Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

บ่าวสาว 6 คู่ ดำดิ่งวิวาห์ใต้สมุทร รับValentine’s Day2023

Posted on February 16, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/711074

บ่าวสาว 6 คู่ ดำดิ่งวิวาห์ใต้สมุทร รับValentine's Day2023

บ่าวสาว 6 คู่ ดำดิ่งวิวาห์ใต้สมุทร รับValentine’s Day2023

วันอังคาร ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 16.31 น.

องผู้ว่าการด้านการตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดงาน “Love Trang by วิวาห์ใต้สมุทร 2023”

14 ก.พ.66 ที่ท่าเรือปากเมง อ.สิเกา จ.ตรัง นางฐาปณีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านการตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  เป็นประธานเปิดงาน “Love Trang by วิวาห์ใต้สมุทร 2023” โดยมี นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวต้อนรับ และมี นายธีรวัฒน์ หวังศิริเลิศ ประธานหอการค้าจังหวัดตรัง กล่าวรายงาน โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน และคู่บ่าวสาว 6 คู่ เข้าร่วมพิธี

งาน “Love Trang by วิวาห์ใต้สมุทร 2023” ได้จัดขึ้นโดยมีจุดเริ่มต้นมาจากงานวิวาห์ใต้สมุทร เป็นกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติใต้ท้องทะเลในชื่อโครงการคืนธรรมชาติ สู่แหล่งปะการัง ซึ่งการจัดกิจกรรมในครั้งนั้นเป็นจุดเริ่มต้นที่ได้สร้างความประทับใจและสานสัมพันธ์ให้กับหนุ่มสาวนักดำน้ำคู่หนึ่งที่ได้มาพบกันเมื่อครั้งมาร่วมดำน้ำเก็บขยะใต้ทะเล จนเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดงาน “Love Trang by วิวาห์ใต้สมุทร 2023”

“Love Trang by วิวาห์ใต้สมุทร 2023” ในครั้งนี้เป็นความตั้งใจที่จะจัดงานอย่างดีที่สุดและด้วยความร่วมแรงร่วมใจของทุก ๆ ฝ่ายเป็นไปอย่างราบรื่น และในปีนี้มีคู่รัก 6 คู่ที่มาเฉลิมฉลองวันสำคัญในวันนี้ โดยการจัด Love Trang by เทศกาลวิวาห์ใต้สมุทร เป็นหนึ่งในอัตลักษณ์ของจังหวัดและความภาคภูมิใจของการท่องเที่ยวไทย เพราะเคยได้รับบันทึกเป็นสถิติโลกใน Guinness World Of Record จากการเป็นสถานที่จัดการจดทะเบียนสมรสใต้ทะเลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก นอกจากนั้นการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยยังได้บรรจุให้พิธีวิวาห์ใต้สมุทรจังหวัดตรังเป็นหนึ่งในกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวในระดับนานาชาติของประเทศไทยอีกด้วย.-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ความอ่อนโยนของK9 ‘เซียร่า-ซาฮาร่า’ใช้ความน่ารักและเป็นมิตร เยียวยาจิตใจเด็กน้อยตุรกี

Posted on February 16, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/711053

ความอ่อนโยนของK9 'เซียร่า-ซาฮาร่า'ใช้ความน่ารักและเป็นมิตร เยียวยาจิตใจเด็กน้อยตุรกี

ความอ่อนโยนของK9 ‘เซียร่า-ซาฮาร่า’ใช้ความน่ารักและเป็นมิตร เยียวยาจิตใจเด็กน้อยตุรกี

วันอังคาร ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 15.47 น.

14 กุมภาพันธ์ 2566 อัพเดททีม USAR Thailand พร้อมสุนัข K 9 ‘เซียร่า-ซาฮาร่า’ ปฎิบัติหน้าที่ช่วยค้นหาผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวประเทศตุรกี ท่ามกลางอากาศหนาว

นอกจากนี้ สิ่งพิเศษที่มนุษย์ได้จากสุนัขทั้งสองในระหว่างปฎิบัติภารกิจนั้น คือความอ่อนโยนจากเจ้าเซียร่าและซาฮาร่า เพราะในระหว่างลงพื้นที่ก็มีเด็กๆออกมาเล่นทักทาย ซึ่งสุนัขทั้งสองก็ให้ลูบหัวอย่างอุ่นใจ

โดยเพจเฟสบุ๊ค มูลนิธิเพื่อสิ่งแวดล้อมและสังคม : Environmental and Social Foundation ได้แชร์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า

#K9เซียร่าซาฮาร่า เธอได้ทำบางสิ่งที่มากกว่าบทบาทของ K9 ในมุมเล็กๆ ท่ามกลางความโศรกเศร้า การสูญเสีย และเศษอิฐปูนกลางเมืองที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่.. ระหว่างที่สุนัขกู้ภัยทั้งสองตัวของประเทศไทย กำลังค้นหาผู้รอดชีวิต มีสายตาของเด็กน้อยไร้บ้านและได้รับบาดเจ็บพร้อมญาติหลายคนกำลังจ้องมองเหตุการณ์อยู่ และเมื่อได้เวลา K9 หยุดพักระหว่างทำหน้าที่อย่างแข็งขัน เด็กๆ ค่อยๆเดินออกมาทักทาย K9 ทั้งสองตัวอย่างตื่นเต้น..และสิงที่เห็นได้ชัดคือ K9 ทั้งสองตัวแสดงออกถึงท่าทางอันอ่อนโยนต่อเด็กๆในท้องถิ่นเหล่านั้น

โดยเฉพาะ K9 เซียร่าที่พยายามจ้องมองเด็กผู้หญิงคนหนึ่งอยู่นานเหมือนกับจะถามว่าปวดไหม? เป็นกำลังใจให้นะ…ท่ามกลางรอยยิ้มและมือน้อยๆของเด็กๆที่ยื่นมาสัมผัส K9 …K9 ขอจงโปรดรับรู้ว่า..เธอได้ทำหน้าที่บางอย่างที่มีพลังและสร้างรอยยิ้มน้อยๆในสถานการณ์วันนี้

.012
 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดสกายวอล์ค’ไหว้พระเสียวหนึ่งเดียวในโลก’ที่’วัดแสงแก้วโพธิญาณ’แม่สรวย

Posted on February 15, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/711019

เปิดสกายวอล์ค'ไหว้พระเสียวหนึ่งเดียวในโลก'ที่'วัดแสงแก้วโพธิญาณ'แม่สรวย

เปิดสกายวอล์ค’ไหว้พระเสียวหนึ่งเดียวในโลก’ที่’วัดแสงแก้วโพธิญาณ’แม่สรวย

วันอังคาร ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 14.59 น.

‘ครูบาอริยชาติ อริยจิตโต’เจ้าอาวาสวัดแสงแก้วโพธิญาณ ต.เจดีย์หลวง อ.แม่สรวย จ.เชียงราย เปิดสกายวอล์ค ‘ไหว้พระเสียวหนึ่งเดียวในโลก’

วันที่ 14 ก.พ.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดแสงแก้วโพธิญาณ ต.เจดีย์หลวง อ.แม่สรวย จ.เชียงราย พระภาวนารัตนญาณ วิ.(ครูบาอริยชาติ อริยจิตโต) เจ้าอาวาสวัดแสงแก้วโพธิญาณ พร้อมด้วยนายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้เปิดสกายวอล์คภายใต้ข้อความ “ไหว้พระเสียวหนึ่งเดียวในโลก” ตั้งอยู่ด้านหน้าองค์พระศรีอริยเมตไตรยบรมโพธิญาณ ซึ่งมีหน้าตักกว้าง 21 เมตร สูง 32 เมตร ฐานสูง 18 เมตร รวมฐานและองค์พระสูงประมาณ 50 เมตรโดยสกายวอล์คแห่งใหม่นี้แบ่งเป็น 3 ระดับและแบ่งเป็น 2 ข้าง ชั้นบนสุดของแต่ละข้างสูงระดับเข่าขององค์พระ ซึ่งสามารถมองเห็นทิวทัศน์ทั่ววัดแสงแก้วโพธิญาณและพื้นที่ อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ได้อย่างงดงาม ซึ่งในการเปิดวันแรกพบว่ามีผู้คนที่ไปร่วมพิธีพากันขึ้นไปชมกันอย่างคึกคัก ซึ่งทางวัดเปิดให้ขึ้นชมได้ครั้งละไม่เกิน 100 คนโดยมีการแจกดอกกุหลาบ ซึ่งแสดงถึงความรักต่อกันและป้ายสกายวอล์คให้นำไปติดด้านบนเป็นปฐมฤกษ์

ครูบาอริยชาติ อริยจิตโต กล่าวว่า เนื่องจากวัดแสงแก้วโพธิญาณได้จัดสร้างพระศรีอริยเมตตไตรยบรมโพธิญาณ ซึ่งมีความสูงจึงได้จัดสร้างสกายวอล์คขึ้นมาเพิ่มเติม โดยสร้างให้เชื่อมไปยังองค์ครูบาศรีวิชัย ที่อยู่ใกล้กันเพื่อให้ประชาชนได้เข้าไปสักการะได้โดยสะดวก และได้เลือกวันเปิดสกายวอร์คเป็นวันแห่งความรัก หรือ “วาเลนไทน์” แม้ว่าจะไม่เกี่ยวข้องกับทางพระพุทธศาสนา แต่ก็เกี่ยวข้องกับพระโพธิสัตว์ เพราะท่านจะมีคุณธรรมข้อแรกคือต้องมีความทุกข์เพื่อคนอื่น แม้ชีวิตก็ยกให้คนอื่นได้ จึงถือเป็นการให้ความรักที่มอบให้ผู้อื่นโดยไม่มีเงื่อนไข แต่เพียงปรารถนาช่วยให้คนอื่นได้พ้นจากวัฏสงสาร ดังนั้นสกายวอล์คแห่งนี้ก็จะเปิดโอกาสให้ผู้คนเข้าไปสักการะเพื่อขอพรพระ ซึ่งจะมีความแตกต่างจากสกายวอล์คที่อื่นที่ให้คนขึ้นไปชมวิวเพียงอย่างเดียว ส่วนในอนาคตสกายวอล์คแห่งนี้จะเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของ อ.แม่สรวย และ จ.เชียงราย ได้ต่อไป

“สกายวอล์คแห่งนี้มี 3 ระดับโดยระดับแรกๆ ก็จะเปิดให้ผู้คนขึ้นไปทดลองเดินเพื่อทดสอบความกล้าของตัวเอง เมื่อคุ้นเคยกับชั้นล่างแล้วก็เดินขึ้นไปยังชั้นบนกระทั่งถึงชั้นบนสุด ซึ่งจะสามารถมองได้ทั่วและมององค์พระได้สวยที่สุด แต่ก็จะสูงจนทำให้มีความเสียว จึงเป็นที่มาว่า “ไหว้พระเสียวหนึ่งเดียวในโลก” จุดประสงค์หลักอยากให้ผู้คนได้ไหว้องค์พระ แต่ก็จะได้ขอแถมคือได้ชมวิวทิวทัศน์ที่งดงามของวัดและ อ.แม่สรวย ด้วย ดังนั้น หากประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มีโอกาสเดินทางไป จ.เชียงราย ก็อย่าลืมไปแวะชมและขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์โดยเฉพาะผู้ใดอยากสมหวังในความรัก เรื่องการงาน การเงิน ชีวิต ฯลฯ ก็สามารถขอพระโพธิสัตว์ ซึ่งให้โดยไม่มีข้อแม้เพื่อให้สมความปราถนาได้ต่อไป” เจ้าอาวาสวัดแสงแก้วโพธิญาณ กล่าว – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คู่รักวัย 89 ปี ครองรักนานกว่า 70 ปี เผยเคล็ดลับ ‘ต้องให้เมียเก็บเงิน’

Posted on February 15, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/711016

คู่รักวัย 89 ปี ครองรักนานกว่า 70 ปี เผยเคล็ดลับ 'ต้องให้เมียเก็บเงิน'

คู่รักวัย 89 ปี ครองรักนานกว่า 70 ปี เผยเคล็ดลับ ‘ต้องให้เมียเก็บเงิน’

วันอังคาร ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 14.53 น.

วันที่ 14 ก.พ.2566 เวลา 10.00 น. ที่หมู่บ้านพฤกษา 3 ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบคุณตาประเสริฐ รอดวงษ์ อายุ 89 ปี และคุณยายมะลิ รอดวงษ์ อายุ 88 ปี คู่สามีภรรยาที่อยู่กินกันมาตั้งแต่อายุ 19 ปี มีลูกด้วยกัน 4 คน ชีวิตครอบครัวมีความสุขไม่เคยนอกใจ เผยเคล็ดลับการใช้ชีวิตคู่และอวยพรให้กับคู่สมรสในวันวาเลนไทน์

คุณยายมะลิ เปิดเผยว่า ยายแต่งงานและจดทะเบียนสมรสกับคุณตาประเสริฐ หรือตาเสริฐ ตั้งแต่อายุ 19 ปี ที่จังหวัดลพบุรี ก่อนตัดสินใจย้ายเข้ามาอยู่ที่กรุงเทพ และต่อมาย้ายมาอยู่ที่จังหวัดนนทบุรี โดยใช้ชีวิตคู่กันมาร่วม 70 ปีแล้ว เมื่อก่อนคุณตาเสริฐ ทำงานเป็นภารโรงที่โรงเรียนประชานิเวศน์ ส่วนตัวยายมะลิทำหน้าที่แม่ครัว ตอนนั้นคุณตาได้เงินเดือนๆละ 700 บาท และใช้ชีวิตครองรักกันมาโดยตลอดจนมีลูกด้วยกันทั้งหมด 4 คน ชาย 3 คน หญิง 1 คน บางครั้งก็มีปากเสียงกันบ้างกับการใช้ชีวิตคู่แต่หนักนิดเบาหน่อยก็อภัยให้กัน ทุกวันนี้อาศัยอยู่กันสองคนตายายในบ้านลูกๆคอยแวะเวียนเข้ามาหาตลอด ส่วนคุณตาเสริฐ ตอนนี้หูเริ่มไม่ค่อยได้ยินเวลาคุยกันต้องตะโกนเสียงดัง เหมือนคนทะเลาะกัน  ทุกวันคุณยายก็จะตื่นขึ้นมาจุดเตาถ่านหุงข้าวและเช็ดน้ำข้าวเอาไว้ทานกันสองคนตายาย บางครั้งคุณตาเสริฐก็มาช่วยบ้างใช้ชีวิตกันแบบนี้ในบ้านก็มีความสุขดี คุณยายมะลิบอกว่ายังรักตาเสริฐเหมือนเดิมตั้งแต่วันแรกที่คบกันจนกระทั่งวันนี้ พร้อมโอบกอดและหอมแก้มตาเสริฐ ส่วนคุณตาเสริฐก็เข้ามาหอมแก้มคืนกันแบบน่ารัก

คุณยายมะลิ เล่าต่ออีกว่า กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ต้องผ่านความยากลำบากในการใช้ชีวิตเพราะฐานะยากจน แต่ก็ต่อสู้กันมาสองคนจนมาถึงวันนี้ ขณะเดียวกันยายมะลิได้เปิดเผยเคล็ดลับในการใช้ชีวิตคู่ของตนกับคุณตาเสริฐว่า เมื่อก่อนตาเสริฐทำงานเงินเดือนออกมาก็เอาามาให้ยายมะลิเก็บหมดทุกบาททุกสตางค์ ไม่กล้าออกนอกลู่นอกทางเพราะเมื่อก่อนยายมะลิดุมาก มีเรื่องอะไรก็คุยกันแต่ส่วนใหญ่ตาเสริฐไม่เคยสร้างปัญหา สมัยก่อนเปรียบเสมือนตนเป็นช้างเท้าหน้า ส่วนตาเสริฐเป็นช้างเท้าหลัง ทุกวันนี้อายุเยอะแล้วไม่รู้ว่าวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร สองคนตายายก็หันหน้าเข้าวัดทำบุญจิตใจจะได้สงบ.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Valentine’s Day 2023 คู่รักพร้อมใจไปจดทะเบียนกับ’ต้นไม้รูปหัวใจ’เป็นสักขีพยาน

Posted on February 15, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/711013

Valentine's Day 2023 คู่รักพร้อมใจไปจดทะเบียนกับ'ต้นไม้รูปหัวใจ'เป็นสักขีพยาน

Valentine’s Day 2023 คู่รักพร้อมใจไปจดทะเบียนกับ’ต้นไม้รูปหัวใจ’เป็นสักขีพยาน

วันอังคาร ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 14.46 น.

มิติใหม่ของการบอกรักกันในวันวาเลนไทน์ กับกิจกรรมปีนหน้าผาจดทะเบียนสมรส Valentine’Day 2023 รักกันตลอดไปต้นไม้รูปหัวใจเป็นสักขีพยาน ที่ อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก ท่ามกลางประชาชนร่วมแสดงความยินดีกับ 8 คู่รัก โดยไฮไลน์คู่รัก โหนสลิงเพื่อไปมอบดอกไม้ให้กับแฟนสาวบนต้นไม้

เมื่อเวลา 09.00น วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2566 ที่บ้านสวนชมวิว ภูรักไท (บ้านต้นไม้รูปหัวใจ) ม.7 ต.ชมพู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก นายไสว เจริญศรี นายอำเภอมะปราง  เป็นประธานการจัดงาน “Valentine’Day 2023 รักกันตลอดไปต้นไม้รูปหัวใจเป็นพยาน” และจดทะเบียนให้กับคู่รัก เนื่องในวันวาเลนไทน์  โดยมีประชาชน ร่วมงาน พร้อมเป็นสักขียานรัก ในจัดงานแต่งงานให้กับคู่รักเนื่องในวันวาเลนไทน์ จำนวน 8 คู่ ที่บ้านสวนชมวิว ภูรักไทย  บ้านต้นไม้รูปหัวใจ ซึ่งเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของอำเภอเนินมะปราง

นายไสว เจริญศรี นายอำเภอมะปราง  กล่าวว่า  สำหรับการจัดงาน “Valentine’Day 2023 รักกันตลอดไปต้นไม้รูปหัวใจเป็นพยาน” เป็นกิจกรรมที่อำเภอเนินมะปราง จัดขึ้นเพราะเล็งเห็นว่าครอบครัวนั้น เป็นรากฐานที่มั่นคงและสำคัญของสังคมไทยคู่สมรสทุกท่านที่มาร่วมจดทะเบียนสมรสในวันนี้นับเป็นนิมิตหมายอันดียิ่งในการเริ่มต้นชีวิตคู่ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างความรัก สร้างฐานนะให้เป็นปึกแผ่นอย่างมั่นคงด้วยกันตลอดไป

โดยกิจกรรมภายในงานในช่วงเช้าได้จัดให้คู่รักทำบุญใส่บาตรพระสงฆ์  นายไสว เจริญศรี นายอำเภอมะปรางได้จดทะเบียนสมรสให้กับคู่รักทั้ง 8 คู่ โดยในไฮไลน์ของงานจะมีการให้เจ้าบ่าวโหนสลิงโรยตัวเพื่อไปหาเจ้าสาวที่ต้นไม่รู้หัวใจเพื่อรับทะเบียนสมรส ซึ่งมีเจ้าสาวรอรับอีกฝั่ง เรียกได้ว่าเป็นการบอกรักกันในวันวาเลนไทน์อีกมิติหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมและสนับสนุนการท่องเที่ยวในชุมชนไปด้วยพร้อมกัน นอกจากนี้ภาคเอกชนยังสนับสนุนคู่รักทั้ง 8 คน ด้วยการให้ gift voucher เป็นที่พักให้ไปฮันนีมูนหลังแต่งานและรางวัลอื่นๆอีกมากมาย.-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘แม่วัวท้องแก่’เล็มกินหญ้า เดินถอยหลังตกบ่อพักน้ำเสีย กู้ภัยรีบช่วยปลอดภัย

Posted on February 15, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/711011

'แม่วัวท้องแก่'เล็มกินหญ้า เดินถอยหลังตกบ่อพักน้ำเสีย กู้ภัยรีบช่วยปลอดภัย

‘แม่วัวท้องแก่’เล็มกินหญ้า เดินถอยหลังตกบ่อพักน้ำเสีย กู้ภัยรีบช่วยปลอดภัย

วันอังคาร ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 14.42 น.

วัวท้องแก่เล็มกินอาหาร เดินถอยหลังตกบ่อพักน้ำเสีย กู้ภัยประจักษ์หนองคาย รุดช่วย นำรถยกดึงตัวขึ้นปลอดภัย

14 กุมภาพันธ์ 2566 เมื่อเวลา 12.00 น. ศูนย์วิทยุ 191 ตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือวัวตกท่อ ภายในสถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านหนองคาย ต.หนองสองห้อง อ.เมืองหนองคาย จึงประสานเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลหนองสองห้อง และกู้ภัยประจักษ์หนองคายออกช่วยเหลือ

โดยพบว่าวัวเพศเมีย อายุประมาณ 3-4 ปี อยู่ระหว่างตั้งท้อง ลำตัวช่วงล่างตกลงไปในบ่อพักน้ำเสียภายในสถานสงเคราะห์ฯ ส่งเสียงร้องอย่างน่าเวทนา เจ้าหน้าที่ต้องใช้เชือกคล้องลำตัวและประสานรถยกช่วยดึงตัวแม่วัวท้องแก่ขึ้นมาได้

จากการสอบถามทราบว่า เจ้าของวัวเลี้ยงวัวเป็นฝูง มีทั้งหมด 12 ตัว วัวท้องตัวนี้เดินมาหาอาหาร เล็มกินยอดต้นกล้วยที่เพิ่งแตกใบออกภายในสถานสงเคราะห์ คาดว่าระหว่างที่กินอาหารเพลิน ได้เดินถอยหลังจนไปตกบ่อพักน้ำเสีย ไม่สามารถขึ้นมาเองได้ ผู้ที่พบเห็นจึงรีบแจ้งตำรวจขอความช่วยเหลือดังกล่าว.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แจกกระเช้าผักสด! อำเภอเกาะสมุยมอบให้คู่รัก จดทะเบียนสมรส’วันวาเลนไทน์’

Posted on February 15, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/711010

แจกกระเช้าผักสด! อำเภอเกาะสมุยมอบให้คู่รัก จดทะเบียนสมรส'วันวาเลนไทน์'

แจกกระเช้าผักสด! อำเภอเกาะสมุยมอบให้คู่รัก จดทะเบียนสมรส’วันวาเลนไทน์’

วันอังคาร ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 14.40 น.

14 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ว่าการอำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้จัดกิจกรรมวันวาเลนไทน์ โดยมีคู่หนุ่มสาวกว่าสิบคู่ได้จูงมือมายื่นคำขอจดทะเบียนสมรส 

โดยนายชยพล อินทรสุภา นายอำเภอเกาะสมุย พร้อมด้วยนายสุทธิพงษ์ ทองเรือง ปลัดอาวุโสอำเภอเกาะสมุย ได้ให้การต้อนรับพร้อมดำเนินการจดทะเบียนสมรสให้กับคู่ชายหญิง ซึ่งนายอำเภอเกาะสมุยได้อวยพรให้ทุกคุ่ที่จดทะเบียนสมรสให้ครองรักกันนานๆ 

สำหรับวันวาเลนไทน์ปีนี้อำเภอเกาะสมุยได้ยังได้ให้ผู้ที่จดทะเบียนสมรสเก็บผักที่ปลูกบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเกาะสมุย ด้วยการน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมรายกุมารี ด้วยการปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ด้วยการปลูกผักสวนครัวอย่างน้อย 10 ชนิด 

โดยคู่ของนางสาวปัทมา สุขโข กับนายปริญญา คชรัตน์ ได้เลือกตัดผักโดยฝ่ายชายได้ตัดลูกมะเขือมาจำนวนสองลูกส่วนฝ่ายหญิงได้ตัดลูกมะเขือยาวมาหนึ่งลูก ทำให้บรรยากที่มีเพื่อนของทั้งสองคนที่มาเป็นสักขีพยานต่างหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน จากนั้นนายชยพล อินทรสุภา นายอำเภอเกาะสมุย ได้มอบตระกร้าผักสดให้กับทั้งสองคน 

โดยขอให้ทั้งสองครองรักด้วยการยึดแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันหากทุกคนสามารถลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนและจะทำให้มีเงินเหลือด้วยการปลูกผักกินเอง ซึ่งทุกคู่ที่จดทะเบียนสมรสแล้วได้รับแจกตระกร้าผักสดติดมือกลับบ้านกันทุกคน โดยจะนำแนวทางที่นายอำเภอเกาะสมุยให้ไว้ไปทำเพื่อความสุขของครอบครัว

นอกจากนี้ภายในโรงพยาบาลกรุงเทพสมุยยังได้จัดกิจกรรมวันวาเลนไทน์ โดยนายแพทย์อรุณ กิจมหาตระกูล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลได้นำพญาบาลและพนักงานมอบช่อดอกกุหลาบดอกโตพร้อมด้วยชอกโกแลต และขนมไทยได้แก่ลูกชุบทรงหัวใจรวมถึงดอกไม้ให้กับผู้ป่วยที่นอนพักฟื้นทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทำให้บรรยากาศภายในโรงพยาบาลกลับมามีสีสันด้วยความรักเนื่องในวันวาเลนไทน์ 

โดยผู้ป่วยทุกคนที่ได้รับช่อดอกกุหลาบต่างมีรอยยิ้มแห่งความสุข ที่ถึงแม้ตัวเองจะเจ็บป่วยและห่างไกลจากครอบครัวทางโรงพยาบาลยังส่งมอบความรักให้ในวันวาเลนไทน์ นอกจากช่อดอกกุหลาบแล้วยังได้มอบชอกโกแลตให้อีกด้วย ทำให้บรรยากาศภายในโรงพยาบาลอบอุ่มไปด้วยกลิ่นไอของวันวาเลนไทน์.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘นร.บ้านบุตาวงษ์’ ใช้เวลาหลังเลิกเรียนเก็บขวดพลาสติกมาประดิษฐ์เป็นไม้กวาด​

Posted on February 15, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/710999

'นร.บ้านบุตาวงษ์' ใช้เวลาหลังเลิกเรียนเก็บขวดพลาสติกมาประดิษฐ์เป็นไม้กวาด​

‘นร.บ้านบุตาวงษ์’ ใช้เวลาหลังเลิกเรียนเก็บขวดพลาสติกมาประดิษฐ์เป็นไม้กวาด​

วันอังคาร ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 14.15 น.

เด็กนักเรียนชั้นประถมโรงเรียนบ้านบุตาวงษ์ อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์​ ใช้เวลาหลังเลิกเรียนเก็บขวดพลาสติกตามบ้านเรือน หมู่บ้าน ชุมชนนำไปประดิษฐ์ เป็นไม้กวาดจากเส้นพลาสติก แทนไม้กวาดทางมะพร้าว มีความแข็งแรง ทนทาน ลดปริมาขยะพลาสติกในโรงเรียนและชุมชน อีกทั้งยังสามารถสร้างรายได้​ให้​นักเรียนได้อีกด้วย

วันที่ 14 ก.พ.66 ไม้กวาดจากเส้นพลาสติกเป็นผลงานของนักเรียน​ ชั้นประถมศึกษา​ โรงเรียนบ้านบุตาวงษ์ อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ที่นำขวดพลาสติกเหลือใช้ตามบ้านเรือน หมู่บ้าน ชุมชน หรือในโรงเรียนนำกลับไปใช้ใหม่ โดยทำความสะอาด แกะฝาและตัดก้นขวดแล้วนำไปประดิษฐ์ หรือที่เรียกกันว่า  D.I.Y เป็นไม้กวาดจากขวดพลาสติก แทนการใช้ไม้กวาดทางมะพร้าว มีความแข็งแรง ทนทาน เป็นการรีไซเคิลขวดพลาสติกที่ทิ้งแล้วกลับมาใช้ใหม่ให้เกิดประโยชน์ ลดปริมาณขยะพลาสติกในโรงเรียน หมู่บ้านและชุมชนและเด็กนักเรียนยังใช้เวลาหลังเลิกเรียนใช้เกิดประโยชน์ มีรายได้จากการจำหน่ายไม้กวาดแบ่งเบาภาระผู้ปกครอง

เด็กหญิงศิริวรรณ โพศรีดี  หรือน้อง วิววิ่ว นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบุตาวงษ์ ต.หนองคู อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ เล่าว่า การนำขวดน้ำรีไซเคิลมาประดิษฐ์ไม้กวาดจากขวดพลาสติกแทนไม้กวาดก้านมะพร้าว มีความแข็งแรงและคงทนกว่า และยังประหยัดไปได้อีกด้วย เพราะเราประดิษฐ์จากขวดน้ำพลาสติกที่ไม่ได้ใช้แล้ว นำมาสร้างเป็นไม้กวาดที่มีประสิทธิภาพและสามารถนำไปใช้งานได้จริง 

ขั้นตอนการทำไม้กวาดจากขวดน้ำพลาสติก ไม่ยุ่งยากขั้นตอนแรกเริ่มจากเก็บขวดพลาสติกที่ไม่ใช้แล้ว มาแกะฝา ตัดฉลากออก และตัดก้นขวดออก  ทำความสะอาดให้เรียบร้อย ตัดให้ก้นเสมอกันเพื่อให้ง่ายและสะดวกต่อการดึงเส้นพลาสติก แล้วใส่ในเครื่องมือ กรีดขวดพลาสติกออกเป็นเส้น ที่มีขนาดเท่ากัน หากเป็นขวดพลาสติกขนาด 600 มิลลิลิตร 1ขวด จะได้เส้นเชือกพลาสติกยาวประมาณ 250-260 เซนติเมตร (ไม้กวาด 1 ด้ามจะใช้ประมาณ 15 ขวด)  และนำเส้นพลาสติกที่ได้ไปพันกับเหล็กสี่เหลี่ยมผืนผ้าดึงให้ตึงแน่น แล้วใช้เครื่องเป่าลมร้อนเป่าเส้นพลาสติกเป็นเส้นตรง  จากนั้นตัดเส้นพลาสติกหัวท้ายออกจากเหล็กตึงเส้น แล้วนำเส้นพลาสติกที่ได้มามัดกับด้ามไม้ไผ่ เจาะรูแล้วใช้ลวดมัดให้แน่น 

จากนั้นนำเส้นพลาสติกมัดจัดเรียงมัดย่อย 20 มัดๆ ละ 10 เส้น ใช้เชือกถักต่อไปเรื่อยๆจนถึงปลายลิ่มอีกด้านให้ บรรจบกันพอดี ใช้ลวดมัดและใช้คีมดึงให้แน่น เพื่อให้ได้ไม้กวาดที่มั่นคงแข็งแรง ใช้ตะปูตอกยึดอีกครั้ง จะได้ไม้กวาดจากขวดพลาสติกที่พร้อมใช้งาน และสามารถนำไปจำหน่ายได้ ซึ่งบางขั้นตอนต้องให้คุณครูหรือผู้ปกครองช่วย และสวมถุงมือป้องกัน

ครูส้มลิ้ม สะเมนรัมย์ คุณครูเอกวิชาภาษาอังกฤษ เปิดเผยว่า โรงเรียนบ้านบุตาวงษ์เห็นความสำคัญของการจัดการขยะในโรงเรียนและมีแนวคิดที่จะพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆมาใช้ในการจัดการขยะให้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งปัญหาส่วนหนึ่งมาจากขยะขวดน้ำพลาสติกในโรงเรียนและชุมชนมีเป็นจำนวนมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันมีการดื่มน้ำที่บรรจุขวดพลาสติกมากขึ้น ขวดพลาสติกที่ใช้แล้วเป็นขยะมูลฝอยการทิ้งเกลื่อนกลาดจะทำให้เกิดความสกปรกเป็นอันตรายต่อสุขภาพของนักเรียนและคนในชุมชน ทำให้เกิดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นการลดปริมาณขยะและลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม การนำขวดน้ำพลาสติกที่จะทิ้ง กลับมาใช้ใหม่ให้เกิดประโยชน์เป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยลดปริมาณขยะและใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า

ทั้งนี้​ การศึกษาเรียนรู้วิธีการทำไม้กวาดขวดพลาสติกจากเครือข่ายภูมิปัญญาท้องถิ่น คือ นายหวานชัย แซ่คำ ชาวตำบลวังทอง อำเภอนาวัง จังหวัดหนองบัวลำภู  เพื่อให้สามารถทำไม้กวาดได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถนำไปใช้งานได้จริง  จึงเป็นที่มาของโครงงานเรื่องไม้กวาดจากขวดพลาสติกมีคุณค่า พัฒนาสู่อาชีพ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จำหน่ายด้ามละ 100 บาท และใช้ไปนานๆ เมื่อไม้กวาดพลาสติกชำรุด ยังนำเส้นพลาสติกไปขายต่อได้อีก ซึ่งเป็นการใช้วัสดุรีไซเคิลอย่างคุ้มค่า ส่วนต้นทุนการทำ ไม้กวด 1 ด้าม จะมี 1.ลวดสังกะสี .ตะปู เครื่องเย็บกระดาษและลวดเย็บ กรรไกร เครื่องเป่าลมร้อน ค่าไฟ รวมต้นทุนประมาณ 36 บาท – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

12 ปี อิศรา เปิดทิศทางข่าวสืบสวน ย้ำชัดบทบาทสุนัขเฝ้าบ้าน

Posted on February 15, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/710992

12 ปี อิศรา เปิดทิศทางข่าวสืบสวน ย้ำชัดบทบาทสุนัขเฝ้าบ้าน

12 ปี อิศรา เปิดทิศทางข่าวสืบสวน ย้ำชัดบทบาทสุนัขเฝ้าบ้าน

วันอังคาร ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 14.02 น.

12 ปี อิศรา เปิดทิศทางข่าวสืบสวนสอบสวน ‘ประสงค์’ ชี้ข่าวสืบสวนคือหน้าที่ในการเสนอสิ่งที่เป็นผลประโยชน์สาธารณะ ก่อนยกข่าวใหญ่ในอดีตฉายภาพ เสนอภาครัฐต้องเปิดเผยข้อมูลข่าวสารมากกว่านี้ ด้าน ‘ปรางทิพย์’ ชี้ทิศทางข่าวสืบสวนโลก ยก ‘ปานามา-แพนโร่าเปเปอร์’ ชี้ชัดข่าวสืบสวนใหญ่ ต้องแชร์กันทำทั้งโลก สร้างแรงกระเพื่อมมีคุณค่ากับประชาน 

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2566 สำนักข่าวอิศรา จัดกิจกรรมครบรอบ 12 ปี  Investigative news of THAILAND ณ ห้องจามจุรีบอลรูม โรงแรมปทุมวันปริ๊นเซส โดยมีคุณอมรรัตน์ มหิทธิรุกข์ พิธีกรจากรายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์เป็นผู้ดำเนินรายการ

โดยคุณมานิจ สุขสมจิตร ประธานมูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย กล่าวเปิดงานว่า  ชื่อของสำนักข่าวเป็นการตั้งชื่อเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่นายอิศรา อมันตกุล นักข่าวและนักหนังสือพิมพ์ผู้มีชื่อเสียงและมีเกียรติคุณอย่างยิ่งในอดีต โดยได้ตั้งขึ้นจากความร่วมมือกันระหว่างนักวิชาการและนักวิชาชีพด้านสื่อสารมวลชนภายใต้มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย เมื่อ 12 ปี มาแล้ว เพื่อทำหน้าที่ในการทำข่าวต่างๆ รวมทั้งการทำข่าวสืบสวน เพื่อนำเสนอความจริงด้านการทุจริตและประพฤติไม่ชอบ มาเปิดเผยให้สาธารณชนได้รับรู้ เพื่อให้เกิดการป้องกันและแก้ไขต่อไป 

ทั้งนี้ เพราะการทุจริตและประพฤติมิชอบนั้น เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศในหลายๆด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฉ้อราษฎรบังหลวงในภาครัฐ ที่นับวันจะยิ่งเพิ่มมากขึ้น ผู้กระทำผิดมีวิธีการกระทำผิดที่ซับซ้อน แยบยล ซ่อนเงื่อนมากขึ้น คู่ขนานไปกับเทคโนโลยีที่เอื้อให้การกระทำผิดมิชอบง่ายขึ้น จึงเป็นหน้าที่ของสื่อสารมวลชนที่ต้องรู้ร้อน รู้หนาว เพื่อให้เกิดการป้องกัน และแก้ไขปัญหาต่างๆอย่างมีประสิทธิภาพ 

ขอแสดงความยินดีกับสำนักข่าวอิศรา ที่มุ่งมั่นในการทำหน้าที่สื่อสารมวลชน ทำหน้าที่สุนัขเฝ้าบ้านที่มีคุณภาพมายาวนานนับทศวรรษ ทั้งนี้ ด้วยความเชื่อมั่นในการทำงานและการสนับสนุนจากท่านทั้งหลาย ในอนาคตไม่ว่าภูมิทัศน์หรือธุรกิจสื่อมวลชน จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร สำนักข่าวอิศราก็ยังคงยืนหยัดในบทบาทในการเป็นสื่อมวลชนที่มุ่งแสวงหาความจริง ปกป้องประโยชน์สาธารณะต่อไปอย่างมั่นคง 

ด้านคุณประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ ผู้อำนวยการบริหารสถาบันอิศรา กล่าวในหัวข้อ ‘ISRA TALK บทบาทข่าวสืบสวนในการเปลี่ยนแปลงสังคม’ ว่า อาจมีคำถามว่า ทำไมต้องทำข่าวสืบสวน? ก็เพราะว่าข่าวสืบสวนถือเป็นภารกิจหลักของสื่อมวลชนที่เรียกกันว่า สุนัขเฝ้าบ้าน สื่อมวลชนมีหน้าที่ในการนำเสนอข่าวที่เป็นประโยชน์สาธารณะ ซึ่งในการทำข่าวเพื่อประโญชน์สาธษรณะอาจจะนำเสนอข้อเท็จจริงพื้นๆไม่พอ ต้องแสวงหาข้อเท็จจริงไม่ว่าจะเป็นการสัมภาษณ์ ตรวจสอบเอกสาร และการลงพื้นที่ ซึ่งในยุคปัจจุบันมีข้อมูลข่าวสารจำนวนมาก การสืบค้นเอกสารต้องใช้ระบบดิจิทัลในการค้นคว้าข้อมูล 

ต้นแบบของข่าวเชิงสืบสวน คือ คดีวอเตอร์เกตอันโด่งดัง ซึ่งนักข่าวที่เกี่ยวข้องกับคเีนี้มีคุณสมบัติอย่างหนึ่งที่ต้องยึดเป็นแบบอย่างคือ ความอดทนและกัดไม่ปล่อย อีกจุดสำคัญคือ ต้องรักษาความลับของแหล่งข่าว หรือที่เรียกว่า Deep Throat แล้วถามว่าประเทศไทยมีข่าวแบบนี้หรือไม่?

จริงๆในไทยมีข่าวสืบสวนจำนวนมาก เช่น ข่าวการทุจริตเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ซึ่งข่าวนี้เริ่มจากจุดเล็กๆ คือ การที่มีองค์กรหนึ่งคิดค้นกระบวนการบริจาคเงิน โดยบริจาคมากก็ได้เครื่องราชอิสริยาภรณ์เยอะ วิธีการคือ ทำใบอนุโมทนาบัตรปลอมขึ้นมา มีพระชั้นผู้ใหญ่ เอกชน เข้ามาร่วมขอเครื่องราชฯ ซึ่งในช่วงนั้นมีผู้บริจาคถึงหลักพันล้านบาท เมื่อขุดคุ้ยขึ้นมา ก็กลายเป็นข่าวใหญ่ จนตำรวจต้องมาขอแฟ้มไป คดีนี้อยู่ในชั้นศาลยาวนาน 20 ปี ผลกระทบทำให้เกิดการปฏิรูประบบการขอเครื่องราชอิสริยาภรณ์ใหม่ทั้งหมด 

ทั้งนี้ ปัญหาสำคัญในการทำข่าวของประชาชนคือ การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร แม้จะมีนโยบายเปิดเผยข้อมูลข่าวสารมากขึ้น แต่ยังมีอีกหลายหน่วยที่ไม่เปิดเผยข้อมูล อาทิ การจัดซื้อจัดจ้าง การเบิกจ่ายงบประมาณ ข้อมูลในกระบวนการยุติธรรม ถ้ามีการปรับปรุงก็เชื่อว่า จะมีส่วนสำคัญในการเข้าถึงและป้องกันการคอร์รัปชั่นได้มาก

“น่าเสียดาย มีการพูดว่าข่าวเชิงสืบสวนลดน้อยถอยลง เพราะเข้าถึงยาก ประชาชนไม่ดู เรามีคนสืบสวนให้เสร็จครับ แล้วเอามาแฉ แล้วสื่อก็เอาไปตาม เราไม่ได้สืบสวนด้วยตัวเอง แนวโน้มของสื่อในการนำเสนอน้อยลง ก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั่วโลก” นายประสงค์ทิ้งท้าย 

ขณะที่คุณปรางค์ทิพย์ ดาวเรือง. นักวิจัยอิสระด้านมาเลเซีย และนักข่าวอิสระ สมาชิกเครือข่ายผู้สื่อข่าวสืบสวนสอบสวนนานาชาติ (ICIJ) กล่าวในหัวข้อ ‘อนาคตและทิศทางข่าวสืบสวนโลก’ ว่า สำนักข่าวอิศรา เป็นสำนักข่าวที่มีปรัชญาเป็นของตัวเอง ไม่แสวงหากำไร มีเป้าหมายเพื่อที่จะรื้อ ค้น ขุด นำเอาสิ่งที่เป็นประโยชน์สาธารณะคือ ข้อมูลที่ถูกต้องให้กับประชาชน โดยได้เคยจับมือกันทำข่าวเอกสารจำนวนมาก ที่ในเวลาต่อมาคือ การเปิดโปงธุรกรรมอื้อฉาว ปานามาเปเปอร์ 

ทั้งนี้ ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในการทำข่าวสืบสวนของโลก คือ การแชร์ข้อมูล เพราะในกรณีปานามาเปเปอร์ มีข้อมูลมหาศาล ครั้งนี้ ทำกันเองไม่ไหว จึงมีการติดต่อ ICIJ เพื่อร่วมกันทำงานนี้ เฉพาะในไทยมีถึง 10,000 ไฟล์ หน้าที่ของตนคือ นั่งอ่าน หาชื่อ หาความเกี่ยวโยง แล้วส่งต่อสำนักข่าวอิศรา ในการหาความเชื่อมโยงอย่างเมกเซ้นส์ที่สุด จนเจอตระกูลผู้ร่ำรวยในประเทศแทบทุกตระกูล และมีการตั้งบริษัทนอกอาราเขตมากมายหลายร้อยบริษัท

“เราเชื่อว่า การทำข่าวอย่างยุติธรรม จะต้องให้โอกาสแหล่งข่าวชี้แจง เราจัดการอย่างระมัดระวัง เขียนจดหมายติดต่อหาคำตอบ แต่น่าเสียใจที่เราไม่เคยได้รับคำตอบตรงๆเลย อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เราพบคือ ลูกค้า 1 ราย ไม่ได้มีบริษัทเดียว แต่มีเครือข่ายโยงไปมา หน้าที่ของนักข่าวคือ ไปดูเครือข่ายนี้ แล้วแลกดูว่าใช้ทำอะไร เชื่อมโยงกับอะไร บางครั้งก็ได้คำตอบ บางครั้งก็ไม่ได้คำตอบ บางครั้งก็ใกล้จะได้คำตอบ แต่ส่วนใหญ่เรามีแต่คำถาม ไม่มีคำตอบ” คุณปรางทิพย์กล่าวตอนหนึ่ง

สำหรับปานามาเปเปอร์ ส่งผลกระทบหลายอย่างมาก เช่น ไอซ์แลนด์ นายกรัฐมนตรีต้องประกาศลาออก เพราะเกิดการประท้วงใหญ่ในประเทศ เพราะตัวนายกฯและภรรยาไปมีบริษัทในต่างประเทศ หรือที่สเปนและมองโกเลีย นักการเมืองที่เกี่ยวข้องต้องลาออก ที่ปากีสถาน ประธานาธิบดี ก็ต้องลี้ภัยหนีคดีไปอยู่มหานครดูไบ เพราะตรวจพบการมีบริษัทนอกประเทศ จนเสียชีวิต 

โดย 3 ปี หลังจากปานามาเปเปอร์ได้รับการเผยแพร่ ประเทศที่เคร่งครัดในเรื่องภาษีโดยเฉพาะประเทศตะวันตก ติดตามเอาภาษีที่หลุดรั่วออกไปจากกลไกการตั้งบริษัทนอกอาณาเขตรวมกว่า 1,200 ล้านบาทเลยทีเดียว ถือได่ว่าปานามาเปเปอร์ เป็นการปักหมุดการทำข่าวสืบสวนยุคดิจิทัล ซึ่งแสดงถึงโลกยุคใหม่ที่ไม่เหมือนในอดีต และเราก็ไม่รู้ว่า การทำข่าวในอนาคตจะออกมาในลักษณะใด 

และในปี 2564 ก็มีแพนโดร่าเปเปอร์เกิดขึ้นมาอีก ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าปานามาเปเปอร์ มีไฟล์รวบรวมไว้ 12 ล้านไฟล์ มีนักข่าวช่วยกันทำ 600 คนทั่วโลก มีองค์สื่อทั่วโลกช่วยกัน  100 กว่าองค์กร ซึ่งมีกรณีกองทุน One MDB เกิดขึ้นจากเอกสารชุดนี้ทำให้นายนาจิบ ราซัก นายกรัฐมนตรีต้องถูกจำคุก โดยตัวการหลบหนีไปแล้ว เป็นต้น ส่วนไทยพบตระกูลที่ร่ำรวย 6 ตระกูลตั้งบริษัทนอกอาณาเขตรวม 100 บริษัท 

“ข่าวสืบสวนสอบสวน จะไม่ไปไหน ตราบเท่าที่นักข่าวสืบสวนทำตัวให้เป็นสถาบันที่ใครก็เขื่อถือได้ ประชาชนและสังคมต้องการความไว้เนื้อเชื่อใจกับแหล่งที่ให้ข้อมูลข่าวสาร ที่สามารถทำความเข้าใจกับโลก และความซับซ้อนต่างๆ เพื่อให้รู้สิทธิ์ของตัวเอง สามารถตัดสินใจอย่างถูกต้อง ดำเนินชีวิตและแสวงหาความยุติธรรมให้กับตัวเอง ที่สำคัญ เวลาไปเลือกตั้งจะได้คิดว่า ต้องการอะไรจากการเลือกตั้ง เป็นการไปใช้สิทธิอย่างมีความหมาย ของขวัญที่ดีที่สุดทีสื่อมวลชนมอบให้สังคมได้ คือ ข้อมูลข่าวสารที่ว่านี้” คุณปรางทิพย์กล่าวทิ้งท้าย 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คู่รักมอไซค์พ่วงข้าง เดินทาง1,200กม. จากพัทลุงสู่พิจิตร จดทะเบียนวันวาเลนไทน์

Posted on February 15, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/710991

คู่รักมอไซค์พ่วงข้าง เดินทาง1,200กม. จากพัทลุงสู่พิจิตร จดทะเบียนวันวาเลนไทน์

คู่รักมอไซค์พ่วงข้าง เดินทาง1,200กม. จากพัทลุงสู่พิจิตร จดทะเบียนวันวาเลนไทน์

วันอังคาร ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 13.59 น.

คู่รักจากจังหวัดพัทลุง ขี่รถรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างจากพัทลุง ระยะทาง เกือบ 1200 กิโลเมตร ใช้เวลา 3 วัน 2 คืน เข้าจดทะเบียนสมรส ที่อำเภอเมืองพิจิตร หลังจากดูใจกันมา 3  ปี เผยฝ่ายชายเป็นคนขยัน และ ฝ่ายหญิงเป็นคนดี

14 กุมภาพันธ์ 2566  บริเวณที่ว่าการอำเภอเมืองพิจิตร คู่รัก กว่า 10 คู่ เดินทางมายังสำนักงานทะเบียน เพื่อจดทะเบียนสมรส ต้อนรับวันแห่งความรัก  โดยทางที่ว่าการอำเภอเมืองพิจิตร ได้ ทำการตกแต่งสถานที่ ด้วยสีสันธีมสีชมพูเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศวันแห่งความรัก สร้างบรรยากาศให้มีจุดถ่ายรูป  ต้อนรับคู่รัก จดทะเบียนสมรส ในวันแห่งความรัก

ซึ่งมีคู่รักต่างเข้าจดทะเบียน พร้อมมอบพระเครื่องเมืองพิจิตร ทั้งหลวงพ่อเพชร หลวงพ่อเงิน ไว้เป็นของขวัญให้กับคูรักที่มาจดทะเบียนสมรส ในวันแห่งความรักในปีนี้ รวมถึง ให้คู่รัก เขียนข้อความบรรยายความรู้สึกผ่าน ไปรษณียบัตร ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ ที่แต่งกายย้อนยุค ปั่นจักรยานมาเปิดตู้รับจดหมาย นำส่งถึงบ้านคู่รักที่จดทะเบียน

