Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

นักวิชาการด้านเนื้อสัตว์ แนะ‘เนื้อแดง’ทานได้ ไม่ต้องงด

Posted on February 18, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/711908

นักวิชาการด้านเนื้อสัตว์ แนะ‘เนื้อแดง’ทานได้ ไม่ต้องงด

นักวิชาการด้านเนื้อสัตว์ แนะ‘เนื้อแดง’ทานได้ ไม่ต้องงด

วันศุกร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 17.43 น.

นักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเนื้อสัตว์ ยืนยัน “เนื้อแดง” รับประทานได้อย่างปลอดภัยในปริมาณที่เหมาะสม ระบุ ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอบ่งชี้ว่าเป็นสาเหตุก่อให้เกิดมะเร็งลำไส้ในมนุษย์

ผศ.ดร.รุจริน ลิ้มศุภวานิช หน่วยปฏิบัติการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเนื้อสัตว์ ภาควิชาเทคโนโลยีการผลิตสัตว์และประมง คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวว่า “เนื้อแดง” คือ เนื้อสัตว์ที่มีสีแดงตามธรรมชาติ เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อแกะ โดยเนื้อแดงมีปริมาณรงควัตถุที่เรียกว่า ไมโอโกลบิน (myoglobin) อยู่ในกล้ามเนื้อ คล้ายกับ ฮีโมโกลบินที่อยู่ในเลือด เมื่อจับออกซิเจนจะให้สีที่ออกสีแดง หากมีไมโอโกลบินมาก จะมีสีแดงเข้มมากขึ้น เช่น ในเนื้อวัวมีปริมาณไมโกลบินมากว่าในเนื้อหมู ทำให้เนื้อวัวมีสีแดงที่เข้มกว่า

จากข้อมูลขององค์กร IARC (International Agency for Research on Cancer) หน่วยงานภายใต้องค์การอนามัยโลก (World Health Organization) หรือ WHO ที่ได้รวบรวมข้อมูลวิจัยทางระบาดวิทยา และจัดกลุ่มสิ่งที่ “มีความสัมพันธ์” ต่อการเกิดโรคมะเร็ง ซึ่ง “เนื้อแดง” ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มที่ “มีโอกาส หรือ อาจจะ” ก่อให้เกิดมะเร็ง ทำให้ผู้บริโภคบางส่วนเกิดความกังวลในการรับประทานเนื้อแดง

“ข้อมูลของ IARC ยังไม่เพียงพอที่จะบ่งบอกว่าเกิดกับมนุษย์ การศึกษาที่มีไม่ได้พบในผู้ป่วยมะเร็งโดยตรง พบความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำไส้ในสัตว์ทดลองเท่านั้น และงานวิจัยที่มีอยู่ส่วนใหญ่เป็นงานวิจัยในแถบสหรัฐอเมริกา ยุโรป หรือประเทศจีน แต่น้อยมากที่จะมีงานวิจัยจากเมืองไทย ทั้งนี้องค์การอนามัยโลกได้ระบุว่า ไม่มีความจำเป็นต้องงดการรับประทานเนื้อแดงโดยสิ้นเชิง ผู้บริโภคสามารถรับประทานได้ในปริมาณที่เหมาะสม” ผศ.ดร.รุจริน กล่าว

ในต่างประเทศมีงานวิจัยระบุว่าไม่ควรบริโภคเนื้อแดงเกิน 500 กรัมต่อสัปดาห์ จากข้อมูลสถิติ คนไทยรับประทานเนื้อสัตว์ ประเภท เนื้อหมู เนื้อไก่ เป็นส่วนใหญ่อยู่ที่ประมาณ 16-17 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ซึ่งปริมาณดังกล่าวไม่ได้เกินไปกว่าที่งานวิจัยระบุ ขณะที่ในต่างประเทศการบริโภคเนื้อสัตว์อยู่ที่ 50 กิโลกรัมต่อคนต่อปี หรือ ในบางประเทศอาจถึง 100 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ซึ่งอัตราการบริโภคเนื้อสัตว์ในต่างประเทศมีการบริโภคในปริมาณที่มากกว่าประเทศไทยอยู่มาก ด้วยลักษณะการบริโภคเนื้อสัตว์ของคนไทยไม่ได้รับประทานเนื้อสัตว์แบบสเต๊กที่เป็นเนื้อชิ้นใหญ่แบบในต่างประเทศ แต่เป็นการประกอบอาหารด้วยการนำเนื้อสัตว์มาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ปรุงด้วยวิธี ต้ม นึ่ง ย่าง ผัด แกง หรือ ทอด แม้ระยะหลังคนไทยมีความนิยมในการรับประทาน ปิ้ง ย่าง ชาบู และ สเต๊ก แต่ยังไม่เท่ากับในต่างประเทศ

