Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ศูนย์จีโนมฯเปิดงานวิจัยชี้มี 4 คนไทยใช้‘โมลนูพิราเวียร์’แล้วไวรัสกลายพันธุ์

Posted on February 9, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/709882

ศูนย์จีโนมฯเปิดงานวิจัยชี้มี 4 คนไทยใช้‘โมลนูพิราเวียร์’แล้วไวรัสกลายพันธุ์

ศูนย์จีโนมฯเปิดงานวิจัยชี้มี 4 คนไทยใช้‘โมลนูพิราเวียร์’แล้วไวรัสกลายพันธุ์

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 10.23 น.

ศูนย์จีโนมฯเปิดงานวิจัยชี้มี 4 คนไทยใช้‘โมลนูพิราเวียร์’แล้วไวรัสกลายพันธุ์

9 กุมภาพันธ์ 2566 เพจ Center for Medical Genomics หรือศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี โพสต์ภาพ พร้อมข้อความ ดังนี้…

ศูนย์จีโนมฯเริ่มติดตามการกลายพันธุ์รูปแบบจำเพาะบนจีโนมโควิด-19  อันเนื่องมาจากการใช้ยาต้านไวรัสโมลนูพิราเวียร์ (Molnupiravir) งานวิจัยจากสหราชอาณาจักรยืนยันพบในไทย 4 ราย

ยาโมลนูพิราเวียร์ (MoInupiravir) เป็นยาเม็ดชนิดรับประทาน ออกฤทธิ์ต้านไวรัส เดิมพัฒนาขึ้นเพื่อใช้รักษาโรคไข้หวัดใหญ่

ต่อมาพบว่ายาโมลนูพิราเวียร์ สามารถออกฤทธิ์ต่อต้านไวรัสโคโรนาหลายชนิด เช่น โรคซาร์ส โรคเมอร์ส และเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคโควิด-19

หากให้ยาโมลนูพิราเวียร์ ในช่วงระยะต้นของการติดเชื้อ จะลดความรุนแรงของโรคโควิด-19 ลดอัตราการป่วยหนัก ลดความเสี่ยงการเข้ารักษาในโรงพยาบาลและลดการเสียชีวิตลงได้ประมาณร้อยละ 50 เมื่อเทียบกับกลุ่มผู้ที่ไม่ได้ยา

ยาโมลนูพิราเวียร์ ได้รับอนุญาตจากองค์การอาหารและยาในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และประเทศไทยในปลายปี 2564 และในออสเตรเลียในต้นปี 2565

ตัวยาโมลนูพิราเวียร์ เป็นสารสังเคราะห์เลียนแบบโครงสร้างบางส่วนของอาร์เอ็นเอซึ่งเป็นสารพันธุกรรมในไวรัสโคโรนา-2019 ทำให้จีโนมของไวรัสเกิดการกลายพันธุ์แบบกระจัดกระจายจนไม่สามารถแบ่งตัวแพร่ระบาดใน(เซลล์)มนุษย์อีกต่อไปได้

แต่นักวิทยาศาสตร์บางกลุ่มกังวลว่าในผู้ป่วยบางรายการรักษาด้วยยาโมลนูพิราเวียร์อาจไม่สามารถกำจัดไวรัสโคโรนา-2019 ให้หมดไปจากร่างกายได้ภายใน 5 วัน อาจก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 กลายพันธุ์อันเนื่องมาจากยาโมลนูพิราเวียร์ขึ้นได้

ดร. ธีโอ แซนเดอร์สัน จากสถาบันฟรานซิส คริก ลอนดอน และทีมวิจัยจากสหราชอาณาจักรได้โพสต์บทความบนเซิร์ฟเวอร์ของ “medRxiv” ในเดือนมกราคม 2566 (ยังไม่ผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อลงตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ) แสดงให้เห็นว่าจากการ “สแกน”  หรือตรวจกรองรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนมกของโควิด-19 กว่า 13 ล้านตัวอย่างจากฐานข้อมูลโควิดโลก “GISAID” ในปี 2565 ที่เป็นช่วงเวลาที่มีการใช้ยาโมลนูพิราเวียร์ในหลายประเทศรวมทั้งประเทศไทย พบรหัสพันธุกรรมของโควิด-19 จากหลายประเทศมีการกลายพันธุ์ในลักษณะที่จำเพาะที่บ่งชี้ว่าผู้ติดเชื้อได้รับประทานยาโมลนูพิราเวียร์ โดยพบการแพร่ระบาดเป็นกลุ่มเล็ก(small cluster) การกลายพันธุ์จำเพาะที่ว่าคือมีอัตรา G-เปลี่ยนเป็น-A และ C-เปลี่ยนเป็น-T (เบสกวานีนเปลี่ยนเป็นอะดีนีนและไซโตซีนเป็นยูราซิล) สูงขึ้นเทียบกับผู้ติดเชื้อที่ไม่ได้ใช้ยาโมลนูพิราเวียร์ในการรักษา

การกลายพันธุ์ในลักษณะจำเพาะ (มีอัตรา G-to-A และ C-to-T สูงขึ้น) พบในประเทศที่มีการอนุญาตให้ใช้ยาโมลนูพิราเวียร์ เช่น สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และไทย  สูงมากกว่าประเทศที่ไม่อนุมัติให้ใช้ยาโมลนูพิราเวียร์ เช่น ฝรั่งเศสและแคนาดา ถึง 100 เท่า และจากการติดตามวันที่และตำแหน่งสารกลายพันธุ์บนสายจีโนมพบว่าสายพันธุ์กลายพันธุ์ที่จำเพาะบางส่วนกำลังแพร่กระจายในชุมชน

ตัวอย่างประเทศที่มีการอนุมัติให้ใช้ยาโมลนูพิราเวียร์

• ออสเตรเลีย พบการกลายพันธุ์จำเพาะ (อันคาดว่าเกิดจากการใช้ยาโมลนูพิราเวียร์) 97 ราย จากตัวอย่าง(ที่อัปโหลดไว้บนฐานข้อมูลโควิดโลก “GISAID”) ทั้งสิ้น 119,194 ราย

