Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘จาริกธรรมตามรอยบาทพระศาสดา’เดินทางเข้าไวสาลี-กุสินารา มุ่งสู่เนปาล

Posted on March 8, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/713459

'จาริกธรรมตามรอยบาทพระศาสดา'เดินทางเข้าไวสาลี-กุสินารา มุ่งสู่เนปาล

‘จาริกธรรมตามรอยบาทพระศาสดา’เดินทางเข้าไวสาลี-กุสินารา มุ่งสู่เนปาล

วันศุกร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 19.08 น.

คณะสงฆ์ “โครงการจา ริกธรรมตามรอยบาทพระศาสดา ครั้งที่9” เดินทางเท้า 12 กิโลเมตร ออกจาก “นาลันทา” ไปถึงโรงเรียนมัธยมกทันปุระ อเจปู้ร์ เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังจากนั้น ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2566 คณะสงฆ์ในโครงการจาริกธรรมฯ เดินทางมาถึง “มหาวิทยาลัยมาร์กัส” เมืองจันดี รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย ต่อมาในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2566 เดินทางเท้า 19 กิโลเมตร ไปยังโรงเรียนมัธยมมาร์เดวาร์ และในช่วงเช้าวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2566 เดินทางด้วยรถเพื่อข้ามสะพานปัฏนะ เข้าพักที่ “วัดไทยเวสาลี” เมืองไวสาลี ซึ่งเมืองนี้ทีไฮไลต์ คือ ปาวาเจดีย์ สถานที่ปลงมายุสังขารขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์สมณโคดมบรมครู, แม่น้ำพระเจ้าลิจฉวี และ วัดป่ามหาวัน โดยจะพักอยู่ที่ “วัดไทยไวสาลี”เมืองไวสาลี วันที่ 22-23 กุมภาพันธ์ 2566

ส่วนในเช้าวันที่ 24 กุมภาพันธ์ เดินเท้า 19 กิโลเมตร ไปยังโรงเรียนเอสจีเอส เขตบาราเดา และวันจันทร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ เดินเท้า 20 กิโลเมตร ไปพักที่โรงเรียนราชกฤษณ์อุครมิตรราชวรา และในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2566 เดินทางไปยัง “พุทธมหาสถูปเกสรียา” เมืองไวสาลี รัฐวิหาร ซึ่งเมืองเกสรียา (เก-สะ-รี-ยา) เคยเป็นเมืองที่องค์สมณโคดมบรมครู เคยเสวยพระชาติเป็น “พระมหากษัตริย์” หลังจากนั้นเดินทางเข้ากุสินารา และ ใช้เวลา 7-10 วัน ในการเดินทางจากกุสินาราไปยังลุมพินีสถาน ประเทศเนปาล ซึ่งเป็นสถานที่ประสูติของเจ้าชายสิตธัตถะ มหาราชกุมาร 

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Leave a reply

เยาวชนตรังทำได้! ชำต้นไม้ในเปลือกไข่ใช้สิ่งเหลือใช้ให้เป็นประโยชน์

Posted on March 8, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/713379

เยาวชนตรังทำได้! ชำต้นไม้ในเปลือกไข่ใช้สิ่งเหลือใช้ให้เป็นประโยชน์

เยาวชนตรังทำได้! ชำต้นไม้ในเปลือกไข่ใช้สิ่งเหลือใช้ให้เป็นประโยชน์

วันศุกร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 16.09 น.

ประธานกลุ่มผู้ผลิตข้าวอินทรีย์บ้านสวนสันติสุข อ.นาโยง จ.ตรัง นำไอเดียการชำเมล็ดข้าวและเมล็ดต้นไม้ในเปลือกไข่ สอนเยาวชนให้รู้จักใช้สิ่งเหลือใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยเยาวชนนำไปปฎิบัติได้จริง ทำให้ประหยัดรายจ่ายและสวยเก๋ไม่เหมือนใคร

ที่แปลงนาสาธิตกลุ่มผู้ผลิตข้าวอินทรีย์บ้านใสใหญ่ หมู่ที่ 1 ต.นาหมื่นศรี อ.นาโยง จ.ตรัง นอกจากเด็กๆ และเยาวชนจะได้เรียนรู้เรื่องวิถีการทำนาเกี่ยวข้าวและของเล่นจากท้องนาแล้ว ยังมีการสอนวิธีการเพาะชำเมล็ดข้าวในเปลือกไข่ด้วยภูมิปัญญาของชาวบ้านเพื่อให้นักเรียนสามารถนำไปปรับใช้ในครัวเรือน ลดต้นทุนการซื้อถาดเพาะเมล็ด ลดภาวะโลกร้อนไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมและลดปัญหาการใช้พลาสติก ซึ่งในเปลือกไข่จะมีแคลเซียมและแร่ธาตุอื่นๆ กลายเป็นปุ๋ยชั้นดีให้กับต้นกล้าอีกทางหนึ่งด้วย

ซึ่งขั้นตอนแรกนักเรียนจะต้องตอกไข่เพื่อเอาไข่ขาวกับไข่แดงออกให้หมดก่อน โดยการตอกไข่จะต้องตอกตรงกลางเพื่อให้เปลือกไข่แตกออกเป็น 2 ส่วนเท่ากัน จากนั้นจึงผสมดินแล้วนำเมล็ดข้าวมาเพาะ ก่อนจะรดน้ำ แล้วทิ้งไว้ประมาณ 5 วันก็จะพบว่ามีต้นกล้าข้าวงอกขึ้นมาครบทุกเมล็ด นอกจากนี้ยังสามารถใช้เปลือกไข่ไปเพาะเมล็ดต้นไม้ชนิดอื่น ๆ ได้เกือบทุกชนิด โดยนำไปตั้งโชว์หน้าบ้าน หรือหาที่แขวนไว้ก็สวยงามแปลกตา

