Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

จัดใหญ่!! งานประเพณีไหว้สาพระธาตุจอมแจ้ง ประจำปี 2566

Posted on February 4, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/708777

จัดใหญ่!! งานประเพณีไหว้สาพระธาตุจอมแจ้ง ประจำปี 2566

จัดใหญ่!! งานประเพณีไหว้สาพระธาตุจอมแจ้ง ประจำปี 2566

วันศุกร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 20.23 น.

พุทธศาสนิกชนชาวแพร่ “ร่วมเปิด”งานประเพณีไหว้สาพระธาตุจอมแจ้ง ประจำปี 2566” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2566 ณ.วัดพระธาตุจอมแจ้ง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ นายเสรี ทรงศักดิ์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ เป็นตัวแทนของ นายอนุวัธ วงค์วรรณ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ ให้เป็นประธานเปิดงานประเพณีไหว้สาพระธาตุจอมแจ้ง ประจำปี 2566 โดยมี นายอดุลย์ ไหลทุ่ง นายกเทศมนตรีตำบลช่อแฮ พร้อมผู้บริหาร สมาชิกสภา เทศบาลตำบลช่อแฮ นายอนันต์ แดงชนะ กำนันตำบลช่อแฮ นายวิทยา กันกา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลป่าแดง นางณัฐธกา กันกา กำนันตำบลป่าแดง คณะผู้บิหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกวาง นายประเทือง สมเพาะ กำนันตำบลบ้านกวาง อำเภอสูงเม่น และพุทธศาสนิกชนชาวแพร่ ร่วมเปิดงานฯ เทศบาลตำบลช่อแฮ กำหนดการจัดงานประเพณีไหว้สาพระธาตุจอมแจ้ง ประจำปี 2566 ระหว่างวันที่ 2-5 กุมภาพันธ์ 2566 (ขึ้น 12 – 15 ค่ำ เดือน 3) ณ วัดพระธาตุจอมแจ้ง ตำบลช่อแฮ อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ ทั้งนี้เพื่อเป็นส่งเสริมการท่องเที่ยวและการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม จึงจัดงานประเพณีไหว้สาพระธาตุจอมแจ้ง ประจำปี 2566 ขึ้น 

สำหรับพิธีเปิด “งานประเพณีไหว้สาพระธาตุจอมแจ้ง ประจำปี 2566” โดยมีขบวนแห่จากณะศรัทธาจากหัววัดต่างๆ เวลา 19.30 น.- การแสดงดนตรีลูกทุ่ง – การแสดงความสามารถของนักเรียนโรงเรียนในพื้นที่ การแสดงดนตรีลูกทุ่ง วันเสาร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 07.00 น.- ร่วมพิธีตักบาตร เวลา 19.30 น.- การแสดงดนตรีลูกทุ่ง – การประกวดธิดาจวนแจ้ง ปี 4 รอบแรก – การแสดงดนตรีลูกทุ่ง – การประกวดธิดาจวนแจ้ง ปี 4 รอบสอง
– การแสดงดนตรีลูกทุ่ง – การประกาศผล การประกวดธิดาจวนแจ้ง ปี 4 – การแสดงดนตรีลูกทุ่ง 

วันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 07.00 น.ร่วมทำบุญตักบาตร 19.30 นการแสดงวงดนตรีลูกทุ่งศิลปิน”น้องวิวจตุภรณ์” การแสดงดนตรีลูกทุ่ง

วัดพระธาตุจอมแจ้ง เป็นวัดเก่าแก่แห่ง ตำบลช่อแฮ อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ ที่มีอายุยาวนานกว่าพันปี เป็นที่ประดิษฐาน พระธาตุจอมแจ้ง ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุพระหัตถ์ซ้ายและพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า อีกทั้งยังเป็นที่ประดิษฐาน หลวงพ่อจอมแจ้ง พระประธานอายุยาวนานกว่า 600 ปี ที่ทั้งชาวเมืองแพร่และนักท่องเที่ยวต่างเดินทางไปกราบไหว้สักการะกันอย่างไม่ขาดสายในแต่ละปี เดิมพระธาตุองค์นี้มีชื่อว่า พระธาตุจวนแจ้ง เนื่องจากช่วงเวลาที่พระพุทธองค์สเด็จมาที่นี่เป็นช่วงเวลาจวนจะสว่างพอดี แต่เมื่อเวลาผ่านไป ชื่อของพระธาตุก็เริ่มเพี้ยนจนกลายมาเป็น พระธาตุจอมแจ้ง อย่างเช่นในปัจจุบัน องค์พระธาตุมีความสูงถึง 29 เมตร ฐานกว้าง 10 เมตร เป็นเจดีย์ทรงพุ่มสีทองอร่าม มีรูปแบบคล้ายคลึงกับ พระธาตุช่อแฮ ซึ่งสร้างขึ้นด้วยศิลปะผสมผสานระหว่างศิลปะสุโขทัยและศิลปะเวียงโกศัย ยังคงสภาพที่ค่อนข้างสมบูรณ์และงดงาม 

บริเวณงาน มีการจำหน่ายสินค้าพื้นบ้านกาดมะเก่า การจำหน่ายสินค้าราคาถูก ผักปลอดสารพิษของพี่น้องชาวบ้านในตำบลช่อแฮ ตำบลบ้านกวาง จึงเป็นที่รับทราบของพี่น้องชาวแพร่ และนักท่องเที่ยวต่างเคยมาเที่ยวงานแล้วได้จับจ่ายซื้อของฝากมากมายด้วย.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ททท.ชวนเที่ยว ส่งท้ายลมหนาว ‘ข้าวใหม่ปลามัน’ อันซีนใหม่ของอุตรดิตถ์

Posted on February 4, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/708768

ททท.ชวนเที่ยว ส่งท้ายลมหนาว 'ข้าวใหม่ปลามัน' อันซีนใหม่ของอุตรดิตถ์

ททท.ชวนเที่ยว ส่งท้ายลมหนาว ‘ข้าวใหม่ปลามัน’ อันซีนใหม่ของอุตรดิตถ์

วันศุกร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 19.43 น.

ททท.ชวนเที่ยว ส่งท้ายลมหนาว แบบหนาวกายไม่หนาวใจ “ข้าวใหม่ปลามัน” อันซีนใหม่ของอุตรดิตถ์ แพปลาบ้านท่าเรือ ชมวิถีชีวิตสไตล์ ล้านนาโบราณ สงบเงียบในหุบเขา กาดโคมล่อง ร้านค้า ร้านอาหาร เอกลักษณ์ของชาวเหนือ คาราวาน Food Truk อิ่มอร่อยไม่ซ้ำใคร การตกแต่งโซนรับประทานอาหารกับลานขันโตก กิจกรรมท่าปลา โอมากาเสะ  โชว์ทำอาหารจากเชฟมากประสบการณ์กับงานรังสรรค์เมนูสุดพิเศษ ชมหนังกลางโต้ง ภาพยนตร์สั้นกลางแปลง บรรยากาศแคมป์ปิ้งรับลมหนาว เหมาะไบน้อ สะล้อซอซึง คอนเสิร์ต ศิลปินดัง ชมฟรี 3วัน 3 คืน

