Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ท้านักผจญภัยมุดถ้ำเดือนถ้ำดาว ปีนเขาหินปูน ชมนครป่าหินสวยงามที่พิษณุโลก

Posted on February 21, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712428

ท้านักผจญภัยมุดถ้ำเดือนถ้ำดาว ปีนเขาหินปูน ชมนครป่าหินสวยงามที่พิษณุโลก

ท้านักผจญภัยมุดถ้ำเดือนถ้ำดาว ปีนเขาหินปูน ชมนครป่าหินสวยงามที่พิษณุโลก

วันจันทร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 17.47 น.

นักเที่ยวสายผจญภัยไม่ควรพลาดกับกิจกรรมท่องเที่ยว Unseen “มุดน้ำ เดินชมถ้ำเดือน ถ้ำดาว ลอยตัวผ่านน้ำ ชมหินงอก หินย้อย พร้อมปีนภูเขาหินปูน ชมนครป่าหินสวยงาม” ที่ ต.บ้านมุง อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก 

ที่ ต.บ้านมุง อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก มีภูเขาหินปูนน้อยใหญ่และมีถ้ำมากมาย ที่น่าสนใจและเป็น UNSEEN อีกแห่งหนึ่งในช่วงนี้คือถ้ำเดือนถ้ำดาว ที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปเที่ยวชมหินงอกหินย้อยได้ ที่สำคัญและน่าตื่นตาตื่นใจคือหินชั้น ซึ่งเป็นหินปูนสีเทา สลับดำและมีหินดินดานแทรกสลับ เป็นที่แปลกตาและหาชมได้ยาก ไม่เหมือนถ้ำทั่วไปโดยเฉพาะช่วงหน้าแล้งนี้เหมาะแก่การท่องเที่ยวอย่างมาก สามารถเดินเข้าถ้ำลอดระยะทาง 1.4 กม.ไปชมได้อย่างสบาย หลังจากในช่วงหน้าฝนที่ผ่านมาน้ำจะท่วมสูง จนเข้าไม่ได้

นายสุกิจ อยู่เจริญ หัวหน้ากลุ่มนายพรานและไกด์ชุมชนบ้านมุง กล่าวว่า ในช่วงนี้ทางอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเดินเที่ยวถ้ำเดือนถ้ำดาว ได้แล้วหลังจากน้ำในถ้ำได้ลดลง นักท่องเที่ยวสามารถลอยคอผ่านตามเชือก เข้าไปในถ้ำชมความงามหินงอกหินย้อย โดยเฉพาะที่ UNSEEN ในช่วงกำลังเข้าสู่ฤดูร้อนแบบนี้นักท่องเที่ยวต้องลองมามุดตัวลงไปเป็นทางน้ำใต้ดินจากอีกฟากหนึ่งของถ้ำ แล้วผ่านกระบวนการกัดเซาะมานานนับล้านๆ ปี จึงเกิดเป็นถ้ำน้ำลอดขึ้น 

โดยมีทางน้ำมาทะลุออกอีกด้านหนึ่งให้เห็นคือด้านปากถ้ำที่บ้านมุงนี้ ด้วยระยะทางความยาวของตัวถ้ำราว 1.4 กิโลเมตร บริเวณโดยรอบของผนังถ้ำจะปรากฏหินงอกหินย้อย สีขาว ที่มีแร่ซิลิกา ที่มีเกร็ดเหมือนประกายเพชรระยิบระยับตา สะท้อนกับแสงไฟที่สาดไปถึงสวยงามเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ ที่เป็นไฮไลน์ในช่วงของกลางถ้ำ คือความสวยงามของชั้นหินแกรนิต หรือ หินแพนเค้ก ที่ถูกทับซ้อนกันมานานหลายพันปีนับได้ว่าเป็นภาพที่หาชมได้อย่างเป็นอย่างยิ่งสำหรับนักผจญภัย ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมถ้ำเดือนถ้ำดาว ประมาณ 2-3 ชม.

หลังจากเที่ยวถ้ำเดือนถ้ำดาวแล้ว นักท่องเที่ยวที่ชอบผจญภัย สามารถขึ้นปีนเขาหินปูนล่องเรือตาหมื่น ที่เป็นเขาหินปูนลูกเดียวกัน แต่อยู่ด้านบนของถ้ำเดือนถ้ำดาว ซึ่งในทุกๆปี นักท่องเที่ยวจะขึ้นไปเที่ยวชมและสัมผัสกับบรรยากาศแท่งหินเขาหินปูน หรือ หลายคนเรียกว่า นครป่าหินแห่งบ้านมุง และมีจุดวิวหลากหลาย อาทิ จุดชิมวิวหน่อแรด จุดชมวิวหมูกระทะ จุดชมวิวประตูเมือง เป็นต้น ซึ่งแต่ละจุดสามารถมองเห็นธรรมชาติของบ้านมุง ได้ 360 องศา นักท่องเที่ยว สามารถขึ้นมานอนชมดาว ชมพระอาทิตย์ตกดิน พระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าได้อย่างสวยงาม

ซึ่งนักท่องเที่ยวสายผจญภัยไม่ควรพลาด กับกิจกรรมท่องเที่ยวผจญภัยทั้งการเดินไปชมถ้ำเดือน ถ้ำดาว พร้อมกับปีนเขาหินปูนล่องเรือตาหมื่น บางคนสามารถวันเดย์ทริป หรือ ค้างคืนบนล่องเรือตาหมื่น สอบถามได้ที่ นายสุกิจ อยู่เจริญ หัวหน้ากลุ่มนายพรานและไกด์ชุมชนบ้านมุง เบอร์ 0815528595 หรือหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลวงหลวงที่ 6 (สล.6) ได้ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘เกาะสมุยเนื้อหอม’! นักท่องเที่ยวแห่เที่ยวไม่หยุด ททท.รุกตลาดจีนเสริม

Posted on February 21, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712423

'เกาะสมุยเนื้อหอม'! นักท่องเที่ยวแห่เที่ยวไม่หยุด ททท.รุกตลาดจีนเสริม

‘เกาะสมุยเนื้อหอม’! นักท่องเที่ยวแห่เที่ยวไม่หยุด ททท.รุกตลาดจีนเสริม

วันจันทร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 17.11 น.

วันที่ 20 ก.พ.66 สถานการณ์การท่องเที่ยวภายในประเทศไทยกลับมาฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว หลังรัฐบาลประกาศเปิดประเทศเต็มรูปแบบ ได้มีเที่ยวบินจากต่างประเทศและเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว นำนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่กลางเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมายาวไปถึงเดือนเมษายนนี้ รวมถึงนักท่องเที่ยวคนไทยก็ไปท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวภายในประเทศเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน ได้ส่งผลให้ธุรกิจการท่องเที่ยว โรงแรมที่พักต่างๆ ร้านค้า ร้านอาหาร มีรายได้จากการท่องเที่ยว รวมถึงการจ้างงานที่เพิ่มมากขึ้น

“เกาะสมุย” จังหวัดสุราษฎร์ธานี แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังที่เป็นจุดหมายปลายทางอีกแห่งของนักท่องเที่ยวนิยมมาท่องเที่ยว เพื่อสัมผัสกับธรรมชาติที่สวยงาม น้ำทะเลใส หาดทรายสวย แหล่งท่องเที่ยวตามเกาะต่างๆ แหล่งท่องเที่ยวชุมชน และเวลเนส เดสทิเนชั่น ทางเลือกสำหรับคนที่อยากฟื้นฟูสุขภาพกาย อารมณ์ และจิตใจ

นางกนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเกาะสมุย กล่าวว่า ประเทศไทยเปิดประเทศแบบเต็มรูปแบบแล้ว เกาะสมุยก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต้องการเดินทางเข้ามา สำหรับเกาะสมุยตอนนี้จะมีเที่ยวบินจากสิงคโปร์บินตรงเข้ามา และยังมีกลุ่มของเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวจากฝั่งประเทศตะวันออกกลางที่นำนักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวที่เกาะสมุยด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ยังมีนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าเกาะสมุยผ่านทางสนามบินภูเก็ต และสนามบินสุวรรณภูมิและนักท่องเที่ยวจีนที่อาศัยอยู่ในประเทศกัมพูชาเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวด้วย ซึ่งกลุ่มนี้เป็นนักท่องเที่ยวที่มีใช้จ่ายสูง

นับตั้งแต่กลางเดือนธันวาคมปีที่แล้วยาวไปจนถึงเดือนเมษายนปีนี้ ถือว่าเป็นช่วงพีคของเกาะสมุย มีนักท่องเที่ยวค่อนข้างเต็ม ขณะที่โรงแรมที่พักบนเกาะสมุยเปิดให้บริการไปแล้วกว่าร้อยละ 90 อีกที่เหลือยังอยู่ระหว่างปรับปรุงเพื่อเตรียมเปิดรับนักท่องเที่ยวในอนาคต

ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเกาะสมุย กล่าวอีกว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้ไปทำโรดโชว์หรือการทำตลาดโฆษณาประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวในประเทศไทย ที่ประเทศจีน 3 เมืองหลักได้แก่ เซียงไฮ้ เฉินตู กว่างโจว คิดว่าในไม่ช้านี้จะมีเที่ยวบินจากเมืองต่างๆ ในประเทศจีนนำนักท่องเที่ยวบินเข้ามาที่เกาะสมุย – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พบตัวแล้วหนุ่ม จนท.ชุดลาดตระเวน อช.เอราวัณหลงป่า สภาพแข็งแรงดี

Posted on February 21, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712412

พบตัวแล้วหนุ่ม จนท.ชุดลาดตระเวน อช.เอราวัณหลงป่า สภาพแข็งแรงดี

พบตัวแล้วหนุ่ม จนท.ชุดลาดตระเวน อช.เอราวัณหลงป่า สภาพแข็งแรงดี

วันจันทร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 16.47 น.

ความคืบหน้ากรณีนายอนุวัตน์ นาเอี่ยม อายุ 33 ปี เจ้าหน้าที่ภายนอกปฏิบัติงานให้ส่วนราชการ ประจำหน่วยฯ ถ้ำพระธาตุ อุทยานแห่งชาติเอราวัณ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี พร้อมเพื่อนประมาณ 7 คน ร่วมออกลาดตระเวนเชิงคุณภาพเพื่อป้องกันขบวนการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าและล่าสัตว์ในเขตรับผิดชอบเมื่อวันที่ 17 ก.พ.ที่ผ่านมา จนกระทั่งตกดึกนายอนุวัตน์ฯ ได้เกิดเดินพลัดหลงกับกลุ่มเพื่อน เจ้าหน้าที่อุทยานฯจึงได้ระดมกำลังร่วม 100 นายออกติดตามหาแต่ก็ไม่พบ

โดยช่วงเช้าวันนี้ (20 ก.พ.66) นายอนันต์ โพธิ์พันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) พร้อมด้วยนายประวัฒน์ พวงทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ สามารถติดต่อกับนายอนุวัฒน์ ทางโทรศัพท์ได้ จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่อุทยานฯ นำกำลังไปนำตัวนายอนุวัฒน์ ออกมาจากป่า ซึ่งคณะเจ้าหน้าที่ได้เดินเท้าเข้าไปเป็นระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร ตลอดเส้นทางเห็นหุบและภูเขาที่สูงชัน โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการเช็คพิกัดเส้นทางเดินไปยังศูนย์บัญชาการให้ทราบเป็นระยะๆ จนกระทั่งไปพบตัวนายอนุวัฒน์ รอเจ้าหน้าที่ชุดค้นหาอยู่ที่บริเวณพิกัด 511162 157985 ท้องที่ หมู่ 4 ต.ท่ากระดาน อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี 

ถึงแม้นายอนุวัฒน์ นาเอี่ยม จะอาศัยอยู่ในป่าภูเขานานถึง 3 วันแต่สุขภาพก็ยังแข็งแรง มีสภาพอิดโรยให้เห็นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น สำหรับอาหารกับน้ำดื่มที่ใช้ประทังชีวิตนั้นนายอนุวัฒน์ ได้จัดเตรียมเอาไว้อยู่แล้วเพราะต้องเดินลาดตระเวนติดต่อเป็นเวลาหลายวัน ซึ่งขณะเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเดินทางกลับ คาดว่าอีกไม่นานก็คงจะถึงหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ อว.1 (ถ้ำพระธาตุ) ดังนั้นจึงขอให้ครอบครัวและญาติไม่ต้องเป็นห่วง – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘มะกัน’ยังยอมรับ! ‘บัวขาว’ถ่ายทอด‘แม่ไม้มวยไทย’ทหารสหรัฐฯ ในการฝึก‘คอบร้าโกลด์2023’

Posted on February 21, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712399

‘มะกัน’ยังยอมรับ! ‘บัวขาว’ถ่ายทอด‘แม่ไม้มวยไทย’ทหารสหรัฐฯ ในการฝึก‘คอบร้าโกลด์2023’

‘มะกัน’ยังยอมรับ! ‘บัวขาว’ถ่ายทอด‘แม่ไม้มวยไทย’ทหารสหรัฐฯ ในการฝึก‘คอบร้าโกลด์2023’

วันจันทร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 16.26 น.

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2566 เพจเฟซบุ๊ก “Banchamek Gym (Buakaw Banchamek, บัวขาว บัญชาเมฆ)” ซึ่งเป็นเพจทางการของ บัวขาว บัญชาเมฆ นักมวยไทยชื่อดัง เผยแพร่ภาพของ บัวขาว สอนศิลปะแม่ไม้มวยไทย ให้กับทหารจากสหรัฐอเมริกา ที่เดินทางมาร่วมการฝึก “คอบราโกลด์” ประจำปี 2566 (Cobra Gold 2023) ที่ประเทศไทย พร้อมคำบรรยายดังนี้

ความเป็นมวยไทย ยิ่งใหญ่และเป็นที่ยอมรับอีกครั้ง กองทัพสหรัฐมีอาวุธที่ทันสมัยและเข้มแข็ง ยังยอมรับภูมิปัญญาของบรรบุรุษไทย ศาสตร์ มือเปล่า เท้าเปล่า คือ หมัด เท้า เข่า ศอก

ภายใต้ระหัสการฝึก Cobra gold จะมีการบรรจุการฝึกมวยไทยในแผนการฝึกครั้งนี้ด้วย โดย บัวขาว ร้อยโท สมบัติ บัญชาเมฆ จะเป็นครูฝึก และ บัวขาว จะเข้าร่วมการฝึก Strategic Airborne Operations (SAO) การกระโดดร่มทางยุทธศาสตร์ เป็นการฝึกการยุทธ์ส่งทางอากาศร่วม ระหว่าง ทบ. และ ทบ.สหรัฐฯ โดยกรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ ในฐานะหน่วยส่งทางอากาศของ ทบ. เป็นหน่วยหลักจัดกำลังเข้าร่วมการฝึก ภายใต้ธงไตรรงค์ที่โบกสะบัดบนผืนแผ่นดินไทยแผ่นดินที่รักสงบ  ดำรงคงความเป็นอธิปไตยยาวนานจากอดีตถึงปัจจุบัน