นอกจากนี้ ยังประยุกต์ใช้ได้กับแก้วพลาสติก ใบไม้ขนาดใหญ่ กะลามะพร้าว และวัสดุเหลือใช้อื่น ๆ โดยไม่ต้องเสียค่าใช่จ่ายเพิ่ม ซึ่งเมล็ดพืชผักที่มีขนาดเล็กทุกชนิด สามารถเพาะชำในวัสดุเหลือใช้ได้ทุกอย่าง ใช้เวลา 5-7 วันก็จะได้ต้นกล้าที่สวยงามเหมือนกับเพาะในถาดเพาะทุกอย่าง ต่างกันตรงที่ไม่ต้องซื้อหาให้ยุ่งยากและสิ้นเปลืองเงินทองเท่านั้น

ด้านนางมาดี ศรนารายณ์ ประธานกลุ่มผู้ผลิตข้าวอินทรีย์บ้านไสใหญ่ กล่าวว่า ตนได้ลองดูกับเปลือกไข่ก่อน โดยชำพวกผัก เมื่อเห็นว่างอกงาม จึงนำต้นข้าวมาบ้าง เมล็ดกาแฟมาชำบ้าง อยากสอนให้เด็กรู้ว่ามันเริ่มต้นจากครัวเรือนที่เราสามารถนำวัสดุเหลือใช้มาใช้ได้ และเศรษฐกิจพอเพียงก็เริ่มจากครัวเรือน ซึ่งเศรษฐกิจพอเพียงนี่แหละที่ทำให้เราไม่เจอทางตันในภาวะที่เราคิดว่ามันแย่ แต่จริง ๆ แล้วมันไม่ได้แย่ ซึ่งนอกจากเปลือกไข่แล้ว ยังใช้แก้วพลาสติกหรือใบไม้ก็ได้ ซึ่งกว่าใบไม้จะย่อยสลาย ต้นไม้ก็สามารถนำไปปลูกในแปลงได้แล้ว – 003

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Leave a reply

‘ดอกเสลา’ บานสะพรั่งม่วงสลับขาวเต็มสองฝั่งถนนหน้า ม.นเรศวร รับลมร้อนมาเยือน

Posted on March 8, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/713375

'ดอกเสลา' บานสะพรั่งม่วงสลับขาวเต็มสองฝั่งถนนหน้า ม.นเรศวร รับลมร้อนมาเยือน

‘ดอกเสลา’ บานสะพรั่งม่วงสลับขาวเต็มสองฝั่งถนนหน้า ม.นเรศวร รับลมร้อนมาเยือน

วันศุกร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 15.56 น.

ในช่วงใกล้เข้าสู่ฤดูร้อนดอกไม้นานาชนิดออกดอกสวยงามโดยเฉพาะต้นเสลาที่ปลูกไว้ริมทางหลวง ทางสาธารณะหรือสถานที่ราชการในจังหวัดพิษณุโลกเริ่มออกดอกบานสะพรั่ง โดยที่บริเวณถนนพิษณุโลก-นครสวรรค์ หรือทางหลวงหมายเลข 117 หน้ามหาวิทยาลัยนเรศวร อ.เมืองพิษณุโลก หลังจากได้ทำการปลูกต้นเสลากว่า 500 ต้นยาวกว่า 5 กิโลเมตรซึ่งเป็นถนน 8 เลนส์ ก่อนเข้าตัวเมืองพิษณุโลก ซึ่งในแต่ละปีต้นเสลาที่บริเวณแห่งนี้ จะบานสะพรั่งในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนมีนาคมสลับกันไป

เช่นเดียวกับปีนี้ต้นเสลาดังกล่าวได้ออกดอกสีม่วงสลับสีขาวเต็มต้นสวยงามทั้งสองข้างทาง บางต้นออกดอกสีม่วงสด ซึ่งตรงกับสีประจำจังหวัดพิษณุโลกคือ สีม่วง ทำให้ผู้ที่พบเห็นหรือผ่านไปบางครั้งจะจอดรถเพื่อถ่ายรูปเก็บไว้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่ดอกเสลาออกดอกที่จะบานสะพรั่งสวยงามในช่วงฤดูร้อน และคาดว่าจะเบ่งบานไปจนถึงเดือนมีนาคมนี้ ใครต้องการไปเที่ยวชมดอกเสลาที่บริเวณถนนสายพิษณุโลก-นครสวรรค์หน้ามหาวิทยาลัยนเรศวร ก็ไปชมกันได้ – 003

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Leave a reply

เจ้าอาวาสคิดเอง! ‘พวงหรีดข้าวสาร’แทนดอกไม้สด นำไปช่วยเหลือชาวบ้านยากจน

Posted on March 8, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/713371

เจ้าอาวาสคิดเอง! 'พวงหรีดข้าวสาร'แทนดอกไม้สด นำไปช่วยเหลือชาวบ้านยากจน

เจ้าอาวาสคิดเอง! ‘พวงหรีดข้าวสาร’แทนดอกไม้สด นำไปช่วยเหลือชาวบ้านยากจน

วันศุกร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 15.37 น.

พวงหรีดข้าวสาร แนวคิดเจ้าอาวาสวัดดัง ที่นำเสนอญาติโยมร่วมด้วยช่วยกันนำข้าวสารมาแทนพวงหรีด หลังงานนำไปช่วยเหลือชาวบ้านผู้ด้อยโอกาสในหมู่บ้าน

24 กุมภาพันธ์ 2566 ที่บริเวณศาลการเปรียญ วัดหมื่นเกลา ตำบลวังน้ำเย็น อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง พบว่ามีการนำข้าวสารถุงละ 5 กิโลกรัมจำนวนมาก มาเป็นพวงหรีด ร่วมกับพวงหรีดดอกไม้สด พวงหรีดพัดลม พวงหรีดผ้า พวงหรีดนาฬิกาและอื่นๆ เพื่อไว้อาลัยครั้งสุดท้าย แด่นายละออ ทองพันธุ์ ผู้ล่วงลับ   

โดยทาง พระครูวิเทศธรรมวิรัช เจ้าอาวาสวัดหมื่นเกลา เล่าให้ฟังว่า ได้มีแนวคิดเปลี่ยนพวงหรีดดอกไม้สดเป็นพวงหรีดข้าวสาร เพื่อไว้อาลัยครั้งสุดท้าย ให้ทรงคุณค่าน่าจดจำที่สุด หลังจากเร็จงานแล้วทางญาติโยมได้นำข้าวสารถวายวัด และทางวัดก็ได้ร่วมกับทางผู้นำท้องถิ่นในหมู่บ้าน นำข้าวสารไปแจกจ่ายให้แก่ผู้ด้วยโอกาสในหมู่บ้าน ซึ่งทำมาแล้ว 2 ครั้งแล้ว