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณบ้านท่าเรือ หมู่ที่ 9 ต.ท่าปลา อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ น.ส.ปนัดดา โรจนาธิโมกข์ Project Manager ผู้จัดการโครงการข้าวใหม่ปลามัน พร้อมด้วย น.ส.รส    รินทร์  ศรัณย์เกตุ ตัวแทน นายศรัณย์วุฒิ  ศรัณย์เกตุ สส.อุตรดิตถ์ นายสมพร  นะถา นายกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)ท่าปลา พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและสมาชิก อบต.ท่าปลา นางสุนทรียา  ธิจร กำนันตำบลท่าปลา นายม่อน  ติงปัน ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 9 ลงพื้นที่บ้านท่าเรือ ต.ท่าปลา อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ ตรวจดูสถานที่เพื่อดำเนินการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวธรรมชาติให้กับพื้นที่อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ ช่วงส่งท้ายลมหนาว แบบหนาวกายไม่หนาวใจ โดยการสนับสนุนของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ลักษณะการจัดงานเป็นฟรีคอนเสิร์ต พร้อมเทศกาลอาหารและดนตรี เพื่อเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยร่วมกับจังหวัดอุตรดิตถ์ องค์การบริหารส่วนตำบลท่าปลา และบริษัทจัดสนุกคอนซัลแตนท์ จำกัด กับงาน “ข้าวใหม่ปลามัน” ณ แพปลาบ้านท่าเรือ เพื่อก่อให้เกิดการประชาสัมพันธ์จังหวัดอุตรดิตถ์ ให้นักทองเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศได้รู้จักแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์มากขึ้น และเพื่อเป็นการดึงดูดให้นักท่องเที่ยวได้หันเข้ามาเที่ยวในพื้นที่บ้านท่าเรือ ต.ท่าปลา อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ มายิ่งขึ้นด้วยเช่นกัน 

“อุตรดิตถ์” เป็นจังหวัดตั้งอยู่ในพื้นที่ทางภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทย ได้ชื่อว่าเป็นเมือง”ลับแล” เมืองรอยต่อ 3 วัฒนธรรม ทั้งวัฒนธรรมสยาม(ภาคกลาง) วัฒนธรรมล้านนาและวัฒนธรรมล้านช้าง จังหวัดแห่งการท่องเที่ยวที่กลายเป็นจุดหมายปลายทางของหลายคน โดยเฉพาะผู้ที่รักและชื่นชอบธรรมชาติที่แสนบริสุทธิ์ ความงดงามของวัฒนธรรมและวิถีชีวิตสไตล์ล้านนาโบราณที่เงียบสงบในหุบเขา กับบรรยากาศในอากาศดีๆ ที่มีครบทุกสไตล์ กิจกรรมที่สร้างความสนุกสนานพร้อมสอดแทรกบรรยากาศความสวยงามของวิถีชีวิต ประเพณี วัฒนธรรมของคนในพื้นที่ 

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมอื่นอีกมากมายไม่ว่าจะเป็น “กาดโคมล่อง” ครบครันทั้งการออก ร้านค้า ร้านอาหาร อันเป็นเอกลักษณ์ของชาวเหนือ พร้อมด้วยคาราวาน Food Truck กับความอิ่มอร่อยไม่ซ้ำใคร การตกแต่งโซนรับประทานอาหารกับลานขันโตก ในบรรยากาศแบบล้านนา กิจกรรมท่าปลา โอมากาเสะ ชมโชว์วิธีการทำอาหารจากวัตถุดิบท้องถิ่นขึ้นชื่อจากเชฟมากประสบการณ์กับการรังสรรค์เมนูสุดพิเศษให้ผู้ร่วมงานได้ร่วมชิมกันแบบจานต่อจาน ชมการแข่งขันจานเด็ดลุ่มแม่น้ำ เน้นปลาหลากหลายชนิดจากอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ นำเป็นวัตถุดิบปรุงหรือเนรมิตเป็นอาหารจานเด็ดรสชาดถูกใจกรรมการเพื่อชิงรางวัลเสน่ห์แห่งวิถีริมน้ำ สนุกกับกิจกรรม Workshop การประดิษฐ์การ์ดวาเลนไทน์ เพื่อสื่อความรู้สึกให้คนรัก, ชมการแสดงจินตลีลาที่สวยงาม, ชมฟรีหนังกลางโต้ง ภาพยนตร์สั้นกลางแปลง, บรรยากาศแคมป์ปิ้งรับลมหนาว เหมาะไบน้อ สะล้อซอซึง กับการขับกล่อมบรรยากาศด้วยเสียงคนรีสะล้อซอซึง เอกลักษณ์ของชาวล้านนา มาแล้วต้องลองลิ้มชิมออาหารเลิศรส 7 เมนูแซ่บ ตัวแม่ต้องลอง อาทิ ยำปลาซิวแก้ว-เม็ดมะม่วง ทอดมันปลาซิวแก้ว ทอดมันปลากลาย ปลาตะโกกเผาต้มยำปลาตะโกก  ลาบปลากาเลิศรส ปลาหมอบัตเตอร์อบ

ต้องไม่พลาดจุดเช็คอินแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอท่าปลา 5 จุดเด่นฟินเว่อร์  อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ”  , เขื่อนดินช่องเขาขาด(สันเขื่อนสิริกิติ์) จุดเช็คอินบ้านท่าเรือ ภูพญาพ่อ หาดทรายงามตำบลน้ำหมัน ข้าวใหม่ปลามัน คอนเสิร์ต ที่จัดเต็มกับฟรีคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังทุกวัน วันที่ 10 กุมภาพันธ์ พบกับ Only Monday และ Patrickananda, วันที่ 11 กุมภาพันธ์ พบกับ มาร์ค ธัชพล จุลเกษม และ MVL วันสุดท้ายที่ 12 กุมภาพันธ์ พบกับ แซ็ค ชุมแพ และร่วมสนุกกับกิจกรรมออนไลน์ การแจกรางวัล เพียงโพสต์ไปให้โลกรู้ของบรรยากาศในงานลงในโซเชียลมีเดีย และติดแฮชแทก #ข้าวใหม่ปลามัน ลุ้นรับของรางวัล Gift Voucher แบบจัดเต็ม บัตรรับประทานอาหารมูลค่า 3,000 บาท, ห้องพัก 1 คืน 2 คน มูลค่า 3,000 บาท ขอเชิญทุกท่านมาสร้างประสบการณ์ส่งท้ายลมหนาว แบบหนาวกายไม่หนาวใจ จะมาเดี่ยว มาคู่ ฟินได้แบบครบทุกรสชาติ รับความอบอุ่นกลับบ้านแบบถึงใจกับงาน “ข้าวใหม่ปลามัน” วันที่ 10-12กุมภาพันธ์ 2566 ตั้งแต่เวลา 17.00 – 22.00 น. ณ แพท่าปลาบ้านท่าเรือ ตำบลท่าปลา อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ งานนี้เข้าชมฟรีตลอดงานทั้ง 3 วัน!!!

นายสมพร  กล่าวว่า รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ให้ความสำคัญถึงแหล่งท่องเที่ยวบ้านท่าเรือ ต.ท่าปลา อ.ท่าปลา แห่งนี้ ในนามของผู้บริหาร อบต.ท่าปลา ขอขอบพระคุณ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ช่วยผลักดันงบประมาณลงมาพัฒนาด้านการท่องเที่ยวให้กับพื้นที่ อบต.ท่าปลา โดยการประสานงานจาก นายศรัณย์วุฒิ  ศรัณย์เกตุ สส.อุตรดิตถ์ ได้เล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนาพื้นที่บ้านท่าเรือให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดอุตรดิตถ์และประเทศไทย 

“ในรอบกว่า 50 ปีที่ผ่านมา บ้านท่าเรือซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ยังไม่เคยได้มีการจัดงานด้านการท่องเที่ยวเลยแม้นแต่ครั้งเดียว การจัดกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวในครั้งนี้ถือเป็นกิจกรรมที่ยิ่งใหญ่สำหรับคนพื้นที่และอำเภอท่าปลา ถือเป็นการยกระดับการท่องเที่ยวให้กับบ้านท่าเรือ อำเภอท่าปลา ให้คนทั้งประเทศได้รู้จักแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามออกสู่สายตานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและนักท่องเที่ยวต่างจังหวัดได้รู้จักมากขึ้น การจัดกิจกรรมครั้งนี้ นอกจากเป็นการชูการท่องเที่ยวที่ปิดอยู่ในคนทั่วไปได้รู้จักแล้ว ยังก่อให้เกิดการพัฒนารวมถึงการสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่ด้วย”

