รู้ไหมว่า? สีลิ้นบอกโรคได้ เปิดความหมายของสีลิ้นแต่ละสีบ่งบอกถึงอะไร? 

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/578088

รู้ไหมว่า? สีลิ้นบอกโรคได้ เปิดความหมายของสีลิ้นแต่ละสีบ่งบอกถึงอะไร? 

รู้ไหมว่า? สีลิ้นบอกโรคได้ เปิดความหมายของสีลิ้นแต่ละสีบ่งบอกถึงอะไร? 

27 มิ.ย. 2567

ลองแลบลิ้น ออกมาดูซิว่าตอนนี้ลิ้นของเราสีอะไร? แล้วรู้ไหมว่าสีลิ้นของเราบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นกับร่างกาย บางสีถึงขั้นเป็นอันตรายต่อชีวิต เปิดอาการความหมายของสีลิ้นแต่ละสีบ่งบอกถึงอะไร?  พร้อมแนะนำวิธีการดูแลตนเองเมื่อสีลิ้นเปลี่ยนไป

ลิ้นเป็นอวัยวะสำคัญที่ช่วยในการเคี้ยวและกลืนอาหาร ช่วยรับรสชาติ อีกทั้งยังช่วยในการพูดหรือการออกเสียงให้ชัดเจน แต่รู้ไหมว่าสีลิ้นบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นกับร่างกาย โดยสีลิ้นปกติหรือลิ้นสุขภาพดีมักมีสีชมพูเข้มหรืออ่อน หากสีลิ้นเปลี่ยนเป็นสีอื่น ๆ เช่น สีขาว สีแดง สีน้ำเงิน อาจหมายถึงปัญหาสุขภาพบางอย่าง ซึ่งความหมายของสีลิ้นแต่ละสีก็บ่งบอกถึงถึงอาการเกี่ยวกับสุขภาพของเราได้ โดยสีลิ้นอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่สาเหตุของอาการ เช่น การสูบบุหรี่ สุขอนามัยภายในช่องปากไม่ดี การติดเชื้อภายในช่องปาก นอกจากนี้ การสังเกตสีลิ้นอาจบ่งบอกถึงสัญญาณของอาการที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิต เช่น ภาวะขาดแคลนออกซิเจนในเลือด การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับลิ้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุและวิธีการรักษาอย่างถูกวิธีต่อไป 

รู้ไหมว่า? สีลิ้นบอกโรคได้ เปิดความหมายของสีลิ้นแต่ละสีบ่งบอกถึงอะไร? 

ลิ้นบอกโรคได้เปิด 7 อาการสีลิ้นแบบไหน? บอกโรคอะไรได้บ้าง?

ลิ้นสุขภาพดี จะต้องมีสีชมพูอ่อน ปกคลุมไปด้วยปุ่มเล็ก ๆ และจะต้องไม่มีสีที่เข้ม หรือจุดผิดปกติใดๆ อยู่บนลิ้น รวมทั้งไม่มีอาการเจ็บหรือแสบ ดังนั้นจึงควรดูแลสุขภาพช่องปากให้สะอาดอยู่เสมอ เพื่อที่เราจะได้สังเกตเห็นความผิดปกติที่ลิ้นได้ชัดเจนขึ้น และถ้าพบความผิดปกติเหล่านี้แล้วไม่มั่นใจก็อย่ามัวแต่เก็บเงียบไว้ ไปตรวจเพื่อความแน่ใจ  โดยสีลิ้นอาจเปลี่ยนแปลงไปเนื่องจากอาหารหรือเครื่องดื่มที่กินเข้าไป โดยปุ่มลิ้น (Papillae) ที่กระจายอยู่ทั่วลิ้นอาจดูดซึมสีของอาหารหรือเครื่องดื่มที่กินเข้าไป ซึ่งอาจส่งผลให้สีลิ้นเปลี่ยนไป เช่น การดื่มกาแฟอาจทำให้ลิ้นเปลี่ยนเป็นสีดำหรือสีน้ำตาล

โดยสีลิ้นที่เปลี่ยนไปเนื่องจากการกินอาหารหรือเครื่องดื่มมักเกิดขึ้นชั่วคราว และอาจหายไปได้ด้วยการดื่มน้ำหรือทำความสะอาดช่องปากเพื่อขจัดคราบอาหารและสีที่ติดอยู่ให้หลุดไป อย่างไรก็ตาม หากทำความสะอาดแล้วแต่สีลิ้นยังคงอยู่ อาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพบางอย่าง โดยสีลิ้นแต่ละสีอาจมีความหมายต่างกัน

รู้ไหมว่า? สีลิ้นบอกโรคได้ เปิดความหมายของสีลิ้นแต่ละสีบ่งบอกถึงอะไร? 

1. ลิ้นสีขาว

สีลิ้นอาจเปลี่ยนเป็นสีขาวทั่วทั้งลิ้น เป็นเส้น หรือเป็นฝ้าสีขาวบนลิ้น โดยส่วนใหญ่แล้ว ลิ้นเป็นฝ้าสีขาวมักเป็นอาการของการมีแบคทีเรีย คราบอาหาร หรือเซลล์ที่ตายแล้วเกาะอยู่บนลิ้น นอกจากนี้ ลิ้นสีขาวอาจเป็นสัญญาณของโรคบางอย่าง เช่น การติดเชื้อราในปาก โรคไลเคน พลานัสในปาก ซิฟิลิส ไข้ไทฟอยด์ และกรดไหลย้อน ทั้งนี้ หากลิ้นมีสีขาวอาจเป็นรอยโรคฝ้าขาว (Leukoplakia) ซึ่งนอกจากจะเกิดจากการระคายเคืองที่ลิ้นแล้ว ยังอาจเป็นสัญญาณก่อนเกิดโรคมะเร็งอีกด้วย

2. ลิ้นสีเหลือง

คราบสีเหลืองบนลิ้นมักเกิดจากการเพิ่มขึ้นของแบคทีเรีย เนื่องจากการไม่ดูแลรักษาความสะอาดภายในช่องปากหรือการสูบบุหรี่ นอกจากนี้ ลิ้นสีเหลืองอาจเกิดจากสาเหตุอื่น เช่น ปากแห้ง โรคสะเก็ดเงิน ดีซ่าน และการใช้ยาบางชนิด เช่น ธาตุเหล็ก ยาคุมกำเนิด ยาที่ใช้ในการทำเคมีบำบัด โดยสาเหตุเหล่านี้อาจทำให้สีลิ้นเปลี่ยนเป็นสีอื่นนอกจากสีเหลือง เช่น ลิ้นสีส้ม ลิ้นสีเขียว

3. ลิ้นสีแดง

หากสีลิ้นเปลี่ยนเป็นสีแดงหรือมีคราบสีแดงปรากฏขึ้นบนลิ้น อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงอาการขาดวิตามินบี หรืออาการของลิ้นลายแผนที่ อย่างไรก็ตาม หากมีลิ้นสีแดงร่วมกับอาการบวม ลิ้นเป็นปุ่มขรุขระ อาจเป็นสัญญาณของอาการที่อาจเป็นอันตราย เช่น การแพ้อาหารหรือแพ้ยา ไข้อีดำอีแดง มะเร็งลิ้น และโรคคาวาซากิ 

4. ลิ้นสีดำ

ลิ้นสีดำเป็นสีลิ้นที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ โดยสาเหตุอาจเกิดจากการมีสุขอนามัยภายในช่องปากไม่ดี การสูบบุหรี่ การฉายรังสี และยาบางชนิด เช่น ยาบิสมัท ซับซาลิไซเลต (Bismuth Subsalicylate) ยาด็อกซีไซคลิน (Doxycycline) ยาเพนิซิลลิน (Penicillin) โดยผู้ที่มีลิ้นสีดำมักมีขนเกิดขึ้นบนลิ้นร่วมด้วย โดยลิ้นเป็นขนอาจเกิดจากการสะสมตัวของคราบอาหารและคราบเคราตินบนลิ้น โดยเคราตินเป็นโปรตีนที่พบได้ในผม ผิวหนัง และเล็บ ซึ่งอาจส่งผลให้ลิ้นเป็นขนและมีสีดำ

5. ลิ้นสีเทา

ลิ้นสีเทาอาจเป็นสัญญาณของปัญหาเกี่ยวกับการย่อยอาหาร แผลในกระเพาะอาหาร หรือโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Eczema) นอกจากนี้ ลิ้นสีเทาอาจเกิดขึ้นในผู้ที่มีลิ้นลายแผนที่ โดยคราบสีเทาหรือสีขาวอาจปรากฏขึ้นบริเวณขอบของรอยหรือจุดแดงบนลิ้นได้

6. ลิ้นสีม่วง

ลิ้นสีม่วงเป็นสีลิ้นที่พบได้น้อย โดยคราบสีม่วงบนลิ้นอาจเป็นอาการบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพต่าง ๆ เช่น ร่างกายขาดวิตามินบี 2 การไหลเวียนเลือดไม่ดี โรคหัวใจ และโรคคาวาซากิ

7. ลิ้นสีน้ำเงิน

หากสีลิ้นเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน อาจเป็นอาการของการมีออกซิเจนภายในเลือดต่ำ โดยอาการนี้อาจส่งผลให้เล็บ ผิวหนัง ริมฝีปาก หรือลิ้นเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน ซึ่งอาจเกิดจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น การสำลักอาหาร โรคหัวใจ โรคปอด โรคทางเดินหายใจ ทั้งนี้ หากมีลิ้นสีน้ำเงินเกิดขึ้น ร่วมกับอาการอื่น ๆ เช่น ไอ มึนศีรษะ เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาทันทีเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิต

รู้ไหมว่า? สีลิ้นบอกโรคได้ เปิดความหมายของสีลิ้นแต่ละสีบ่งบอกถึงอะไร? 

วิธีการดูแลตนเองเมื่อสีลิ้นเปลี่ยนไป

สาเหตุส่วนใหญ่ที่อาจส่งผลให้สีลิ้นเปลี่ยนไปมักเกิดจากการมีสุขอนามัยภายในช่องปากที่ไม่ดี ดังนั้น การรักษาความสะอาดภายในช่องปากอาจช่วยให้สีลิ้นกลับมาเป็นปกติได้ โดยวิธีการดูแลช่องปากให้สะอาดสามารถทำได้หลายวิธี เช่น ใช้แปรงสีฟันทำความสะอาดลิ้นทุกวัน โดยเริ่มจากการแลบลิ้น และใช้แปรงทำความสะอาดให้ทั่วลิ้นจากด้านในออกสู่ด้านนอก การแปรงลิ้นอาจช่วยให้คราบอาหารและคราบแบคทีเรียที่เกาะอยู่หลุดออกจากลิ้นได้ แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง และใช้น้ำยาบ้วนปากที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์วันละ 1 ครั้ง ใช้ไหมขัดฟันเพื่อทำความสะอาดตามซอกฟันวันละ 1 ครั้ง หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่หรือการใช้ยาสูบ ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ไปพบทันตแพทย์ทุก ๆ 6 เดือนเพื่อตรวจฟัน และตรวจปัญหาอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นภายในช่องปาก ทั้งนี้ ควรปรึกษาแพทย์หากสีลิ้นยังคงไม่กลับมาเป็นสีปกติหลังจากการดูแลสุขอนามัยภายในช่องปาก หรือลิ้นมีขนาดหรือรูปร่างที่เปลี่ยนแปลงไป โดยแพทย์อาจวินิจฉัยหาสาเหตุและรักษาตามความเหมาะสมต่อไป

รู้ไหมว่า? สีลิ้นบอกโรคได้ เปิดความหมายของสีลิ้นแต่ละสีบ่งบอกถึงอะไร? 

อ้างอิงข้อมูล- pobpad / chiangmai-hospital 

PARAGON HALL ทรานสฟอร์มครั้งใหญ่ ดันไทยเป็น World Class Event Hub ดึง นทท.

