ปาร์ตี้คู่เท้าของสาวนำสมัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/289293

ปาร์ตี้คู่เท้าของสาวนำสมัย

คมชัดลึก, เซเลบริตี้, รองเท้า, Salvatore Ferragamo, น้อง, พอล แอนดรูว์, ดวง, ตุ๊ก, เจี๊ยบ, ฬินา, จอม, อ้อมแอ้ม

เปิดตัวคอลเลกชั่นรองเท้าสำหรับฤดูใบไม้ร่วง – ฤดูหนาว

     สาวๆ ถ้าขาดรองเท้าคู่ใหม่ก็ดูเหมือนสีสันในชีวิตจืดชืดไม่น้อย เพราะเข้าใจในเหตุผลข้อนี้ “ซาลวาลทอเร เฟอร์รากาโม (Salvatore Ferragamo)” แบรนด์หรูสัญชาติอิตาเลียน โดย ปานพิมพ์ คุณะเกษม ผู้จัดการผลิตภัณฑ์เฟอรร์ากาโม ประเทศไทย จึงเกี่ยวก้อย “น้อง” มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ ผู้บริหารสยามพารากอน จัดปาร์ตี้เปิดตัวคอลเลกชั่นรองเท้าสำหรับฤดูใบไม้ร่วง-ฤดูหนาว 2017 ภายใต้การออกแบบของดีไซน์ ไดเรกเตอร์ แผนกรองเท้าสตรีคนใหม่ของแบรนด์ “พอล แอนดรูว์” ในงาน ‘ไฮท์ เทค I ไฮท์ คราฟท์’ บริเวณฮอลล์ ออฟ เฟรม ชั้น เอ็ม ศูนย์การค้าสยามพารากอน ค่ำวันก่อน

ปาร์ตี้คู่เท้าของสาวนำสมัย

มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ – ปานพิมพ์ คุณะเกษม

   ภายในงานได้เนรมิตบรรยากาศด้วยผนังตกแต่งโทนสีสายรุ้งอันเป็นเอกลักษณ์และตำนานที่มาจากรองเท้าลือชื่อ “เรนโบว์ ชู” พร้อมทั้งการนำเสนอดีไซน์รองเท้าในคอลเลกชั่นนี้ผ่านแอนิเมชั่นบนจอแอลอีดี พร้อมทั้งจัดแสดงสินค้าชิ้นพิเศษของคอลเลกชั่นแรก ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าส้นเตารีดที่มีส่วนโค้งเว้าแบบกราฟฟิก รองเท้าส้นตันสีทอง รองเท้าประดับโบในรูปแบบใหม่ ซึ่งได้แรงบันดาลใจและพัฒนามาจากรองเท้าโบรุ่นคลาสสิกที่ได้รับความนิยมมาตลอด และรองเท้าที่นำสัญลักษณ์ของแบรนด์อย่าง Gancio มาเป็นองค์ประกอบในการดีไซน์

    พอล แอนดรูว์ กล่าวไว้ว่า แนวคิดของเขา คือ การย้อนกลับไปถึงความตั้งใจในสิ่งที่ซาลวาลทอเร เฟอร์รากาโม เคยสร้างไว้ ผสมผสานกับไอเดียที่แปลกใหม่ และการใช้เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยในการทำรองเท้า เพื่อเผยคุณค่าของงานดีไซน์ที่สอดแทรกความแข็งแกร่งของสุภาพสตรีในยุคปัจจุบัน เขาทำส้นรองเท้าแบบพิเศษที่ต้องสั่งทำจากโรงงานผลิตรถยนต์ รวมไปถึงประสบการณ์การทำงานกับโรงงานทำรองเท้าสนีกเกอร์เพื่อผลิตรองเท้าสนีกเกอร์ที่มีส้นไม่เหมือนใคร จากแนวคิดดังกล่าว คำว่า “ไฮท์ เทคIไฮท์ คราฟท์” จึงเป็นที่มาของชื่องานในครั้งนี้และดูจะเป็นนิยามที่เหมาะสมในงานออกแบบของพอลมากที่สุดเช่นกัน   อย่างไรก็ตาม พอลยังคงมุ่งมั่นที่จะรักษาเอกลักษณ์ของซาลวาลทอเร เฟอร์รากาโม ทั้งเรื่องความสบายในการสวมใส่ คุณภาพอันโดดเด่น ผสมผสานความหรูหราให้คงอยู่กับแบรนด์สืบต่อไป

ปาร์ตี้คู่เท้าของสาวนำสมัย

วรรณพร โปษยานนท์ – แคทเทอรีน่า ไตรโซกลิโอ

ปาร์ตี้คู่เท้าของสาวนำสมัย

ชญาภา จูตระกูล – ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก

 ความเป็นมาน่าประทับใจ เชื้อเชิญให้แขกเหรื่อผู้พิสมัยอุปกรณ์คู่เท้าต่างตบเท้าเข้าร่วมเชยชม  อาทิ ม.ล.รจนาธร ณ สงขลา, แคทเทอรีน่า ไตรโซกลิโอ, “ดวง” วรรณพร โปษยานนท์, “ตุ๊ก” ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ, พัชราดา ซอโสตถิกุล, “เจี๊ยบ” โสภิตนภา ชุ่มภาณี, ชญาภา จูตระกูล, “เอ๋” ภูวดี คุนผลิน, สุพิชญา ซอโสตถิกุล, พลอยแดง วิวัฒน์เพชรายุธ, “ฬินา” ภชสร ลีนุตพงษ์, “เต้” ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก, รณิดา พฤตินลิน, “จอม” มนุญสินี ฟูตระกูล, “อ้อมแอ้ม” ศรัณย์ภัค เพ็ญชาติ เป็นต้น พร้อมกันนี้ทุกคนยังได้ลิ้มรสเมนูที่รังสรรค์มาเป็นพิเศษ เคล้ากับค็อกเทลสีสันที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสีรุ้งและดีเจทีมาร่วมสร้างบรรยากาศตลอดค่ำคืน

ปาร์ตี้คู่เท้าของสาวนำสมัย

รณิดา พฤตินลิน – ม.ล.รจนาธร ณ สงขลา

ปาร์ตี้คู่เท้าของสาวนำสมัย

ภชสร ลีนุตพงษ์ – มนุญสินี ฟูตระกูล – พลอยแดง วิวัฒน์เพชรายุธ

เลี้ยงลูกยุคใหม่ฉบับคุณแม่คนดัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/289223