ครั้งนี้เป็นงานของทางโยมละออ ทองพันธุ์  ก็เป็นงานครั้งที่3แล้ว ที่มีข้าวสารเป็นพวงหรีด และหลังจากเสร็จงานแล้วก็จะนำไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้านยากจน

ทางนายชัยสิทธิ์ ทองพันธุ์ อายุ 21 ปี หลานชายของผู้เสียชีวิต บอกว่า เป็นโครงการที่ดีมาก พอทางวัดได้ข้าวสารจากพวงหรีดในงานศพ ก็นำไปบริจาคให้กับชาวบ้านผู้ยากไร้ เป็นบุญกุศของผู้ที่ล่วงรับอีกด้วย เป็นโครงการที่น่าจะมีการต่อยอดออกไปเรื่อยๆ เป็นการช่วยเหลือสังคมที่ทรงคุณค่าน่าจดจำ.012

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Leave a reply

ชาวนาเก็บ’ดอกงิ้ว’ข้างถนน ตากแห้งขาย กก.ละ70บาท ทำเมนูน้ำเงี้ยวขนมจีน

Posted on March 8, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/713321

ชาวนาเก็บ'ดอกงิ้ว'ข้างถนน ตากแห้งขาย กก.ละ70บาท ทำเมนูน้ำเงี้ยวขนมจีน

ชาวนาเก็บ’ดอกงิ้ว’ข้างถนน ตากแห้งขาย กก.ละ70บาท ทำเมนูน้ำเงี้ยวขนมจีน

วันศุกร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 12.47 น.

24 กุมภาพันธ์ 2566 ที่บริเวณริมถนน หมู่ 1 ต.ท่าฉนวน อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย มีชาวบ้านทั้งในและนอกพื้นที่ ต่างพากันมาหาเก็บดอกงิ้วที่กำลังร่วงหล่นจากต้นจำนวนมาก บ้างนำไปต้มจิ้มน้ำพริกกิน บ้างก็นำไปขาย เพื่อหารายได้เสริมกันในช่วงว่างเว้นจากการทำนาปลูกข้าว

ชาวบ้านรายหนึ่งใน ต.ท่าฉนวน บอกว่า คนแถวนี้ส่วนใหญ่มีอาชีพทำนาข้าว และในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ช่วงที่มีดอกงิ้วร่วงหล่นจากต้น ชาวบ้านก็จะพากันมาเดินเก็บ แล้วนั่งแกะเอาเฉพาะเกสรดอกงิ้ว จากนั้นนำไปตากแห้ง รอขายส่งให้พ่อค้าที่จะมารับซื้อถึงที่ในราคากิโลกรัมละ 70 บาท เพื่อเอาไปทำน้ำเงี้ยวขนมจีน อาหารจานเด็ดของชาวล้านนา

โดยในช่วง 10-20 วันนี้ ที่ดอกงิ้วกำลังร่วงหล่น ชาวบ้านบางคนสามารถเก็บขายได้ 5,000 บาท บางคนก็ได้ 10,000 กว่าบาท แล้วแต่จะเก็บได้มากได้น้อย เป็นรายได้เสริมหลังว่างเว้นจากการทำนา ซึ่งก็ดีกว่าอยู่เฉยๆ หรือปล่อยทิ้งดอกงิ้วไปเสียเปล่าๆ แบบไม่เกิดประโยชน์ “แต่ก็ต้องนั่งแกะกันจนมือดำ กว่าจะได้ตังค์มาใช้”.012

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Leave a reply

‘เจ้าเต่า’ตูบพันธุ์ไทย! ใจกล้าสู้ไม่ถอย เห่าไล่จงอาง กระโดดหลบงูฉก

Posted on March 8, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/713292

'เจ้าเต่า'ตูบพันธุ์ไทย! ใจกล้าสู้ไม่ถอย เห่าไล่จงอาง กระโดดหลบงูฉก

‘เจ้าเต่า’ตูบพันธุ์ไทย! ใจกล้าสู้ไม่ถอย เห่าไล่จงอาง กระโดดหลบงูฉก

วันศุกร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 10.09 น.

24 กุมภาพันธ์ 2566 นางสาวนริศรา พันธ์คง อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 296/1 หมู่ 7 ต.เขาพระทอง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช นำคลิปสุดระทึก พร้อมกับเผยว่า เมื่อช่วงสายวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ระหว่างตนอยู่ในบ้านต้องตกใจตื่น เพราะเจ้าเต่า สุนัขบ้านพันธุ์ไทย เพศผู้ สีดำ อายุ 3 ปี ส่งเสียงเห่ากรรโชกเสียดังลั่น 

จึงรีบออกมตรวจสอบ พบว่า เจ้าเต่ากำลังเห่าไล่งูจงอางยาว 4 เมตร ที่อยู่หน้าบ้าน โดยที่เจ้าเต่าไม่มีท่าทีหวาดกลัวงูจงอางแม้แต่น้อย แม้ว่างูจงอางจะพยายามฉกกัดเจ้าเต่าก็ตาม เจ้าเต่าก็กระโดดหลบได้

นางสาวนริศรา เล่าอีกว่า อย่างไรก็ตามด้วยความเป็นห่วงเจ้าเต่า กลัวว่าจะพลาดท่าถูกงูจงอางกัด จึงพยายามหาวิธีไล่งูจงอาง ระหว่างนั้นเพื่อบ้านออกมามุงดูเหตุการณ์ที่เจ้าเต่า เห่าไล่งูจงอาง สุดท้ายงูจงอางเลื้อยหนีออกจากหน้าบ้านไปบริเวณกอต้นไม้ริมรั้ว แล้วหายลงท่อระบายน้ำไป 

ยอมรับว่าเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความแตกตื่นวิตกกังวลเป็นอย่างมาก เนื่องจากงูจงอางตัวใหญ่ เกรงว่าเจ้าเต่า จะถูกกัด แต่สุดท้ายเจ้าเต่า กลายเป็นฮีโร่ปกป้องบ้าน ไม่ให้งูจงอางเข้าบ้านสำเร็จ.012      

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Leave a reply

รพ.เอกชนบกพร่อง! ทำทารกตายในครรภ์ ระหว่างรอผ่าคลอดบุตร

Posted on March 8, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/713289

รพ.เอกชนบกพร่อง! ทำทารกตายในครรภ์ ระหว่างรอผ่าคลอดบุตร

รพ.เอกชนบกพร่อง! ทำทารกตายในครรภ์ ระหว่างรอผ่าคลอดบุตร

วันศุกร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 09.59 น.

