Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

เมื่อความตายมาถึงไม่มีผู้ใดจะสามารถถนอมรักษาหวงแหนทะนุบำรุงร่างของตนไว้ได้

Posted on January 31, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/707753

เมื่อความตายมาถึงไม่มีผู้ใดจะสามารถถนอมรักษาหวงแหนทะนุบำรุงร่างของตนไว้ได้

เมื่อความตายมาถึงไม่มีผู้ใดจะสามารถถนอมรักษาหวงแหนทะนุบำรุงร่างของตนไว้ได้

วันจันทร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2566, 19.02 น.

เมื่อความตายมาถึง ไม่มีผู้ใดจะสามารถถนอมรักษาหวงแหน ทะนุบำรุงร่างของตนไว้ได้ แม้สมบัติพัสฐานที่แสวงหาไว้ระหว่างมีชีวิตจนเต็มสติปัญญาความสามารถ ด้วยสุจริตก็ตาม ด้วยเล่ห์ ด้วยกลก็ตาม เพื่อใช้ทะนุถนอมรักษาเชิดชูบำรุงร่างกายของตน ก็ติดไปกับร่างไม่ได้เลย เป็นจริงดังพุทธศาสนสุภาษิตว่า “ทรัพย์สักนิด ก็ติดตามคนตายไปไม่ได้ ต้องปล่อยให้ร่างนั้นผุพังเน่าเปื่อย คืนสู่สภาพเดิม เป็นดินน้ำลมไฟประจำโลกต่อไป” ต้องตามพุทธศาสนสุภาษิว่าไว้ “สัตว์ทั้งปวง จักทอดทิ้งร่างไว้ในโลก”

โอวาทธรรม สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ม.เกษตรศาสตร์ฯ-บริษัทไอซีพีเอ็กซ์’วิจัยและพัฒนาโดรนการเกษตรตอบโจทย์เกษตรกรยุคใหม่

Posted on January 31, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/707750

'ม.เกษตรศาสตร์ฯ-บริษัทไอซีพีเอ็กซ์'วิจัยและพัฒนาโดรนการเกษตรตอบโจทย์เกษตรกรยุคใหม่

‘ม.เกษตรศาสตร์ฯ-บริษัทไอซีพีเอ็กซ์’วิจัยและพัฒนาโดรนการเกษตรตอบโจทย์เกษตรกรยุคใหม่

วันจันทร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2566, 18.50 น.

คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ บริษัท ไอ ซี พี เอ็กซ์ จากัด ผู้ผลิตโดรนสัญชาติไทยรายแรกในประเทศไทย ภายใต้แบรนด์ Mabin (ม้าบิน) ร่วมวิจัยและพัฒนาโดรนการเกษตร เพื่อเพิ่มผลผลิตในข้าวโพด พร้อมยกระดับมาตรฐานกระบวนการผลิต เพื่อให้เกษตรกรนำโดรนไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยโดรน MABIN-X4 ที่ตอบโจทย์เกษตรกรยุคใหม่ พร้อมลงพื้นที่ทดลองตัวอย่างเพาะปลูกข้าวโพด ไร่สุวรรณ ศูนย์วิจัยข้าวโพดและข้าวฟ่างแห่งชาติ จังหวัดนครราชสีมา

รศ.ดร.ธานี ศรีวงศ์ชัย คณบดีคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า “คณะเกษตรมีปณิธานที่จะสนับสนุนการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ด้วยความมุ่งมั่นในการวิจัยค้นคว้า เพื่อให้ได้องค์ความรู้ใหม่ๆ ทางด้านการเกษตรและนำมาปรับปรุงพัฒนาพันธุ์พืชให้ได้ผลผลิตที่ดีขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน และความกินดีอยู่ดีของประชากรโลก โดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้จัดตั้งศูนย์วิจัยข้าวโพดและข้าวฟ่างแห่งชาติ (ไร่สุวรรณ) จังหวัดนครราชสีมา เพื่อเป็นพื้นที่ทดลองทาการวิจัยและพัฒนาการผลิตพืชไร่เศรษฐกิจของประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อนำผลการวิจัยไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์แก่สังคม พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีในทุกรูปแบบ เพื่อให้เข้าถึงผู้ใช้และให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยครั้งนี้ได้รับความร่วมมือทางวิชาการจาก บริษัท ไอ ซี พี เอ็กซ์ จากัด ผู้มีความรู้และความเชี่ยวชาญทางเทคโนโลยีด้านโดรนเพื่อการเกษตร เพื่อช่วยส่งเสริมให้เกษตรกรทั่วไปได้รับความรู้ และสามารถพัฒนาการทำการเกษตรให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น ส่งผลให้ความเป็นอยู่ของเกษตรกรดีขึ้นอย่างยั่งยืน”

ด้าน คุณวชิรวัฒน์ อังศุพาณิชย์ กรรมการบริษัท ไอ ซี พี เอ็กซ์ จากัด กล่าวเพิ่มเติมว่า “ไอ ซี พี เอ็กซ์ เป็นผู้ผลิตโดรนสัญชาติไทยรายแรกในประเทศไทย ภายใต้แบรนด์ Mabin (ม้าบิน) ที่ผ่านมาเรามุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อยกระดับเกษตรกรไทย ยกระดับคุณภาพชีวิต ประสิทธิภาพและความมั่งคั่งสู่เกษตรกรไทยอย่างทั่วถึง สำหรับโครงการพัฒนาโดรนเกษตรที่ทำร่วมกับคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นั้น เป็นการร่วมวิจัยและพัฒนาโดรนเกษตร เพื่อเพิ่มผลผลิตในข้าวโพด โดยแบ่งเป็น 2 ส่วนหลักด้วยกัน คือ 1.ทำแปลงทดสอบการใช้โดรนฉีดพ่นสารกำจัดวัชพืช สารกำจัดแมลง สารป้องกันกำจัดโรคพืช และอาหารเสริม เพื่อเพิ่มผลผลิต ในช่วงเดือนมกราคม-มิถุนายน 2566 2.จัดอบรมให้ความรู้แก่นักบินโดรน เกษตรกร นักศึกษา และบุคคลทั่วไป ผ่านช่องทางออนไลน์ เดือนกรกฎาคม-ธันวาคม 2566”

สำหรับโดรนที่นำมาร่วมทำการวิจัยและพัฒนาครั้งนี้คือ โดรน MABIN รุ่น X4 ตอบโจทย์เกษตรกรยุคใหม่ โครงสร้างของโดรนถูกออกแบบติดตั้งชุดหัวพ่นสารน้ำให้มีความเหมาะสมกับพืชแต่ละชนิด โดยเฉพาะพืชเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นพืชหลักของประเทศไทย จำพวก นาข้าว ข้าวโพด และข้าวฟ่าง พร้อมทำการพัฒนาโปรแกรมการใช้งานโดรนเป็นภาษาไทย เพื่อให้การใช้งานของชาวเกษตรกรมีความเข้าใจง่ายและสามารถนำไปใช้ปฏิบัติงานได้สะดวกและง่ายต่อการทำงาน โดยมีทีมงานให้คำปรึกษาและดูแลตรวจซ่อมบำรุงโดรนทุกขั้นตอน และส่งเสริมให้ชาวเกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและลดผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย ที่ไม่ต้องเสี่ยงได้รับสารพิษ นอกจากนี้ ยังได้ทำการบินทดลองและทดสอบ เพื่อวิจัยปรับปรุงประสิทธิภาพและพัฒนาโดรนเกษตรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ในพื้นที่ทดลองตัวอย่างเพาะปลูกข้าวโพด โดยใช้สถานที่ไร่สุวรรณ ซึ่งเป็นศูนย์วิจัยข้าวโพดและข้าวฟ่างแห่งชาติ จังหวัดนครราชสีมา ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ด้วยน้ำหนักที่เบา เคลื่อนย้ายสะดวก เมนูภาษาไทยเข้าใจง่าย ของโดรน MABIN-X4 มีระบบ RTK จับ GPS เพิ่มความแม่นยำมากขึ้น ระบบอัจฉริยะ สามารถคำนวณเส้นทางเมื่อน้ำยาหมด บินกลับไปต่อจุดเดิม ได้โดยคำนวณระยะทางสั้นสุดในระบบออโต้ จึงทำให้การทำงานรวดเร็วและประหยัดเวลา และยังมีระบบสมาร์ท แอลติจูต สามารถกำหนดความสูงที่แตกต่างกันในพืชสวนได้ โดรนเกษตร MABIN-X4 ปรับยกระดับความสูง หัวแปลง และท้ายแปลงด้วยระบบอัตโนมัติเพื่อลดปัญหาข้าวล้ม และการกระจุกตัวของน้ำยากรอง 2 ชั้น และปั้มน้ำคู่ทำงานแบบอิสระ ลดการอุตันภายในปั้ม หัวเจ็คคู่ พร้อมจานเหวี่ยงอัจฉริยะ ทำให้ละอองกว้างถึง 8 เมตร อัตราการไหลสูงสุดถึง 8 ลิตร/นาที ทำให้ทั่วถึงทุกส่วนของพืช โดยขณะทำการบินสามารถกำหนดจุดให้โดรนหยุดและพ่นแต่ละต้นได้โดยไม่ต้องตั้งเสา RTK ติดตั้งมอเตอร์ทรงคว่ำ เพิ่มแรงยก ลดแรงต้านเอกลักษณะเฉพาะของโดรน MABIN – X4 ซึ่งประหยัดพลังงานมากขึ้นถึง 20%