ผศ.ดร.รุจริน กล่าวแนะนำว่า สำหรับวิธีการเลือกซื้อเนื้อสัตว์ให้ปลอดภัย ให้เลือกซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ จากโรงแปรรูปหรือแหล่งผลิตที่มีมาตรฐาน มีตราสัญลักษณ์ “ปศุสัตว์ OK” ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค และลดความเสี่ยงด้านความไม่ปลอดภัย หากเลือกซื้อเนื้อสัตว์ที่ผลิตออกมาเป็นผลิตภัณฑ์แล้วให้สังเกตที่เครื่องหมาย อย. ในขณะเลือกซื้อเนื้อสัตว์ควรเตรียมกระติกที่บรรจุน้ำแข็ง หรือบรรจุภัณฑ์เก็บความเย็นสำหรับเก็บเนื้อสัตว์ขณะเดินทาง เพื่อลดความเสี่ยงของเชื้อจุลินทรีย์ที่จะทำให้เนื้อสัตว์เน่าเสียหรือก่อโรคได้ และให้รีบนำเนื้อสดเข้าตู้เย็นให้เร็วที่สุด หากยังไม่ได้ประกอบอาหารในทันที ควรบรรจุในภาชนะที่ปิดมิดชิดและนำเข้าช่องแช่แข็ง หากจะนำมาใช้ ให้ละลายน้ำแข็งในตู้เย็น แม้อาจใช้เวลาเป็นวันแต่เป็นวิธีที่ดีกว่าการนำออกมาละลายน้ำแข็งในอุณหภูมิห้อง ดังนั้นจึงอาจต้องวางแผนล่วงหน้า และไม่ควรทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องเป็นเวลานาน ควรเก็บเนื้อสัตว์ให้อยู่ในตู้เย็นเสมอ หากใช้ไม่หมดให้ใส่กลับในภาชนะปิดให้เรียบร้อยและนำเข้าช่องแข็งตามเดิม เพื่อยืดอายุการเก็บรักษาให้นานขึ้น

ขณะเดียวกัน การรับประทานเนื้อสัตว์ต้องปรุงให้สุก ไม่รับประทานแบบสุกๆ ดิบๆ เพราะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรค สำหรับการบริโภคควรรับประทานอาหารให้หลากหลาย ครบ 5 หมู่ ไม่รับประทานอาหารอย่างใดอย่างหนึ่งซ้ำๆ ในปริมาณที่มากจนเกินไป ทานร่วมกับผักและผลไม้ที่ให้กากใยสูง เพื่อให้เกิดความสมดุล และดีต่อสุขภาพ อีกทั้งการปรุงอาหารให้หลีกเลี่ยงการปิ้ง ย่าง ไม่รับประทานบ่อยจนเกินไป และปรุงอาหารด้วยเครื่องเทศ หรือสมุนไพรของไทย ซึ่งมีสารต้านอนุมูลอิสระ ยิ่งจะทำให้ดีต่อสุขภาพดียิ่งขึ้น และตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวบ้านผวาช้างป่าโขลงใหญ่บุกหมู่บ้านทำลายพืชผลการเกษตรรถเป็นซากเหล็ก

Posted on February 18, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/711905

ชาวบ้านผวาช้างป่าโขลงใหญ่บุกหมู่บ้านทำลายพืชผลการเกษตรรถเป็นซากเหล็ก

ชาวบ้านผวาช้างป่าโขลงใหญ่บุกหมู่บ้านทำลายพืชผลการเกษตรรถเป็นซากเหล็ก

วันศุกร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 17.29 น.

ชาวบ้านในอำเภอภูกระดึง จังหวัดเลยได้รับความเดือดร้อนหนัก หลังโขลงช้าป่ากว่า 70 ตัวลงมาทำลายกินพืชผลทางการเกษตร  และรถยนต์ชาวบ้านกลายเป็นเศษเหล็ก จนชาวบ้านผวา กินไม่ได้ นอนไม่หลับ จี้เจ้าหน้าที่รัฐเร่งแก้ปัญหา ด้านนายอำเภอภูกระดึงเผยช้างป่าโขลงนี้เข้ามาอยู่ในบริเวณพื้นที่ภูค้อภูกระแตร่วม 1 ปีแล้ว เตือนชาวบ้านอย่าออกไปใกล้พื้นที่ช้างป่าอยู่

วันที่ 17 ก.พ.66 นายภูมิภพ กองลาแซ อายุ 31 ปี ชาวบ้านท่ายางหมู่ 10 ต.ภูกระดึง อ.ภูกระดึง จ.เลย เปิดเผยว่า ในช่วงตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2566 ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้มีโขลงช้างป่าประมาณ 70-80 ตัวหนีหนาวลงมาพักอยู่ในเขตของอำเภอภูกระดึง รอยต่อกับอำเภอภูหลวง ในเขตป่าลงมาที่บ้านห้วยยางใหญ่ลงมากินพืชผลการเกษตรของชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นอ้อย ยางพารา ต้นไผ่เลี้ยง กล้วย มันสำปะหลังร่วมกว่า 2,000 ไร่ ตอนนี้เดือดร้อนหนักและช้างกำลังเพิ่มพื้นที่ออกมากว้างมากขึ้น ปัจจุบันชาวบ้านไม่สามารถไปสวนเก็บเกี่ยวผลผลิตใด้เลย เกษตรกรบางรายโขลงช้างป่าได้ทำลายรถกะบะ รถทางการเกษตรจนเสียหายยับกลายเป็นเศษเหล็ก ที่อยู่อาศัยบ้านพักพังไปหมดไม่มีชิ้นดี 

“ตอนนี้กลัวผวากันทั้งหมู่บ้าน ซึ่งบริเวณดังกล่าวมีแต่เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ประจำอยู่เพียง 4 นายทำอะไรไม่ได้ ชาวบ้านอยากให้มีการผลักดันช้างออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วนและอยากให้หน่วยงานรัฐมาช่วยเยียวยาพืชผลและทีีอยู่อาศัยที่เสียหาย” นายภูมิภพ กล่าว

