Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

งามไส้!‘มาเฟีย’โผล่ทำ‘ตั๋วผี’เก็บค่าหัวชาวลาว เข้าตลาดไทยลาวธาตุพนม

Posted on January 27, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/707020

งามไส้!‘มาเฟีย’โผล่ทำ‘ตั๋วผี’เก็บค่าหัวชาวลาว เข้าตลาดไทยลาวธาตุพนม

งามไส้!‘มาเฟีย’โผล่ทำ‘ตั๋วผี’เก็บค่าหัวชาวลาว เข้าตลาดไทยลาวธาตุพนม

วันศุกร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2566, 08.14 น.

งามไส้!‘มาเฟีย’โผล่ทำ‘ตั๋วผี’เก็บค่าหัวชาวลาว เข้าตลาดไทยลาวธาตุพนม

27 มกราคม 2566 ที่ จ.นครพนม ภายหลังมีแกนนำพ่อค้าแม่ค้า ทั้งชาวไทยและชาวลาว บริเวณจุดผ่อนปรนตลาดนัดไทยลาว อ.ธาตุพนม จ.นครพนม นำเอกสารหลักฐานเข้าร้องเรียนหน่วยงานเกี่ยวข้อง พร้อมนำสื่อมวลชนลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้หน่วยงานความมั่นคงมาตรวจสอบแก้ไข เนื่องจากเคยร้องเรียนไปแล้วหลายครั้งแต่เรื่องยังเงียบ กรณีมีการทำ “ตั๋วผี” เรีกเก็บค่าหัวชาวลาว

ทั้งนี้ ตลาดนัดจุดผ่อนปรนชายแดนไทยลาว อ.ธาตุพนม ถือเป็นด่านประเพณีที่เปิดตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย กำหนดให้พ่อค้าแม่ค้าชาวลาว นำสินค้าเกษตรข้ามแม่น้ำโขงมาซื้อขายแลกเปลี่ยน รวมถึงซื้อเครื่องอุปโภคบริโภคกลับไปค้าขาย และใช้ในครัวเรือน ระหว่างเมืองหนองบก แขวงคำม่วน สปป.ลาว สัปดาห์ละ 2 วัน คือ วันจันทร์ และวันพฤหัสบดี

แกนนำพ่อค้าแม่ค้า พบข้อมูลว่า มีกลุ่มผู้มีอิทธิพลเข้ามาฉวยโอกาส เรียกเก็บค่าหัวกับชาวลาวที่เดินทางข้ามมาแลกเปลี่ยนซื้อขาย พร้อมอ้างหน่วยงานรัฐเป็นหน่วยงานดูแลเรียกเก็บ และมีการจัดตั้งโต๊ะ ทำตั๋วผี ไม่ระบุจำนวน ตัวเลขราคา และข้อมูลของหน่วยงานรัฐ แต่มีการเรียกเก็บค่าหัวชาวลาวที่ข้ามมาฝั่งไทยคนละ 50 บาท

ภายหลังตัวแทนพ่อค้าแม่ค้า ทั้งชาวไทย ชาวลาว ได้นำสื่อมวลชนลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง บริเวณด่านตรวจ ท่าเทียบเรือ จุดผ่อนปรนตลาดนัดไทยลาว อ.ธาตุพนม จ.นครพนม พบมีหญิงสาว 2 ราย อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ นั่งเก็บเงินค่าหัวชาวลาวที่ข้ามมาฝั่งไทย รายละ 50 บาท ระบุว่าเป็นค่าตรวจคัดกรอง นอกจากนี้ยังมีการทำตั๋วผีสีฟ้ามีตัวอักษรภาษาลาว ระบุว่า “ปี้ผ่านการคัดกรอง จุดผ่อนปรนการค้า อำเภอธาตุพนม” และมีการตั้งกล่องเก็บเงินสดเป็นเงินไทยจากชาวลาว

จากการตรวจสอบข้อมูล พบว่า มีการเรียกเก็บเงินจากชาวลาววันละประมาณ 800-1,000 คน คิดเป็นเงินวันละประมาณ 40,000 – 50,000 บาท ส่วนการจัดเก็บส่วนอื่นพบว่ามีการเก็บค่าธรรมเนียมเอกสารการผ่านแดนของด่านตรวจคนเข้าเมือง ที่มีใบเสร็จถูกต้องตามระเบียบ เป็นเงินคนละ 50 บาท รวมถึงใบเสร็จรับเงิน จำนวน 30 บาท ที่เก็บค่าวางจำหน่ายสินค้า ค่าเรือโดยสาร 60 บาท ที่สามารถยืนยันได้ว่า มีหน่วยงานรับผิดชอบ และจัดการเข้ารัฐ เป็นไปตามระเบียบกฎหมาย ส่วนตั๋วผีดังกล่าวไม่มีที่มา อีกทั้งเป็นที่น่าสังเกตว่าไม่มีการระบุจำนวนเงิน 50 บาท ตามที่เรียกเก็บ

จากการสอบถามไปยังหน่วยงานเกี่ยวข้อง อ.ธาตุพนม จ.นครพนม พบว่า พื้นที่จุดผ่อนปรนตลาดนัดไทยลาว ที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงมหาดไทย เปิดให้เป็นด่านประเพณี มีชาวลาวข้ามมาจับจ่ายซื้อของ แลกเปลี่ยนซื้อขาย ไม่มีค่าหัวเรียกเก็บเป็นราย แต่มีค่าธรรมเนียมในการจัดทำเอกสารผ่านแดน ที่เข้าตรวจสอบข้อมูล การเดินทางเข้าออก ป้องกันการหลบหนีเข้าเมือง เป็นค่าธรรมเนียม รายได้เข้ารัฐ จำนวนคนละ 50 บาท รวมถึงจัดเก็บค่าวางจำหน่ายสินค้า ที่มีใบเสร็จเรียกเก็บเงินถูกต้องตามระเบียบ 30 บาท เป็นของเทศบางตำบลธาตุพนม โดยทางเจ้าหน้าที่หน่วยงานเกี่ยวข้อง ยืนยันว่าหากพบมีการฉวยโอกาสเรียกเก็บนอกเหนือจากนี้ ถือว่าเป็นการฉวยโอกาส ที่จะต้องมีการตรวจสอบดำเนินการตามกฎหมายหากพบกระทำผิดทุจริต หรือเรียกรับเงิน

