Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

นทท.คึกคัก! แห่เที่ยว ‘หาดแห่ทะเลอีสาน’ ดื่มด่ำธรรมชาติไทย-ลาวใกล้ชิด

Posted on February 20, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712248

นทท.คึกคัก! แห่เที่ยว 'หาดแห่ทะเลอีสาน' ดื่มด่ำธรรมชาติไทย-ลาวใกล้ชิด

นทท.คึกคัก! แห่เที่ยว ‘หาดแห่ทะเลอีสาน’ ดื่มด่ำธรรมชาติไทย-ลาวใกล้ชิด

วันอาทิตย์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 20.45 น.

นทท.คึกคัก! แห่เที่ยว ‘หาดแห่ทะเลอีสาน’ ดื่มด่ำธรรมชาติไทย-ลาวใกล้ชิด สร้างรายได้เงินสะพัดยาวถึงสงกรานต์

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2566 ในพื้นที่อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม ช่วงนี้หลังระดับน้ำโขงลดลง บวกกับสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิดเข้าสู่ภาวะปกติ ทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวหาดกลางน้ำโขงก็เริ่มกลับมาคึกคัก ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจการค้า การท่องเที่ยวฟื้นตัวกลับมาอีกครั้ง  หลังซบเซามานานกว่า 2 ปีจากพิษโควิดระบาด

 เช่นเดียวกับหาดแห่กลางน้ำโขง ต.น้ำก่ำ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันซีนทะเลอีสานที่มีชื่อเสียง เนื่องจากในช่วงฤดูแล้งหลังน้ำโขงลด จะเกิดสันดอนทรายโผล่กลางน้ำโขง ทำให้ชาวบ้านพลิกวิกฤตน้ำโขงแห้ง ปรับพื้นที่หาดทรายกลางน้ำโขง จัดทำซุ้มร้านค้า ร้านอาหาร บริการอาหารอีสาน อาหารพื้นบ้าน เมนูปลาน้ำโขงใหม่ๆสดๆ ตลอดจนเครื่องดื่ม ให้ประชาชน นักท่องเที่ยวมาพักผ่อนหย่อนใจ ดื่มด่ำธรรมชาติสองฝั่งโขงไทยลาวอย่างใกล้ชิด พร้อมรับประทานอาหาร ท่ามกลางสายลมพัดเอื่อยแผ่ว เย็นกายเย็นใจกันถ้วนหน้า

นอกจากนี้หาดแห่ทะเลอีสาน ยังเป็นสถานที่สำคัญที่สามารถเล่นน้ำคลายร้อน เพราะรอบบริเวณเป็นพื้นที่หาดทรายผสมหินกรวด ที่มีน้ำใสสะอาด และระดับน้ำไม่ลึก จึงไม่เสี่ยงอันตราย พร้อมมีบริการเช่าห่วงยางเล่นน้ำ เรือเจ็ทสกี บานาน่าโบ๊ท ครบวงจร เทียบระดับชั้นทะเลได้เลย จนได้ชื่อว่าเป็นทะเลอีสาน อีกทั้งเป็นเส้นทางเดียวกันกับสายบุญ ที่เดินทางมานมัสการองค์พระธาตุพนม วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม หลังกราบนมัสการองค์พระธาตุพนมแล้ว นักท่องเที่ยวยังถือโอกาสไปเที่ยวพักผ่อน เล่นน้ำคลายร้อน ทำให้ช่วงนี้มีในพื้นที่หาดแห่มีนักท่องเที่ยวคึกคัก คาดว่าจะมีประชาชนให้ความสนใจ มาพักผ่อนช่วงวันหยุดและลากยาวไปถึงเทศกาลสงกรานต์ ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจการค้า การท่องเที่ยวในพื้นที่ เงินหมุนเวียนสะพัดวันละไม่ต่ำกว่าแสนบาท

ด้าน นายสมเหมือน สิทธนู อายุ 67 ปี ชาวบ้าน ต.น้ำก่ำ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เปิดเผยว่าช่วงนี้ถือเป็นโอกาสดีของชาวบ้าน ต.น้ำก่ำ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เนื่องจากเป็นพื้นที่สำคัญในช่วงฤดูแล้งทุกปี ชาวบ้านจะพร้อมใจกันปรับพื้นที่หาดแห่กลางน้ำโขง ที่มีจุดเด่นในเรื่องของน้ำใสสะอาด เป็นหาดทรายผสมหินกรวด มีระดับน้ำไม่ลึก ชาวบ้านจึงมีการจัดสรรพื้นที่ เพื่อจัดทำซุ้มร้านอาหาร บริการประชาชน นักท่องเที่ยว มีทั้งเมนูอาหารอีสาน เมนูเด็ดปลาน้ำโขง รวมถึงบริการอุปกรณ์เล่นน้ำทุกชนิด ให้ประชาชน นักท่องเที่ยวมาเที่ยวพักผ่อนในช่วงวันหยุด คาดว่ายิ่งในเทศกาลเทศกาลสงกรานต์ จะมีประชาชนทั้งในและนอกพื้นที่มาพักผ่อนจำนวนมากกว่าทุกปี เพราะก่อนนี้ได้รับผลกระทบจากโควิด ทำให้ช่วงนี้ต้องเตรียมพร้อม จัดทำซุ้มร้านค้า ร้านอาหาร ให้เพียงพอกับความต้องการของนักท่องเที่ยว ถือเป็นการสร้างรายได้เสริมเป็นอย่างดีช่วงฤดูแล้ง.-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แม่เศร้า!! ลูกสาวถูกเพื่อนบูลลี่ เขียนโต๊ะเรียนด่า-ไม่อยากไปรร. จนป่วยซึมเศร้า

Posted on February 20, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712253

แม่เศร้า!! ลูกสาวถูกเพื่อนบูลลี่ เขียนโต๊ะเรียนด่า-ไม่อยากไปรร. จนป่วยซึมเศร้า

แม่เศร้า!! ลูกสาวถูกเพื่อนบูลลี่ เขียนโต๊ะเรียนด่า-ไม่อยากไปรร. จนป่วยซึมเศร้า

วันอาทิตย์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 19.44 น.

เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 66 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านของ น.ส.ศิริรัตน์ (นามสมมุติ) หลังวัดป่าประดู่ ต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง เพื่อตรวจสอบกรณีที่มีที่เพจดังได้มีการโพสข้อความว่า เด็กนักเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่งในจ.ระยอง ได้ถูกเพื่อนบูลลี่ ทำลายข้าวของ กรีดสมุด เขียนคำต่อว่า จนทำให้เด็กนักเรียนคนดังกล่าว ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า จนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