น.ส.รสรินทร์  กล่าวว่า บ้านท่าเรือเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่สวยงามมาก เริ่มต้นเกิดจากชาวบ้านอำเภอท่าปลายอมเสียสละที่ดินทำกินอันอุดมสมบูรณ์ เพื่อให้มีการก่อสร้างเขื่อนสิริกิติ์ผลิตกระแสไฟฟ้าให้คนทั้งประเทศได้มีไฟฟ้าใช้กัน และยังเป็นแหล่งเก็บน้ำหรืออ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ เพื่อการอุปโภคบริโภคและเพื่อการเกษตรให้ประชาชนได้เพาะปลูกพืชผลนานาชนิด รวมถึงเพื่อการเพาะเลี้ยงปลาในกระชังท้ายเขื่อนสิริกิติ์ จนกลายเป็นแหล่งกระชังปลาที่ใหญ่สุดของประเทศไทย  คนท่าปลายอมอดทนยอมทนทุกข์ยากลำบากเพื่อคนส่วนใหญ่ได้ประโยชน์ในสิ่งเหล่านี้ บ้านท่าเรือจึงเป็นแหล่งหาปลาเลี้ยงชีพสำหรับคนพื้นที่เป็นหลัก เนื่องจากที่ดินเดิมอุดมสมบูรณ์ได้จมอยู่ใต้บาดาลไปแล้วนานกว่า 50 ปี ทั้งบ้าน วัด สถานที่ราชการและที่ดินทำกินของชาวบ้าน

“การจัดงานครั้งนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับคนท่าปลา จะทำให้ชาวบ้านมีรายได้มากยิ่งขึ้นจากการท่องเที่ยวในครั้งนี้ ด้านที่พักอาศัย การล่องแพ การลงเรือยนต์ การค้าขายในรูปแบบต่างๆที่จะนำรายได้เข้ามาสู่ในพื้นที่อย่างมาก บ้านท่าเรือถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของอำเภอท่าปลา ที่ม่นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวตลอดทั้งปี”

ด้าน น.ส.ปนัดดา ผู้จัดการโครงการข้าวใหม่ปลามัน กล่าวว่า การท่องเที่ยวเป็นธุรกิจที่นำเงินเข้าประเทศเป็นอันดับหนึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีมาก ประเทศไทยมีสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่สวยงามเยอะแยะ และมีทรัพยากรทางธรรมชาติที่สมบูรณ์ มีวิถีชีวิตที่น่าสนใจ มีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง จุดแพท่าปลา บ้านท่าเรือ มีวิถีชีวิตที่น่าสนใจมาก บริเวณนี้เป็นอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนดินที่ใหญ่สุดในประเทศไทย ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จึงให้ความสนใจที่จะมาสนับสนุนด้านการท่องเที่ยวให้กับคนในพื้นที่จุดนี้ เป็นการจัดกิจกรรมข้าวใหม่ปลามัน กิจกรรมเทศกาลอาหาร เทศกาลดนตรี ฟรีคอนเสิร์ต อาหารท้องถิ่นและสินค้าโอท็อป งานมีตั้งแต่วันที่ 10-12 กุมภาพันธ์นี้ ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศมาเที่ยวงานกัน ร่วมแต่งกายในชุดผ้าพื้นเมืองเข้าร่วมงาน มีจุดถ่ายรูปเช็คอินจำนวนหลายแห่ง ร่วมจับจ่ายซื้อสินค้ากลับบ้านเพื่อเป็นการสนับสนันรายได้ให้กับคนในพื้นที่

“ส่วนผู้ที่ชื่นชอบการช๊อปปิ้ง ภายในงานได้รวบรวมสิ้นค้าอาหารและเครื่องดื่ม สินค้าโอท็อป สินค้าพื้นเมืองอย่างมากมายซึ่งเป็นสินค้าชื่อดังของจังหวัดอุตรดิตถ์ สินค้าเกรดเอระดับ 3-5 ดาว สำหรับผู้ที่ชื่นชอบดนตรี ภายในงานมีนักดนตรีชื่อดังร่วมแสดงคอนเสิร์ต เช่น Only Monday, Patrickananda, มาร์ค ธัชพล จุลเกษม, MVL, แซ็ค ชุมแพ, ชมการแสดงพื้นบ้าน วิถีชีวิตชุมชน หญิง-ชายที่ชอบจุดเช็คอินถ่ายรูปภาพต้องไม่พลาด มีจุดถ่ายภาพสวยงามให้หลายจุดถ่ายกันเพลินๆ แพกลางน้ำ บ้านท่าเรือถือเป็นจุดท่องเที่ยวอันซีน อยากแนะนำให้นักท่องเที่ยวได้รู้จักกันจะได้หลงเสน่ห์ความสวยงามของที่นี่ซึ่งไม่แพ้แหล่งท่องเที่ยวอื่นอย่างแน่นอน เพราะมีอ่างเก็บน้ำที่ใหญ่เหมือนทะเลสาบ คนในพื้นที่เรียกว่า อ่างเก็บน้ำสุริยันจันทรา ชมพระอาทิตย์สะท้อนยังแผนน้ำ กำลังลับขอบฟ้าผ่านหุบเขา เป็นภาพที่สวยงามมาก พื้นที่ถูกล้อมรอบไปด้วยภูเขาสวยงามมากหาที่ไหนไม่ได้ สามารถพักผ่อนตกปลาหรือแคมป์ปิ้ง ล่องเรือชมธรรมชาติกลางอ่างน้ำ ชมเจดีย์กลางน้ำ ที่ท่าปลามีทุเรียนหลงนางพญา รสชาดไม่แพ้ทุเรียนหลง-หลินลับแล ถึงช่วงฤดูต้องมาชิมกัน” น.ส.ปนัดดา ผู้จัดการโครงการข้าวใหม่ปลามัน กล่าวทิ้งท้าย.-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กรรมมีจริง ผลของกรรมมีจริง พ่อแม่ทำบาปอกุศล บุตรธิดารับเคราะห์แทนจริงหรือ??

Posted on February 4, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/708743

กรรมมีจริง ผลของกรรมมีจริง พ่อแม่ทำบาปอกุศล บุตรธิดารับเคราะห์แทนจริงหรือ??

กรรมมีจริง ผลของกรรมมีจริง พ่อแม่ทำบาปอกุศล บุตรธิดารับเคราะห์แทนจริงหรือ??

วันศุกร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 18.34 น.

“กรรมมีจริง ผลของกรรมมีจริง กรรมดีให้ผลดีจริง กรรมชั่วให้ผลชั่วจริง ผู้ใดทำกรรมใดไว้ จักเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น ผู้ไม่ได้ทำ หาต้องได้รับไม่” ความเข้าใจผิดในเรื่องนี้มีอยู่ให้ได้ยินได้ฟังอยู่เนื่องๆ เช่น มารดาบิดาทำไม่ดีต่างๆ นานาให้เห็น เกิดเหตุการณ์รุนแรงแก่ชีวิตบุตรธิดาก็มักกล่าวกันว่าลูกรับเคราะห์แทนมารดาบิดาบ้าง หรือลูกรับกรรมแทนมารดาบิดาบ้าง ความจริงไม่เป็นเช่นนั้น กรรมของผู้ใด ผลย่อมเป็นของผู้นั้น จะรับผลกรรมแทนกันไม่ได้…ไม่มี

มารดาบิดาทำไม่ดี ทำบาปทำอกุศล ยังอยู่ดีมีสุขเพราะผลของบาปอกุศลยังส่งไม่ถึง แต่บุตรธิดาที่ไม่ทันได้ทำบาปทำอกุศล กลับต้องมีอันเป็นไปต่างๆ นั้นนั่นเป็นเรื่องของการรับผลของบาปอกุศลที่ทำไว้ในภพชาติก่อนที่ตามมาส่งผลในภพในชาตินี้แน่นอน บุตรธิดาผู้ได้รับผลไม่ดีต่างๆ นานาต้องทำกรรมไม่ดีไว้ในภพชาติหนึ่งแน่นอน แต่เราไม่รู้ไม่เห็นเท่านั้น ไม่ใช่บุตรธิดารับผลกรรมแทนมารดาบิดา

ผู้จะเกิดร่วมกัน เป็นแม่เป็นพ่อเป็นลูกกัน ต้องมีกรรมดีกรรมชั่วในระดับเดียวกัน ไม่แตกต่างห่างไกลกัน จึงทำให้เหมือนลูกรับกรรมแทนพ่อแม่ผู้ทำบาปอกุศล ลูกที่มารับผลไม่ดีต่างๆ ขณะที่พ่อแม่ผู้ประกอบกรรมไม่ดีนั้น นั่นเพราะกรรมไม่ดีของลูกส่งผลทันในระยะนั้น จึงทำให้ยากจะเข้าใจได้ จึงทำให้เกิดความสับสนกันมาก กรรมของคนหนึ่ง ผลจะไม่เกิดแก่อีกคนหนึ่งแน่นอน

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน) http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=13664

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ขอพูดอีกครั้ง!! ‘บัวขาว’ โพสต์เดือด ‘ไม่เคยลืมกำพืด ไม่เคยเนรคุณแผ่นดิน’

Posted on February 4, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/708731

ขอพูดอีกครั้ง!! 'บัวขาว' โพสต์เดือด 'ไม่เคยลืมกำพืด ไม่เคยเนรคุณแผ่นดิน'

ขอพูดอีกครั้ง!! ‘บัวขาว’ โพสต์เดือด ‘ไม่เคยลืมกำพืด ไม่เคยเนรคุณแผ่นดิน’

วันศุกร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 18.06 น.

3 ก.พ.66 จากกรณีที่ทางประเทศกัมพูชา ประกาศเปลี่ยนชื่อมวย (มวยไทย) เป็น”กุน ขแมร์”เพื่อแข่งขันในศึกซีเกมส์ 2023 ระหว่างวันที่ 5 – 17 พฤษภาคมนี้ เรื่องนี้ทำเอาเป็นดราม่าในโลกออนไลน์กันร้อนฉ่า เพราะมองว่าชาติของตนเป็นผู้ริเริ่มศิลปะป้องกันตัวชนิดนี้
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องที่นี่ : ‘แก้ว รัมย์จง’ตำนาน’กุน ขแมร์’ ลั่นอยากปะทะ’บัวขาว’ คันมือ คือขา อยากปะทะ 
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องที่นี่ : ‘บัวขาว’โพสต์เป็นภาษาอังกฤษ ทวงค่าตัว 2.2 ล้านไฟต์ล่าสุด ที่ชกที่เขมรอีกรอบ

โดยก่อนหน้านี้บัวขาวได้ออกมาโพส์ในเพจเฟสบุ๊ก Banchamek Gym (Buakaw Banchamek, บัวขาว บัญชาเมฆ) โดยระบุว่า “บัวขาวเองไม่มีปัญหากับกุน แขมร์ หรือประชาชนชาวกัมพูชาทั้งนั้น แต่ที่ติดปัญหานั่นก็คือ อยากวอนขอให้ผู้ใหญ่ในวงการมวยของกัมพูชา เมตตาช่วยติดตามค่าตัวที่ไปต่อยที่กัมพูชาล่าสุด รายการ World Fight Tournament ยังคงค้างจ่ายอยู่อีกจำนวน 2.2 ล้านบาท จึงขอโอกาสนี้ให้ความอนุเคราะห์ด้วยครับ”

ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก Banchamek Gym (Buakaw Banchamek, บัวขาว บัญชาเมฆ) ได้ออกมาโพสต์อีกว่า “ขอพูดอีกครั้งนะครับ บัวขาวเอง เป็นคนไทยแท้ๆ ไม่ไช่คนกัมพูชา ที่มาอยู่เมืองไทย ได้ดิบได้ดีแล้วลืมกำพืด เนรคุณแผ่นดินเดิม บัวขาวเอง เป็นคนไทยเชื้อสายกูย และไม่ได้อับอายด้วยว่ามีชาติพันธ์นี้ คนในประเทศไทย มีความหลากหลาย ภาษาวัฒนธรรม มีทั้ง คนไทยเชื้อสายจีน คนไทยเชื้อสายมอญ คนไทยเชื้อสายญวน คนไทยเชื้อสายลาว คนไทยเชื้อสายตะวันออกกลาง คนไทยเชื้อสายอินเดีย และอื่นๆอีกมากมาย ถึงแม้กระทั่ง คนไทยเชื้อสายกัมพูชาก็ตาม ทุกคนล้วนเป็นคนไทยทั้งสิ้น ภูมิใจในความเป็นไทย และเราก็ให้เกียรติ คนประเทศอื่นๆเหมือนกัน ใครแปลเป็นภาษากัมพูชาได้ ก็ช่วยให้เขาเข้าใจที่ครับ” .-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฮือฮา! ร้านดังเปิดรับสมัคร’นักด่า’ เงินเดือน 10,000 ชาวเน็ตขำก๊ากแนวทางปากแซ่บ

Posted on February 4, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/708715

ฮือฮา! ร้านดังเปิดรับสมัคร'นักด่า' เงินเดือน 10,000 ชาวเน็ตขำก๊ากแนวทางปากแซ่บ

ฮือฮา! ร้านดังเปิดรับสมัคร’นักด่า’ เงินเดือน 10,000 ชาวเน็ตขำก๊ากแนวทางปากแซ่บ

วันศุกร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 17.08 น.

3 ก.พ.66 เรียกว่าเป็นกระแสไวรัลในโลกโซเซียลอยู่ในขณะนี้ หลังจากเพจเฟซบุ๊ก“ปาหนัน” ซึ่งทำธุรกิจรับซื้อ-ขาย ธนบัตรที่ระลึก ธนบัตรโบราณ เหรียญ เงินตราโบราณ พดด้วง เหรียญนิยม ของสะสมมีค่าได้สร้างความฮือฮา ลงประกาศรับสมัครนักด่า 1 ตำแหน่ง โดยระบุลักษณะงานที่น่าสนใจดังนี้

รับสมัครนักด่า 1 ตำแหน่ง
ลักษณะงาน
– คอมเม้นท์ตอบโต้ พวกโลภจนโง่ พวกอ่านหนังสือไม่เกิน 2 บรรทัดดูคลิ๊ปไม่ถึง 1 นาที อวดรู้ มโนเก่ง
สถานที่ทำงาน
– เพจ “ปาหนัน” และ “Youtube ปาหนันofficial”
คุณสมบัติ
– ด่าเจ็บ ด่าเก่ง ด่าฉลาด ด่าแบบผู้ดี ด่ามีสัมมาคารวะ
– มีความอดทนสูง ควบคุมอารมณ์ได้ดี
– มีสุขสภาพจิตดี
– มีความเข้าใจในงาน
-ไม่จำกัดอายุ วุฒิการศึกษา
– สามารถใช้อุปกรณ์ มือถือ คอมพิวเตอร์
เงินเดือน 10,000บาท หรือตามตกลง สามารถสมัครและทดลองงานได้ที่ เพจ”ปาหนัน” ปล.เห็นแวว เราจะติดต่อคุณไป

ทั้งนี้ หลังมีประกาศรับสมัครงานในตำแหน่งดังกล่าวออกไป ปรากฏว่ามีคนเข้าไปคอมเมนต์เป็นจำนวนมาก โดยส่วนหนึ่งสงสัยว่าเป็นการทำคอนเท้นต์หรือไม่? ปรากฏว่าทางแอดมินเพจ เข้าไปตอบว่า “หลายคนคิดว่าเราทำคอนเท้นต์…แต่จริงๆแล้วเรารับสมัครจริงๆครับ…เรื่องนี้มันมีที่มาที่ไป ที่คนทำเพจหลายคนอาจไม่รู้ แต่เราได้ลองทดลองแล้ว…เห็นว่ามีประโยชน์ สมควรว่าควรมี”นักด่า”ไว้ตอบโต้หน้าเพจจริงๆ ตอนนี้เราได้คนทำหน้าที่แล้ว ขอบคุณที่สนใจ พรุ่งนี้นักด่าของเราทำหน้าที่วันแรก”

นอกจากนี้ที่ฮือฮา ไม่แพ้กันก็คือ ทางเพจได้ขอแนวทางจากลูกเพจหน่อย ด่ายังไงให้ดูผู้ดี พร้อมกับโพสต์ข้อความอ่านแล้วฮาก๊ากว่า “ก่อนจะคอมเม้นท์ด่าให้ขึ้นต้นว่า “ด้วยความเคารพ” ลงท้ายมีเสียง “ครับ/ค่ะ” มันจะดูดีมาก บอกเลย 

ขอบคุณข้อมูลเฟซบุ๊ก ปาหนัน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ขยันหนีบซะด้วย! ลูกค้ารีวิวไก่ย่างไม้ละ5บ. ฮากร๊าก..ใหญ่กว่านิ้วโป้งนิดนึง

Posted on February 4, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/708697

ขยันหนีบซะด้วย! ลูกค้ารีวิวไก่ย่างไม้ละ5บ. ฮากร๊าก..ใหญ่กว่านิ้วโป้งนิดนึง

ขยันหนีบซะด้วย! ลูกค้ารีวิวไก่ย่างไม้ละ5บ. ฮากร๊าก..ใหญ่กว่านิ้วโป้งนิดนึง

วันศุกร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 16.32 น.

ขยันหนีบซะด้วย! ลูกค้ารีวิวไก่ย่างไม้ละ 5 บาท ฮากร๊าก ใหญ่กว่านิ้วโป้งนิดนึง

3 ก.พ.2566 จะฮาไปไหนเนี่ย!! ผู้ใช้ติ๊กต็อก thawatpromnamang4 โพสต์คลิปหลังจากไปซื้อไก่ย่างในราคาไม้ละ 5 บาท เจ้าตัวรีวิวด้วยความฮาบอกว่า “นี่คือไก่ย่าง 5 บาทนะครับ 5 บาทจริงไหม ? ฮ่าๆๆๆ นิ้วโป้งกูยังใหญ่กว่าอีก ไม่บอกพิกัดนะครับ ไม่ต้องมาตำกันนะ 5 บาท เอ้า โอเค ใหญ่กว่านิ้วโป้งนิดเดียว”

https://www.tiktok.com/embed/v2/7195132359363087642?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Flikesara%2F708697

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ขนส่ง’ลุยแก้PM 2.5 เร่งตรวจวัด‘ควันดำ’ทั่วประเทศ พ่น‘ห้ามใช้’แล้ว 611 คัน

Posted on February 4, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/708681

‘ขนส่ง’ลุยแก้PM 2.5 เร่งตรวจวัด‘ควันดำ’ทั่วประเทศ พ่น‘ห้ามใช้’แล้ว 611 คัน

‘ขนส่ง’ลุยแก้PM 2.5 เร่งตรวจวัด‘ควันดำ’ทั่วประเทศ พ่น‘ห้ามใช้’แล้ว 611 คัน

วันศุกร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 16.05 น.

‘ขนส่ง’ลุยแก้PM 2.5 เร่งตรวจวัด‘ควันดำ’ทั่วประเทศ พ่น‘ห้ามใช้’แล้ว 611 คัน

3 กุมภาพันธ์ 2566 นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และโฆษกกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า ขณะนี้ ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เป็นปัญหาสำคัญที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่และส่งผลกระทบต่อสุขอนามัยของประชาชน ซึ่งหนึ่งในสาเหตุสำคัญมาจากควันดำของท่อไอเสียรถยนต์ การเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ ซึ่งมีสาเหตุหลายประการ เช่น น้ำมันเชื้อเพลิงคุณภาพต่ำ กรองอากาศอุดตัน ทำให้อากาศเข้าไม่เพียงพอ ปรับแต่งปั๊มหัวฉีดไม่เหมาะสม หัวฉีดปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงชำรุด ทำให้การฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงไม่เป็นฝอยละเอียด การออกแบบห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ และการบรรทุกน้ำหนักเกิน ทำให้รถยนต์แต่ละคันอาจมีควันดำออกมามาก

ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกในฐานะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการตามนโยบายของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในการดำเนินการตามมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 โดยจัดผู้ตรวจการออกตรวจวัดควันดำจากท่อไอเสียของรถบรรทุกและรถโดยสาร ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงการตรวจวัดควันดำบนถนนสายหลักและสายรองทั่วประเทศ

กรมการขนส่งทางบกดำเนินการปรับปรุงมาตรฐานการตรวจวัดค่าควันดำจากท่อไอเสียของรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกและกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ให้สอดคล้องตามเกณฑ์มาตรฐานค่าควันดำและวิธีการตรวจวัดที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกำหนด โดยการปรับปรุงมาตรฐานการตรวจวัดค่าควันดำมีสาระสำคัญดังนี้ กรณีการตรวจวัดควันดำด้วยเครื่องวัดควันดำระบบวัดความทึบแสง ขณะเครื่องยนต์ไม่มีภาระ ค่าควันดำสูงสุดไม่เกินร้อยละ 30 (เดิม ร้อยละ 45) และหากตรวจวัดควันดำด้วยเครื่องวัดควันดำระบบกระดาษกรอง ขณะเครื่องยนต์ไม่มีภาระ ค่าควันดำสูงสุดไม่เกินร้อยละ 40 (เดิม ร้อยละ 50) ซึ่งเกณฑ์การตรวจควันดำใหม่ ได้มีผลบังคับใช้กับการตรวจวัดควันดำรถที่มาดำเนินการตรวจสภาพรถก่อนจดทะเบียน หรือตรวจสภาพรถก่อนชำระภาษีประจำปีที่สำนักงานขนส่ง และสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ทุกแห่งแล้ว

รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และโฆษกกรมการขนส่งทางบก กล่าวต่อไปว่า กรมการขนส่งทางบกติดตามการปฏิบัติหน้าที่และการบังคับใช้กฎหมายของผู้ตรวจการในการออกตรวจวัดควันดำอย่างต่อเนื่อง พร้อมเก็บผลการตรวจสอบวัดควันดำในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ระหว่างวันที่ 1 ต.ค. 65 – 31 ม.ค. 66 กองตรวจการขนส่งทางบกได้ตรวจรถบรรทุกและรถโดยสารทั้งหมด จำนวน 40,861 คัน ทั้งนี้มีรถบรรทุกและรถโดยสารที่มีค่าควันดำที่เกินกว่ากฎหมายกำหนดและถูกสั่งห้ามใช้รถด้วยการพ่นข้อความ “ห้ามใช้” จำนวน 171 คัน โดยผลการตรวจสอบวัดควันดำทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 1 ต.ค. 65 – 31 ม.ค. 66  สำนักงานขนส่งแต่ละจังหวัดได้จัดเจ้าหน้าที่ออกตรวจควันดำ โดยได้มีการตรวจรถบรรทุกและรถโดยสาร จำนวน 84,076 คัน ซึ่งมีรถบรรทุกและรถโดยสารที่มีค่าควันดำที่เกินกว่ากฎหมายกำหนดและถูกสั่งห้ามใช้รถด้วยการพ่นข้อความ “ห้ามใช้” จำนวน 611 คัน

รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และโฆษกกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการขนส่งทางบกแนะให้เจ้าของรถตรวจเช็กและซ่อมเครื่องยนต์ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์อยู่เสมอ โดยวิธีแก้ไขรถที่ปล่อยควันดำเบื้องต้น 1.ให้ทำความสะอาด หรือเปลี่ยนกรองอากาศใหม่ 2.เปลี่ยนกรองน้ำมันเชื้อเพลิงตามระยะเวลา 3.เปลี่ยนน้ำมันเครื่องและกรองน้ำมันเครื่องตามระยะเวลา 4.ปรับตั้งปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงตั้งจังหวะการฉีดเชื้อเพลิงให้ถูกต้อง 5.ตรวจเช็กและปรับตั้งหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงให้เป็นละออง และมีแรงดัน เป็นต้น เตือนหากตรวจวัดควันดำด้วยระบบวัดความทึบแสง แล้วมีค่าควันดำเกินร้อยละ 30 หรือตรวจวัดควันดำด้วยระบบกระดาษกรอง แล้วมีค่าควันดำ เกินร้อยละ 40 จะถูกเปรียบเทียบปรับสูงสุด 5,000 บาท และสั่งห้ามใช้รถด้วยการพ่นข้อความ “ห้ามใช้” จนกว่าเจ้าของรถจะนำรถไปแก้ไขสภาพเครื่องยนต์ไม่ให้มีค่าควันดำเกินกำหนด และนำมาตรวจสภาพอีกครั้งจนผ่านการตรวจวัดจึงจะนำไปใช้งานได้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

งานวิจัยชี้ ‘ขับจี้ท้าย’ พฤติกรรมเลวร้ายบนท้องถนน

Posted on February 4, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/708669

งานวิจัยชี้ 'ขับจี้ท้าย' พฤติกรรมเลวร้ายบนท้องถนน

งานวิจัยชี้ ‘ขับจี้ท้าย’ พฤติกรรมเลวร้ายบนท้องถนน

วันศุกร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 15.47 น.

งานวิจัยชี้ ‘จี้ท้าย’ พฤติกรรมขับขี่อันตราย เสี่ยงอุบัติเหตุ แนะให้ความรู้คู่เข้มบังคับใช้กฎหมาย

3 ก.พ. 2566 เฟซบุ๊กแฟนเพจ  “ThaiRAP”  หรือ Thailand Road Assessment Programme ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่างคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับองค์กร International Road Assessment Programme (iRAP) ที่มีภารกิจวิเคราะห์และประเมินผลถนนในประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยประเมินความเสี่ยงของผู้ใช้ทางทั้งหมด 4 กลุ่ม คือคนเดินเท้า รถยนต์ มอเตอร์ไซค์และจักรยาน จัดอันดับจาก 1 ดาวคือเสี่ยงมากที่สุด ไปถึง 5 ดาวคือเสี่ยงน้อยที่สุด เผยแพร่บทความ “โปรดเว้นระยะห่าง ขับรถจี้ท้าย พฤติกรรมอันตรายที่ควรหยุดทำ” เนื้อหาดังนี้

“ผู้ขับรถหลายคนเคยมีประสบการณ์ถูกรถยนต์ที่ขับตามมาจี้ท้ายรถของเรา นอกจากจะสร้างความเครียดที่จะต้องมาพะวงรถยนต์ด้านหลังแล้ว ยังทำให้เราต้องขับรถเร็วขึ้นด้วยจากการพยามยามทิ้งระยะห่าง พฤติกรรมเหล่านี้เป็นอันตรายต่อการขับขี่บนท้องถนนทั้งคนที่ขับจี้ท้ายและคนที่ถูกขับจี้ท้ายด้วยเช่นกัน งานวิจัยจากรัฐควีนแลนด์ ประเทศออสเตรเลียได้ศึกษาถึงพฤติกรรมและความอันตรายของผู้ที่ชอบขับรถจี้ท้าย รวมถึงแนวการแก้ไขพฤติกรรมดังกล่าว ทาง ThaiRAP จึงขอสรุปข้อมูลจากงานวิจัยดังกล่าวไว้ดังนี้

โดนจี้ท้าย ประสบการณ์เลวร้ายบนท้องถนน งานวิจัยนี้ได้สำรวจผู้ใช้ถนน 887 คน โดยร้อยละ 98 เคยมีประสบการณ์การโดนขับรถจี้ท้าย ซึ่งเป็นประสบการณ์แย่ๆ ซึ่งสร้างความเครียดอย่างมากให้แก่ผู้ขับรถ จากสถิติอุบัติเหตุรุนแรงมากกว่า 7,000 ครั้ง (ค.ศ. 2019 – 2020) จะมีสาเหตุมาจากการขับรถจี้ท้าย ซึ่งขัดแย้งกับสถิติผู้ขับขี่ที่โดนใบสั่งเรื่องการขับรถจี้ท้ายที่มีเพียง 3,000 กว่าเคส จึงสะท้อนถึงปัญหาการขับจี้ท้ายยังไม่ได้รับการแก้ไขที่ดีนัก

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ขับจี้ท้าย จากการศึกษาปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อพฤติกรรมดังกล่าว คือ 1) ไม่รับรู้ถึงอันตรายที่อาจเกิด 2) ไม่ได้รับใบสั่งเมื่อมีพฤติกรรมเสี่ยง 3) เห็นว่าคนรอบตัวเคยโดนจี้ท้าย และ 4) คิดว่าเป็นพฤติกรรมที่ทำได้โดยไม่ถูกจับ ดังนั้นแนวทางการแก้ไขปัญหาที่มีประสิทธิภาพคือ การให้ความรู้ถึงอันตรายของการขับรถจี้ท้าย และความรู้ด้านกฎหมายต่อความผิดในการขับรถจี้ท้าย 

สำหรับประเทศไทยมีกฎหมายพระราชบัญญัติการจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 40 ระบุว่า “ผู้ขับขี่ต้องขับรถให้ห่างคันหน้าพอสมควรในระยะที่หยุดรถได้โดยปลอดภัยเมื่อจำเป็นต้องหยุดรถ” เว้นระยะอย่างไรให้ปลอดภัย บางครั้งเองผู้ขับขี่บางคนอาจไม่ทราบว่าตัวเองกำลังขับรถจี้ท้ายรถคันอื่นจากความเคยชินในการขับขี่ ทาง ThaiRAP จึงขอวิธีในการเว้นระยะห่างอย่างปลอดภัยตามมาตรฐานสากล (NSW Government) ไว้ดังนี้ 

• ห่างครึ่งหนึ่ง เพื่อลดความเสี่ยง ตามมาตรฐานสากล (NSW Government) หากเรากำลังขับที่ความเร็ว 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ให้เราเว้นระยะจากคันหน้า 80/2 = 40 เมตร แต่ถ้าสภาพถนนไม่ดี ยางล้อเสื่อม หรือมีฝนตกหนัก ควรเพิ่มระยะห่างเป็นสองเท่า

• ห่าง 3 วินาที เพื่อความปลอดภัย ลองใช้วิธีสังเกตจากเสาไฟฟ้า ต้นไม้ หรือหลักกิโลเมตร เป็นตัวช่วยในการกะเวลา เช่น เมื่อรถคันหน้าผ่านต้นไม้ แล้วเราที่ขับตามมาถึงต้นไม้ต้นเดียวกันในช่วงเวลาไม่น้อยกว่า 3 วินาที จะช่วยให้เรามั่นใจได้ในระดับนึงว่าปลอดภัยจากการชนท้าย

เพื่อการเดินทางที่ปลอดภัย ThaiRAP จึงอยากสนับสนุนให้มีการจัดการพฤติกรรมการขับรถจี้ท้าย ทั้งด้านการให้ความรู้และการบังคับใช้กฎหมาย และฝากถึงทุกคนให้เลี่ยงพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุต่อตัวท่าน และเพื่อนร่วมทางบนท้องถนน โดยการขับขี่ที่ดี มีน้ำใจ ไม่ประมาทจะช่วยถนนปลอดภัยแก่ผู้ใช้ทางทุกคน”

-009

ขอบคุณ : ThaiRAP

ขอบคุณ : ThaiRAP

ขอบคุณ : ThaiRAP

ขอบคุณ : ThaiRAP

ขอบคุณ : ThaiRAP

ขอบคุณ : ThaiRAP

ขอบคุณ : ThaiRAP

ขอบคุณ : ThaiRAP

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สุดเวทนา! ‘หมาท้อง’พันธุ์โดเบอร์แมน คนใจร้าย’ตีหัว-เทปกาวมัดขา’ทิ้งไว้ในป่า

Posted on February 4, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/708654

สุดเวทนา! 'หมาท้อง'พันธุ์โดเบอร์แมน คนใจร้าย'ตีหัว-เทปกาวมัดขา'ทิ้งไว้ในป่า

สุดเวทนา! ‘หมาท้อง’พันธุ์โดเบอร์แมน คนใจร้าย’ตีหัว-เทปกาวมัดขา’ทิ้งไว้ในป่า

วันศุกร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 15.12 น.

3 กุมภาพันธ์ 2566 เจ้าหน้าที่ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยสว่างบริบูรณ์เมืองพัทยา รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านว่า พบสุนัขสายพันธุ์ต่างประเทศ ถูกเทปพันมัดที่ขาทั้ง 2 ข้าง มีร่องรอยโดนทำร้ายถูกนำมาทิ้งไว้ในป่า บริเวณพื้นที่หมู่ 1ถ ต.เขาไม้แก้ว อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงประสานเจ้าหน้าที่รุดรวจสอบและให้การช่วยเหลือ

ในที่เกิดเหตุห่างจากถนนลาดยางเข้าไปประมาณ 50 เมตร พบสุนัขสายพันธุ์ “โดเบอร์แมน” สีดำ อายุประมาณ 5 ปี โดยที่ขาหลังทั้ง 2 ข้างถูกพันด้วยเทปกาวติดไว้ ขณะที่ช่วงหัวมีแผลเจาะขนาดใหญ่จำนวน 2 แผล คล้ายถูกตีด้วยของแข็งมีเลือดไหลซึมนอนอยู่

โดยชาวบ้านไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วยเหลือ เนื่องจากกลัวว่าจะถูกกัดเพราะเป็นสายพันธุ์ที่ดุ จึงทำได้เพียงนำน้ำและอาหารมาวางไว้ให้ นอกจากนี้ยังพบว่า สุนัขตัวดังกล่าวน่าจะมีท้องอีกด้วย

จากการสอบถามนายสุนทร นันกระโทก อายุ 58 ปี ชาวบ้านในละแวกนั้นทราบว่าเมื่อช่วงเวลาประ มาณ 6 โมงเช้าเห็นมีรถยนต์สีเทาขาว ที่มีชายอายุประมาณ 60 ปี เป็นคนขับ ได้นำสุนัขตัวนี้มาปล่อยทิ้งไว้ในป่าก่อนขับรถหนีหายไป

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการช่วยเหลือ ก่อนจะมีชาวบ้านผู้ใจดีขอรับสุนัขตัวดังกล่าวไปดูแลต่อเป็นที่เรียบร้อย.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หมู-ไก่-ไข่’ ชะตากรรมเดียวกัน ต้นทุนการผลิตสูง ร้องรัฐช่วยด่วน

Posted on February 4, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/708643

'หมู-ไก่-ไข่' ชะตากรรมเดียวกัน ต้นทุนการผลิตสูง ร้องรัฐช่วยด่วน

‘หมู-ไก่-ไข่’ ชะตากรรมเดียวกัน ต้นทุนการผลิตสูง ร้องรัฐช่วยด่วน

วันศุกร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 14.37 น.

สงครามรัสเซีย-ยูเครนยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติ และจะฉลองครบรอบ 1 ปี ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2566 ซึ่งสงครามส่งผลกระทบในวงกว้างทั้งเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะความมั่นคงทางอาหาร เนื่องจากทั้ง 2 ประเทศ เป็นผู้ส่งออกธัญพืชและวัตถุดิบอาหารสัตว์รวมกันติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก ทั้งข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ และยังเป็นประเทศผู้ส่งออกน้ำมันระดับต้นๆ ของโลก 

ขณะที่วันนี้ วิกฤตโควิด-19 อ่อนแรง เพราะโลกเข้มแข็งขึ้นด้วยวัคซีนป้องกันเชื้อโรคที่ถูกพัฒนาอย่างรวดเร็ว ควบคู่กับนโยบายป้องกันประเทศและป้องกันส่วนบุคคลดีขึ้น ซึ่งเป็นแรงกระตุ้นสำคัญทางเศรษฐกิจและความต้องการทั่วโลก แต่ธัญพืชและวัตถุดิบอาหารสัตว์ ไซโลเก็บผลผลิตและเส้นทางขนส่งถูกทำลาย ราคาในตลาดโลกจึงยังคงยืนแข็งในระดับสูง ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตภาคปศุสัตว์ไม่ใช่ไทยประเทศเดียวแต่เผชิญชะตากรรมเดียวกันทั่วโลก

สงครามยังกระทบต่อราคาอาหารรับรู้ได้ทั่วโลก เช่น ไข่ไก่ สหรัฐแพงจนผู้บริโภคบ่น สาเหตุจากไข้หวัดนกและต้นทุนการเลี้ยงไก่ไข่สูงขึ้น ทั้งราคาอาหารสัตว์ ค่าแรงงาน ค่าบริหารจัดการฟาร์ม  ขณะที่ มาเลเซีย ต้องสั่งซื้อไข่ไก่ล็อตใหญ่ที่สุด 50 ล้านฟอง จากอินเดีย เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนในประเทศ เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบอาหารปรับราคาสูงขึ้น จากผลกระทบของสงครามยูเครน กดดันให้ผู้เลี้ยงรายเล็กต้องลดปริมาณการเลี้ยงลง ผู้เลี้ยงไก่ไข่ไทยก็ไม่น้อยหน้าราคาอาหารไก่ปรับขึ้นประมาณ 3-4 บาทต่อกิโลกรัม ราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มที่เหมาะสมควรอยู่ที่ 3.90-4.00 บาทต่อฟอง แต่ราคาที่เกษตรกรขายได้ปัจจุบัน คือ 3.60 บาทต่อฟอง