ทั้งนี้ ย้อนไปเมื่อปี 2562 นายสยาม ศิริมงคล อดีต ผวจ.นครพนม ได้รับเรื่องร้องเรียน เกี่ยวกับปัญหาการทุจริตเรียกรับเงินค่าหัวจากชาวลาว ของเจ้าหน้าที่รัฐบาลบางส่วน และกลุ่มผู้มีอิทธิพล และมีการดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมจัดระเบียบ ป้องกันการฉวยโอกาสเรียกรับผลประโยชน์ ภายหลังเกิดสถานการณ์โควิดด่านชายแดนปิดชั่วคราว นานกว่า 2 ปี ก่อนที่จะกลับมาเปิดอีกครั้ง และมีการฉวยโอกาสเรียกรับเงินจากชาวลาวซ้ำอีก

ด้านแกนนำพ่อค้าแม่ค้าทั้งชาวไทยชาวลาว เปิดเผยว่า หลังจากมีการเปิดด่านชายแดนจุดผ่อนปรนการค้าไทยลาว อ.ธาตุพนม หลังมีการปิดจากสถานการณ์โควิดนานกว่า 2 ปี ทำให้การค้าขายกลับมาเหมือนเดิม ถือเป็นเรื่องดี ชาวบ้านในพื้นที่ รวมถึงชาวลาวมีรายได้ แต่ที่ตนและบรรดา พ่อค้า แม่ค้า ทนไม่ได้คือ กลุ่มผู้มีอิทธิพล มาเฟีย ที่อ้างหน่วยงานรัฐ มีการฉวยโอกาสมาตั้งโต๊ะเรียกรับเงินจาก บรรดาพ่อค้า แม่ค้าและชาวลาว ที่ข้ามมาติดต่อซื้อขายฝั่งไทย และมีการตั้งโต๊ะเรียกเก็บเงินเย้ยกฎหมาย ไม่มีที่ไปที่มาคนละ 50 บาท แต่ละวันมีการเรียกเก็บนับ 1,000 คน มั่นใจว่าเป็นการฉวยโอกาสเก็บเงินที่เป็นการทุจริตในด่านจุดผ่อนปรน ถือว่าผิดระเบียบกระทรวงมหาดไทย

นอกจากนี้ยังพบว่า กลุ่มผู้มีอิทธิพลบางกลุ่ม กดดันพ่อค้า แม่ค้า ให้ไปขายในพื้นที่หน้าตลาดเทศบาลตำบลธาตุพนม เพื่อเรียกเก็บผลประโยชน์ จากที่เคยหน่วยงานเกี่ยวข้อง เคยจัดระเบียบ ให้กระจายพ่อค้าแม่ค้า วางขายของตลอดแนวริมถนนสองฝั่ง ที่มีการจัดระเบียบ กำหนดจุดวางขายสินค้าไว้ แต่มีการมีจัดระเบียบใหม่ ที่เกิดความเหลื่อมล้ำ ระหว่างพ่อค้า แม่ค้า ใครที่ยอมทำตามกติกากลุ่มมาเฟีย หรือยอมจ่ายเงินตามข้อเรียกร้อง จะได้ขายในพื้นที่ดี ตนถือว่าไม่เป็นธรรมกับพ่อค้าแม่ค้า

ที่สำคัญยังมีการวางจุดเข้าออกสินค้า ไว้บริเวณจุดเดียวกัน ทั้งที่ตามระเบียบศุลกากร รวมถึงหน่วยงานเกี่ยวข้อง จะต้องแยกชัดเจน เพื่อสะดวกในการตรวจสอบคัดกรองของเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคง ป้องกันการลักลอบกระทำผิดกฎหมาย โดยการดำเนินการดังกล่าวถือว่าไม่เป็นไปตามระเบียบหน่วยงานความมั่นคง มีการนำสินค้าเข้ามาโดยไม่มีการเข้มงวดตรวจสอบ เสี่ยงต่อการกระทำผิดกฎหมาย เคยทำหนังสือร้องเรียนไปหลายครั้งแต่ยังเงียบ จึงต้องออกมาร้องเรียนผ่านสื่อ เพราะจากการตรวจสอบข้อมูล พบว่ายังมีกลุ่มบุคคลที่เคยทุจริตเรียกรับเงินในด่านจุดผ่อนปรน ถึงขั้นถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย  เมื่อปี 2562 หลังจาก ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม และหน่วยงานความมั่นคงลงพื้นที่ตรวจสอบ แก้ไขปัญหา และในที่สุดกลับมาฉวยโอกาสเรียกรับผลประโยชน์อีกครั้ง ฝากไปยังกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดเร่งรัดดำเนินการแก้ไขปัญหา

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สาวอ้วกแทบพุ่ง! เจอส้มตำปูปลาร้า ปลาคล้ายยังสดๆ เหมือนไม่ได้ผ่านมาการหมักดอง

Posted on January 27, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/706970

สาวอ้วกแทบพุ่ง! เจอส้มตำปูปลาร้า ปลาคล้ายยังสดๆ เหมือนไม่ได้ผ่านมาการหมักดอง

สาวอ้วกแทบพุ่ง! เจอส้มตำปูปลาร้า ปลาคล้ายยังสดๆ เหมือนไม่ได้ผ่านมาการหมักดอง

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2566, 19.28 น.