แม้ประเทศไทยจะรักสงบแต่ท่ามกลางความขัดแย้งในภูมิภาคโลกในขณะนี้  ประเทศไทยเราต้องรักษาไว้ซึ่งความเป็นปึกแผ่น  เข้มแข็งของชาติไทยไว้อย่างมั่นคง

มวยไทย คือสัญลักษณ์ของความเป็นไทยที่แสดงถึงความแข็งแกร่ง และ ภูมิปัญญาอันทรงคุณค่าที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษของไทยมายาวนาน เป็นศิลปะการต่อสู้ที่ดีที่สุดของโลก เป็นที่ยอมรับจากนานาอารยะประเทศ

เป็นความภาคภูมิใจอีกครั้งที่ มวยไทย โดย  บัวขาว  บัญชาเมฆ ได้เป็นอีกหนึ่งความสำคัญหลักสูตรเพื่อร่วมฝึกซ้อมด้านความมั่นคง ระดับพหุภาคี  Cobra Gold 2023

พี่บัวขาวจะมีโอกาสได้เป็นตัวแทนนำเสนอศิลปะมวยไทย และเป็นผู้ฝึกสอนศิลปะการต่อสู้ให้กับกองกำลังที่ถือได้ว่าแข็งแกร่งและทันสมัยที่สุดในโลกในการฝึกซ้อมครั้งนี้

ฝากส่งกำลังใจให้พี่บัวได้ฝึกอย่างเต็มที่และเป็นตัวแทนคนไทยนำเสนอมวยไทยและศิลปะการต่อสู้ให้เป็นที่ยอมรับของคนทั่วโลกต่อไปครับ

สำหรับปี ค.ศ. 2023 จะเข้าร่วมการฝึกเป็นครั้งที่ 6 ร่วมกับ 82nd DIV ABN รหัสการฝึก Cobra gold 23 โดยจัดกำลัง 1 ร้อย.สอ. จำนวน 150 นาย  มีกรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์เป็นหน่วยหลักจัดกำลัง สมทบด้วย ศร., รร.สพศ.ศสพ., กอง พธ.สกอ., ร้อย.ลว.ไกล, รร.จปร., รร.นส.ทบ.

ห้วงการฝึก 22 ก.พ.-7 มี.ค.66 ทำการฝึกจำนวน 4 ขั้นประกอบด้วย ขั้นที่ 1 การฝึกปรับพื้นฐานพลร่ม (BAR) ขั้นที่ 2 การเข้าฐานทัพระหว่างทาง (ISB) ขั้นต่ำ 3 การกระโดดร่มทางยุทธศาสตร์เข้าสู่พื้นที่ปฏิบัติการ (SAO-JFEO) ขั้นที่ 4 การยุทธ์เคลื่อนที่ทางอากาศ (AASLT OPs)

– 006

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FBanchamekGym%2Fposts%2Fpfbid02r6KWUdcFGwSw8mSEGQs9b7vXaZy5vB41iiX9hM7C5qhoDk8iB3uByf58tkCvQgSyl&width=500&show_text=true&height=776&appId

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชีวิตต้องสู้!‘ไรเดอร์’ขาพิการเจอพิษโควิด ไม่ท้อฝันกลับไปขายแซนด์วิชดังเดิม

Posted on February 21, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712382

ชีวิตต้องสู้!‘ไรเดอร์’ขาพิการเจอพิษโควิด ไม่ท้อฝันกลับไปขายแซนด์วิชดังเดิม

ชีวิตต้องสู้!‘ไรเดอร์’ขาพิการเจอพิษโควิด ไม่ท้อฝันกลับไปขายแซนด์วิชดังเดิม

วันจันทร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 15.54 น.

ชีวิตต้องสู้!‘ไรเดอร์’ขาพิการเจอพิษโควิด ไม่ท้อฝันกลับไปขายแซนด์วิชดังเดิม

20 กุมภาพันธ์ 2566 น.ส.ลลิตา นิยมรัตน์ นักสังคมสงเคราะห์ สำนักงานพัฒนาและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนนทบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่เดินทางไปที่บ้านในหมู่บ้านคุณาลัย ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นบ้านพักของนายเทวากร ทับทิมศรี หรือเม่ง อายุ 32 ปี หนุ่มไรเดอร์สู้ชีวิตขาพิการทั้ง 2 ข้าง เพื่อให้การช่วยเหลือ หลังทราบว่าก่อนหน้านี้นายเทวากร เคยประกอบอาชีพขายน้ำส้มและขนมปังแซนด์วิช หน้าโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.บางบัวทอง แต่ได้รับผลกระทบจากพิษโควิด-19 จนขาดรายได้ และต้องเลิกอาชีพไป ก่อนจะมาขับรถรับส่งอาหารแทนแบบทุกวันนี้

นายเทวาการ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ประมาณปี 2563 ตนมีอาชีพขายน้ำส้มและขนมปังแซนด์วิชที่หน้าโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.บางบัวทอง แต่เมื่อไวรัสโควิด-19 ระบาดอย่างหนักในช่วงนั้นทำให้โรงเรียนต้องปิดการเรียนการสอน ไม่มีเด็กนักเรียนมาเรียน จึงทำให้ขายของไม่ได้ ของที่รับมาก็เสียหายจนขาดทุนอย่างหนัก จึงตัดสินใจเลิกขายของลองหางานอย่างอื่นทำ แต่ก็ไม่มี จึงตัดสินใจมาขับรถเป็นไรเดอร์รับส่งอาหารหาเงินเลี้ยงชีพไปวันๆ เพราะไม่อยากทำให้ครอบครัวต้องมาเดือนร้อนเพราะตนโดยเฉพาะแม่

“วันนี้รู้สึกดีใจที่เจ้าหน้าที่เข้ามาให้การช่วยเหลือนำเงินสด อาหารแห้งและของใช้ที่จำเป็นเข้ามาให้ แต่ที่ดีใจที่สุดคือการที่เจ้าหน้าที่จะช่วยเหลือจัดหาเงินลงทุนให้ตนได้กลับไปขายน้ำส้มและขนมปังแซนด์วิชเหมือนเมื่อก่อน เพราะเป็นงานที่ตนชอบที่สุดต่างกับการขี่รถ จยย.รับส่งอาหาร ที่แต่ละครั้งต้องเสี่ยงกับการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ก่อนหน้านี้ก็เคยได้รับอุบัติเหตุมาแล้ว 3 ครั้งแต่โชคดีไม่เป็นอะไรมาก นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังจะติดต่อ รพ.ที่ทำโรงเท้าสำหรับผู้พิการที่เท้าแบบตนให้อีกด้วยเพื่อไม่ให้เกิดบาดแผลกดทับที่เท้า” นายเทวากร กล่าว

