็นการรวบรวมช่างทุกระดับชั้น ทั้งฝีมือช่างหลวง ช่างบ้าน เป็นงานรวบรวมงานประณีตศิลป์ครั้งสำคัญต้องบันทึก และเล่าให้แก่คนไทยได้รับรู้ จึงอยากทำหนังสือเบื้องหลังในพระราชพิธี พอตั้งใจที่จะทำ จะรู้ได้อย่างไรว่าเขาต้องทำอย่างไรจึงไปสมัคร และทำหนังสือไปที่กรมศิลปากรว่าจะทำหนังสือเบื้องหลังในพระราชพิธี โดยตัวเองขออาสาไปทำในส่วนที่ทำได้ ด้วยความอยากรู้ว่าพระโกศไม้จันทน์ ไม้จันทน์เป็นอย่างไร คุณสมบัติอย่างไร การลงรักปิดทอง การบูรณะปฏิสังขรณ์องค์พระที่นั่งต่างๆ พระราชรถ เขาทำกันอย่างไร ชอบงานช่างจึงขอมีส่วนร่วม เพราะความอยากรู้ อีกทั้งได้เรียนรู้ เพื่อที่จะนำความรู้มาเขียนได้อย่างถูกต้อง

“หากเราจะเล่าเรื่องก็ต้องทำการค้นคว้า จิตอาสาครั้งนี้เราอยากทำตัวให้มีประโยชน์ ไม่ว่าเป็นงานแบบไหนก็ได้ ซึ่งโชคดีที่ได้มีโอกาสทำในหลายๆ อย่าง ทั้งงานไม้ งานลงรักปิดทอง ราชรถ ปักผ้า งานเสบียง แต่เราก็ต้องประเมินความสามารถของเราเองไม่ให้เกินความสามารถของเราเอง แม้ทำไม่ได้ก็ขอไปดูว่าทำอย่างไร และก็ได้มีโอกาสทำ อย่างงานไม้ งานพระโกศไม้จันทน์ ปกติเราทำงานศิลปะที่หลากหลาย และประดิษฐ์เครื่องดนตรี อย่างซออู้ประดับหอยมุก ก็ได้ช่วยทำงานได้บ้างเมื่อได้เป็นจิตอาสาได้ความรู้หลายอย่าง อาทิ การลงรักปิดทองตอนแรกคิดว่า เราน่าจะทำได้ แต่พอไปทำแล้วไม่ใช่เลย พอเห็นของจริงกลายเป็นเรื่องของโบราณราชประเพณีทำกันอย่างไร งานลงรักปิดทอง งานช่างทอง งานไม้ งานปั้น ได้ไปดูอาจารย์ที่มีฝีมือทำงานปั้น เขียนลาย และเทคนิคต่างๆ หรือการใช้ไม้จันทน์ประกอบเป็นพระโกศ ซึ่งเราไม่สามารถไปเรียนได้จากที่ไหน ซึ่งจิตอาสาแต่ละคนเป็นยอดฝีมือ เราเป็นเพียงจิตอาสาตัวเล็กๆ การได้เข้าไปเป็นจิตอาสาและมีโอกาสเข้าไปบันทึกเรื่องราวถือเป็นเรื่องพิเศษในชีวิต” ศักดิ์ชัย กล่าว
ทั้งนี้ ช่างภาพฝีมือดี ทิ้งท้ายว่า หากไม่ได้เข้ามาในฐานะการทำหนังสือบันทึกเรื่องราว เป็นเพียงประชาชนทั่วไปก็จะทำอะไรก็ได้ในสิ่งที่เราช่วยได้ เช่น ในพระราชรถอย่างการหาวัสดุหรือแบ่งเบาอะไรได้ก็ช่วย นี่คือคำว่าจิตอาสา มีจิตที่อาสา ไม่ระบุว่าต้องทำอะไร ช่วยเหลืออะไรได้ก็ทำ เป้าหมายของทุกคนคือร่วมกันจัดงานพระราชพิธีครั้งนี้ให้ยิ่งใหญ่และสมเกียรติถวายแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 การเป็นจิตอาสาครั้งนี้ได้ทำหน้าที่คนไทยคนหนึ่ง นอกเหนือจากนี้คือได้ความเป็นสิริมงคลที่อยากถ่ายทอดให้แก่ผู้อื่นด้วย