วันที่ 26 มกราคม 2566 ผู้ใช้ TikTok ชื่อ @fahsai.xs โพสต์คลิปขณะกำลังกินส้มตำปูปลาร้ามา แต่เจอปลาร้าที่ดูเหมือนกับปลาสด พร้อมระบุข้อความว่า “เรื่องจริง ไม่ได้คอนเทนท์ #กินมา10ปีเพิ่งเคยพบเคยเจอ #ส้มตําแซ่บๆ”

โดยในคลิป เป็นเมนูส้มตำปูปลาร้า โดยปลาร้าที่ใส่มานั้นเป็นปลาหมอที่ยังไงก็เหมือนเป็นปลาสดๆ ไม่ได้ผ่านมาการหมักดอง ซึ่งในคลิปยังมีข้อความบรรยายอีกว่า “ล่าสุดวิ่งเข้าห้องน้ำ 5 รอบ เอาออจากปากแทบไม่ทัน อ้วกแทบพุ่ง …. ดูให้ดีก่อนซื้อกิน”

หลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก  

https://www.tiktok.com/embed/v2/7192467185028107546?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Flikesara%2F706970

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘จาริกธรรมตามรอยบาทพระศาสดา’ให้ศรัทธาญาติโยมร่วมบุญใหญ่ก่อนไปอินเดีย-เนปาล

Posted on January 27, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/706968

'จาริกธรรมตามรอยบาทพระศาสดา'ให้ศรัทธาญาติโยมร่วมบุญใหญ่ก่อนไปอินเดีย-เนปาล

‘จาริกธรรมตามรอยบาทพระศาสดา’ให้ศรัทธาญาติโยมร่วมบุญใหญ่ก่อนไปอินเดีย-เนปาล

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2566, 19.04 น.

“โครงการจาริกธรรมตามรอยบาทพระศาสดา” ครั้งที่ 9 เริ่มขึ้นจนได้ฤกษ์ที่จะเดินทางไปธุดงค์ที่ประเทศอินเดียและเนปาล ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2566  และ ระหว่างการธุดงค์ หนึ่งในเส้นทางที่พระธุดงค์จำนวน 108 รูป ได้ออกเดินทางจาริกธรรมนี้ ได้มีโอกาสมาที่วัดพุทธวิชยาราม คลอง 6 จังหวัดปทุมธานี วันที่ 24-25 มกราคม พ.ศ.2566 เพื่อให้ศรัทธาญาติโยมได้ร่วมบุญในการสนับสนุนการสืบทอดพระพุทธศาสนา 

พระครูธีรธรรมปราโมทย์ (หลวงพ่อสำเริง ธมฺมธีโร) เจ้าอาวาส วัดดอยเทพนิมิต ตำบลป่าซาง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ประธานดำเนินงาน “โครงการจาริกธรรมตามรอยบาทพระศาสดา” ครั้งที่ 9 โดยวัดดอยเทพนิมิต จังหวัดเชียงราย เล่าให้ฟังว่า โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อฝึกการเดินธุดงค์ของพระ และ เพื่อฝึกอบรมให้พระมีศรัทธาในพระพุทธศาสนา เพราะว่าพระในประเทศไทยบวชกันน้อย และ ไม่ได้บวชเพราะศรัทธา โครงการจาริกธรรมฯจึงเกิดขึ้นมาเพื่อให้พระไดมีศรัทธา เมื่อมีศรัทธาก็มีโอกาสได้ศึกษาซึ่งพระธรรมคำสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างลึกซึ้ง หรือว่า บางรูปบางองค์ ท่านอาจจะอยู่ไม่ได้ในสมณเพศ แต่เมื่อลาสิกขาออกไปจะเป็นอุบาสกที่ดี เพราะมีความรู้ ความเข้าใจในส่วนของธรรม

“พระในโครงการจาริกธรรมฯ เราอบรมกัน เหมือนเราเสกพระทุกวัน วันนี้ได้นำพระมาให้หลวงพ่อวิชัย เขมิโย ท่านเสกพระให้ เพื่อเป็นพระไว้เทศน์ ไว้อบรมญาติโยมสาธุชน ซึ่งในส่วนของอาตมานั้น ทางหลวงพ่อฯ (หลวงพ่อวิชัย เขมิโย เจ้าอาวาส วัดถ้ำผาจม อ.แม่สาย จ.เชียงราย) ท่านก็เสกอยู่หลายปี และ ออกธุดงค์องค์เดียว คือ พระถ้าจะดี ต้องปลุกเสกพระให้ดีขึ้น ให้เขามีศรัทธาในพระศาสนา อาตมากว่าจะได้มาทำโครงการนี้ ตอนเริ่มต้นก็อยู่ที่วัดถ้ำผาจมมาก่อน เราก็มาคิดว่า จะทำยังไงให้พระมาร่วมกับเราให้ดีที่สุด เพราะการปลุกเสกต้องใช้ระยะเวลา อากาศเย็นภาคเหนือ มาปลุกเสกที่ภาคกลาง อากาศก็จะร้อน ร้อนกันหมด พระผิวเดียวกันหมด ให้สุริยเทพปลุกเสกให้ด้วย โครงการจาริกธรรมฯ ต้องมีองค์ประกอบเยอะ ถ้าท่านอดได้ ทนได้ มาอยู่นี่ ที่เราเห็นอาจได้ไปทุกองค์ ก็ไม่แน่เหมือนกัน แต่ถ้าไม่อยู่ในกรอบ โดยมีธรรมวินัยเป็นตัวตั้ง เราก็ให้ออกไป ปีนี้ทางโครงการจัดเป็นปีที่ 9 อาตมาตั้งใจไว้ว่า ข้าพเจ้าจะพาพระไปเดินที่อินเดีย 9 ครั้ง ครั้งละ 55 วัด รวมแล้วอาตมาเสกพระปีละ 4 เดือน โดยปกติพระที่ได้รับการปลุกเสกแล้วจะอยู่กันยาว ตอนนี้ตั้งแต่ปีหนึ่งถึงปีห้า มีกลับไปเป็นเจ้าอาวาสก็มี ซึ่งแต่ละปีมีพระมาร่วมโครงการร้อยรูปขึ้น และเรามีกติกา เช่น บางคนบอกว่า สุริเทพแรงเหลือเกิน ก็ขอลา บอกว่าไม่ต้องมาลา ถ้าเราได้พระที่นำพาพระศาสนาไปได้ ก็คุ้ม จริงๆ เราก็ได้มากกว่านั้น อย่างน้อยเขาก็มีจิตดี คิดดี ทำดี เพื่อพระศาสนา” พระครูธีรธรรมปราโมทย์กล่าว  