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/578082

PARAGON HALL ทรานสฟอร์มครั้งใหญ่ ดันไทยเป็น World Class Event Hub ดึง นทท.

PARAGON HALL ทรานสฟอร์มครั้งใหญ่ ดันไทยเป็น World Class Event Hub ดึง นทท.

27 มิ.ย. 2567

“PARAGON HALL” ปรับโฉมครั้งยิ่งใหญ่ เนรมิตอัศจรรย์ประสบการณ์อีเวนต์และความบันเทิงระดับโลก ร่วมผลักดันให้ไทย เป็น World Class Event Hub ดึงนักท่องเที่ยวทั่วโลก

สยามพารากอน  ประกาศความสำเร็จอีกก้าวของการเดินหน้า  ทรานสฟอร์มโครงการแลนด์มาร์คระดับโลกใจกลางมหานครกรุงเทพ ย้ำภาพลักษณ์ในฐานะจุดหมายปลายทางสำคัญระดับโลก (Global Landmark Destination) ยกระดับ “PARAGON HALL” รูปโฉมใหม่ ภายใต้คอนเซปต์ “Extraordinary Eventainment” ปักหมุดศูนย์กลางของสถานที่จัดงานอีเวนต์และความบันเทิงระดับโลกใจกลางมหานครกรุงเทพ ร่วมผนึกกำลังพันธมิตรทางธุรกิจอุตสาหกรรม MICE เอนเตอร์เทนเม้นต์ รังสรรค์ Special Event และการแสดงระดับชั้นนำของโลก อัดแน่นตลอดครึ่งปีหลังของปี 2567 นี้  โดยคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้เติบโตขึ้นกว่า 30% จากปีที่ผ่านมา ด้วยยอดจองพื้นที่เต็ม 100% พร้อมร่วมผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางแห่งความบันเทิง (World Class Event Hub) รองรับรูปแบบการจัดงานหลากหลาย ดึงอีเวนต์สำคัญระดับโลกสู่ประเทศ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

PARAGON HALL ทรานสฟอร์มครั้งใหญ่ ดันไทยเป็น World Class Event Hub ดึง นทท.

นางกฤษณา จรรยาสกุลวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามอัลไลแอนซ์ แมเนจเม้นท์ จำกัด ผู้นำธุรกิจบริหารศูนย์การประชุมและการแสดงระดับโลก กล่าวว่า “ความสำเร็จของ PARAGON HALL ตลอดระยะเวลา 18 ปีที่ผ่านมา นับเป็นศูนย์กลางความบันเทิงและงานอีเวนต์ระดับโลก(Entertainment and Events World Class Venue) หนึ่งเดียวในประเทศไทยที่สมบูรณ์แบบ โดยได้รับความไว้วางใจจากองค์กรภาครัฐและเอกชนของไทยและจากนานาชาติ ออแกไนเซอร์ผู้จัดงาน ศิลปินผู้จัดงานแสดง และแบรนด์สินค้าต่างๆ ที่เข้ามาร่วมสร้างสรรค์การจัดงาน และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยมาแล้วกว่า 2,000 งาน สร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับประเทศได้กว่า 20,000 ล้านบาท  อีกทั้งสามารถส่งมอบสุดยอดประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมายสร้างคุณค่าแห่งการใช้ชีวิตแก่ผู้เยี่ยมชม และครองใจผู้จัดงานด้วยบริการมาตรฐานระดับเวิลด์คลาสการันตีด้วยรางวัลอันทรงคุณค่าจากองค์กรชั้นนำมากมาย”

นางกฤษณา จรรยาสกุลวงศ์

นางกฤษณา จรรยาสกุลวงศ์

คอนเซ็ปต์ใหม่ที่ยิ่งใหญ่ “Extraordinary Eventainment” อัศจรรย์ประสบการณ์อีเวนต์และความบันเทิงระดับโลก การทรานสฟอร์ม PARAGON HALL ภายใต้คอนเซปต์ “Extraordinary Eventainment” มุ่งนำเสนออัศจรรย์ประสบการณ์อีเวนต์และความบันเทิงระดับโลกให้กับผู้มาเยี่ยมชมอย่างเหนือความคาดหมาย ยกระดับสถานที่รองรับรูปแบบการจัดงานอีเวนต์มาตรฐานโลกใจกลางเมือง ที่สามารถมอบความพิเศษทั้งประสบการณ์ไมซ์และความบันเทิงไว้ในที่เดียวอย่างสมบูรณ์แบบ เสริมแกร่งด้วยจุดแข็งที่แตกต่าง อาทิ

  •  Venue มีมาตรฐานระดับโลก การันตีด้วยรางวัลระดับนานาชาติ และเป็น Carbon Neutral Venue แห่งเดียวในประเทศไทย ที่สร้างมาตรฐานการจัดงานระดับสากล ด้วยการขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน ช่วยยกระดับภาพลักษณ์การจัดงานที่ดีให้กับทุกภาคส่วน
  • รองรับทุก Function การจัดงานอีเวนต์ได้หลากหลาย ด้วยระบบที่ดีเยี่ยมสมบรูณ์แบบ อาทิ ผนังกั้น ฮออล์แบบ Soundproof Partitions ที่สามารถปรับขนาดพื้นที่ได้ตามความต้องการ พร้อมออกแบบไฟเพดานแบบ Tunable white เป็นระบบ Smart Lighting ที่สามารถเปลี่ยนอุณหภูมิสีและแสงได้ตั้งแต่ขาวสลัวจนถึงสว่างจ้าและผนังฮอลล์ยังตกแต่งด้วยเส้นไฟที่สามารถปรับสีได้ตาม Mood & Tone ของงาน ตอบโจทย์ผู้จัดงาน สร้างบรรยากาศงานได้หลากหลาย
  • ศักยภาพอันแข็งแกร่งของสถานที่ตั้งในสยามพารากอน แลนด์มาร์คระดับโลกใจกลางกรุงเทพฯ  ที่มีผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกมาเยือนมากที่สุดแห่งหนึ่ง
  • ตอกย้ำจุดหมายปลายทางของสถานที่จัดงานใจกลางเมือง ที่สามารถมอบประสบการณ์ความพิเศษ All-inclusive Luxury ทั้งการช้อปปิ้ง การรับประทานอาหาร การชม Attraction เติมเต็มระบบอีโคซิสเต็มของการจัดงานอีเวนต์และความบันเทิงให้กับผู้มาเยี่ยมชมได้อย่างสมบูรณ์แบบทุกมิติ
  • ทีมงานมากด้วยความรู้และประสบการณ์แข็งแกร่งผ่านการรับรองคุณวุฒิ จากสมาคมและสมาพันธ์ธุรกิจไมซ์ระดับโลก พร้อมการให้บริการแบบ Premiumized Service เทียบเท่าโรงแรม 5 ดาว เป็น The Trusted Partner ที่จะช่วยเป็นแรงสนับสนุนให้ทุกงานของลูกค้าประสบความสำเร็จสูงสุด

“การปรับโฉม Paragon Hall ในครั้งนี้ จะสร้างปรากฏการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจมากกว่าเดิม รองรับการสร้างสรรค์อีเวนต์สำคัญในรูปแบบใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม และเราจะร่วม co-create กับพันธมิตรทางธุรกิจผู้จัดงานต่างๆ รังสรรค์งานระดับ Global Events มุ่งมั่นที่จะผสมผสานความอัศจรรย์แปลกใหม่และสานจินตนาการให้ทุกอย่างเป็นจริงได้ จึงแน่ใจได้ว่าทุกครั้งที่เข้ามาสัมผัสพื้นที่แห่งนี้จะเต็มไปด้วยประสบการณ์เหนือความคาดหมายอย่างไม่เคยมีมาก่อน  โดยวางหมุดหมายให้ PARAGON HALL สามารถสร้างประสบการณ์แบบ Extraordinary Eventainment ซึ่งจะเป็นแม่เหล็กสำคัญในการสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ และสร้างการเติบโตให้กับทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน” นางกฤษณา กล่าว

PARAGON HALL ทรานสฟอร์มครั้งใหญ่ ดันไทยเป็น World Class Event Hub ดึง นทท.
PARAGON HALL ทรานสฟอร์มครั้งใหญ่ ดันไทยเป็น World Class Event Hub ดึง นทท.

เนรมิตพื้นที่สู่ความล้ำเลิศแห่งอนาคต รองรับการจัดงานได้หลากหลายรูปแบบตั้งแต่อีเวนต์สำคัญระดับโลกไปจนถึงงานปาร์ตี้สังสรรค์ ชูไฮไลท์อีเวนต์อัดแน่นตลอดครึ่งปีหลังของปี 2567 นี้  การทรานสฟอร์มและปรับอัตลักษณ์ใหม่ของ รอยัล พารากอน ฮอลล์ สู่ “PARAGON HALL” สะท้อนถึงวิสัยทัศน์แห่งผู้นำความคิดสร้างสรรค์ที่พร้อมก้าวไปสู่อนาคตในทุกมิติ ด้วยการออกแบบสวยงามสุดอลังการยกระดับสู่ความเป็นสากลเต็มรูปแบบ โดยมุ่งเป้าการปรับพื้นที่ใหม่ไปที่การตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ทั้งผู้จัดและผู้เยี่ยมชมงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ ดึงดูดงานอีเวนต์ระดับโลกที่หลากหลายกว่าเดิมให้เข้ามาจัดที่ประเทศไทย 

PARAGON HALL รูปโฉมใหม่นี้ มีพื้นที่กว่า 10,000 ตารางเมตร ครอบคลุมด้วยฮอลล์ขนาดใหญ่กว่า 5,100 ตารางเมตร ด้วยระบบที่ดีเยี่ยมสมบรูณ์แบบสามารถรองรับการจัดงานอีเวนต์ได้หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่งานขนาดเล็กที่มีผู้ร่วมงาน 50 คน จนถึงขนาดใหญ่ที่มีผู้ร่วมงานนับ 10,000 คน อาทิ งานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ, การจัดประชุมสัมมนานานาชาติ,  การแสดงทอล์กโชว์, มหกรรมเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ระดับประเทศและนานาชาติทุกรูปแบบ, เทศกาลดนตรี  EDM ระดับโลก,  แฟชั่นอีเวนต์และแฟชั่นโชว์จากแบรนด์ไทยที่ยิ่งใหญ่และแบรนด์ชั้นนำระดับโลก และ ทัวร์นาเมนต์การแข่งขัน E-sport  อีกทั้ง HALL สามารถปรับขนาดพื้นที่ได้ตามความต้องการ จึงเอื้ออำนวยสำหรับการจัดงานแต่งงานหรือปาร์ตี้สังสรรค์ในรูปแบบต่างๆ ได้อีกด้วย

“PARAGON HALL ได้รับการดีไซน์และตกแต่งพื้นที่ใหม่ทั้งหมดให้มีความทันสมัย สวยงามเป็นเอกลักษณ์สะกดทุกสายตา เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสกับประสบการณ์แบบ Luxury Experience ที่แตกต่างกว่าสถานที่จัดงานอื่นๆ  PARAGON HALL พร้อมแล้วที่จะสร้างปรากฎการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ให้กับผู้จัดงานและผู้เยี่ยมชมอีกครั้ง โดยตั้งเป้าว่าในปี 2567 จะมีงานเพิ่มขึ้น 30% โดยในปีนี้มียอดจองพื้นที่เต็มหมดแล้วถึงสิ้นปี” นางกฤษณา กล่าว

PARAGON HALL ทรานสฟอร์มครั้งใหญ่ ดันไทยเป็น World Class Event Hub ดึง นทท.