เมื่อไปถึงพบกับ น.ส.ศิริรัตน์ ได้เปิดเผยว่า กรณีโพสต์ดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง กับบุตรสาวของตนเอง อายุ 13 ปี ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.ระยอง สำหรับเรื่องดังกล่าว ตนเองเพิ่งมาทราบ เมื่อวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา ตนเองได้รับแจ้งจากทางโรงเรียน ว่า บุตรสาวป่วยขณะทางโรงเรียนได้ส่งตัวไปรักษาที่ รพ.ระยองแล้ว ตนเองจึงรีบเดินทางไปที่โรงพยาบาล พบว่าบุตรสาวเงียบไม่ยอมพูดกับใคร แล้วยังออกอาการอาละวาดขว้างปาสิ่งของ จนต้องเรียกพยาบาลมาช่วย อาการจึงเริ่มสงบ วันรุ่งขึ้น (17 ก.พ.) จึงหยุดเรียน ทางตนเองจึงเดินทางไปโรงเรียน ไปเอากระเป๋าหนังสือที่บุตรสาวลืมไว้ พอเห็นกระเป๋าก็ถึงกับงง เพราะมีน้ำหมึกปากกาเลอะเทอะเต็มกระเป๋า สมุดถูกกรีดจนขาด แล้วยังมีการเขียนข้อความด่าอย่างรุนแรง จึงเข้าพบกับครูเพื่อให้ทราบเรื่อง ซึ่งครูก็ชี้แจงและลงโทษเด็กที่จับสมุดทุกคน ซึ่งตนคิดว่าถูกตีก็เท่านั้น เพราะไม่ได้แก้ไขอะไรเพราะทรัพย์สินเสียหายและสภาพจิตใจน้องแพรวาก็แย่มาก ตนก็ไม่ได้คุยมากเพราะตนจะต้องรีบกลับไปพบจิตแพทย์เรื่องอาการของลูกสาว และผลใบรับรองแพทย์จากโรพงพยาบาบระยองออกมาว่าลูกสาวนั้น “มีความผิดปกติแบบโรคจิตเภทกึ่งอารมณ์แปรปรวนชนิดซึมเศร้า” จึงรับเอายามารับประทานเพื่อรักษา 

ซึ่งก่อนหน้านี้จะเกิดเหตุแม่ก็นัดเคลียร์ใจกับเพื่อนๆของลูก ซึ่งตนก็ถามว่าเกลียดลูกแม่ตรงไหน ลูกแม่ไปทำอะไรให้ ทางเพื่อนๆน้องก็บอกว่าน้องได้มีการโกหกเรื่องการสร้างตัวตน ซึ่งก็ถามน้องต่อหน้าเพื่อนๆน้องก็บอกว่าจริงน้องโกหกไปเพราะว่าต้องการให้เพื่อนๆยอมรับในตัวเอง ซึ่งแม่ก็ให้น้องขอโทษเพื่อนๆและก็บอกกับลูกว่าเราต้องอยู่กับความจริงน้องทำแบบนี้ไม่ถูก หลังจากนั้นแม่ก็คิดว่าทุกอย่างจบแล้ว แต่ก็ไม่จบ จนมาเจอปัญหาแบบนี้คือกรีดสมุดน้องและบูลลี่น้อง แม่ก็เสียใจมาก ต้องการให้บุตรสาวหายจากซึมเศร้า และต้องการให้ทางโรงเรียนช่วยตรวจสอบเรื่องดังกล่าว อย่าปล่อยผ่านเพราะนี่มันเป็นเรื่องของผลกระทบต่อจิตใจเด็ก และเพื่อหาทางออก ก่อนที่จะเกิดเรื่องร้ายกับบุตรสาวของตนเอง และหลังน้องเรียนจบ ม.1 ตนคิดว่าตนกับน้องจะย้ายกลับไปอยู่บ้านเกิดที่ภาคเหนือเพื่อแก้ปัญหานี้ 

ด้านเด็กหญิงบี อายุ 13 ปี บอกว่าตนโดนแกล้งกนักมาก โดนเอาน้ำสาดใส่ตอนอยู่ในห้องน้ำ แต่ก็ไม่ทราบว่าเป็นใครและยังเขียนข้อความด่าบนโต๊ะของตน หนักสุดก็กรีดสมุดและก็บีบหมึกปากกาทิ้ง ส่วนครูประจำชั้นก็ฝากตนมาบอกแม่ว่าให้มาเขียนใบลาออกได้แล้ว 

ล่าสุด แม่น้องได้ติดต่อกับทาง ผอ.ของโรงเรียนแล้วซึ่งผอ.เพิ่งจะทราบเรื่องจากแม่น้อง และจะเรียกครูประจำชั้นมาสอบถามต้นสายปลายเหตุเรื่องดังกล่าวและหาทางแก้ร่วมกัน.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ห้ามยืนบนรถสองแถว’ ปลอดภัยแต่ไม่สอดคล้องวิถีสังคมไทย

Posted on February 20, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712242

‘ห้ามยืนบนรถสองแถว’ ปลอดภัยแต่ไม่สอดคล้องวิถีสังคมไทย

‘ห้ามยืนบนรถสองแถว’ ปลอดภัยแต่ไม่สอดคล้องวิถีสังคมไทย

วันอาทิตย์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 19.14 น.

‘ห้ามยืนบนรถสองแถว’ปลอดภัยแต่ไม่สอดคล้องวิถีสังคมไทย แนะรัฐอุดหนุนหากอยากเปลี่ยนแปลง

19 ก.พ. 2566  นายฉัตรไชย ภู่อารีย์ นักวิชาการอิสระด้านการขนส่งด้วยรถโดยสารประจำทาง และที่ปรึกษาชมรมผู้ประกอบการรถโดยสาร หมวด 4 เอกชน กรุงเทพฯ (รถสองแถว) กล่าวถึงกรณี เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่อง การยกเว้นให้คนโดยสารไม่ต้องรัดร่างกายด้วยเข็มขัดนิรภัยในรถบางประเภท พ.ศ. 2566 เมื่อวันที่ 17 ก.พ. 2566 ที่ผ่านมา ซึ่งมีข้อห้ามการยืนโดยสารบนรถสองแถวอยู่ด้วย ว่า กฎหมายนี้จะสร้างความปั่นป่วนให้เกิดขึ้นทั่วประเทศอย่างแน่นอน เพราะไม่สอดคล้องกับบริบทความเป็นจริงของสังคมไทย

กล่าวคือ ในการประกอบรถสองแถว มีการติดตั้งหลังคาพร้อมราวจับในลักษณะที่สามารถยืนได้ แต่ปัญหาคือ ที่ผ่านมากรมการขนส่งทางบกกำหนดแต่เฉพาะจำนวนที่นั่ง ดังนั้นการยืนนั้นก็ถือว่าผิด ซึ่จริงๆ แล้วควรแก้กฎหมายอนุญาตให้ยืนภายในตัวรถได้ หากจะห้ามก็ควรห้ามการยืนล้ำออกมานอกตัวรถเพราะแบบนั้นคือไม่ปลอดภัย และเชื่อได้ว่า ในวันที่ 19 มี.ค. 2566 ที่กฎหมายจะมีผลบังคับใช้ หากมีการจับกุมเกิดขึ้นจริงจะเกิดการประท้วงอย่างแน่นอน ซ้ำรอยแนวคิดห้ามนั่งท้ายรถกระบะเมื่อหลายปีก่อน ที่สุดท้ายรัฐบาลทนแรงต้านไม่ไหวต้องยอมถอย