เลี้ยงลูกยุคใหม่ฉบับคุณแม่คนดัง

คุณแม่, เซเลบริตี้, คมชัดลึก

ความรู้ไม่ได้มีอยู่ในห้องเรียนเท่านั้น

      ยุคนี้การเลี้ยงดูลูกจากตำราคงไม่เพียงพอ หากความเอาใจใส่ของพ่อเเม่ และความรู้ไม่ได้มีเเค่วิชาการที่อยู่ในห้องเรียนเท่านั้น แต่ต้องพัฒนาความคิด อารมณ์ จิตใจ เเละความคิดสร้างสรรค์ควบคู่ไปด้วย ด้วยใส่ใจวิธีเลี้ยงลูก 4 คุณแม่เซเลบริตี้ “คุณหญิงแอร์” ม.ร.ว.จันทรลัดดา ยุคล อุบลเดชประชารักษ์, “ดา” ภดารี สุชีวะ บุนนาค, “แอนนี่” สุริศา ลีนุตพงษ์ และ “น้ำฝน” วรรณวลัย โปษยานนท์ สุรีย์เดชะกุล จึงพาลูกๆ ไปเปิดประสบการณ์การเรียนรู้ควบคู่ความสนุกในโซนเอ็ดดูเทนเมนท์เวิลด์ ชั้น 3-4 ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค โดยแต่ละคนร่วมแบ่งปันประสบการณ์ดูแลลูกๆ มาฝาก

เลี้ยงลูกยุคใหม่ฉบับคุณแม่คนดัง

วรรณวลัย โปษยานนท์ สุรีย์เดชะกุล กับน้องฟิน และน้องจิณณ์

เลี้ยงลูกยุคใหม่ฉบับคุณแม่คนดัง

ม.ร.ว.จันทรลัดดา ยุคล อุบลเดชประชารักษ์ กับลูกๆ

    เริ่มกันที่ “คุณหญิงแอร์” ม.ร.ว.จันทรลัดดา คุณแม่ของ 3 หนุ่ม “น้องพลาย”–“น้องพร้อม” และ “น้องพจน์”  บอกว่า ความที่ลูกเป็นเด็กผู้ชายจะซนมาก พลังล้นเหลือ จึงชอบกิจกรรมเอาท์ดอร์ หรือพวกเอ็กซ์ตรีมก็จะพาไปเล่นกันทั้งครอบครัว แต่สังเกตว่าลูกๆ ไม่ค่อยอยู่นิ่ง เลยต้องหากิจกรรมที่ช่วยฝึกสมาธิเสริมไปด้วย อย่างการเล่นตัวต่อ ทำให้ได้อยู่กับตัวเอง ถามว่าการเรียนนอกตำราสำคัญไหม บอกเลยว่าสำคัญ เพราะถ้าเรียนในห้องเรียนก็จะได้ความรู้เชิงวิชาการ ส่วนเรื่องการใช้ชีวิต การเข้าสังคม การพัฒนาความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง การเรียนรู้นอกตำราจะช่วยได้มากกว่า

เลี้ยงลูกยุคใหม่ฉบับคุณแม่คนดัง

ภดารี สุชีวะ บุนนาค และน้องเรไร

      ขณะที่ “ดา” ภดารี คุณแม่ของลูกสาวคนสวย “น้องเรไร” บอกว่าอันดับแรกต้องทำความเข้าใจลูกๆ ก่อนว่าชอบอะไรจะได้ส่งเสริมให้ถูกทาง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าถ้าชอบอะไรแล้วเราจะส่งเสริมไปทุกอย่าง ต้องดูให้เหมาะสมด้วย น้องเรไรช่วงเล็กๆ เป็นเด็กที่ค่อนข้างกล้าแสดงออก พอโตขึ้นก็เริ่มขี้อาย เลยส่งไปเรียนการแสดงเพื่อให้มีความเชื่อมั่นในตัวเอง เพราะคิดว่าเป็นพื้นฐานในการทำสิ่งอื่นๆ ต่อไป นอกจากนี้ก็มีเรียนบัลเล่ต์เพื่อเสริมสร้างบุคลิกภาพ และอีกอย่างที่น้องเรไรกำลังชอบคือการเรียนเปียโน ที่ช่วยในเรื่องการฝึกสมาธิ การบาลานซ์ความสัมพันธ์ของร่างกาย เพราะตา แขน ขา ต้องทำงานพร้อมๆ กัน

เลี้ยงลูกยุคใหม่ฉบับคุณแม่คนดัง

สุริศา ลีนุตพงษ์ และน้องแพ็กซ์

      ปิดท้ายที่คุณแม่ยังสาว “แอนนี่” สุริศา ที่พาลูกชายสุดหล่อ “น้องแพ็กซ์” มาด้วย กล่าวเสริมว่า เด็กวัยต่างกันก็ต้องส่งเสริมพัฒนาการแตกต่างกันไป ถ้าเป็นเด็กเล็กก็เน้นการฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็ก เน้นการวิ่งเล่น ออกกำลังกาย ถ้าโตขึ้นมาหน่อยก็หันไปส่งเสริมเรื่องกีฬาแทน อย่างน้องแพ็กซ์เป็นนักกีฬาบาสเกตบอลและว่ายน้ำ เรื่องความแข็งแรงของกล้ามเนื้อไม่เป็นห่วง เพราะฝึกซ้อมทุกวันอยู่แล้ว ตัวเองเลยเน้นส่งเสริมด้านศิลปะแทน มีเรียนเปียโน เพราะคิดว่าดนตรีเป็นภาษาสากล ที่น่าจะช่วยในเรื่องการเข้าสังคมด้วย แต่ทั้งหมดอยู่ที่ความชอบของลูกด้วย ถ้าชอบอะไรก็จะสนับสนุนเต็มที่ ถ้าลองแล้วไม่ชอบก็ไม่ฝืน ให้ลองเรียนไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอที่ถูกใจ

อวดโฉมเครื่องประดับหรูจากเมืองผู้ดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/289082

อวดโฉมเครื่องประดับหรูจากเมืองผู้ดี

เครื่องประดับ, เสื้อผ้า, เซเลบริตี้, คมชัดลึก, แพร, กะรัต ลอนดอน, ปรางค์, กิ๊ฟ, ดาว, ใหม่, หญิง, นิดหน่อย, อุ๊บอิ๊บ, จินนี่, ยูกิ

สวยๆงามๆทั้งนั้นเลยยยย

      ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์หญิงสาวผู้รักการสวมใส่อัญมณีในชีวิตประจำวันในราคาไม่เกินเอื้อม เมื่อล่าสุดนักธุรกิจสาวคนเก่ง “แพร” แพรพรรณ ธรรมวัฒนะ กรรมการบริหารบริษัท รีเทล มี จำกัด ผู้นำเข้าแบรนด์เครื่องประดับหรูจากเกาะอังกฤษ “กะรัต ลอนดอน” ได้จัดงานจิบน้ำชายามบ่ายในบรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟ อวดโฉมเครื่องประดับดีไซน์ล่าสุดจาก 3 คอลเลกชั่นที่มีชื่อว่า สปาร์ต้า, ซีซาร์ และทาลิส อัญมณีดีไซน์ทันสมัยที่สามารถสร้างความมั่นใจให้แก่หญิงสาวผู้สวมใส่ได้ในทุกโอกาส ที่ห้องเพลย์รูม ชั้น 4 โรงแรมโอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ เมื่อวันก่อน