นางสาวศิรินภา อาจแก้ว ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 บ้านซำบ่าง ต.ห้วยส้ม อ.ภูกระดึง กล่าวว่า ตอนนี้ชาวบ้านต้องตั้งเวรยามเพราะมีช้างหลายตัวออกจากป่าเข้ามาในหมู่บ้าน โดยเข้ามาทำลายข้าวของ ทางผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านต้องออกตระเวนรไล่ช้าง เสี่ยงมาก ต้องแจ้งไปยังชาวบ้านให้ระวัง แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ต้องรอการช่วยเหลือจากหน่วยที่เกี่ยวข้องอยู่เช่นกัน

นายภูริวัจน์ โชตินพรัตน์ นายอำเภอภูกระดึง กล่าวว่า ช้างโขลงนี้ได้มาอยู่ที่บริเวณภูค้อภูกระแต ประมาณ 1 ปี แล้วและลงไปหากินในพื้นที่ส่วนหนึ่งหนีหนาวลงมาหากินจากภูหลวงพาโขลงมาหากินที่ภูค้อภูค้อกระแต กลางคืนจะออกหากินพื้นที่ ไร่สวนชาวบ้าน ที่ทราบมีประมาณ 40-50 ตัว

สำหรับการให้ความช่วยเหลือนั้นตอนนี้ยังทำอะไรไม่ได้ เนื่องจากพื้นที่ที่เกษตรกรหรือชาวบ้านอยู่และทำการเกษตรนั้นส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่า ไม่มีเอกสารสิทธิ์ไดๆ เพียงแจ้งไปยังชาวบ้านให้ระมัดระวัง ไม่ให้ไปใกล้บริเวณที่ช้างอยู่และแนะนำให้ชาวบ้านหนีเอาตัวรอด ปัจจุบันมีเจ้าหน้าของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูค้อภูกระแต ผู้ใหญ่บ้าน บ้านซำบ่างและจิตอาสาเข้าพื้นที่ไปประชาสัมพันธ์ ทำความเข้าใจกับเหตุการณ์ ให้ความรู้ มีการตั้งกลุ่มไลน์เหมือนกับทางอำเภอภูหลวง เพื่อป้องกันเหตุ และมีการทำหนังสือแจ้งความเดือดร้อน ไปยังจังหวัดเลย เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเลยทราบ เพื่อหากทางแก้ไขระยะยาวต่อไป – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฉาวอีกแล้ว! เพจดังแฉหลวงพี่ถลกจีวร ชวนคอลแก้กรรม เหยื่อสาวหลงเชื่อเพียบ

Posted on February 18, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/711883

ฉาวอีกแล้ว! เพจดังแฉหลวงพี่ถลกจีวร ชวนคอลแก้กรรม เหยื่อสาวหลงเชื่อเพียบ

ฉาวอีกแล้ว! เพจดังแฉหลวงพี่ถลกจีวร ชวนคอลแก้กรรม เหยื่อสาวหลงเชื่อเพียบ

วันศุกร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 16.31 น.

17 ก.พ.66 เรียกว่าฉาวโฉ่เขย่าวงการสสงฆ์ไม่เว้นแต่ละเลยทีเดียว ล่าสุดเพจ “อีซ้อขยี้ข่าว2” ได้โพสต์ภาพพร้อมระบุข้อความว่า “ถลกจีวรทรงชวนคอล….พิธีแก้กรรมสะเดาะเคราะห์ ผูกดวงทวงของรัก ที่มีเหยื่อสาวหลายรายต่างหลวมตัวเชื่อและสุดท้ายพลาดท่าเพียบ…”

หลังภาพและข้อความในแชทไลน์หลุดออกมา ทำให้มีผู้เข้าไปคอมเมนต์ถึงความไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก ขณะที่แอดมินเพจ อีซ้อขยี้ข่าว2 ได้เข้าไปตอบว่า “อย่าว่าไปแต่ละคนเชื่อนะ ส่วนหลวงพ่อบอกไม่ใช่อาตมา นี่มันเฟสปลอมอาตมาเคยเล่นแต่นานแล้วโดนแฮ๊ก ( พอดีซ้อทักไปคอลสืบมาเหมือนกันก่อนโพสต์” พร้อมทิ้งท้ายว่า สัปดาห์หน้ากูฟาดใหญ่ สะเทือนร้าวยันชมพูทวีป รอติดตาม

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เพจดังลากไส้ยับ! ‘ผอ.รร.ดังเกาะสมุย’ ทุจริตอาหารกลางวันเด็ก ไม่ตรงปก ไม่อิ่มไม่มีเติม

Posted on February 17, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/711811

เพจดังลากไส้ยับ! ‘ผอ.รร.ดังเกาะสมุย’ ทุจริตอาหารกลางวันเด็ก ไม่ตรงปก ไม่อิ่มไม่มีเติม

เพจดังลากไส้ยับ! ‘ผอ.รร.ดังเกาะสมุย’ ทุจริตอาหารกลางวันเด็ก ไม่ตรงปก ไม่อิ่มไม่มีเติม

วันศุกร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 14.49 น.