ส่วนไฮไลน์ของการจดทะเบียนสมรสในวันแห่งความรัก ที่ได้รับความสนใจของเจ้าหน้าที่และประชาชน ที่เข้ามาใช้บริการ คงไม่พ้นคู่รักของ นายสุวัช ด้วงคง  อายุ 51  ปี กับนาง กัลยา พานทอง อายุ 56 ปี  ซึ่งทั้งคู่ อยู่บ้านเลขที่ 306 หมู่ที่ 2 ตำบลลานข่อย อำเภอป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง ที่คบหาดูใจ กันมา 2 ปี และตกลงใช้ชีวิต อยู่ด้วยกัน 1 ปี รวม 3 ปี 

จึงพากันขี่รถมอเตอร์ไซค์ ฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน ขคม 322 จังหวัดพัทลุง  ติดรถพ่วงข้างสีฟ้า พร้อมหลังคากันแดดกันฝน จากจังหวัดพัทลุง ระยะทาง เกือบ 1,200 กิโลเมตร ใช้เวลา 3 วัน 2 คืนในการเดินทาง เข้าจดทะเบียนสมรสที่ว่าการอำเภอเมืองพิจิตร ซึ่งเดิมเป็นบ้านเกิดของฝ่ายหญิง และถือโอกาสเดินทางมาเยี่ยมญาติ ในตำบลปากทาง อำเภอเมืองพิจิตร   

โดยทั้งคู่ เล่าว่า ฝ่ายชายเป็นคนขยันทำงาน ส่วนฝ่ายหญิงเป็นคนดี ซึ่งทั้งคู่จึงตัดสินใจ พากันขี่รถจักยานยนต์พ่วงข้างจากจังหวัดพัทลุง มาที่พิจิตร เพื่อมาจดทะเบียนสมรส พร้อมมาเยี่ยมญาติ โดยใช้เวลา 3 วัน 2 คืน โดยอาศัยพักร่างกายตามปั้มน้ำมัน ซึ่งหมดค่าเดินทาง เพียง 1,000 บาท ซึ่งเป็นค่าน้ำมัน 800 บาท และค่าอาหาร 200 บาท

นายสุวัช ด้วงคง ฝ่ายชาย กล่าวว่า ตนเองเป็นคนพัทลุง มีอาชีพ ทำสวนยาง และงานก่อสร้าง ชอบฝ่ายหญิงเป็นคนพิจิตร เนื่องจากเป็นคนดี มีน้ำใจ  

ขณะที่ นางกัลยา พานทอง ฝ่ายหญิง กล่าวว่า ได้พูดคุยกับฝ่ายชายผ่านระบบออนไลน์ หลังจากที่คุยกันมา 2 ปี ซึ่ง ฝ่ายชายเป็นคนไม่ค่อยพูด และคนดี ไม่ดื่มเหล้า เป็นคนขยันทำงาน ทั้งงานสวนยางและงานก่อสร้าง จึงตัดสินใจ อยู่ด้วยกัน 1 ปี จึงตัดสินใจ พากันขับรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง จากพัทลุงจดทะเบียนสมรสที่พิจิตร ถือโอกาสมาเยี่ยมญาติ ที่ตำบลปากทาง อำเภอเมืองพิจิตร และมาต่อเติมบ้านให้กับญาติ จนกว่า จะเสร็จแล้ว เดินทางกลับจังหวัดพัทลุง เพื่อทำมาหากินและอยู่กินอย่างสามีภรรยาอย่างถูกต้อง

ซึ่งการจดทะเบียนสมรสในครั้งนี้  นายรณรงค์ สิทธิเขตกรณ์  นายอำเภอเมืองพิจิตร  ทำการเป็นสักขีพยาน ซึ่งเห็นคู่รัก เดินทางมาไกล จึง มอบพระเครื่องชุดใหญ่ เพื่อเป็นของขวัญวันจดทะเบียนของทั้งคู่ ที่เดินทาง พิสูจน์รักแท้ การเดินทาง ด้วยรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง กับระยะทาง เกือบ 1200 กิโลเมตร เป็นของขวัญในการจดทะเบียนสมรส และ เป็นเครื่องคุ้มครองป้องกันการเดินทางกลับ จังหวัดพัทลุง หลังเยี่ยมญาติบาดเกิดของฝ่ายหญิง.012 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,900,780 hits

Join 4,119 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

สถานีวิจัยฯ สะแกราช เชิญชวนน้องๆ เข้าค่ายปิดเทอมฤดูร้อน ‘Summer Science camp’ ผ่านการเรียนรู้ธรรมชาติ – วิทยาศาสตร์
สกร. เปิด ‘ตลาดนัดเรียนรู้ คู่เกษตรธรรมชาติ’ พลิกการเรียนรู้สู่การลงมือทำจริง สร้างงาน สร้างรายได้ สร้างสุขภาวะอย่างยั่งยืน
‘วทจ. รุ่น 8’ บุกปักกิ่ง เจาะรหัสความสำเร็จแดนมังกร
‘ธนัช เตชะรัตนวิบูลย์’ นักเทควันโดหนุ่มจาก ม.สยาม คว้าแชมป์เทควันโดชิงแชมป์ประเทศไทย 2026 รุ่น 54 กก.
​นักวิจัย ค้นพบ ‘สาหร่ายทะเล’4 ชนิดใหม่ของโลก ยืนยันความสมบูรณ์น่านน้ำไทย
วิทยาลัยเทคนิคอุตรดิตถ์ จัดกิจกรรม 'จิบกาแฟ' แลการศึกษา สร้างเครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษาของจังหวัด
GISTDA บูรณาการยุทธศาสตร์ร่วมกับ NASA เดินหน้าภารกิจนำมนุษย์กลับสู่ดวงจันทร์
'ดร.อาภา สธนเสาวภาคย์'เป็นประธานการประชุมคณะทำงานด้านการจัดการพลังงาน ครั้งที่ 1
​มมส เปิดนิทรรศการ ‘ARTแฮง’ โชว์ศักยภาพนิสิตสื่อนฤมิตสู่มืออาชีพ
ม.รังสิต โต้ อ.โต้ง ไม่ได้เลิกจ้างเพราะปราบโกง แต่ใช้ข้อมูลเท็จทำให้เสียหาย

Recent Posts

  • ‘วทจ. รุ่น 8’ บุกปักกิ่ง เจาะรหัสความสำเร็จแดนมังกร
  • เปิดไทม์ไลน์ ‘วัน – เวลา’ ‘ดวงอาทิตย์’ ตั้งฉาก 77 จังหวัด ของประเทศไทย ทั้ง 2 ครั้งในปี 69
  • ‘ธนัช เตชะรัตนวิบูลย์’ นักเทควันโดหนุ่มจาก ม.สยาม คว้าแชมป์เทควันโดชิงแชมป์ประเทศไทย 2026 รุ่น 54 กก.
  • GISTDA บูรณาการยุทธศาสตร์ร่วมกับ NASA เดินหน้าภารกิจนำมนุษย์กลับสู่ดวงจันทร์
  • นับถอยหลัง ยกเสาเอก! ซาบีดา เช็กความพร้อมพระเมรุมาศ ณ ท้องสนามหลวง

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d