อวดโฉมเครื่องประดับหรูจากเมืองผู้ดี

แพรพรรณ ธรรมวัฒนะ – อภินรา ศรีกาญจนา

        ภายในงานได้รับเกียรติจากเหล่าเซเลบริตี้แฟนคลับแบรนด์มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง อาทิ “ปรางค์” อภินรา ศรีกาญจนา, “ผึ้ง” มธุนาฏ ซอโสตถิกุล, “เรต” ยุวเรต ศรุตานนท์, “กิ๊ฟ” ณัฐชา-“เกรซ” ชิดชนก หอสัจจกุล, “ดาว” ศศิยาพัชร์ เลาหพงศ์ชนะ, “ใหม่” ตะวันนา ธารา, “หญิง” ปรัชญมน บุรณศิริ, “โต” พัชรวัฒน์ ตระกาลสันติกูล, “นิดหน่อย” ขนิษฐา ดรุณเนตร, “อุ๊บอิ๊บ” ปิยะวิภา อินทรทัต, นพวรรณ-นันทิสา ตันยงค์เวช, สุทธาภา-อาภาศรี สุยะนันทน์, “เน็ตตี้” เมรินทร์ดา ภักดีธนเสฏฐ์, “เปเป้” วาริธร กันท์ไพบูลย์, “จินนี่” เขริกา โชติวิจิตร  ฯลฯ

อวดโฉมเครื่องประดับหรูจากเมืองผู้ดี

ชิดชนก หอสัจจกุล – เขริกา โชติวิจิตร – พลอยวารินทร์ ทรงปกรณ์ – ณัฐชา หอสัจจกุล

อวดโฉมเครื่องประดับหรูจากเมืองผู้ดี

ตะวันนา ธารา – พัชรวัฒน์ ตระกาลสันติกูล – ขนิษฐา ดรุณเนตร

อวดโฉมเครื่องประดับหรูจากเมืองผู้ดี

ปรัชญมน บุรณศิริ – ปิยะวิภา อินทรทัต

      นอกจากนี้ภายในงานยังมีเซเลบริตี้ 3 สาว 3 สไตล์ มาร่วมเดินแบบอวดโฉมเครื่องประดับอีกด้วย ได้แก่ “ปอ” ศีกัญญา ศักดิเดช ภาณุพันธ์ กับเครื่องประดับจากคอลเลกชั่น ทาลิส ในคอนเซ็ปต์เวิร์กกิ้ง, “แป้ง” พลอยวารินทร์ ทรงปกรณ์ กับเครื่องประดับจากคอลเลกชั่น สปาร์ต้าภายใต้คอนเซ็ปต์ไนท์เอาท์ และ “ยูกิ” อุณาวรรณ ตั้งคารวคุณ กับเครื่องประดับจากคอลเลกชั่น ซีซาร์ในคอนเซ็ปต์ทีไทม์

อวดโฉมเครื่องประดับหรูจากเมืองผู้ดี

ยุวเรต ศรุตานนท์ – ศีกัญญา ศักดิเดช ภาณุพันธ์

      หลังจากโชว์เครื่องประดับสวยๆ เหล่าเซเลบริตี้สาวต่างร่วมเผยถึงเคล็ดลับการเลือกเครื่องประดับในโอกาสต่างๆ ตามแบบฉบับของตัวเอง เริ่มจากนักธุรกิจสาวไฟแรง “ปรางค์” อภินรา เผยว่า โดยส่วนตัวแล้วจะชอบเครื่องประดับที่ดีไซน์เรียบๆ ไม่หวือหวามาก แต่ก็จะเลือกให้เข้ากับชุดและกาลเทศะด้วย อย่างวันที่ต้องไปประชุมงานกับลูกค้าก็จะแต่งตัวในลุคสมาร์ทหน่อย จะเลือกใส่ต่างหูสตั๊ดชิ้นง่ายๆ กับแหวานที่เข้าชุดกัน อาจเลือกสีของอัญมณีที่ช่วยนำโชคให้เราคุยงานสำเร็จด้วย

      ขณะที่เซเลบริตี้สาว “ดาว” ศศิยาพัชร์ บอกว่า ชอบแต่งตัวสไตล์มินิมอล เสื้อผ้าและเครื่องประดับก็จะเลือกดีไซน์เรียบง่าย แต่ต้องมีหนึ่งชิ้นที่ทำให้โดดเด่น อย่างวันนี้เลือกใส่เสื้อเชิ้ตกับกางเกงแล้วทับด้วยสูทสีเทาเงิน ส่วนเครื่องประดับชิ้นที่ขาดไม่ได้เลยก็คือต่างหู วันนี้เลือกหยิบต่างหูเพชรชิ้นเรียบมาใส่ เพราะชุดเด่นอยู่แล้ว

ความสุขไม่มีวันหยุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/288858

ความสุขไม่มีวันหยุด

 จิรัสย์ วัฒนภัทรเศรษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารการตลาดเกษรวิลเลจ จัดเอ็กซ์คลูซีฟ ปาร์ตี้ เปิดตัวบัตรสมาชิกใหม่ล่าสุด “เกษร อีลีท”

     ตอกย้ำว่าเป็นไลฟ์สไตล์ เออร์บัน วิลเลจ ใจกลางกรุงแห่งแรกของไทยที่นำเสนอประสบการณ์ช็อปปิ้งอันเปี่ยมด้วยรสนิยมทั้งด้านแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ เกษรวิลเลจ โดย จิรัสย์ วัฒนภัทรเศรษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารการตลาด จัดเอ็กซ์คลูซีฟ ปาร์ตี้ เปิดตัวบัตรสมาชิกใหม่ล่าสุด “เกษร อีลีท” เอกสิทธิ์แห่งสิทธิพิเศษที่เติมเต็มนิยามบทใหม่ในการใช้ชีวิตของเออร์บันนิสต์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “นันสต็อป แฮปปี้ อาวร์” เพราะช่วงเวลาแห่งความสุขไม่มีวันหยุด ที่เกษรวิลเลจ  เมื่อค่ำวันก่อน

ความสุขไม่มีวันหยุด

พรเดช จันทวานิช-กรองกาญจน์ ชมะนันทน์-รุ่งทิพย์ อิศรางกูร ณ อยุธยา-วรวุฒิ อัจฉริยศรีพงศ์

    ภายในงานอัพบีทราตรีนี้ให้ร้อนระอุกับแฟชั่น พรีเซ็นเทชั่นสุดชิคจากเหล่าเซเลบริตี้รุ่นใหม่ที่บรรจงสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อสื่อถึงตัวตนของสมาชิกบัตรเกษร อีลีทโดยเฉพาะให้แขกผู้มีเกียรติได้ลิ้มลองกันแบบนันสต็อป อาทิ ก๊วนหนุ่มๆ ผู้หลงใหลในเทคโนโลยีและโดดเด่นด้วยไลฟ์สไตล์  “คิด” คณชัย เบญจรงคกุล แท็กทีมมากับตากล้องมาดเซอร์ “โอ” วีรยุทธ การัณยโอภาส ควงเลนส์คู่ใจมาร่วมสร้างสีสัน พร้อมถ่ายทอดบรรยากาศแห่งความสนุกสนานที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะในยามค่ำคืนสู่ภาพถ่ายแห่งความทรงจำแบบช็อตต่อช็อต