เล็กน้อยแต่ยิ่งใหญ่ เซเลบฯ จิตอาสางานพระเมรุมาศ 

พริดา ลิมปานนท์

ออกตัวเบาๆ ว่ายังไม่ถึงขั้นเป็นจิตอาสา เพราะมีโอกาสได้เข้ามาช่วยงานพระเมรุมาศในส่วนงานศิลปะระบายสีฉากบังเพลิงดอกบังและดอกมณฑาทิพย์ รวมถึงงานระบายสีองค์ครุฑเพียงแค่ 2 วันเท่านั้นก็เป็นช่วงเวลาที่  “ปิ๋ม” พริดา ลิมปานนท์ รู้สึกภาคภูมิใจ และเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลอย่างหาที่สุดมิได้ โดยก่อนลงมือทำจะตั้งจิตอธิฐานถวายแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9
“เป็นนิสิตเก่าจุฬาฯ คณะอักษรศาสตร์ และเคยมีโอกาสได้รับพระราชทานปริญญาจากพระหัตถ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 นับว่าเป็นเกียรติอันสูงสุดของชีวิต กระทั่งครั้งนี้เมื่อได้ทราบจากสื่อต่างๆ ว่ารับสมัครจิตอาสาเพื่อให้มาร่วมงานศิลปกรรม เพื่อใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ แม้ว่าจะเป็นช่วงหลังๆ แล้ว แต่เพราะอยากถวายความจงรักภักดีและความรักที่มีต่อพระองค์ จึงเข้ามาช่วยระบายสีฉากบังเพลิงด้านใน ส่วนที่เป็นของดอกมณฑาทิพย์ ซึ่งมีสีทองกับสีครีม และกลีบดอกบัว ซึ่งเป็นดอกไม้ที่มีความสำคัญทางพุทธประวัติ นอกจากนี้ยังมีโอกาสได้รวมลงสีครุฑด้วย วินาทีที่จะจรดแปรงทาสีลงบนผลงาน ตัวเองได้ตั้งจิตอธิฐานถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 ว่า ขอถวายงานครั้งนี้แด่พระองค์ท่าน ผู้ทรงเป็นพ่อของคนไทยทั้งแผ่นดิน จากนั้นก็พยายามตั้งสมาธิไม่ให้ตัวเองประหม่าและตื่นเต้นขณะที่ลงสี ถึงแม้ว่าตัวเองจะไม่ได้เรียนศิลปะมาด้วยตรงแต่ด้วยความตั้งใจพยามทำให้ดีที่สุด ซึ่งจริงๆ แล้วในขั้นตอนการลงสีนั้นจะมีเจ้หน้าที่คอยแนะนำอยู่ตลอด จึงไม่รู้สึกกดดันอะไรเลย” พริดา เล่าให้ฟังด้วยน้ำเสียงแห่งความปีติ พร้อมกับขอบพระคุณคณะอาจารย์ช่างสิบหมู่ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในครั้งนี้

“จิตอาสาแต่ละคนเป็นยอดฝีมือ
เราเป็นเพียงจิตอาสาตัวเล็กๆ
การได้เข้าไปเป็นจิตอาสา
และมีโอกาสเข้าไปบันทึกเรื่องราว
ถือเป็นเรื่องพิเศษในชีวิต…”

เล็กน้อยแต่ยิ่งใหญ่ในความรู้สึกคือสิ่งที่ดีไซเนอร์สาว “ปลาเข็ม” กรัชเพชร อิสสระ สัมผัสได้ในการร่วมเป็นจิตอาสา เจ้าตัวเล่าว่าถือเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่ตัวเองและคุณแม่ “จุ๋ง” ศรีวรา อิสสระ มีโอกาสไปร่วมเป็นจิตอาสาช่วยตัดและแปะกระดาษทองย่นที่ส่วนต่างๆ ของงานพระเมรุมาศที่ท้องสนามหลวง เช่น ผนังพระเมรุมาศ ตัวพญานาค เชิงบันได เป็นต้น ไปช่วยเป็นสัปดาห์ตั้งแต่ 9 โมงเช้าจนถึงตี 3 เพราะรู้สึกว่าอะไรที่สามารถทำได้ก็อยากทำแม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ตามไป ส่วนตัวประทับใจในพระองค์ท่านทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเป็นพ่อของแผ่นดิน การเป็นต้นแบบที่ดี การเป็นนักคิดนักพัฒนา เราเป็นพสกนิกรตัวเล็กๆ คนหนึ่งอยากเดินตามรอยพระองค์ท่านทุกอย่างเลย เริ่มจากการเป็นคนดีของสังคม หรืออย่างพระองค์ท่านทรงใช้หลักพระพุทธศาสนามาปกครองประเทศ เราก็อยากเจริญรอยตามด้วยการรักษาศีลและทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับคนรุ่นต่อไป รวมถึงการใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายสมถะ ถ้าทำได้แบบนี้ถือว่าชีวิตมีความสุขแล้ว