• สหรัฐอเมริกา พบการกลายพันธุ์จำเพาะ 60  ราย จากตัวอย่างทั้งสิ้น 1,911,997 ราย

• สหราชอาณาจักร พบการกลายพันธุ์จำเพาะ 23 ราย จากตัวอย่างทั้งสิ้น 1,218,724 ราย

• ญี่ปุ่น พบการกลายพันธุ์จำเพาะ 20 ราย จากตัวอย่างทั้งสิ้น 321,520 ราย

• เยอรมนี พบการกลายพันธุ์จำเพาะ 10 ราย จากตัวอย่างทั้งสิ้น 503,014 ราย

• อิสราเอล พบการกลายพันธุ์จำเพาะ 9ราย จากตัวอย่างทั้งสิ้น 107,477 ราย

• ไทย พบการกลายพันธุ์จำเพาะ 4 ราย จากตัวอย่างทั้งสิ้น 21,459ราย

                       ฯลฯ

ประเทศที่ไม่อนุมัติให้ใช้ยาโมลนูพิราเวียร์

• แคนาดา พบการกลายพันธุ์จำเพาะ 1 ราย จากตัวอย่างทั้งสิ้น 206,718 ราย

• ฟินแลนด์ พบการกลายพันธุ์จำเพาะ 0  ราย จากตัวอย่างทั้งสิ้น 17,978 ราย

• ฝรั่งเศส พบการกลายพันธุ์จำเพาะ 0 ราย จากตัวอย่างทั้งสิ้น 313,680 ราย

                        ฯลฯ

เชื้อโควิดกลายพันธุ์จำเพาะยังตรวจพบมากในผู้สูงอายุซึ่งมีแนวโน้มที่จะรับประทานโมลนูพิราเวียร์มากกว่าคนหนุ่มสาวและคนวัยกลางคน  และในออสเตรเลียซึ่งมีโมลนูพิราเวียร์ไว้ใช้ในบ้านพักคนชราพบไวรัสกลายพันธุ์จำเพาะถึง 25 ตำแหน่งโดยพบการแพร่ติดเชื้อในกลุ่มคนอย่างน้อย 20 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุอยู่ในวัย 80 และ 90 ปี

สรุปได้ว่าการรักษาด้วยโมลนูพิราเวียร์ทำให้ไวรัสเกิดกลายพันธุ์ไปอย่างมาก ซึ่งส่วนใหญ่จีโนมจะเสียหายไม่สามารถระบาดสืบทอดลูกหลานต่อไปได้ แต่ยังมีส่วนน้อยที่แม้จีโนมมีการกลายพันธุ์ไปมากแต่ยังสามารถแพร่ระบาดได้ในวงจำกัด ซึ่งต้องติดตามกันต่อไปว่าโควิด-19 กลายพันธุ์จากยา โมลนูพิราเวียร์จะหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันหรือมีการติดเชื้อรุนแรงหรือไม่  หรือเป็นเพียงไวรัสที่อ่อนแอ(จากการกลายพันธุ์ไปมาก)และสูญสลายไปในที่สุด

ข้อควรระวัง

ผู้วิจัยใช้การสันนิษฐานว่าการกลายพันธุ์เหล่านี้เกี่ยวข้องกับการรักษาด้วยโมลนูพิราเวียร์ แต่ข้อมูลจากฐานข้อมูลโควิดโลก “GISAID” ส่วนหนึ่งไม่มีข้อมูลว่าผู้ติดเชื้อโควิดรักษาด้วยยาต้านไวรัสหรือไม่ และเป็นประเภทใด

โอมิครอนตั้งแต่เดือนตุลาคม 2565 ที่ผ่านมามีการกลายพันธุ์ตามธรรมชาติเกิดเป็นสายพันธุ์ย่อยมากมาย (omicron soup) ในผู้ติดเชื้อที่ไม่ได้รับยาต้านไวรัสด้วยเช่นกัน

-005

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fweb.facebook.com%2FCMGrama%2Fposts%2Fpfbid0u9fv6TbtnaMkepjh9tucUmbNNmUzTbgp3n549mV27eSfzDCD7pkLg6CdhT56pbBql&show_text=true&width=500

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คืบหน้าเรือเกยตื้นหาดสงขลา เตรียมลากออกสู่น้ำลึก ทิ้งสมอในจุดปลอดภัย

Posted on February 9, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/709880

คืบหน้าเรือเกยตื้นหาดสงขลา เตรียมลากออกสู่น้ำลึก ทิ้งสมอในจุดปลอดภัย

คืบหน้าเรือเกยตื้นหาดสงขลา เตรียมลากออกสู่น้ำลึก ทิ้งสมอในจุดปลอดภัย

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 10.11 น.

9 กุมภาพันธ์ 2566 ความคืบหน้ากรณีเรือภัทรพัณณ์ ซึ่งเป็นเรือบรรทุกน้ำมันปาล์มขนาดใหญ่ มีขนาด 2,037 ตันกรอส ถูกคลื่นซัดมาเกยตื้นบริเวณชายหาดปลายแหลมสนอ่อน แหลมสมิหลา อ.เมืองสงขลา ซึ่งอยู่ใกล้กับเขื่อนกันทราย ปากร่องน้ำทะเลสาบสงขลาเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา 

ล่าสุด ทีมข่าวได้ลงพื้นที่ไปติดตามแผนการกู้เรือลำนี้ พบว่าบริเวณที่เรือภัทรพัณณ์เข้ามาเกยตื้น คลื่นลมบริเวณชายฝั่งยังมีกำลังแรงพัดเข้าหาฝั่งอยู่ตลอดเวลา เรือถูกคลื่นซัดติดอยู่ริมชายหาดและมีหาดทรายเพิ่มขึ้นมาติดลำเรือฝังในทรายริมชายหาด

ในขณะนี้บริษัทที่รับจ้างกู้เรือฯได้นำเรือบาสเครน ขนาดใหญ่ 2 ลำ มาดำเนินการนำโซ่สมอจากหัวเรือมาต่อกับสมอตัวใหญ่ของบริษัทที่ใช้ในการกู้เรือ เพื่อนำไปทิ้งให้ไกลจากฝั่ง เนื่องจากหัวเรือยังหันหัวเรือออกทะเลไม่ได้ชิดติดชายหาด จึงจำเป็นต้องยึดหัวเรือไม่ให้คลื่นตีกลับเข้าฝั่ง เพื่อสะดวกในการลากเรือออก โดยปล่อยโซ่สมอให้นำสมอออกไปวางห่างจากฝั่งให้ไกลที่สุด เพื่อช่วยดึงหัวเรือเอาไว้ 

หลังจากนั้นก็จะระดมรถแม๊คโฮขุดทรายบริเวณชายหาดที่ติดลำเรือออก ให้ลึกกว่า 3 เมตร ที่ฝังตัวเรืออยู่เพื่อให้เรือลอยลำขึ้นมาได้ ในการขุดทรายบริเวณชายหาดก็คงจะต้องเร่งขุด โดยเฉพาะในช่วงที่มีคลื่นลมพัดเข้าหาฝั่ง น้ำทะเลก็จะขึ้นมาบริเวณชายหาดที่เพิ่มขึ้นมาข้างตัวเรือ 