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2566 เฟซบุ๊กดัง ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน ได้ออกมาเปิดเผยการทุจริตอาหารกลางวันของโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี โดยระบุข้อความว่า ไม่อิ่มไม่มีเติม

สภาพอาหารกลางวันของเด็ก ๆ โรงเรียxxx อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เป็นเช่นนี้ทุกวันยกเว้นวันที่มีการเข้าตรวจจะดีขึ้นหน่อย และไม่ตรงปกกับที่เอาขึ้นโชว์ในเว็บไซต์

ที่นี่เป็นโรงเรียนขยายโอกาส มีตั้งแต่อนุบาลถึง ม.ต้น รวม 591 คน คำนวณเงินอุดหนุนต่อหัว 491 คน ตกวันละประมาณ 10,800 บาท เก็บค่าอาหารจากเด็กมัธยมอีกคนละ 20 บาทต่อวัน เด็ก 100 คน เป็นเงินวันละ 2,000 บาท ส่วนครู 30 คน จ่ายรายเดือนคนละ 300

ถึงเวลาทำก็ให้เด็กทั้งหมดตั้งแต่อนุบาล ประถม มัธยม มากินในงบอุดหนุน ส่วนที่เก็บเพิ่มจากเด็กมัธยมกับครู ยักเอาไว้ อ้างว่าเอาไว้รับรองแขก เด็กกินไม่อิ่มขอเติมไม่มีให้เติม

นอกจากนี้ทางเพจยังออกมาแฉเพิ่มเติมด้วยว่า ผอ.รร.xxx เรียกประชุมด่วน ซัดความผิดใส่ครู ทั้งที่ทุกเรื่องมาจากตัวเอง #คนเดียว ข่มขู่ครูให้เซ็นตรวจรับ ไม่งั้นไม่เซ็นย้ายให้” และ “ผอ. หักค่าอาหารกลางวันออกวันละพันสาม เดือนนึงเกือบสามหมื่น อ้างไว้รับรองแขก เด็กกินอด ๆ อยาก ๆ ทั้งโรงเรียน

“รางวัลผู้บริหารสถานศึกษาดีศรีสมุย” สด ๆ ร้อน ๆ 16 มกราคม 66 แต่เด็กกินอด ๆ อยาก ๆ ทั้งโรงเรียน หักเงินค่าอาหารกลางวันเด็กไว้รับแขก พร้อมกับอัพเดทล่าสุดว่า “ล่าสุด ผอ.สพป.สฎ.เขต1 นัดประชุมด่วนผอ.ทั้งเกาะสมุยที่ รร.xxx ผอ.รร.xxxชอบพูดบ่อย ๆ ว่า รร.อื่นเขาก็ทำกัน หนาว ๆ ร้อน ๆ กันทั้งเกาะ #อาหารกลางวันเด็ก”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หมอปลาย’สุดประทับใจ ถ่ายติดภาพ’มนุษย์ต่างดาว’ที่ออสเตรเลีย

Posted on February 17, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/711802

'หมอปลาย'สุดประทับใจ ถ่ายติดภาพ'มนุษย์ต่างดาว'ที่ออสเตรเลีย

‘หมอปลาย’สุดประทับใจ ถ่ายติดภาพ’มนุษย์ต่างดาว’ที่ออสเตรเลีย

วันศุกร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 14.23 น.

ใครไม่เชื่อ แต่เราเชื่อ! หมอปลาย พรายกระซิบ ประทับใจที่สุด ถ่ายติดภาพ’มนุษย์ต่างดาว’?

17 ก.พ.2566 หมอปลาย พรายกระซิบ ได้โพสต์เรื่องราวน่าประทับใจ โดยระบุข้อความว่า ใครไม่เชื่อ แต่เราเชื่อ ถ่ายเองกับมือเมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมาที่ออสเตรเลียคะ กล้องคือเด็กน้อยมาก แต่ได้รูปนี้มาคือประทับใจที่สุด จงอย่าคิดแค่ว่าทั้งกาแล็กซีมีแค่มนุษย์อย่างพวกเรา พวกเค้าที่มาเที่ยวอาจจะมองเราเป็นสัตว์ประหลาดล้าหลังกว่าพวกเค้าก็ได้ ดูสารคดีต่างประเทศเยอะๆ แฟ้มคดีลับประธานาธิบดีก็มี เปิดหูเปิดตา เปิดใจ อย่าคิดว่าเราเก่งที่สุด ทั้งจักรวาลมีแค่เรา จงอย่าดูถูกคนอื่นถ้าคุณยังไม่เคยอ่านหนังสือทั้งหมดทุกเล่มที่มีบนโลกใบนี้ เชื่อเถอะว่ามนุษย์ต่างดาวมีจริง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คนใกล้ชิดเผยอาการ’น้องทีน’ก่อนเสีย พ้อ’พวกมึงไม่รัก..ทำไมไม่ทำแท้งมัน!!

Posted on February 17, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/711797

คนใกล้ชิดเผยอาการ'น้องทีน'ก่อนเสีย พ้อ'พวกมึงไม่รัก..ทำไมไม่ทำแท้งมัน!!

คนใกล้ชิดเผยอาการ’น้องทีน’ก่อนเสีย พ้อ’พวกมึงไม่รัก..ทำไมไม่ทำแท้งมัน!!

วันศุกร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 13.58 น.