เล็กน้อยแต่ยิ่งใหญ่ เซเลบฯ จิตอาสางานพระเมรุมาศ 

มณีสุดา ศิลาอ่อน

เช่นเดียวกับนักประชาสัมพันธ์สาว “เอ็ม” มณีสุดา ศิลาอ่อน ที่ถ่ายทอดความตั้งใจให้ฟังว่า เย็นวันที่ 28 กันยายน มีผู้ใหญ่ที่รับถือชักชวนให้เข้าไปร่วมงานจิตอาสาพระเมรุมาศ รู้สึกเป็นครั้งเดียวในชีวิตที่จะได้มีส่วนร่วมถวายงานในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นครั้งสุดท้ายจึงไม่รีรอที่จะรับอาสาภารกิจสำคัญนี้ บางคนอาจได้ใกล้ชิดกับพระองค์ท่านในด้านอื่นๆ แต่ตัวเองได้มีโอกาสทำส่วนเล็กๆ จึงรีบชวนลูกๆ ที่เพิ่งเลิกเรียนไปพร้อมกัน เห็นหลายคนเข้ามาทำงานอย่างไม่บ่นว่าเหนื่อย มีแต่รอยยิ้ม บรรยากาศดูขลัง ทำไปอยากร้องให้ไป ใจหนึ่งก็รู้สึกว่าไม่อยากให้มีวันนี้แต่อีกใจก็อยากเป็นส่วนหนึ่งกับงานครั้งประวัติศาสตร์
“บอกลูกว่าคนที่มีโอกาสมาทำตรงนี้ถือว่าเป็นบุญนะ ให้ตั้งจิตอธิษฐานนึกถึงสิ่งที่พระองค์ท่านทำให้พวกเรา เราช่วยกันติดกระดาษสีต่างๆ ลงบนกระดาษทองย่นตามแม่แบบ บางส่วนมีเศษที่ต้องตัดให้เรียบร้อย แล้วเอากระดาษสีมาติดให้ตรงกับลาย ยิ่งละเอียดยิ่งต้องมีสมาธิ จริงๆ แค่ได้ก้าวไปตรงนั้นก็เหมือนไปอีกโลกหนึ่งแล้ว รู้สึกว่าได้ไปแล้วเป็นเกียรติอย่างยิ่งในชีวิต ทราบมาว่าปกติพระเมรุมาศช่วงเปลี่ยนรัชกาลจะไม่ให้เก็บไว้เลย แต่งานนี้ได้ข่าวว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณเปิดให้ประชาชนเข้าไปชมเป็นเดืิอนเลย” นักประชาสัมพันธ์สาว กล่าว
ท้ายที่สุดแล้ว มณีสุดา ยอมรับว่า ทุกครั้งที่ไปสนามหลวงเหมือนได้อยู่ใกล้ๆ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค.59 ได้ไปร่วมแจกขนมประชาชน มีโอกาสได้ใช้ชีวิตส่วนหนึี่งอยู่ที่นี่ตั้งแต่สนามหลวงยังไม่มีอะไร จนมีเต็นท์พักรอ จนวันนี้รื้อเต๊นท์แล้ว เห็นพระเมรุมาศ เห็นความเป็นไปของท้องสนามหลวงตลอด เป็นความรู้สึกไปแล้วอยากไปอีกอย่างไม่รู้สึกเหนื่อยหรือเบื่อ แค่รู้สึกอยากใกล้พระองค์ท่านและมีส่วนร่วมให้มากที่สุด สิ่งเหล่านี้สามารถถ่ายทอดให้คนรุ่นหลังฟังว่ามีประชาชนรักพระองค์ท่านมากมายเพียงใด
เล็กน้อยแต่ยิ่งใหญ่ในความรู้สึก คงเป็นคำจำกัดความของการเป็นจิตอาสาของพวกเขาได้ดีที่สุด…. 