โดยชุดเซาะเป็นร่องให้น้ำทะเลเข้ามาก็จะช่วยทำให้ขุดได้เร็วขึ้น คาดว่า ไม่เกินวันที่ 17 ก.พ.นี้ สามารถลากเรือออกจากชายหาดได้ เนื่องจากทางบริษัทที่รับจ้างกู้เรือบรรทุกน้ำมันปาล์มลากออกจากฝั่ง 

โดยทำสัญญาจ้างภายใน 1 เดือน เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2566 ที่ผ่านมาและงานจะแล้วเสร็จซึ่งหมายถึงการดำเนินการลากเรือออกจากชายหาดออกสู่ทะเลภายในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2566 ตามสัญญาจ้าง นับวันนี้ก็คงเหลือเวลาอีกเพียง 9 วัน ซึ่งนับจากวันนี้ไป บริษัทที่รับจ้างก็คงจะเร่งดำเนินการไปตามแผนงานในการลากเรือออกจากชายหาดให้ตามเวลาที่กำหนด เนื่องจากบริษัทที่มากู้เรือมีความชำนาญในการกู้เรือบริเวณนี้มาแล้ว 

เรือภัทรพัณณ์ มาเกยตื้นบริเวณชายหาดปลายแหลมสนอ่อน ตั้งแต่วันที่ 18 ธันวาคม 2565 จนถึงวันนี้เป็นเวลา 51 วัน และบนเรือมีลูกเรือประจำอยู่บนเรือ จำนวน 11 คน 

สำหรับแผนการกู้เรือภัทรพัณณ์ ตามแผนงานที่วางไว้ โดยจะใช้เรือดูดทรายทำการดูดทรายที่บริเวณน้ำลึกที่ประมาณ 4 เมตร ทำร่องน้ำเข้าไปหาตัวเรือที่เกยตื้นชายหาด ให้มีความลึกตลอดร่องน้ำที่ 4 เมตร มีความยาว 500 เมตร และมีความกว้างร่องน้ำ 18 เมตร เพื่อเป็นร่องสำหรับนำเรือออก 

หลังจากนั้นใช้รถแบ็กโฮ 2 คัน พร้อมทั้งเรือแม๊คโฮร์ 2 ลำ ทำการขุดรอบเรือที่เกยชายหาด จนกระทั่งให้มีน้ำเลี้ยงโดยรอบเรือ และให้เรือลอยขึ้นด้วยตัวเอง 

เมื่อเรือลอยแล้ว ก็นำเชือกมาผูกกับหัวเรือภัทรพัณณ์ ให้เรือบาสเครนขนาดใหญ่ 2 ลำ ทำการลากเพื่อหมุนหัวเรือออกสู่ทะเล ในขณะเดียวกัน ก็ยังคงใช้เรือแบ็กโฮ 2 ลำ ช่วยทำการขุดรอบๆ ตัวเรือ 

จนกระทั่งหัวเรือหมุนออกสู่ทะเล และเข้าไปในร่องน้ำที่ทำการขุดไว้ด้วยเรือขุดหัวสว่าน แล้วให้เรือบาสเครนทั้ง 2 ลำ ลากเรือออกสู่น้ำลึก และทิ้งสมอในจุดที่ปลอดภัยต่อไป 

หลังจากนั้นจะมีนักประดาน้ำลงไปตรวจสอบเช็กสภาพใต้ท้องเรือว่ามีความเสียหายใดๆ เกิดขึ้นบ้างหรือไม่ สำหรับร่องน้ำที่ขุดนำเรือออกก็จะทำการปรับพื้นทรายให้กลับเข้าสู่สภาพเดิมทันที โดยใช้เวลาตามแผนงานที่กำหนดไว้.012 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เชื้อไม่ติดสู่คน! ปศุสัตว์บุรีรัมย์แจงสุนัขป่วยตาย อาจเป็นโรคไข้หัด

Posted on February 9, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/709878

เชื้อไม่ติดสู่คน! ปศุสัตว์บุรีรัมย์แจงสุนัขป่วยตาย อาจเป็นโรคไข้หัด

เชื้อไม่ติดสู่คน! ปศุสัตว์บุรีรัมย์แจงสุนัขป่วยตาย อาจเป็นโรคไข้หัด

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 09.59 น.

9 กุมภาพันธ์ 2566 ความคืบหน้ากรณีชาวบ้านน้อยหนองแก อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ ผวาสุนัขในหมู่บ้านทยอยป่วยตายปริศนาแล้วเกือบ 10 ตัว  

ล่าสุด นายสัตวแพทย์อภิชาติ สุวรรณชัยรบ ปศุสัตว์จังหวัดบุรีรัมย์ ได้มอบหมายให้ นายสัตวแพทย์ สุริยะ กาวงษ์กลาง หัวหน้ากลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมปศุสัตว์อำเภอหนองกี่ และเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ตรวจสอบและสอบสวนโรค พร้อมเก็บตัวอย่างเลือดสุนัขที่ป่วยเพื่อส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ             

โดยจากข้อมูลการสอบสวนโรคเบื้องต้น พบว่า ประมาณสองสัปดาห์ที่แล้ว สุนัขของชาวบ้านน้อยหนองแก เริ่มมีอาการป่วยผิดปกติโดยไม่ทราบสาเหตุและตาย จำนวน 3 ตัว จากนั้นวันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา สุนัขเพศเมีย อายุ 3 เดือน ก็เริ่มมีอาการซึมผิดปกติไม่มีเรี่ยวแรง และมีอาการชักเกร็งน้ำลายฟูมปาก ลักษณะคล้ายถูกวางยาเบื่อ โดยสุนัขทุกตัวไม่มีอาการดุร้าย หรือไล่กัดคนและสัตว์เลี้ยงอื่นๆ

จากข้อมูลการสอบสวนโรค และลักษณะอาการที่พบ อาจเป็นไปได้ว่า เกิดจากสารพิษ เนื่องจากสัตว์มีอาการชักเกร็ง และมีน้ำลายฟูมปาก หรือการติดเชื้ออื่นๆ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการเก็บตัวอย่างเลือดสุนัขตัวดังกล่าว ส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพื่อตรวจดูการติดเชื้อและสารพิษ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุการเสียชีวิต ซึ่งจากการวินิจฉัยคาดว่าน่าจะป่วยเป็นโรคไข้หัดสุนัขและไม่ติดต่อสู่คน

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการเฝ้าระวังโรคพิษสุนัขบ้า เจ้าหน้าที่ได้กำชับให้เจ้าของสัตว์ เฝ้าระวังดูอาการสุนัขตัวที่ป่วย กักสัตว์เป็นเวลาอย่างน้อย 15 วัน หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำลายสัตว์โดยตรง และหากสัตว์เสียชีวิตให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ทันที.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พลังแห่งศรัทธา! วัดพระธาตุพนมฯ แจงยอดทำบุญงานนมัสการ 9วัน9คืน ทะลุ23ล้าน

Posted on February 9, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/709873

พลังแห่งศรัทธา! วัดพระธาตุพนมฯ แจงยอดทำบุญงานนมัสการ 9วัน9คืน ทะลุ23ล้าน

พลังแห่งศรัทธา! วัดพระธาตุพนมฯ แจงยอดทำบุญงานนมัสการ 9วัน9คืน ทะลุ23ล้าน

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 09.03 น.