“กฎหมายกับสังคมมันต้องไปด้วยกันได้ แล้วเราจะเห็นว่า มีที่ไหนบ้างที่รถสองแถวไม่มียืน มันไม่มี แล้วรถเมล์ทั้งหลายทุกวันนี้ ทั้งรถเมล์ไฟฟ้า รถเมล์ ขสมก. รถใครต่อใคร ยืนได้แค่ 11 คน เอาตามกฎหมาย ที่ผ่านมาก็ผิดกันมาตลอด จริงๆ ข้างรถเข้าจะระบุว่ายืนกี่คน แต่ถ้าเป็นรถเมล์ร้อนจะยืนได้ 30 กว่าคนก็มี ที่เราจะเห็นติดไว้ทางด้านท้ายของด้านซ้าย นั่งกี่คนยืนกี่คน แต่รถแอร์รุ่นใหม่ตามกฎหมายเลยแค่ 11 คน แล้วทุกวันนี้ที่ยืนจริงๆ เอาที่เห็นมันก็เกิน 11 คน ผิดกฎหมายทั้งนั้น ถ้าจับมันต้องจับให้หมด” นายฉัตรไชย กล่าว

นายฉัตรไชย กล่าวต่อไปว่า หากกฎหมายห้ามการยืนบนรถสองแถวบังคับใช้จริง ก็เป็นไปได้ที่กลุ่มรถสองแถวอาจจะไปจี้ให้เจ้าหน้าที่ไล่จับรถเมล์ที่ให้ผู้โดยสารยืนเกินจำนวนที่กำหนด สรุปคือจะวุ่นวายกันไปหมด ซึ่งในฐานะที่ตนเป็นนักกฎหมาย เห็นว่ากฎหมายต้องเป็นไปตามสภาพสังคมที่เป็นอยู่ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง และรถสองแถวผู้โดยสารก็ยืนกันมาตลอด จะจับคนนั่งบนหลังคาหรือยืนห้อยโหนด้านท้ายรถก็จับไปไม่ว่ากัน เป็นหน้าที่ของกรมการขนส่งทางบกต้องไปปรับแก้กฎหมายกำหนดจำนวนคนยืน

ขณะเดียวกัน ค่าโดยสารรถสองแถวที่เก็บกันอยู่ในปัจจุบันก็ไม่ได้สะท้อนต้นทุนการเดินรถที่แท้จริง เช่น ในกรุงเทพฯ ตลอดสาย 8 บาท ส่วนต่างจังหวัด ตลอดสาย 10 บาท  แต่ที่ยังวิ่งรถกันอยู่ได้ส่วนหนึ่งก็ด้วยค่าโดยสารจากผู้โดยสารประเภทยืน หากให้มีเฉพาะผู้โดยสารประเภทนั่งเพียงอย่างเดียวคงมีเลิกวิ่งกันไปนานแล้วเพราะแบกรับต้นทุนไม่ไหว แต่หากจะให้นั่งอย่างเดียวก็ต้องปรับราคาค่าโดยสารเพิ่มขึ้น ประชาชนก็จะเดือดร้อนกันอีก

ด้าน นายสุเมธ องกิตติกุล ผู้อำนวยการวิจัยด้านนโยบายการขนส่งและโลจิสติกส์ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าวว่า ประกาศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่อง การยกเว้นให้คนโดยสารไม่ต้องรัดร่างกายด้วยเข็มขัดนิรภัยในรถบางประเภท พ.ศ. 2566 เกิดขึ้นจากการแก้ไขกฎหมายหลักคือ พ.ร.บ.จราจรทางบก เมื่อช่วงกลางปี 2565 ซึ่งก็มีหลายเรื่อง อาทิ ระบบตัดแต้มใบขับขี่ผู้ทำผิดกฎจราจร กำหนดให้มีการใช้ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก หรือคาร์ซีท จากนั้นมีข้อกำหนดให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ไปออกข้อยกเว้นประเภทรถที่ไม่ต้องใช้คาร์ซีท

ซึ่งโดยทั่วไปก็คือรถยนต์นั่งส่วนบุคคล หรือรถเก๋ง แบบนี้จะไม่ค่อยมีปัญหาเพราะกำหหนดมาตรฐานมาตั้งแต่ต้นแล้วว่าทุกที่นั่งต้องมีเข็มขัดนิรภัย และรถที่มีเข็มขัดนิรภัยก็สามารถใช้คาร์ซีทได้ ดังนั้นหากดูประกาศที่เป็นการยกเว้นไม่ต้องคาดเข็มขัดนิรภัยในรถบางประเภท เท่ากับว่ารถแบบใดที่ยกเว้นไม่ต้องใช้เข็มขัดนิรภัยก็ไม่ต้องใช้คาร์ซีทไปด้วย เช่น รถโดยสารประจำทางที่วิ่งในเขตเมือง เหตุเพราะใช้ความเร็วไม่สูง แต่หากเป็นรถโดยสารที่วิ่งระหว่างเมืองจะติดตั้งเข็มขัดนิรภัยอยู่แล้วและกำหนดให้ต้องใช้ด้วย 

ต่อมาคือรถกระบะในส่วนของการนั่งในแค็บ รวมถึงการนั่งท้ายกระบะ ซึ่งจริงๆ ถ้าว่าด้วยมาตรฐานความปลอดภัยในแค็บก็ไม่สมควรให้นั่งมาตั้งแต่แรกแล้ว  แต่ด้วยบริบททางเศรษฐกิจและสังคมไทยจึงอนุญาตให้นั่งได้ โดยในแค็บให้นั่งได้โดยไม่ต้องคาดเข็มขัดนิรภัย ส่วนท้ายกระบะกำหนดจำนวนคนที่สามารถนั่งได้ และห้ามยืนบนรถรวมถึงห้ามนั่งบนขอบกระบะ เพราะเมื่อรถวิ่งแล้วเบรกกะทันหันอาจเป็นอันตรายร่วงหล่นตกจากรถได้ 

ส่วนรถสองแถว เท่าที่ตนทราบ รถสองแถวที่เป็นรถกระบะ เมื่อจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกจะไม่มีการให้มีผู้โดยสารยืนอยู่แล้วตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ว่าประกาศก่อนหน้าเคยให้ยืนได้แล้วประกาศฉบับนี้มาแก้ไม่ให้ยืน โดยรถสองแถวที่อนุญาตให้ยืนได้จะเป็นรถสองแถวขนาดที่ใหญ่กว่ารถกระบะ และจริงๆ ตามมาตรฐานความปลอดภัยเรื่องการยืนก็ไม่ปลอดภัยอยู่แล้ว แต่การยืนภายในรถยังพออะลุ้มอล่วยได้บ้าง ส่วนการยืนห้อยโหนออกมานอกตัวรถนั่นไม่ปลอดภัยแน่นอน นอกจากนั้น รถสองแถวยังมีการจำกัดการใช้ความเร็วด้วยเพราะไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย

“หลายๆ ครั้งใช้คำว่าไม่มีผลบังคับ รวมถึงไม่มีแนวทางการบังคับใช้ที่ต่อเนื่อง ก็ปล่อยอะลุ้มอล่วยมา ก็เหมือนการนั่งกระบะหลัง หนึ่งเลยถ้าจะอนุญาตให้นั่งกระบะหลังมันอนุญาตไม่ได้อยู่แล้วเพราะคุณจดทะเบียนมาเป็นรถบรรทุกส่วนบุคคล รถบรรทุกข้างหลัง คุณจะให้คนนั่งข้างหลังสุดท้ายเหมือนไปทำผิดให้ถูก ทางรัฐก็เลยไม่กล้าไปบังคับ ก็เลยปล่อยแล้วก็ใช้อาจจะเป็นหลักรัฐศาสตร์อะไรก็ว่าไป แต่จริงๆ ยังเป็นปัญหา” นายสุเมธ ระบุ