เปิดฉากความยิ่งใหญ่ในครึ่งปีหลังของปีนี้กับความเป็น Extraordinary Eventainment กับงานระดับโลก ประเดิมด้วยปรากฏการณ์บันเทิงยิ่งใหญ่กับศิลปินเกาหลี BABYMONSTER FAN GREETING EVENT เกิร์ลกรุ๊ป    ชื่อดังที่ทุกคนรอคอย, งานแฟนมีทศิลปินเกาหลี TEN NCT บอยแบนด์ระดับโลก, มหกรรมคอนเสิร์ตศิลปินเกาหลี SUHO EXO คอนเสิร์ตเต็มรูปแบบเดี่ยวครั้งแรกในประเทศไทย, งาน Wonder Festival ที่รวมศิลปะดั้งเดิมและวัฒนธรรมป๊อปสมัยใหม่, งานกีฬามวยสากล Youth World Championship, งานแต่งงานคู่สมรส LGBTQ+เฉลิมฉลองความเท่าเทียม, งานแข่งเกมส์ E-sport, งานปาร์ตี้ระดับโลก Countdown White Party ส่งท้ายปียิ่งใหญ่ เป็นต้น

นอกจากนี้ PARAGON HALL ยังได้ผ่านการรับรองมาตรฐานสถานที่จัดงานระดับอาเซียน (ASEAN MICE Venue Standard) และมาตรฐานสถานที่จัดงานประเทศไทย (Thailand MICE Venue Standard) จากทางสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) สะท้อนถึงมาตรฐานความพร้อมของสถานที่ในทุกองค์ประกอบ ทั้งด้านกายภาพ เทคโนโลยี การบริการ และความยั่งยืน รวมถึงเคยคว้ารางวัลสถานที่จัดงานที่มีความโดดเด่น และเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติระดับเอเซีย Asian Outstanding Venue จาก The Asian Federation of Exhibition and Convention Associations (AFECA) และยังเป็น Carbon Neutral Venue แห่งแรกในประเทศไทย ที่มีการบริหารจัดการเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการรับรองจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ช่วยยกระดับภาพลักษณ์การจัดงานที่ดี (Elevated Image) ให้กับองค์กรในฐานะสถานที่จัดงานที่มีหลักการพัฒนาการจัดงานอย่างยั่งยืน

PARAGON HALL ทรานสฟอร์มครั้งใหญ่ ดันไทยเป็น World Class Event Hub ดึง นทท.

ย้อนรอย โรงหนังออสการ์เก่า เพชรบุรี 39 โลเคชั่น MV “LISA ROCKSTAR”

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/578071

ย้อนรอย โรงหนังออสการ์เก่า เพชรบุรี 39 โลเคชั่น MV "LISA ROCKSTAR"

ย้อนรอย โรงหนังออสการ์เก่า เพชรบุรี 39 โลเคชั่น MV “LISA ROCKSTAR”

27 มิ.ย. 2567

ย้อนรอย “โรงหนังออสการ์” ซอยเพชรบุรี 39 หนึ่งในโลเคชั่นเอ็มวีเพลง ROCKSTAR ที่ “ลิซ่า ลลิษา” เลือกเป็นอีกหนึ่งฉากที่ถ่ายทำในกรุงเทพฯ ในอดีตโรงหนังออสการ์ คึกคักไปด้วยผู้คนมากมายเป็นศูนย์รวมวัยรุ่นในยุคก่อน แต่ในปัจจุบันเปิดแค่ให้เช่าสถานที่เพียงเท่านั้น

เรียกเสียงฮือฮาไปทั่วโลกเมื่อเมื่อสาวไทยมากความสามารถ ดีกรีศิลปินระดับโลก อย่าง ลิซ่า ลลิษา มโนบาล หรือ LISA BLACKPINK ได้ปล่อยทีเซอร์เพลง “ROCKSTAR” มาสั้นๆ เพียง 10 วินาที แต่เป็นที่พูดถึงเพราะฉากที่เห็นในเอ็มวีตัวใหม่คือโลเคชั่นประเทศบ้านเกิดของสาวลิซ่าทั้งนั้น  ซึ่งมีข้อมูลแชร์กันในโลกโซเชียลว่า ลิซ่า ได้ปิดถนนเยาวราชถ่ายทำถึง 3 วัน นอกจากนี้ ยังมีสถานที่ในไทยอื่น ๆ อีก เช่น โรงหนังออสการ์ เพชรบุรี 39 และ ห้างบางลำพู (New World)  รวมถึงยังใช้นักแสดง แดนเซอร์  คนไทย แต่ละฉากในเอ็มวีทำคนไทยว้าว ขนลุกกันเป็นแถวๆเพราะเป็นการเผยแพร่ให้ต่างชาติได้เข้าถึงประเทศไทยได้อีกทางพร้อมกับเป็นการ  กระตุ้นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ จะเรียกว่าเป็นการสร้างซอฟต์พาวเวอร์ อีกทางก็ว่าได้  

ย้อนรอย โรงหนังออสการ์เก่า เพชรบุรี 39 โลเคชั่น MV \"LISA ROCKSTAR\"

ซึ่ง MV “LISA ROCKSTAR” กำหนดเปิดตัวพร้อมกันทั่วโลก ศุกร์ 28 มิ.ย. เวลา 7 โมงเช้า ตามเวลาประเทศไทย ต้องบอกเลยว่าการปล่อยทีเซอร์เพลง “LISA ROCKSTAR” มาสั้นๆ เพียง 10 วินาทีเท่านั้นแต่มีการพูดถึง โลเคชั่นที่ถ่ายทำในเอ็มวีตัวดังกล่าวหนึ่งในสถานที่น่าสนใจไม่น้อยนั่นก็คือ  โรงหนังออสการ์ ตั้งอยู่ในศูนย์การค้าออสการ์ ซอยเพชรบุรี 39 ถนนเพชรบุรี เลยแยกมิตรสัมพันธ์ ถนนนิคมมักกะสันตัดกับถนนเพชรบุรีไปไม่ไกลนัก ปิดตัวราวปี พ.ศ. 2523 อาคารเคยถูกใช้เป็นสถานบันเทิง ปัจจุบันถูกปล่อยให้ทรุดโทรม ขณะที่ห้องแถวริมถนนเพชรบุรีที่อยู่ใกล้เคียงกันเป็นคอนโดมีเนียมไปแล้ว ในอดีตเคยคับคั่งไปด้วยผู้คนมาร่วมกิจกรรมต่างๆ ตั้งแต่การดูหนัง ไปจนถึงลานสเก็ตน้ำแข็ง แต่ปัจจุบันโถงทางเดินของที่แห่งนี้ร้างลงเช่นเดียวกันกับห้างเก่าโรงหนังเก่าทั่วโลก เปิดให้เพียงเช่าสถานที่ในการถ่ายทำภาพยนตร์

โรงหนังออสการ์

โรงหนังออสการ์

ภาพดังถล่าวถูกถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2514 กรุงเทพฯ และเทียบกับภาพปัจจุบัน

ภาพดังถล่าวถูกถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2514 กรุงเทพฯ และเทียบกับภาพปัจจุบัน

นอกจากโรงหนังเก่าแล้ว บอกเลยว่าซอยนี้ขึ้นชื่อเรื่องบรรยากาศขนหัวลุก ใกล้ๆกันกับโรงหนังออสการ์คือ ออสการ์อพาร์ตเมนต์ หอพักที่เพิ่งปิดตัวเลิกให้เช่าพักไปเมื่อราวๆ ปี 2564 ตำนานในวงการของตึกนี้คือเป็นสถานที่ถ่ายทำยอดฮิตของกองถ่ายทุกประเภททำให้สถานที่นี้คุ้นตาเรากันมากๆ อย่างหนังผีไทยในตำนานเรื่องบุปผาราตรีนั่นเอง แม้หนังจากออกฉายมาตั้งแต่ปี 2546 ภาพจำยังชัดเจนกับฉากในหนังผีเรื่องต่างๆถ่ายกันจนคิดว่าตึกนี้มีผีจริงๆ สถานที่ตรงนี้จอดรถสะดวก มีพื้นที่ใช้สอยเยอะทำให้เป็นสถานที่ยอดฮิตสำหรับคนทำหนัง  ซึ่ง ออสการ์อพาร์ตเมนต์  ที่นี่ปิดตัวแล้วไม่รับคนเข้าพักอีกแล้ว ห้องที่อยู่กันตอนนี้ก็มีแต่พนักงานที่เจ้าของตึกยังจ้างไว้เพื่อให้ช่วยดูแลตึกเพราะหากปล่อยทิ้งร้างตึกจะทรุดโทรมไปมากกว่านี้

ย้อนรอย โรงหนังออสการ์เก่า เพชรบุรี 39 โลเคชั่น MV \"LISA ROCKSTAR\"
ย้อนรอย โรงหนังออสการ์เก่า เพชรบุรี 39 โลเคชั่น MV \"LISA ROCKSTAR\"

เริ่มตุลานี้!  ชิบูย่า ออกกฎห้ามดื่มดริ๊งก์แอลกอฮอล์ข้างถนน 18.00-5.00 น.

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/577186

เริ่มตุลานี้!  ชิบูย่า ออกกฎห้ามดื่มดริ๊งก์แอลกอฮอล์ข้างถนน 18.00-5.00 น.

เริ่มตุลานี้!  ชิบูย่า ออกกฎห้ามดื่มดริ๊งก์แอลกอฮอล์ข้างถนน 18.00-5.00 น.

18 มิ.ย. 2567

“เขตชิบุยะ” ประเทศญี่ปุ่น เตรียมออกกฎ ห้ามดื่มดริ๊งก์แอลกอฮอล์ข้างถนน ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ถึง 05.00 น. เพื่อแก้ไขปัญหาการดื่มในที่สาธารณะ โดยจะเริ่มใช้ในเดือนตุลาคมนี้

เดินผ่านถนนในใจกลางชิบูย่าในคืนใดก็ตาม คุณจะได้เห็นกลุ่มคนนั่งจิบเบียร์หน้าร้านสะดวกซื้อ หรือแวะซื้อเครื่องดื่มเย็นๆจิบก่อนเข้าไนท์คลับ ทำให้ย่าน ชิบูย่า เต็มไปด้วยชีวิตชีวา แต่ก็เต็มไปด้วยความวุ่นวายและไม่เป็นระเรียบ 

โดยล่าสุดทางสำนักข่าวของประเทศญี่ปุ่นมีการรายงานข่าวว่า  ทางการชิบูย่า กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เตรียมลงดาบไม่ให้มีการดื่มแอลกอฮอล์ข้างถนน ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ถึง 5.00 น. โดยจะเริ่มใช้ในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งเป็นการขยายมาตรการ หลังจากที่ในปัจจุบันมาตรการดังกล่าวใช้ในบางโอกาส เช่นวันฮาโลวีนหรือปีใหม่เป็นต้น 

เริ่มตุลานี้!  ชิบูย่า ออกกฎห้ามดื่มดริ๊งก์แอลกอฮอล์ข้างถนน 18.00-5.00 น.

โดยพื้นที่เป้าหมาย ได้แก่ สวนสาธารณะมิยาชิตะ ย่านสำนักงานเขต และเขตมารุยามาโช ซึ่งมีไนท์คลับหนาแน่น แม้ว่าผู้ฝ่าฝืนจะไม่ถูกลงโทษ แต่การห้ามดังกล่าวจะทำให้ ลดความมึนเมาในที่สาธารณะ และหวังว่าสิ่งนี้จะช่วยบรรเทาจำนวนกรณีการทิ้งขยะ การก่อกวน และการทะเลาะวิวาทในพื้นที่ การสั่งห้ามที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของการปราบปรามในวงกว้างที่รัฐบาลท้องถิ่นบังคับใช้ทั่วประเทศญี่ปุ่น เพื่อบรรเทาความแออัดยัดเยียดและลดการประพฤติมิชอบในที่สาธารณะ 

เริ่มตุลานี้!  ชิบูย่า ออกกฎห้ามดื่มดริ๊งก์แอลกอฮอล์ข้างถนน 18.00-5.00 น.