“ปัจจุบัน บริษัท ไอ ซี พี เอ็กซ์ จำกัด ไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตโดรนเกษตรไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวแทนจำหน่ายโดรนเกษตร แบรนด์ DJI ซึ่งมีความทันสมัยเป็นลำดับต้นๆ ของโลกอีกด้วย เพื่อให้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของเกษตรกรไทย เพิ่มโอกาสการเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ จากทั่วทุกมุมโลก” คุณวชิรวัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘สมาคมเทนนิส’ แจงดราม่า ‘เด็กเส้น’ ติดทีมชาติ-ยันหนุนนักกีฬาทุกคนที่ผ่านคัดเลือก

Posted on January 31, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/707731

'สมาคมเทนนิส' แจงดราม่า 'เด็กเส้น' ติดทีมชาติ-ยันหนุนนักกีฬาทุกคนที่ผ่านคัดเลือก

‘สมาคมเทนนิส’ แจงดราม่า ‘เด็กเส้น’ ติดทีมชาติ-ยันหนุนนักกีฬาทุกคนที่ผ่านคัดเลือก

วันจันทร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2566, 18.16 น.

30 ม.ค.66 หลังจากที่ บอม ธนิน มนูญศิลป์ ได้ออกมาทวีตข้อความถึงวงการเทนนิส ระบุข้อความว่า ” เห็นคนพูดถึงสมาคมเทนนิสกัน ผมเล่นและแข่งเทนนิสมาตั้งแต่10ขวบ …. คันปากจังเลย อยากพูดความจริง บอกเลยว่าเรื่องแซ่บกว่าที่คุณคิดและโยงไปถึงทำไมเทนนิสไทยย่ำอยู่กับที่ #สมาคมเทนนิส ” และ ” ถ้าคนที่มีฝีมือดีที่สุดได้โอกาสไปแข่งที่ต่างประเทศก่อนเด็กเส้น วงการเทนนิสไทยไปได้ไกลกว่านี้แน่นอน (เป็นมานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งจะเป็นด้วย) มีหลายคนเลิกเล่นเพราะทางสมาคมไม่ให้ทุนไปแข่งที่ต่างประเทศทั้งๆที่ชนะการแข่งขัน แต่กลับไปให้เด็กที่ขึ้นตรงกับทางสมาคม #สมาคมเทนนิส เบาๆไปก่อนนะ ” 


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องที่นี่ : สะเทือนวงการ! ‘บอม ธนิน’ออกมาแฉเบาๆ ถึงวงการเทนนิสไทย..ดันแต่เด็กเส้น

ล่าสุด สมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับ กรณีดังกล่าวว่า 

1. ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน สมาคมฯ มีนโยบายในการคัดเลือกนักเทนนิส เข้าร่วมโครงการ LTAT Academy โดยพิจารณาจากผลการแข่งขันคัดเลือกเป็นนักเทนนิสทีมชาติชุดใหญ่ และเยาวชนทีมชาติ รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี 14 ปี และ 16 ปี ซึ่งจะทำการแข่งขันคัดเลือกในทุก ๆ ปี อย่างยุติธรรมและโปร่งใส

2. นักเทนนิสที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ โดยนักเทนนิสทุกคน ที่เข้าร่วมโครงการ จะได้รับการสนับสนุนค่าบัตรโดยสารเครื่องบิน, ค่าวีซ่า และค่าสมัคร สำหรับการเดินทาง ไปแข่งขันต่างประเทศเก็บสะสมอันดับโลกที่มีความเหมาะสมกับตัวนักเทนนิส ในรายการของ สหพันธ์เทนนิสนานาชาติ (ITF), สมาคมเทนนิสอาชีพชาย (ATP) สมาคมเทนนิสอาชีพหญิง (WTA) โดยเท่าเทียมกัน (นักกีฬา ที่ขออนุมัติออกแข่งขัน จะได้รับอนุมัติให้ออกแข่งขันในทุกรายการที่ขออนุมัติมา)



3. นักกีฬาที่ผ่านการคัดเลือกเป็นทีมชาติชุดใหญ่และเยาวชนทีมชาติในแต่ละปี จะเข้าร่วมโครงการ LTAT Academy แทบทั้งหมด ยกเว้นมีนักเทนนิสประมาณ 5-6 ราย ที่ติดสัญญากับต้นสังกัด หรือไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ด้วยเหตุผลอื่น ๆ

4. การเข้าร่วมโครงการ LTAT Academy จะเป็นในรูปแบบสัญญาปีต่อปี การไม่ต่อสัญญาโครงการเคยเกิดขึ้นเพียงกรณีเดียวคือ ในกรณีที่นักเทนนิสได้สิทธิ์เข้าร่วมในการแข่งขันคัดทีมชาติชุดใหญ่แล้ว แต่ไม่เข้าร่วมการแข่งขัน เนื่องจากสมาคมมีนโยบายที่ต้องการให้นักเทนนิสทุกคนได้ตระหนักถึงความสำคัญในการแข่งขันคัดเลือกเป็นนักเทนนิสทีมชาติชุดใหญ่ ซึ่งเป็นรายการที่มีความสำคัญ และแสดงออกถึงความรักชาติ รวมทั้งต้องการรับใช้ชาติ (ในแต่ละปีการคัดทีมชาติชุดใหญ่จะมีเพียงครั้งเดียว ใช้เวลาประมาณ 4 วัน).-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เที่ยว ‘วัดบำเพ็ญเหนือ’ มีนบุรี ทำบุญเสร็จเดินชมชมช๊อป ‘ตลาดน้ำขวัญเรียม’

Posted on January 31, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/707696

เที่ยว 'วัดบำเพ็ญเหนือ' มีนบุรี ทำบุญเสร็จเดินชมชมช๊อป 'ตลาดน้ำขวัญเรียม'

เที่ยว ‘วัดบำเพ็ญเหนือ’ มีนบุรี ทำบุญเสร็จเดินชมชมช๊อป ‘ตลาดน้ำขวัญเรียม’

วันจันทร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2566, 16.56 น.

อีกวัดหนึ่งที่น่าเที่ยว และอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร คือ วัดบำเพ็ญเหนือ อยู่ที่เขตมีนบุรี ซอยเสรีไทย 60 ซิ่งเป็นวัดที่อยู่ในโครงการเชิญชวนพุทธศาสนิกชนเข้าวัดปฏิบัติธรรมทุกวันพระ หรือวันธรรมสวนะ ภายใต้แนวคิด “ครอบครัวหิ้วตะกร้า ศรัทธาอิ่มบุญ อุดหนุนชุมชน” พาเข้าวัดทำบุญ ตักบาตร ฟังเทศน์ โดยเริ่มที่วัดแรกของปี 2566

ที่วัดบำเพ็ญเหนือ ซึ่งที่วัดนี้มี “ตลาดน้ำขวัญเรียม” ที่รวบรวมผลิตภัณฑ์โอทอป มาให้ชิม ชม และ ช๊อป กันอย่างอิ่มกาย และยังอิ่มใจกับการได้สัมผัสวิถีแห่งชาวพุทธ ที่จะนำตระกร้ามากันเอง ซึ่งในตระกร้าจะเลือกใส่บาตรอาหารสด หรือจะเป็นอาหารแห้งก็ได้ เพื่อร่วมกันสืบทอดพระพุทธศาสนา โดยผ่านวิถีชาวพุทธด้วยการใส่บาตรบริเวณริมคลองแสนแสบ ย้อนยุคเหมือนไปอยู่ในยุคขวัญเรียมกันเลยทีเดียว

เรียกว่า งานนี้สร้างความประทับใจให้กับผู้ที่ชื่นชอบการทำบุญที่จะได้มีโอกาสมาสะสมบุญกับครอบครัวในวันพระ โดยภายในงานนี้มีพระพรหมเสนาบดี เจ้าอาวาสวัดปทุมคงคาราชวรวิหาร และเจ้าคณะภาค 7 รวมทั้งยังเป็นกรรมการมหาเถรสมาคม เป็นผู้นำบิณฑบาต ตามด้วยพระครูอุดมจารุวรรณ เจ้าอาวาส วัดบำเพ็ญเหนือ และเจ้าคณะเขตมีนบุรี รวมทั้งยังมีเด็กๆของสมาคมเยาวชนจิตอาสาพัฒนามาร่วมในโครงการนี้กันอย่างสนุกสนาน

นอกจากนี้ ยังมีสินค้าชุมชนให้เลือกซื้อ พร้อมอาหารเลิศรสให้เลือกชิมอาหารกันอย่างเต็มอิ่ม  ส่วนที่ท้ายตลาดน้ำขวัญเรียม มีพื้นที่ที่เรียกว่า “ตรอกเรือ” ให้นักชิม ได้พักชิมอาหารกัน โดยมีเมนูน่ารับประทานหลากหลาย อาทิ เมนูพิเศษอย่างขนมจีนน้ำยาปู, เมนูธรรมดาอย่างข้าวผัดกระเพรา และ อาหารอิสานอย่างส้มตำปลาร้า ในสนนราคาเริ่มต้น 40 บาทต่อเมนู 

เมื่อเดินไปถัดไปอีกนิดในตรอกเรือ พบกับเมนูก๋วยเตี๋ยวเรือ ซึ่งเป็นเมนูที่ทำให้สายบุญได้อิ่มท้องก่อนกลับบ้านด้วย 

พระครูอุดมจารุวรรณ เจ้าอาวาส วัดบำเพ็ญเหนือ เมตตากล่าวว่า โครงการนี้จัดขึ้นเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และ พระบรมวงศานุวงศ์ รวมทั้งสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และ สนับสนุนให้พุทธศาสนิกชนใส่บาตรในวันพระ รวมทั้งได้มีโอกาสสั่งสมบารมีโดยการนั่งสมาธิเจริญจิตตภาวนา 

นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า งานนี้ทางกระทรวงวัฒนธรรมจะจัดให้เป็นกิจกรรมที่ทำร่วมกับทุกวัดในภาคกลาง เพื่อเป็นต้นแบบ และ จะนำโครงการนี้ไปทำต่อในต่างจังหวัด โดยมีสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด จัดกิจกรรมดังกล่าวใน 4 ภาค 

ใครที่สนใจจะสะสมบุญให้กับตัวเอง และ ยังได้พาครอบครัวพักผ่อนในวันพระ หรือ ในวันเสารและวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันสำคัญของพระพุทธศาสนา สามารถหาโอกาสไปสัมผัสบรรยากาศอันอบอุ่น ร่มเย็น ของการทำบุญในสไตล์ “ครอบครัวหิ้วตะกร้า ศรัทธาอิ่มบุญ อุดหนุนชุมชน” ได้ที่ “ตลาดน้ำขวัญเรียม” วัดบำเพ็ญเหนือ มีนบุรี หรือ โทรศัพท์สอบถามรายละเอียดได้ที่ 089-385-7481 หรือ ที่เฟสบุ๊ค วัดบำเพ็ญเหนือ 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไฟไหม้โกดัง! หมาแม่ลูกอ่อนและลูก8ตัว แมวอีก10 หนีไม่ทันถูกไฟคลอกตาย

Posted on January 31, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/707694

ไฟไหม้โกดัง! หมาแม่ลูกอ่อนและลูก8ตัว แมวอีก10 หนีไม่ทันถูกไฟคลอกตาย

ไฟไหม้โกดัง! หมาแม่ลูกอ่อนและลูก8ตัว แมวอีก10 หนีไม่ทันถูกไฟคลอกตาย

วันจันทร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2566, 16.53 น.

30 มกราคม 2566 สถานีตำรวจภูธรกระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ได้รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นที่โกดังเก็บของเก่า ตั้งอยู่เลขที่ 86/D5 กับ 86/D4 หมู่ที่ 7 ต.คลองมะเดื่อ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร

พ.ต.ท.ไพรัตน์ ดีไร่ สารวัตรสอบสวน สภ.กระทุ่มแบน จึงเร่งรัดไปตรวจสอบ พร้อมกับประสานรถน้ำดับเพลิงของเทศบาลเมืองคลองมะเดื่อ และพื้นที่ใกล้เคียง รวมกว่า 10 คันเข้าระงับเหตุ ซึ่งเมื่อไปถึงพบเพลิงกำลังโหมลุกไหม้รุนแรง อีกทั้งยังมีลมหนาวพัดมาเป็นระลอกๆ ทำให้เปลวเพลิงยิ่งลุกไหม้และมีควันไฟพวยพุ่งกระจายไปทั่วบริเวณ ประกอบกับที่เกิดเหตุมีวัสดุของเก่าเป็นพวกพลาสติกเก่า ฟลอด์ยอลูมิเนียม ถังเก่า และของเก่าอื่นๆอีกจำนวนมาก เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องเร่งฉีดน้ำเข้าระงับเหตุเป็นเวลานาน จึงจะสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้

แต่ยังคงมีควันไฟลอยออกมาจำนวนมาก จึงต้องมีการฉีดน้ำต่อไปเรื่อยๆ และยังต้องนำรถแบ็คโฮมาคุ้ยเศษซากของเก่า ด้านล่างขึ้นมาเพื่อให้ฉีดน้ำลงไปถึงข้างใต้ ป้องกันการปะทุไฟไหม้ซ้ำขึ้นมาอีก

จากการสอบถามนายมานพ อำนาจนิมิต อายุ 45 ปี ผู้เช่าโรงเก็บของเก่าล็อคที่ 86/D4 เล่าว่า ที่เกิดเหตุเป็นโกดังไว้เก็บของเก่าต่างๆ ที่ไปรับซื้อมาเพื่อนำมาคัดแยก ก่อนเอาไปขายต่อ ซึ่งตอนเกิดเหตุนั้นตนเองไม่อยู่บ้านเพราะออกไปทำงานรับจ้างก่อสร้าง ส่วนลูกก็ไปโรงเรียน มีเพียงภรรยาเท่านั้นที่อยู่ โดยภรรยาได้โทรไปบอกว่าไฟไหม้จากโรงข้างๆ แล้วลุกลามมาถึงที่พวกตนเช่าพักอาศัย ตนจึงได้บอกภรรยาให้รีบหนีออกมา ขณะที่ข้าวของและทรัพย์สินภายในบ้านนั้นเสียหายทั้งหมด ไม่สามารถนำออกมาได้เลย เพราะเปลวเพลิงลุกลามมาอย่างรวดเร็วอีกทั้งยังมาพร้อมกับกลุ่มควันไฟที่รุนแรง

ส่วนนางสาวสมพร บุญศรี อายุ 40 ปี ผู้เช่าล็อคที่ 86/D4 ซึ่งเป็นต้นเพลิง ก็เล่าให้ฟังทั้งๆ ที่ยังอยู่ในอาการตกใจว่า โกดังของตนเองนั้นเป็นล็อคที่ถูกไฟไหม้เป็นล็อคแรก โดยไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร ซึ่งตรงนี้เป็นพื้นที่เช่า ทางเจ้าของที่เช่านั้นทำเป็นล็อคๆ มีลักษณะคล้ายกับโกดังหรือโรงเก็บของเพื่อให้คนมาเช่าทำกิน และส่วนใหญ่ก็จะใช้ทำเป็นที่เก็บของเก่าแล้วนำมาคัดแยกเพื่อนำไปขายอีกทีหนึ่ง พร้อมกันนี้ก็ใช้เป็นที่พักอาศัยไปด้วย

ตอนเกิดเหตุนั้นตนเองออกไปส่งของให้กับลูกค้า ปรากฏว่าพี่สาวโทรไปบอกว่าเกิดไฟไหม้ขึ้นที่โรงเก็บของเก่าของตน จึงรีบกลับมาแต่ก็ทำอะไรไม่ทันแล้ว เพราะเปลวเพลิงได้โหมลุกไหม้อย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ก็กำลังเร่งฉีดน้ำอยู่ โดยในส่วนของตนนั้นนอกจากรถจักรยานยนต์ 3 คัน รถยก 1 คัน ทรัพย์สินสิ่งของมีค่า และของเก่าที่นำมาคัดแยก รวมถึงสินค้าที่เตรียมจะนำไปส่งลูกค้าเสียหายจนหมดไม่เหลืออะไรแล้ว

แต่ที่เสียใจมากที่สุดคือสุนัขและแมวที่เลี้ยงไว้ หนีออกมาได้ไม่กี่ตัว เหลือสุนัขแม่ลูกอ่อนรวม 8 ตัว กับแมวอีก 10 ตัว ที่เลี้ยงไว้ถูกไฟคลอกตายหมู่ อยู่ใต้กองซากของเก่าที่ไหม้ดำ ส่วนมูลค่าความเสียหายหลายแสนบาท

ชาวบ้านที่เห็นเหตุกาณ์เล่าว่า เห็นคนเผาขยะตรงริมรั้วข้างๆ กับโกดังเลขที่ 86/D4 แล้วปรากฏว่าเปลวไฟได้ถูกลมพัดไปลุกไหม้กับกองเก็บของเก่าจนเกิดลุกลามไปทั่วทั้ง 2 หลัง สร้างความเสียหายและตื่นตกใจให้แก่ผู้ที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวเป็นอย่างมาก โชคดีที่ลมพัดไปทางเดียวไม่พัดหวนกลับมา ไม่เช่นนั้นอาจจะเกิดการลุกลามมากกว่านี้.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

2คุณแม่เข้าร้องปวีณา! ลูกสาววัย7ขวบ-4ขวบ ถูกรุ่นพี่ขืนใจ

Posted on January 31, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/707671

2คุณแม่เข้าร้องปวีณา! ลูกสาววัย7ขวบ-4ขวบ ถูกรุ่นพี่ขืนใจ

2คุณแม่เข้าร้องปวีณา! ลูกสาววัย7ขวบ-4ขวบ ถูกรุ่นพี่ขืนใจ

วันจันทร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2566, 16.07 น.

30 มกราคม 2566 เมื่อเวลา 14.00 น.ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี คลอง 7 ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ได้มีคุณแม่ 2 ราย รายที่ 1 เดินทางมาจาก จว.สุรินทร์ ร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ลูกสาว 7 ขวบ เรียนอยู่ชั้นป.1 ถูกรุ่นพี่ 10 ขวบ นักเรียนชั้นป.3 พยายามข่มขืนในห้องน้ำโรงเรียนแต่ไม่สำเร็จเพราะมีคนผ่านมาเห็น

ก่อนจะลากตัวพามาข่มขืนในห้องน้ำที่บ้านจนสำเร็จ โดยมีเพื่อนด.ญ. 7 ขวบ อยู่ในเหตุการณ์ด้วยแต่ถูกบังคับให้ปิดตาห้ามมอง และขู่จะฆ่าปาดคอหากขัดขืน  ส่วนรายที่ 2 แม่เดินทางมาจ.นครราชสีมา ลูกสาว 4 ขวบ เรียนอยู่ชั้นอนุบาล 1 ถูกคนที่อยู่ในโรงเรียนข่มขืนในห้องน้ำในบริเวณโรงเรียน หลังเกิดเหตุยังหวาดผวานอนร้องไห้ทุกคืนไม่กล้าไปโรงเรียน ขอช่วยให้ความเป็นธรรมเพราะไม่ต้องการให้เหตุร้ายไปเกิดขึ้นสร้างตราบาปให้กับเด็กหญิงคนอื่นๆ อีก 

จากการสอบถาม คุณแม่รายแรก น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี ชาวจ.สุรินทร์ ร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ แจ้งว่า วันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันหยุด ด.ญ.เอ๋ (นามสมมุติ) ลูกสาวอายุ 7 ขวบ นักเรียนชั้นป.1 โรงเรียนแห่งหนึ่ง ขอไปเล่นกับเพื่อนผู้หญิงที่โรงเรียน และถูกด.ช.10 ขวบ นักเรียนชั้นป.3 พยายามข่มขืนกระทำชำเราในห้องน้ำโรงเรียน แต่มีคนผ่านมาเห็นจึงไม่สำเร็จ

ก่อนที่ด.ช.จะลากตัวลูกสาวไปที่บ้าน และข่มขืนกระทำชำเราในห้องน้ำของบ้าน โดยมีเพื่อนด.ญ.นักเรียนชั้นป.1 อยู่ในเหตุการณ์ด้วย แต่ถูกบังคับให้ปิดตาห้ามมอง โดยด.ช.10 ขวบข่มขู่หากใครขัดขืนจะฆ่าปาดคอ 

หลังเกิดเหตุลูกสาวกลับมาบ้านมีอาการเซื่องซึมอย่างเห็นได้ชัด แต่ไม่ยอมเล่าอะไรให้แม่ฟัง ได้แต่บอกว่าเจ็บที่อวัยวะเพศ กระทั่งวันที่ 27 ม.ค. อดีตผู้ใหญ่บ้านมาถามแม่ว่า ลูกถูกข่มขืนหรือไม่เพราะเรื่องแดงในโรงเรียน เด็กๆพูดกันไปจำนวนมากจึงทราบเรื่อง แม่จึงได้ไปถามลูกสาวพบว่าลูกถูกกระทำจริง แต่ลูกถูกด.ช.10 ขวบ ข่มขู่จะฆ่าปาดคอจึงไม่กล้าบอกใคร ก่อนที่แม่จะพาลูกไปโรงพยาบาลตรวจร่างกาย แพทย์แจ้งผลเบื้องต้น พบอวัยวะเพศมีการอักเสบและเยื่อพรหมจารีย์ฉีกขาด จากการถูกของแข็งที่ไม่มีคม  

แม่กล่าวอีกว่า แม่หัวใจแทบสลายเมื่อลูกสาวต้องมาเจอกับเหตุการณ์นี้ ไม่น่าเชื่อเลยว่าด.ช. 10 ขวบ จะกระทำได้เยี่ยงนี้ แม่ได้ขอให้ทางโรงเรียนเป็นคนกลางเรียกผู้ปกครอง ด.ช. มาเจรจา แต่แม่ด.ช. ก็ได้ปฏิเสธ ไม่ขอรับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น เพราะทุกวันนี้ด.ช.อายศัยอยู่กับยาย ให้ดำเนินคดีได้เลย แม่เกรงว่าด.ช.10 ขวบรายนี้ ซึ่งทราบว่ามีพฤติกรรมน่าเป็นห่วงเกรงว่าจะไปทำอันตรายกับด.ญ.คนอื่นๆอีก จึงขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยให้ความเป็นธรรมด้วย      

รายที่สอง คุณแม่ อายุ 33 ปี ชาวจ.นครราชสีมา ร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ แจ้งว่า ลูกสาววัย 4 ขวบ นักเรียนชั้นอนุบาล 1 โรงเรียนแห่งหนึ่ง ถูกข่มขืนกระทำชำเราภายในห้องน้ำบริเวณโรงเรียน เหตุการณ์เกิดเมื่อวันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา แต่ด้วยความที่ลูกเป็นเด็กไร้เดียงสายังไม่สามารถให้การได้ชัดเจนว่าถูกใครกระทำ ได้แต่บอกแม่ว่า “พี่ทำหนูเจ็บ ในห้องน้ำ” คุณแม่ได้พาลูกเข้าแจ้งความแล้วที่ สภ.หนองสาหร่าย จ.นครราชสีมา ส่งตรวจร่างกายเบื้องต้น แพทย์แจ้งพบร่องรอยถูกล่วงละเมิดทางเพศ เยื่อพรหมจารีย์ฉีกขาด ขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยติดตามผู้กระทำผิดเพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดในโรงเรียนขึ้นอีก 

คุณแม่ กล่าวอีกว่า หลังเกิดเหตุลูกสาวกลับบ้านมามีอาการหวาดผวาไม่พูดจากับใคร ได้แต่บอกกับแม่ว่าเจ็บที่อวัยวะเพศ เมื่อแม่ดูก็พบว่ามีเลือดซึมๆออกมา และลูกสาวก็บอกว่า “พี่ทำๆ ในห้องน้ำ” และไม่กล้าพูดอะไรอีก แม่จึงนำเรื่องดังกล่าวไปบอกครูที่โรงเรียน 

เบื้องต้นครูตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดแต่ไม่พบเห็นอะไรผิดปกติ แต่ก็ยังมีบางมุมที่กล้องส่องไปไม่ถึง ขณะที่ลูกสาวเองก็หวาดผวาไม่กล้าไปโรงเรียนอีกเลยตั้งแต่วันที่เกิดเหตุ 