รพ.เอกชนดังบกพร่อง! ทำทารกตายในครรภ์ระหว่างรอผ่าคลอดบุตร พยาบาลไม่ตรวจรักษาตามหลักวิธีทางการแพทย์ทำทารกสำลักขี้เทา สธ.เร่งประสานเจรจาให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย

24 กุมภาพันธ์ 2566 ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา ต.โคกกรวด อ.เมือง จ.นครราชสีมา ร.ต.อ.ปริวัตร วอนกระโทก อายุ 61 ปี พร้อมด้วย นายอนุศิษฏ์ 34 ปี ซึ่งเป็นพ่อและสามีของ นางปริตรา อายุ 29 ปี ได้นำเอกสารหลักฐานเดินทางเข้าไปร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับ นายแพทย์วิชาญ คิดเห็น รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา

จากกรณีที่ นางปริตรา ได้ตั้งครรภ์และนัดหมายผ่าทำคลอดบุตรที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ในจังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2566 เวลา 08.09 น. และได้เข้านอนพักที่โรงพยาบาลเพื่อรอผ่าคลอดบุตร ในช่วงเย็นของวันที่ 10 มกราคม 2566

ขณะนอนพักรอคลอดบุตรอยู่ที่โรงพยาบาลนั้น พยาบาลได้มีการตรวจครรภ์โดยได้ใช้เครื่องมือทางการแพทย์ตรวจทารกแล้ว แจ้งว่าการเต้นหัวใจของทารกปกติดีทุกอย่าง แต่หลังจากนั้นพยาบาลเวร ไม่ได้เข้ามาตรวจตามวงรอบอีกเลย จนกระทั่งเวลาประมาณ 02.30 น. พยาบาลเวรจึงได้เข้ามาตรวจวัดความดัน และการเต้นของหัวใจทารกในครรภ์ แล้วพยาบาลเวรแจ้งว่า ฟังเสียงการเต้นของหัวใจทารกไม่ชัด ทารกอาจจะโก่งตัวจึงทำให้ฟังไม่ชัด ก่อนที่พยาบาลเวรจะเดินออกไป โดยไม่มีการตรวจด้วยเครื่องมืออย่างอื่นซ้ำอีก และไม่มีการรายงานเหตุต่อแพทย์แต่อย่างใด ซึ่งไม่เป็นไปตามหลักวิธีทางการรักษาผู้ป่วย

ต่อมาใกล้ถึงเวลากำหนดผ่าคลอดในช่วงเช้าของวันที่ 11 มกราคม 2566 เวลาประมาณ 06.00 น. พยาบาลได้นำนางปริตราเข้าห้องผ่าตัดทำคลอด และแพทย์ได้เข้ามาตรวจครรภ์ของนางปริตราเพื่อจะผ่าคลอดปรากฏว่า ทารกภายในครรภ์ของนางปริตราเสียชีวิตลงไปก่อนแล้ว โดยจากการตรวจของแพทย์ระบุว่า ทารกภายในครรภ์ของนางปริตราเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 4 ชั่วโมง

ซึ่งทารกที่คลอดออกมา เป็นทารกเพศหญิง น้ำหนักตัว 2,840 กรัม และจากกรณีดังกล่าวครอบครัวของนางปริตราเห็นว่า เกิดจากความบกพร่องประมาทเลินเล่อของบุคลากรของ รพ. จึงได้นำหลักฐานเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองนครราชสีมา พร้อมกับเข้าร้องเรียนกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา

ร.ต.อ.ปริวัตร  อายุ 61 ปี พ่อของนางปริตรา ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับบุตรสาว และบุตรเขยของตนนั้น ตนเชื่อว่าเกิดจากความบกพร่อง และประมาทเลินเล่อของบุคลากรของโรงพยาบาล ซึ่งหลังเกิดเหตุทางโรงพยาบาลได้เจรจาพูดคุยกับทางครอบครัวของตน และยอมรับว่าเป็นความบกพร่องของบุคลากรของโรงพยาบาล โดยสาเหตุเกิดจากเด็กทารกมีอาการสำลักขี้เทาก่อนผ่าคลอด ซึ่งทาง รพ.เองก็ยอมรับผิด และยินดีจะชดใช้เยียวยาให้กับครอบครัวของตน

แต่หลังจากพูดคุยเจรจากับทาง รพ.มาแล้ว 3 ครั้งก็ยังตกลงกันไม่ได้ เพราะทางโรงพยาบาลยินยอมชดใช้เยียวยาให้กับครอบครัวของตนจำนวน 3 ล้านบาท แต่ทางครอบครัวของตนเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากหลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวครอบครัวคนต้องอยู่ในภาวะเศร้าเสียใจ และกระทบกระเทือนกับการดำเนินชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะลูกสาวของตนที่ทำงานเป็นครู และต้องสูญเสียบุตรไป ทุกวันนี้ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก เพราะเมื่อลูกสาวของตนมองเห็นเด็กๆ ก็จะอยู่ในอาการซึมเศร้าเพราะยังทำใจกับการสูญเสียไม่ได้