สุดสงสารชีวิต ‘น้องทีน’ หนุ่มคนดูแลเผยอาการก่อนเสียชีวิต ร่ำไห้หนัก ครั้งนี้ยื้อไว้ไม่ได้แล้ว พ้อ! พวกมึงไม่รักมัน ทำไมไม่ทำแท้งมัน

17 ก.พ.2566 จากกรณีการเสียชีวิตของ น้องทีน กะเพรา อ้วนตรึ้ม ขายข้าวกะเพราตะหลิวตัด เด็กหนุ่มไร้บ้านสู้ชีวิต ขณะที่เฟซบุ๊กชื่อว่า ต่อศักดิ์ รุ่งทอง ผู้ที่คอยช่วยเหลือดูแลน้องมาตลอดได้อัพเดทอาการและขณะพาน้องทีนส่งโรงพยาบาลว่ามีอาการจุกที่ท้อง อาเจียน อ่อนแรงมาก น่าจะเป็นผลของการลดน้ำหนัก หัวใจหยุดเต้นกะทันหันปั๊มไปครึ่งชั่วโมงแล้ว จนเมื่อค่ำของวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 66 ได้ไลฟ์สดร่ำไห้แจ้งข่าวการจากไปของน้องทีน พร้อมบอกว่า “น้องเสียแล้วนะครับ ผมต้องขอโทษทุกคน ที่รอบเนี่ย ผมช่วยอะไรเขาไม่ได้”

ข่าวเกี่ยวข้อง : สุดเศร้า! ‘น้องทีน’ เจ้าของร้าน’อ้วนตรึ้ม กะเพราตะหลิวตัด’ เสียชีวิตแล้ว

ต่อศักดิ์ รุ่งทอง ได้เผยอาการของน้องทีนก่อนเสียชีวิตด้วยว่า น้องมีอาเจียน 2 ครั้ง พยาบาลมาเรียกก็ไม่ตื่นไม่ตอบสนอง ตั้งแต่ตอน 20:20 น. หมอและพยาบาลได้ทำการช่วยเหลือถึง 1 ชั่วโมงกว่า พร้อมทั้งฝากถึงชาวเน็ตที่ติดตาม ใครที่อยู่บางแค ใครรู้จักยายของน้องทีน เพราะตอนนี้ผมตามหายายไม่ได้ เพื่อเขาได้มางานศพน้อง

ผมพยายามแล้ว ผมขอโทษทุกคน ช่วยมันไม่ได้รอบนี้ อยากให้มันออกไปขายข้าว มันไปแล้ว มันทิ้งเรา

ไม่เข้าใจว่าชีวิตคนคนนึง  มันจะต้องถูกทิ้งห่าไรได้ขนาดนี้  ขนาดกำลังจะหมดลมหายใจเฮือกสุดท้าย แต่ก็ยังบอกว่า มาพรุ่งนี้ได้ไหม พวกมึงไม่รักมัน ทำไมไม่ทำแท้งมัน ให้กูมานั่งเสียน้ำตาทำไม กูไม่ใช่พ่อใช่แม่มัน ไม่ได้เป็น..อะไรกับมันเลย แต่กูต้องมานั่งร้องไห้ให้มันเนี่ย …. 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวอำเภอเบตงไม่เห็นด้วยค่าเหยียบแผ่นดิน

Posted on February 17, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/711796

อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวอำเภอเบตงไม่เห็นด้วยค่าเหยียบแผ่นดิน

อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวอำเภอเบตงไม่เห็นด้วยค่าเหยียบแผ่นดิน

วันศุกร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 13.56 น.

วันที่ 17 ก.พ.66 ภายหลังจากที่ ครม.เห็นชอบจัดเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวภายในประเทศของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ (TTF) หรือค่าเหยียบแผ่นดิน ตามที่คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ท.ท.ช.) นำเสนอ ซึ่งคาดว่าจะมีผลในวันที่ 1 มิถุนายน 2566 นี้ โดยจะเก็บค่าการท่องเที่ยวภายในประเทศของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทย โดยช่องทางทางอากาศ 300 บาทต่อคน ส่วนช่องทางทางบกและน้ำ 150 บาทต่อคนต่อครั้งโดยยกเว้นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับผู้หนังสือเดินทางเพื่อการทูต กงสุล หรือการปฏิบัติราชการ ผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบอาชีพในประเทศไทย (Work Permit) หรือหนังสืออนุญาตให้คนต่างด้าวทำงานในราชอาณาจักรเป็นการเฉพาะตามที่กระทรวงแรงงานกำหนด เด็กอายุไม่เกิน 2 ปีและบุคคลอื่นตามที่คณะกรรมการ ท.ท.ช. กำหนด ทั้งนี้ เพื่อใช้จ่ายในการบริหารและพัฒนาการท่องเที่ยว รวมทั้งใช้ในการจัดให้มีประกันภัยแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติในระหว่างเที่ยวภายในประเทศไทย

นายนรินทร์ เรืองวงศา อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวอำเภอเบตง เปิดเผยว่า ตนเห็นด้วย ที่จะเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าว ในการเดินทางโดยช่องทางทางอากาศ 300 บาทต่อคน เพราะนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มีศักยภาพ ตั้งใจจะมาเที่ยว พร้อมที่จะชำระเงินค่าธรรมเนียมส่วนนี้ และพร้อมที่ใช้จ่าย ด้านต่างๆ ในการเดินทางมาเที่ยวเมืองไทย ส่วนเมืองชายแดนอย่าง อ.เบตง จ.ยะลา ที่ติดกับประเทศมาเลเซียและใช้ช่องทางทางบกในการเดินทางเป็นหลักนั้น ตนไม่เห็นด้วยต่อการเก็บค่าธรรมเนียมฯ 150 บาทต่อคนต่อครั้ง