‘ครอบครัวแม่ยากจนและมีลูกเล็ก พ่อต้องออกไปทำมาหากิน แม่ก็เลี้ยงน้อง ก็ได้แต่หวังว่าโรงเรียนจะเป็นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กๆ ที่เราส่งลูกไปเรียนหนังสือโดยหวังให้เป็นบ้านหลังที่สอง แต่ลูกสาวต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ มีตราบาปไปทั้งชีวิตโดยที่จับมือใครดมไม่ได้ หลังเกิดทางโรงเรียนก็ไม่เคยมาเยี่ยมถามไถ่อาการลูกสาวเลยสักนิด ขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี เพื่อไม่ให้เด็กคนอื่นๆ ตกเป็นเหยื่อต่อไป’

ทางด้านนางปวีณา หงสกุล กล่าวว่า วันนี้จึงได้ประสาน นายธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สพฐ. มอบหมาย นายนิสิต เนินเพิ่มพิสุทธ์ ผอ.ปฎิบัติหน้าที่ศูนย์ความปลอดภัย สพฐ. และนายอำนาจ อัปษร รองผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเขต 2 เดินทางมารับเรื่องและร่วมประชุมบูรณาการหาแนวทางการช่วยเหลือด.ญ.ผู้เสียหายทั้งสอง และนางปวีณา จะได้ประสานกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เข้ามาดูแลฟื้นฟูสภาพจิตใจด.ญ.ทั้งสองคนต่อไป 

นางปวีณา กล่าวต่อว่า ตอนนี้สภาพจิตใจด.ญ.ทั้งสองย่ำแย่มาก ยังมีอาการหวาดผวานอนร้องไห้ทุกคืน ซึ่งจะต้องเร่งฟื้นฟูสภาพจิตให้ดีขึ้นโดยเร็ว สำหรับเรื่องคดีจะได้ประสาน ผกก.ทั้งสองสถานีตำรวจในพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อสอบสหวิชาชีพเด็กหญิงทั้งสอง ด.ช.ที่ก่อเหตุ และเร่งหาตัวชายปริศนาที่กระทำกับ ด.ญ. 4 ขวบ 

โดยมูลนิธิปวีณาฯ จะบูรณาการทำงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ในการช่วยเหลือให้ความเป็นธรรมผู้เสียหาย ดูแลสภาพจิตใจ และเรื่องการเยียวยาไปพร้อมๆ กัน ขณะเดียวกัน กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการพัฒนาการสังคมฯ จะลงพื้นที่เยี่ยมบ้านดูสภาพครอบครัวและหาแรงจูงใจในการก่อเหตุของด.ช.10 ขวบ ที่จำเป็นจะต้องเร่งปรับพฤติกรรม และจะประสาน ผกก. ทั้งสองพื้นที่เกิดเหตุเร่งสอบสหวิชาชีพ พร้อมทั้งจะลงพื้นที่ร่วมกับแม่ด.ญ.ทั้งสอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อบูรณาการทำงานร่วมกัน.012 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ช้างป่าดงใหญ่’มาอีกแล้ว! บุกทำลาย’สวนทุเรียน-ไร่มัน’เสียหายหนัก

Posted on January 31, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/707630

'ช้างป่าดงใหญ่'มาอีกแล้ว! บุกทำลาย'สวนทุเรียน-ไร่มัน'เสียหายหนัก

‘ช้างป่าดงใหญ่’มาอีกแล้ว! บุกทำลาย’สวนทุเรียน-ไร่มัน’เสียหายหนัก

วันจันทร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2566, 15.02 น.

ช้างป่าดงใหญ่ บุกทำลายต้นทุเรียน ไร่มันสำปะหลังเกษตรกร อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ แบบรายวันได้รับความเสียหายหลายราย บางวันออกมาเป็นโขลง 10-15 ตัวพยายามทำเสียงดังขับไล่แต่ไม่ได้ผลอาจเพราะเคยชิน คูกันช้างยังเอาไม่อยู่เดือดร้อนหนัก วอนภาครัฐช่วยเหลือเยียวยา เพราะต้องกู้ยืมเงินมาลงทุน ทั้งเร่งหาแนวทางป้องกัน

30 มกราคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกษตรกรในพื้นที่ตำบลลำนางรอง อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ กำลังประสบปัญหาเดือดร้อนหนัก จากกรณีที่ช้างป่าดงใหญ่ ออกมาหากินทำลายพืชสวนพืชไร่ที่ปลูกเอาไว้บริโภคและขายเลี้ยงชีพได้รับความเสียหายแบบรายวัน

ล่าสุดช้างป่าได้บุกทำลายสวนทุเรียนและมันสำปะหลังของเกษตรกรบ้านฐานเจ้าป่า ตำบลลำนางรอง ทั้งถอนทิ้ง เหยียบหักเสียหายจำนวนมาก แถมยังทิ้งรอยเท้าและขี้เยี่ยวเกลื่อนสวน

โดยเฉพาะสวนทุเรียนของนายสถิต ประธาน และน.ส.สายยุทธิ์ ปักกาโส สองสามีภรรยา ที่เพิ่งปรับเปลี่ยนจากมันสำปะหลังหันมาปลูกทุเรียน 400 ต้น เพื่อหวังจะหลีกเลี่ยงไม่ให้ช้างป่ามาทำลาย แต่กลับถูกช้างป่าบุกทำลายเสียหายไปมากกว่า 40 ต้น ถึงกับเข่าทรุดเมื่อเห็นสภาพต้นทุเรียนของตัวเอง

น.ส.สายยุทธิ์ ผู้เป็นภรรยา บอกว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ ส.ป.ก. 4-01 แต่อยู่ใกล้กับป่าสงวนแห่งชาติดงใหญ่ ก่อนหน้านี้ตนกับสามีปลูกมันสำปะหลังเพื่อขายเป็นอาชีพเลี้ยงครอบครัว แต่ก็ถูกช้างป่าบุกเข้าไปทำลายเสียหายทุกปี จึงตัดสินใจปรับเปลี่ยนหันมาปลูกทุเรียนเพราะเข้าใจว่าเป็นพืชที่ช้างไม่ชอบจะสามารถเลี่ยงไม่ให้ถูกช้างป่าทำลายได้ แต่พอต้นทุเรียนได้ 6-7 เดือน ถูกช้างป่าเข้ามาทำลาย 2 คืนติดต่อกับได้รับความเสียหายไปมากกว่า 40 ต้น จากที่ปลูกทั้งหมด 400 ต้น คาดว่าเสียหายไม่ต่ำกว่า 20,000 บาท

อีกทั้งยังกังวลว่า ต้นทุเรียนที่เหลือจะถูกช้างป่าเข้ามาทำลายเพิ่มเติมอีก แต่ไม่รู้ว่าจะหาแนวทางป้องกันอย่างไรเพราะส่วนใหญ่ช้างป่าจะเข้ามาช่วงกลางคืน ไม่กล้าไปเฝ้าเพราะกลัวจะถูกช้างทำร้าย ส่วนคูกันช้างที่ทางเจ้าหน้าที่ทำไว้ก็ไม่สามารถป้องกันช้างป่าข้ามเขตออกจากป่าได้ จากความเสียหายที่เกิดขึ้นอยากให้หน่วยงานภาครัฐได้ช่วยเหลือเยียวยา และหาแนวทางป้องกันไม่ให้ช้างป่าออกมาทำลายพืชสวนพืชไร่ของเกษตรกรซ้ำอีก

ด้าน นายไพโรจน์ มีศิลป์ อายุ 53 ปี เกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนอีกราย บอกว่า ตนเองปลูกพืชหลายอย่าง แต่หลักๆคือมันสำปะหลังเพื่อไว้ขายเลี้ยงครอบครัว แต่ถูกช้างป่าบุกเข้ามาทำลายเสียหายทุกปี ไม่ต่างจากปีนี้มันอายุได้ 8 เดือนใกล้เก็บผลผลิตแล้วก็ถูกช้างทำลายเสียหายไปจำนวนมากคิดเป็นมูลค่าก็ไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นบาท ที่ผ่านมาเกษตรกรพยายามช่วยเหลือตัวเองด้วยการจุดประทัดขับไล่ช้างป่า แต่ทุกวันนี้เหมือนช้างป่าเคยชินจะไม่กลัวเสียงดัง

ส่วนคูกันช้างที่เจ้าหน้าที่ทำเอาไว้ ก็ไม่สามารถป้องกันได้ ยังมีช้างป่าออกมาหากินทำลายพืชสวนพืชไร่เกษตรกรแทบทุกวัน บางวันตัวเดียว สองตัว แต่บางครั้งก็มาเป็นโขลง 10-15 ตัว ทำให้เกษตรกรไม่กล้าไปขับไล่เพราะกลัวอันตราย จากปัญหาดังกล่าวอยากให้หน่วยงานภาครัฐได้หาแนวทางป้องกันไม่ให้ช้างป่าออกมาทำลายพืชสวนพืชไร่เกษตรกรด้วย ส่วนที่เสียหายไปแล้วอยากจะให้ช่วยเหลือเยียวยาด้วย เพราะลงทุนไปแล้วก็ไม่ได้ขาย.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาดอกดาวเรือง แปรรูปสกัดเพิ่มมูลค่า เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ

Posted on January 31, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/707623

ชาดอกดาวเรือง แปรรูปสกัดเพิ่มมูลค่า เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ

ชาดอกดาวเรือง แปรรูปสกัดเพิ่มมูลค่า เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ

วันจันทร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2566, 14.31 น.