ความสุขไม่มีวันหยุด

คณชัย เบญจรงคกุล-หทัยรัตน์ ฟิงเกอร์ฮูท-โอ วีรยุทธ 

ความสุขไม่มีวันหยุด

พัณณิตา สนิทวงศ์ ณ อยุธยา-จารุเดช บุญญสิทธิ์

      ร่วมด้วยเหล่าเกษร อีลีท โซไซตี้ อาทิ “หนุ่ม” อภิวัฒน์ ยศประพันธ์, นรรฐพร-กันตนา กัลย์จาฤก, พลอยวารินทร์ ทรงปกรณ์, “โจ้” ณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์, เจย์ สเปนเซอร์, เฟิม หงสนันทน์, “โก้” ศุภกฤต มหาดำรงค์กุล, “ฟลุ้ค” วรวุฒิ อัจฉริยศรีพงศ์, “พั้ม” พามงคล ฉายาวิจิตรศิลป์-“มิว” วรารัตน์ สิริกุตตา, “เบอร์ดี้” ปาวา นาคาศัย, “เพชร” บุญญาภารณิ์ เบญจรงคกุล, “คุณเฟรม” ม.ล.ทรงลักษณ์ สวัสดิวัตน์, “ฟิล์ม” อัญจิฎา กรรณสูต, “กุ๊กกุ๊ก” รัสวดี ควรทรงธรรม, “แพร” พัณณิตา สนิทวงศ์ ณ อยุธยา, “ปอนด์” หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา,“เมษา” วรรณวิไล เตชะสมบูรณ์, เจย์ สเปนเซอร์, “เบลล์” รินทร์รตา อินทามระ, “โอ๋” ปิยะพร อังอุบลกุล, “ณัฎ” ณิชชา ธนาลงกรณ์ เป็นต้น โดยมี จิรัสย์ วัฒนภัทรเศรษฐ์ คอยให้การต้อนรับแขกผู้มีเกียรติอย่างเป็นกันเอง

ความสุขไม่มีวันหยุด

เจย์ สเปนเซอร์-เฟิม หงสนันทน์

    ทั้งนี้ จิรัสย์ เผยว่า ได้เนรมิตแลนด์มาร์คแห่งใหม่ใจกลางเกษรวิลเลจและกรุงเทพมหานครอย่าง เกษร โคคูน ให้กลายเป็นปาร์ตี้ที่เปี่ยมไปด้วยสีสันและรสนิยม สะท้อนถึงดีเอ็นเอและคาแรคเตอร์ในแบบฉบับเกษร อีลีทได้เป็นอย่างดี อินโทรด้วยบีทเบาๆ ด้วยเสียงเพลงจากมิวสิค ดีไซเนอร์ สร้างสรรค์มู๊ดแอนด์โทนแห่งความสนุก ถ่ายทอดไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของเออร์บันนิสต์ได้อย่างยอดเยี่ยม ดื่มด่ำไปกับคาราวานอาหาร รสเลิศซึ่งเสิร์ฟเคียงคู่กับเครื่องดื่มที่รังสรรค์ให้เข้ากับคอนเซ็ปต์ “นันสต๊อป แฮปปี้ อาวร์” พร้อมนำเสนอ 5 สิทธิประโยชน์ที่ถูกเปิดเผยอย่างเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรกที่งานนี้ โดยเฉพาะเรื่องการกินดื่มอย่างมีสไตล์ที่การันตีด้วยเอกสิทธิ์สุดพิเศษอย่าง “นันสต๊อป แฮปปี้ อาวร์” ให้สมาชิกบัตรฯ ได้ใช้สิทธิ์ทุกวันทุกช่วงเวลา ณ ร้านอาหารและบาร์ชื่อดังภายในเกษรวิลเลจ, สิทธิ์จอดรถฟรี 6 ชั่วโมงต่อวันเป็นเวลา 1 ปี, ของขวัญสุดเซอร์ไพรส์เนื่องในวันเกิด เป็นต้น

ความสุขไม่มีวันหยุด

วรรณวิไล เตชะสมบูรณ์

ตื่นตาโลกดิจิทัลมีดีไซน์กลางกรุง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/288780

ตื่นตาโลกดิจิทัลมีดีไซน์กลางกรุง

แหล่งฮิปๆ สำหรับคนรุ่นใหม่ผู้คลั่งไคล้เทคโนโลยี

ตื่นตาโลกดิจิทัลมีดีไซน์กลางกรุง

แพรวา ฉัตรชัยพลรัตน์

มาแล้วจ้า แหล่งฮิปๆ สำหรับคนรุ่นใหม่ผู้คลั่งไคล้เทคโนโลยี เมื่อ เอไอเอส ผสานความร่วมมือกับศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ หรือ “ทีซีดีซี” เปิดพื้นที่สร้างสรรค์แห่งใหม่ “เอไอเอส ดี.ซี. (AIS Design Centre)” คอมมูนิตี้และศูนย์รวมพลังสร้างสรรค์ด้านเทคโนโลยี ดีไซน์และธุรกิจ ใจกลางกรุงเทพฯ บนชั้น 5 ศูนย์การค้าดิ เอ็มโพเรียม จัดเต็มครบทุกฟังก์ชัน ต่อยอดการเรียนรู้ สนับสนุนการสร้างผลงานของคนไทยรุ่นใหม่และเหล่าครีเอเตอร์ ชูจุดเด่นโซนเพลย์กราวน์ ให้นักพัฒนาโปรแกรมและแอพพลิเคชั่นได้เข้าถึงและทดสอบการเชื่อมต่อกับระบบ การใช้งานเสมือนจริง ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานและพัฒนาธุรกิจใหม่ๆ
จัดงานเปิดตัวอย่างเอิกเกริกเมื่อวันก่อน พร้อมด้วยเหล่าคนสนใจเทคโนโลยีและงานออกแบบตบเท้ามาสัมผัสคึกคัก อาทิ อภิชัย ไล่สัตรูไกล และ กิตติรัตน์ ปิติพานิช สองผู้บริหารจากทีซีดีซี, ธนา เธียรอัจฉริยะ, ชลากรณ์ ปัญญาโฉม, ฐิติวุฒิ สุขพรชัยกุล, อุณาวรรณ ตั้งคารวคุณ, อรสิริ ลิ่วมโนมนต์, เบญจพร กำเพ็ชร, เกรียงกานต์ กาญจนะโภคิน, ดวงฤทธิ์ บุนนาค, แพรวา-ณิชาภัทร ฉัตรชัยพลรัตน์, ธิติ มหาโยธารักษ์, จงกล-วีกฤษฏิ์ พลาฤทธิ์, วัชระ เอมวัฒน์, ภาโรจน์ เด่นสกุล, จิรโรจน์ พจนาวราพันธุ์, ฮุย เวง ชอง เป็นต้น