อย่างไรก็ตาม การดื่มริมถนนเพิ่มขึ้นเนื่องจากร้านอาหารปิดให้บริการในช่วงโควิด-19  นอกจากนี้ ชินจูกุยังวางแผนที่จะยื่นกฎหมายจำกัดการดื่มริมถนนอีกด้วย โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากจำนวนผู้คนที่เดินทางมายังย่านบันเทิงของชินจูกุเพิ่มขึ้น หลังจากที่ชิบูย่าเข้มงวดกฎการดื่มบนท้องถนน

เริ่มตุลานี้!  ชิบูย่า ออกกฎห้ามดื่มดริ๊งก์แอลกอฮอล์ข้างถนน 18.00-5.00 น.

เปิดตัวครั้งแรกในกรุงเทพฯ ไทย-มาเก๊า ผนึกกำลังส่งเสริมการท่องเที่ยว

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/577177

เปิดตัวครั้งแรกในกรุงเทพฯ ไทย-มาเก๊า  ผนึกกำลังส่งเสริมการท่องเที่ยว

เปิดตัวครั้งแรกในกรุงเทพฯ ไทย-มาเก๊า ผนึกกำลังส่งเสริมการท่องเที่ยว

17 มิ.ย. 2567

เปิดตัวครั้งแรกในกรุงเทพฯ กับแคมเปญใหญ่ ส่งเสริมการท่องเที่ยว ไทย-มาเก๊า เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวในทุกไลฟ์สไตล์

มาเก๊า หรือ เอ้าเหมิน หรือมีชื่อเรียกเป็นทางการว่า เขตบริหารพิเศษมาเก๊าแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นพื้นที่บนชายฝั่งทางใต้ของประเทศจีน  ถึงแม้ว่ามาเก๊านั้นจะเป็นเกาะเล็กๆ แต่ก็มีวัฒนธรรมผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมเอเชียกับวัฒนธรรมของยุโรป ซึ่งจะว่าไปแล้วบรรยากาศอย่างนี้ก็หาชมได้ไม่กี่แห่งในทวีปเอเชีย  และเหตุผลนี้เองทำให้มาเก๊าได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั่วไปเป็นอย่างมาก โดยในปีที่ผ่านมากลุ่มนักท่องเที่ยวไทยติดอันดับ 1 ใน 10 ของนักท่องเที่ยวที่ไปเยือนมาเก๊ามากที่สุด ซึ่งปัจจุบันเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ สู่มาเก๊ามีถึง 45 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ขณะเดียวกันประเทศไทยยังเป็นประเทศที่ชาวมาเก๊าเลือกมาท่องเที่ยวมากที่สุดอีกด้วย 

เปิดตัวครั้งแรกในกรุงเทพฯ ไทย-มาเก๊า  ผนึกกำลังส่งเสริมการท่องเที่ยว

ซึ่งทางการท่องเที่ยวรัฐบาลมาเก๊าก็ได้ผนึกกำลัง MGM (เอ็มจีเอ็ม) ผู้ดำเนินการรีสอร์ทสำหรับเล่นเกมและที่พักชั้นนำจากประเทศจีน เปิดตัวแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย-มาเก๊าครั้งแรกในกรุงเทพฯ เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวในทุกไลฟ์สไตล์ โดยมีการจัดงานเลี้ยงดินเนอร์ “Magnificent Gala Master” ในวันที่ 13 มิถุนายน ณ โรงแรมโรสวู้ด กรุงเทพ มีแขกผู้มีเกียรติ 150 ท่านจากมาเก๊าและไทยเข้าร่วม รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้นำทางธุรกิจ และผู้มีชื่อเสียง ด้วยความร่วมมือกับ โรงแรมโรสวู้ด กรุงเทพ MGMได้รังสรรค์อาหารค่ำสุดพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองมรดกทางวัฒนธรรมอันยาวนานของทั้ง สองภูมิภาค พร้อมเข้าร่วมโร้ดโชว์ “Experience Macao Roadshow in Bangkok” ซึ่งจัดโดย สำนักงานการท่องเที่ยวรัฐบาลมาเก๊า (MGTO) ณ เซ็นทรัลเวิลด์
ระหว่างวันที่ 14-16 มิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา

เปิดตัวครั้งแรกในกรุงเทพฯ ไทย-มาเก๊า  ผนึกกำลังส่งเสริมการท่องเที่ยว

(ที่สามจากซ้าย) คุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ททท. และ (ตรงกลาง) Pansy Ho (แพนซี่ โฮ) ประธานกรรมการบริหารและผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร MGM  ไชน่าโฮลดิ้งส์ จำกัด(

ที่สามจากซ้าย) คุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ททท. และ (ตรงกลาง) Pansy Ho (แพนซี่ โฮ) ประธานกรรมการบริหารและผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร MGM ไชน่าโฮลดิ้งส์ จำกัด

ในงานเปิดตัวแคมเปญหรืองานกาล่า MGM จะได้แสดงถึงความอันเป็นเอกลักษณ์ของตนในการผสมผสานศิลปะสุดคลาสสิคและความบันเทิงในการรับรองระดับโลก โดยมีแขกคนสำคัญของประเทศไทยเข้าร่วมฟังวิสัยทัศน์ ได้แก่ คุณฐาปนี เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย คุณ Maria Helena De
Senna Fernandes  ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวรัฐบาลมาเก๊า (MGTO) คุณ Sam Lei ผู้อำนวยการบริหารสถาบันส่งเสริมการค้าและการลงทุนมาเก๊า คุณ Vic Lam หัวหน้าแผนกการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม MICE และการพาณิชย์จากสำนักพัฒนาเศรษฐกิจของเขตความร่วมมือเชิงลึกกวางตุ้ง- มาเก๊า ในเมืองเหิงชิน คุณ Pansy Ho ประธานกรรมการบริหารและผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร MGM ไชน่าโฮลดิ้งส์ จำกัด คุณ Kenneth Feng ประธานบริหารและผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร MGM ไชน่าโฮลดิ้งส์ จำกัด และ คุณ Hubert Wang ประธานบริหารและประธานฝ่ายปฏิบัติการ MGM ไชน่าโฮลดิ้งส์ จำกัด

เปิดตัวครั้งแรกในกรุงเทพฯ ไทย-มาเก๊า  ผนึกกำลังส่งเสริมการท่องเที่ยว
เปิดตัวครั้งแรกในกรุงเทพฯ ไทย-มาเก๊า  ผนึกกำลังส่งเสริมการท่องเที่ยว

พร้อมกันนี้ MGM ยังได้เข้าร่วมโร้ดโชว์ “Experience Macao Roadshow in Bangkok” ซึ่งจัดโดย MGTO ณ เซ็นทรัลเวิลด์ ระหว่างวันที่ 14-16 มิถุนายน 2567 กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวครั้งนี้ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปีในการคืนสู่จีน พร้อมยกขบวน 6พันธมิตรภาคธุรกิจการโรงแรมรีสอร์ทครบวงจรของมาเก๊า ชูแนวคิด “Tourism +”กับเอเจนซีชั้นนำของไทย ทั้งโรงแรม สายการบิน และภาคการท่องเที่ยวส่วนอื่น ๆจัดเต็มแพคเกจทัวร์และตั๋วโปรโมชันสุดคุ้ม และกิจกรรมมากมาย ตลอด 3 วันเต็ม ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

เปิดตัวครั้งแรกในกรุงเทพฯ ไทย-มาเก๊า  ผนึกกำลังส่งเสริมการท่องเที่ยว


นางมาเรีย เฮเลน่า เดอ เซนน่า เฟอร์นานเดซ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวมาเก๊า (MariaHelena de Senna Fernandes, Director of the Macao GovernmentTourism Office (MGTO) เป็นประธานเปิดงานอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมกล่าวว่างานเมกาโรดโชว์ “Experience Macao มามะ มาเก๊า” จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 เพื่อหวังกระตุ้นนักท่องเที่ยวชาวไทย ซึ่งถือเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักประเทศหนึ่งให้มาเที่ยวมาเก๊าทั้งในกลุ่มที่เดินทางมามาเก๊าครั้งแรก และเดินทางซ้ำซึ่งที่ผ่านมาเราได้รับการตอบรับที่ดีจากนักท่องเที่ยวชาวไทยเป็นอย่างมากเห็นได้จากจำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยที่กลับมา มาเก๊าอย่างรวดเร็ว

เปิดตัวครั้งแรกในกรุงเทพฯ ไทย-มาเก๊า  ผนึกกำลังส่งเสริมการท่องเที่ยว

การจัดงานในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมในแผนการโปรโมตส่งเสริมการท่องเที่ยวมาเก๊า ด้วยแนวคิด Tourism+ คือ การนำการท่องเที่ยวมาผสมผสานกับสิ่งที่โดดเด่นในมาเก๊า
ไม่ว่าจะเป็น อาหาร วัฒนธรรม กีฬา รวมทั้งเทคโนโลยี
เพื่อสร้างความหลากหลายในผลิตภัณฑ์ เพื่อเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวในทุกไลฟ์สไตล์ โดยได้นำ 6 กลุ่มโรงแรมรีสอร์ทครบวงจร (Intergrated Resort) ได้แก่ MGM, Galaxy, Wynn Macau, Melco, Sands และ SJM รวมทั้งกลุ่มตัวแทนท่องเที่ยวในมาเก๊า Macao Trade and Investment Promotion Insitute และ Economic Development Bureau of Hengqin (เหิงฉิน) จากจีน
เข้าร่วมในโรดโชว์ครั้งนี้ด้วย

เปิดตัวครั้งแรกในกรุงเทพฯ ไทย-มาเก๊า  ผนึกกำลังส่งเสริมการท่องเที่ยว

นอกจากนี้ MGM ยังจัดกิจกรรม “ส่งเสริมการขายอาหารมาเก๊า” เป็นเวลา 2 สัปดาห์ ณ โรงแรมโรสวู้ด กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 15 ถึง 29 มิถุนายน เพื่อนำอาหารมาคันนีส(Macanese cuisine) อันเป็นเอกลักษณ์ของมาเก๊า ซึ่งเป็นอาหาร ฟิวชั่น  รายการแรกของโลกที่ได้รับการยอมรับจาก UNESCO มาแนะนำให้คนไทยได้รู้จักและลิ้มลอง คุณแพนซี่ โฮ (Pansy Ho) ประธานกรรมการบริหารและผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร MGM ไชน่าโฮลดิ้งส์ จำกัด กล่าวว่า
“รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เข้ามาเผยแพร่โรงแรมของเรา MGM
ให้เป็นที่รู้จักในประเทศไทย ซึ่งการร่วมมือกับ สำนักงานการท่องเที่ยวรัฐบาลมาเก๊า (MGTO) และประเทศไทยในแคมเปญนี้จะได้แสดงถึงความอันเป็นเอกลักษณ์ของตนในการผสมผสานศิลปะสุดคลาสสิคและความบันเทิงในการรับรองระดับโลก

เปิดตัวครั้งแรกในกรุงเทพฯ ไทย-มาเก๊า  ผนึกกำลังส่งเสริมการท่องเที่ยว

และในอนาคต MGM ยังพยายามที่จะจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมพิเศษต่างๆ ที่ปรับให้เข้ากับความต้องการของนักท่องเที่ยวชาวไทย เช่น การจัดงาน “Amazing Songkran in Macau” ตั้งแต่ปี 2562 โดยเชิญนักร้องชื่อดังของประเทศไทย เจนนิเฟอร์ คิ้ม และนักร้องอาร์แอนด์บี ลิเดีย ดีน มาแสดงในมาเก๊า นอกจากนี้ยังสนับสนุน “Asia Fan Meeting” ซึ่งเป็นฐานแฟนคลับของซุปเปอร์สตาร์เมืองไทย BILLKIN PP KRIT และศิลปินท่านอื่นอีกมากมาย”