30 มกราคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดอกดาวเรือง จัดเป็นไม้ดอกที่มีการปลูกทั่วไป ราคานั้นค่อนข้างสูง หากช่วงไหนปีไหนความต้องการมากแต่ผลผลิตน้อย ที่ผ่านมาสูงถึงดอกละ 2.50 – 3 บาท แต่หากช่วงไหนผลผลิตล้นตลาด ราคาจะร่วงลงมาตามความต้องการของตลาดอย่างหนีไม่พ้น ซึ่งหากดอกดาวเรืองนั้นออกมามาก เกษตรกรก็ต้องมีการหันมาปรับตัวเพื่อสู้และทำราคาดอกกาวเรืองนั้นให้ดี โดยการแปรรูปในลักษณ์ต่างๆ

จากงานวิจัยหลายๆชิ้น ออกมาว่า “ดอกดาวเรือง” ไม่ได้มีดีแค่นำมาร้อยพวงมาลัยหรือจัดแจกันไหว้พระให้ความสวยเพียงเท่านั้น แต่ยังมีสารสำคัญที่มีคุณสมบัติช่วยบำรุงสายตาและบำรุงผิวพรรณได้อีกด้วย จนเกษตรกรในอำเภอภูเรือ จังหวัดเลย หันมานำดอกดาวเรืองแปรรูปขาย สร้างรายได้ดี

คุณนฤดี ทองวัตร หรืออุ๋ม เกษตรกรบ้าน หนองบง อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย บอกว่า ตนนั้นมีจุดเริ่มต้นการแปรรูปชาดอกดาวเรืองว่าตนเองประกอบอาชีพเป็นเกษตรกรปลูกดาวเรืองมานานกว่า 13 ปี แต่ช่วงหลายปีหลังมานี้ ต้องประสบกับปัญหาด้านการตลาดมาอย่างต่อเนื่อง เกิดความไม่แน่นอนในชีวิตเป็นเหตุให้ต้องตัดสินใจลองเปลี่ยนวิธีการสร้างรายได้แบบใหม่เกิดขึ้นด้วยการพยายามมองหาจุดเด่นสำคัญของดอกดาวเรืองจนได้ค้นพบว่า ดอกดาวเรืองมีสารสำคัญที่ช่วยบำรุงสายตาและผิวพรรณได้ และต่อยอดจากจุดเด่นตรงนี้หันมาทดลองแปรรูปดาวเรืองทำเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ

เพราะมองว่ากระแสรักสุขภาพทั้งในปัจจุบันและอนาคตมีแต่จะสูงขึ้นเรื่อยๆ จึงตัดสินใจเบนเข็มจากการขายดอกสดเปลี่ยนมาทำชาเป็นระยะเวลากว่า 3-4 ปีแล้ว ด้วยการทดลองปลูกดาวเรืองในโรงเรือน ซึ่งข้อแตกต่างของการปลูกดาวเรืองแบบนอกโรงเรือนกับในโรงเรือนนั้นจริงๆ แล้วไม่ได้มีความแตกต่างกันมากนัก แต่สาเหตุที่ต้องแยกกันปลูกนั้น เนื่องจากมีวัตถุประสงค์ของการนำดอกไปใช้ที่แตกต่างกัน

โดยการแยกปลูกในโรงเรือน เพื่อให้ปลอดภัยจากสารเคมีทุกชนิด นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มแสงสีแดงให้กับดาวเรืองเพื่อให้ได้สำคัญเพิ่มขึ้นอีกด้วย”และต้องหลีกเลี่ยงจากสารเคมีทุกชนิดเพราะว่าด้วยตัวของดอกดาวเรืองเองเป็นพืชที่ค่อนข้างดูดซับสารพิษในดิน ดังนั้นการปลูกในโรงเรือนถือเป็นวิธีที่ช่วยหลีกเลี่ยงสารเคมีได้ส่วนหนึ่ง และอีกส่วนคือจะต้องปลูกในถุงและต้องเป็นดินที่ไม่ได้ผ่านการใช้สารเคมีใดๆมาก่อน ซึ่งอาจจะดูยุ่งยากไปสักหน่อย แต่การปลูกดาวเรืองเพื่อทำเครื่องดื่มชามีข้อดีตรงที่ไม่จำเป็นต้องทำให้ดอกสวย 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะต้องตัดเพื่อนำมาอบอยู่แล้ว มีแมลงกัดหรือนอนเจาะได้บ้าง

สำหรับการรดน้ำ เหมือนกับการปลูกดาวเรืองนอกโรงเรือนทั่วไปช่วงย้ายปลูก ประมาณ 7 วัน ให้น้ำวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น เปิดไฟสีแดง เทคนิคเพิ่มคุณภาพ เราเจอกับงานวิจัยของ ดร.เบญญา มะโนชัย ท่านเป็นอาจารย์สอนภาควิชาพืชสวนมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้มีการวิจัยเทคนิคปลูกดาวเรืองสำหรับสกัดลูทีนแล้วเกิดความสนใจ จึงได้มีการเรียนเชิญให้ท่านมาเป็นที่ปรึกษาในครั้งนี้ ซึ่งได้มีการทดลองใหม่ทั้งหมดด้วยการเก็บดอกดาวเรืองที่ปลูกทั้งในและนอกโรงเรือนและการปลูกแบบเปิดไฟและไม่เปิดไฟ จะมีสารสำคัญต่างกันหรือไม่

ซึ่งผลการทดลองออกมาว่า การปลูกแบบเปิดไฟผลวิเคราะห์ออกมาว่ามีสารสำคัญในดอกสูงกว่าแบบอื่นอย่างมีนัยยะโดยเทคนิคการใช้แสงไฟเพื่อรักษาสารสำคัญในดาวเรืองนั้นจะเริ่มเปิดไฟตั้งแต่ช่วงที่ดาวเรืองมีตาดอกแล้ว ก็คือหลังจากปลูกได้ 45 วันขึ้นไป โดยช่วงระยะเวลาการเปิดจะแบ่งเปิดเป็น 2 ช่วง คือ1.เปิดในช่วงเช้า ตี 4 ถึง 7 โมงเช้า และช่วงเย็น 5 โมงเย็น ถึง 2 ทุ่ม เปิดไปจนถึงช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ขั้นตอนการแปรรูป เราจะเก็บดอกดาวเรืองที่บานเต็มที่ไม่ให้ติดเกสรออกมา เนื่องจากตรงส่วนของเกสรจะทำให้มีกลิ่นฉุนเหมือนที่เวลาได้กลิ่นของดอกดาวเรือง และนำมาล้างน้ำให้สะอาดแล้วนำไปผึ่งลมให้แห้งในที่อากาศถ่ายเทได้ดี หรือจะใช้วิธีอบก็ได้ในกรณีถ้าเป็นตู้อบลมร้อนทั่วไปควรจัดเรียงไม่ให้กลีบดอกทับกันหนาเกิน 3 เซนติเมตร และอบในอุณหภูมิ 45-50 องศาเซลเซียส ไม่ให้เกินนี้ใช้เวลาอบประมาณ 2-3 ชั่วโมง

จากนั้นนำมาบรรจุใส่ภาชนะที่เตรียมไว้ เตรียมจำหน่ายดอกดาวเรืองสดจำนวน 1 กิโลกรัม เมื่อนำมาอบเป็นชาแล้วจะได้ประมาณ 100 กรัมสรรพคุณ ดอกดาวเรืองมีสารแซนโทฟิลล์ (Xanthophyll) ซึ่งเป็นแคโรทีนอยด์ (สารต้านอนุมูลอิสระ) ชนิดหนึ่ง