วัดพระธาตุพนมฯ แจงยอดทำบุญงานนมัสการ  9 วัน 9 คืน ทะลุกว่า 23 ล้านบาท ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยว เงินสะพัดในพื้นที่กว่า 50 ล้านบาท

8 กุมภาพันธ์ 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ภายหลังการจัดงานบุญประเพณีเดือนสาม งานนมัสการพระธาตุพนม ประจำปี 2566 โดยจัดขึ้นในวันขึ้น 8 ค่ำ-แรม 1 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี  

โดยปีนี้ถือว่าจัดอย่างยิ่งใหญ่ หลังได้รับผลกระทบจากโรคโควิดระบาด จึงต้องงดจัดงานประเพณีเดือนสามมานานกว่า 2 ปี สำหรับปีนี้ทางจังหวัดนครพนม ร่วมกับวัดพระธาตุพนมฯ อำเภอธาตุพนม และหน่วยงานเกี่ยวข้อง  ได้กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 29 มกราคม-6 กุมภาพันธ์ 2566 รวม 9 วัน 9 คืน ทำให้ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจการค้า การท่องเที่ยว โรงแรม ที่พัก ร้านค้า ร้านอาหาร ถูกจับจองเต็ม ทุกพื้นที่กลายเป็นธุรกิจ สร้างรายได้แก่คนในชุมชนจำนวนมาก โดยคาดว่าทุกปีมีเงินหมุนเวียนสะพัดรวมๆแล้วไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท

เนื่องจากในแต่ละวันมีประชาชน นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย ชาวลาว พลังศรัทธา เดินทางมากราบไหว้ทำบุญ ขอพรองค์พระธาตุพนม สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง อายุเก่าแก่กว่า 2,500 ปี ที่ภายในบรรจุพระอุรังคธาตุ กระดูกส่วนหน้าอกของพระพุทธเจ้า เชื่อกันว่า ใครได้มาทำบุญกราบไหว้ จะมีความสุข ความเจริญรุ่งเรืองในทุกด้าน ทุกปีในงานบุญประเพณีเดือนสาม จึงมีพลังศรัทธาข้าโอกาสพระธาตุพนม เดินทางมาทำบุญปีละนับแสนคน

หลังจบงานนมัสการองค์พระธาตุพนมเสร็จสิ้น ในส่วนของกรรมการวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เพื่อความโปร่งใสได้ออกมาเปิดเผยยอดการบริจาคทำบุญ รวมทั้ง 9 วัน 9 คืน ในงานนมัสการองค์พระธาตุพนม ประจำปี 2566  รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 23,513,910 บาท (ยี่สิบสามล้านห้าแสนหนึ่งหมื่นสามพันเก้าร้อยสิบบาทถ้วน)  

แยกออกเป็นค่าบูชาดอกไม้ธูปเทียน 3,745,300 บาท (สามล้านเจ็ดแสนสี่หมื่นห้าพันสามร้อยบาทถ้วน) บาตรคู่อายุ 514,180 บาท (ห้าแสนหนึ่งหมื่สี่พันหนึ่งร้อยแปดสิบบาทถ้วย) บูชารูปเหรียญ จำนวน 1,978,900 บาท (หนึ่งล้านเก้าแสนเจ็ดหมื่นแปดพันเก้าร้อยบาทถ้วน) บริจาคซื้อที่ดิน จำนวน 8,528,840 บาท (แปดล้านห้าแสนสองหมื่นแปดพันแปดร้อยสี่สิบบาทถ้วน) และแผนกการกุศลอื่นๆ รวมเป็นเงินมากกว่า 7 ล้านบาท แสดงออกถึงพลังศรัทธาที่ยิ่งใหญ่ และเกิดอานิสงส์สร้างรายได้ในพื้นที่เงินหมุนเวียนสะพัด.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เต็มคาราเบล!! แก๊งต่างชาติซิ่ง จยย.ป่วนรอบป่าตอง จ.ภูเก็ต (คลิป)

Posted on February 9, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/709868

เต็มคาราเบล!! แก๊งต่างชาติซิ่ง จยย.ป่วนรอบป่าตอง จ.ภูเก็ต (คลิป)

เต็มคาราเบล!! แก๊งต่างชาติซิ่ง จยย.ป่วนรอบป่าตอง จ.ภูเก็ต (คลิป)

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 08.38 น.

9 ก.พ.66 เพจเฟซบุ๊ก ศูนย์ข้อมูลภูเก็ต โพสต์คลิปวิดีโอเผยให้เห็นกลุ่มชาวต่างชาติจำนวนมาก ขับรถจักรยานยนต์เร่งเครื่อง บีบแตรเสียงดังป่วนบริเวณพื้นที่ป่าตอง จ.ภูเก็ต โดยระบุข้อความว่า “เมื่อคืนนี้ (8 ก.พ.65) เวลาประมาณ 23.00 น. ได้มีแก๊งต่างชาติ นับร้อยรวมตัวกัน ซิ่งรถป่วนเมือง ที่บริเวณพื้นที่ป่าตอง สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านและผู้ใช้ถนน”

จากนั้นเพจได้แสดงความคิดเห็นใต้โพสต์ว่า “#จับฝรั่งเศส จากเหตุการณ์ที่กลุ่มสมาชิกแจ้งเหตุ นทท.ชาวฝรั่งเศส ขับขี่รถจักรยานยนต์ เร่งเครื่องยนต์ เสียงดังรบกวน บริเวณพื้นที่ป่าตอง ทำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว ได้รับผลกระทบ สภ.ป่าตอง จึงเข้าตรวจสอบและได้ดำเนินการจับกุม รวม 7 ราย ดำเนินคดีตามกฎหมาย”.-008

https://www.facebook.com/plugins/video.php?height=476&href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fphuketinfocenter%2Fvideos%2F638231898070195%2F&show_text=false&width=267&t=0

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไม่หยุดเอาผิดแน่!! ‘เสก โลโซ’ โวยนักแสดงเลียนแบบศิลปิน ทำโชว์ไม่สุภาพ ตรงข้ามตัวจริง

Posted on February 9, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/709865

ไม่หยุดเอาผิดแน่!! 'เสก โลโซ' โวยนักแสดงเลียนแบบศิลปิน ทำโชว์ไม่สุภาพ ตรงข้ามตัวจริง

ไม่หยุดเอาผิดแน่!! ‘เสก โลโซ’ โวยนักแสดงเลียนแบบศิลปิน ทำโชว์ไม่สุภาพ ตรงข้ามตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 08.00 น.

9 ก.พ.66 เพจเฟซบุ๊ก SEK LOSO ได้โพสต์แถลงการณ์ ขอความร่วมมือจาก ‘เสก โลโซ’ โดยระบุว่า “เนื่องจากช่วงที่ผ่านมา มีนักแสดงเลียนแบบศิลปิน หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า ‘ก็อปปี้โชว์’ หลายท่าน ได้แสดงเลียนแบบพี่เสก โลโซ ด้วยคำพูดไม่สุภาพ และอากัปกิริยาท่าทางไม่เหมาะสม เผยแพร่ผ่านทางโซเชียลมีเดีย

ทำให้ประชาชนบางส่วนเข้าใจผิดคิดว่าเป็น ‘เสก โลโซ’ ตัวจริง เข้ามาแสดงความคิดเห็นล่วงเกิน ต่อว่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย ถือเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง และเข้าข่ายผิดกฎหมายฐานหมิ่นประมาท ทั้งตัวนักแสดงก็อปปี้โชว์และผู้ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็น

คณะผู้ดูแลศิลปิน ‘เสก โลโซ’ รู้สึกไม่สบายใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากสิ่งที่นักแสดงก็อปปี้โชว์ได้กระทำนั้น ตรงกันข้ามกับลักษณะนิสัยของ ‘เสก โลโซ’ อย่างสิ้นเชิง อีกทั้งตัวพี่เสก โลโซ ได้แสดงความเป็นห่วง เกรงว่าน้องๆ เยาวชนคนรุ่นใหม่ที่มี ‘เสก โลโซ’ เป็นไอดอล จะเข้าใจผิด แล้วประพฤติปฏิบัติตาม
จึงขอความร่วมมือจากนักแสดงก็อปปี้โชว์ทุกท่าน ควรแสดงออกด้วยความให้เกียรติศิลปินต้นแบบ เพื่อเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ดี และพัฒนาวิชาชีพกลุ่มนักแสดงก็อปปี้โชว์ต่อไป หากไม่เช่นนั้น เราจะดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุดทุกคน รักกันต้องให้เกียรติกันครับ ขอขอบคุณ คณะผู้ดูแลศิลปิน ‘เสก โลโซ’ ฝากแชร์ด้วยครับ ขอบคุณครับ” 
-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เตรียมทำบุญให้วัว’เจ้ากะแล๊ง’ รับเคราะห์แทนเจ้าของ โดนลูกหลอนยาฆ่าทุบหัว

Posted on February 9, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/709863

เตรียมทำบุญให้วัว'เจ้ากะแล๊ง' รับเคราะห์แทนเจ้าของ โดนลูกหลอนยาฆ่าทุบหัว

เตรียมทำบุญให้วัว’เจ้ากะแล๊ง’ รับเคราะห์แทนเจ้าของ โดนลูกหลอนยาฆ่าทุบหัว

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 07.31 น.

9 กุมภาพันธ์ 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า จากกรณีนายกบ อายุ 42 ปี ชาวบ้านบ้านหนองเขื่อน ต.หนองสระปลา อ.หนองหาน จ.อุดรธานี เกิดอาการคลุ้มคลั่งหลอนยาไล่ปาดคอพ่อและแม่ จนต้องหนีลูกชายคลั่งไปอยู่บ้านญาติ

ข่าวเพิ่มเติม พ่อแม่หนีตายลูกหลอนยาไล่ปาดคอ สงสารวัวรับเคราะห์แทน โดนจอบทุบหัวตาย

โดยนายกบตามหาพ่อและแม่ตลอดทั้งคืนแต่ก็ไม่เจอ สุดท้ายใช้จอบไปทุบหัวของวัว ชื่อเจ้า“กะแล๊ง” ที่อยู่ในคอกด้วยกัน 6 ตัว โดยวัวตัวนี้ต้องมารับเคราะห์แทน หลังจากนายกบ ฆ่าปาดคอพ่อและแม่ไม่ได้ เหตุเพราะป่วยจิตเวชและเสพยาหนัก

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองหาน เข้าควบคุมตัวนายกบเอาไว้ได้ และนำตัวไปสงบสติอารมณ์ ขณะที่แม่แจ้งความดำเนินคดีลูกชายข้อหาทำให้เสียทรัพย์และทำลายทรัพย์สินภายในบ้าน ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ต่อมาวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เมื่อเวลา 15.00 น. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านหลังดังกล่าว พบว่าชาวบ้านกำลังชำแหละเนื้อเจ้ากะแล๊ง วัวเคราะห์ร้ายที่ถูกนายกบคลั่งทุบหัวตายคาคอก เพื่อคืนทุนให้แก่เจ้าของวัวที่ซื้อมาได้ไม่นาน แต่ถูกลูกชายมาฆ่าตาย โดยชาวบ้านช่วยกันชำแหละแบ่งซากเนื้อวัวตัวที่ตายออกเป็นกองๆ จำนวน 16 กองๆละ 1,000 บาท เจ้าของวัวขายในราคา 16,000 บาท

ส่วนผู้ก่อเหตุ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อกล่าวทำให้เสียทรัพย์ และควบคุมตัวไว้ที่ห้องขัง สภ.หนองหาน ส่วนผลตรวจปัสสาวะขณะอยู่ระหว่างรอผลจากทางโรงพยาบาลหนองหาน

นางปราณี  อายุ 64 ปี ผู้เป็นแม่ เปิดเผยว่า หลังจากลูกชายขู่ไล่ปาดคอจะฆ่าให้ตายทั้งพ่อและแม่ พอตอนเช้ากลับมาบ้านคิดว่าเรื่องทุกอย่างจะสงบ พอขับรถกลับมาถึงเห็นคอกวัวเปิดเดินเข้าไปดูเห็นจอบ 1 ด้ามวางไว้ ส่วนวัวก็นอนอยู่ในคอก เมื่อเดินไปดูใกล้ๆจะพบว่าวัวตาย จึงโทรเรียกผู้ใหญ่บ้าน จนกระทั่งมีคนมาควบคุมตัวลูกชาย ส่วนตัวมองว่าวัวตัวนี้อาจจะรับเคราะห์แทนเรา หากเราอยู่บ้านคืนนั้นเราอาจจะตายแล้วก็เป็นได้ ซึ่งตนก็คุยกับสามีว่าวัวตัวนี้คงตายแทนเรา หากเราอยู่ลูกคงฆ่าเราแน่เพราะว่าถูกขู่ไว้แล้ว

โดยตนจะทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้วัวที่รับเคราะห์แทน สำหรับลูกชายคนนี้มีอาการแบบนี้มาหลายปี เคยพาไปปฏิบัติรักษาที่จังหวัดเลย 2 ครั้งกลับมาก็เลิกบ้าได้ไม่กี่เดือน จากนี้หากลูกชายถูกปล่อยตัวกลับมาตนเองก็คุยกับสามีไว้แล้วจะต้องหนีออกจากบ้านหลังนี้ ทรัพย์สินที่มีค่าต่างๆเป็นของนอกกายจะไม่เอาไปด้วย โดยคาดว่าจะหนีไปยังอยู่กับเพื่อนบ้านที่จังหวัดสกลนคร หากลูกยังตามไปก็จะหนีลงรถกรุงเทพฯ เพื่อให้ตนมีชีวิตรอด

นายถวิลย์ อายุ 66 ปี พ่อ เปิดเผยว่า ตนเองมีลูก 3 คน ไปทำงานต่างประเทศ 2 คน คนที่ก่อเรื่องเป็นลูกชายคนเล็ก ความรู้สึกส่วนตัวตอนนี้อยากให้ลูกชายติดคุกไปยาวๆ หากมียาให้ฉีดหัวใจอ่อนก็อยากให้เขาถูกทำโทษแบบนั้น หากให้พ่อฆ่าลูกตัวเองก็คงเป็นไปไม่ได้เนื่องจากเขาเป็นลูกตัวเอง ยอมรับว่าลูกเป็นบ้า หากตกลงสู้พลาดพลั่งลงมือฆ่าลูกเองจะต้องติดคุก ตอนนี้ทางที่ดีขอหลีกหนี

นางอุทิศ เนียมรัตน์ หรือพี่หอย อายุ 47 ปี เพื่อนบ้าน เล่าว่า ก่อนวันเกิดเหตุตนนอนไม่หลับมาแล้ว 3 คืน เพราะได้ยินเสียงเขาเดินหน้าบ้าน เมื่อรู้ข่าวแบบนี้รู้สึกกลัวมากเพราะว่ามีบ้านใกล้กัน ส่วนตัวแล้วลูกชายบ้านนี้ไม่ได้มีพิษมีภัยกับเพื่อนบ้าน แต่จะชอบหาเรื่องกับพ่อกับแม่มากกว่า ตอนนี้อยากจะให้พ่อกับแม่และส่วนที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือพาไปรักษาบำบัดรักษา หากแกไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดแกก็จะเป็นคนดี แต่เพราะยาเสพติดเขาเปลี่ยนไปมาก

“ตอนยังไม่รู้ข่าวว่าเขาฆ่าวัว เขามาบอกกับตนว่าเขาฆ่าวัวและจะฆ่าพ่อแม่ ให้ไปเอาเนื้อมากินก่อนพี่  เมื่อได้ยินตอนนั้นก็รู้สึกตกใจแต่ก็ไม่ได้ออกมาดู กระทั่งมีคนโทรศัพท์มาบอกว่าให้ออกมาดูหน่อยมีคนฆ่าวัว”

นายประหยัด กงซุย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 เปิดเผยว่า ในฐานะตนเองเป็นผู้นำชุมชน ก็รู้สึกหนักใจกับผู้ป่วยแบบนี้ สาเหตุหลักก็มาจากยาเสพติดเพราะก่อนหน้านี้แกไม่มีอาการแบบนี้ สำหรับลูกบ้านคนนี้เคยถูกพาไปรักษาแล้ว 2 ครั้ง แต่ก็ไม่หายเพราะไม่กินยาต่อเนื่อง เมื่อมาแล้วก็กลับมาเสพยาเสพติดอีก ตอนนี้ชุมชนมีความหวาดระแวงเป็นอย่างมาก เพราะว่าเมื่อเขาเอะอะโวยวายแต่ละครั้งชาวบ้านก็รู้สึกตกใจไม่รู้ว่าเหตุจะเกิดแบบไหนเมื่อไหร่กับตัวเอง ตอนนี้ผู้ก่อเหตุถูกควบคุมตัวไว้ที่ สภ.หนองหาน แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะถูกปล่อยตัวกลับมาอีกตอนไหน

“ตอนนี้ต้องระวังตัวเองไว้ก่อนเพราะหากเขากลับมาอาจจะถูกทำร้ายได้ ส่วนแนวทางอนาคตการป้องกันระยะยาวนั้นตนก็คิดไม่ออกว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร เป็นไปได้อยากได้คำแนะนำ และอยากให้ผู้ก่อเหตุถูกควบคุมตัวนานกว่านี้”

นายไพศาล ราชสะอาด อายุ 64 ปี ชาวบ้าน บอกว่า ตนมาขอแบ่งซื้อเนื้อ 1 กอง ในราคา 500 บาท โดยจะเอาเนื้อซอยทำเนื้อแดดเดียว เพื่อเก็บไว้กินนานๆ ซึ่งเนื้อจำนวนนี้คาดว่าจะเก็บไว้กินได้ราว 1 เดือน ซึ่งหากนำไปประกอบอาหารแล้วกินกับข้าวเหนียวร้อนๆ คงอร่อย

ขณะที่ส่วนชาวบ้านอีกคน บอกว่า ตนขอซื้อส่วนหนังโดยจะเอาไปทำหนังเค็มเก็บไว้กินนานๆ ทำไงได้เมื่อตายไปแล้วก็เอาคืนไม่ได้ และเชื่อว่า วัวมารับเคราะห์แทน ก็ช่วยๆกันไป หากวัวไม่ตายพ่อและแม่ของผู้ก่อเหตุต้องตายแน่ๆ.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รายงานพิเศษ : เขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก มองการพัฒนาและความสมดุล

Posted on February 9, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/709812

รายงานพิเศษ : เขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก  มองการพัฒนาและความสมดุล

รายงานพิเศษ : เขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก มองการพัฒนาและความสมดุล

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC)” เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัดทางตะวันออกอย่าง “ฉะเชิงเทรา-ชลบุรี-ระยอง” เริ่มขับเคลื่อนมาตั้งแต่ปี 2558 ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นการต่อยอดมาจาก “โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก (Eastern Seaboard)” ที่เริ่มต้นในปี 2525 แม้จะทำให้เศรษฐกิจของไทยเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด แต่ก็ต้องแลกมาด้วยผลกระทบทั้งความเสี่ยงจากมลพิษในภาคอุตสาหกรรมรั่วไหลสู่สิ่งแวดล้อม รวมถึงการแย่งชิงทรัพยากรที่จำกัดระหว่างภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรมและการท่องเที่ยว

เมื่อช่วงปลายเดือนม.ค. 2566 “โครงการจัดทำแผนบูรณาการด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน” ภายใต้การสนับสนุนของ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการกับผู้เชี่ยวชาญเพื่อคืนข้อมูลผลการศึกษาความต้องการระดับพื้นที่กลุ่มภาคตะวันออก เพื่อนำเสนอข้อมูลความต้องการด้านวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรมระดับพื้นที่ ณ โรงแรมซันธารา เวลเนส รีสอร์ท จ.ฉะเชิงเทรา

ตลอดจนรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมจากผู้เกี่ยวข้องและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ข้อมูลดังกล่าว รวมถึงแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเสนอแนะแนวทางการพัฒนากลไกขับเคลื่อนและติดตามการบูรณาการด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน ซึ่ง ชลนภา ชื่นชมรัตน์ รองผู้อำนวยการสำนักกลยุทธ์แผนและงบประมาณ สกสว. เปิดเผยว่าผลการศึกษาจากโครงการปีที่ 1 พบ “ความยากจนและเหลื่อมล้ำด้านการกระจายรายได้” เป็นปัญหาสำคัญในภาคตะวันออก นอกจากนั้นยัง ขาดทักษะแรงงานที่ตรงกับความต้องการ

“จังหวัดระยองมีอัตราการว่างงานค่อนข้างสูง แม้เศรษฐกิจของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกจะสร้างรายได้ให้กับประเทศสูงถึงร้อยละ 21.14 ของรายได้ของประเทศและมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ เนื่องจากขึ้นอยู่กับภาคอุตสาหกรรมเป็นหลัก ทว่ารายได้ของเกษตรกรและผู้ผลิตอาหารรายเล็กกลับลดลงประกอบกับปัญหาทางเศรษฐกิจที่มีความผันผวนทั้งในประเทศและทั่วโลก ทำให้ต้นทุนการผลิตผันแปรตามค่าครองชีพที่สูงขึ้น” รอง ผอ.สำนักกลยุทธ์แผนและงบประมาณ สกสว. ระบุ

ชลนภา กล่าวต่อไปว่า “ภาคตะวันออกยังมีอัตราการเจ็บป่วยด้วยโรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง” โดยเฉพาะโรคมะเร็งซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตสูงสุดของคนไทย และยังมีสถิติอุบัติเหตุทางถนนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตร้อยละ 26 ของทั้งประเทศในปี 2562 ขณะที่ “ด้านสิ่งแวดล้อมพบว่าประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำและคุณภาพน้ำไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน” พื้นที่ปลูกข้าวนาปรังประสบภัยแล้ง อุทกภัย เนื่องจากผลของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงขยะทะเล กากของเสียอุตสาหกรรม และปัญหาป่าชายเลนที่กำลังสูญหายและถูกทำลายจากกิจกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ให้ผลตอบแทนสูงมาก

ส่วน “อัตราการเกิดวามรุนแรงในครอบครัวพบว่าอยู่ในระดับสูงกว่าใกล้เคียงค่าเฉลี่ยของประเทศเป็นอย่างมาก” ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งและความเครียดภายในครอบครัว สภาะทางการเงิน สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการก่ออาชญากรรม ความเหลื่อมล้ำทางสังคม การดื่มสุราและเสพสิ่งเสพติด การลอกเลียนแบบจากสื่อหรือเห็นตัวอย่างความรุนแรง สภาพจิตใจและร่างกายของคนในครอบครัว การก่ออาชญากรรมและการทำร้ายร่างกายและทรัพย์สิน ความก้าวร้าวในเด็ก โดยภาคตะวันออกนับเป็นพื้นที่ที่อาชญากรรมคดีอุกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญมากเป็นอันดับ 2 ของประเทศรองจากภาคใต้

ทั้งนี้ การศึกษาความต้องการในมิติเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมระดับพื้นที่กลุ่มภาคตะวันออก 1 ประกอบด้วย ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง ซึ่งเป็นพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) และกลุ่มภาคตะวันออก 2 ประกอบด้วย จันทบุรี ตราด นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จากการศึกษาปัญหาและความต้องการข้างต้นนำมาสู่ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ประกอบด้วย

1.การส่งเสริมการพัฒนาด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่จะสามารถยกระดับของสังคม 2.การส่งเสริมอุตสาหกรรมสะอาด หุ่นยนต์ 3.การส่งเสริมการวิจัยเกี่ยวกับพลังงานไฟฟ้า พลังงานชีวภาพ และนวัตกรรมพลังงานทดแทน 4.การสนับสนุนนวัตกรรมการจัดการขยะ 5.การมีเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อยกระดับการปกป้องและดูแลทรัพย์สินด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบสารสนเทศ

6.การสนับสนุนด้านนวัตกรรมเครื่องจักรหุ่นยนต์ในสถานศึกษาให้มีความเข้มข้นและจริงจัง 7.การนําเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในด้านการศึกษา และ 8.การจัดตั้งศูนย์กลางความรู้ (knowledge broker) เพื่อให้เป็นศูนย์กลางเรียนรู้แลกเปลี่ยนข้อมูล นอกจากนั้น ในส่วนปัญหาความรุนแรงมีข้อเสนอแนะให้ยึดหลักยุทธศาสตร์พระราชทาน “เข้าใจ-เข้าถึง-พัฒนา” และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง รวมถึง “บวร” หรือบ้าน วัด (ศาสนสถาน) และโรงเรียน (สถาบันการศึกษา)

ด้าน รศ.ดร.ดวงพร ภู่ผะกา อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ กล่าวว่า ว่าเวทีครั้งนี้จะข้อมูลบางส่วนมาเป็นข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ เพื่อฉายภาพปัญหา ช่องว่าง และแนวทางการพัฒนาในพื้นที่ทั้งภาพรวมและรายประเด็นที่ชัดเจน ทั้งนี้กรอบทิศทางการพัฒนาตามแผนภาคมีเป้าหมายที่มุ่งพัฒนาฐานเศรษฐกิจให้เกิดการขยายตัวอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน เกิดการกระจายรายได้อย่างทั่วถึง ควบคู่กับคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน เพื่อเป็นฐานเศรษฐกิจชั้นนำของอาเซียน

จึงต้องปรับปรุงมาตรฐานสินค้าและบริการ ซึ่งจะต้องพัฒนาตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ การค้าชายแดน และพัฒนาแก้ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติที่อยู่ในภาวะวิกฤต!!!