เนื่องจากจะมีผลต่อการกันนักท่องเที่ยว และการค้าชายแดนอย่าง เพราะส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ที่เดินทางเข้า-ออก เมืองเบตง แทบทุกวัน ในแบบ มาเช้า เย็นกลับ มาทานอาหาร มาซื้อสินค้า มาค้าขาย หรือแวะเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆในเมืองเบตง ซึ่งเม็ดเงินส่วนนี้กระตุ้นการใช้จ่าย ฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากมากกว่าการจัดเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวด้วยซ้ำ และอาจจะส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจการท่องเที่ยว ร้านอาหาร โรงแรม รวมไปถึงสถิตินักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าเมืองลดลง หากนักท่องเที่ยวตัดสินใจไม่เดินทางมาเที่ยวเบตง

สำหรับการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ผ่านด่านพรมแดนเบตง อ.เบตง จ.ยะลา ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือช่วงเทศกาลจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเฉลี่ยวันละ 1,500 -2,500 คน ส่วนวันธรรมดาเฉลี่ยวันละ 800-1,000 คน ซึ่งในเดือนมกราคมที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวเข้าประเทศ จำนวน 42,270 คน โดยส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจากมาเลเซียและสิงคโปร์

อย่างไรก็ตามประเทศไทยไม่ใช่ประเทศแรกที่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ปัจจุบันมีกว่า 40 ประเทศทั่วโลกที่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมในรูปแบบที่แตกต่างกัน แต่ประเทศไทยเป็นประเทศแรกของโลกที่เก็บค่าธรรมเนียมแล้วมีสวัสดิการคืนแก่นักท่องเที่ยวผ่านประกันอุบัติเหตุ การเสียชีวิต และการส่งศพกลับประเทศ เพื่อดูแล ช่วยเหลือ เยียวยานักท่องเที่ยว ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวกาฬสินธุ์รำบวงสรวงพระยาชัยสุนทรงานมหกรรมโปงลางแพรวาและงานกาชาด

Posted on February 17, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/711791

ชาวกาฬสินธุ์รำบวงสรวงพระยาชัยสุนทรงานมหกรรมโปงลางแพรวาและงานกาชาด

ชาวกาฬสินธุ์รำบวงสรวงพระยาชัยสุนทรงานมหกรรมโปงลางแพรวาและงานกาชาด

วันศุกร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 13.47 น.

ชาวจังหวัดกาฬสินธุ์กว่า 300 คนใส่ชุดผู้ไทกาฬสินธุ์ รำบวงสรวงอนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทร เจ้าโสมพะมิตร เจ้าเมืองกาฬสินธุ์ คนแรก ในการจัดพิธีบวงสรวงอนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทร และหอเจ้าบ้าน สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง เพื่อให้การจัดงานมหกรรมโปงลาง แพรวาและงานกาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ ประจำปี 2566 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2566  ที่บริเวณอนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทร อำเภอเมือง จ.กาฬสินธุ์ นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์จุรีรัตน์ กอเจริญยศ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ นายธวัชชัย รอดงาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ นายวิรัช พิมพะนิตย์ อดีต สว.กาฬสินธุ์ พล.ต.ต.สุวรรณ เชี่ยวนาวินธวัช ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ นายธนภัทร ณ ระนอง ปลัด จ.กาฬสินธุ์ พ.จ.ต.สำเนียง หวังเจริญ ท้องถิ่น จ.กาฬสินธุ์ นางเฉลิมขวัญ หล่อตระกูล นายกอบจ.กาฬสินธุ์ นายจารุวัฒน์ บุญเพิ่ม นายกเทศมนตรีเมืองกาฬสินธุ์ พร้อมด้วย คณะกรรมการเหล่ากาชาด หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนชาวกาฬสินธุ์ ได้ร่วมกันประกอบพิธีบวงสรวงอนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทร เจ้าเมืองคนแรกของ จ.กาฬสินธุ์ และหอเจ้าบ้าน สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง เพื่อความเป็นสิริมงคลและให้การจัดงานมหกรรมโปงลาง แพรวา และงานกาชาด จ.กาฬสินธุ์ ประจำปี 2566 ซึ่งปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 – 26 กุมภาพันธ์ 2566 ณ บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ ศูนย์ราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยไม่มีอุปสรรคใด ๆ

โดยนายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ประธานในพิธีได้จุดธูปเทียนสักการะหอเจ้าบ้าน อนุสาวรีย์พระยาสุนทร และถวายพวงดอกไม้ พราหมณ์ในพิธี ประกอบพิธีบวงสรวงอนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทร ประธานพิธีปักธูปหางเครื่อง โปรยข้าวตอกดอกไม้ถวายเครื่องบวงสรวง จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการที่ย้ายมาดำรงตำแหน่งใหม่ที่ จ.กาฬสินธุ์ เข้ารับการถวายตัวเป็นลูกหลานพระยาชัยสุนทร รับกาน้ำสัมฤทธิ์จำลอง ที่ผ่านการปลุกเสกโดยพระราชศีลโสภิต (หลวงปู่หนูอินทร์ กิตตฺสาโร) เจ้าอาวาสวัดป่าพุทธมงคล