เปิดตัวครั้งแรกในกรุงเทพฯ ไทย-มาเก๊า  ผนึกกำลังส่งเสริมการท่องเที่ยว
เปิดตัวครั้งแรกในกรุงเทพฯ ไทย-มาเก๊า  ผนึกกำลังส่งเสริมการท่องเที่ยว
เปิดตัวครั้งแรกในกรุงเทพฯ ไทย-มาเก๊า  ผนึกกำลังส่งเสริมการท่องเที่ยว
เปิดตัวครั้งแรกในกรุงเทพฯ ไทย-มาเก๊า  ผนึกกำลังส่งเสริมการท่องเที่ยว

ชวนเที่ยวงาน “มรดกสยาม ๓ สมัย” แกะรอยประวัติศาสตร์แบบอินไซด์

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/576805

ชวนเที่ยวงาน “มรดกสยาม ๓ สมัย” แกะรอยประวัติศาสตร์แบบอินไซด์

ชวนเที่ยวงาน “มรดกสยาม ๓ สมัย” แกะรอยประวัติศาสตร์แบบอินไซด์

13 มิ.ย. 2567

ชวนเที่ยวพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พร้อมย้อนรอยประวัติศาสตร์ไทยตั้งแต่สมัย ทวารวดี สุโขทัย และอยุธยาในงาน “มรดกสยาม ๓ สมัย” ตามล่าหาเมนูอาหารย้อนยุค เพลินไปกับหนังสือเชิงประวัติศาสตร์ ตื่นตากับศิลปะการแสดงชั้นสูง โขนโรงใน รามเกียรติ์ เริ่ม 14 – 16 มิถุนายน 67 นี้

งานนี้น่าไปมาก! พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครจัดงานใหญ่! พาเดินทางย้อนเวลากลับไปในอดีตทุกสมัย ทวารวดี สุโขทัย อยุธยา เดินเที่ยวพิพิธภัณฑ์ ชมการ แสดงโขนตอนเย็น แสง สี เสียง สุดอลังการ งานนี้ กิจกรรมเพียบ ต้องไปให้ได้ “มรดกสยาม ๓ สมัย” ทวารวดี สุโขทัย อยุธยา จัดขึ้นวันที่  14 – 16 มิถุนายน 2567  เวลา 9.00 – 20.00 น.  ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร 

ชวนเที่ยวงาน “มรดกสยาม ๓ สมัย” แกะรอยประวัติศาสตร์แบบอินไซด์

มรดกสยาม ๓ สมัย เปรียบเหมือนเทศกาลสร้างสรรค์ตามย่านใหญ่เล็กโดยรอบเมืองที่มีประวัติศาสตร์ประทับไว้ หยิบยกของดีแต่ละยุคมานำเสนอในรูปแบบที่น่าสนใจ ตั้งแต่ Walk Trip, History Talk, ชมคอลเล็กชั่นศิลปะและวัฒนธรรมยุค ทวารวดี-สุโขทัย-อยุธยา, เวิร์กชอปแห่งยุค ทวารวดี-สุโขทัย-อยุธยา, พร้อมตื่นตาตื่นใจไปกับศิลปะการแสดงชั้นสูงที่รับอิทธิพลมาตั้งแต่โบราณ นอกจากอิ่มความรู้ อัดแน่นเรื่องประวัติศาสตร์แล้ว ยังสามารถอิ่มอร่อยไปได้กับ 20 ร้านค้าจากเชฟชุมชนใกล้รถไฟ MRT ใน “รับรู้รสชาติแห่งอดีตกาล” แกะรอยอาหารเมนูโบราณ ที่ทุกคนต่างคุ้นตา คุ้นหู และคุ้นลิ้น 

ชวนเที่ยวงาน “มรดกสยาม ๓ สมัย” แกะรอยประวัติศาสตร์แบบอินไซด์

กิจกรรม

  • History Trip: เดินทางย้อนเวลา 3 ยุค แบบเอ็กซ์คลูซีฟไขรหัสแห่งมูเตลูกับการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ตามเส้นทางพร้อมสำรวจชุมชนโดยรอบพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
  • Talk & Exclusive Walk: เจาะลึกประวัติศาสตร์นอกสายตาแบบอินไซต์กับเหล่ากูรู ครั้งแรก Golden Boy ปลุกซอฟต์พาวเวอร์โบราณวัตถุไทย บรรยายโดยผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ชมพระอุโบสถ “วัดพระแก้ววังหน้า” ชมเรื่องราวพระพุทธเจ้า 28 พระองค์ กิจกรรมนำชมห้องแสดงวัตถุโบราณแต่ละยุค พร้อมบรรยายพิเศษโดยผู้เชี่ยวชาญ
  • Workshop: กิจกรรมประดิษฐ์ของที่ระลึก 3 ยุค ทั้งวิถีชาววังดั้งเดิม และวิถีชุมชน
  • Show:  ตื่นตากับศิลปะการแสดงชั้นสูง โขนโรงใน รามเกียรติ์ ชุดสำมนักขาก่อศึก
  • กิจกรรมบรรเลงดนตรี / การแสดงตามประวัติศาสตร์แต่ละยุค (ทวารวดี, สุโขทัย, อยุธยา) ณ เวทีกิจกรรม ลานสนามหญ้า 
  • Food & Book: เอาใจสายกิน ตามล่าหาเมนูย้อนยุค หากินยากอิ่มอร่อยกับร้านอาหารจากชุมชน เพลิดเพลินกับหนังสือเชิงประวัติศาสตร์น่ารู้แสนสนุก
ชวนเที่ยวงาน “มรดกสยาม ๓ สมัย” แกะรอยประวัติศาสตร์แบบอินไซด์

เดินทางสะดวกสบายด้วยรถไฟฟ้า MRT ลงสถานีสนามไชย หรือ ทางด่วนพิเศษศรีรัช ลงยมราช เบี่ยงซ้ายหลานหลวง มุ่งหน้าสนามหลวง มีจุดบริการจอดรถฟรี  พิเศษสุด ลูกค้า BEM เพียงโชว์บัตร MRT หรือถ่ายรูปกับป้ายงานที่ไหนก็ได้เข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ฟรี วันละ 1,000 คน  ฟรี รถบริการรับ-ส่งจาก MRT สถานีสนามไชย-พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดยงานที่จะจัดขึ้นตลอด 3 วันเต็ม ตั้งแต่วันที่ 14-16 มิถุนายน 2567 

ดูข้อมูลและสอบถามรายละเอียดที่ FB: https://www.facebook.com/BEM.MRT

ชวนเที่ยวงาน “มรดกสยาม ๓ สมัย” แกะรอยประวัติศาสตร์แบบอินไซด์
ชวนเที่ยวงาน “มรดกสยาม ๓ สมัย” แกะรอยประวัติศาสตร์แบบอินไซด์
ชวนเที่ยวงาน “มรดกสยาม ๓ สมัย” แกะรอยประวัติศาสตร์แบบอินไซด์

ชวนเที่ยวป๊อปอัพอีเวนต์ โดนัลด์ ดั๊ก ฉลอง 90 ปี แฮปปี้ เบิร์ธเดย์ ก๊าบ ก๊าบ

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/576652

ชวนเที่ยวป๊อปอัพอีเวนต์ โดนัลด์ ดั๊ก ฉลอง 90 ปี แฮปปี้ เบิร์ธเดย์ ก๊าบ ก๊าบ

ชวนเที่ยวป๊อปอัพอีเวนต์ โดนัลด์ ดั๊ก ฉลอง 90 ปี แฮปปี้ เบิร์ธเดย์ ก๊าบ ก๊าบ

11 มิ.ย. 2567

ชวนเที่ยวป๊อปอัพอีเวนต์ โดนัลด์ ดั๊กจัด ฉลอง 90 ปี โดนัลด์ ดั๊ก แฮปปี้ เบิร์ธเดย์ ก๊าบ ก๊าบ ครั้งแรกในเมืองไทยที่แฟนๆ จะได้พบกับกิจกรรมและบรรยากาศแห่งความสนุกมากมายกับเจ้าเป็ดแสนซน  ณ พาร์ค พารากอน สยามพารากอน ตั้งแต่วันนี้จนถึง 15 มิถุนายน 2567

ครั้งแรกในเมืองไทยที่แฟนชาวไทยจะได้ร่วมเฉลิมฉลองสุดพิเศษ 90 ปี โดนัลด์ ดั๊ก แฮปปี้ เบิร์ธเดย์ ก๊าบ ก๊าบ  โดย  “ดิสนีย์ ประเทศไทย” และ “สยามพารากอน” ร่วมกันจัดงานป๊อปอัพอีเวนต์ เนรมิตพื้นที่กว่า 190 ตารางเมตรให้เป็นพื้นที่แห่งการเฉลิมฉลองให้กับโดนัลด์ ดั๊ก ณ พาร์ค พารากอน ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 15 มิถุนายนนี้ ตระการตาไปกับโดนัลด์ ดั๊กขนาดยักษ์, มุมถ่ายรูปสุดชิค และกิจกรรมมากมายภายในงาน พร้อมโอกาสในการ Meet & Greet กับคาแรกเตอร์โดนัลด์ ดั๊ก  ตลอดจนป๊อปอัพสโตร์ที่รวบรวมสินค้าคอลเลกชันพิเศษในธีม 90 ปี จากหลากหลายแบรนด์ ชั้นนำมาให้ทุกคนได้เลือกชอปตลอดงาน 

ชวนเที่ยวป๊อปอัพอีเวนต์ โดนัลด์ ดั๊ก ฉลอง 90 ปี แฮปปี้ เบิร์ธเดย์ ก๊าบ ก๊าบ

โดนัลด์ ดั๊ก ปรากฏตัวครั้งแรกในวันที่ 9 มิถุนายน 1934 ใน The Wise Little Hen ซึ่งเป็นตอนหนึ่งของภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง Silly Symphony โดยเดิมทีถูกวางตัวเป็นเพียงตัวประกอบที่เดินเตาะแตะไปมาในเรื่องเท่านั้น ปัจจุบัน โดนัลด์ ดั๊กเป็นที่รู้จักของแฟนทั่วโลกในฐานะหนึ่งในเพื่อนสนิทของมิคกี้ เมาส์และกู๊ฟฟี่ โดนัลด์ ดั๊กมีนิสัยน่ารัก เจ้าอารมณ์เฮฮา และบางครั้งก็หงุดหงิดกับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่น่ารำคาญในชีวิตประจำวัน หลายๆ คนจึงพบว่าตัวเองมีบุคลิกเหมือนโดนัลด์ ดั๊ก นอกจากนั้น โดนัลด์ ดั๊ก ยังสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดแคมเปญมากมาย อาทิ Mickey Go Thailand ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวความเป็นไทยผ่านมิคกี้ เมาส์และผองเพื่อน และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟนชาวไทย

ชวนเที่ยวป๊อปอัพอีเวนต์ โดนัลด์ ดั๊ก ฉลอง 90 ปี แฮปปี้ เบิร์ธเดย์ ก๊าบ ก๊าบ

เต็มอิ่มกับประสบการณ์สุดพิเศษ พร้อมฉลองวันเกิดให้เจ้าเป็ดน้อยที่งาน “Donald Duck 90th Years Celebration” แฮปปี้ เบิร์ธเดย์ ก๊าบ ก๊าบ  ตะลุย 6 โซนกิจกรรมกับโดนัลด์ รับพาสปอร์ตธีมโดนัลด์ ดั๊ก สำหรับร่วมสนุกกับกิจกรรมใน 6 โซน เมื่อร่วมทำกิจกรรมและได้รับสแตมป์ครบทั้ง 6 ดวง รับของที่ระลึกเข็มกลัดโดนัลด์ ดั๊กและยังมีกิจกรรมถ่ายวิดีโอ 360 องศา เก๋ๆแบบก๊าบๆ