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริม

วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, รายงานพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนุ่มรีวิวมาทำธุระ ที่ว่าการอำเภอ ผงะ 8.30 น. ไม่มีเจ้าหน้าที่มาทำงานสักคน

Posted on February 9, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/709827

หนุ่มรีวิวมาทำธุระ ที่ว่าการอำเภอ ผงะ 8.30 น. ไม่มีเจ้าหน้าที่มาทำงานสักคน

หนุ่มรีวิวมาทำธุระ ที่ว่าการอำเภอ ผงะ 8.30 น. ไม่มีเจ้าหน้าที่มาทำงานสักคน

วันพุธ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 19.55 น.

วันที่ 8 กุมภาพันธ์  2566 โลกโซเชียลแห่แชร์คลิป หลังมีคนถ่ายคลิปรีวิว ที่ว่าการอำเภอแห่งหนึ่งในประเทศไทย หลังเข้ามาใช้บริการตั้งแต่เวลา 8.00 น.

โดยในคลิป ผู้โพสต์ ได้มาหยิบบัตรคิวที่ว่าการอำเภอ เป็นคิวที่ 1 แต่เมื่อถึงเวลา 8.27 น. ซึ่งใกล้เวลาราชการแล้ว แต่กลับยังไม่มีแม้แต่เจ้าหน้าที่คนใดมาทำงาน ห้องมีเพียงเก้าอี้เปล่าไร้ผู้คน

จากนั้นเวลา 8.30 น. เป็นเวลาทำการ มีเพียงเจ้าหน้าที่เข้ามาเปิดทีวี แต่ไม่มีพนักงานที่รับเรื่องภายในที่ว่าการอำเภอมาทำงานแม้แต่คนเดียว จนเวลา 8.35 น. ผู้ถ่ายคลิปได้เผยให้เห็นมุมกล้องโดยรอบที่ว่าการอำเภอแห่งนี้ ซึ่งเริ่มมีประชาชนมานั่งรอใช้บริการแล้ว แต่กลับยังไม่มีเจ้าหน้าที่แม้แต่คนเดียว

หลังคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ ได้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก

https://www.facebook.com/plugins/video.php?height=476&href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2F100084847147197%2Fvideos%2F712360940561251%2F&show_text=false&width=267&t=0

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อ่างทองเจออีกแล้ว! ชาวบ้านเห็น’จระเข้’ลอยคอในคลองชลประทาน

Posted on February 9, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/709705

อ่างทองเจออีกแล้ว! ชาวบ้านเห็น'จระเข้'ลอยคอในคลองชลประทาน

อ่างทองเจออีกแล้ว! ชาวบ้านเห็น’จระเข้’ลอยคอในคลองชลประทาน

วันพุธ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 14.26 น.

8 กุมภาพันธ์ 2566 เจ้าหน้าที่ประมงอ่างทองและเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยจังหวัดอ่างทอง ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบเห็นจระเข้ตัวขนาดใหญ่ยาวประมาณ 2 เมตร บริเวณคลองชลประทาน เส้นทางไปยังสายเอเซีย หมู่10 ตำบลบ้านอิฐ อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง จึงเข้าไปตรวจสอบ

พบผู้แจ้งเป็นเจ้าหน้าที่ อบต.แห่งหนึ่ง เล่าให้ฟังว่า ขับรถยนต์มาด้วยกันสองคน เพื่อไปส่งหนังสือ และพบเห็นจระเข้ตัวขนาดใหญ่ความยาวประมาณ 2เมตร ลอยตัวอยู่กลางคลองจึงถอยหลังมาเพื่อถ่ายรูป แต่จระเข้นั้นได้เห็นก่อนดำน้ำลงไปอย่างช้าๆ ถ่ายภาพติดเพียงเล็กน้อยจึงแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจดูเพื่อหาความชัดเจน

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจดูพบคลองกว้างประมาณ 10 เมตร และยาวหลายกิโลเมตร จาการเฝ้าดูบริเวณดังกล่าว พบเห็นตัวเงินตัวทองว่ายน้ำวนเวียนอยู่ภายใกล้เคียงจุดที่พบจระเข้ และยังเฝ้าติดตามตรวจดูหาจระเข้เพื่อหาความชัดเจนต่อไป.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,906,193 hits

Join 4,115 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ผบ.ทบ. เซ็นคำสั่งโยกย้าย ทหารระดับพันเอก 174 นาย จัดแถว ‘ทหารราบ-ม้า-รบพิเศษ’
นายกฯ วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก วันจักรี
ไม่มีออมมือชำแหละนโยบายรัฐ อรรถกร ลั่น กล้าธรรม จัดเต็มฝ่ายค้าน
อนุทิน เปิดหัว ครม.นัดพิเศษ สั่งลุยงานวันแรก ย้ำทำเพื่อประชาชน
DBD ขนทัพ 40 แบรนด์ดัง บุกหาดใหญ่ สร้างเจ้าของกิจการ ฟื้นเศรษฐกิจภาคใต้หลังอุทกภัย
ทรัมป์แถลงความคืบหน้าสงครามอิหร่าน ขู่ “จัดการอิหร่านได้ในคืนเดียว” กดดันเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ตะลึงทั้งงาน! โอปอล สุชาตา งามดั่งนางในตำนาน กลางงานพนมรุ้ง
นายกฯอนุทินให้คำมั่น พาประเทศพ้นวิกฤตพลังงาน เดินหน้าคนละครึ่ง-สินเชื่อเกษตรกร
รมว.ยุติธรรม สั่ง DSI เช็กชื่อเรือทำน้ำมัน 57 ล้านลิตรล่องหน
งัดพรก.กำหนดค่ากลั่น ติดดาบอนุทิน สั่งกบง.หั่นต้นทุนทิพย์

Recent Posts

  • ‘สำนักพัฒนาอาหารสัตว์ กรมปศุสัตว์’ปลดล็อกวิกฤตอาหารสัตว์ เร่งผลักดัน’หมู่บ้านอาหารสัตว์ยั่งยืน’ลดต้นทุน-สร้างความยั่งยืน
  • จับตา! โควตานม’69 เมื่อผลประชาพิจารณ์-หลักเกณฑ์ใหม่ยังคลุมเครือ
  • โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โชว์ศักยภาพด้านศัลยกรรมระบบประสาท ผ่าตัดเนื้องอกสมองผ่าน’คิ้ว’
  • ‘Dr Clear Aligners’ปักธงไทย เขย่าวงการจัดฟันใส ชูเทคโนโลยี 3D สเปกเยอรมนี
  • บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ นกสีฟ้าแห่งความสุข

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d