ตื่นตาโลกดิจิทัลมีดีไซน์กลางกรุง

กิตติรัตน์ ปิติพานิช-อภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล-สมชัย เลิศสุทธิวงค์-ฮุย เวง ชอง

ได้เวลา สมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ขึ้นกล่าวว่า จากแนวความคิดดิจิทัล ฟอร์ ไทยของเอไอเอส ที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐในการพัฒนาและขับเคลื่อนประเทศไทยในยุคไทยแลนด์ 4.0 จึงอยากเปิดโอกาสให้คนไทยรุ่นใหม่และเหล่าครีเอเตอร์ที่มีไอเดียและแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานได้มีสถานที่ไว้บ่มเพาะความรู้ ต่อยอดความคิด สานฝันการสร้างธุรกิจของตนเองให้เป็นจริง จึงได้นำหัวใจหลักของบริษัทอย่าง อินโนเวชั่น และเทคโนโลยีต่างๆ บวกกับหัวใจของทีซีดีซีในเรื่องของไอเดียและความคิดสร้างสรรค์มาผนวกรวมกันจนเกิดเป็นโลกดิจิทัลแบบมีดีไซน์ หรือเอไอเอส ดี.ซี. คอมมูนิตี้ และศูนย์รวมพลังสร้างสรรค์ ด้านเทคโนโลยี ดีไซน์และธุรกิจ

ตื่นตาโลกดิจิทัลมีดีไซน์กลางกรุง

ดวงฤทธิ์ บุนนาค

โดยแบ่งเป็น 6 โซน ได้แก่ โค-สเปซ พื้นที่พบปะ พูดคุย แบ่งปันไอเดียและทำงานร่วมกับทีม พร้อมรวบรวมหนังสือและวารสารกว่า 10,000 เล่ม, มีทติ้งรูม ห้องประชุมที่เป็นส่วนตัว, ดี.ซี. โชว์เคส นิทรรศการแสดงนวัตกรรมสุดล้ำและเทรนด์ต่างๆ, คอมมูนิตี้ (สัมมนา/เวิร์กช็อป), ห้องสตูดิโอ เพื่อการสร้างสรรค์ พร้อมสิ่งอำนวย และมุมเพลย์กราวน์ ส่วนรายละเอียดค่าบริการติดตามได้ที่ Facebook Fanpage : AIS D.C. นอกจากนี้ ที่นี่ยังเป็นที่แรกในประเทศไทยและครั้งแรกของเอเชียที่เปิดโอกาสให้นักพัฒนาโปรแกรมและแอพเข้าถึง และทดสอบการเชื่อมต่อกับระบบการใช้งานเสมือนจริงช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานและพัฒนาธุรกิจใหม่ๆ ในอนาคตอีกด้วย

ยกคุณค่าจากยอดดอยสู่ชาวกรุง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/288528

ยกคุณค่าจากยอดดอยสู่ชาวกรุง

มาร่วมอุดหนุนสินค้าคุณภาพจากยอดดอยกันเถอะ

      มหกรรมสินค้าคุณภาพและยังช่วยพัฒนาชีวิตเกษตรกรบนยอดดอยเวียนมาอีกครั้ง เช่นเคย มูลนิธิโครงการหลวง ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) จัดแถลงข่าวการจัดงาน “โครงการหลวง” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ยกคุณค่าจากยอดดอย” หนึ่งในโครงการตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดย ม.จ.ภีศเดช รัชนี ประธานมูลนิธิโครงการหลวง พร้อมด้วยคณะผู้จัดงาน พิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด และ คุณหญิงสุจิตรา จิราธิวัฒน์ มงคลกิติ รองประธานกรรมการบริษัทกลุ่มเซ็นทรัล จำกัด ร่วมแจงรายละเอียด ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ บ่ายวันก่อน

ยกคุณค่าจากยอดดอยสู่ชาวกรุง

ม.จ.ภีศเดช รัชนี ทอดพระเนตรชมผลิตภัณฑ์

       ม.จ.ภีศเดช รัชนี ประธานมูลนิธิโครงการหลวง มีรับสั่งว่า การจัดงานแต่ละครั้งก็เพื่อพัฒนาด้านเกษตรกรรมบนพื้นที่สูง ลดปัญหาการทำไร่เลื่อนลอย การแผ้วถางป่า และการปลูกพืชเสพติดของชาวเขา ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาโครงการหลวงได้ศึกษาวิจัยการปลูกพืชเมืองหนาว เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรบนพื้นที่สูงมีรายได้ทดแทนการปลูกฝิ่น ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง

ยกคุณค่าจากยอดดอยสู่ชาวกรุงพิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา

       ด้าน พิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการใหญ่แห่งดอยคำ แนะนำสินค้าไฮไลท์ในปีนี้ที่ล้วนแต่เป็นผลผลิตที่มากด้วยคุณประโยชน์ อาทิ น้ำฟักข้าว และน้ำผลไม้รวม 60 เปอร์เซ็นต์ ผสมน้ำผึ้ง-ฮันนี่แก๊ก อุดมไปด้วยเบต้า-แคโรทีนและไลโคปีน พร้อมคุณประโยชน์จากน้ำผึ้ง มีวิตามินเอและซีสูง, น้ำมะขามป้อมและน้ำบ๊วยรวม 42 เปอร์เซ็นต์ ผสมน้ำผึ้งซึ่งมีวิตามินซีที่สูงจากมะขามป้อม, น้ำมะเขือเทศผสมน้ำผักรวม 99 เปอร์เซ็นต์-เวอร์จินแมรีผสานคุณค่าจากบีซีเอเอ พร้อมแอล-คาร์นิทีนมีส่วนในการเผาผลาญ ปลุกความสดชื่น กระปรี้กระเปร่า, มะม่วงผสมเสาวรสทาขนมปังเต็มรสชาติเนื้อผลไม้แท้ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ แบบไม่เติมน้ำตาล ผสมผสานความเปรี้ยวที่โดดเด่น, กาแฟผสมเห็ดหลินจือแดง, ชาขาว เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย ผู้สนใจสามารถชมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์โครงการหลวงกว่า 3,000 รายการได้ระหว่างวันที่ 4-14 สิงหาคมนี้ ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ยกคุณค่าจากยอดดอยสู่ชาวกรุง

ผลิตภัณฑ์จากร้านจิตรลดา ในมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9

ยกคุณค่าจากยอดดอยสู่ชาวกรุง

ลิ้นจี่อัญชันและมะม่วงผสมเสาวรสทาขนมปัง

ยกคุณค่าจากยอดดอยสู่ชาวกรุง

ข้าวกล้องเหลือง และ ข้าวกล้องไก่ป่า

ยกคุณค่าจากยอดดอยสู่ชาวกรุง

เหล่าเซเลบริตี้เชิญชวนอุดหนุนสินค้าโครงการหลวง

ส่งต่อความงามไม่สิ้นสุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/288471