ชวนเที่ยวป๊อปอัพอีเวนต์ โดนัลด์ ดั๊ก ฉลอง 90 ปี แฮปปี้ เบิร์ธเดย์ ก๊าบ ก๊าบ
ชวนเที่ยวป๊อปอัพอีเวนต์ โดนัลด์ ดั๊ก ฉลอง 90 ปี แฮปปี้ เบิร์ธเดย์ ก๊าบ ก๊าบ

สนุกกับเจ้าเป็ดแสนซนโดนัลด์ ดั๊กกับกิจรรมใน 6 โซน

  • โซนที่ 1 The Giant Donald Duck Inflatable ไซส์ยักษ์กว่า 5 เมตร ต้อนรับทุกคนเป็นจุดถ่ายรูปเช็คอินก่อนเข้างาน
  • โซนที่ 2 ถ่ายภาพกับ Donald Duck & Daisy Duck มุมถ่ายรูปสุดน่ารักกับการตกแต่งด้วยธีมชิงช้าลวดลายโดนัลด์ ดั๊กและเดซี่ ดั๊ก ให้ทุกคนได้ร่วมเก็บภาพความประทับใจ
  • โซนที่ 3 Donald Duck Special Activity พลาดไม่ได้กับโอกาสในการ Meet & Greet กับคาแรกเตอร์โดนัลด์ ดั๊กในวันที่ 7-9 มิถุนายน และกิจกรรมถ่ายวิดีโอ 360 องศา ในวันที่ 10-15 มิถุนายน
  • โซนที่ 4  Birthday Wish Wall ร่วมอวยพรวันเกิดให้โดนัลด์ ดั๊ก ผ่านกิจกรรมอินเตอร์แอคทีฟระบายสีเค้กดิจิทัลอวยพรวันเกิดในรูปแบบดิจิทัลที่จะปรากฎขึ้นบนจอ LED ภายในงาน
  • โซนที่ 5  Photobooth เก็บความทรงจำด้วยจุดถ่ายรูปโฟโต้บูธ เฟรมดีไซน์พิเศษและยังสามารถดาวน์โหลดเก็บเป็นไฟล์ดิจิทัลได้อีกด้วย พิเศษสำหรับคนที่เข้าร่วมงาน 20 คนแรกต่อวัน ที่แสดงพาสปอร์ตโดนัลด์ ดั๊ก รับโค้ดถ่ายรูปทันที และ 90 คนแรกที่เข้าร่วมงานในวันที่ 9 มิถุนายน รับโค้ดถ่ายรูปทันที ไม่มีค่าใช้จ่าย
  • โซนที่ 6  ป๊อปอัพสโตร์รวบรวมสินค้าลิขสิทธิ์คอลเลกชันพิเศษเพื่อฉลอง 90 ปี โดนัลด์ ดั๊กจากหลากหลายแบรนด์ดัง ได้แก่ กลุ่มของเล่น แบรนด์ MakeItLoud และ Take Toys, กลุ่มเครื่องประดับ แบรนด์ Ravipa, กลุ่มเสื้อผ้า แบรนด์ Characters Studio, กลุ่มเครื่องหอม แบรนด์ Yunic และกลุ่มลิปส์ 
ชวนเที่ยวป๊อปอัพอีเวนต์ โดนัลด์ ดั๊ก ฉลอง 90 ปี แฮปปี้ เบิร์ธเดย์ ก๊าบ ก๊าบ

ช้อปเพลินกับสินค้าลิขสิทธิ์ในธีมโดนัลด์ ดั๊ก 90 ปี

พบกับอาร์ตทอยสุดน่ารักจาก MakeItLoud กับฟิกเกอร์ Blop Blop ซีรีส์สุดพิเศษที่มีวางจำหน่ายเฉพาะภายในงานนี้เท่านั้น โดยได้รับแรงบันดาลใจจากเจ้าเป็ดจอมป่วนโดนัลด์ ดั๊ก โดยฟิกเกอร์แต่ละตัวจะมี Serial Number ระบุชัดเจน ผลิตด้วยวัสดุไวนิลโปร่งใส คุณภาพสูง ขนาด 10-14 ซม. โดดเด่นด้วยบอลขนเฟอร์สีเฉพาะของแต่ละคาแรกเตอร์

ตุ๊กตาเจ้าเป็ดน้อย Disney Starry Eyes Donald Duck และ Disney Starry Eyes Daisy Duck จาก Take Toys,เครื่องประดับ RAVIPA ที่หยิบเอาแรงบันดาลใจจากคาแรกเตอร์และไอคอนิกต่างๆ ของโดนัลด์ ดั๊ก อย่าง ลายเซ็น, หมวกกะลาสีเรือ และหางเป็ดโดนัลด์ ดั๊กมาออกแบบและนำเสนอเครื่องประดับที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น สร้อยข้อมือ, สร้อยคอ, แหวน และต่างหู

ชวนเที่ยวป๊อปอัพอีเวนต์ โดนัลด์ ดั๊ก ฉลอง 90 ปี แฮปปี้ เบิร์ธเดย์ ก๊าบ ก๊าบ

เสื้อผ้าจาก Characters Studio เสื้อสไตล์แนวเรโทรสุดคลาสสิค ออกแบบด้วยสีโทนกลางเหมาะสำหรับเพศทุกวัยและแนวคิดจากธีม 90 ปี โดนัลด์ ดั๊ก, เครื่องหอมลวดลายลิขสิทธิ์แบรนด์แรกในไทยจาก Yunic กับก้านไม้หอมและเทียนหอมกลิ่นต่างๆ ที่มาเปิดตัวคอลเลกชันครั้งแรกภายในงาน

ลิปบาล์ม 4 สูตรใหม่ ที่มาพร้อมบรรจุภัณฑ์ลวดลายมิคกี้ เมาส์และผองเพื่อน เต็มไปด้วยสารบำรุงสกัดจากธรรมชาติ อย่าง Shea Butter, Natural Oil และ Vitamin E ช่วยบำรุงริมฝีปากชุ่มชื้นยาวนาน ดีไซน์พิเศษ 4 ลวดลาย ได้แก่ ลิปนีเวียออริจินัลลายมิคกี้ เมาส์, ลิปนีเวียเชอร์รีลายมินนี่ เมาส์, ลิปนีเวียไฮโดรลายโดนัลด์ ดั๊ก และลิปนีเวียซอฟท์โรสลายเดซี่ ดั๊ก

ชวนเที่ยวป๊อปอัพอีเวนต์ โดนัลด์ ดั๊ก ฉลอง 90 ปี แฮปปี้ เบิร์ธเดย์ ก๊าบ ก๊าบ
ชวนเที่ยวป๊อปอัพอีเวนต์ โดนัลด์ ดั๊ก ฉลอง 90 ปี แฮปปี้ เบิร์ธเดย์ ก๊าบ ก๊าบ
ชวนเที่ยวป๊อปอัพอีเวนต์ โดนัลด์ ดั๊ก ฉลอง 90 ปี แฮปปี้ เบิร์ธเดย์ ก๊าบ ก๊าบ
ชวนเที่ยวป๊อปอัพอีเวนต์ โดนัลด์ ดั๊ก ฉลอง 90 ปี แฮปปี้ เบิร์ธเดย์ ก๊าบ ก๊าบ

ถูกใจสายเที่ยว 3 ประเทศเดินทางแค่ใกล้ๆ นั่งเรือไป ตราด – สีหนุวิลล์ – ฟูก๊วก

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/576586

ถูกใจสายเที่ยว 3 ประเทศเดินทางแค่ใกล้ๆ นั่งเรือไป  ตราด - สีหนุวิลล์ -  ฟูก๊วก

ถูกใจสายเที่ยว 3 ประเทศเดินทางแค่ใกล้ๆ นั่งเรือไป ตราด – สีหนุวิลล์ – ฟูก๊วก

10 มิ.ย. 2567

เรียกว่าถูกใจสายเที่ยวกันเลยทีเดียว! กับการเดินทางที่ใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงแต่ได้เดินทางถึงสามประเทศ กับเส้นทางเดินเรือไป กัมพูชา – เวียดนาม -ไทย ที่เชื่อมชายฝั่งทะเล ตราด – สีหนุวิลล์ – ฟูก๊วก เที่ยวฟินๆชมวิวทะเลแบบใจฟู 

งานนี้ใครชอบเที่ยวยิ้มหวานรอได้เลย  เพราะชีวิตจะสะดวกสบายขึ้น กับเส้นทางเดินเรือ  ตราด – สีหนุวิลล์ – ฟูก๊วก ที่เชื่อมชายฝั่งทะเลบ้านเราอย่าง จังหวัดตราดและหมู่เกาะเชื่อมโยงเกาะช้าง  ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งในเส้นทางสายไหมทางทะเลแห่งศตวรรษที่ 20 (One Belt One Road) Southern Coastal Economic Corridor  

ท่าเรืออเนกประสงค์คลองใหญ่

ท่าเรืออเนกประสงค์คลองใหญ่

โดยล่าสุดมีการประชุม  CVTEC เพื่อรองรับนักเดินทาง เชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจชายฝั่งทะเล 3 ประเทศ กัมพูชา เวียดนาม ไทย โดยเชื่อมผ่าน 3 จังหวัด ตราด – สีหนุวิลล์ – ฟูก๊วก  ซึ่งทุกจังหวัดแต่ล้วนเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพ มีแหล่งท่องเที่ยวสําคัญ สามารถเชื่อมโยงการเดินทางได้อย่างสะดวกทั้งทางรถและทางเรือ 

การประชุม  CVTEC 

การประชุม  CVTEC

 มีจุดขายของสินค้าและบริการที่มีความแข็งแกร่งและเป็นอัตลักษณ์ นอกจากนี้ ยังมีโครงสร้างพื้นฐานที่ได้มาตรฐานในการรองรับนักเดินทางคุณภาพสูง มีเครือข่ายภาคธุรกิจในพื้นที่ที่แข็งแกร่ง โดยทาง ทีเส็บ ได้ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยพันธมิตรภาครัฐและเอกชนภายในจังหวัดตราด  ร่วมเดินทางโดยเรือโดยสาร เพื่อประเดิมเส้นทางนำร่องสู่การเดินเรือ 

เกาะกูด  จ.ตราด

เกาะกูด จ.ตราด

โดยเชิญกลุ่มเป้าหมายกัมพูชาและเวียดนาม ร่วมทำกิจกรรมสร้างเครือข่ายและเจรจาจับคู่ทางธุรกิจกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวและไมซ์บนเกาะช้างและหมู่เกาะเชื่อมโยง เพื่อสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการได้เชื่อมโยงเครือข่ายการทำตลาดร่วมกันในรูปแบบ 1 Marketing 3 Destination รวมถึงเชิญผู้บริหารระดับสูงหน่วยงานภาครัฐกัมพูชาและเวียดนาม เข้าร่วมประชุมนานาชาติ CVTEC ในการหารือขอตกลงร่วมในการเดินเรือเชื่อมโยงชายฝั่งทะเล 3 ประเทศ 

เชื่อมโยงเครือข่ายการทำตลาด

เชื่อมโยงเครือข่ายการทำตลาด

    การร่วมเดินทางในครั้งนี้มีการเดินเรือไปยัง 3 เกาะของจังหวัดตราด  นับว่าเป็นการผลักดันการท่องเที่ยวของไทยไปอีกทาง เพราะตราด เป็นจังหวัดที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติและเหมาะกับการเที่ยวทางทะเลมากที่สุด เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีเกาะสวยและน้ำทะเลใสตั้งอยู่มากมายบนทะเลอ่าวไทยฝั่งตะวันออก อย่าง เกาะช้างเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดตราดและใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศไทยรองจากจังหวัดภูเก็ต  ด้วยความสวยงามของท้องทะเลและธรรมชาติที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกมาเที่ยวแล้วที่นี่ยังมีชายหาดและอ่าวต่างๆ จำนวนมากให้เราได้เที่ยวกัน 