สดุดีบทเพลงแห่งแผ่นดิน ชวนซาบซึ้งไปนิรันดร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/299441

สดุดีบทเพลงแห่งแผ่นดิน ชวนซาบซึ้งไปนิรันดร์

บทเพลงพระราชนิพนธ์จะอยู่ในใจปวงชนชาวไทยตลอดไป

สดุดีบทเพลงแห่งแผ่นดิน ชวนซาบซึ้งไปนิรันดร์

ซาบซึ้ง สุดประทับใจ น้อมส่งเสด็จฯ อย่างยิ่งใหญ่ โดย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โต้โผจัดงานฟรีคอนเสิร์ต “Still On My Mind” The Acoustic night (Tribute to the great king)  Presented by Thai Beverage  พร้อมดึง “เบิร์ด” เอกชัย เจียรกุล  คนไทยคนแรกที่ได้แรงบันดาลใจจากเพลงพระราชนิพนธ์อันซาบซึ้ง  “ชะตาชีวิต”  พร้อมฝึกฝนตัวเองจนสามารถไปคว้ารางวัลสูงสุดคือ  “แชมป์กีต้าร์คลาสสิกโลก”  ร่วมกันจัดงานฟรีคอนเสิร์ตบทเพลงพระราชนิพนธ์ ถ่ายทอด 17 บทเพลง เรียบเรียงใหม่พร้อมศิลปิน อ.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี, ดา เอ็นโดรฟิน, หนึ่ง จักรวาร, เก่ง ธชย, เกล โสพิชา, วงสวนพลู พร้อมออร์เคสต้าเต็มวง ฯลฯ รวมกว่าร้อยชีวิต   นอกจากนั้นยังได้รับเกียรติจาก แชมป์กีตาร์คลาสสิคระดับโลกรายการ GFA  อย่าง Gabriel Bianco  และ  Rovshan Mamedkuliev บินตรงมาจากประเทศฝรั่งเศสและรัสเซีย มาแสดงพลังในครั้งนี้ ที่โรงละครอักษรา คิงเพาเวอร์ เมื่อวันก่อน

สดุดีบทเพลงแห่งแผ่นดิน ชวนซาบซึ้งไปนิรันดร์

กมลนัย ชัยเฉนียน – เอกชัย เจียรกุล-นิติกร กรัยวิเชียร

ภายในงาน กมลนัย ชัยเฉนียน  ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และ นิติกร กรัยวิเชียร ผู้อำนวยการโครงการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เผยว่าเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เผยแพร่และสืบสานอัจฉริยภาพทางดนตรี ให้ค่ำคืนนี้เป็นค่ำคืนที่บทเพลงพระราชนิพนธ์จะอยู่ในใจเราตลอดไป จึงได้จัดงานนี้ขึ้น เปิดงาน  เป็นการบรรเลงเสียงกีตาร์คลาสสิคโดย เบิร์ด-เอกชัย เป็นหลัก ลักษณะ Acoustic Version ไม่มีเครื่องดนตรีไฟฟ้าประกอบ  และโชว์การเดี่ยวกีตาร์ประชันร่วมกับวง Orchestra กว่า 50 ชีวิต รวมถึง  Featuring กันระหว่างนักร้องคุณภาพระดับประเทศ เป็นการเล่นร่วมกันที่ไม่ได้เห็นบ่อยนัก ซึ่งบทเพลงพระราชนิพนธ์ในคอนเสิร์ตครั้งได้นักประพันธ์อันดับต้นๆของประเทศไทย อย่าง คุณณรงค์ ปรางเจริญ ในฮอลล์จึงได้สัมผัสถึงบทเพลงที่คุ้นหูอยู่แล้ว ในรูปแบบที่แปลกออกไป

สดุดีบทเพลงแห่งแผ่นดิน ชวนซาบซึ้งไปนิรันดร์

ด้านลำดับการแสดงทั้ง 17 บทเพลง 1. เพลง Love in Spring ลมหนาว 2. เพลง Love รัก 3. เพลง Maha Chulalongkon มหาจุฬาลงกรณ์  4. เพลง  Magic Beams แสงเดือน  5. เพลง Oh I Say (Jazzy Version)  6. เพลง Royal Guard March (in March Styles) มาร์ช ราชวัลลภ  7. เพลง When (Jazzy free Styles) ไกลกังวล 8. เพลง Love at Sundown (Jazzy free Styles) ยามเย็น 9. เพลง Natural Waltz (Waltz virtuoso) 10. เพลงสายฝน  11. เพลง H.M.Blues ชะตาชีวิต 12. เพลง Still On My Mind ดวงใจนิรันดร์ 13. เพลง ความฝันอันสูงสุด 14. เพลง Smiles ยิ้มสู้ 15. เพลง แว่ว วงสวนพลู 16. เพลง Candlelight blues แสงเทียน และ 17. เพลง ตามรอยพระราชา
ยิ่งใหญ่ ประทับใจ ชวนตราตรึง สมกับความตั้งใจที่จะทำให้เป็นค่ำคืนนี้ เป็นค่ำคืนที่บทเพลงพระราชนิพนธ์จะอยู่ในใจปวงชนชาวไทยตลอดไป

น้อมกราบสักการะในหลวง ร.9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/299006