พระครูธีรธรรมปราโมทย์เมตตาให้หลักธรรมว่า สมัยก่อนเหมือนกับว่าการบวชก็ไปธุดงค์เหมือนกัน ไปพบไปเจออะไรที่ไม่ดีก็เป็นถูดงค์ (ถู-ดงค์) อยู่ไปๆไม่มีทางออก เกิดทางตัน แต่การธุดงค์ในโครงการนี้มีต้นแบบ หรือ โมเดลมาจากวัดถ้ำผาจม อ.แม่สาย จ.เชียงราย ซึ่งมีพระสูตรที่พระที่วัดถ้ำผาจมอ่านกัน 3 เวลา บางรูปฝึกให้ส่งพระสูตร เพราะฉะนั้นการมาร่วมกันธุดงค์ต้องปฏิบัติได้ ส่วนจะถึงธรรมหรือไม่ถึงธรรม แต่ต้องปฏิบัติให้ได้ เพราะพระครูธีรธรรมปราโมทย์เคยอยู่กับหลวงพ่อฯ (หลวงพ่อวิชัย เขมิโย) มา จึงปรับให้เข้ากับสถานการณ์บ้านเมือง เช่น การไปธุดงค์ที่อินเดียใช้กลดไม่ได้ เพราะน้ำค้างเยอะมาก และ การธุดงค์ทั้ง 13 ข้อ จึงเลือกถือได้เป็นข้อๆ เพราะจริงๆ ในพระไตรปิฎกไม่มี แต่คนไทยเห็นพระธุดงค์ ก็ว่าธุดงค์หมด 

ขณะที่การธุดงค์จริงๆ เช่น บิณฑบาต เป็นวัตร และ ไม่นอนเป็นวัตร แต่เราทำครบไม่ได้ เพราะธาตุขันธุ์ร่างกายพระจะไม่ไหว  นอกจากนี้ พระธุดงค์จริงๆ ความหมายของธุดงค์ คือ เป็นเครื่องขัดเกลา แต่ในรูปภาพที่เราพาพระเผยแพร่ธรรมด้วย ให้พระมีความอดทน มีขันตินำหน้า และ มีศรัทธาตามมา ดำรงมั่นในพระศาสนา และ ให้ญาติโยมได้ดูว่า พระศาสนาที่จะเจริญรุ่งเรืองต้องอาศัยพระสงฆ์ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบของพระศาสนาให้ได้ 

สำหรับกิจกรรมที่วัดพุทธวิชยาราม ในช่วงค่ำคืนวันที่ 24 มกราคม พ.ศ.2566 หลวงพ่อวิชัย เขมิโย เจ้าอาวาส วัดถ้ำผาจม อ.แม่สาย จ.เชียงราย นำศรัทธาญาติโยมทำวัตรเย็น และ ให้กัมมัฎฐานแก่พระธุดงค์ และ ในช่วงเช้า วันที่ 25 มกราคม พ.ศ.2566 หลวงพ่อวิชัยฯนำตักบาตรข้าวสวยพระธุดงค์ 108 รูป รวมทั้งเทศนาธรรมให้หลักธรรมแก่พระธุดงค์และญาติโยมที่เดินทางมาร่วมทำบุญใหญ่ในโอกาสนี้ด้วย และ ในโครงการดังกล่าวยังมีพระชาวลาวจำนวนหนึ่ง และ ฆราวาสชาวลาว 2 คน ร่วมออกเดินธุดงค์ในโครงการนี้

สำหรับท่านใดที่ต้องการร่วมบุญครั้งนี้ติดตามรายละเอียดได้ที่เพจเฟสบุ๊ค https://web.facebook.com/walkingwithbuddhawatdoitepnimit/?_rdc=1&_rdr (เพจเดียวเท่านั้น) 


ขอบคุณภาพส่วนหนึ่ง  
เพจ FB : วัดพุทธวิชยาราม – หลวงพ่อวิชัย เขมิโย
พระปิยวัฒน์ ฐานกโร วัดดอยเทพนิมิต ต.ป่าซาง อ.แม่จัน จ.เชียงราย   

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนุ่มมีเงิน 15 บาท สั่งข้าวเปล่ากินกับพริกน้ำปลา เจ้าของร้านสั่งทำผัดกะเพราให้กินฟรี (คลิป)

Posted on January 27, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/706953

หนุ่มมีเงิน 15 บาท สั่งข้าวเปล่ากินกับพริกน้ำปลา เจ้าของร้านสั่งทำผัดกะเพราให้กินฟรี (คลิป)

หนุ่มมีเงิน 15 บาท สั่งข้าวเปล่ากินกับพริกน้ำปลา เจ้าของร้านสั่งทำผัดกะเพราให้กินฟรี (คลิป)

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2566, 18.42 น.