นายสุเมธ กล่าวต่อไปว่า คงต้องให้มีเรื่องเศร้าสลดเกิดขึ้น อย่างตนก็เติบโตมาในยุคสมัยที่การโดยสารรถเมล์หรือรถประจำทางในเมือง ผู้โดยสารจะยืนห้อยโหนออกมานอกตัวรถ กระทั่งเกิดเหตุคนพลัดตกรถเมล์เสียชีวิต จึงมีการออกกฎหมายห้ามโดยสารห้อยโหนนอกรถอีก หลังจากนั้นเป็นต้นมาจึงเห็นรถเมล์เมื่อวิ่งอยู่จะปิดประตูตลอด เช่นเดียวกับเหตุการณ์รถตู้โดยสารชนกับรถกระบะที่มีคนนั่งเต็มท้ายกระบะ มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก หลังจากนั้นมีกฎหมายกำหนดให้ติด GPS จำกัดความเร็วรถ จำกัดเวลาคนขับ ซึ่งหลังจากนั้นอุบัติเหตุจากรถตู้โดยสารก็ลดลง

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวก็สามารถออกกฎหมายควบคุมได้เฉพาะฝั่งรถตู้เท่านั้น เนื่องจากมีจำนวนผู้เกี่ยวข้องน้อยสามารถควบคุมได้ง่าย ในขณะที่การออกกฎหมายห้ามนั่งท้ายกระบะมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมากกว่าทำให้เกิดกระแสคัดค้านอย่างรุนแรงจากประชาชน ส่วนข้อกังวลว่า หากไม่ให้ยืนบนรถสองแถว จะทำให้คนหันไปใช้รถส่วนตัว โดยเฉพาะจักรยานยนต์มากขึ้นหรือไม่ เนื่องจากต้องรอรถนานขึ้น ดังตัวอย่างในช่วงสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ที่ช่วงหนึ่งมีการจำกัดจำนวนผู้โดยสารบนรถเมล์ ทั้งที่คนจำนวนมากยังต้องออกมาทำงานนอกบ้าน 

ประเด็นนี้ตนมองว่า เรื่องความปลอดภัยกับคุณภาพการให้บริการ บางทีอาจต้องไปดำเนินการให้เดินหน้าควบคู่กัน แน่นอนงานของกรมการขนส่งทางบกก็จะต้องหนักขึ้น แต่หากไม่ทำอะไรเลย ปล่อยให้ไม่ปลอดภัยอย่างที่เป็นอยู่ หากเกิดเหตุขึ้นมา รัฐบาลหรือกระทรวงคมนาคมก็ต้องรับผิดชอบอีก ปัญหานี้ก็เช่นเดียวกับทุกครั้งที่มีแนวคิดให้ลดการใช้รถส่วนตัวเพื่อแก้ปัญหาการจราจรติดขัด ผลคือผู้ใดก็ตามที่เสนอแนวคิดดังกล่าวมักจะถูกกระแสสังคมต่อต้านเสมอโดยยกเหตุผลเรื่องความไม่ปลอดภัยและไม่สะดวกของระบบขนส่งมวลชน

ซึ่งคำถามคือจะทำอย่างไรให้ระบบขนส่งมวลชนที่ทั้งปลอดภัย เพียงพอให้บริการ และราคาที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงสามารถเกิดขึ้นขึ้นได้ อาทิ ในค่างประเทศมีระบบอุดหนุน แต่ที่ผ่านมาไทยนั้นอุดหนุนน้อยมาก ดังนั้นการจัดทำงบประมาณของรัฐ ควรจัดส่วนหนึ่งมาอุดหนุนระบบขนส่งมวลชนหรือไม่โดยเลิกใช้จ่ายเรื่องอื่นแล้วนำงบประมาณมาใช้ตรงนี้แทน

“ถ้ารัฐมีกลไกในการสนับสนุนที่เหมาะสม ก็จะเป็นเรื่องของเงินอุดหนุนบางส่วนให้กับผู้ประกอบการ เพราะปัจจุบันมีเรื่องการกำกับค่าโดยสารด้วย แล้วก็เรื่องของค่าครองชีพ สุดท้ายออกรถมาก็เก็บแพงไม่ได้ ฉะนั้นตรงนี้รัฐเองอาจต้องมองภาพว่าเป็นสวัสดิการรัฐที่อาจต้องลงทุนให้แล้วให้เอกชนมาดำเนินการแทน หรือรัฐต้องให้เงินสนับสนุนอย่างไร อันนี้ก็เป็นโจทย์ที่รัฐ ยังไม่เคยเห็นภาครัฐไหน รัฐบาลไหนใส่เรื่องนี้หลักๆ มาเป็นเรื่องเป็นราว” ผอ.วิจัยด้านนโยบายการขนส่งและโลจิสติกส์ TDRI กล่าว .-008 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ราชกิจจาฯ ประกาศยกเว้นผู้โดยสารไม่ต้องรัดเข็มขัดนิรภัย ในรถบางประเภท

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สองผัวเมียสุดช้ำ!! จ่ายเงินสดซื้อรถยี่ห้อดังป้ายแดง แต่ได้รถเก่าใช้มาแล้ว 2 ปีกว่า

Posted on February 20, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712202

สองผัวเมียสุดช้ำ!! จ่ายเงินสดซื้อรถยี่ห้อดังป้ายแดง แต่ได้รถเก่าใช้มาแล้ว 2 ปีกว่า

สองผัวเมียสุดช้ำ!! จ่ายเงินสดซื้อรถยี่ห้อดังป้ายแดง แต่ได้รถเก่าใช้มาแล้ว 2 ปีกว่า

วันอาทิตย์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 17.02 น.

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 19 ก.พ.66 สำนักงานชมรมช่างภาพและสื่อมวลชนระยอง ต.เชิงเนิน อ.เมือง จ.ระยอง ได้รับการร้องเรียนจาก น.ส.จินดารัตน์ ชำเลืองฤทธิ์ อายุ 26 ปี ต.ปลวกแดง อ.ปลวกแดง จ.ระยอง เกี่ยวกับเรื่องรถยนต์กระบะสี่ประตู สีดำ ยี่ห้อหนึ่ง ที่ซื้อด้วยเงินสด จากศูนย์รถยนต์แห่งหนึ่ง ใน ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง เมื่อ 2 ปี ที่ผ่านมา แต่ปรากฎว่าหลักฐานที่ปรากฎ เป็นรถยนต์ที่ถูกขายไปแล้ว เมื่อ 4 ปี จึงเท่ากับเอาเงินเก่ามาขายให้ เท่ากับเป็นการหลอกลวง จึงมาขอความเป็นธรรมจากสื่อมวลชน เพราะตืดต่อไปที่ศูนย์รถแล้วแต่เรื่องก็ไม่คืบหน้า