นายแพทย์วิชาญ คิดเห็น รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมาได้รับเรื่องไว้แล้ว และจะเร่งดำเนินการประสานกับทาง รพ.เอกชนดังกล่าว เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยเจรจาหาไกล่เกลี่ยหาข้อสรุปกัน ด้วยความพอใจของทั้งสองฝ่าย แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดขณะนี้ก็คือ สภาพจิตใจของครอบครัวผู้ที่สูญเสียบุตร ซึ่งทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมาจะได้ส่งทีมแพทย์ และนักจิตวิทยาลงไปพบให้คำแนะนำกับครอบครัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทางครอบครัวได้กลับมามีสภาพจิตใจที่ดี และใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติสุขอีกครั้ง.012

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Leave a reply

แน่นทุกอณู! นทท.ล่องห่วงยางแม่น้ำปาย เห็นจำนวนคนจนต้องร้อง.. โอ้โห

Posted on March 8, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/713281

แน่นทุกอณู! นทท.ล่องห่วงยางแม่น้ำปาย เห็นจำนวนคนจนต้องร้อง.. โอ้โห

แน่นทุกอณู! นทท.ล่องห่วงยางแม่น้ำปาย เห็นจำนวนคนจนต้องร้อง.. โอ้โห

วันศุกร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 09.03 น.

ตามที่ปรากฏภาพในโลกโซเชียลมีเดียตามแพลตฟอร์มต่างๆ ที่มีการเผยแพร่ภาพและกล่าวถึงกิจกรรมล่องห่วงยางแม่น้ำปาย อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ว่ากำลังเป็นกระแสโด่งดังและเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างประเทศที่มีจำนวนหลายร้อยคนร่วมกิจกรรมดังกล่าว นั้น 

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2566 ว่าที่ร้อยตรีภาณุวัฒน์ ขัดนาค ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. สำนักงานแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า กิจกรรมดังกล่าวไม่ใช่ภาพเก่า แต่เป็นกิจกรรมที่มีอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งจากการลงพื้นที่พบปะผู้ประกอบการและได้ติดตามสถานการณ์การท่องเที่ยวมาโดยตลอด สำหรับกิจกรรมล่องห่วงย่างแม่น้ำปาย ที่กำลังเป็นกระแสนี้ นับว่าเป็นกิจกรรมที่สามารถสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการและมีการกระจายรายได้ สร้างงาน สร้างอาชีพให้คนในท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี โดย ทาง ททท. สำนักงานแม่ฮ่องสอน ได้เคยมีการทดสอบเสนอขาย เมื่อเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2565 ที่ผ่านมาโดยเสนอขายเชื่อมโยงกับ “เทศกาลชิมข้าวเหนียวมะม่วง” ในถนนคนเดินปาย และได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีตลอดมา จนในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมา ได้เกิดมีภาพปรากฏในกระแสโซเชียลมีเดียมากมาย ซึ่งมีนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศนิยมใช้บริการจำนวนมาก จนทำให้หลายฝ่ายเกิดความกังวลในหลายด้าน ซึ่ง ททท.สำนักงานแม่ฮ่องสอน ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านปกครอง ด้านความมั่นคง ด้านผู้ประกอบการ และผู้เกี่ยวข้อง มาประชุมชี้แจงทำความเข้าใจเพื่อให้เกิดแนวทางการบริหารจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2565 โดยมีข้อตกลงร่วมกันว่า ผู้ประกอบการต้องดำเนินการจดทะเบียบธุรกิจนำเที่ยวให้ถูกต้องตามกฎหมาย ต้องมีการทำประกันอุบัติเหตุตามที่กฎหมายกำหนด ผู้ประกอบการต้องดูแลความปลอดภัย รวมทั้งงดจำหน่ายจ่ายแจกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระหว่างทำกิจกรรม รวมทั้งต้องมีการจัดเก็บขยะรักษาความสะอาดของพื้นที่ ตลอดจนผู้ประกอบการต้องแจ้งนักท่องเที่ยวให้สวมใส่เสื้อผ้ามิดชิดรัดกุมเมื่อเข้าพื้นที่ชุมชนและศาสนสถานต่าง ๆ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดีมาโดยตลอด และเป็นกิจกรรมเสนอขายนักท่องเที่ยวจนได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

พบว่าสถานการณ์การท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในปี 2565 มีสถานการณ์ขยายตัวมากขึ้นกว่าสถานการณ์ปกติในปี 2562 โดยในปี 2565 มีนักท่องเที่ยวประมาณ 1.55 ล้านคน/ครั้ง ซึ่งปี 2562 มีผู้เยี่ยมเยือนประมาณ 1.42 ล้านคนครั้ง และปัจจุบันเริ่มมีสัดส่วนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประมาณ 15-20 % ซึ่งคาดว่าหากไม่มีสถานการณ์อื่นมากระทบ จะมีสัดส่วนนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศกลับขึ้นมาเป็นสัดส่วน 35-40% เหมือนในอดีต ส่วนในปี 2566 ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงปัจจุบันมีแนวโน้มการขยายตัวของนักท่องเที่ยวสูงขึ้นมากกว่าในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว โดยมีอัตราเข้าพักเฉลี่ยประมาณ 62.62 % ซึ่งตามปกติในเดือนกุมภาพันธ์ – พฤษภาคม ของทุกปีนักท่องเที่ยวจะลดลง เนื่องจากอุณหภูมิที่สูงขึ้น รวมทั้งปัญหาหมอกควันไฟป่า แต่ในปี 2566 นี้ สถานการณ์หมอกควันไฟป่าไม่รุนแรง ประกอบกับมีฝนตกในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ ทำให้สภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ดีถึงดีมาก และอุณหภูมิยังเย็นสบายตลอดทั้งวัน และพบว่านักท่องเที่ยวชะลอการวางแผนเดินทางออกนอกพื้นที่จึงยังมีนักท่องเที่ยวเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่อย่างต่อเนื่องและมีความคึกคัก ทำให้ธุรกิจห้องพัก ธุรกิจรถเช่า ธุรกิจร้านอาหาร ธุรกิจนำเที่ยว ธุรกิจจำหน่ายสินค้าที่ระลึก และถนนคนเดินยังมีความคึกคัก นอกจากนี้แหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมได้แก่ กองแลนหรือปายแคนย่อน ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เป็นสถานที่ชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงาม จะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่มาชมทุกวันในช่วงเย็นตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ซึ่งเป็นไปนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของนายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่เป็นผู้ริเริ่มสร้างการรับรู้และส่งเสริมให้จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็น “ตะวันตกสุดแดนสยาม” (Maehongson the Westernmost Province of Thailand. หรือ Maehongson the last sunset.)