เกาะช้าง

เกาะช้าง

เกาะกูดเป็นที่ใหญ่เป็นอันดับสองของจังหวัดตราด ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามของท้องทะเลที่มีหาดทรายขาวละเอียดนุ่มเท้า มีน้ำทะเลสวยใสดั่งคริสตัลจนได้รับฉายาว่าเป็น “อันดามันแห่งทะเลตะวันออก” อีกทั้งยังมีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ มีป่าชายเลนและแนวปะการัง 

เกาะกูด

เกาะกูด

      เกาะหมาก เป็นเกาะที่ตั้งอยู่ระหว่างเกาะช้างและเกาะกูด อีกทั้งยังเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของจังหวัดตราด และเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่อันดับ 4 ของประเทศไทย มีรีสอร์ทตั้งอยู่หลายแห่ง มีวิวพระอาทิตย์ตกสวยๆ ให้ได้ชม  นอกจากนี้ใกล้ๆ กับเกาะหมากยังมีจุดดำน้ำเพื่อชมปะการังสวยงามอีกด้วย

ถูกใจสายเที่ยว 3 ประเทศเดินทางแค่ใกล้ๆ นั่งเรือไป  ตราด - สีหนุวิลล์ -  ฟูก๊วก

นอกจากนี้ในเส้นทางการเดินเรือ ยังส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวทางน้ำ ยกระดับศักยภาพพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจด้านใต้ภาคตะวันออกดันการท่องเที่ยวไปยังสองประเทศเพื่อนบ้าน อย่าง เวียดนาม โดยเชื่อมไปยัง เกาะฟู้ก๊วก  ที่ตั้งอยู่ในทะเลอ่าวไทย  ฝั่งตะวันตกของประเทศ ในเขตจังหวัดเคียนเกียง (Kien Giang)  ธรรมชาติท้องทะเลก็อุดมสมบูรณ์ น้ำทะเลเป็นสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ใส มองเห็นพื้นทรายและแนวปะการังใต้ทะเลได้อย่างชัดเจน ที่พักเกาะฟู้ก๊วก มีให้นักท่องเที่ยวได้เลือกหลากหลายแบบ ตั้งแต่โรงแรม 5 ดาว ไปจนถึงเกสต์เฮ้าส์และโฮสเทล 

ฟูก๊วก ประเทศเวียดนาม

ฟูก๊วก ประเทศเวียดนาม

จังหวัดพระสีหนุ เล็งเห็นโอกาสของการเดินเรือเพื่อการท่องเที่ยวคุณภาพสูงบนเส้นทางนี้มานานแล้ว และมีการหารือภายในร่วมกันมาโดยตลอด แต่ในเมื่อสถานการณ์โควิดคลี่คลายลงแล้ว การเดินทางต่างๆ ผู้คนมีความมั่นใจในความปลอดภัยในการเดินทางมากขึ้น อีกทั้งจังหวัดพระสีหนุ มีการเปิดกว้างรับนักท่องเที่ยวมากขึ้น การประชุม CVTEC ในครั้ง นี้ จึงมั่นใจว่าจะนำไปสู่ความเห็นร่วมกันเพื่อเกิดการเดินเรือรอบปฐมฤกษ์ได้สำเร็จอย่างแน่นอนในเร็วๆนี้   แม้ธรรมชาติทางทะเลของกัมพูชาจะมีความเป็นธรรมชาติสูง แต่การบริหารจัดการสถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่เกาะช้าง จะเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการจาก 2 ประเทศจะได้ถ่ายทอดองค์ความรู้ร่วมกันได้เป็นอย่างดี

สีหนุวิว ประเทศกัมพูชา

สีหนุวิว ประเทศกัมพูชา

สรุปการหารือในประชุมระหว่าง 3 ประเทศ


1. เสนอให้มีการพัฒนาเส้นทางเชื่อมโยงทางน้ำระหว่างท่าเรืออเนกประสงค์คลองใหญ่ (Klong Yai Port) จังหวัดตราด กับท่าเรือสีหนุวิลล์ (Sihanoukville Port) จังหวัดพระสีหนุ/ท่าเรือดาราสาคร ในระยะแรกโดยให้มีการศึกษาความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ในการอำนวยความสะดวกในการรองรับนักเดินทางเรือโดย หน่วยงานภาครัฐของประเทศไทย ประเทศกัมพูชา และประเทศเวียดนาม


1.1. มีการเตรียมวางโครงสร้างการอำนวยความสะดวกในการเดินทางของนักท่องเที่ยวที่เดินทางในการเข้ามาทางเรือ อาทิ กระบวนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร 


1.2. ให้การสนับสนุนในการดูแลความสะดวกกับบริษัทเดินเรือที่มีความสนใจในการเข้าพัฒนาเส้นทางดังกล่าวดำเนินการให้เป็นไปตามข้อกฎหมายการเดินเรือ และมีการกำหนดเส้นทางการเดินทางทางน้ำให้เป็นไปตามข้อตกลงระหว่างประเทศ อาทิ การขออนุญาตการเดินเรือ เป็นต้น


1.3. ดำเนินการพัฒนาและส่งเสริมการเดินทางทางน้ำ ตามข้อสรุปการประชุมของการจัดประชุมที่จังหวัดพระสีหนุ ในวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2567


2. กำหนดการทดสอบ (Trail Run) การเดินเรือเชื่อมโยงจังหวัดตราดและจังหวัดพระสีหนุจากการขับเคลื่อนจากแนวคิด (Concept) ไปสู่การปฏิบัติจริง (Pilot & Implementation) โดยการทดสอบการเดินทางของบริษัทเดินเรือในการพัฒนาเส้นทางดังกล่าว เพื่อศึกษาปัญหาอุปสรรคและแนวทางในการแก้ไขเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางเส้นทางดังกล่าว โดย


2.1. กำหนดให้มีการหารือร่วมกันในการทดสอบการเดินเรือในช่วงระหว่างฤดูการท่องเที่ยวโดยเริ่มต้นจากประเทศไทยกับประเทศกัมพูชาในช่วงระหว่างเดือน ตุลาคม ถึง มกราคม ในปลายปีนี้ พ.ศ. 2567 และปีถัดไป พ.ศ. 2568 โดยประเทศกัมพูชารับข้อเสนอเพื่อนำไปพิจารณาภายในก่อน


3. มีการจัดตั้งคณะทำงานของภาคเอกชนและผู้ประกอบการเดินเรือ ผู้ประกอบการท่องเที่ยว ระหว่าง 3 ประเทศ (ประเทศไทย ประเทศกัมพูชา และประเทศเวียดนาม) ในการศึกษาแนวทางในการพัฒนาเส้นทางการเดินเรือระหว่าง ท่าเรืออเนกประสงค์คลองใหญ่ จังหวัดตราด กับท่าเรือสีหนุวิลล์ จังหวัดพระสีหนุ และไปยังประเทศเวียดนามในอนาคต และการพัฒนากิจกรรมทางการตลาดร่วมกัน (Marketing Package Exchange) เพื่อสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาเส้นทางให้เกิดเป็นรูปธรรม


4. หน่วยงานภาครัฐของทั้ง 3 ประเทศโดยหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องมีการตกลงที่จะทำบันทึกข้อตกลง MOU ร่วมกัน ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสนับสนุน และดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการตลาดเพื่อสนับสนุนการพัฒนากิจกรรมทางการตลาดร่วมกันเพื่อสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาเส้นทางให้เกิดเป็นรูปธรรม


5. มีความเห็นชอบการร่วมกันระหว่าง 3 ประเทศในการจัดทำแผนพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวทางน้ำระยะยาว (CVTEC Marine Tourism Masterplan) เพื่อกำหนดกิจกรรมและโครงการในการสนับสนุนการพัฒนาเส้นทางดังกล่าวในอนาคต นอกเหนือจากการดำเนินการทดสอบระยะสั้น


6. กำหนดให้มีข้อตกลงในการเวียนการเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุม CVTEC เพื่อให้เกิดการพัฒนาร่วมกัน
โดยมีข้อเสนอให้ทางประเทศเวียดนามเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุม CVTEC Conference 2025 
ที่เกาะฟูก๊วก (Phu Quoc)

ถูกใจสายเที่ยว 3 ประเทศเดินทางแค่ใกล้ๆ นั่งเรือไป  ตราด - สีหนุวิลล์ -  ฟูก๊วก

ขบวนพาเหรดไพรม์ Pride Month 1.มิ.ย. 67 เช็กเส้นทาง ถนน-เปิดปิด ตรงไหนบ้าง

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/575804

ขบวนพาเหรดไพรม์ Pride Month 1.มิ.ย. 67  เช็กเส้นทาง ถนน-เปิดปิด ตรงไหนบ้าง

ขบวนพาเหรดไพรม์ Pride Month 1.มิ.ย. 67 เช็กเส้นทาง ถนน-เปิดปิด ตรงไหนบ้าง

31 พ.ค. 2567

Bangkok Pride 2024 เทศกาลเฉลิมฉลองความหลากหลายทางเพศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย กลับมาสร้างสีสันและความคึกคักอีกครั้ง โดยในปีนี้การร่วมโบกธงสีรุ้งจะเป็นสัญลักษณ์ของการสนับสนุนสิทธิความหลากหลายทางเพศจากทุกภาคส่วน และเชิญชวนกลุ่ม LGBTQIA+ จากทั่วทุกมุมโลกให้มาเยือนประเทศไทย เมื่อเพื่อนำเสนอความพร้อมและคุณสมบัติในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดงาน Bangkok World Pride ปี 2030 ได้สำเร็จ

ขบวนพาเหรดไพรม์ Pride Month 1.มิ.ย. 67  เช็กเส้นทาง ถนน-เปิดปิด ตรงไหนบ้าง

ในวันที่ 1 มิถุนายน 2567 มาร่วมประกาศชัยชนะและความภาคภูมิใจต่อประวัติศาสตร์การเคลื่อนไหวเพื่อสมรสเท่าเทียมกว่า 2 ทศวรรษ ขบวนปีนี้ประกอบไปด้วย 5 ขบวนหลัก 5 นิยามความรักที่เปิดกว้างให้ผู้เข้าร่วมตีความ แสดงออก และนำเสนอนิยามความรักในแบบของตัวเองเพื่อใช้ความรักนำทางสร้างสรรค์สังคมที่เท่าเทียม 

เปิดแผนที่ขบวนพาเหรด Pride Month 2567 

เริ่มตั้งขบวน ณ ลานหน้าอาคารนิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ เวลา 14.00 น. เดินขบวนบนถนนพระราม 1 มุ่งหน้าสู่ แยกราชประสงค์ รวมระยะทางกว่า 2.5 กิโลเมตร

ขบวนที่ 1 สมรสเท่าเทียม – Love Wins

ปล่อยขบวน เวลา 15.00 น.

ขบวนที่ 2 ตัวตน Love for Identity

ปล่อยขบวน เวลา 15.30 น.

ขบวนที่ 3 ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ Love for Dignity

ปล่อยขบวน เวลา 16.00 น.

ขบวนที่ 4 สันติภาพ Love for Peace & Earth

ปล่อยขบวน เวลา 16.30 น.

ขบวนที่ 5 เสรีภาพ Love for Freedom

ปล่อยขบวน เวลา 17.00 น.