น.ส.จินดารัตน์ ได้เปิดเผยพร้อมเอกสารหลักฐาน ว่า เมื่อวันที่ 16 มี.ค.63 ตนเองและ น.ส.วันทนา ชำเลืองฤทธิ์ มารดา ได้ไปซื้อรถยนต์ สีประตู สีดำ จากศูนย์โดยซื้อผ่านเซลส์รายหนึ่ง ชื่อ น.ส.กรประภา (นามสมมุติ) โดยซื้อด้วยเงินสดหักจากส่วนลด ราคา 627,000 บาท โดยขณะนั้นได้พนักงานในศูนย์ ได้พูดขึ้นมาว่า ทำไมไม่เอารถใหม่ให้ลูกค้า แต่ก็ไม่เอะใจ เพราะตรวจสอบแล้วทุกอย่างก็ปกติ โดยไม่รู้ว่ารุ่นใหม่รุ่นเก่าแตกต่างกันอย่างไร เพียงเพราะต้องการใช้รถรุ่นนี้ดูบ้าง เพราะที่บ้านก็มียี่ห้ออื่นอยู่แล้ว

หลังจากนั้นก็นำไปใช้ทำงาน แต่ก็เกิดปัญหาเกี่ยวระบบความร้อน แต่ก็แก้ไขได้ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 30 ม.ค.66 ตนเองได้นำรถไปเคลมประกัน  เพราะคลัชหมด โดยที่ยังอยู่ในระยะรับประกัน แต่พอเจ้าหน้าที่ของศูนย์รถดังกล่าวตรวจสอบ หลักฐานพบว่า รถคันนี้หมดประกันไปแล้ว เพราะรถได้มีการขายไปก่อนแล้วตั้งแต่ ปี พ.ศ.2561 จึงสร้างความแปลกใจ เพราะตนเองออกรถไป เมื่อปี พ.ศ.2563 นอกจากนี้ยังพบว่า หมายเลขเครื่องยนต์กับหมายเลขตัวถังไม่ตรงกันกับที่ระบุไว้ในเล่มทะเบียนรถ จึงเป็นคนละคันกัน พอติดต่อไปที่สำนักงานขนส่ง ก็ไม่สามารถต่อทะเบียนได้ เพราะหมายเลขเครื่องเป็นคนละหมายเลข ความจริงจึงปรากฎว่า ถูกนำรถยนต์เก่ามาสวมขายให้ หรือ นำเครื่องยนต์เก่ามาสวม ซึ่งเป็นเรื่องที่เสียความรู้สึกมาก สำหรับการออกรถยนต์คันแรก

น.ส.จินดารัตน์ เปิดเผยต่อว่า หลังจากทราบความจริง จึงติดต่อกับทาง ผู้จัดการศูนย์รถยนต์ดังกล่าวได้มีการประชุม แต่ก็บ่ายเบี่ยง อ้างว่าผู้บริหารไม่อยู่ไปต่างประเทศ แต่ต่อมาก็มีการแจ้งมาว่า จะเพิ่มประกันรถยนต์ให้อีกสองปีเพื่อให้เรื่องยุติ แต่ทางตนเองไม่ยอมรับ จึงนำเรื่องเข้าแจ้ง ความไว้ที่ สภ.มาบตาพุด ระยอง ไว้เป็นหลักฐาน และ  แจ้ง สคบ.ระยอง ซึ่งทางบริษัทได้นัดเจรจาหลายครั้ง แต่ก็ไม่มีความคืบหน้า ไม่เคยพบผู้บริหาร กลับอ้างว่าผู้บริหารไม่อยู่ไปต่างประเทศทุกครั้ง จึงไม่ทราบว่าจะหันหน้าไปพึ่งใคร อุตส่าห์เก็บเงินมาซื้อรถด้วยเงินสด แต่กลับถูกหลอกลวง ทั้งที่เป็นศูนย์รถยนต์มาตรฐาน จึงไว้ใจ จึงขอวิงวอนให้ทางผู้บริหารช่วยดูแลเรื่องนี้ด้วยด้วย ตนเองต้องการให้รับผิดชอบเปลี่ยนรถยนต์คันใหม่ให้ เพราะเสียเงินซื้อรถใหม่ป้ายแดง แต่กลับได้รถยนต์เก่าที่ผ่านการใช้ไปแล้ว 2 ปี จึงขอความเห็นใจ ซึ่งจะขอต่อสู้ให้ถึงที่สุด กับเงินที่ได้จากหยาดเหงื่อแรงกายร่วมล้านบาทที่เสียไป แต่ต้องมาถูกหลอกลวง

นายสมศักดิ์ (นามสมมุติ) ผู้บริหารศูนย์รถยนต์ ได้กล่าวผ่านทางโทรศัพท์ว่า ตนเองจะตรวจสอบเรื่องน้อย่างเร่งด่วน เพราะยังไม่ทราบเรื่องเลย เตรียมเรียกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ เพื่อให้จบเรื่องโดยเร็วที่สุด.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ระดมกำลัง100นาย ลุยค้นหาจนท.อุทยานฯเอราวัณ หายตัวกลางป่าลึก

Posted on February 19, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712181

ระดมกำลัง100นาย ลุยค้นหาจนท.อุทยานฯเอราวัณ หายตัวกลางป่าลึก

ระดมกำลัง100นาย ลุยค้นหาจนท.อุทยานฯเอราวัณ หายตัวกลางป่าลึก

วันอาทิตย์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 15.46 น.

19 กุมภาพันธ์ 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเพจ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้นำรูปภาพของ นายอนุวัตน์ นาเอี่ยม บุคคลภายนอกปฏิบัติงานให้ส่วนราชการ ประจำหน่วยฯถ้ำพระธาตุ อุทยานแห่งชาติเอราวัณ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี หายตัวไปขณะออกลาดตระเวนเชิงคุณภาพพร้อมเพื่อนเจ้าหน้าที่ประมาณ 6-7 คน เหตุการณ์หายตัวไปของนายอนุวัฒน์ เกิดขึ้นช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 17 ก.พ.ที่ผ่านมา

โดยนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (อทช.) รักษาราชการในตำแหน่งอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช (รรท.ออส.) ได้รับรายงาน จากนายอนันต์ โพธิ์พันธุ์  ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ว่า

นายอนุวัตน์ นาเอี่ยม บุคคลภายนอกปฏิบัติงานให้ส่วนราชการ ประจำหน่วยฯ ถ้ำพระธาตุ อุทยานแห่งชาติเอราวัณ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ออกลาดตระเวนเมื่อวันที่ 17 ก.พ. 66 ที่บริเวณป่าลำต้น-ถ้ำพระธาตุ พร้อมคณะ  6-7 คน ได้เดินแยกจากทีมไปเมื่อช่วงดึกของคืนวันที่ 17 ก.พ. 66 แล้วหายตัวไป มีปืนลูกซองติดตัวไปด้วย 1 กระบอก หลังทราบเหตุ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ออกค้นหามาอย่างต่อเนื่อง จนขณะนี้ยังหาตัวไม่พบตัว ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดเมื่อ 20 นาทีที่ผ่านมา เพจเฟซบุ๊ก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้รายงานความคืบหน้า โดยขึ้นหัวข้อว่า “ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ออกค้นหา นายอนุวัตน์ฯ จนท. อช.เอราวัณ อย่างต่อเนื่อง เบื้องต้นได้แจ้งความลงบันทึกประจำวันแล้ว”