วันที่ 26 มกราคม 2566 สมาชิก TikTok ชื่อ @janeythetoys789 โพสต์คลิป หลังหลังมีชายคนหนึ่งเข้ามาในร้านแล้วสั่งข้าวเปล่าเพื่อกินกับพริกน้ำปลา เนื่องจากมีเงินแค่ 15 บาท

โดยผู้โพสต์ระบุข้อความว่า “มีลูกค้าท่านหนึ่งมาสั่งข้าวเปล่า 1 จาน เพื่อกินกับพริกน้ำปลาที่ร้าน เลยให้พี่เขากินฟรีไป 1 จาน ข้าวราคา30฿ สำหรับบางคนมันถูกมาก แต่สำหรับคนที่ไม่มี มันมีค่ามากมาย ดีใจที่ได้แบ่งปัน #ชอบเป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับ”

ซึ่งในคลิปจะเห็นว่า มีชายท่านหนึ่งได้เข้ามาในร้านอาหารตามสั้ง แล้วสั่งข้าวเปล่า 1 จาน ทำให้เจ้าของร้านที่นั่งอยู่ใกล้ๆ จึงถามว่าจะกินกับอะไร ชายคนดังกล่าวก็บอกว่ากินกับพริกน้ำปลา เจ้าร้านจึงถามอีกว่าจะเอาอะไรมั้ย ชายคนนี้จึงตอบว่า ไม่เอา เพราะเงินมาแค่ 15 บาท โดยเจ้าของร้านจึงสั่งให้ลูกน้องทำผัดกะเพราให้กิน 1 จาน โดยไม่คิดเงิน

หลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ไป ก้มีคนเข้ามาชื่นชมเจ้าของร้านนี้เป้นอย่างมาก ที่รู้สึกเอื้อเฟื้อ ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

https://www.tiktok.com/embed/v2/7192248307685625114?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Flikesara%2F706953

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นักท่องเที่ยวประทับใจเกาะสมุยเต้นแอโรบิคผ่อนคลายรอเรือเทียบท่า

Posted on January 27, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/706937

นักท่องเที่ยวประทับใจเกาะสมุยเต้นแอโรบิคผ่อนคลายรอเรือเทียบท่า

นักท่องเที่ยวประทับใจเกาะสมุยเต้นแอโรบิคผ่อนคลายรอเรือเทียบท่า

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2566, 18.12 น.

วันที่ 26 ม.ค.66 ได้มีการแชร์คลิปภาพนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมากที่มารอโดยสารเรือของบริษัท เรือเร็วลมพระยา จำกัด บริเวณท่าเทียบเรือหน้าทอน อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อเดินทางไปยังเกาะพะงัน และเกาะเต่า ระหว่างที่รอเรือนั้นทำให้นักท่องเที่ยวอยู่กันจำนวนมาก ซึ่งนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยมาถึงก่อนกำหนดเวลาเรือออก ระหว่างนั้นได้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาแจ้งกับผู้จัดการบริหารสาขาหน้าทอน บริษัท เรือเร็วลมพระยา จำกัด ว่ามีนักท่องเที่ยวที่เป็นครูสอนเต้นแอโรบิคอยากจะสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายก่อนเรือมาถึง จึงขอใช้เวทีที่ใช้เต้นแอโรบิคที่ตั้งอยู่บนท่าเรือใช้เต้น

โดยได้เชิญชวนนักท่องเที่ยวต่างชาติบริเวณท่าเรือให้ออกมาเต้นแอโรบิค ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดีจากนักท่องเที่ยว ทำให้บรรยากาศที่ทุกคนนั่งเบื่อระหว่างรอเวลาเรือออกมีสีสันคึกคัก ที่สำคัญทำให้นักท่องเที่ยวมีรอยยิ้มจากการได้ร่วมทำกิจกรรมแอโรบิคดังกล่าว ซึ่งคลิปดังกล่าวที่ได้มีการแชร์ตามกลุ่มไลน์ต่างๆ บนเกาะสมุยทำให้ได้รับการชื่นชมจากผู้ที่ได้ชมคลิปดังกล่าวว่าเป็นการสร้างภาพลักษณ์ท่องเที่ยวที่ดีให้กับเกาะสมุย ที่สำคัญสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวอีกด้วย

นายภูผา มีเพียร ผู้จัดการบริหารสาขาหน้าทอน บริษัท เรือเร็วลมพระยา จำกัด กล่าวว่า คลิปดังกล่าวเป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา โดยระหว่างที่นักท่องเที่ยวรอเรือเนื่องจากอยู่ระหว่างสลับท่าที่เรือจะเข้าเทียบ บรรยากาศบนท่าเรือมีผู้โดยสารที่เป็นนักท่องเที่ยวจำนวนมากตนจึงพยายามหากิจกรรมค่าเวลา ซึ่งเป็นช่วงที่นายไมเคิ้ลเป็นเพื่อนที่กำลังจะกลับเกาะเต่าได้เข้ามาบอกว่ามีกิจกรรมเต้นแอโรบิคและโยคะให้ลูกค้าได้ผ่อนคลาย โดยผลตอบรับดีมาก นักท่องเที่ยวต่างออกมายืดเส้นยืดสายมีความพึงพอใจอย่างมากกับกิจกรรมที่จัดขึ้น – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘น่าน’เตรียมจัดงานประจำปี-ของดีปี2566 วันที่ 10–19 กุมภาพันธ์ นี้

Posted on January 27, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/706915

‘น่าน’เตรียมจัดงานประจำปี-ของดีปี2566 วันที่ 10–19 กุมภาพันธ์ นี้

‘น่าน’เตรียมจัดงานประจำปี-ของดีปี2566 วันที่ 10–19 กุมภาพันธ์ นี้

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2566, 16.49 น.

‘น่าน’เตรียมจัดงานประจำปี-ของดีปี2566 วันที่ 10–19 กุมภาพันธ์ นี้

ที่โรงแรมน้ำทองน่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน วันที่ 25 มกราคม 2566 มีการจัดแถลงข่าวการจัดงานประจำปีและของดีเมืองน่าน ประจำปี 2566 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10–19 กุมภาพันธ์ 2566 ณ ริมแม่น้ำน่าน เชิงสะพานภาคเหนือ โดยมีนายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในการแถลงข่าว

จังหวัดน่าน และเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน ได้กำหนดจัดงานประจำปีและของดีเมืองน่าน ประจำปี 2566 ระหว่างวันที่ 10–19 กุมภาพันธ์ 2566 ณ ริมแม่น้ำน่านเชิงสะพานภาคเหนือ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการผลิตภาคการเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชน (OTOP) ของท้องถิ่น อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมประเพณีของท้องถิ่น และชนเผ่าต่าง ๆ การจัดแสดงนิทรรศการตามแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร การส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดน่าน และจัดหารายได้เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายด้านสาธารณกุศลของเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน

กิจกรรมในงานประจำปีและของดีเมืองน่าน ปี 2566 ประกอบด้วย

วันที่ 10 ก.พ.2566 จะมีพิธีเปิดงานอันยิ่งใหญ่ พร้อมการเปิดตัวผู้สมัครนางสาวน่าน พร้อมดนตรีวงดุริยางค์ มทบ.38

วันที่ 11 ก.พ.2566 กิจกรรมการประกวดธิดาดอย และการแสดงศิลปวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์

วันที่ 12 ก.พ.2566 กิจกรรมการประกวดร้องเพลง ผู้บริหาร สมาชิก อปท. พร้อมแดนเซอร์

วันที่ 13 ก.พ.2566 คอนเสิร์ต “หงา คาราวาน” เต็มวง

วันที่ 14 ก.พ.2566 คอนเสิร์ต แสงดาว พิมมะศรี “นางฟ้าสารภัญ”

วันที่ 15 ก.พ.2566 คอนเสิร์ต “นัน” อนันต์ ไมค์ทองคำ และการแสดงของเด็กเยาวชน จังหวัดน่าน

วันที่ 16 ก.พ.2566 การแสดงมายากล Pepsi Show คนขายาวแจกลูกโป่ง สำหรับคุณหนู การแสดงเยาวชนต้นแบบ TO BE NUMBER ONE

วันที่ 17 ก.พ.2566 คอนเสิร์ต ณัฏฐ์ กิตติสาร & เดอะเพอะ การแสดงคอนเสิร์ต “รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์” วงดุริยางค์ มทบ.38 การแสดงแสงสีเสียง ประกอบเพลง ประวัติศาสตร์ชาติไทย

วันที่ 18 ก.พ.2566 การประกวดนางสาวน่าน

วันที่ 19 ก.พ.2566 การประกวดร้องเพลง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และการออกรางวัลสลากกาชาดการกุศล การออกร้านกาชาด โดยปีนี้สำนักงานกาชาดจังหวัดน่านได้ออกสลากจำนวน 200,000 ฉบับ ฉบับละ 40 บาท รางวัลที่ 1 คือ รถกระบะ 1 คัน รางวัลที่ 2 รถเก๋ง 1 คัน รถจักรยานยนต์ 5 คัน สร้อยคอทองคำ 10 เส้น ตู้เย็น 10 หลัง ทีวีจอแบน 48 นิ้ว 15 รางวัล สำหรับรางวัลเลขท้าย 3ตัว ปีนี้เป็นเตาปิ้งย่างชาบู 200 รางวัล นอกจากนี้ยังมีมินินาทีทองทุกชั่วโมง

นอกจากนี้ยังมีการประกวดที่หน่วยงานต่าง ๆ จัดขึ้น อาทิ  การประกวดออกแบบผลิตภัณฑ์ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ (ผ้าลายขอพระราชทาน) การประกวดของดีเกษตรสร้างมูลค่า และพืชผักสวนครัวเคลื่อนที่ การแข่งขันการทำอาหารจากปลาตะเพียน เมนู “มัจฉาเสวย อร่อยจนลืมไปเลยว่าเคยมีก้าง” การแข่งขันการทำอาหารจากเนื้อแพะ การโชว์ ชม ชิม และแข่งขันการทำอาหารแปรรูปจากหม่อนไหม เป็นต้น พิเศษ ในงานมีการโชว์บอลลูกยักษ์หลากสี สนุก ตื่นเต้น พร้อมถ่ายเซลฟี่คู่กับบอลลูนยักษ์ เลือกซื้อสินค้าดี ราคาถูกจากบริษัท ห้างร้าน โรงงาน พร้อมสวนสนุกสำหรับเด็กๆ คอนเสิร์ต และการแสดงบนเวที ฟรีตลอดงาน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ใจดำ! 3 แม่ลูกขับรถชนวัว 18 ล้อเหยียบซ้ำลูก 9 ขวบดับแม่พิการไร้ใครสนใจ

Posted on January 27, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/706898

ใจดำ! 3 แม่ลูกขับรถชนวัว 18 ล้อเหยียบซ้ำลูก 9 ขวบดับแม่พิการไร้ใครสนใจ

ใจดำ! 3 แม่ลูกขับรถชนวัว 18 ล้อเหยียบซ้ำลูก 9 ขวบดับแม่พิการไร้ใครสนใจ

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2566, 16.11 น.

เคราะห์ซ้ำกรรมซัด! 3 แม่ลูกควบ จยย.ชนฝูงวัววิ่งตัดถนนถูกรถพ่วง 18 ล้อวิ่งสวนเหยียบร่างลูกน้อยวัย 9 ขวบแหลกดับสลดคาที่ ส่วนแม่พิการถูกตัดขา ลูกอีกคนวัย 17 ปีบาดเจ็บ ผ่านมาแล้วกว่าครึ่งเดือนกลับไร้การเยียวยาจากคู่กรณีแม้แต่บาทเดียว มิหนำซ้ำลูกน้อยเหมือนตายฟรีไม่มีแม้แต่ถามไถ่ข่าวหรือเข้ามาพูดคุย หวั่นเป็นคดีมวยล้ม ร้อยเวรยังไม่ทำคดี ส่อเค้าอุ้มคู่กรณีที่มีนักการเมืองท้องถิ่นอยู่เบื้องหลังเข้าร้องสื่อขอความเป็นธรรม แถมล่าสุดต้องติดหนี้ค่ารักษา รพ.นับแสนบาท

เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 26 ม.ค.66 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดตรังได้รับการร้องทุกข์เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรมจาก น.ส.อุมาพร สุริยนต์ หรือแม่อุ๊ อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 251 หมู่ 1 ต.ท่าพญา อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ภายหลังจากเมื่อเวลาประมาณ 19.00 น.วันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมา ทั้ง 3 คนแม่ลูก คือ นายภูวดล สุริยนต์ อายุ 17 ปี ด.ช.ภูมิธนยศ สุริยนต์ อายุ 9 ปี และ น.ส.อุมาพร เป็นผู้ขับขี่รถ จยย.ยี่ห้อซูซูกิ รุ่นสเมท สีเทา-ดำ ไม่ปิดแผ่นป้ายทะเบียน กลับจากงานแต่งงานญาติในพื้นที่ บ้านลำแคลง อ.ปะเหลียน จ.ตรัง เพื่อมุ่งหน้ากลับบ้านไปทางฝั่งทิศตะวันตก เมื่อขับมาถึงบนถนนสายท่าพญา-หาดเลา หมู่ 3 ต.บางด้วน อ.ปะเหลียน ได้มีฝูงวัวยืนอยู่ข้างถนนจำนวน 2 ตัว

จังหวะเดียวกันได้มีรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียนตรัง ตัวพ่วงทะเบียน พัทลุง บรรทุกหินมาเต็มคัน ขับสวนมาอีกเลนมุ่งหน้าไปทางฝั่งทิศตะวันออก ปรากฏว่ารถบรรทุกพ่วงได้บีบแตรรถดังสนั่นขึ้น ทำให้ฝูงวัวที่ยืนอยู่ข้างถนนตกใจ วิ่งตัดถนนออกมา ทำให้ตนซึ่งเป็นคนขับขี่ชนฝูงวัวเข้าอย่างจัง ทำให้ถูกรถ 18 ล้อคันดังกล่าวเหยียบร่างซ้ำลูกวัย 9 ขวบเสียชีวิตคาที่ ส่วนตนเองถูกเหยียบเข้าที่ขา ซึ่งในขณะนั้นตนวูบหมดสติ หลับๆ ตื่นๆไป ก่อนรถ รพ.จะมารับตัวไป รพ.ย่านตาขาว

น.ส.อุมาพร กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุตนต้องพิการทุพลภาพ ถูกตัดขาขวาไป 1 ข้างตั้งแต่หัวเข่าลงไป เข้าผ่าตัดแล้วถึง 3 ครั้ง และยังคงต้องผ่าอีกเรื่อยๆ เนื่องจากบาดแผลมีการติดเชื้อ และมีบาดแผลอีกหลายจุดทั่วร่างกาย วันนี้ตนต้องสูญเสียลูกน้อยวัย 9 ขวบที่ยังมีอนาคตอีกยาวไกล และตนเป็นแม่เลี้ยงเดี๋ยว เลี้ยงดูลูก 2 คนต่างพ่อ เนื่องจากถูกพ่อของลูกวัย 9 ขวบทิ้งไปตั้งแต่เขายังอยู่ในครรภ์ ความรู้สึกพูดอะไรไม่ออก จุกและเจ็บอยู่ภายในใจและไม่ได้ไปเผาศพลูก และยิ่งมารู้ข่าวว่าทางคู่กรณีทั้งเจ้าของวัวและเจ้าของรถบรรทุกพ่วงไม่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือใดๆอีก ทั้งไม่ไปแม้แต่งานศพของลูกวัย 9 ขวบที่ฌาปนกิจไปเมื่อวันที่ 14 ม.ค.ซึ่งตรงกับวันเด็กและทั้งสองฝ่ายไม่เคยโทรศัพท์เข้ามาถามไถ่หรือติดต่อเข้ามาแม้แต่น้อย 

รวมทั้งทางพนักงานสอบสวน สภ.บ้านหนองเอื้องก็ไม่เคยเข้ามาสอบปากคำใครแม้แต่คนเดียว และไม่เคยติดต่อเข้ามาในเรื่องคดีความ วันนี้ตนต้องติดหนี้ค่ารักษาของโรงพยาบาลประมาณ 120,000 บาท และยังมีเพิ่มเข้ามาเรื่อยๆ ก็ยังไม่มีเงินจะจ่าย เพราะรถจยย.ไม่มี พ.ร.บ.ไม่มีประกันภัยและตนหาเช้ากินค่ำ สุดท้ายอยากฝากและพูดถึงคู่กรณีและทางตำรวจ อยากให้เข้ามาดูกันบ้าง มาคุยกันบ้าง ไม่ใช่หายเงียบกันไป เพราะเราก็เป็นเสาหลักของครอบครัว