น้อมกราบสักการะในหลวง ร.9

พระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ของในหลวง ร. 9 ในรูปแบบจิตรกรรมผสมผสาน

น้อมกราบสักการะในหลวง ร.9

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด นำโดย “แป๋ม” ชฎาทิพ จูตระกูล ร่วมกับ หอศิลป์ร่วมสมัยอาร์เดล จัดแสดงนิทรรศการ “กราบ สักการะ” โดย ศ.ถาวร โกอุดมวิทย์ นำเสนอผลงานพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ในรูปแบบจิตรกรรมผสมผสานเทคนิคกระบวนการของงานภาพพิมพ์ลงบนผืนผ้าใบ สื่อให้เห็นถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ภายใต้แนวความคิดเกี่ยวกับการกราบ สักการะ ซึ่งถือเป็นการแสดงความคารวะอย่างสูงสุดตามคติความเชื่อแบบชาวตะวันตก โดยได้รับเกียติจาก ศาสตรเมธี ดร.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ปี พ.ศ.2554 กล่าวเปิดงานพร้อมร่วมชมนิทรรศการ บริเวณไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เมื่อวันก่อน
ศ.ถาวร กล่าวว่า ที่ผ่านมาไม่ได้รับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยตรง แต่สิ่งที่ทำได้คือจะทำอย่างไรให้ประชาชนที่รักและเคารพพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มีความสุข ซึ่งการนำลผลงานทั้ง 20 ชิ้นนี้มาแสดง คิดว่าเป็นหน้าที่ที่ต้องทำเพราะเป็นสิ่งที่ทำให้คนรักในหลวง ร.9 ทุกคนเห็นแล้วมีความสุข

น้อมกราบสักการะในหลวง ร.9

ศ.ถาวร โกอุดมวิทย์

“ผลงานทุกชิ้นที่นำมาจัดแสดงมีการเลือกเฟ้นรูปทรงของสิ่งต่างๆ ในธรรมชาติมาเป็นสัญลักษณ์แทนความเคารพนบน้อมตลอดจนเข้าใจและเข้าถึงสัจธรรมความเป็นจริงของทุกสรรพสิ่ง ที่ล้วนต้องเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ไม่ว่าจะเป็นกิ่งไม้ ใบไม้ เถาวัลย์ ก้อนหิน ฯลฯ ซึ่งสัญลักษณ์ที่แฝงไว้ในผลงานล้วนมีความหมายเชื่อมโยงถึงในหลวงชัชกาลที่ 9 อาทิ ดวงเทียนและเปลวไฟ เปรียบเสมือนพระองค์ท่านผู้ทรงเป็นดั่งดวงประทีปส่องทางให้แก่ปวงชนชาวไทย ขณะที่รูปทรงภูเขาสีทอง เป็นสัญลักษณ์แห่งพระบารมีอันสูงส่ง และพระราชหฤทัยอันหนักแน่น ส่วนร่องรอยหยดไหลของสีทอง เปรียบได้กับน้ำพระราชหฤทัยอันเปี่ยมล้นด้วยพระมหากรุณาธิคุณ รินล้นให้ความร่มเย็นสู่พสกนิกรชาวไทยมาตลอด 70 ปี” ศิลปินเจ้าของผลงาน กล่าว

น้อมกราบสักการะในหลวง ร.9

ชฎาทิพ จูตระกูล

นิทรรศการนี้ยังได้รับเกียติจาก อ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ กวีซีไรต์ และศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี พ.ศ.2536 นำกวีนิพนธ์ชุด “ทศพิธราชธรรม” จำนวน 50 บทที่ประพันธ์ขึ้นด้วยแรงบันดาลใจจากพระจริยวัตรอันสูงส่ง สง่างาม ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื้อหาคำกวีสอดรับกับแนวความคิดในการสร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรม พรรณาถึงความเป็นมหาราชผู้ทรงไว้ซึ่งทศพิธราชธรรมอันยิ่งใหญ่ ในรูปแบบกาพย์ยานี 11 ขับขานราชธรรม 10 ประการ ได้แก่ ทาน ศีล การบริจาค ความซื่อตรง ความอ่อนโยน ความเพียร ความไม่โกรธ ความไม่เบียดเบียน ความอดทน และความเที่ยงธรรม โน้มนำให้ถ้อยความจากตัวอักษรและเส้นสีจากภาพวาดสอดประสานไปพร้อมกัน
ทั้งนี้ นิทรรศการ “กราบ สักการะ” จะจัดแสดงไปจนถึงวันที่ 31 ตุลาคมนี้ บริเวณไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน