Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ฝีมือไม่ธรรมดา! เมื่อพ่อเลี้ยงไก่ชน แต่ต้องมาสระผมให้ลูกสาว (คลิป)

Posted on February 10, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/709974

ฝีมือไม่ธรรมดา! เมื่อพ่อเลี้ยงไก่ชน แต่ต้องมาสระผมให้ลูกสาว (คลิป)

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 15.21 น.

ฝีมือไม่ธรรมดา! เมื่อพ่อเลี้ยงไก่ชน แต่ต้องมาสระผมให้ลูกสาว (คลิป)

ผู้ใช้ติ๊กต็อก pookiecheese โพสต์คลิปสุดน่ารัก ฝีมืออาบน้ำ  สระผมให้ลูกสาว แต่ท่าทางคุ้นๆคล้ายกาดน้ำไก่ คุณแม่บอกว่า  “เมื่อมีพ่อเลี้ยงไก่ชน ก็ทำท่าสระผมลูก แบบอาบน้ำไก่ไปเลยสิคะ” ทำให้คลิปนี้มีผู้เข้าชมแล้วกว่า 3 ล้านครั้ง ต่างเข้ามาคอมเม้นท์แซวคุณพ่อกันยกใหญ่ เอ็นดูในความน่ารัก เพราะลูกสาวก็นอนนิ่ง มองตาแป๋วให้คุณพ่อสระผมแต่โดยดี 

“ระวังลูกขันนะครับ 555” , “สกิลคืออาบน้ำไก่ 100%” , “พ่อ…อย่าลืมปั่นคอให้หนูนะ” , “อาบน้ำ ลงขมิ้นเสร็จ กาดแดดต่อ” , “อาบให้ไก่จนชิน 55555” , “คุณพ่อคล่องมาก” , “น้องชอบ นอนตาแป๋วเชียงลูก” , “ทรงมันได้..ลูกนะพ่อจ๋า หนูไม่ใช่ไก่ชนนะพ่อ”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รีบไปชม! ‘ดอกเหลืองเชียงราย’กำลังบานสะพรั่งที่ มรภ.พิบูลสงคราม

Posted on February 10, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/709961

รีบไปชม! 'ดอกเหลืองเชียงราย'กำลังบานสะพรั่งที่ มรภ.พิบูลสงคราม

รีบไปชม! ‘ดอกเหลืองเชียงราย’กำลังบานสะพรั่งที่ มรภ.พิบูลสงคราม

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 15.04 น.

สวยจริงๆ ดอกเหลืองเชียงราย คล้ายกับดอกปรีดียาธร เริ่มออกดอกบานสะพรั่งเหลืองอร่ามงดงามที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม จังหวัดพิษณุโลก

วันที่ 9 ก.พ.66 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศในช่วงฤดูหนาวและกำลังจะพลัดฤดูกาลเริ่มเข้าสู่ฤดูร้อนในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ ได้มีดอกไม้ยืนต้นหลากหลายชนิดกำลังออกดอกงดงามมาก โดยเฉพาะดอกเหลืองเชียงราย ต้นไม้ชนิดใกล้เคียงกับเหลืองปรีดียาธร กำลังเริ่มออกดอกเหลืองบานสะพรั่งอย่างงดงามหลายจุด โดยเฉพาะที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม อ.เมืองพิษณุโลก ต้นเหลืองเชียงรายที่ปลูกริมแนวถนนหลายจุด กำลังออกดอกเหลืองสวยงามเป็นอย่างมาก ซึ่งขณะนี้เหลืองเชียงรายได้ทิ้งใบทั้งหมด บนกิ่งก้านเต็มไปด้วยดอกเหลืองสด หลายคนชื่นชอบแวะถ่ายรูป โดยเฉพาะนักศึกษามามหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามและประชาชนทั่วไปต่างแวะมาถ่ายรูปกันอย่างงามตา และคาดว่าภายใน 1 สัปดาห์ดอกเหลืองเชียงรายก็บานเต็มพื้นที่สวยงาม

สำหรับดอกเหลืองเชียงรายจะคล้ายกับเหลืองปรีดียาธร เป็นไม้ที่มีถิ่นกำเนิดมาจากอเมริกาเขตร้อน (บราซิล) ส่วนมากจะออกดอกในเดือนมกราคม – เมษายน การปลูกเลี้ยง ดินร่วน อากาศเย็น แสงแดดจัด น้ำปานกลาง ขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด เป็นไม้ต้นขนาดเล็ก สูง 3-6 เมตร ผลัดใบ ใบประกอบรูปนิ้วมือ เรียงตรงข้าม ใบย่อย 5 ใบ รูปรีแกมรูปไข่กลับ แผ่นใบสาก มีขนสีน้ำตาลปกคลุม โคนใบสอบ ปลายใบแหลมมน ขอบใบหยักห่างๆ ดอกออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง กลีบเลี้ยง 5 กลีบ เชื่อมติดกันเป็นหลอด มีขนสีน้ำตาลคลุม หนาแน่น กลีบดอก 5 กลีบ สีเหลือง เชื่อมติดกันเป็นหลอด รูปแตร ผลเป็นผลแห้งแตก สีน้ำตาล มีขนคลุมหนาแน่น เมล็ดแบน มีปีก จำนวนมาก – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ตรังสุดว้าว! จดสิทธิบัตรปลูก’ถั่วฝักยาว’ติดจีพีเอส เจ้าแรกของไทย

Posted on February 10, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/709954

ตรังสุดว้าว! จดสิทธิบัตรปลูก'ถั่วฝักยาว'ติดจีพีเอส เจ้าแรกของไทย

ตรังสุดว้าว! จดสิทธิบัตรปลูก’ถั่วฝักยาว’ติดจีพีเอส เจ้าแรกของไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 14.30 น.

9 กุมภาพันธ์ 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สวนของนายประทิ่น วรรณงาม เลขที่ 202 หมู่ที่ 4 ต.บ้านควน อ.เมือง จ.ตรัง มีการปลูกถั่วฝักยาวในโรงเรือนจำนวน 4 โรง แต่ละโรงมีถั่วฝักยาวมากกว่า 130 ต้น โดยใช้เวลาปลูก 45 วัน ก็สามารถเก็บผลผลิตได้ ซึ่งนายประทิ่น เป็นนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรฯ สำนักงานเกษตร จ.ตรัง ทำให้มีความรู้เรื่องพืชเป็นอย่างดี จึงนำความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมานานหลายปี หันมาปลูกถั่วฝักยาวปลอดสารพิษ เนื่องจากเห็นว่า ถั่วฝักยาวเป็นพืชที่ใช้สารเคมีมากที่สุด และมีประชาชนซื้อไปบริโภคมากเป็นลำดับต้น ๆ ทำให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพในระยะยาว



นายประทิ่น จึงคิดใหม่ ทำใหม่ด้วยการติดคิวอาร์โค้ต ข้อมูลการผลิต สถานที่ผลิต ชื่อเจ้าของแปลง เบอร์โทรศัพท์ และจีพีเอส ลองติจูด ละติจูด ซึ่งป้อนข้อมูลเข้ากูเกิ้ลหาตำแหน่งทางดาวเทียมได้ เพื่อให้ผู้บริโภคและหน่วยงานด้านการตรวจสอบ สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ตั้งแต่ถั่วอยู่ในโรงเรือนจนกระทั่งถึงมือผู้บริโภค โดยไม่มีสารปนเปื้อน 100% ซึ่งเกษตรกรได้จดสิทธิบัตรเป็นชื่อของตัวเองในนาม “การสร้างสัญลักษณ์ผลผลิตก่อนการเก็บเกี่ยว”

โดยป้ายข้อมูลจะติดอยู่ที่ฝักถั่วทุกฝัก ไม่สามารถแกะออกได้จนกว่าจะถึงมือผู้บริโภค เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจว่า เป็นถั่วฝักยาวที่ปลอดภัยตั้งแต่ในโรงเรือนจนถึงปลายทาง โดยมีการจดสิทธิบัตรมานานถึง 10 ปีแล้ว และนับเป็นคนไทยคนแรกของประเทศและคนแรกของโลก สร้างความภาคภูมิใจให้กับเกษตรกรเป็นอย่างมาก



โดยที่ผ่านมา นายประทิ่น มีงานล้นมือ ทำให้ทำงานส่วนตัวไม่เต็มเวลา และผลผลิตถั่วฝักยาวที่ได้ ได้นำไปแจกเพื่อนๆ และนำไปออกงานตามสถานที่ต่างๆ เพื่อให้เป็นที่รู้จักของตลาด ก่อนจะเปิดตัวออกวางจำหน่ายครั้งแรกราวเดือนมีนาคมนี้ในราคากล่องละ 39 บาท น้ำหนัก 2 กรัมหรือประมาณ 8-9 ฝัก



นอกจากนี้ เกษตรกรยังปลูกแตงกวาในโรงเรือน โดยใช้ชันโรง (ภาษาปักษ์ใต้เรียกว่า อุง) เพื่อใช้ในการผสมเกสรแทนคนด้วย เนื่องจากในโรงเรือน แมลงไม่สามารถเข้าไปได้ ประกอบกับคนไม่มีเวลา จึงต้องอาศัยชันโรงเป็นตัวช่วยผสมเกสรแทน ปรากฏว่าได้ผลดี แตงกวาเริ่มให้ผลผลิตเป็นที่น่าพอใจ โดยจะเก็บแตงกวาปลอดสารได้ภายในสัปดาห์นี้
 

ด้านนายประทิ่น วรรณงาม เกษตรกรผู้ปลูกถั่วฝักยาวในโรงเรือนและเป็นเจ้าของสิทธิบัตร กล่าวว่า ในการผลิตถั่วฝักยาวของตน ต้องการสื่อให้ผู้บริโภคได้รู้ว่าผลผลิตที่เขาซื้อไปนั้น มีความปลอดภัยบริโภคได้ด้วยความมั่นใจ เนื่องจากถั่วฝักยาวของตนมีอุปกรณ์ควบคุมข้อมูลผลผลิตติดอยู่ทุกฝัก พูดง่าย ๆ ว่าถั่วทุกฝัก ผักทุกต้นของที่นี่จะมีข้อมูลติดอยู่ทั้งหมด ข้อมูลนั้นจะแสดงรายละเอียดตั้งแต่ชื่อการผลิต วิธีการผลิต สถานที่ผลิต จะมีพิกัดจีพีเอสติดอยู่ทุกฝักและติดแบบถาวร ตั้งก่อนเก็บเกี่ยวอยู่ในโรงเรือนจนถึงมือผู้บริโภค ไม่สามารถใส่เข้าหรือถอดออกได้ ทำให้เรื่องการปลอมปนหมดความกังวลไปได้ ซึ่งผลผลิตเหล่านี้ผู้บริโภคสามารถที่จะจำแนกความแตกต่างได้ ด้วยสายตาปกติไม่ต้องกลัวการปลอมปน เพราะถั่วของเรามีเอกลักษณ์โดยมีอุปกรณ์ควบคุมข้อมูลติดอยู่ทุกฝัก

แต่หากยังข้องใจอยู่สามารถไปดูที่พิกัดจีพีเอส ทุกฝักจะมีตำแหน่งที่ผลิตเป็นละติจูดและลองติจูด ผู้บริโภคสามารถป้อนข้อมูลตำแหน่งในกูเกิ้ล กดละติจูด ลองติจูดลงไป จะพบตำแหน่งทางดาวเทียมปรากฏอยู่ ก็สามารถติดตามมาถึงแปลงได้ทุกฝัก ไม่ว่าจะเป็นผู้บริโภคหรือผู้ที่มีหน้าที่ตรวจสอบความปลอดภัยก็สามารถมาถึงแปลงได้ โดยดูจากฝักถั่ว

นอกจากจะเป็นรายแรกของ จ.ตรังแล้ว ตนคิดว่าตนเป็นรายแรกของโลกด้วย เพราะตนได้จดสิทธิบัตรไว้ประมาณ 10 ปีแล้วในชื่อของตัวเอง แต่ตนเพิ่งมีเวลาในการผลิต โดยจดเป็นชื่อการสร้างสัญลักษณ์ผลผลิตก่อนการเก็บเกี่ยว โดยยังไม่ได้วางขายที่ไหน แต่จะขายที่ จ.ตรังเป็นที่แรก คาดต้องใช้เวลาอีกประมาณ 1 เดือนจึงจะนำออกขายได้ สำหรับเกษตรกรผู้สนใจติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 081-078-6909.

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จ๊ะเอ๋นุด!! ‘จงอางยักษ์’ ชูคอโผล่บนราวตากผ้า เชื่อเป็นงูเจ้าที่

Posted on February 10, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/709929

จ๊ะเอ๋นุด!! 'จงอางยักษ์' ชูคอโผล่บนราวตากผ้า เชื่อเป็นงูเจ้าที่

จ๊ะเอ๋นุด!! ‘จงอางยักษ์’ ชูคอโผล่บนราวตากผ้า เชื่อเป็นงูเจ้าที่

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 13.41 น.

จะเอ๋นุด!!  ‘จงอางยักษ์’ ชูคอโผล่บนราวตากผ้า เจ้าของบ้านจุดธูปไหว้ขอขมา เชื่องูเจ้าที่

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 9 ก.พ.66 เจ้าหน้าที่มูลนิธิใต้เต็กตึ๊งทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือเหตุงูจงอางขนาดใหญ่บุกบ้านซุกราวตากผ้าข้างบ้านเลขที่ 374/1 หมู่ 6 ต.กรุงหยัน อ.ทุ่งใหญ่ จึงรีบเดินทางไปตรวจสอบช่วยเหลือ เมื่อถึงบ้านเกิดเหตุพบนายสิทธิชัย สุขสม อายุ45 ปี เจ้าของบ้าน รีบพาเจ้าหน้าที่ไปที่ราวตากผ้าข้างบ้าน พบงูจงอางยาวประมาณ 3 – 4 เมตร เลื้อยชูคออยู่บนราวตาผ้า โดยเจ้าของบ้านเชื่อว่าน่าจะเป็นงูเจ้าที่ จึงจุดธูปยกมือไหว้ขอขมางูจงอางตัวดังกล่าวตามความเชื่อ ก่อนี่เจ้าหน้าที่จะใช้บ่วงคล้องจับงูจงอางตัวดังกล่าวได้สำเร็จอย่างง่ายดาย สร้างความแปลกใจให้กับเจ้าของบ้านและเจ้าหน้าที่ ก่อนวัดความยาวได้ 4 เมตร จึงนำใส่กระสอบไปปล่อยป่า

สอบถามนายสิทธิชัย เจ้าของบ้าน เล่าว่า ก่อนพบงูจงอาง กำลังจะเก็บผ้าที่ตากบริเวณราวตากผ้าข้างบ้าน แต่ต้องตกใจตื่น เพราะพบว่ามีงูจงอางตัวใหญ่เลื้อยอยู่บนราวตากผ้า ท่าทางดุร้าย ชูคอพร้อมฉก จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ช่วยจับ อย่างไรก็ตามตนเชื่อว่า น่าจะเป็นงูเจ้าที่ จึงจุดธูปยกมือไหว้ขอขมา ก่อนจะให้เจ้าหน้าที่จับได้อย่างง่ายดาย ส่วนคอหวยส่องไม่พลาดเลขที่บ้าน และความยาวงูจงอาง.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ยังทำใจไม่ได้! หัวใจแม่สลาย ลูกสาวสังเวยชีวิตแผ่นดินไหวที่ตุรกี

Posted on February 10, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/709926

ยังทำใจไม่ได้! หัวใจแม่สลาย ลูกสาวสังเวยชีวิตแผ่นดินไหวที่ตุรกี

ยังทำใจไม่ได้! หัวใจแม่สลาย ลูกสาวสังเวยชีวิตแผ่นดินไหวที่ตุรกี

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 13.33 น.

ยังทำใจไม่ได้! หัวใจแม่สลาย ลูกสาวสังเวยชีวิตแผ่นดินไหวที่ตุรกี วอนนำร่างกลับบ้านเกิดด้วย

9 กุมภาพันธ์ 2566 ความคืบหน้าจากเหตุแผ่นดินไหวในตุรกี โดยถูกพบที่ใต้ซากปรักหักพังของอาคารในเมือง Iskenderun ซึ่งเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติแผ่นดินไหว มีหญิงชาวไทย 1 ราย เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวในตุรกี ถูกพบใต้ซากปรักหักพังของอาคารในเมืองอิสเกนเดอรุน ซึ่งเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติแผ่นดินไหว 

สถานทูตได้แจ้งไปยังครอบครัวของผู้ที่เสียชีวิตแล้ว กำลังเร่งประสานงานกับทางการตุรกีเพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ทราบชื่อ น.ส.ชไมพร หอมสันเทียะ อายุ 29 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านเลขที่ 47 หมู่ 1 บ้านห้วยแย้ ต.ห้วยแย้ อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ 

ทีมข่าวได้ลงพื้นที่ไปที่บ้านเลขที่ 47 หมู่ 1 บ้านห้วยแย้ ต.ห้วยแย้ อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ ได้พบกับนางบุญชู หอมสันเทียะ อายุ 56 ปี ผู้เป็นแม่ และนายเคน หอมสันเทียระ อายุ 53 ปี ผู้พ่อ ของน.ส.ชไมพร ซึ่งมีเพื่อนบ้านและหน่วยงานราชการในพื้นที่ ลงมาตรวจสอบและให้กำลังใจกับพ่อกับแม่ของน.ส.ชไมพร ที่ได้มาด่วนเสียชีวิตของลูกเสียที่ชีวิตอย่างกะทันหันในต่างแดน

นางบูญชู ได้เล่าให้ฟังว่า ด้วยฐานะทางบ้านฐานะยากจน น.ส.ชไมพร หรือน้องดาว ซึ่งเป็นลูกสาวคนโตจึงดิ้นรนไปทำงานนวดแผนโบราณ หรือนวดสปา ที่ประเทศจอร์เจีย มากว่า 5 ปีแล้ว และได้ย้ายมาทำงานที่ประเทศตรุกี เมื่อไม่นานมานี้ หลังโควิด-19 เริ่มคลี่คลาย

ครั้งสุดท้ายได้โทรคุยกับน้องดาวเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา จนเกิดแผ่นดินไหววันอาทิตย์ยังไม่ทราบว่าน้องดาวเสียชีวิต แต่ติดต่อกับลูกสาวตน้องไม่ได้ จนมาทราบอีกว่ามีคนไทยเสียชีวิต 1 คน และเป็นคนชัยภูมิ 

เมื่อมองเห็นภาพตามข่าวมั่นใจทันทีเป็นน้องดาว ลูกสาวตัวเอง ตนเองและครอบครัวแทบช็อก เพราะน้องดาวนับว่าเป็นเสาหลักของครอบครัว หาเงินส่งมาให้พ่อแม่เป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัวเป็นประจำ และก่อนที่น้องดาวจะเสียชีวิต ได้ฝันเห็นน้องดาวกลับมาบ้านเป็นเด็กเล็กนั่งเล่นที่หน้าบ้าน เมื่อแม่เรียกได้หายตัวไป และอยากฝากวอนถึงรัฐบาลช่วยนำร่างห้องดาวกลับบ้านเกิดที่ชัยภูมิ.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คนทำงานหนัก! หมอห่วงเกิดโรคคาโรชิ (Karoshi) หรือเรียกว่าทำงานจนตาย

Posted on February 10, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/709902

คนทำงานหนัก! หมอห่วงเกิดโรคคาโรชิ (Karoshi) หรือเรียกว่าทำงานจนตาย

คนทำงานหนัก! หมอห่วงเกิดโรคคาโรชิ (Karoshi) หรือเรียกว่าทำงานจนตาย

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 12.06 น.

9 กุมภาพันธ์ 2566 โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี กรมการแพทย์ ห่วงใยคนทำงานหนักจนเกิด โรค Karoshi หรือ ที่เรียกว่าทำงานจนตาย โรค Karoshi หรือ ที่ญี่ปุ่น ไต้หวัน และ เกาหลีใต้ เป็นการที่ทำงานหนักจนเกิดโรคทางหัวใจและเส้นเลือดสมอง โดยเกณฑ์การวินิจฉัยที่ประเทศญี่ปุ่นและไต้หวันจะคล้ายกัน แต่ที่ประเทศเกาหลีใต้จะต่างกันออกไป โดยพบว่าปัจจัยสำคัญมากสองอย่างที่เกี่ยวข้องกับ Karoshi คือ ระยะเวลาทำงานที่ยาวนาน และมีความเครียดในงานมากเกินไป

นายแพทย์มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์  กล่าวว่า โรค Karoshi หรือ ที่เรียกว่าทำงานจนตาย เป็นปัญหาต่อเนื่องในสังคมการทำงานของประเทศญี่ปุ่นมาเป็นเวลานานเกือบ 50 ปี จนเกิดคำศัพท์ “คาโรชิ” (Karoshi) ขึ้น ถ้าแปลตามอักษรคันจิทีละตัว คำว่า ka = มากเกินไป / ro = การทำงาน / shi = ความตาย) และคำว่า “Karoshi” ถูกนำไปใส่ไว้ในพจนานุกรม Oxford English Dictionary ปี 2002 สาเหตุของ Karoshi เมื่อมีความเครียดสมองจะสั่ง ให้หลั่งฮอร์โมน เราเรียกว่า sympathetic adrenomedullary system 

โดยจะหลั่งฮอร์โมน catecholamine ออกมาสองตัวคือ epinephrine และ norepinephrine และต่อมไต้สมองโดย hypothalamic pituitary adrenocortical system จะหลั่งcortisol ซึ่งฮอร์โมนเหล่านี้เราเรียกว่าตัวชี้วัดความเครียด (stress indicator) เนื่องจากจะวัดได้ในเลือดและปัสสาวะเวลาร่างกายเกิดความเครียด

เมื่อเกิดความเครียดฮอร์โมนเหล่านี้จะถูกหลั่งออกมาในเลือดทำให้เกิดการปลดปล่อยพลังงาน น้ำตาล และกรดไขมัน ทำให้เกิดการตอบสนองต่อความเครียดซึ่งเป็นปฏิกิริยาช่วยชีวิตในคน โดยเฉพาะเมื่อเจอภาวะฉุกเฉิน เมื่อมนุษย์พบเหตุการณ์เครียดก็จะมีกลไกตอบสนอง เพื่อลดความเครียดนั้นลง การตอบสนองขึ้นกับสภาวะทางสรีระหรือจิตใจของคนนั้นๆ

ถ้าไม่สามารถจัดการความเครียดได้ก็จะหลงเหลือความเครียดอยู่ (residual stress) ซึ่งทำให้เกิดกลไกจิตบังคับกาย หรือแสดงออกทางร่างกาย หรือเกิดโรคได้ ความเครียดที่หลงเหลือทำให้มีระดับ catecholamine สูงในเลือดตลอด และทำให้ความดันโลหิตขึ้น ซึ่งจะทำให้เส้นเลือดแข็งและหนาตัว เกิดความดันเลือดสูงขึ้นอีก และทำให้เป็นโรคของหลอดเลือด

นอกจากนี้ ฮอร์โมนเหล่านี้ยังทำให้เกิดระดับไขมันในเลือดสูง มีการแข็งตัวของเลือด และหลอดเลือดตีบ โดยฮอร์โมน epinephrine และ norepinephrine จะเกี่ยวข้องกับโรคความดันโลหิตสูง กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด และโรคหลอดเลือดสมอง ส่วน cortisol ยังทำให้เกิดโรคของหัวใจและหลอดเลือด เบาหวาน ลดภูมิคุ้มกัน และภาวะพุทธิปัญญาเสื่อมลง มีงานวิจัยพบว่าผู้หญิงที่ทำงานมากกว่าสัปดาห์ละ 50 ชั่วโมงจะมีระดับ cortisol สูงเป็นสองเท่าของผู้หญิงที่ทำงานปานกลาง

นายแพทย์เกรียงไกร นามไธสง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี  เปิดเผยว่า การทำงานจนตาย ยังมีปัจจัยทางจิตวิทยาเช่นปัจจัยเรื่อง job demand control ตามทฤษฏีของ Karasek และ Theorell ถ้าเกิดความไม่สมดุลกันระหว่างความต้องการจากงาน (Job demand) กับการควบคุมงาน (Job control) อาทิ มีความต้องการปริมาณงาน เช่นงานที่ต้องใช้ทักษะ แต่คนทำงานไม่มีประสบการณ์ทำให้ไม่สามารถควบคุมงานให้เป็นไปดังใจได้ ซึ่งจะทำให้เกิดความเครียดขึ้น Work-life balance เป็นภาวะที่มีความสมดุลโดยคนทำงานสามารถจัดลำดับความสำคัญให้เกิดความเท่ากัน ระหว่างสิ่งที่ทุ่มเทให้กับงานเท่ากับสิ่งที่ทุ่มเทให้กับชีวิตส่วนตัว 

เหตุผลที่ทำให้ไม่สามารถเกิด work life balance ได้คือ การเพิ่มความรับผิดชอบในงานทำให้ทิ้งงานไม่ได้ การทำงานมากชั่วโมงเกินไป การเพิ่มความรับผิดชอบหน้าที่ที่บ้าน การมีลูก การมี work-life balance จะทำให้เกิดผลเชิงบวกหลายอย่างเช่น ลดความเครียด ลดโอกาสหมดไฟ และมีความรู้สึกว่าตนเองมีความสบายใจ นายจ้างที่มุ่งมั่นจะจัดสิ่งแวดล้อมในการทำงานให้สนับสนุน work-life balance กับลูกจ้างจะช่วยลดค่าใช้จ่าย มีการลาป่วยน้อยลง และลูกจ้างจะมีความภักดีและทำงานให้เต็มที่ การแบ่งชั่วโมงทำงาน และชั่วโมงอยู่บ้านนั้นไม่เพียงพอที่จะเป็น work life balance เพราะเรามักจะทำไม่ได้  สิ่งที่ดีกว่าคือเวลาที่ยืดหยุ่น

โดยการทำสิ่งต่างๆที่เป็นงาน และสามารถใช้เวลาในการสนุกสนานกับชีวิตส่วนตัวไปด้วย โดยอาจมีบางวันที่ทำงานนานขึ้น เพื่อให้มีเวลาที่เหลือในสัปดาห์นั้นเพื่อทำกิจกรรมอื่นๆ มีวิธีการทำงานเพื่อให้เกิด work life balance คือ

(1) การยอมรับว่าไม่มี work life balance ที่สมบูรณ์แบบเช่นทำงานไม่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน และไม่เกิน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือในชั่วโมงทำงานไม่ต้องมาคิดเรื่องการเรียนของลูก ในความเป็นจริงบางวันเราจะเน้นงานมาก เนื่องจากสนุกและมีสมาธิ บางวันเราอาจเน้นเวลาส่วนตัวและครอบครัวมากกว่าเวลาทำงาน การรักษาสมดุลให้ได้จะต้องใช้เวลา ไม่ใช่ออกแบบวันต่อวัน แต่ควรเปิดตัวเองให้ย้อนกลับและประเมินความต้องการของเราเองให้ได้ว่าเราต้องการอะไร 

(2) ทำงานที่ตัวเองชอบ ไม่จำเป็นที่เราต้องรักงานเราในทุกด้านแต่น่าจะมีด้านใดด้านหนึ่งกระตุ้นให้เราอยากลุกจากที่นอนไปทำงานในตอนเช้า ถ้างานของเราทำให้เราเครียด วิตกกังวล และกินเวลาพักผ่อน ส่วนตัว งานนั้นน่าจะมีปัญหา ถึงเวลาที่ต้องหางานใหม่ 

(3) สุขภาพเราสำคัญที่สุดทั้งสุขภาพกายและจิต ถ้าต้องรักษาก็รีบไปรักษาแม้จะต้องเลิกงานก่อนเวลาหรือต้องหยุดงานเราอาจจะทำงานได้น้อยลง แต่เราจะมีความสุขมากขึ้น และทำงานได้ผลผลิตมากขึ้น

(4) อย่ากลัวที่จะถอดปลั๊กตัวเองหรือหยุดพักร้อน การถอดปลั๊กง่ายๆ คืออ่านหนังสือที่ไม่เกี่ยวกับงาน เป็นหนังสือที่เราอยากอ่าน นั่งสมาธิ เลิกการติดต่อที่เกี่ยวกับงานทุกอย่างชั่วขณะหนึ่ง การหยุดพักร้อนเป็นเวลาหลายวันเพื่อ recharge ตัวเอง

(5) พยายามหาเวลาให้ครอบครัว อย่างสัญญาอะไรที่ทำไม่ได้ ให้นึกไว้ว่าครอบครัวสำคัญรองจากสุขภาพ

(6) ตั้งระยะเวลาการทำงาน เพื่อป้องกันการหมดไฟ เมื่อเลิกงานควรหยุดคิดเรื่องงานหรือตอบปัญหา email 

(7) ตั้งเป้าหมายและจัดลำดับความสำคัญโดยจัดเวลา ตัดงานที่ไม่มีคุณค่าหรือไม่มีความสำคัญก่อน เลิกดู social ระหว่างทำงาน เพราะจะดึงสมาธิ การที่เรามุทำงานจะเพิ่มผลผลิตซึ่งหมายถึงเวลาว่างที่มากขึ้น เพื่อที่จะมีเวลาผ่อนคลายหลังเลิกงาน.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เมนูเด็ด! ‘แกงปลิงทะเล’เผ็ดร้อนจัดจ้าน คนจีนเชื่อกินแล้วฟิตปั๋ง

Posted on February 10, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/709898

เมนูเด็ด! 'แกงปลิงทะเล'เผ็ดร้อนจัดจ้าน คนจีนเชื่อกินแล้วฟิตปั๋ง

เมนูเด็ด! ‘แกงปลิงทะเล’เผ็ดร้อนจัดจ้าน คนจีนเชื่อกินแล้วฟิตปั๋ง

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 11.53 น.

ชาวบ้านเกาะมุก อ.กันตัง จ.ตรัง ออกไปหาปลิงกาหมาด ซึ่งเป็นปลิงทะเลชนิดหนึ่งในช่วงกลางดึกหลังน้ำลด นำมาต้มสุกและทำเมนูแกงเผ็ดรสจัดจ้าน ขายถ้วยละ 500 บาท ซึ่ง 1 ปีจะมีให้กินแค่หนึ่งครั้งเท่านั้น คนจีนเชื่อเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ เลือดลมไหลเวียนดี

9 กุมภาพันธ์ 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่เกาะมุกการ์เด้นบีชรีสอร์ท ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง ได้โชว์เมนูเด็ดประจำร้าน ซึ่ง 1 ปีจะมีให้กินแค่ 1 ครั้ง นั่นคือแกงเผ็ดปลิงกาหมาด ซึ่งเป็นปลิงทะเลชนิดหนึ่ง พบมากตามฤดูกาลในช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ของทุกปี โดยชาวบ้านอาศัยช่วงน้ำลงระหว่าง 00.30 – 03.00 น. ออกหาปลิงกาหมาด นำมาขายในราคากิโลกรัมละ 300 บาท

แต่หากนำไปตากแห้งราคาจะสูงขึ้นถึงกิโลกรัมละ 2,000 -3,000 บาท ซึ่งหาได้เท่าไหร่ก็ไม่พอขาย เนื่องจากมีพ่อค้ารับซื้อส่งไปขายยังประเทศจีน มาเลเซีย ไต้หวัน และฮ่องกง ซึ่งกลุ่มชาวจีนนิยมรับประทานกันมาก เพราะเชื่อว่ามีสรรพคุณในการบำรุงร่างกาย ทำให้เลือดลมไหลเวียนดี แก้อาการมือเท้าชา และที่สำคัญคือเชื่อว่าจะช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศสำหรับผู้ชายได้ดีอีกด้วย

ในช่วงนี้หากนักท่องเที่ยวไปเที่ยวที่เกาะมุก สามารถสั่งเมนูแกงเผ็ดปลิงกาหมาด หรือแกงยี่เสะ มารับประทานได้ ในราคาถ้วยละ 500 บาท รสชาติเผ็ดร้อนจัดจ้าน ด้วยเครื่องแกงกะทิ ข่าอ่อน ตะไคร้ ใบมะกรูด ลักษณะคล้ายแกงคั่วพริก หอมเครื่องเทศสมุนไพร เคี้ยวหนึบๆ คล้ายหมึกกระดอง ซึ่ง 1 ปี จะมีขายราว 2-3 เดือนนี้เท่านั้น

โดยลูกค้าชาวจีนนิยมสั่งเมนูนี้มารับประทานกันมาก ซึ่งเจ้าของร้านได้สั่งซื้อเก็บไว้ในช่องแช่แข็ง เพื่อให้ลูกค้าทัวร์จีนที่เริ่มเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวบนเกาะมุก อ.กันตัง จ.ตรัง ในช่วงไฮซีซั่นได้รับประทานยาวไปจนถึงประมาณปลายเดือนมีนาคมนี้ เนื่องจากเมนูปลิงกาหมาด ได้ขึ้นชื่อว่า เป็นเมนูเด็ดที่นักท่องเที่ยวชาวจีน ต้องไม่พลาดสั่งมารับประทาน

นอกจากนี้ ปลิงกาหมาด ยังสามารถนำมาเคี่ยวทำน้ำมันปลิงกาหมาด บรรเทาอาการแมลงสัตว์กัดต่อย รักษาแผลสด บรรเทาอาการเจ็บปวดและเชื่อว่าลดการลุกลามของเซลล์มะเร็งได้ดีอีกด้วย โดยนำมาทำยำ ลาบ ต้มซุป ก็จะให้รสชาติที่หนึบหนับ แต่เริ่มหาได้ยากเพราะได้ราคาดี ชาวบ้านจึงนิยมขายมากกว่ากินเองในครอบครัว

ด้านนางพัชรินทร์ ทองวารี อายุ 53 ปี เจ้าของร้านเกาะมุกการ์เด้นบีชรีสอร์ท กล่าวว่า  แกงปลิงกาหมาดหรือแกงยี่เสะ ได้มาจากเกาะมุก รับซื้อมากิโลละ 300 บาท กินแล้วเลือดลมจะดีขึ้น ผู้หญิงถ้าเวียนหัว เย็นๆ ร้อนๆ อาการไม่ดีเท่าไหร่ มือซีด ถ้ากินเข้าไปจะทำให้เลือดสูบฉีด นิ้วมือแดงขึ้น ไม่เวียนหัว

ส่วนผู้ชายเชื่อว่าจะเพิ่มสมรรถภาพทางเพศได้ดี ซึ่งอาทิตย์หนึ่งถ้ามีคนไทยหรือคนจีนมาก็ขายได้ ส่วนมากเป็นชาวจีนและชาวจีนที่มาจากมาเลเซียต่อเดือนรับซื้อไม่เยอะเพราะหาไม่ได้ทุกวัน ถ้าเป็นปลิงกาหมาดจะมีมากช่วงธันวาคม-มกราคม แล้วทางร้านจะซื้อเก็บเอาไว้ เพราะหน้าร้อนมากก็ไม่มี.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ร.ร.แสลงโทนพิทยาคม’ ทำศูนย์เรียนรู้ ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง

Posted on February 9, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/709894

'ร.ร.แสลงโทนพิทยาคม' ทำศูนย์เรียนรู้ ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง

‘ร.ร.แสลงโทนพิทยาคม’ ทำศูนย์เรียนรู้ ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 11.26 น.

โรงเรียนแสลงโทนพิทยาคม จ.บุรีรัมย์ ได้ใช้พื้นที่ภายในโรงเรียน ส่งเสริมให้นักเรียน ทำกิจกรรมด้านการเกษตร ทั้งการปลูกพืชผักสวนครัวและเลี้ยงสัตว์ โดยการน้อมนำหลักปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” มาปฎิบัติใช้ เพื่อมุ่งหวังให้นักเรียนสามารถพึ่งพาตนเองได้

9 กุมภาพันธ์ 2566 โรงเรียนแสลงโทนพิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์  ต.แสลงโทน อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ได้ดำเนินการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ตามนโยบายและจุดเน้นของ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ.ให้เป็นไปตามมาตรฐาน ที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด

โดยเฉพาะด้านคุณภาพผู้เรียน ที่โรงเรียนมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะ ด้านวิชาการและทักษะอาชีพ ตามบริบทสถานศึกษา ตามศักยภาพและความต้องการของผู้เรียนเป็นสำคัญ เพื่อให้ผู้เรียนมีสมรรถนะสำคัญ และทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 เพื่อให้มีอาชีพและมีงานทำในอนาคต

นายชนมพันธ์ ทรัพย์ศิริ ผู้อำนวยการโรงเรียนแสลงโทนพิทยาคม กล่าวว่า ได้ดำเนินโครงการขับเคลื่อน หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่สถานศึกษา โดยการพัฒนาหลักสูตรและการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง มาบูรณาการต่อยอดกระบวนการเรียนรู้ในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และทุกกิจกรรม ทั้งในและนอกห้องเรียน จากแหล่งเรียนรู้จริง ที่หลากหลายภายในโรงเรียน เพื่อสร้างโรงเรียนให้เปรียบเสมือนบ้าน

ภายใต้การดำเนินงานของ ฐานยุวเกษตรกร โรงเรียนแสลงโทนพิทยาคม เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้มีทักษะอาชีพติดตัว เพื่อเป็นรากฐานในการดำเนินชีวิต โดยการส่งเสริมให้นักเรียนฝึกอาชีพที่หลากหลาย ในฐานยุวเกษตร เป็นการจัดกิจกรรมเพาะปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์

ผอ.โรงเรียนแสลงโทนพิทยาคม กล่าวต่อว่า จากการดำเนินการตามนโยบายของ สพฐ. และกระทรวงศึกษาธิการ ทำให้โรงเรียนแสลงโทนพิทยาคม ได้รับประกาศจากกระทรวงศึกษาธิการ ให้เป็นสถานศึกษาพอเพียงในปี พ.ศ. 2556 และได้รับรางวัลเป็นสถานศึกษาพอเพียง ที่มีผลการปฏิบัติงานเป็นเลิศระดับชาติ (สปล.) จากมูลนิธิยุวสถิรคุณ แสดงให้เห็นถึงการขับเคลื่อน และพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอยู่อย่างพอเพียง และมีคุณภาพ เป็นแบบอย่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ดี

ด้าน น.ส.มินตรา กันยาเลิศ ครูผู้รับผิดชอบโครงการปลูกผัก กล่าวว่าทางโรงเรียนฯ ได้จัดสรรพื้นที่ด้านหลังจำนวน 3 เป็นพื้นที่เพาะปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ โดยมอบหมายให้นักเรียนในทุกระดับชั้น เป็นผู้ดำเนินการรับผิดชอบ  1 ห้อง 1 โครงการ ทั้งการปลูกพืชผักสมุนไพรและสวนครัว การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ การเพาะเห็ดฟาง เห็ดนางฟ้า การเลี้ยงกบและปลาดุกในกระชัง

ซึ่งผลผลิตที่ได้นักเรียนจะนำไปจำหน่ายให้กับคณะครู เพื่อนนักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชนต่างๆในพื้นที่ ส่วนรายได้นำไปฝากไว้กับธนาคารโรงเรียนแสลงโทนพิทยาคม ในชื่อบัญชีของแต่ละห้องเรียน ซึ่งจะทำให้นักเรียนได้รู้จักการออม การบริหารเงินที่ได้จากการจำหน่ายผลผลิต รวมทั้งนำความรู้ที่ได้รับไปช่วยผู้ปกครอง ในการประกอบอาชีพด้านการเกษตร ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอีกด้วย

ขณะที่ น.ส.ศุภจิตรา พรหมบุตร ชั้น ม.4 กล่าวว่า ทางโรงเรียนได้ส่งเสริมให้นักเรียนปลูกผักและเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ฐานยุวเกษตร ในทุกๆภาคเรียน ซึ่งผักที่ปลูกมีจนวนหลายชนิดทั้งผักสวนครัว และผักไฮโดรโปนิกส์ ซึ่งการที่โรงเรียนส่งเสริมให้นักเรียนได้มีการปลูกผักและเลี้ยงสัตว์ ได้มีการเรียนรู้และน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งจะทำให้นักเรียนได้มีความรู้ความสามารถ มีทักษะในการปลูกพืชผักสวนครัวปลอดสารพิษไว้รับประทาน และได้ร่วมกันทำกิจกรรมกลุ่ม รวมทั้งยังได้ฝึกทักษะการตลาด เรียนรู้วิธีการทำบัญชีรายรับ รายจ่าย

ทั้งนี้ โรงเรียนแสลงโทนพิทยาคม ได้ขับเคลื่อนกิจกรรมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพสถานศึกษาให้เป็น ศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษา (ศรร.) ต่อไป.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

โซเชียลเดือด!! เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ ลาดยางมะตอยทับต้นไม้เป็นลานจอดรถ

Posted on February 9, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/709890

โซเชียลเดือด!! เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ ลาดยางมะตอยทับต้นไม้เป็นลานจอดรถ

โซเชียลเดือด!! เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ ลาดยางมะตอยทับต้นไม้เป็นลานจอดรถ

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 11.13 น.

9 ก.พ.66 เพจเฟซบุ๊ก อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทริน์ part 6 โพสต์ภาพต้นไม้ขนาดใหญ่ถูกราดด้วยยางมะตอยหลยต้นจนมิดลำต้น โดยระบุข้อความว่า “ใช้สมองส่วนไหนคิด..คิดได้ไง..ถถถ ความชุ่ยของกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ต้นไม้ขนาดใหญ่หลายสิบต้นใกล้ๆกับทางขึ้นที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งหนึ่งทางภาคเหนือ ถูกราดด้วยยางมะตอยจนมิด เพื่อเคลียร์เป็นที่จอดรถ แต่เทพื้นยางมะตอยแบบนี้ ต้นไม้คงยืนต้นตายแน่นอน เพราะ


1) ปิดพื้นผิวดินไม่ให้น้ำซึมลงดิน (ต้นไม้จะไม่ได้รับน้ำ)
2) ปิดรัดโคนต้นไม้ไว้ไม่ให้สามารถเติบโตขยายต้นได้


น่าจะเป็นความชุ่ยของเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ หรือเป็นเจตนาทำให้ต้นไม้ยืนต้นตายในที่สุด อยากถามจริงๆ ว่าทำไมอุทยานจึงจัดการดูแลป่าแบบคนไม่มีความรู้เลย ครั้งแล้วครั้งเล่า ที่ตลกคือ ต้นไม้ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า หากชาวบ้านลักลอบตัดไม้ โทษจำคุก แต่เจ้าหน้าที่มีสิทธ์ทำให้ต้นไม้ป่าเหล่านี้ค่อยๆตายได้อย่างไม่ผิดอะไร”.


ล่าสุด เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว ได้ออกมาชี้แจงว่า “ขออนุญาตชี้แจงกรณี การเทลานหน้าอาคารสำนักงานโดยทับบริเวณโคนต้นไม้นั้น 1.ปัจจุบันขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนการราดยางไพร์มโคท เป็นชั้นยางกันน้ำกันซึมลงผิวจราจร ซึ่งจะมีชั้นหินคลุก และดินลูกรังหนาชั้นละประมาณ 15-20 ซม. 2.ทางเขตฯเชียงดาว ได้แจ้งให้ผู้รับเหมาแก้ไขในวันพรุ่งนี้โดยด่วน ซึ่งจะมีการแก้ไขโดยการขุดรอบๆโคนต้นไม้ออกห่างโคนต้นไม้ประมาณ 1 เมตร เพื่อเปิดบริเวณรอบๆโคนต้นไม้เพื่อให้ต้นไม้หายใจและต้นไม้จะได้เจริญเติบโตในวันข้างหน้าต่อไป

ทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว ต้องกราบขออภัยในความผิดพลาดครั้งนี้ และจะทำการแก้ไขให้ดีที่สุดโดยด่วน เพื่อไม่ให้มีเหตุการณ์เช่นนี้อีก และต้องขอขอบพระคุณท่านอย่างสูง ที่ได้กรุณาแนะนำมาครับ
ขอบคุณครับ” .-008 

 

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : Vanchai Tantivitayapitak , อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทริน์ part 6

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รัฐบาลชวนคนถือ‘บัตรทอง’ เพิ่มโอกาสรักษา-คัดกรองความเสี่ยงมะเร็ง 4 รายการฟรี

Posted on February 9, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/709885

รัฐบาลชวนคนถือ‘บัตรทอง’ เพิ่มโอกาสรักษา-คัดกรองความเสี่ยงมะเร็ง 4 รายการฟรี

รัฐบาลชวนคนถือ‘บัตรทอง’ เพิ่มโอกาสรักษา-คัดกรองความเสี่ยงมะเร็ง 4 รายการฟรี

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 10.39 น.

​โฆษกรัฐบาลย้ำ รัฐบาลมุ่งมั่นพัฒนาระบบประกันสุขภาพให้ประชาชน เชิญชวนคนไทยผู้มีสิทธิบัตรทอง เข้าถึงสิทธิประโยชน์ตรวจคัดกรองความเสี่ยง มะเร็งปากมดลูก-ลำไส้-ช่องปาก-เต้านม เพิ่มโอกาสในการรักษามะเร็งให้หายขาด โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

9 กุมภาพันธ์ 2566 นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลโดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ตระหนักถึงภัยของโรคมะเร็งซึ่งเป็นโรคร้ายที่คุกคามสุขภาพประชากรทั่วโลกรวมถึงคนไทย จึงได้ร่วมรณรงค์ให้คนไทยดูแลสุขภาพ โดยได้เพิ่มโอกาสในการรักษาผู้ป่วยมะเร็งในระยะเริ่มต้น ให้ได้รับการรักษาโดยเร็วเพื่อการรักษาให้หายขาดได้ภายใต้ระบบกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) โดยจัดสิทธิประโยชน์ตรวจคัดกรองโรคมะเร็ง 4 รายการ เพื่อดูแลผู้มีสิทธิให้เข้าถึงบริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก มะเร็งลำไส้ มะเร็งช่องปาก และมะเร็งเต้านม 

นายอนุชาฯ กล่าวว่า สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ ระบุว่า แต่ละปีมีคนไทยป่วยเป็นโรคมะเร็งรายใหม่ถึงวันละ 381 คน หรือ 139,206 คนต่อปี และเสียชีวิตจากโรคมะเร็งวันละ 230 คน หรือ 84,073 คนต่อปี โดย 5 อันดับแรกของมะเร็งที่พบบ่อยในชายไทย ได้แก่ มะเร็งตับและท่อน้ำดี มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ส่วน 5 อันดับแรกของมะเร็งที่พบบ่อยในหญิงไทย ได้แก่ มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง มะเร็งตับและท่อน้ำดี มะเร็งปอด และมะเร็งปากมดลูก ด้วยข้อมูลสถานการณ์โรคมะเร็งของประเทศไทยที่ปรากฏนี้ ที่ผ่านมา สปสช. ได้จัดสิทธิประโยชน์บริการที่เกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งภายใต้กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ “บัตรทอง 30 บาท” อย่างต่อเนื่อง โดยครอบคลุมบริการป้องกัน การรักษา ทั้งการผ่าตัด เคมีบำบัด รังสีรักษา ฮอร์โมน ทั้งตามโปรโตคอลการรักษา 20 ชนิด (Protocol) และการรักษามะเร็งทั่วไป โดยเฉพาะการเข้าถึงยามะเร็งที่มีราคาแพงที่เป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงการรักษา

ในส่วนของบริการป้องกันและคัดกรองความเสี่ยงโรคมะเร็งนั้น กองทุนบัตรทองมี 4 สิทธิประโยชน์บริการ ได้แก่ บริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก สำหรับหญิงไทยทุกสิทธิ อายุ 30-59 ปี และอายุ 15-29 ปี ที่มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อย ด้วยวิธีแปปสเมียร์ (Pap Smear) หรือ ตรวจและจี้ด้วยน้ำส้มสายชู (VIA) หรือ ตรวจคัดกรองด้วยวิธี HPV DNA Test โดยมีสิทธิรับบริการตรวจคัดกรอง 1 ครั้ง ทุก 5 ปี นอกจากนี้ ยังมีสิทธิประโยชน์บริการวัคซีนเอชพีวีสำหรับเด็กนักเรียนหญิง ชั้น ป.5 ทุกคนทั่วประเทศ บริการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง ด้วยวิธีตรวจหาเลือดแฝงในอุจาระ (Fit Test) สำหรับประชาชนอายุ 50–70 ปี จำนวน 1 ครั้งทุก 2 ปี กรณีผลตรวจผิดปกติจะได้รับการตรวจยืนยันด้วยการส่องกล้องและการเก็บเนื้อเยื่อส่งตรวจ และบริการคัดกรองรอยโรคเสี่ยงมะเร็งและมะเร็งช่องปาก สำหรับประชาชนอายุ 40 ปีขึ้นไปปีละ 1 ครั้ง นอกจากนี้ ยังมีบริการตรวจค้นหาการกลายพันธุ์ของยีนโรคมะเร็งเต้านม BRCA1/BRCA2 ในกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่มีความเสี่ยงสูง และญาติสายตรงที่มีประวัติครอบครัวตรวจพบยีนกลายพันธุ์ เพื่อค้นหาการกลายพันธุ์ของยีน ทั้งนี้เพื่อเป็นการค้นหาผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงและเข้ารับการรักษาก่อนที่ภาวะโรคจะลุกลาม

“พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มุ่งมั่นพัฒนาระบบประกันสุขภาพให้แก่ประชาชน ด้วยการขยายขอบเขตการรักษาโรคต่าง ๆ มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรัฐบาลโดย สปสช. รณรงค์ให้คนไทยร่วมตระหนักดูแลสุขภาพตนเอง โดยการเข้าถึงสิทธิประโยชน์การคัดกรองความเสี่ยงมะเร็ง ซึ่งเป็นสิทธิประโยชน์บัตรทอง 30 บาท ที่สามารถเข้ารับบริการได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ โดยประชาชนสามารถเข้าถึงการรับบริการยังหน่วยบริการที่มีศักยภาพในการรักษามะเร็ง โดยยื่นบัตรประชาชนสมาร์ทการ์ด แสดงตนใช้สิทธิ์บัตรทองก่อนรับบริการทุกครั้ง และกรณีพบความผิดปกติก็สามารถเข้ารับการรักษาได้ตามสิทธิประโยชน์ได้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน สปสช. 1330 ไลน์ สปสช. พิมพ์ไลน์ไอดี @nhso หรือคลิก https://lin.ee/zzn3pU6 Facebook : สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และhttps://www.facebook.com/NHSO.Thailand” นายอนุชาฯ กล่าว

ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2565 ที่ผ่านมา มีผู้ป่วยมะเร็งได้รับการรักษาภายใต้กองทุนบัตรทอง 291,400 ราย หรือ 1,785,882 ครั้ง โดยเข้ารับบริการตรวจยืนยันมะเร็งลำไส้ใหญ่ 65,011 ราย หรือ 69,619 ครั้ง และบริการเคมีบำบัด/รังสีรักษาในผู้ป่วยมะเร็ง (ผู้ป่วยใน/ผู้ป่วยนอก) 94,154 ราย หรือ762,343 ครั้ง เป็นต้น รวมไปถึงการดูแลผู้ป่วยให้เข้าถึงยามะเร็งที่เป็นรายการในบัญชียา จ.(2) จากข้อมูลในช่วง 5 ปี (ปี 2561-2565) มีผู้ป่วยได้รับยามะเร็ง ดังนี้ ยาโดซีแทคเซล (Docetaxel) ใช้รักษามะเร็งหลายชนิด ได้แก่ มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด 10,697 ราย ยาเลโทรโซล (Letrozole) เพื่อรักษามะเร็งเต้านม 21,062 ราย ยาทราสทูซูแมบ (Trastuzumab) รักษามะเร็งเต้านม 4,859 ราย ยาอิมาทินิบ เมสิเลท (Imatinib mesylate) รักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวแบบเฉียบพลัน 4,530 ราย ยาดาซาทินิบ (Dasatinib) รักษามะเร็งเม็ดเลือดขาว 514ราย ยาเออร์โลทินิบ (Erlotinib) รักษามะเร็งปอด จำนวน 3,138 ราย เป็นต้น

ขณะเดียวกัน สปสช. ได้ดำเนินนโยบาย “โรคมะเร็งไปรับบริการที่ไหนก็ได้ที่พร้อม” (Cancer anywhere) บริการหนึ่งในนโยบายเพื่อยกระดับบัตรทอง ที่ได้เริ่มเมื่อ 1 มกราคม 2564 ทำให้ผู้ป่วยมะเร็งเข้าถึงการรักษาที่รวดเร็วเพิ่มขึ้น ผลดำเนินการในช่วง 2 ปี ตั้งแต่ 1 มกราคม 2564 – 30 กันยายน 2565 มีผู้ป่วยเข้ารับบริการโรคมะเร็งไปรับบริการที่ไหนก็ได้ที่พร้อม จำนวน 221,141 ราย หรือ 1,907,724 ครั้ง โดยปีงบประมาณ 2564 (1 ม.ค. 64 – 30 ก.ย. 64) มีผู้ป่วยรับบริการ 144,420 คน 737,675 ครั้ง และปีงบประมาณ 2565 (1 ต.ค. 64 – 30 ก.ย. 65) มีผู้ป่วยรับบริการ 191,194 คน หรือ 1,170,049 ครั้ง โดยมีหน่วยบริการที่มีศักยภาพร่วมดูแล 186 แห่ง แยกเป็นการรับบริการในหน่วยบริการประจำของตนเอง 290,104 ครั้ง หรือร้อยละ 15.2 ต่างหน่วยบริการประจำภายในจังหวัด 947,721 ครั้ง หรือร้อยละ 49.7 หน่วยบริการข้ามจังหวัดภายในเขตพื้นที่ 354,692 ครั้ง หรือร้อยละ 18.6 และหน่วยบริการข้ามเขตพื้นที่ 315,207 ครั้ง หรือร้อยละ 16.5

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,905,999 hits

Join 4,115 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ผบ.ทบ. เซ็นคำสั่งโยกย้าย ทหารระดับพันเอก 174 นาย จัดแถว ‘ทหารราบ-ม้า-รบพิเศษ’
นายกฯ วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก วันจักรี
ไม่มีออมมือชำแหละนโยบายรัฐ อรรถกร ลั่น กล้าธรรม จัดเต็มฝ่ายค้าน
DBD ขนทัพ 40 แบรนด์ดัง บุกหาดใหญ่ สร้างเจ้าของกิจการ ฟื้นเศรษฐกิจภาคใต้หลังอุทกภัย
ทรัมป์แถลงความคืบหน้าสงครามอิหร่าน ขู่ “จัดการอิหร่านได้ในคืนเดียว” กดดันเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
อนุทิน เปิดหัว ครม.นัดพิเศษ สั่งลุยงานวันแรก ย้ำทำเพื่อประชาชน
ตะลึงทั้งงาน! โอปอล สุชาตา งามดั่งนางในตำนาน กลางงานพนมรุ้ง
นายกฯอนุทินให้คำมั่น พาประเทศพ้นวิกฤตพลังงาน เดินหน้าคนละครึ่ง-สินเชื่อเกษตรกร
รมว.ยุติธรรม สั่ง DSI เช็กชื่อเรือทำน้ำมัน 57 ล้านลิตรล่องหน
งัดพรก.กำหนดค่ากลั่น ติดดาบอนุทิน สั่งกบง.หั่นต้นทุนทิพย์

Recent Posts

  • เนปาลสั่งฟ้อง 32 ราย “มาเฟียกู้ภัยหิมาลัย” วางยา นนท. หวังเงินประกันกว่า 600 ล้าน
  • “เจิ้ง ลี่เหวิน” ผู้นำฝ่ายค้านไต้หวันเยือนจีนในรอบ 10 ปี ชูภารกิจสร้างสันติภาพ
  • จับตา UNSC เตรียมถกมติคุ้มครองเรือสินค้า “ช่องแคบฮอร์มุซ”
  • ผลสำรวจชี้ อาเซียนเอนเอียง “จีน” มากกว่าสหรัฐฯ แบบเฉียดฉิว หากถูกบังคับเลือกข้าง
  • บังกลาเทศเร่งฉีดวัคซีนฉุกเฉิน หลังหัดระบาด ดับกว่า 100 รายในเดือนเดียว

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d