ผอ.ททท. สำนักงานแม่ฮ่องสอนยังกล่าวว่า สำหรับในช่วงฤดูร้อน ได้มีการหารือกับผู้ประกอบการ  สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวปาย ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภาครัฐ-ภาคเอกชน ในการเตรียมปรับแผนงานส่งเสริมการท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ตาม Theme 365 วันมหัศจรรย์เมืองไทย โดย ททท. สำนักงานแม่ฮ่องสอน ร่วมกับภาคีเครือข่ายตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดจัดแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวช่วงฤดูร้อน ภายใต้ “โครงการแม่ฮ่องสอน ผ่อนคลาย” ซึ่งนำจุดเด่นด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมาเป็นจุดขาย ผนวกกับ Food (อาหารท้องถิ่น) และ Festival (กิจกรรม เทศกาล งานประเพณี) ดึงจุดแข็งให้เป็นจุดขาย ประกอบด้วย การท่องเที่ยวในเชิงอาหารซึ่งมีความหลากหลายของอาหารท้องถิ่น และชาติพันธุ์ รวมทั้งอาหารจากนานาชาติที่แทบจะมีครบในอำเภอปาย รวมทั้งสถานประกอบการด้านสุขภาพและความงาม เช่น สปา ประกอบกับการนำจุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ในเชิงวัฒนธรรม เช่น งานประเพณีปีใหม่ของชาติพันธุ์ที่นิยมจัดขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคม รวมทั้งงานประเพณีปอยส่างลองหนึ่งเดียวในโลก นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมที่สนับสนุน ได้แก่ งานประเพณีแห่และสรงน้ำพระของอำเภอปายที่จะจัดขึ้นในวันที่ 13 เมษายน 2566 นี้

และยังมีกิจกรรมที่สร้างขึ้นใหม่ เช่น งานวันไหลสงกรานต์ที่จะจัดขึ้นครั้งแรกในอำเภอปาย วันที่ 20-21 เมษายน 2566 โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น กิจกรรมล่องห่วงยางแม่น้ำปาย กิจกรรมจัดโซนนิ่งถนนคนเล่นน้ำ อุโมงค์น้ำ การจำหน่ายอาหารพื้นเมืองสินค้าของที่ระลึกพื้นเมือง เชื่อมโยงกับกิจกรรมถนนคนเดิน ซึ่งจะทำให้สามารถดึงให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวและมีระยะเวลาพำนักในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น สร้างโอกาสในการจับจ่ายใช้สอยของนักท่องเที่ยวและกระจายรายได้ไปสู่ชุมชนต่างๆ ลดความเหลื่อมล้ำ และลดปัญหาการว่างงานหรือย้ายถิ่นฐานไปทำงานในเมืองหลัก ตามนโยบายของรัฐบาล โดยกำหนดพื้นที่อำเภอปายเป็น Hub ของการท่องเที่ยว และกระจายตัวไปตามพื้นที่ต่างๆ เนื่องจากความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยว ทั้ง น้ำตก น้ำพุร้อน บ่อน้ำแร่ จุดชมวิว และมีกิจกรรมมากมาย ซึ่งจะตอบโจทย์นักท่องเที่ยวกลุ่ม Digital nomad และกลุ่มทำงานแบบ Workation หรือกลุ่มทำงานแบบ Hybrid เข้ามาท่องเที่ยวพร้อมทำงานอยู่ในพื้นที่อำเภอปายมากขึ้น และมีระยะการพำนักยาวนานมากขึ้น.-008 

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Leave a reply

‘พาต้า’ ประกาศหาทีมออกแบบ ปรับห้างโฉมใหม่ ในรอบ 40 ปี ให้ทันสมัย

Posted on March 8, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/713276

'พาต้า' ประกาศหาทีมออกแบบ ปรับห้างโฉมใหม่ ในรอบ 40 ปี ให้ทันสมัย

‘พาต้า’ ประกาศหาทีมออกแบบ ปรับห้างโฉมใหม่ ในรอบ 40 ปี ให้ทันสมัย

วันศุกร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 08.35 น.

24 ก.พ. 66 เพจเฟซบุ๊ก สวนสัตว์พาต้า โพสต์ประกาศหาทีมออกแบบ ปรับผังธุรกิจร้านค้า ทั้งภายในและภายนอก พร้อมระบุรายละเอียดว่า พาต้า คือชื่อของห้างสรรพสินค้า สัญชาติไทย ที่ก่อตั้งสาขาแรกขึ้นที่ศูนย์การค้าอินทราย่านประตูน้ำ เมื่อปี 2518 และประสบความสำเร็จเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศกับ สาขาปิ่นเกล้า ที่เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2525 ด้วยรูปลักษณ์ของอาณาจักรที่ครบครัน ล้ำสมัย ในยุค 80 ต่อเนื่องไปจนถึงสาขา หัวหมาก ในปี 2535

จวบจนปัจจุบัน ห้างพาต้า ยังคงเปิดให้บริการอยู่เพียง 1 สาขา ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีกับชื่อเรียกว่า “พาต้าปิ่นเกล้า” ด้วยการส่งมอบหน้าที่ให้กับทายาทรุ่นที่ 2 ของ “ตระกูล เสริมศิริมงคล” ขึ้นมาทำหน้าที่บริหาร

โดยจะเห็นความเปลี่ยนแปลงได้จาก การปรับปรุงสวนสัตว์ พาต้า ซึ่งเป็นสวนสัตว์ในความทรงจำของคนไทย ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ทั้งส่วนพื้นที่การแสดงละครลิงและมายากลในตำนาน การเปิดพื้นที่เรียนรู้ในเรื่องสัตว์เลี้ยงแปลกพิเศษ ให้กับเยาวชน รวมไปถึง การเปิดห้องสื่อการศึกษา ป้าบัว หรือบัวน้อย ลิงกอริลล่า ตัวสุดท้ายของประเทศไทย ให้ประชาชน ได้ศึกษาความล้ำค่าในบั้นปลายชีวิตของป้าบัว ลิงกอริลลา ซึ่งเป็นสัตว์อันดับ 1 ที่สวนสัตว์ทั่วโลก ต่างต้องการมีไว้ในครอบครอง