โดยมีส่วนประกอบเป็นโมเลกุลที่มีออกซิเจน อันได้แก่ลูทีนและซีแซนธิน ซึ่งจัดว่าเป็นสารบำรุงสายตาจากพืชมีสี โดยทั้งสองสารนี้มีคุณสมบัติช่วยป้องกันความเสื่อมของจอประสาทตาได้ ช่วยกรองแสงสีฟ้าและยังเป็นสารออกซิเดชั่น ช่วยกำจัดอนุมูลอิสระที่จะทำลายประสิทธิภาพการทำงานของจอประสาทตา โดยการนำเอาสารบำรุงสายตาจากดอกดาวเรืองมาใช้แนะนำให้ชงเป็นชาดื่ม 1 หยิบมือต่อน้ำร้อน 1 แก้วกาแฟเท่านี้ก็จะได้รับสารบำรุงสายตาที่ซ่อนอยู่ในดอกดาวเรืองแล้ว

สำหรับการสร้างมูลค่าของดอกดาวเรืองนั้น ชาดอกดาวเรือง 10 กิโลกรัม ขายในราคา 2,500-3,000 บาท ต่างจากการขายดอกสด 10 กิโลกรัม จะได้เงินประมาณ 300 บาท เมื่อมีการแปรรูปทำชาคือสามารถเก็บไว้จำหน่ายได้นานเป็นปี ซึ่งดอกสด อยู่ได้แค่ 3-5 วัน จะกลายเป็นขยะทันที มีรายได้ ดีขึ้นกว่าตอนปลูกแบบเดิมถือว่ามองว่าเป็นทางเลือกที่ดี เพิ่มรายมากว่าก่อนนี้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ สำหรับตลาด ตอนนี้เป็นกลุ่มลูกค้าร้านชาต่างๆ

1. กลุ่ม“ชาเบลนด์” คือการนำสมุนไพร ผลไม้ หรือดอกไม้อบแห้งตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไป ผสมลงไปในขั้นตอนการชงชา

2. กลุ่มชาเพื่อสุขภาพและได้ลูกค้าเพิ่มจากการบอกกันปากต่อปาก ซึ่งร้านชาที่มีชื่อเสียงหลายๆร้าน ก็ใช้ชาของที่นี่เป็นวัตถุดิบหลักมีทั้งลูกค้าจากกรุงเทพฯ เชียงใหม่ หรือภาคใต้ ก็มีร้านเบนชาที่มีชื่อเสียงหลายๆ ร้านก็ใช้ชาของเราเป็นวัตถุดิบผสมมีทั้งกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภาคใต้ ก็มี

3.วางขายหน้าร้านกลุ่มวิสาหกิจชุมชนดาวเรืองภูเรือ

4. ผ่านออนไลน์“ช้อปปี้ (Shopee)”

5. เพจเฟซบุ๊ก ดีธรรมดา by ทุ่งดาวเรืองภูเรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทร. 088 021 4456 หรือติดต่อได้ที่เพจ : ดีธรรมดา by ทุ่งดาวเรืองภูเรือ.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กวนพุทราแขวนบาตรบูชาพระแท่นศิลาอาสน์ ‘หนึ่งเดียวในโลก’

Posted on January 31, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/707612

กวนพุทราแขวนบาตรบูชาพระแท่นศิลาอาสน์ 'หนึ่งเดียวในโลก'

กวนพุทราแขวนบาตรบูชาพระแท่นศิลาอาสน์ ‘หนึ่งเดียวในโลก’

วันจันทร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2566, 13.55 น.

กวนพุทราแขวนบาตรบูชาพระแท่นศิลาอาสน์ “หนึ่งเดียวในโลก” นำผลจากต้นลูกสมัยพุทธกาลฯ ย้อนรำลึกประวัติศาสตร์ทางพระพุทธศาสนา เล่าถึงความสำคัญของต้นพุทราแขวนบาตร พระพุทธเจ้า โปรดให้พระอานนท์นำบาตรไปแขวนไว้ ด้านบรรดานักเสี่ยงโชคแห่เที่ยวงานและส่องหาเลขเด็ดจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดพระแท่นศิลาอาสน์ แล้วนำไปซื้อลอตเตอรี่หวังลุ้นรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวด 1 กุมภาพันธ์นี้

วันที่ 30 ม.ค.66 ที่บริเวณหน้าพระวิหารหลวง วัดพระแท่นศิลาอาสน์ พระอารามหลวง ต.ทุ่งยั้ง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ นายสมหวัง พ่วงบางโพ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์เป็นประธานในพิธีกวนพุทราแขวนบาตรบูชาพระแท่นศิลาอาสน์ พระวินัยสาทร เจ้าอาวาสวัดพระแท่นศิลาอาสน์ ( พระอารามหลวง) เจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก-อุตรดิตถ์ (ธรรมยุต)เป็นประธานในพิธีฝ่ายสงฆ์ โดยมีพระสงฆ์ 9 รูป ร่วมเจริญพระพุทธมนต์ กิจกรรมครั้งนี้ จัดขึ้นโดยสำนัพระพุทธศาสนาจังหวัดอุตรดิตถ์ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ ด้วยการนำผลพุทราแขวนบาตรจากต้นพุทราขนาดใหญ่ สูงประมาณ 10 เมตร อยู่ทางด้านทิศใต้ของพระวิหารหลวงพระแท่นศิลาอาสน์ มีอายุกว่า 200 ปี เจริญเติบโตคู่มากับอายุของวัดพระแท่นศิลาอาสน์ นำผลพุทราที่สุกงอมแล้วนำมาตากแห้งบดเป็นผงละเอียด เข้าพิธีเทลงในภาชนะกะทะเหล็กใบใหญ่ที่จัดเตรียมเอาไว้ จำนวน 3 ใบ

โดยเทน้ำ น้ำตาลและผงพุทราตากแห้งบดละเอียด แล้วให้หญิงพรหมจารีนำพายไม้กวนพุทราให้เป็นเนื้อเดียวกันตามตำรับสูตรโบราณที่ทำต่อเนื่องกันมาในงานนมัสการพระแท่นศิลาอาสน์ของทุกปี ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เสร็จแล้วจึงเทใส่ถ้วยภาชนะถ้วยพาสติกนำไปถวายบูชาพระแท่นศิลาอาสน์ ส่วนที่เหลือให้ประชาชนมีส่วนร่วมบุญกุศลนำกลับไปบ้านให้คนในครอบครัวรับประทาน เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับตัวเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การกวนพุทราบูชาพระแท่นศิลาอาสน์ ถือเป็นพิธีสำคัญในงานนมัสการพระแท่นศิลาอาสน์ จัดให้มีขึ้นเป็นประจำทุกปีภายในงานนมัสการพระแท่นศิลาอาสน์ ปีนี้ตรงกับวันที่ 25 มกราคม ถึง 5 กุมภาพันธ์ 2566 ต้นพุทราใหญ่ ซึ่งขึ้นอยู่ด้านทิศใต้ของวิหารหลวงพระแท่นศิลาอาสน์ มีอายุกว่า 200 ปี เชื่อว่า เป็นต้นลูกสืบเชื้อมาจากต้นพุทราที่พระพุทธเจ้าทรงโปรดให้พระอานนท์ นำบาตรของพระพุทธองค์ไปแขวนไว้ที่กิ่งพุทราต้นนั้น หลังจากที่พระพุทธเจ้าได้กระทำพุทธกิจและฉันภัตตาหารบนพระแท่นศิลาอาสน์แล้ว และต้น  พุทราต้นนั้น ได้รับการขนานนามว่า “พุทราแขวนบาตร” 

ทุก ๆ ปี เมื่อต้นพุทราแขวนบาตรต้นนี้ออกดอกและผลสุกงอมจนร่วงเกลื่อนพื้น เจ้าหน้าที่ของวัดจะเก็บและตากแห้งรวบรวมไว้ เพื่อนำไปตำบดให้ป่นเพื่อเจือผสมกับเครื่องปรุงต่างชนิดปรุงเป็นพุทรากวน เพื่อเป็นการรำลึกถึงความสำคัญของต้นพุทราแขวนบาตร การบูชาพระแท่นศิลาอาสน์ และ รำลึกถึงพระคุณอันประเสริฐของพระพุทธเจ้า ซึ่งถือเป็นประเพณีอันดีงามที่รักษาและสืบสานกันต่อมาจนถึงทุกวันนี้ ปัจจุบันมีการกวนพุทราดังกล่าวจำหน่ายภายในงาน เพื่อให้ประชาชนและผู้ที่สนใจได้เข้ามาซื้อหานำไปรับประทานชิมรสชาด และบางส่วนได้นำไปถวายพระพุทธเจ้าและพระแท่นศิลาอาสน์ เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระองค์ท่านอีกด้วย