ด้านนางลลิตา กล่าวว่า หลังทราบเรื่องวันนี้ได้เดินทางเข้ามาให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นโดยมีการมอบเงินช่วยเหลือจำนวนหนึ่งและของใช้ที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้จากการพูดคุยสอบถามทราบว่าน้องผู้พิการเคยประกอบอาชีพขายน้ำส้มและขนมปังแซนด์วิชมาก่อน แต่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ทำให้ขายของไม่ได้จนต้องเลิกขายไปและหันมาขับรถ จยย.รับส่งอาหารแทน ซึ่งตัวน้องผู้พิการอยากจะกลับไปประกอบอาชีพค้าขายเหมือนเดิม ทางเรามีโครงการช่วยเหลือผู้พิการในการให้กู้ยืมเงินไปลงทุนประกอบอาชีพอยู่แล้วโดยไม่มีการคิดดอกเบี้ยโดยจะเร่งดำเนินการในเรื่องนี้ให้เขาสามารถกลับไปขายของได้อย่างที่ต้องการ นอกจากนี้ในเรื่องของสุขภาพก็จะประสานกับทางรพ.ที่มีการตัดโรงเท้าเฉพาะสำหรับคนพิการให้กับเขาเพื่อป้องกันการติดเชื้อเพราะแผลกดทับต่อไป………-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ช่วยเยียวยาจิตใจ! เด็กหญิง13ถูกบูลลี่ เพื่อนแกล้งหนักจนป่วยซึมเศร้า

Posted on February 21, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712355

ช่วยเยียวยาจิตใจ! เด็กหญิง13ถูกบูลลี่ เพื่อนแกล้งหนักจนป่วยซึมเศร้า

ช่วยเยียวยาจิตใจ! เด็กหญิง13ถูกบูลลี่ เพื่อนแกล้งหนักจนป่วยซึมเศร้า

วันจันทร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 14.45 น.

พม.ระยอง รุดช่วย เด็กหญิง 13 ถูกบูลลี่ ด้าน ผอ.โรงเรียนแจงยืนยันจะให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย พร้อมหาทางออกร่วมกัน เตรียมจัดอบรม นำนักจิตวิทยามาอบรมให้ความรู้แก่คณะครู เด็ก และผุ้ปกครอง ป้องกันการเกิดเหตุการซ้ำอีก 

20 กุมภาพันธ์ 2566 จากกรณีที่ น.ส.ศิริรัตน์ อายุ 36 ปี ได้เปิดเผยถึงกรณีที่ บุตรสาว อายุ 13 ปี เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ได้ถูกเพื่อนในชั้นเรียน ในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในเขตเทศบาลนครระยอง ได้ถูกกลุ่มเพื่อนในชั้นเรียนเดียวกันบูลลี่ ไม่ให้ใครมาคบด้วย กรีดสมุด เขียนข้อความด่าบนโต๊ะเรียนและในหนังสืออย่างรุนแรง จนทำให้บุตรสาวกลายเป็นคนเก็บตัว มีพฤติกรรมรุนแรง ไม่อยากไปโรงเรียน จึงพาไปตรวจรักษาที่ รพ.ระยอง ผลตรวจออกมาบุตรสาวป่วยเป็นโรคซึมเศร้า 

ด้าน บุตรสาวได้เปิดเผย ตนโดนแกล้งหนักมาก โดนเอาน้ำสาดใส่ตอนอยู่ในห้องน้ำ แต่ก็ไม่ทราบว่าเป็นใคร และยังเขียนข้อความด่าบนโต๊ะของตน หนักสุดก็กรีดสมุดและก็บีบหมึกปากกาทิ้ง ส่วนครูประจำชั้น ก็ฝากตนมาบอกแม่ ว่าให้มาเขียนใบลาออกได้แล้วว่า ทางน.ส.ศิริรัตน์ วอนขอให้ทางโรงเรียนช่วยหาทางออก ก่อนที่บุตรสาวจะอาการหนักไปกว่านี้ ตามข่าวที่นำเสนอไป  

เกี่ยวกับความคืบหน้าเรื่องดังกล่าว เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 20 ก.พ.น.ส.นพนา เจริญธรรม หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดระยอง พร้อมเจ้าหน้าที่ ได้เดินทางไปพบกับ น.ส.ศิริรัตน์ และบุตรสาว ที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า หลังจากถูกกลุ่มเพื่อนบูลลี่ ที่บ้านพักหลังวัดป่าประดู่ ต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง เพื่อพบกับ น.ส.ศิริรัตน์ อายุ 36 ปี และบุตรสาว อายุ 13 ปี โดยพบว่าวันนี้ ด.ญ.เอ(นามสมมุติ) ไม่ได้ไปโรงเรียน อยู่บ้านกับมารดา จึงตรวจสอบเรื่องราวที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือต่อไป 

น.ส.ศิริรัตน์ นาคพงษ์ อายุ 36 ปี กล่าวว่า ดีใจที่วันนี้หน่วยงาน พม.ให้ความช่วยเหลือและให้กำลังใจน้อง ซึ่งทาง พม. ก็จะเป็นคนช่วยประสานกับทางโรงเรียนให้ทั้งเรื่องที่น้องถูกกระทำและเรื่องการเรียนของน้อง ซึ่งในอนาคตก็จะย้ายที่เรียนใหม่ ส่วนระหว่างนี้ก็ต้องรอแนวทางจากทางโรงเรียนก่อน ว่าจะดำเนินการอย่างไร เพื่อให้กระทบจิตใจของบุตรสาวอีก ส่วนบุตรสาวหลังจากที่มีเจ้าหน้าที่พม.เข้ามาช่วยเหลือ นำตุ๊กตาและเครื่องเขียนชุดใหม่มามอบให้ เริ่มมีอาการผ่อนคลายขึ้น ท่าทีที่ดีขึ้น ยิ้มแย้ม และพูดคุยเก่ง หยอกล้อเล่นกับทีมงาน  

น.ส.นพนา เจริญธรรม หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดระยอง กล่าวว่า เบื้องต้น จากการสอบถามพูดคุยกับแม่และน้อง ถึงเรื่องราวดังกล่าวและประเมินสภาพจิตใจของน้องด้วย ก็พอจะทราบเรื่องราวเบื้องต้นแล้ว หลังจากนี้ก็จะนำข้อมูลที่ได้รับวันนี้ เข้าไปประชุมกับทางผอ.โรงเรียนและคณะครูของน้องเพื่อหาแนวทางแก้ไขร่วมกัน เพื่อที่จะไม่ให้เกิดปัญหาลักษณะนี้อีก ส่วนเรื่องการเรียนของน้องตอนนี้ คุณแม่กับน้องไม่ประสงค์ที่จะเรียนที่นี่ต่อ จึงช่วยประสานเรื่องการเรียนของน้องเพื่อที่จะไปศึกษาต่อที่โรงเรียนปลายทางที่กำลังจะย้ายไปด้วย  และ อยากฝากถึงทุกครอบครัวหากเกิดเหตุเรื่องของการบูลลี่ซึ่งเป็นสิ่งกระทบต่อจิตใจเด็ก อยากให้ครอบครัวหมั่นใส่ใจดูแลสอบถามลูกหลานของตัวเองอย่าปล่อยผ่านจะได้รู้ถึงสภาพจิตใจเด็กว่าเป็นอย่างไร และหากเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้สามารถโทรแจ้ง ได้ที่เบอร์ 1300 สายด่วน พม. ได้ตลอด 24 ชั่วโมง 