จากนั้นมีการรำบวงสรวงดวงวิญญาณพระยาชัยสุนทร เจ้าโสมพะมิตร เจ้าเมืองกาฬสินธุ์คนแรก โดยข้าราชการ นักเรียน นักศึกษา ประชาชนชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ จำนวน  300 คน ที่สวมใส่ชุดผู้ไทกาฬสินธุ์ ร่วมฟ้อนเพลงมาลัยจำปา ประพันธ์โดย อ.ศิริวรรณ  จันทร์สว่าง และฟ้อนภูไทกาฬสินธุ์ 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จัดพิธีรับขวัญยิ่งใหญ่’ลูกช้าง’ลำดับ 105 สวนนงนุชพัทยาเพิ่งลืมตาดูโลก

Posted on February 17, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/711778

จัดพิธีรับขวัญยิ่งใหญ่'ลูกช้าง'ลำดับ 105 สวนนงนุชพัทยาเพิ่งลืมตาดูโลก

จัดพิธีรับขวัญยิ่งใหญ่’ลูกช้าง’ลำดับ 105 สวนนงนุชพัทยาเพิ่งลืมตาดูโลก

วันศุกร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 12.58 น.

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 17 ก.พ.66 นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา พร้อมด้วยพระครูเกษมกิตติโสภณ (อาจารย์จ่อย) เจ้าอาวาสวัดสามัคคีบรรพต ทำพิธีรับขวัญช้างเพื่อเสริมสิริมงคลพร้อมจัดขบวนนางรำรับขวัญช้างที่ตกลูกเมื่อ เวลา 02.30 น.ของวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2566 ซึ่งถือเป็นเชือกที่ 1 ของปี 2566 โดยเจ้าหน้าที่สามารถบันทึกวินาทีลืมตาดูโลกได้ โดยแม่ช้างคือพังน้องเมย์ อายุ 21 ปีพ่อช้างพลายหนิงหน่อง อายุ 27 ปี ณ บริเวณศาลประกำช้างในป้างช้างสวนนงนุชพัทยา จ.ชลบุรี ซึ่งภายในพิธีมีการจัดคล้องพวงมาลัยรับขวัญช้าง ซึ่งถือเป็นประเพณีที่ดีงามของสวนนงนุชพัทยาที่ได้จัดขึ้นทุกครั้งที่มีการให้กำเนิดช้างตัวใหม่ของปางช้างสวนนงนุช เพื่อความเป็นสิริมงคล ให้ลูกช้างมีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง พร้อมตั้งชื่อว่า พลายดาวรุ่ง จัดเป็นช้าง ลำดับที่ 105 ของปางช้างสวนนงนุชพัทยา

ทั้งนี้ สวนนงนุชพัทยายังได้จัดชุดการแสดงพร้อมนางรำรับขวัญช้าง และนำโขลงช้างกว่า 50เชือก  ร่วมพิธีต้อนรับสมาชิกใหม่ เบื้องต้นลูกช้างและแม่ช้าง มีสุขภาพแข็งแรงดี หลังตกลูก ทางสวนนงนุชพัทยาได้จัดทีมสัตว์แพทย์และควาญช้างดูแลอย่างดี ปางช้างสวนนงนุชพัทยา ได้รับหนังสือรับรองมาตรฐานการปฏิบัติที่ดีสำหรับปางช้าง จากกรมปศุสัตว์ และสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ เป็นแห่งแรกของไทย – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หรือมหา’ลัยไม่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่? นศ.กลับมาเรียน‘ออนไซต์’น้อยลง

Posted on February 17, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/711759

หรือมหา’ลัยไม่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่? นศ.กลับมาเรียน‘ออนไซต์’น้อยลง

หรือมหา’ลัยไม่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่? นศ.กลับมาเรียน‘ออนไซต์’น้อยลง

วันศุกร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 11.36 น.

หรือมหา’ลัยไม่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ? ‘เกษียร’ ตั้งคำถามหลังพบนศ.กลับมาเรียน ‘ออนไซต์’ น้อยลง

17 ก.พ. 2566 ศ.ดร.เกษียร เตชะพีระ อาจารย์สาขาวิชาการเมืองการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Kasian Tejapira” ดังนี้

“นักศึกษาในวิชาของคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่ผมสอนราว ๔๐% หรือกว่านั้นไม่เข้าชั้นเรียนเป็นประจำ
%%%%%%%%%%

ตั้งแต่ระยะสองสามปีก่อนโควิด-๑๙ ระบาดในปลายปี ๒๕๖๒ ต่อปี ๒๕๖๓ แล้วมหาวิทยาลัยหันไปสอนออนไลน์แทน มาจนถึงการเปิดชั้นเรียนออนไซต์ปกติปัจจุบัน ผมสังเกตว่านักศึกษาในวิชาต่าง ๆ ของคณะรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่ผมสอน (วิชาบังคับระดับปริญญาตรี ๒ วิชา, วิชาเลือกระดับปริญญาตรี ๑ วิชา) ไม่มาเข้าชั้นเรียนออนไซต์เป็นประจำสม่ำเสมอราว ๔๐% หรือกว่านั้น และหากดูการตรวจ attendance list ของคลาสออนไลน์ผ่าน MS Teams อัตราการเข้าชั้นเรียนออนไลน์ของนักศึกษาก็อยู่ในระดับใกล้เคียงกัน

ตลอดช่วงดังกล่าว การประเมินผลการสอนของวิชาที่ผมสอนโดยนักศึกษาอยู่ในระดับดีมากถึงดีที่สุดของกลุ่มวิชาในคณะโดยตลอด คอมเมนต์ส่วนใหญ่และเกือบทั้งหมดเป็นด้านบวก ผมจึงคิดว่าการไม่เข้าชั้นเรียนของนักศึกษาไม่น่าจะเกี่ยวกับคุณภาพด้านเนื้อหาหรือวิธีการสอนของผมเป็นหลัก