ส่งต่อความงามไม่สิ้นสุด

ชิเซโด้ ส่งต่อความงามไม่สิ้นสุด

     ในโอกาสครบรอบการก่อตั้งปีที่ 145 ในประเทศญี่ปุ่น และ 45 ปีที่อยู่คู่ชาวไทย ชิเซโด้ แบรนด์ความงามสุดหรูจากญี่ปุ่น จัดเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่ในงาน “ดิ อินฟินีตี้ ออฟ บิวตี้” โดยเนรมิตห้องบอลรูม โรงแรมพาร์คไฮแอท กรุงเทพฯ เป็นงานกาล่าดินเนอร์หรูคลอเคล้าด้วยเสียงเพลงออเคสตราสุดไพเราะ พร้อมด้วยนิทรรศการบอกเล่าเรื่องราวของกลุ่มผลิตภัณฑ์ความงามอันโดดเด่นและครบวงจรของชิเซโด้ นับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน สื่อถึงความมุ่งมั่นในการส่งมอบความงามสู่ผู้หญิงที่ไม่มีวันสิ้นสุด

       ภายในงานจัดเต็มความบันเทิงหลากหลายรูปแบบทั้งบรรยากาศสุดรื่นรมย์กับบทเพลงพิเศษจากนักร้องคุณภาพ และการแสดงสุดเอ็กซ์คลูซีฟ นำโดยแบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุด “แต้ว” ณฐพร เตมีรักษ์ และเหล่าเซเลบริตี้ที่มาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างคับคั่ง อาทิ “ป๊อป” วราวุธ เลาหพงศ์ชนะ, “ส้ม” ชนัดดา จิราธิวัฒน์, “ก๊องส์” กรองกาญจน์-“พริม” พิมพิศา-“แพรว” พิชามญช์ ชมะนันทน์, “เล็ก” กรกนก ยงสกุล, “มิ้งค์” ณัฏฐิ์ประภา ชุณหะวัณ, “เฟย์” อรชุมา ดุรงค์เดช, “เปิ้ล” จริยดี สเปนเซอร์, “หมู” พัฒพงศ์-“หญิง” ปรียามล ธนวิสุทธิ์ ฯลฯ โดยมีสองผู้บริหาร ทัตสึกิ นากาโอะ และ “ซาร่า” วริศรา ไพรสานฑ์กุล ต้อนรับอย่างอบอุ่นเป็นกันเอง

ส่งต่อความงามไม่สิ้นสุด

ทัตสึกิ นากาโอะ – วริศรา ไพรสานฑ์กุล 

      “ซาร่า” วริศรา บอสสาวแห่งชิเซโด้ ไทยแลนด์ กล่าวว่า ชิเซโด้ เป็นแบรนด์ความงามที่ผสมผสานจิตวิญญาณตะวันออกกับความหรูหราแห่งตะวันตกไว้ได้อย่างกลมกลืน ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวอันโดดเด่น ตลอดระยะเวลา 145 ปีที่ผ่านมาและ 45 ปี ที่อยู่คู่ชาวไทย เรามุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์คุณภาพเพื่อความงาม โดยทุ่มเทและให้ความสำคัญกับศูนย์วิจัยชิเซโด้ รีเสิร์ช เซ็นเตอร์ ที่พร้อมสรรพไปด้วยเครื่องมือ และบุคลากรที่มีศักยภาพสูงในการค้นคว้าวิจัย คิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ออกสู่วงการความงามอย่างสม่ำเสมอ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้หญิงทั่วโลกทุกช่วงวัยได้อย่างครบวงจร

     งานนี้เซเลบผิวสวยยังร่วมเผยถึงไอเทมชิ้นสำคัญที่อยู่คู่กายมายาวนาน เริ่มต้นด้วยสาวบุคลิกดี “เล็ก”       กรกนก เผยว่าไอเทมความงามที่ขาดไม่ได้เลยคือครีมกันแดด เนื่องจากแดดในประเทศไทยค่อนข้างรุนแรง แม้ว่าจะไม่ใช่คนดำง่าย แต่ด้วยไลฟ์สไตล์ที่ชอบออกกำลังกาย และทำกิจกรรมเอาท์ดอร์ ก็ต้องใช้ครีมกันแดดเป็นประจำ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดฝ้า กระ และยังต้องเสริมด้วยการมาสก์หน้าเพื่อช่วยให้ผิวหน้าสดชื่น

      ด้านสาวสวย “เฟย์” อรชุมา บอกว่า เป็นคนที่ดูแลผิวพรรณตลอด ซึ่งเซรั่มเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ เพราะเป็นสิ่งที่ใช้แล้วเห็นผลชัดเจนที่สุด ขณะที่สาวมากความสามารถ “เปิ้ล” จริยดี เผยว่า เป็นคนผิวแพ้แดด แต่ชอบตีกอล์ฟมากๆ จึงต้องพกครีมกันแดดตลอดเวลา เพราะถึงจะไม่สามารถปกป้องผิวจากกระ ฝ้าได้ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ช่วยได้ในระดับหนึ่ง

เช็กอินความสุนทรีย์ในห้องพัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/288163

เช็กอินความสุนทรีย์ในห้องพัก

ฟาร์มกรุ๊ปนำทีมแกลเลอรี่ชื่อดังของไทย มาร่วมเนรมิตห้องพักของโรงแรมใจกลางกรุง

  หลังสร้างความว้าวว…กับนิทรรศการที่รวบรวมและแสดงงานศิลปะภายในห้องพัก โรงแรม “ฟาร์มกรุ๊ป” บริษัทผู้ให้คำปรึกษาด้านครีเอทีฟดีไซน์ หนึ่งในองค์กรที่ทุ่มเทเพื่อวงการศิลปะ ยังคงเอาใจผู้หลงใหลงานศิลปะอย่างต่อเนื่องกับงาน “โฮเทล อาร์ต แฟร์ แบงค็อก 2017″ ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 4 ที่โรงแรม Volve Hotel Bangkok สุขุมวิท 53 โดยได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นำทีมแกลเลอรี่ชื่อดังของไทยกว่า 30 แห่งทั่วประเทศ มาร่วมเนรมิตห้องพักของโรงแรมใจกลางกรุง พร้อมโชว์งานศิลปะที่รังสรรค์เพื่องานนี้มาให้เหล่านักสะสมและผู้ชื่นชอบงานศิลปะได้ชื่นชมท่ามกลางบรรยากาศเป็นกันเอง อีกทั้งยังเป็นการยกระดับวงการศิลปะของประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น

   ไอเดียสุดบรรเจิดเพียงนี้ดึงดูดให้เหล่าเซเลบริตี้และคอศิลปะตบเท้าร่วมงานกันอย่างหนาตา อาทิ  ม.ล.กอกฤษต กฤดากร, ดร.อภินันท์ โปษยานนท์, ดวงฤทธิ์-วีรฎา บุนนาค, พิชัย จิราธิวัฒน์, พีระพล ทองศรี, วรทิตย์ เครือวาณิชกิจ, วสันต์ ผึ่งประเสริฐ, จิตต์สิงห์ สมบุญ, ไผทวัฒน์ จ่างตระกูล, สายสาร์ อัมระนันทน์, พอล สุจริตกุล, ปิยทัต เหมทัต, พอล สิริสันต์, นีโน่ สุวรรณี สาระบุตร, เพชร-ภูรัตน์ โอสถานุเคราะห์, นิธิ สถาปิตานนท์, ไพบูลย์-อิงฟ้า ดำรงชัยธรรม เป็นต้น

   ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรม ททท. กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า เพื่อเป็นการส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศได้สัมผัสกับประสบการณ์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่แตกต่างจากการจัดแสดงงานศิลปะทั่วไป และยังเป็นการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก การจัดงานครั้งนี้ไม่เพียงจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบงานศิลปะ ยังเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์ให้ศิลปินไทยเป็นที่รู้จักมากขึ้นด้วย

เช็กอินความสุนทรีย์ในห้องพัก

ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์

   ด้าน วรทิตย์ เครือวาณิชกิจ ผู้บริหาร ฟาร์มกรุ๊ป เผยความตั้งใจว่า อยากให้ประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสสัมผัสกับงานศิลปะอย่างใกล้ชิดมากขึ้น ซึ่งตลอดการจัดงานที่ผ่านมาทั้ง 3 ครั้งต้องยกความดีความชอบให้แก่แกลเลอรี่และศิลปินที่เข้าร่วมงานทุกคน เป็นส่วนประกอบที่สำคัญที่ทำให้งานประสบความสำเร็จ และสำหรับปีนี้ได้พันธมิตรอย่างโรงแรม Volve Hotel Bangkok สุขุมวิท 53 ซึ่งเป็นดีไซน์โฮเทลใจกลางเมืองที่มีแนวคิดตรงกันในการสนับสนุนศิลปินไทยอยู่แล้ว ทุกอย่างจึงค่อนข้างลงตัวทั้งสถานที่และคอนเซ็ปต์การจัดงาน หวังว่าทุกคนที่มาร่วมงานจะได้รับความรู้ ความบันเทิง และช่วยกันสนับสนุนศิลปิน นักออกแบบ และแกลเลอรี่ไทย ด้วยเชื่อว่าศิลปะจะสร้างความสุนทรีย์ ความรัก และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้

เช็กอินความสุนทรีย์ในห้องพัก

ดร.อภินันท์ โปษยานนท์-ไผทวัฒน์ จ่างตระกูล-วรทิตย์ เครือวาณิชกิจ

พลังงานชุมชนเพื่อพลังงานที่ยั่งยืน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/287950

พลังงานชุมชนเพื่อพลังงานที่ยั่งยืน

พลังงาน, คมชัดลึก, สุดยอดคนพลังงาน

ช่วยกันอนุรักษ์พลังงานกันเถอะ

     ปัญหาภาวะขาดแคลนพลังงานเป็นปัญหาที่ทุกประเทศต่างประสบในขณะนี้ ความต้องการใช้พลังงานทางด้านอุปโภคปริโภคที่มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น แต่แหล่งพลังงานตามธรรมชาติก็ลดน้อยลงทุกขณะ  ทว่าในแง่ของผู้บริโภคทั่วไปนั้น ทางหนึ่งในการอนุรักษ์พลังงานก็คือ การวางแผนการใช้ และประหยัดเท่าที่จะทำได้ โดยต้องเน้นที่การใช้พลังงานเพื่อให้เกิดประโยชน์ได้อย่างสูงสุด จะช่วยลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นในครัวเรือนออกไปได้เป็นอย่างดี กระทรวงพลังงานเห็นถึงความสำคัญของภาคประชาชนที่ยังขาดความรู้ความเข้าใจ บวกกับทัศนคติเกี่ยวกับเรื่องพลังงานเป็นเรื่องไกลตัว จึงหวังที่จะสร้างสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้น โดยการจัด “โครงการวางแผนพลังงานชุมชน” ให้ตอบสนองความต้องการของประชาชน พร้อมนำเอาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาเป็นแนวทางในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน รวมไปถึงสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการจัดการพลังงานและแผนงบประมาณในท้องถิ่นให้เกิดประสิทธิผล

พลังงานชุมชนเพื่อพลังงานที่ยั่งยืน

กณพงศ์ เทพากรณ์

    กณพงศ์ เทพากรณ์ ผอ.สำนักส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน เผยถึงโครงการแผนพลังงานชุมชนว่าเป็นการจัดทำร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการมาให้ความรู้เกี่ยวกับพลังงาน เรียนรู้ในชุมชนว่ามีความเกี่ยวข้องกับพลังงานอย่างไรบ้าง เช่น แกลบ สามารถที่จะนำมาทำในเรื่องของพลังงานได้อย่างไรบ้าง เมื่อมีการให้ความรู้ก็จะมีการพาไปศึกษาดูงานเพื่อนำมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ได้มากยิ่งขึ้น

พลังงานชุมชนเพื่อพลังงานที่ยั่งยืน

เสรี กังวานกิจ

    ในทัศนะของ เสรี กังวานกิจ พลังงานจังหวัดสุพรรณบุรี ระบุว่า โครงการนี้นอกจากจะให้ความสำคัญกับเรื่องพลังงานแล้ว ยังถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการที่จัดขึ้นมาให้มีความสอดคล้องกับความต้องการของรัฐบาลอย่างไทยแลนด์ 4.0 เนื่องจากเป็นโครงการที่ชาวบ้านมีการลงทุนน้อยแต่ได้มูลค่าที่เพิ่มขึ้น ฉะนั้นพลังงานคือต้นทุนอีกตัวหนึ่งที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้ เช่น หากต้องการเปลี่ยนพลังงานไม่ใช้ฟอสซิล น้ำมัน หรือแก๊ส มาใช้ฟืนแทน ก็ถือได้ว่าเป็นการลดพลังงานและลดค่าใช้จ่ายอีกหนึ่งทางด้วย

พลังงานชุมชนเพื่อพลังงานที่ยั่งยืน

คารม คงปรีพันธุ์

       ด้าน คารม คงปรีพันธุ์ อาสาสมัครพลังงานของตำบลพลับพลาไชย อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี หนึ่งในตัวแทนชุมชนที่ร่วมผลิตและออกแบบแผนพลังงานถ่านไบโอชาร์ หรือ ถ่านชีวภาพที่ผลิตจากชีวมวล เช่น วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรหรือจากวัสดุต่างๆ ที่ไม่ใช้แล้ว เผยว่า ถ่านไบโอชาร์มีคุณสมบัตินำไปใช้ในเรื่องของเกษตรได้ เพราะว่าการอบถ่านไบโอชาร์จะอบอยู่ที่ไม่เกิน 500 องศาเซลเซียส นั่นคือจะมีก๊าซคาร์บอน หรือแร่ธาตุอื่นๆ อยู่ในเนื้อของไม้หรือหรือวัสดุที่นำมาเผาเป็นถ่านสามารถเพิ่มผลผลิตและปรับสภาพดินทางการเกษตรได้ นอกจากนี้ยังสามารถนำถ่านไบโอชาร์มาใช้แทนปุ๋ยคอกได้ โดยการนำผงถ่านไบโอชาร์มาผสมกับปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก เมื่ออยู่ในดินจะมีประโยชน์ต่อตัวพืช เพราะจะมีจุลินทรีย์ธาตุอาหารแทรกซึมเข้าไปในดิน และสามารถทำให้อากาศเข้าไปในดินได้อย่างง่ายดาย