 
ล่าสุด นายมนตรี สิริทัตสุนทร ผอ.โรงเรียนนครระยองวิทยาคม กล่าวว่า หลังจากประชุมเรื่องดังกล่าว ตนยืนยันจะให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย และพร้อมให้ความช่วยเหลือน้อง เพราะทราบข่าวว่าน้องเองซึ่งเป็นโรคซึมเศร้า ส่วนเรื่องสมุดที่ถูกกรีดจากการสอบสวนเด็ก เพื่อนน้องก็ให้การยืนยันว่าสมุดนั้นมีสภาพฉีกขาดแบบนั้นอยู่แล้ว เพื่อนน้องแค่หยิบดูเท่านั้น ส่วนเรื่องบูลลี่ทางคณะครูก็รายงานว่า ก็ได้มีการกล่าวตักเตือนและทำโทษกลุ่มเด็กไปแล้ว ซึ่งระหว่างนี้ทางคุณแม่น้องก็ได้ประสงค์ที่จะขอย้ายน้องออกจากโรงเรียน 

ตนก็ได้ให้คำแนะนำว่าให้สอบให้เสร็จก่อนหากย้ายระหว่างนี้น้องจะต้องไปเรียนชั้น ม.1 ใหม่ ซึ่งตนก็ได้ข้อสรุปจากการประชุมคือระหว่างช่วงสอบก็จะให้น้องแยกสอบไปก่อน ไม่ให้รวมกับเพื่อนๆ เพื่อให้น้องไม่กดดันและเครียด และหลังจากนี้ทางโรงเรียนจะมีการจัดอบรม โดยร่วมกันหลายหน่วยงาน ทั้งโรงเรียน และหน่วยงาน พม. นำนักจิตวิทยามาอบรมให้ความรู้แก่คณะครู เด็ก และผู้ปกครอง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำอีก ส่วนหากคุณแม่น้องจะเปลี่ยนใจให้น้องเรียนต่อทีนี่ทางโรงเรียนก็ยินดีเป็นอย่างยิ่ง จะแก้ปัญหาและให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แม่ฮ่องสอนเตรียมพัฒนา ‘บ้านรุ่งอรุณ-แม่สุยะ’ เป็นแหล่งท่องเที่ยวจีนยูนานแห่งใหม่

Posted on February 20, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712349

แม่ฮ่องสอนเตรียมพัฒนา 'บ้านรุ่งอรุณ-แม่สุยะ' เป็นแหล่งท่องเที่ยวจีนยูนานแห่งใหม่

แม่ฮ่องสอนเตรียมพัฒนา ‘บ้านรุ่งอรุณ-แม่สุยะ’ เป็นแหล่งท่องเที่ยวจีนยูนานแห่งใหม่

วันจันทร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 14.39 น.

ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เตรียมพัฒนาหมู่บ้านรุ่งอรุณและบ้านแม่สุยะ ตำบลห้วยผา อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน เป็นพื้นที่หมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงนิเวศ วิถีชีวิต วัฒนธรรม จีนยูนาน และไทใหญ่

ที่วัดป่าถ้ำวัว ตำบลห้วยผา อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่วัดป่าถ้ำวัว เพื่อติดตามการปรับปรุงซ่อมแซมระบบประปาของวัดป่าถ้ำวัวเพื่อเตรียมอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนจำนวนมากที่นิยมเดินทางมาปฏิบัติธรรมจากทั่วโลก

สำหรับวัดป่าถ้ำวัว เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมตั้งอยู่ทางภาคเหนือของประเทศไทย ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาตินิยมเดินทางมาปฏิบติธรรมและร่วมเข้ามาศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา การสวดมนต์ การไหว้พระเพื่อทำจิตใจให้สงบโดยทางวัดได้จัดเตรียมที่พักอาหารมังสวิรัติ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นและเยี่ยมชมหมู่บ้านรุ่งอรุณ หมู๋บ้านชาวจีนยูนาน ตำบลห้วยผา อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน เพื่อพัฒนาให้หมู่บ้านรุ่งอรุณ และบ้านแม่สุยะ ตำบลห้วยผา อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน เป็นพื้นที่หมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงนิเวศ วิถีชีวิต วัฒนธรรมจีนยูนาน และไทใหญ่ เพื่อเป็นการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดแม่ฮ่องสอนให้ยั่งยืน โดยยึดหลักการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ความหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

สำหรับหมู่บ้านบ้านรุ่งอรุณ ตำบลห้วยผา อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นชุมชนชาวจีนยูนนาน เป็นหมู่บ้านที่โอบล้อมด้วยหุบเขาที่สวยงาม มีวิวทิวทัศน์ที่แปลกตา กับธรรมชาติที่หาดูได้ยาก นักท่องเที่ยวสามารถ ชมวัฒนธรรมประเพณีชาวจีนยูนนาน สัมผัสรสอาหารจีนยูนนาน เที่ยววัดป่าถ้ำวัวเที่ยวถ้ำ และล่องแพไปยังน้ำตกซู่ซ่าได้ รวมทั้งสามารถพักค้างแรมแบบโฮมสเตย์ ณ หมู่บ้านแห่งนี้ได้ด้วย

นอกจากนี้ ไม่ไกลจากหมู่บ้านรุ่งอรุณ เป็นหมู่บ้านชาวไทยใหญ่ที่รักษาขนบธรรมเนียมประเพณีไทยใหญ่ไว้เป็นอย่างดีและหมู่บ้านห้วยส้านใหม่ เป็นหมู่บ้านชนเผ่า มูเซอดำ อยู่ติดกับแม่น้ำของ และเป็นจุดล่องแก่งแม่น้ำของไปบรรจบกับแม่น้ำปาย ปัจจุบันทั้ง 3 หมู่บ้านได้เชื่อมโยงการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน มีการจัดการให้เป็นชุมชนท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติและวัฒนธรรม เรียกว่า 3 วัฒนธรรมชุมชนจีนยูนนาน ไทยใหญ่ มูเซอดำ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘กล้วยไม้รองเท้านารี’..มงกุฎแห่งยอดดอยสู่ธุรกิจชุมชน

Posted on February 20, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712348

'กล้วยไม้รองเท้านารี'..มงกุฎแห่งยอดดอยสู่ธุรกิจชุมชน

‘กล้วยไม้รองเท้านารี’..มงกุฎแห่งยอดดอยสู่ธุรกิจชุมชน

วันจันทร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 14.34 น.

“กล้วยไม้รองเท้านารี”..มงกุฎแห่งยอดดอยสู่ธุรกิจชุมชน

สํานักงาน กปร. นําสื่อมวลชนในโครงการสื่อมวลชนสัญจร สืบสานพระราชดําริเยี่ยมชม โครงการศูนย์บริการการพัฒนาขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ผลบ้านไร่อันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.หางดง และโครงการอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์ตามพระราชดําริในพื้นที่ภาคเหนือ (ดอยอินทนนท์) อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ โดยมี นายไพรัตน์ ทับประเสริฐ ผู้อํานวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดําริ กล่าวต้อนรับ พร้อมบรรยายสรุปความเป็นมาของศูนย์ศึกษา การพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ และศูนย์สาขา 

” ศ.ดร. โสระยา ร่วมรังษี”

ผู้อํานวยการศูนย์บริการการพัฒนาขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ผลบ้านไร่ อันเนื่องมาจากพระราชดําริ

ด้าน” ศ.ดร. โสระยา ร่วมรังษี” ผู้อํานวยการศูนย์บริการการพัฒนาขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ผลบ้านไร่ อันเนื่องมาจากพระราชดําริ กล่าวถึงโครงการนี้ว่า “โครงการนี้เป็นโครงการในพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยทรงพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อให้นำมาทำงานวิจัยและเผยแพร่ไปสู่ประชาชน เพราะสมัยก่อนกล้วยไม้ชนิดนี้ถือเป็นพันธุ์ที่หาได้ยาก หากเผยแพร่ไปสู่ประชาชนจะเป็นประโยชน์อย่างมาก ในช่วงแรกกลุ่มเป้าหมายของเราเป็นประชาชนในระดับรากหญ้า โดยเริ่มส่งเสริมจากพืชพันธุ์ประเภทไม้ดอกก่อน จนกระทั่งภายหลังเริ่มมีกลุ่มที่หันมาสนใจไม้ผลจึงได้เข้าไปส่งเสริม อย่างมะม่วงพันธุ์มหาชนก ต้องยอมรับว่าในช่วงแรกการเผยแพร่ถือเป็นสิ่งที่ยากมากเพราะชาวบ้านไม่รู้จักมะม่วงพันธุ์มหาชนกมาก่อน อย่างที่จังหวัดกาฬสินธุ์เกษตรกรของเราต้องนำไปแลกข้าวสารแทนตัวเงิน แต่ปัจจุบันหลังจากที่ผ่านมานับ 10 ปีทุกวันนี้มะม่วงมหาชนกเป็นที่นิยมมาก กลุ่มตัวแทนของเราสามารถรวมตัวกันตั้งเป็นล้งในการจำหน่ายมะม่วงพันธุ์นี้ สำหรับไม้ดอกเองก็มีการเจริญเติบโต สวนไม้ดอกเองต้องยอมรับว่าเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยการเจริญเติบโตต้องใช้เวลาพอสมควร แต่ดอกไม้ของประเทศไทยถือว่าเป็นดอกไม้ที่สวยงามและน่าสนใจ แล้วเริ่มได้รับความนิยมในระดับประเทศ ทำให้ตอนนี้กลุ่มของเราเริ่มขยายไปสู่ภูมิภาคต่างๆทั่วประเทศ โดยเฉพาะเมื่อเราได้ร่วมมือกับเอกชนรวมถึงผู้ส่งออก ทำให้การส่งออกกล้วยไม้เป็นไปอย่างมีประสิทธิผลมากขึ้น เพราะเราเองก็มีองค์ความรู้เกี่ยวกับกล้วยไม้อยู่มากพอสมควร แน่นอนว่าการทำกล้วยไม้เพื่อการส่งออกต้องมีผลการวิจัยจากห้องทดลองก่อน ถึงจะเกิดองค์ความรู้ เราจะไม่นำกล้วยไม้ป่าออกขายโดยทันที แต่เราจะต้องมีการวิจัยและพัฒนาพันธุ์เพื่อให้เหมาะกับการส่งออกสู่ตลาด”..ศ.ดร. โสระยา กล่าว

นอกจากนี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ( สำนักงาน กปร. ) ได้นำคณะสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ในโครงการสื่อมวลชนสัญจร สืบสานพระราชดำริ ลงพื้นที่เยี่ยมชม เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน เขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ โดยมี “เครือวัลย์ พิพัฒน์สวัสดิกุล” นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ หัวหน้าโครงการอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้า นารีอินทนนท์ตามพระราชดำริในพื้นที่ภาคเหนือ (ดอยอินทนนท์)ได้นำพาคณะสื่อมวลชนได้เยี่ยมชมสภาพพื้นที่ป่าที่ได้รับการฟื้นฟูจนมีความอุดมสมบูรณ์บนเส้นทางศึกษาธรรมชาติ กิ่วแม่ปาน อาทิการอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารีและนำคืนสู่ธรรมชาติ สภาพป่าดิบชื้น กล้วยไม้รองเท้านารีจากการขยายพันธุ์ที่นำมาปลูกในพื้นที่ป่าธรรมชาติ ต้นน้ำป่าดิบชื้นดอยอินทนนท์ หนึ่งในสายน้ำแม่น้ำปิง บริเวณน้ำตกลานเสด็จ ความสมบูรณ์ของป่าสามชั้นของดอยอินทนนท์ (ไม้ชั้นบน ไม้ชั้นกลาง และไม้ชั้นล่าง) ไลเคน ในลักษณะต่าง ๆ (ในระดับสูง บริเวณโคนต้นไม้ และไม้ล้มนอนไพร) ทุ่งหญ้าบนพื้นที่สูง ณ จุดชมวิว ซึ่งเป็นจุดหน้าผาที่เลียงผาออกหากิน พร้อมกล่าวกับสื่อมวลชนว่า 

โครงการอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้าดอยอินทนนท์ ถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2547 โดยต่อยอดมาจากที่ขุนยวม เอาจริงๆแล้วหน้าที่ของเราคือการอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้นารีซึ่งเป็นกล้วยไม้ประจำพื้นถิ่นของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นด้านการขยายพันธุ์ บำรุงดูแล จนถึงส่งคืนสู่ผืนป่า

รองเท้านารีเป็นกล้วยไม้ที่มีความหลากหลายถึง 14 ชนิด แล้วยังมีสายพันธุ์ย่อยๆอีก หน้าที่ของเราคือการรวบรวมสายพันธุ์ต่างๆเพื่อเข้าสู่กระบวนการในการอนุรักษ์อย่างบูรณาการ และผลจากการเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์จนส่งกลับคืนธรรมชาติ ส่งผลให้รองเท้านารีเป็นหนึ่งในจุดสำคัญที่ส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่เน้นการอนุรักษ์ธรรมชาติมักมาถามถึงแหล่งของกล้วยไม้รองเท้านารี เพื่อที่จะเข้าชมความสวยงาม ตรงนี้ตอบสนองกับวิธีการท่องเที่ยวแบบชุมชน โดยตัวชาวบ้านเองไม่ได้มีการยุ่งเกี่ยวกับการเพาะพันธุ์ของพืชรองเท้านารีอยู่แล้ว แต่การท่องเที่ยวเข้ามาช่วยส่งเสริมให้ชาวบ้านได้มีช่องทางทำมาหากิน โดยเฉพาะการนำเที่ยวซึ่งต้องถือว่าเป็นความเชี่ยวชาญแต่กำเนิดของชาวบ้านแถบนี้ซึ่งเราเรียกกันว่า “ไกด์ป่า” แต่ซึ่งกว่าจะมาถึงตรงนี้ได้ ก็ต้องยอมรับว่าพวกเราทำงานกันหนักมาก ตอนนี้เราเชื่อว่าเราปล่อยต่อของกล้วยไม้กับคืนสู่ธรรมชาติได้กว่า 600 ต้นแล้ว ซึ่งมันเป็นกระบวนการที่ละเอียดอ่อนมากแต่กาวก็ยินดีทำ

และแน่นอนว่าเมื่อมาถึงดอยอินทนนท์แล้ว สิ่งหนึ่งที่พลาดไม่ได้คือเยี่ยมชม เส้นทางชมธรรมชาติ “กิ่วแม่ปาน” ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ใกล้กับพระมหาธาตุ นภเมทนีดลและ พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ เป็นเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติระยะสั้นเป็นวงรอบระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร กิ่วแม่ปานเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกที่สวยงามอีกจุดหนึ่งของดอยอินททนท์

“จีรวัฒน์ จุติภูผา” ผู้นำเที่ยวเฉพาะถิ่นกิ่วแม่ปาน เล่าให้ฟังว่าเดิมทีชาวบ้านแถบนี้นิยมปลูกฝิ่นเป็นรายได้ ภายหลังจากที่มีโครงการหลวงเกิดขึ้นบนดอยอินทนนท์หลายๆอย่างก็เปลี่ยนไปในทางที่ดี พรานป่าและชาวบ้านแถบนี้แปลงสภาพจากนักล่าเป็นนักเล่า โดยเริ่มต้นตั้งแต่สมัยคุณพ่อของคุณจิรวัฒน์เอง ซึ่งก็เคยเป็นพรานป่ามาก่อน

แน่นอนว่าก่อนหน้านี้พื้นที่แถบนี้ก็มีนักท่องเที่ยวขึ้นมาเดินสำรวจเส้นทางธรรมชาติอยู่มาก แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับธรรมชาติก็คือ ขยะ! และด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ทำให้เกิดความเสียหายกับพืชพันธุ์ไม้ธรรมชาติในบริเวณนี้เป็นอย่างมาก อุทยานแห่งชาติชักนำนำคนในพื้นที่ให้เข้ามาเป็นผู้นำทางท่องเที่ยว หรือมัคคุเทศก์ท้องถิ่น เมื่อก่อนก็มีราว 10 คนและโดยส่วนใหญ่ก็ล้วนแต่เป็นพราหมณ์แทบทั้งสิ้น แต่ด้วยแนวคิด “ปลูกป่าในใจคน” คนแถวนี้จึงเปลี่ยนจากผู้ล่า ผู้ถากถางทำลายป่าเป็นนักอนุรักษ์ นักปลูกป่าและเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับป่าและชุมชนสู่ผู้ที่สนใจมาท่องเที่ยว รวมถึงได้มีการส่งต่อไปสู่รุ่นลูก รุ่นหลาน ตอนนี้เรามีเยาวชนที่เป็นมัคคุเทศก์รุ่นเยาว์ อายุ 14 ปีขึ้นไปได้เริ่มทำหน้าที่และพร้อมจะสืบสานเจตนารมณ์ต่อจากคนรุ่นหลังๆ

เมื่อก่อนเรามีมัคคุเทศก์ชุมชนเพียง 10 ท่านซึ่งเป็นชนเผ่าม้งทั้งสิ้น แต่ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นงานของเรากว้างขวางขึ้น เราจึงชวนพี่น้องปกาเกอะญอมาร่วมงานด้วยกัน ทุกวันนี้เรามีมัคคุเทศก์ชุมชนถึง 300 คน

แน่นอนว่าผู้ที่มาเที่ยวพื้นที่ดอยอินทนนท์ อันดับแรกเลยที่ต้องการเห็นคือกล้วยไม้รองเท้านารี แต่อีกสิ่งหนึ่งที่พลาดไม่ได้คือกวางขาวซึ่งมีชุกชุมมากในพื้นที่แถบนี้ นอกจากนี้เรายังมีตลาดชุมชนของชนเผ่าที่นำสินค้ามาขายให้กับนักท่องเที่ยวเป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชนอีกด้วย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

3 นร.หญิง เก็บกระเป๋าเงินได้ นำไปมอบให้ ตร.ตามหาเจ้าของ

Posted on February 20, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712347

3 นร.หญิง เก็บกระเป๋าเงินได้ นำไปมอบให้ ตร.ตามหาเจ้าของ

3 นร.หญิง เก็บกระเป๋าเงินได้ นำไปมอบให้ ตร.ตามหาเจ้าของ

วันจันทร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 14.30 น.

เวลา 08.00 น. วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2566 บริเวณหน้าเสาธงภายในโรงเรียนเทศบาลชุมชนวิมลวิทยา อ.เมือง จ.ตราด นางสาวอภิรดี กรวยทรัพย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาลชุมชนวิมลวิทยา ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ที่นักเรียน 3 คน เก็บกระเป๋าสตางค์ของชาวชาติได้ แล้วนำกระเป๋าสตางค์ไปมอบให้กับตำรวจ สภ.เมืองตราด ติดตามคืนเจ้าของได้สำเร็จ เมื่อช่วงเย็นของวันที่ผ่านมา พร้อมขอบคุณและชื่นชมความดี ท่ามการเสียงปรบมือของนักเรียนและครูในโรงเรียน

ด.ญ.ดวง ซอบ อายุ 14 ปี ชั้น ม.1/3 เล่าเหตุการณ์ว่า ตนเองและเพื่อน ด.ญ.เชษฐ์ธิดา สมุททัย อายุ 13 ปี ชั้น ม.2/1 ด.ญ.ชลลดา ชัยหะนาม อายุ 13 ปี ชั้น ม.1/3 มาทำกิจกรรมที่โรงเรียน หลังจากเสร็จกิจกรรมแล้ว ได้ตกลงกับเพื่อนว่าจะไปกินหมูกระทะ แต่ระหว่างที่เดินอยู่ทุกคนคิดว่าร้านอาจจะยังไม่เปิด จึงแวะนั่งเล่นอยู่หน้าร้านสะดวกข้างข้างโรงพยาบาลตราด 

กระทั่งเวลา 17.00 น. ระหว่างนั่งรออยู่นั้น ด.ญ.ชลลดา หันไปเห็นกระเป๋าสตางค์สีน้ำตาลอยู่บนฟุตบาท จึงหยิบขึ้นมาดูกับเพื่อน แล้วพบว่าเป็นกระเป๋าสตางค์ของชาวต่างชาติ มีเงินสดจำนวนมาและบัตรสำคัญหลายใบ จึงตัดสินใจไปยังสภ.เมืองตราด ระยะทางประมาณ 1.2 กิโลเมตร เพื่อให้ตำรวจติดตามหาเจ้าของโดยตำรวจตรวจสอบกระเป๋า มีเงินสดจำนวน 36,610 บาท และเอกสารยืนยันตัวตนเป็นชาวต่างชาติ อายุ 66 ปี สัญชาติสวีเดน

จากนั้นเดินย้อนกลับไปอีก 2 กิโลเมตร เพื่อไปกินหมูกระทะตามความตั้งใจระหว่างที่กำลังกินหมูกระทะใกล้เสร็จ ตำรวจโทรศัพท์มาแจ้งว่าติดตามเจ้าของได้แล้ว ก่อนที่ตำรวจจะขับรถมารับตนเองและเพื่อนไปที่โรงพัก

เมื่อมาถึงโรงพัก ทั้ง 3 คน พบ ร.ต.อ.นิจสันติ์ พั่วพันศรี ร้อยเวรสอบสวน และเจ้าของกระเป๋าสตางค์ รออยู่ จากนั้นได้ ร.ต.อ.นิจสันติ์ ได้แจ้งกับชาวต่างชาติว่าเด็กทั้ง 3 คนนี้เป็นคนที่เก็บกระเป๋าสตางค์ได้แล้วนำมาส่งให้บตำรวจเพื่อตามหาเจ้าของ ก่อนที่ชาวต่างชาติ จะขอบคุณเด็กและมอบเงินเป็นสินน้ำใจให้คนละ1,000 บาท ซึ่งเด็กทั้ง 3 คน ปฏิเสธที่จะรับ แต่ชาวต่างชาติไม่ยอม และยืนยันที่จะให้เป็นสินใจตอบแทน