เนื้อหาระบุว่า 19 ก.พ. 66  นายประวัฒน์ พวงทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ เปิดเผยว่า ตามที่เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนประจำหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ อว.1 (ถ้ำพระธาตุ)  และ อว. 8 (ลำต้น) ได้ออกลาดตระเวนเมื่อวันที่ 17 ก.พ. 66 บริเวณป่าลำต้น-ถ้ำพระธาตุ จำนวน 6-7 คน

โดยนายอนุวัตน์ นาเอี่ยม บุคคลภายนอกปฏิบัติงานให้ส่วนราชการ ประจำหน่วยฯ ถ้ำพระธาตุ ได้เดินแยกจากทีมไปเมื่อช่วงดึกของคืนวันที่ 17 ก.พ. 66 แล้วหายตัวไป มีปืนลูกซองติดตัวไปด้วย 1 กระบอก บริเวณจุดพักสุดท้ายที่พบ ก่อนพลัดหลงจากทีมลาดตระเวน นั้น

หลังทราบเหตุ จึงระดมกำลังเจ้าหน้าที่ออกค้นหามาอย่างต่อเนื่อง โดยมีชุดเจ้าหน้าที่ออกค้นหา 1 ชุด  แต่ยังไม่พบตัว ตอนนี้เจ้าหน้าที่ที่ออกค้นหาได้หาพื้นที่ตั้งจุดบัญชาการที่มีสัญญาณสื่อสาร เพื่อประสานงานกับส่วนกลาง และเช้าวันนี้เพิ่มชุดออกค้นหาอีก 3 ชุด

นำโดยนายวรุณ จันทร์สว่าง ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยงานใกล้เคียงเข้าร่วมค้นหา ได้แก่ อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ อุทยานแห่งชาติไทรโยค ศูนย์ไฟป่าสลักพระ-เอราวัณ และศูนย์กู้ภัยอุทยานแห่งชาติ ที่ 5 กาญจนบุรี รวมเจ้าหน้าที่ที่ออกค้นหาติดตามทั้งสิ้น 100 นาย โดยเร่งติดตามค้นหาอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้เมื่อเวลา 13.27 น. นายประวัฒน์ พวงทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ได้เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวัน สภ.ศรีสวัสดิ์ ไว้เป็นหลักฐานเพื่อจะได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป.012

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FDNP1362%2Fposts%2Fpfbid02Fj8E3GfKvTgzWNJGz3uV3F2Eih7jrqGYkxUpYguuo2ApVoNW8JAvYujbgo3FNVtTl&show_text=true&width=500

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘มูลนิธิกระจกเงา’ โพสต์แฝงแง่คิดคดี ‘น้องต่อ’ อ่านแล้วจุกอก

Posted on February 19, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712174

'มูลนิธิกระจกเงา' โพสต์แฝงแง่คิดคดี 'น้องต่อ' อ่านแล้วจุกอก

‘มูลนิธิกระจกเงา’ โพสต์แฝงแง่คิดคดี ‘น้องต่อ’ อ่านแล้วจุกอก

วันอาทิตย์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 15.05 น.

กรณีการติดตามหาตัว “น้องต่อ” วัย 8 เดือน จ.นครปฐม กระทั่งในวันที่ 18 ก.พ. 66 ที่ผ่านมา มีรายงานข่าวแจ้งว่า ภายในสัปดาห์หน้า เจ้าหน้าที่ตำรวจจะแจ้งข้อหา จำนวน 2 คน ในคดีพรากผู้เยาว์ ล่วงละเมิดทางเพศเด็ก

ล่าสุดวันที่ 19 ก.พ. 66 มูลนิธิกระจกเงา โพสต์ข้อความหลังครบรอบ 2 สัปดาห์ที่น้องต่อหายตัวไป ดังต่อไปนี้

ไม่ว่าผมจะมีลมหายใจ
หรือจากโลกใบนี้ไปแล้วก็ตาม
เรื่องราวของผมและคนรอบตัวผม
กำลังถูกพูดถึงในโลกออนไลน์
โลกที่ผมสงสัยว่า
พวกเขาห่วงใยผมจริง ๆ หรือไม่

ผมมีพ่อตามชื่อในเอกสารราชการ
แต่มีคนประกาศให้โลกรู้ว่า
พ่อไม่ใช่พ่อที่แท้จริงของผม
ผมอาจไม่อยากรับรู้เรื่องนี้จากคนอื่น
ผมควรรับรู้เพียงในครอบครัวของผม
และในเวลาที่เหมาะสม
นั่นคือสิทธิพื้นฐานที่ผมควรได้รับ
จากคนที่ทำตัวเหมือนห่วงใยผม

ไม่ว่าผมจะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่
แต่คนรอบตัวผมได้ตายทั้งเป็นไปแล้ว
ตายจากคำดูหมิ่นดูแคลน
ตายจากความยุแยงให้เกลียดชังกัน
สุดท้ายแล้วทุกคนจะกลับไปนอนที่บ้าน
ส่วนบ้านของผมน้้น…
อาจเป็นบ้านที่ไม่สามารถกลับมาเหมือนเดิม

แม่ผมอาจตกเป็นผู้ต้องสงสัย
ถึงการหายตัวไปของผม
หรือมีใครอื่นพาผมออกจากบ้านไป
นั่นเป็นสิ่งที่ผมก็บอกไม่ได้

ผมรู้เพียงว่า เด็กหญิงอายุเพียง 17 ปี
ที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตด้วยวัยเพียงเท่านี้
คือ แม่ที่คลอดและเลี้ยงผมมา 8 เดือนเต็ม
และคือเด็กสาวที่ถูกพิพากษาในทุกการกระทำ
แต่กลับไม่มีใครมองว่า
แม่ผมถูกใครกระทำต่อชีวิตมาบ้าง

ผมขอขอบคุณทุกท่าน
ที่ช่วยตามหาผมด้วยความเป็นห่วง
ถ้าผมยังมีชีวิตรอดกลับไป
ให้คิดเสมือนว่าผมคือลูกของคุณ
คือ เด็กคนหนึ่ง
ที่ต้องเติบโตต่อไปบนโลกใบนี้.-008 

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fmirrorf%2Fposts%2Fpfbid0jHxoCnX8XTLJnAVZwTgfUcFC1pLTmb8VhcPRMFmB9gpnNExkXy4GpHEXXepChE2Jl&show_text=true&width=500

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รถเก๋งเพิ่งซ่อมออกจากอู่ อยู่ๆไฟลุกไหม้ เจ้าของรถงงมาก?

Posted on February 19, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712154

รถเก๋งเพิ่งซ่อมออกจากอู่ อยู่ๆไฟลุกไหม้ เจ้าของรถงงมาก?

รถเก๋งเพิ่งซ่อมออกจากอู่ อยู่ๆไฟลุกไหม้ เจ้าของรถงงมาก?

วันอาทิตย์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 14.07 น.