เข้าสู้ปี 2566 หลังจากที่ทีมบริหาร ได้ปรับปรุงพื้นที่ของสวนสัตว์พาต้าใกล้จะแล้วเสร็จ และกำลังจะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ จึงได้ขออนุญาตใช้พื้นที่ของเพจสวนสัตว์พาต้า ส่วนนี้เพื่อ “ประกาศหา ! ทีมออกแบบ ปรับผังธุรกิจร้านค้า ทั้งภายในและภายนอก”

ด้วยทุนทรัพย์ของทางบริษัทในจำนวนหนึ่ง ที่ทางผู้บริหารมีมติเป็นหนึ่งเดียวกัน คือ พร้อมจะเริ่มต้น ปรับปรุงบ้านหลังนี้ ในรอบ 40 ปี ให้คืนสภาพ กลับมาพร้อมให้การต้อนรับผู้มีอุปการคุณ

โดยแผนพัฒนาก่อนไตรมาสที่ 3ในปี 2566 มีหัวข้อการปรับปรุงเร่งด่วนดังนี้

1. หน้าอาคาร เพื่อเพิ่มสีสันให้ใหม่ขึ้น แต่คงเอกลักษณ์ไว้ด้วยโลโก้แบบดั้งเดิม เพิ่มจอ LED ให้ความเคลื่อนไหว เพื่อนำเสนอร้านค้าภายในตลอดจนเด่นชัดในตัวตนของ “สวนสัตว์ ลอยฟ้า” แห่งเดียวในไทย ที่สัมผัสบรรยากาศได้ตั้งแต่นอกอาคาร

2. พื้นที่ชั้นใต้ดินทั้งหมด ปรับปรุงภายในและสารธารณูประโภค เพื่อมองหาคู่ค้าทางธุรกิจทางด้านซุปเปอร์ มาร์เก็ต และ ฟู้ด คอร์ด ในพื้นที่รวม 4,000 ตารางเมตร

3. พื้นที่ชั้น 1 ทั้งหมด เพื่อรองรับร้านอาหารยอดนิยมกว่า 70 % ของพื้นที่ และพื้นที่จัดรายการพิเศษกลางอาคาร ซึ่งเป็นรูปแบบดั้งเดิมในอดีต

4. พื้นที่ชั้น 2 ทั้งหมด เพื่อรองรับร้านค้ารูปแบบสินค้า OTOP ซึ่งเป็นรูปแบบเอกลักษณ์ของพาต้าปิ่นเกล้าในอดีต จากงานของดี 73 จังหวัด รวมถึงพื้นที่เช่าของผู้ประกอบการรายย่อยทั่วไป

5. พื้นที่ชั้น 5 ( พื้นที่ต่อเนื่องกับสวนสัตว์ ) เพื่อปรับให้เป็นพื้นที่เช่า ในโครงการพิเศษต่างๆ เช่น ตลาดนัดสัตว์เลี้ยงหรือตลาดของใช้ทั่วไป, งานแสดงสินค้า, งานประชุมวิชาการ

ซึ่งในนามของผู้บริหารและทีมงานของห้างและสวนสัตว์พาต้าหวังว่าก้าวต่อที่สำคัญที่สุดสำหรับพวกเราในปีนี้ จะได้พบกับทีมงานออกแบบ และคู่ค้าทางธุรกิจ ที่มีทิศทางในมุมมอง ของวัตถุประสงค์ที่ต้องการจะคงไว้

ซึ่งห้างฯสัญชาติไทย กับคำว่า พาต้า ปิ่นเกล้า ที่ได้ถูกก่อตั้งสร้างตัวตนขึ้นจาก พ่อค้าเร่คนไทย และยังคงไว้ด้วยสัญชาติ ไทยแท้ จนใกล้จะอายุครบ 50 ปีในปัจจุบัน เพื่อให้เรื่องราวแห่งตำนานต่างๆ ทั้งสวนสัตว์ ลอยฟ้า , งานประกวดสัตว์เลี้ยง , งานสินค้า 4 ภาค , สวนสนุกในห้องแอร์ , ร้านสุกี้ในตำนาน , เวทีประกวดความสามารถของเยาวชนไทย , เวทีคอนเสิร์ตย้อนยุค และ อีกมากมายหลายสิ่งให้ไม่เป็นเพียงแค่ความทรงจำ

ขอบพระคุณกำลังใจที่ดีมากมายตลอดมา ที่ทางผู้บริหารและบุคลากรของทุกฝ่ายของห้างพาต้า ได้รับมาโดยตลอดจากทั้งเพจสวนสัตว์พาต้า และเพจยอดนิยมมากมาย สำนักข่าว-ช่องข่าวอีกหลายสำนัก กลุ่มดารานักแสดงที่ให้เกียรตินำเรื่องราวไปนำเสนอในช่องทางของตนเองตลอดจนสำคัญที่สุดคือกลุ่มธุรกิจอีกจำนวนมาก ที่ถามไถ่เข้ามาถึงการปรับปรุงครั้งสำคัญ ว่าจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่

ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงให้การสนับสนุนและหวังว่าพวกเรา จะได้พบกับทีมงานออกแบบ และคู่ค้าทางธุรกิจ ทั้งที่เคยเสริมสร้างกันมาในอดีต และธุรกิจใหม่ ที่พร้อมจะวางแผนงานต่าง ๆ ร่วมกันให้พื้นที่แห่งตำนานแห่งนี้ กลับมาเปิดให้บริการเต็มรูปแบบได้โดยเร็ว จากใจผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ห้างสรรพสินค้าพาต้าปิ่นเกล้า.-008 

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FPatazoo67%2Fposts%2Fpfbid0jGsbzAozH48WTKwJjsWa8rAPVj7XZaMaTW7MKZUUgnL9uhqQwhwxoQWfUMYcRm3Nl&show_text=true&width=500

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Leave a reply

แฝดใจบุญ!! ‘บิณฑ์-เอกพันธ์’ ร่วมบุญสร้างโบสถ์วัดเขาพระทอง

Posted on March 8, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/713268

แฝดใจบุญ!! 'บิณฑ์-เอกพันธ์' ร่วมบุญสร้างโบสถ์วัดเขาพระทอง

แฝดใจบุญ!! ‘บิณฑ์-เอกพันธ์’ ร่วมบุญสร้างโบสถ์วัดเขาพระทอง

วันศุกร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 07.39 น.