สำหรับงานนมัสการพระแท่นศิลาอาสน์ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 มกราคม – 5 กุมภาพันธ์ 2566  จัดขึ้นเพื่อสืบสานรักษาและพัฒนาต่อยอดประเพณีการบูชาพระแท่นศิลาอาสน์ในกลางเดือนสาม ซึ่งเป็นการสืบต่ออายุพระพุทธศาสนาและส่งเสริมการท่องเที่ยว อีกทั้งยังสร้างรายได้ให้กับชุมชนและจังหวัดอุตรดิตถ์ ตอบโจทย์เป้าหมายร่วมของจังหวัดอุตรดิตถ์เป้าหมายที่ 7 : อุตรดิตถ์เที่ยวได้ทั้งปี เป้าหมายที่ 8 : เศรษฐกิจฐานรากเจริญเติบโต และเป้าหมายที่ 10: จังหวัดคุณธรรม

นอกจากนี้ ยังมีบรรดานักเสี่ยงโชค ที่มาหาเลขเด็ดจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดพระแท่นศิลาอาสน์ต่างพากันหาซื้อลอตเตอรี่เลขดังหรือเลขท้าย 2 ตัว จากผู้ค้าสลาก ได้แก่ 59 , 18 , 28 , 29  และ 38  เพื่อนำไปลุ้นรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566 โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิด’คลินิกรักษ์สมอง’บริการตรวจรักษาไมเกรน-โรคปวดศีรษะ แก่ผู้สูงอายุ/ผู้ที่ติดยาเสพติด

Posted on January 31, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/707605

เปิด'คลินิกรักษ์สมอง'บริการตรวจรักษาไมเกรน-โรคปวดศีรษะ แก่ผู้สูงอายุ/ผู้ที่ติดยาเสพติด

เปิด’คลินิกรักษ์สมอง’บริการตรวจรักษาไมเกรน-โรคปวดศีรษะ แก่ผู้สูงอายุ/ผู้ที่ติดยาเสพติด

วันจันทร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2566, 13.25 น.

กรมการแพทย์ โดยสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) ดำเนินการจัดตั้งคลินิกรักษ์สมอง เพิ่มคุณภาพชีวิตแก่ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยยาและสารเสพติด โดยให้บริการตรวจรักษาไมเกรน โรคปวดศีรษะอื่นๆ อาการปวด อ่อนแรง ปัญหาเรื่องความจำ โรคลมชัก

นายแพทย์มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์” ในปี 2564 ที่ผ่านมา โดยมีผู้สูงอายุคิดเป็นร้อยละ 19.60 ของประชากรทั้งหมด และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้สูงอายุมักจะมีปัญหาเจ็บป่วยทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เนื่องจากเป็นวัยที่ร่างกายมีความถดถอยเสื่อมลง โดยเฉพาะการเสื่อมของสมอง เช่น ความจำ ภาษา มิติสัมพันธ์ การวางแผน การตัดสินใจ ส่งผลต่อการดำรงชีวิตของผู้สูงอายุ รวมถึงทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ และปัญหาสุขภาพจิต ซึ่งการที่จะทำให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพแข็งแรง จำเป็นต้องเข้าถึงบริการต่างๆ ได้ง่าย และได้รับการดูแลรักษาอย่างครบวงจรและต่อเนื่อง ในส่วนของผู้ป่วยยาและสารเสพติดก็จะมีปัญหาจากการที่สมองส่วนที่ควบคุมความคิดถูกทำลายจากยาเสพติด ทำให้ผู้เสพทำอะไรตามใจ ตามอารมณ์ แสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น ก้าวร้าว หงุดหงิด เกิดอาการทางจิตประสาท ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ หมกมุ่นและจะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้เสพยา ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันด้วยเช่นกัน

นายแพทย์สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) กล่าวเพิ่มเติมว่า สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) กรมการแพทย์ ตระหนักถึงคุณค่าผู้สูงอายุและผู้ป่วยยาและสารเสพติดที่มีปัญหาด้านสมอง จึงได้จัดทำแนวทางการขับเคลื่อนระบบสุขภาพรองรับสังคมผู้สูงอายุและการดูแลผู้ป่วยยาและสารเสพติด โดยได้ดำเนินการจัดตั้งคลินิกรักษ์สมองขึ้น เพิ่มคุณภาพชีวิตแก่ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยยาและสารเสพติด ซึ่งจะมีการประเมินคัดกรอง

ด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ พฤติกรรมรวมถึงสุขภาพฟัน ในคนไข้อายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป ทั้งคนไข้โรคทั่วไป ครอบครัวกรมการแพทย์ (DMS Family) และคนไข้ยาเสพติดอย่างครอบคลุม โดยให้บริการตรวจรักษาไมเกรน โรคปวดศีรษะอื่นๆ ปัญหาเรื่องความทรงจำ โรคลมชัก อาการเคลื่อนไหวผิดปกติ ปัญหาอารมณ์และพฤติกรรม
ในผู้สูงอายุ จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เปิดให้บริการทุกวันพฤหัสบดี เวลา 13.00 -16.00 น. ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 5310080-8 ต่อ 420 หรือ สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) กรมการแพทย์ จังหวัดปทุมธานี ในวันและเวลาราชการ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,908,475 hits

Join 4,114 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

กกต.เคาะแล้ว 28 มิ.ย.นี้ เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-สก.-นายกเมืองพัทยา และสมาชิกเมืองพัทยา
สยามพารากอน เนรมิตพื้นที่งานคราฟต์สไตล์ไทยกับดีไซน์ล้ำสมัย จัดงาน ‘SIAM PARAGON SUMMERBEATS MUSIC FEST 2026’
ท้องก็หยุดแม่ไม่ได้ 'แพท ณปภา' เปิดท้ายขายของมือสอง 'นาฟ' แท็กทีมช่วยซัปพอร์ตสุดพลัง
"เมลาเนีย ทรัมป์" แถลงปฏิเสธโยงเอปสตีน พร้อมเสนอให้เหยื่อขึ้นให้การต่อสภาคองเกรส
เปิดคลิปนาที นายกฯอนุทิน สะอื้นร่ำไห้ พูดความในใจถึง ผบ.ทอ. ช่วงรบไทย-กัมพูชา
สจล. เปิดพิมพ์เขียว 'ศูนย์วิจัยโกโก้ไทย-รัสเซีย' ชูโมเดลเกษตรแม่นยำแยกโซนเหนือ-ใต้
ประสบความสำเร็จล้นหลามการแข่งขันเต้นนานาชาติ ATOD 2026 ชิงถ้วยพระราชทาน
ผบ.ทบ. เซ็นคำสั่งโยกย้าย ทหารระดับพันเอก 174 นาย จัดแถว ‘ทหารราบ-ม้า-รบพิเศษ’
คนดูไม่ได้ซื้อ คนซื้อไม่ได้ดู วิกฤต ‘ตั๋วผี’แฟนคลับ ‘อัสนี-วสันต์’ร้องระงมบัตรอัปราคาระบาดเกลื่อนโซเชียล
ก่อสร้าง มหาดไทย แห่งใหม่คืบ34% รองปลัดมท. กำชับต้องถูกต้องตามเงื่อนไขสัญญาจ้าง

Recent Posts

  • “Deep Purple” พบแฟนพันธุ์แท้ “ซานาเอะ ทาคาอิจิ” นายกฯ ญี่ปุ่น
  • ช็อกพบสุนัขกว่า 250 ตัวถูกเลี้ยงแออัดในบ้าน องค์กรคุ้มครองสัตว์เผยเป็นภาพจริงไม่ใช่ AI
  • “สี จิ้นผิง” พบผู้นำฝ่ายค้านไต้หวัน ชี้ไม่ยอมรับการประกาศเอกราช มั่นใจสองฝั่งรวมเป็นหนึ่ง
  • “มิน อ่อง หล่าย” สาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีเมียนมา
  • สหรัฐฯ เตรียมปรับระบบ “ลงทะเบียนเกณฑ์ทหารอัตโนมัติ” สำหรับชายอายุ 18-25 ปี

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d