19 กุมภาพันธ์ 2566 เมื่อเวลา 11.30 น. ได้รับแจ้งจากประชาชนมีรถยนต์ไฟลุกไหม้ อยู่ภายในวัดกำแพงประชาราม ต.โคกสำโรง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี จึงได้แจ้งประสานรถน้ำจากเทศบาลตำบลโคกสำโรง

อบต.โคกสำโรง สมาคมกู้ภัยโคกสำโรงสงเคราะห์ ตรวจสอบที่เกิดเหตุ เบื้องต้นพบรถเก๋ง Nissan Cefiro สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน กร 2227ลพบุรี เพลิงกำลังลุกไหม้

โดยเจ้าของรถแจ้งว่ารถได้ติดแก๊ส LPG เจ้าหน้าที่ได้ใช้น้ำและถังเคมีช่วยกันดับใช้เวลาประมาณ 20 นาที สอบถามเจ้าของรถแจ้งว่า รถยนต์ได้ เพิ่งไปซ่อมระบบน้ำมันรั่วเพิ่งเอากลับมาจากอู่เมื่อคืนนี้(18ก.พ.) วันนี้ได้ขับออกไปตลาดและกลับเข้ามาแล้วเกิดไฟลุกไหม้โดยไม่ทราบสาเหตุ.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จนท.อุทยานฯเอราวัณ หายตัวขณะลาดตระเวนกลางป่าลึก ระดมค้นหา2วันไม่พบ

Posted on February 19, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712152

จนท.อุทยานฯเอราวัณ หายตัวขณะลาดตระเวนกลางป่าลึก ระดมค้นหา2วันไม่พบ

จนท.อุทยานฯเอราวัณ หายตัวขณะลาดตระเวนกลางป่าลึก ระดมค้นหา2วันไม่พบ

วันอาทิตย์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 13.48 น.

19 กุมภาพันธ์ 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟสบุ๊ค กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้นำรูปภาพของเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนที่หายตัวไปมาโพสต์ลงในเฟซบุ๊ก พร้อมกับระบุว่า

เพจ สบอ. 3 (บ้านโป่ง) ระดมเจ้าหน้าที่ค้นหาลูกทีม หลังหายตัวไปกลางดึกของวันที่ 17 ก.พ.โดยนายอรรถพล  เจริญชันษา อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ( อทช.) รักษาราชการในตำแหน่งอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช (รรท.ออส. ) ได้รับรายงาน จาก  นายอนันต์ โพธิ์พันธุ์  ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง)

นายอนุวัตน์ นาเอี่ยม บุคคลภายนอกปฏิบัติงานให้ส่วนราชการ ประจำหน่วยฯ ถ้ำพระธาตุ อุทยานแห่งชาติเอราวัณ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ออกลาดตระเวนเมื่อวันที่ 17 ก.พ. 66 ที่บริเวณป่าลำต้น-ถ้ำพระธาตุ  พร้อมคณะ  6-7 คน ได้เดินแยกจากทีมไปเมื่อช่วงดึกของคืนวันที่ 17 ก.พ. 66 แล้วหายตัวไป มีปืนลูกซองติดตัวไปด้วย  1 กระบอก หลังทราบเหตุ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ออกค้นหามาอย่างต่อเนื่อง จนขณะนี้ยังหาตัวไม่พบตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายอนุวัฒน์ นาเอี่ยม อายุประมาณ 33 ปี ที่หายตัวไปนั้น เจ้าหน้าที่ที่ร่วมกันลาดตระเวน ได้ช่วยกันค้นหามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการติดต่อกับเจ้าหน้าที่ภายนอกเป็นไปด้วยความยากลำบากเพราะไม่มีสัญญาณ เจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวต้องเดินหาจุดที่มีสัญญาณกว่าจะหาได้ต้องเวลาอยู่นานพอสมควร

โดยช่วงเช้าวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯกว่า 20 นาย ได้ระดมกำลังกันออกค้นหาแต่ยังไม่พบ และขณะนี้เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯอีก 1 ขุดประมาณ 20 นาย กำลังเดินทางไปรวมตัวกันที่อุทยานแห่งชาติเอราวัณ เพื่อวางแผนในการเข้าไปค้นหา ส่วนครอบครัวของนายอนุวัฒน์ ได้ไปแจ้งความเอาไว้แล้วที่ สภ.ศรีสวัสดิ์ หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป.012

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FDNP1362%2Fposts%2Fpfbid022J8Vvsn1hbwzDPrD8J9MhpQqhPfPDhRqDLomo5jKHZYhwd5YdoPxb38g3VHoNXKul&show_text=true&width=500

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘น้องไนซ์’สาวงามกาญจนบุรี คว้าตำแหน่งมิสแกรนด์แม่ฮ่องสอน 2023

Posted on February 19, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712148

'น้องไนซ์'สาวงามกาญจนบุรี คว้าตำแหน่งมิสแกรนด์แม่ฮ่องสอน 2023

‘น้องไนซ์’สาวงามกาญจนบุรี คว้าตำแหน่งมิสแกรนด์แม่ฮ่องสอน 2023

วันอาทิตย์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 13.25 น.

ผลการประกวดมิสแกรนด์เมืองสามหมอก สาวงามผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ เป็นสาวงามจากจังหวัดกาญจนบุรี คว้ามงกุฎและสายสะพายไปครอง ส่วนสาวแม่ฮ่องสอน คว้ารางวัลแต่งกายชุดไตชนะเลิศและรางวัลขวัญใจชาวแม่ฮ่องสอน

19 กุมภาพันธ์ 2566 เมื่อค่ำวันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นายศรัญยู มีทองคำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้เป็นประธานในพิธีเปิดงาน การประกวดมิสแกรนด์ ประจำปี 2566 ณ อิมพีเรียลธาราแอนด์รีสอร์ท ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน

โดยมีสาวงามเข้าร่วมประกวดในปีนี้จำนวน 8 คน ได้แก่

MGM 01 ฟาง เบญญภา แซ่หลู่ ภูมิลำเนา จังหวัดแม่ฮ่องสอน

MGM 02 ถิงถิง ชญาดา ปติเขมวัฒน์ ภูมิลำเนา จังหวัดพะเยา

MGM 03  กุ๊กกิ๊ก วิรินทร์ภัทร์ ทุนอินทร์ ภูมิลำเนา จังหวัดลำพูน

MGM 04  ถิงถิง สิรินทร์ยา สุวรรณ ภูมิลำเนา จังหวัดเชียงใหม่

MGM 06  เจนนี่ นันทิยา ปันตา ภูมิลำเนา จังหวัดเชียงใหม่

MGM 07 น้ำหวาน วัชรมน  ปัญญา ภูมิลำเนา จังหวัดแม่ฮ่องสอน

MGM 08  ไนซ์ ชลธิชา แก้วบุตรดี ภูมิลำเนา จังหวัดกาญจนบุรี

MGM 09 นาน่า คารีน่า คารียอ ภูมิลำเนา จังหวัดเชียงใหม่

โดยในการประกวดมีการแสดงบนเวทีมากมาย ส่วนใหญ่เป็นการแสดงถึงศิลปวัฒนธรรมของชนเผ่าต่าง ๆ ของแม่ฮ่องสอน ได้แก่ การแสดงรำไต , การแต่งกายชุดไต , การแสดงแฟชั่นโชว์ของผู้เข้าประกวด ซึ่งผลการประกวดชุดไตสวยงาม ผู้ที่ได้รับรางวัล ได้แก่ MGM 07 น้ำหวาน วัชรมน  ปัญญา รับรางวัล รวมมูลค่า 5,000 บาท พร้อมสายสะพาย