พระมหาอารยนันต์ อานันโท เจ้าอาวาสวัดเขาพระทอง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช พร้อมพระลูกวัด และลูกศิษย์ ร่วมโครงการ “ เดินธุดงค์ธรรมยาตรา แสวงบุญจาริกธรรมจากเหนือสู่ใต้ ล้านนาสู่มหานคร และอันดามันสู่อ่าวไทย ” เป็นรอบที่ 2 เพื่อเชิญชนวนมวลสารวัด ตามสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนา เพื่อนำไปหล่อพระพุทธเมตตา พระประธานในโบสถ์  ที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง และเป็นการประชาสัมพันธ์บอกบุญยาติโยมจากทิศทั้ง 4 ร่วมกันบริจาคเงินสร้างโบสถ์วัดเขาพระทอง โดยพระพุทธเมตตาจะประดิษฐาน เป็นพระประธานในอุโบสถของวัดเขาพระทอง ที่ก่อสร้างจากเงินบริจาคในการเดินธุดงค์ธรรมายาตรากรุงเทพมาหานคร 810.4 กม. เมื่อระหว่างวันที่ 3 มี.ค. -4 เม.ย. 2564 ในปัจจุบันการก่อสร้างคืบหนาไปกว่า 45 เปอร์เซ็นต์

ความคืบล่าสุดวันนี้ ( 23 ก.พ.66 ) “ บิณฑ์ – เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ ดาราแฝดใจบุญ พร้อมกับคณะ ร่วมเดินบอกบุญสร้างโบสถ์วัดเขาพระทอง โดยทางดาราแฝดใจบุญ “ บิณฑ์ – เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ พร้อมคณะฯ ร่วมเดินตั้งแต่วัดชัยชุมพล มุ่งหน้าผ่านโรงพยาบาลทุ่งสง ( เก่า) โรงเรียนเทศบาลวัดชัยชุมพล หน้าห้างไทยสมบูรณ์ เลี้ยวขวาบริเวณสี่แยกตลาดเกษตร แล้วเข้าสู่ถนนชนปรีดา ตลาดโต้รุ่ง และย่านเศรษฐกิจสำคัญของ อ.ทุ่งสง ซึ่งบรรยากาศตลอดเส้นทางทางทางดาราแฝดใจบุญผ่าน นอกจากนี้วันที่ 5 มี.ค.ทางวัดเขาพระทอง กำหนดจัดพิธีหล่อพระประธาน วัดเขาพระทองอีกด้วย ทั้งนี้ทางวัดเขาพระทอง ขอเชิญชาวพุทธ ร่วมบุญสร้างโบสถ์ สร้างพระประธาน ผ่านกองบุญ  บัญชีวัดเขาพระทอง ธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชี กองทุนเสบียงบุญ สร้างโบสถ์ วัดเขาพระทอง หมายเลขบัญชี 8220638036 หรทอสอบถามเพิ่มเติมที่ พระมหาอารยนันต์ อานันโท เจ้าอาวาสวัดเขาพระทอง หมายเลขโทรศัพท์ 094-795-2998

.-008

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,853,475 hits

Join 4,135 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ไปรษณีย์ไทยแนะใช้ ChatGPT ยกระดับการส่งพัสดุ เหมือนมีพี่ไปรฯ ส่วนตัว
ยศชนัน-จุลพันธ์ นำทัพปราศรัยใหญ่เชียงราย ชูแก้จน-ปราบยาเสพติด
เจษฎ์ซ่อมป้ายหาเสียง วอนหยุดทำลายป้ายพรรคเล็ก ยันพรรครักชาติไม่มีนายทุน
​กกต.จัดโรดโชว์เลือกตั้ง-ประชามติ ปลุกพลังคนไทยร่วมใช้สิทธิสร้างสรรค์ประเทศ
อว.ผนึกรัฐ-เอกชน-มหา'ลัย ลงนาม MOU พัฒนากำลังคนด้าน AI - ยานยนต์ไฟฟ้า
ส่งสัญญาณแรงถึงผู้ว่าฯ นายกฯชี้จังหวัดบกพร่อง เหตุเผากว่าหมื่นไร่นครนายก
กทม.ฝุ่นพุ่งเช้านี้! อธิบดีกรมฝนหลวงฯ สั่งวางแผนเร่งระบายฝุ่นออกโดยเร็วที่สุด
ชูวิทย์จัดหนักพรรคส้มส่งท้าย โชว์คลิปเสียง-หลักฐาน ซัดแค่คัดสรรผู้สมัครยังมีปัญหา
บัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรทยอยถึงไทย พร้อมกระจายสู่ 400 เขตเลือกตั้ง
หมอวีทนไม่ไหว! สวนเดือด ณัฐชา ปมปราศรัยด้อยค่าหมอ ซัดอย่าสาดโคลนคนชุดขาว

Recent Posts

  • โต้เดือด ปมให้แรงงานชาติเป็นบอร์ดปกส. ‘รัชดา’ฟาด’ไอซ์’ .. ใครบิดเบือน
  • ประเด็นร้อน…ย้อนแย้ง เมื่อ’ด้อมส้ม’ เอื้อมมือโหนสถาบัน
  • จับตา ภท.ปักธงกรุงเทพ 2 เขต สุวิชา เผย เรตติ้งเหนือ ปชป
  • ยศชนัน อ้อนชาวเหนือ ประกาศสงครามล้างบางธุรกิจสีเทา
  • สุขุมโพล เขย่าโค้งสุดท้าย ภูมิใจไทย ผงาดเบอร์ 1 บี้ประชาชน หายใจรดต้นคอ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,659 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d