ด้านนางสาวอภิรดี กล่าวว่า นักเรียนทั้ง 3 คน เป็นสมาชิกของสภานักเรียน และเป็นตัวอย่างที่ดีที่ทำความดี สร้างชื่อเสียงให้โรงเรียน และเป็นที่ภาคภูมิใจของครูและเพื่อนในโรงเรียน วันนี้ต้องขอบคุณนักเรียนทั้ง 3 คน ที่ทำความดีไม่หวังสิ่งตอบแทน พร้อมทั้งยกย่องและยกเป็นตัวอย่างให้นักเรียนทุกคน เพราะการทำความดีไม่จำเป็นต้องออกสื่อทั้งหมด และขอบคุณสื่อที่นำเสนอเรื่องราวดีๆของนักเรียน และหลังจากนี้จะทำใบประกาศยกย่องความดีเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับนักเรียนทั้ง 3 คน

ขณะที่นางสุจิตรา แซ่จิว รองผู้อำนวยการโรงเรียน กล่าวเพิ่มว่า ภายในโรงเรียนฯ ได้สร้างจิตสำนักปลูกฝังให้นักเรียนทุกคน หากเจอสิ่งของหรือเก็บเงินได้ภายในโรงเรียน ให้นำมาไว้ที่ประชาสัมพันธ์เพื่อประกาศตามหาเจ้าของ และหากสิ่งของหรือเงิน ไม่มีใครมารับภายใน 1 ปี จะรวมรวบไปบริจาคต่อไป ซึ่งเชื่อว่ากิจกรรมนี้ สามารถปลูกจิตสำนึกให้กับนักเรียนได้ ซึ่งก่อนหน้านี้หลายปีก่อนก็มีนักเรียนเก็บเงินจำนวน 3,000 บาท คืนเจ้าของเหมือนกัน.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เมืองสามหมอกต้อนรับคณะท่องเที่ยวเยือนโครงการราชดำริในพื้นที่แม่ฮ่องสอน

Posted on February 20, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712343

เมืองสามหมอกต้อนรับคณะท่องเที่ยวเยือนโครงการราชดำริในพื้นที่แม่ฮ่องสอน

เมืองสามหมอกต้อนรับคณะท่องเที่ยวเยือนโครงการราชดำริในพื้นที่แม่ฮ่องสอน

วันจันทร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 14.16 น.

ที่หมู่บ้านห้วยห้อม อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เมื่อวันที่ 19 ก.พ.66 ที่ผ่านมา นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน มอบหมายให้นายศรัญยู มีทองคำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนและนายนักปราชญ์ ไชยานนท์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดแม่ฮ่องสอน ให้การต้อนรับ Prof.Dr.Frauke Kraas University of Cologne และคณะในโอกาสเดินทางมาจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อทัศนศึกษาเยี่ยมชมโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และการท่องเที่ยวโดยชุมชม ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน

โดยคณะได้เข้าเยี่ยมชมหมู่บ้านห้วยห้อมที่มีกระบวนการผลิตกาแฟห้วยห้อม กระบวนการผ้าทอขนแกะและผลิตภัณฑ์ผ้าทอกะเหรี่ยง อำเภอแม่ลาน้อย ซึ่งเป็นวิถีชีวิตของชาวปกาเกอญอ ที่การผลิตกาแฟห้วยห้อม ซึ่งเป็นปลูกและผลิต กาแฟอาราบิก้าพันธุ์ดี ที่มีรสชาติเข้มข้น การเพาะปลูกแบบออแกนิคฟาร์ม ขายแบรนด์ระดับโลก

นอกจากนั้นยังได้เยี่ยมชมกระบวนการทอผ้าขนแกะและผ้ากะเกรี่ยง ซึ่งเป็นมรดกทางปัญญาที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นของชาวปกาเกอะญอ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร ในโครงการพระราชดำริชุมชนบ้านห้วยห้อม อำเภอแม่ลาน้อย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้า พระพันปีหลวง ได้เสด็จพระราชดำเนินมาที่บ้านห้วยห้อม ถึง 3 ครั้งทรงพระราชทานสิ่งของ พันธุ์แกะ ให้กับพสกนิกร และได้มีพระราชดำรัสให้กับชาวบ้านห้วยห้อมให้ช่วยกันดูแลและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติแหล่งน้ำและป่าไม้

นอกจากนั้นยังได้เดินทางไปเยี่ยมชมวิถีชีวิตชุมชนชาวเลอเวีอะ บ้านละอูบ ซึ่งมีการรวมกลุ่มของชุมชนในการผลิตเครื่องเงินที่มีเอกลักษณ์สวยงามและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของบ้านละอูบ และสามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชนอีกด้วย

นอกจากนั้น คณะยังได้เดินทางไปเยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้คริสเตียนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ ไมลงยีโมเดล บ้านป่ากล้วย อำเภอแม่สะเรียง และกลุ่มทอผ้ากะเหรี่ยงบ้านพะมอลอ ตำบลบ้านกาส อำเภอแม่สะเรียงจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อเยี่ยมชมการทอผ้าของชาวกะเหรี่ยงบ้านพะมอลอ อีกด้วย – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,899,527 hits

Join 4,119 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

หมอตุลย์ ลั่น!ไม่ไว้วางใจอนุทิน ซัดบริหารผิดพลาด-ปล่อยทุนใหญ่กักตุนน้ำมัน
ตอนมีอำนาจทำไมไม่ทำ! สิริพงศ์ ตอก พีระพันธุ์ ยันพาณิชย์คุมน้ำมันไม่ได้
ขึ้นเขาพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ ชมปราสาทงามบนยอดภูเขาไฟ
ประเมินพลาด/น้ำมันป่วน ‘อนุทิน’ขอโทษ รับปากจะไม่ให้ขาดแคลน
ปราชญ์ สามสี ค้านตรรกะ วิโรจน์ งบจ่ายไปแล้วก็กินไปเถอะ
นายกฯ ขับรถเอง! สุ่มตรวจปั๊มน้ำมันนครพนม รณรงค์ประหยัดพลังงาน
กบฏฮูตีในเยเมน ยิงมิสไซล์โจมตีอิสราเอล ประกาศเข้าร่วมสงคราม
รัฐบาล ขอมั่นใจช่วงสงกรานต์มีน้ำมันเพียงพอ ตรวจสอบสถานะปั๊มได้ทางแอป Fuel-Now
ดีเจแมน เปิดใจสาเหตุหย่า ใบเตย ครั้งแรก เตือนคนพาดพิง อย่าล้ำเส้น
กกต. สั่งงดขาย เลี้ยงเหล้า 297 พื้นที่เลือกตั้งเทศบาล

Recent Posts

  • เทพไทกางโพยนิด้าโพล จี้สำรวจซ้ำปมวิกฤตน้ำมัน วัดกึ๋นรัฐบาลอนุทิน
  • อัษฎางค์ สวนเจ็บ พีระพันธุ์ ตีกินการเมือง-ดิสเครดิต ศุภจี ปมราคาน้ำมัน
  • นายกฯเล่นใหญ่/ลงทุนขับรถเอง ลุยสุ่มตรวจปั๊ม
  • แม่บ้านจ๊ากขึ้น2บ./กก. เนื้อหมูขยับอีก ต้นทุนอาหารสัตว์พรวด
  • เช็คเรตติ้งปี’69 โพลชี้‘เท้งนำ-หนูจี้ติด’ แนะฝ่ายค้านเลิกโวหาร

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d