พลังงานชุมชนเพื่อพลังงานที่ยั่งยืน

ถ่านอัดแท่ง

         ทั้งนี้ เนื่องในวาระครบรอบ 10 ปีโครงการพลังงานชุมชน สำนักส่งเสริมการมีส่วนร่วม กระทรวงพลังงาน ได้มีการจัดกิจกรรมพิเศษเพื่ออาสาสมัครพลังงานชุมชน วิสาหกิจชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีผลงานด้านการพัฒนาขยายผลพลังงานชุมชนร่วมกับสำนักงานพลังงานจังหวัดทั่วประเทศ โดยมีการคัดเลือกและมอบรางวัล “สุดยอดคนพลังงาน” ผ่านแนวคิด “พลังงานสร้างคน คนสร้างพลังงานยั่งยืน” ประจำปี 2560 ในระดับจังหวัด ระดับภูมิภาค และระดับประเทศ สำหรับผู้ที่ได้รับรางวัลระดับภาค และสำนักงานพลังงานจังหวัดจะได้รับเชิญเข้าร่วมในพิธีมอบรางวัล “สุดยอดคนพลังงาน” ระดับประเทศต่อไป อีกทั้งภายในงานยังจัดให้มีกิจกรรมโอเพ่นเฮ้าส์ “กิจกรรมเปิดบ้าน…พลังงานชุมชน” อีกด้วย โดยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-17 กันยายนนี้ ที่ห้องไดมอนด์ ศูนย์การค้าเซียร์รังสิต

“อิ่มจัง”ตามแนวพระราชดำริ “พอเพียง”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/287942

“อิ่มจัง”ตามแนวพระราชดำริ “พอเพียง”

กิจกรรมดีๆที่พัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยให้ดีขึ้น

       ไม่เพียงมุ่งเน้นธุรกิจให้ประสบความสำเร็จเท่านั้น แต่ โออิชิ กรุ๊ป ยังใส่ใจพัฒนาสังคมให้เติบโตอย่างยั่งยืนควบคู่กันไป ล่าสุด นงนุช บูรณะเศรษฐกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และพนักงานโออิชิ ลงพื้นที่จัดกิจกรรม “อิ่มจัง” ครั้งพิเศษ ที่โรงเรียนธารทิพย์ จ.เชียงราย ซึ่งเป็นโรงเรียนการกุศลสงเคราะห์แบบกินนอน ภายใต้การอุปการะของพระครูพิพัฒน์ศีลาจารย์ หรือ หลวงปู่ดิลก ประธานกรรมการมูลนิธิธารทิพย์-ธารธรรม เพื่อให้โอกาสทางการศึกษาขั้นพื้นฐานแก่เด็กบนพื้นที่สูง และปลูกฝังจริยธรรม บ่มเพาะให้เด็กๆ เติบโตไปเป็นคนดีมีคุณธรรมในสังคม นอกจากการจัดเลี้ยงมื้อพิเศษและกิจกรรมสันทนาการต่างๆ แล้ว โออิชิ ยังสนับสนุนการสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรที่มีอยู่ โดยจัดโครงการ “สวนผัก อิ่มจัง” ซึ่งน้อมนำแนวพระราชดำริ “เศรษฐกิจพอเพียง” มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับสภาพความเป็นอยู่ โดยให้เด็กๆ แบ่งกลุ่มกันปลูกพืชผักปลอดสารพิษ เพื่อนำผลผลิตที่ได้ไปประกอบอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ อีกทั้งยังเป็นการสอนให้รู้จักพึ่งพาตัวเอง สร้างวินัย ความสามัคคี และรู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์อีกด้วย

"อิ่มจัง"ตามแนวพระราชดำริ "พอเพียง"

นงนุช บูรณะเศรษฐกุล ร่วมปลูกผักกับน้องๆ

        นงนุช บูรณะเศรษฐกุล เผยว่า ด้วยปณิธานที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยให้ดีขึ้น นโยบายด้านความรับผิดชอบต่อสังคม ของโออิชิ กรุ๊ป จึงอยู่ภายใต้แกนหลัก โครงการ “ให้” เป็นการสนับสนุนและช่วยเหลือสังคมด้านคุณภาพชีวิตและการศึกษา ตลอดจนการปลูกฝังและเสริมสร้างคุณธรรม เพื่อสังคมที่น่าอยู่ โดยมุ่งเน้นให้ความช่วยเหลือแก่เยาวชนผู้ด้อยโอกาส และผู้ประสบภัยพิบัติต่างๆ อย่างเร่งด่วน โครงการ “อิ่มจัง” เป็นรูปแบบหนึ่งของการ “ให้” จุดเริ่มต้นของโครงการนี้เกิดจากแนวคิดที่อยากแบ่งปันอาหาร-เครื่องดื่มในเครือโออิชิให้แก่ผู้ด้อยโอกาส พร้อมต่อยอดการปลูกฝังและเสริมสร้างคุณธรรมผ่านกิจกรรมสันทนาการที่สนุกและสร้างสรรค์

"อิ่มจัง"ตามแนวพระราชดำริ "พอเพียง"

กิจกรรมสันทนาการ

"อิ่มจัง"ตามแนวพระราชดำริ "พอเพียง"

    “รูปแบบของโครงการคือ การเลี้ยงอาหารมื้อพิเศษให้แก่เด็กๆ ผู้ด้อยโอกาส พร้อมมุ่งปลูกฝังและเสริมสร้างคุณธรรมให้แก่เยาวชน โดยเฉพาะในเรื่องความซื่อสัตย์ ซึ่งเป็นค่านิยมหลักขององค์กร เพราะเชื่อว่าความซื่อสัตย์เป็นจุดเริ่มต้นของความดีทุกอย่าง ผ่านการจัดกิจกรรมสันทนาการ อาทิ การแสดงละครนิทานแฝงคติธรรม กิจกรรมสอนประดิษฐ์ดินสอ การประกวดเขียนเรียงความในหัวข้อ เด็กดี…ต้องซื่อสัตย์ ชิงรางวัลทุนการศึกษา และสำหรับกิจกรรมอิ่มจังครั้งนี้ มีการจัดทำ สวนผัก อิ่มจัง เพื่อกระตุ้นให้เด็กๆ มีส่วนร่วมในการสร้างชุมชน พึ่งพาตัวเอง เรียนรู้การทำงานเป็นทีม ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ซึ่งเราคาดหวังว่าโครงการนี้จะช่วยจุดประกายให้น้องๆ เป็นเด็กดี มีคุณธรรม เพราะพวกเขาเหล่านั้นจะเป็นอนาคตสำคัญของสังคมและประเทศชาติต่อไป” นงนุช ย้ำปณิธานขององค์กร