สำหรับภาคการเลี้ยงสัตว์ของไทย โดยเฉพาะ หมู ไก่ ไข่ ซึ่งเป็นอาหารที่คนไทยนิยมบริโภคและเข้าถึงง่ายที่สุด ได้รับผลกระทบจากราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ถ้วนหน้า จากข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่เป็นวัตถุดิบสำคัญในสูตรอาหารสัตว์ราคาทะยานสูงสุด จากก่อนส่งครามไม่เกิน 10 บาทต่อกิโลกรัม ระหว่างสงครามปรับขึ้นไปมากกว่า 13.50 บาทต่อกิโลกรัม จนถึงขณะนี้ยังคงยืนสูงที่ 13.40-13.45 บาทต่อกิโลกรัม รวมถึงถั่วเหลือง ข้าวสาลี ขยับขึ้นตามกัน โดยเฉพาะอาหารของหมู มีข้าวโพดเป็นส่วนผสมสูงถึง 60-70% จึงกลายเป็นต้นทุนสำคัญ ผู้เลี้ยงไก่เนื้อและไก่ไข่ ก็อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงปัญหานี้ได้  

สมาคมผู้ผลิตปศุสัตว์ต่างๆ ทั้ง หมู ไก่ ไข่ ร้องเป็นเสียงเดียวกันให้รัฐบาลหาทางแก้ปัญหาเรื่องวัตถุดิบอาหารสัตว์เร่งด่วน ทั้งระยะสั้นและระยะยาว เป้าหมาย คือ ช่วยลดต้นทุนให้เกษตรกรอยู่ได้-ผู้บริโภคซื้อคล่อง เนื่องจากปัจจุบันมาตรการด้านภาษีและโควต้านำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ของภาครัฐ ยังเป็นอุปสรรคและต้นทุนสำคัญในห่วงโซ่การผลิตที่เกษตรกรต้องรับภาระ นอกเหนือจากต้นทุนพลังงานและปัจจัยการผลิตที่เพิ่มในอัตราที่ใกล้เคียงกันเฉลี่ยประมาณ 20-30%

จากปี 2565-ปัจจุบัน ผู้เลี้ยงหมูอยู่ในสถานการณ์ลำบาก เพราะนอกจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นเป็นประวัติการณ์แล้ว ยังเจอปัญหา “หมูเถื่อน” ที่ลักลอบเข้าไทยมาทุกทิศทุกทาง แม้กรมปศุสัตว์ร่วมมือกับตำรวจและทหารจับและทำลายของกลางซากหมูไปมากกว่า 1 ล้านกิโลกรัม ก็ตาม แต่สมาคมผู้เลี้ยงสุกรยืนยันว่านั่นเป็นเพียงแค่ 5% ของหมูที่ลักลอบทั้งหมด ภาครัฐต้องปราบปรามอย่างจริงจังให้หมดภายในปีนี้ เพื่อให้สถานการณ์การผลิตกลับสู่ภาวะปกติ 18 ล้านตัว ในปี 2567 ตามเป้าหมายของกรมปศุสัตว์

ล่าสุด กรรมการสมาคมการค้าผู้เลี้ยงสุกรภาคใต้ ย้ำว่าเกษตรกรกำลังประสบปัญหาแบกรับต้นทุนการผลิตสูง ขณะที่ราคาสุกรหน้าฟาร์มตกต่ำเหลือเพียง กก.ละ 80 บาท และมีแนวโน้มดิ่งต่ำลงอีก ถึง 70 บาท ต่อ กก. จากการลักลอบนำเนื้อสุกรกล่องจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามา ขณะที่ต้นทุนการผลิตเฉลี่ยทั้งปี 2565 ของสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติอยู่ที่ 94.79 บาทต่อกิโลกรัม

ด้านนายวีระพงษ์ ปัญจวัฒนกุล ที่ปรึกษาสมาคมผู้เลี้ยงไก่เนื้อ ย้ำขณะนี้ผู้เลี้ยงไก่เนื้อกำลังเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากต้นทุนการเลี้ยงไก่เนื้อได้ปรับสูงขึ้นต่อเนื่องทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยต้นทุนการเลี้ยงไก่ปีนี้ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 45 บาทต่อกิโลกรัม เทียบกับต้นทุนปี 2565 ที่ 42-43 บาท เนื่องจากราคาอาหารสัตว์ปรับราคาขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ประสบปัญหาขาดทุนติดต่อกันมา 2 เดือนแล้ว

เห็นชัดว่าผู้เลี้ยงหมู ผู้เลี้ยงไก่ และผู้เลี้ยงไก่ไข่ ต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐเร่งด่วนร่วมกันในเรื่องวัตถุดิบอาหารสัตว์ ขณะที่ผู้เลี้ยงหมูต้องการให้มีการปราบปรามหมูเถื่อนควบคู่กันไปด้วย ให้ต้นทุนกับราคาที่ขายได้เหมาะสมพอมีกำไรเลี้ยงครอบครัวได้ และผู้บริโภคเข้าถึงอาหารโปรตีนดังกล่าวได้ในราคาที่สมเหตุผล ซึ่งภาครัฐต้องเป็นผู้ขับเคลื่อนนโยบายและกำหนดมาตรการช่วยเหลือที่ตรงกับความการของทุกภาคส่วน เพื่อความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืนของคนไทย.-008 

โดย : สมสมัย หาญเมืองบน นักวิชาการอิสระ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,907,182 hits

Join 4,115 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

บางกอกเคเบิ้ล จัดงานวิ่งเพื่อพลังงานสะอาด ส่งต่อรายได้สนับสนุนโซลาร์ให้โรงเรียน
ดีเดย์ 13 พ.ค. วันพืชมงคล เปิดลงทะเบียนรับพันธุ์ข้าวพระราชทาน ถึงสิ้นเดือน เม.ย.
‘มีเราไม่มีเทา-พอแล้วไม่ไหวแล้ว’ ในวันที่วาทกรรมไปต่อไม่ได้
กกต.รับรองแล้ว ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เป็น สส.สุพรรณบุรี เขต 2
แม่ก็คือแม่! อุ้ม ลักขณา นุ่งบิกินีอวดหุ่นแซ่บ ทำหนุ่มๆ ใจละลาย
จัดเต็มธงฟ้า! ศธ.เตรียมมาตรการลดค่าชุดนักเรียน หวังช่วยผู้ปกครองสู้ภัยเศรษฐกิจ
เปิดรายละเอียด 10 ข้อเสนอของอิหร่าน เงื่อนไขข้อตกลงหยุดยิงกับสหรัฐฯ-อิสราเอล 2 สัปดาห์
แสวง ยัน กกต. ให้ความเป็นธรรม คดียุบพรรคประชาชน ไม่ใช้ความรู้สึกตัดสิน
อิหร่านอ้าง โจมตีโรงงานปิโตรเคมีในซาอุดีอาระเบียไฟลุกท่วม
เนทันยาฮูโว ทำลายทางรถไฟ-สะพานอิหร่าน อ้างใช้ขนส่งอาวุธ

Recent Posts

  • นันทนา ปวดใจ นโยบายรัฐบาล มีแต่วาทกรรมสวยหรู หมอวรงค์ เตือนระวัง‘น้ำมันเก๊’พ่นพิษ
  • ทวี จี้ นายกฯ สอบ รถ กอ.รมน. เอี่ยวมือปืนลอบสังหาร สส.กมลศักดิ์
  • อภิสิทธิ์ กรีด นโยบายรัฐบาล อนุทิน 2 ไร้หัวใจ ไม่มีประชาชนในสมการ
  • สายใย หนู-นัส ตัดไม่ขาด! อนุทิน พา สุชาติ-ชาดา ทักทาย ธรรมนัส ยิ้มแย้มแจ่มใสชื่นมื่น
  • อรรถกร อัด นโยบายรัฐบาลอนุทิน ไร้ตื่นตัว สวนทางวิกฤตประเทศ บี้ทวงสัญญาหาเสียง

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d