ผม “ทำใจ” แล้วต่อสภาพดังกล่าวเพราะคิดหาสาเหตุไม่เจอ จึงไม่รู้จะแก้ไขอย่างไร เป็นไปได้ว่าการเรียนในชั้นเรียนในกรอบหลักสูตรของมหาวิทยาลัย ไม่สนองตอบความต้องการและสภาพการศึกษาในยุคปัจจุบันแล้ว และควรต้องรื้อปรับขนานใหญ่ก็เป็นได้ (ดังที่อาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์เอ่ยถึงไว้ในบางบทความ)

หรือในทางกลับกัน มีบางอย่างเกิดขึ้นกับสำนึกอัตวิสัยของนักศึกษา เขาเข้ามหาวิทยาลัยมาด้วยความลำบากในการสอบและค่าใช้จ่าย โดยไม่ได้คิดจะมาเรียนในชั้นเรียนตามหลักสูตร และเขาลงทะเบียนวิชาต่างๆ โดยไม่ได้คิดจะเรียนอะไรในชั้นเรียนกับอาจารย์ อย่างมากก็แค่สอบให้ผ่านๆ ไป นี่คือการศึกษาที่เหมาะกับคนรุ่นปัจจุบันหรือไม่? ตอบยาก แต่ในทางปฏิบัติเกือบครึ่งของพวกเขาและเธอเลือกทำแบบนี้

นี่ใช่ปัญหาใหญ่เท่า international university ranking ที่ผู้บริหารมหาวิทยาลัยให้ความสำคัญเน้นย้ำและปลื้มปริ่มหรือไม่? ผมไม่ทราบ แต่วิกฤตของการศึกษาในชั้นเรียนนี้ ควรที่ผู้ห่วงใยการศึกษาระดับอุดมศึกษาจะครุ่นคิดวิเคราะห์นะครับ”
นอกจากนั้น ศ.ดร.เกษียร ยังตอบผู้ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมด้วยว่า “ผมสงสัยว่าพวกนักศึกษาส่วนใหญ่ที่โดดเรียนไปที่อื่นกันมากกว่าครับ ไม่ได้ไปม็อบ เพราะคาบที่สอนเช้าวันอังคาร ไม่ค่อยมีม็อบที่ผ่านมา ส่วนสมัยผมเรียนปริญญาตรี ไม่ค่อยได้ขาดเรียนครับ เพราะรับมอบหมายให้มาเรียนแล้วไปติวเพื่อนที่ทำกิจกรรม/ไปม็อบก่อนสอบ จนบางคนไม่เคยเข้าเรียนเลย แต่ฟังผมติวแล้ว ดันได้ A อะครับ ฮาาา”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,900,018 hits

Join 4,119 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

'สยาโม-อ้นอังกอร์'คว้า รางวัล New Generation Idol Star Award 2026
อัษฎางค์ สวนเจ็บ พีระพันธุ์ ตีกินการเมือง-ดิสเครดิต ศุภจี ปมราคาน้ำมัน
GISTDA ดันไทยร่วม NASA ในโปรเจกต์ยักษ์ ‘Artemis’ ลุยสำรวจดวงจันทร์ - ดาวอังคาร
สนธิรัตน์ ฟาดรัฐบาล! น้ำมันพุ่ง-ความโปร่งใสลด แนะ 4 ข้อกู้ความเชื่อมั่น
มนพ. จับมือ สธ. ผลิตแพทย์ป้อนระบบ 10 ปี แก้ปัญหาการขาดแคลน – กระจายแพทย์
คุณแหน : 30 มีนาคม 2569
ทรงศัก เผยกำลังรวบรวมข้อมูล-ร่างคำชี้แจงศาล รธน.ปมบาร์โคด เป็นดุลยพินิจศาลจัดคูหาจำลองหรือไม่
โค้งสุดท้ายเดือด! 'รวมศิษย์ครูสลาฯ'บัตรเหลือหลักสิบ ศิลปินฟิตเต็มแม็กซ์ เตรียมปล่อยของน้ำตาซึมทั้งฮอลล์
วันศูนย์รับบริจาคอวัยวะฯ 2569 สร้างกุศลผู้ให้ สร้างชีวิตใหม่ผู้รับ
'ผู้กองแคท'ไม่พลาดกระแสดอกบัวฟีเวอร์ เช็คอินสะพานพุทธสุดชิค

Recent Posts

  • ออสเตรเลียจ่อลดภาษีน้ำมันลงครึ่งหนึ่ง หวังบรรเทาผลกระทบหลังราคาพุ่งสูงจากพิษสงครามตะวันออกกลาง
  • สเปนสั่งปิดน่านฟ้าห้ามเครื่องบินรบสหรัฐฯ ผ่านไปโจมตีอิหร่าน
  • เกาหลีใต้จ่อบังคับใช้มาตรการ “สลับวันวิ่งรถ” ทั่วประเทศ หากน้ำมันแตะ 130 ดอลลาร์
  • สว.สหรัฐฯ ย้ำไต้หวัน ผ่านงบกลาโหม 1.3 ล้านล้านโดยเร็ว รับมือภัยคุกคามจีน
  • อิตาลีสอบสวน Sephora และ Benefit ปมโฆษณาส่งเสริมให้เด็กต่ำกว่า 10 ปีใช้ “สกินแคร์”

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d