ขบวนพาเหรดไพรม์ Pride Month 1.มิ.ย. 67  เช็กเส้นทาง ถนน-เปิดปิด ตรงไหนบ้าง

ขบวนบางกอกไพรด์ 2024 วันที่ 1 มิถุนายน จากสนามกีฬาแห่งชาติมุ่งหน้าแยกราชประสงค์ (ถนนพระราม 1)บุคคลทั่วไปร่วมขบวนโดยไม่ต้องลงทะเบียนรับธงที่ระลึกฟรีที่เต็นท์อำนวยการบริเวณลานหน้าอาคารนิมิบุตรตั้งขบวนที่สนามกีฬาเทพหัสดิน  เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป

ขบวนพาเหรดไพรม์ Pride Month 1.มิ.ย. 67  เช็กเส้นทาง ถนน-เปิดปิด ตรงไหนบ้าง

ผู้ใช้รถใช้ถนน เช็กเส้นทางขบวนพาเหรด Pride Month 2567 ปิด-เปิดถนน

ในวันที่ 1 มิถุนายน 2567 เวลา 15.00 – 17.00 น. พญาไทมุ่งหน้าแยกปทุมวัน

กำหนดการจราจร

ก่อนเวลา 14.00 น. รถสัญจรปกติ

14.00 – 15.00 น. ตำรวจจราจรวางแผงกั้นตลอดแนวเดินขบวน

ตั้งแต่เวลา 15.00 – 17.30 น. (โดยประมาณ)

บริเวณปล่อยขบวน

ปิดถนนพระราม 1 หน้าสนามกีฬา (ขาเข้า มุ่งหน้าโลตัส) 3 เลน

บริเวณแยกปทุมวัน

กั้นถนนเพื่อปล่อยขบวนข้ามแยกและเปิดระบายรถบนถนนพญาไทเป็นระยะ

บริเวณหน้าสยาม (ถนนพระราม 1 ขาออก มุ่งหน้าแยกราชประสงค์)

ปิดถนนพระราม 1 เว้นทางฉุกเฉิน 1 เลน

บริเวณแยกเฉลิมเผ่า

กั้นถนนถนนอังรีดูนังต์เพื่อปล่อยขบวนข้ามไปยังวัดปทุมวนาราม

และเปิดระบายรถออกจากสยามพารากอนเป็นระยะ

บริเวณแยกราชประสงค์

ปิดถนนราชดำริ มุ่งหน้าประตูน้ำ 1 เลน หน้าเซนทรัลเวิล์ด

ขบวนพาเหรดไพรม์ Pride Month 1.มิ.ย. 67  เช็กเส้นทาง ถนน-เปิดปิด ตรงไหนบ้าง

เปิด 10 แบบเสื้อผ้า แฟชั่นสุดเก๋ ที่ไม่แนะนำใส่ขึ้นเครื่องบิน

เปิด 10 แบบเสื้อผ้า แฟชั่นสุดเก๋ ที่ไม่แนะนำใส่ขึ้นเครื่องบิน

เปิด 10 แบบเสื้อผ้า แฟชั่นสุดเก๋ ที่ไม่แนะนำใส่ขึ้นเครื่องบิน

31 พ.ค. 2567

ในช่วงนี้มีข่าวอุบัติเหตุทางการบินเกิดขึ้นบ่อยครั้ง หากใครที่วางแผนจะเดินทางไปไหนโดยเครื่องบิน อย่ามองข้ามเรื่องการแต่งตัว เพราะเสื้อผ้าที่ใส่ขึ้นเครื่องบินนั้นมีผลต่อความปลอดภัยสุดๆ เปิด 10 แบบเสื้อผ้า แฟชั่นสุดเก๋ ที่ไม่แนะนำใส่ขึ้นเครื่องบิน

การเดินทางโดยใช้เครื่องบิน เป็นการเดินทางที่ถือว่าปลอดภัยที่สุด เมื่อเทียบกับการเดินทางในรูปแบบอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเรือ การขับรถ รถไฟ ฯลฯ  แต่สุดท้ายอะไรก็ขึ้นได้เนื่องจากความความแปรปรวนของสภาพอากาศ แม้นักบินจะถูกฝึกให้ดีแค่ไหนก็ต้องแพ้ฟ้าแพ้ฝนอยู่ดี  และในยิ่งช่วงนี้มีข่าวอุบัติเหตุทางการบินเกิดขึ้นใครที่มีวางแผนจะเดินทางไปไหนโดยเครื่องบิน สิ่งสำคัญอีกสิ่งหนึ่งที่นั่นคือการแต่งตัว เพราะเสื้อผ้าที่ใส่ขึ้นเครื่องบินนั้นมีผลสุดๆมาดูกันว่า เสื้อผ้าแบบใดที่ไม่ควรใส่บนเครื่องบิน แล้วถ้าใส่จะเกิดอะไรขึ้น! เรื่องเล็กๆที่ไม่ควรมองข้าม 

เปิด 10 แบบเสื้อผ้า แฟชั่นสุดเก๋ ที่ไม่แนะนำใส่ขึ้นเครื่องบิน

1.กางเกงเลกกิ้ง

กางเกงเลกกิ้ง

บอกเลยว่าเราจะมักเห็นสาวๆใส่เจ้ากางเกงเลกกิ้งบ่อยครั้งมากๆในการเครื่องบินเพราะมันสบาย สะดวก คล่องตัว และน้ำหนักเบาซึ่งเป็นนิยมของผู้หญิงเอามากๆแต่รู้ไหมว่า อาจทำให้คุณไม่ปลอดภัยหากว่าเกิด อัคคีภัยบนห้องโดยสาร แล้วต้องการหลบหนีนั้น มีโอกาสสูงมากที่ไฟจะติดกางเกง และลุกลามอย่างรวดเร็ว

2.แต่งกายด้วยเสื้อผ้ารัดรูป 

แต่งกายด้วยเสื้อผ้ารัดรูป 

แต่งกายด้วยเสื้อผ้ารัดรูป 

รู้ไหมว่าการด้วยเดินทางด้วยเครื่องบินนั้นสร้างความเครียดให้ร่างกาย และทำให้หลอดเลือดของเราเกิดความเครียด เหตุผลที่อยู่เบื้องหลังนี้ คือ การเปลี่ยนแปลงความดันของอากาศ และยิ่งจะต้องใช้เวลานานในเก้าอี้ขนาดเล็ก สิ่งที่ทำให้เรื่องแย่ลงไปอีกคือเสื้อผ้าที่คับ เนื่องจากการสวมใส่สิ่งที่แน่นเกินไปทำให้การไหลเวียนโลหิตมีประสิทธิภาพลดลงจึงควรใส่เสื้อผ้าหลวมๆ เพราะให้ความสะดวกสบายมากกว่า

3. ไม่ควรใส่กางเกงยีนส์

กางเกงยีนส์

ก็ใช่ที่มันให้ความทะมัดทะแมงขณะเดินทาง และสวมใส่ง่ายสบายๆ  แต่ก็อย่าลืมว่ากางเกงยีนส์ที่มีขนาดพอดีตัวเกินไป จะทำให้เอวและต้นขาอึดอัดได้ควรใส่กางเกงที่เว้นช่องว่างบริเวณช่วงเองได้ประมาณสองถึงสามนิ้วจะดีกว่า 

4. อย่าสวมกางเกงขาสั้นขึ้นเครื่องบิน

กางเกงขาสั้น

กางเกงขาสั้น

เนื่องจากเมื่อนั่งอยู่บนเครื่องบิน ผู้โดยสารไม่สามารถรู้ได้เลยว่า เบาะนั่งหรือห้องโดยสารนั้นสะอาดขนาดไหน การใส่กางเกงขายาวจึงจะช่วยป้องกันการสัมผัสกับเชื้อโรคได้ดีกว่า

5.ไม่ควรใส่ชุดจั๊มพ์สูท

ชุดจั๊มพ์สูท

ชุดจั๊มพ์สูท

จั๊มพ์สูทเป็นแบบเสื้อผ้าที่ใส่จบครบเป็นในชุดเดียวแต่อย่าลืมไปว่าการต้องถอดชุดจั๊พท์สูทในห้องน้ำมันสร้างความลำบากสุดๆ โดยเฉพาะในห้องน้ำสาธารณะ เช่นเดียวกันกับชุดมีซิป อะไรที่จะถอดใส่แบบซ้ำซ้อน 

6.รองเท้าส้นสูง 

รองเท้าส้นสูง

รองเท้าส้นสูง

ใส่แล้วสวยแล้วปังแต่ในระหว่างเที่ยวบิน แต่เพื่อความปลอดภัย ในกรณีที่มีการอพยพคุณจะไม่สามารถเดินด้วยรองเท้าส้นสูง หรือถอดออกได้ทันทีหากเกิดกรณีฉุกเฉิน นอกจากนี้ส้นเท้าอาจทำให้ลื่นล้ม ก็เป็นได้

7.รองเท้าผ้าใบคู่ใหม่

รองเท้าผ้าใบคู่ใหม่

รองเท้าผ้าใบคู่ใหม่

ในระหว่างการเดินทางบินเครื่องจำไว้ว่ามีโอกาสที่ขาของคุณจะบวมได้ เพราะแรงความดันของอากาศ เลือกรองเท้าที่คุณรู้สึกว่าสบายเพราะคุณเคยใส่มาก่อน แม้แต่รองเท้าผ้าใบใหม่ที่สบายที่สุดอาจจะแน่นเกินไปเมื่อคุณอยู่บนอากาศ นอกจากนี้รองเท้าสำหรับเที่ยวบินควรเป็นรองเท้าที่ปิดนิ้วเท้า คุณจะต้องยืนร่วมกับฝูงชนและอื่นๆ  ส่วนรองเท้าแตะหรือรองเท้าแบบเปิดส้นไม่ใช่ทางเลือกที่ดี เพราะอาจมีใครมาเหยียบเท้าคุณทำให้เท้าของคุณเจ็บ ก็เป็นได้ 

8. อย่าถอดถุงเท้าหรือรองเท้า

อย่าถอดถุงเท้าหรือรองเท้า

อย่าถอดถุงเท้าหรือรองเท้า

การถอดถุงเท้าหรือรองเท้าระหว่างที่อยู่บนเครื่อง โดยเฉพาะช่วงที่กำลังขึ้นบินหรือลงจอด แม้จะไม่ใช่กฎที่สายการบินระบุไว้ก็ตาม เพราะหากเกิดเหตุฉุกเฉิน จะไม่มีทางรู้เลยว่าพื้นห้องโดยสารจะร้อนจัด หรือเย็นจัด อาจจะมีน้ำมันไหลนองพื้นหรือมีไฟไหม้ ซึ่งถ้าหากคุณสวมรองเท้าไว้ก็จะปกป้องเท้าไว้ได้ดีกว่า

9. ไม่ควรสวมเสื้อผ้าที่ตกแต่งด้วยโลหะ

เสื้อผ้าที่ตกแต่งด้วยโลหะ

มันจะทำให้ชีวติของคุณลำบาก ลำบนเพิ่มขึ้นเพราะจะต้องถอดๆใส่ๆเสื้อผ้า เนื่องจากในสนามบินแต่ละแห่งมีเกณฑ์ตรวจจับโลหะในปริมาณที่แตกต่างกัน บางเครื่องสแกนอาจเห็นซิปล็อคบนโลหะของเสื้อผ้า และอุปกรณ์เหล่านี้ยังอาจตรวจเจอเครื่องประดับโลหะจากการเจาะร่างกายได้เช่นกัน

10. ไม่ควรสวมเสื้อผ้าที่ไม่ถูกกฎสายการบิน

สิ่งนี้คือสำคัญที่สุด เพราะถ้าผิดกฎสายการบินคุณอาจจะไม่ได้ขึ้นเครื่องต้องลากกระเป๋ากลับบ้านก็เป็นได้ เนื่องจากสายการบินแต่ละแห่งมีข้อจำกัดสำหรับผู้โดยสารในการแต่งกายขึ้นเครื่องด้วยเช่นกัน เช่น บางสายการบินไม่อนุญาตให้ผู้โดยสารใส่กางเกงเลกกิ้ง หรือใส่เสื้อผ้าที่เซ็กซี่เปิดเผยเรือนร่างมากเกินไป ดังนั้นควรศึกษากฎของแต่ละสายการบินก่อนเดินทางให้ดี และควรแต่งกายให้เหมาะสมอยู่เสมอ

เปิด 10 แบบเสื้อผ้า แฟชั่นสุดเก๋ ที่ไม่แนะนำใส่ขึ้นเครื่องบิน