สำหรับผู้ที่ชนะเลิศได้ตำแหน่งมิสแกรนด์ในปี ค.ศ.2023 คือผู้เข้าประกวด MGM 08  น้องไนซ์ หรือนางสาวชลธิชา แก้วบุตรดี สาวงามจากจังหวัดกาญจนบุรี คว้าตำแหน่งมิสแกรนด์แม่ฮ่องสอน 2023 ไปครอง รับรางวัลรวมมูลค่า 100,000 บาท พร้อมมงกุฎสายสะพาย

ส่วน รองอันดับที่ 1 MGM 06  เจนนี่ นันทิยา ปันตา รับรางวัล รวมมูลค่า 20,000 บาท พร้อมสายสะพาย  รองอันดับที่ 2 MGM 07 น้ำหวาน วัชรมน  ปัญญา รับรางวัล รวมมูลค่า 15,000 บาท พร้อมสายสะพาย

รองอันดับที่ 3 MGM 02 ถิงถิง ชญาดา ปติเขมวัฒน์   รับรางวัล รวมมูลค่า 10,000 บาท พร้อมสายสะพาย  และ รองอันดับที่ 4 MGM 09 นาน่า คารีน่า คารียอ รับรางวัล รวมมูลค่า 10,000 บาท พร้อมสายสะพาย.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไฟป่าเลยส่งผลกระทบ PM2.5 พุ่งปี๊ดสีแดง ชาวบ้านเริ่มป่วยโรคทางเดินหายใจ

Posted on February 19, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712147

ไฟป่าเลยส่งผลกระทบ PM2.5 พุ่งปี๊ดสีแดง ชาวบ้านเริ่มป่วยโรคทางเดินหายใจ

ไฟป่าเลยส่งผลกระทบ PM2.5 พุ่งปี๊ดสีแดง ชาวบ้านเริ่มป่วยโรคทางเดินหายใจ

วันอาทิตย์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 13.24 น.

19 กุมภาพันธ์ 66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจวัดสภาพอากาศในเขต อ.เมือง จ.เลย โดยแอพพลิเคชั่นAir4Thai ซึ่งรายงาน สภาพอากาศในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศเป็นรายชั่วโมง โดยกรมควบคุมมลพิษ พบว่าค่า AQIเพิ่มสูงถึง 220 ไมโครกรัม สูงอย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อนและยังพบปริมาณฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) มีค่า110 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร มีค่าสูงระดับสีแดงซึ่งอยู่ในเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพกับประชาชนสาเหตุหลักเกิดจาการเผาอ้อย และเผาป่าลุกไหม้อย่างหนักเกือบทุกพื้นที่และได้ส่งผลให้เกิดควันปกคลุมในอากาศอย่างหนาแน่นส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนอย่างเห็นได้ชัดชาวบ้านเริ่มมีผู้ป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจเข้ารับการรักษาพยาบาลตามโรงพยาบาลและคลินิกจำนวนมาก

โดยล่าสุดจากรายงานพบว่า เกิดไฟไหม้ป่าเป็นบริเวณกว้างเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูค้อ-ภูกระแต จุดบริเวณบริเวณภูชีน้อยบ้านห้วยส้ม บ้านโนนงาม บ้านชำบ่าง ต.ห้วยส้ม อ.ภูกระดึง และภูอ่างเขตรอยต่อ บ้านก่อไผ่โทน บ้านร่องไผ่ บ้านโคกใหญ่ อำเภอท่าลี่ จ.เลย ส่วนด้านบริเวณป่าภูสะนาว ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าภูห้วยหมาก ต.ศรีสองรัก อ.เมืองเลย ทหารองค์การปกครองท้องถิ่นตำบลศรีสองรัก หน่วยป่าไม้หน่วยควบคุมไฟป่ายังบูรณาการร่วมภารกิจดับไฟป่าบนเทือกเขาภูสะนาว ที่ลุกไหม้มากว่า 1 สัปดาห์ เพื่อควบคุมดับไฟไม่ให้ลุกลามและทำแนวกันไฟบนภูสะนาว ป้องกันไฟอยู่ในเขตควบคุม ส่วนทางด้าน พ.ท.รพีพงศ์ นิติสมบูรณ์ หน.กนผ.กอ.รมน.จังหวัดเลย

พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เข้าพบปะชุมชนรอบค่ายศรีสองรัก ประกอบด้วยชุมชนบ้านโคกสว่าง ม.10 บ้านท่าบุ่ง ม.5และบ้านปากหมาก ต.ศรีสองรัก อ.เมือง จ.เลย

ทั้งนี้ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ งดการจุดไฟเผาป่าผลกระทบของไฟป่า ตลอดจนขอความร่วมมือผู้นำชุมชนให้ประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านในความดูแลของตนเอง ไม่ให้เผาป่าที่จะสร้างผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงเกิดสภาวะมลพิษทางอากาศ PM 2.5 ในขณะที่ชาวบ้านเริ่มป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจ.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,899,936 hits

Join 4,119 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

หมอตุลย์ ลั่น!ไม่ไว้วางใจอนุทิน ซัดบริหารผิดพลาด-ปล่อยทุนใหญ่กักตุนน้ำมัน
ตอนมีอำนาจทำไมไม่ทำ! สิริพงศ์ ตอก พีระพันธุ์ ยันพาณิชย์คุมน้ำมันไม่ได้
ขึ้นเขาพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ ชมปราสาทงามบนยอดภูเขาไฟ
ประเมินพลาด/น้ำมันป่วน ‘อนุทิน’ขอโทษ รับปากจะไม่ให้ขาดแคลน
ปราชญ์ สามสี ค้านตรรกะ วิโรจน์ งบจ่ายไปแล้วก็กินไปเถอะ
นายกฯ ขับรถเอง! สุ่มตรวจปั๊มน้ำมันนครพนม รณรงค์ประหยัดพลังงาน
กบฏฮูตีในเยเมน ยิงมิสไซล์โจมตีอิสราเอล ประกาศเข้าร่วมสงคราม
รัฐบาล ขอมั่นใจช่วงสงกรานต์มีน้ำมันเพียงพอ ตรวจสอบสถานะปั๊มได้ทางแอป Fuel-Now
'สยาโม-อ้นอังกอร์'คว้า รางวัล New Generation Idol Star Award 2026
กกต. สั่งงดขาย เลี้ยงเหล้า 297 พื้นที่เลือกตั้งเทศบาล

Recent Posts

  • ออสเตรเลียจ่อลดภาษีน้ำมันลงครึ่งหนึ่ง หวังบรรเทาผลกระทบหลังราคาพุ่งสูงจากพิษสงครามตะวันออกกลาง
  • สเปนสั่งปิดน่านฟ้าห้ามเครื่องบินรบสหรัฐฯ ผ่านไปโจมตีอิหร่าน
  • เกาหลีใต้จ่อบังคับใช้มาตรการ “สลับวันวิ่งรถ” ทั่วประเทศ หากน้ำมันแตะ 130 ดอลลาร์
  • สว.สหรัฐฯ ย้ำไต้หวัน ผ่านงบกลาโหม 1.3 ล้านล้านโดยเร็ว รับมือภัยคุกคามจีน
  • อิตาลีสอบสวน Sephora และ Benefit ปมโฆษณาส่งเสริมให้เด็กต่ำกว่า 10 ปีใช้ “สกินแคร์”

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d