ด้าน น.ส.บุญมา ฤทธิ์เดช หรือเจี๊ยบ อายุ 41 ปี หลาน น.ส.อุมาพร กล่าวว่า รู้สึกเสียใจมากมีทั้งคนเจ็บคนตาย และเสียใจสุดๆ ที่ไม่มีผู้ที่เกี่ยวข้องแม้แต่คนเดียว ที่จะเข้ามาดูแลช่วยเหลือ หรือแสดงความรับผิดชอบ และอย่าขอให้ทุกคนต้องตายและเจ็บฟรี ซึ่งขอความเห็นใจกันสักหน่อย เพราะแม่อุ๊ เป็นแม่เลี้ยงเดี๋ยว อาชีพรับจ้างทั่วไป ต้องหาเลี้ยงดูลูกคนเดียวมาตลอด อาศัยอยู่บ้านของญาติ และไม่มีเงินแม้แต่จะกินข้าว ต้องอาศัยข้าวของทางโรงพยาบาล และญาติๆ นำมาให้กิน มาเจอเหตุการณ์แบบนี้อย่าให้เขาต้องเจ็บและตายฟรี โดยที่ไม่เข้ามาดูดำดูดีเลย อย่างไร้มนุษยธรรม และอยากให้ทางตำรวจทำคดีอย่างตรงไปตรงมา ทำคดีด้วยความจริง และหวั่นว่าจะมีอิทธิพลของนักการเมืองท้องถิ่นเข้ามาแทรกแซงครอบงำคดี เนื่องจากทราบว่าเจ้าของรถจริงๆ เป็นนักการเมืองท้องถิ่น และจนถึงขนาดนี้ทางตำรวจยังไม่ดำเนินการใดๆเลย

ขณะที่ น.ส.วาสนา สุริยนต์ หรือหญิง อายุ 59 ปี พี่สาว น.ส.อุมาพร กล่าวว่า เสียใจมากหลากหลายเรื่องประดังเข้ามา ไม่มีใครเข้ามาสนใจไร้มนุษยธรรมเป็นอย่างมาก จวบจนถึงวันนี้ไม่เคยได้คุยกับคู่กรณี และไม่มีใครส่งข่าวหรือตัวแทนมางานศพเลย ส่วนทางตำรวจก็อ้างว่าคู่กรณีไม่ว่าง แม่อุ๊ต้องสูญเสียลูก ต้องทุพลภาพ อนาคตเป็นยังไงเรายังไม่รู้ วันนี้ทุกคนก็อยู่อย่างผวาว่าจะได้รับความยุติธรรมไหม คนที่ยังมีชีวิตอยู่ก็จิตใจย่ำแย่ ช่วยให้ความเป็นธรรมกับเราด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เจ้าของคดีดังกล่าวคือ ร.ต.อ.ณรงค์ศักดิ์ คำนึง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านหนองเอื้อง จ.ตรัง ส่วนทางคดียังคงไม่มีการเรียกฝ่ายใดมาทำการสอบปากคำ ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวยังได้ภาพกล้องหน้ารถของพยานรายหนึ่ง ซึ่งแสดงให้เห็นว่ารถเก๋งของพยานได้ขับแซง จยย.ของ 3 แม่ลูก ซึ่งขับโดยไม่ได้ใช้ความเร็วสูง ก่อนจะมาพบกับฝูงวัวจำนวน 2 ตัวยืนอยู่ข้างถนนและกำลังจะพุ่งออกมาบนถนน ทำให้รถเก๋งของพยานเกือบจะชนเข้าเช่นกัน ซึ่งจังหวะนั้นก็ยังได้เห็นว่ารถบรรทุกพ่วงขับสวนมาด้วยเช่นกัน และภายหลังเพียงแค่ไม่กี่วินาทีก็ได้เกิดอุบัติเหตุสลดดังกล่าวขึ้น – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เกษตรกรผุดไอเดีย ทำ ‘ข้าวหลามอบโอ่ง’ หอม อร่อย ถูกปาก

Posted on January 27, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/706889

เกษตรกรผุดไอเดีย ทำ 'ข้าวหลามอบโอ่ง' หอม อร่อย ถูกปาก

เกษตรกรผุดไอเดีย ทำ ‘ข้าวหลามอบโอ่ง’ หอม อร่อย ถูกปาก

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2566, 15.51 น.

เกษตรกรชาวอำเภอรัษฎา จ.ตรัง ผุดไอเดียทำ “ข้าวหลามอบโอ่ง” แทนการเผาลานหรือเผาไฟเป็นแนวยาว นอกจากจะเป็นการแปรรูปข้าวเหนียวพันธุ์พื้นเมืองให้ขายดีขึ้นแล้ว ยังช่วยประหยัดพลังงานแล้ว ทำให้มีกลิ่นหอม ขนย้ายสะดวก และสามารถนำไปอบไก่ อบปลาหรืออาหารอย่างอื่นได้โดยใช้โอ่งใบเดียวกัน

26 ม.ค. 66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่แปลงนาหมู่ที่ 5 ต.บางดี อ.ห้วยยอด จ.ตรัง มีการลงแขกเกี่ยวข้าวพันธุ์พื้นเมือง ซึ่งเกษตรกรจากหลายตำบล ต่างนำอาหารหวานคาวไปร่วมรับประทาน โดยนายเปลื้อง ช่วยรุย อายุ 52 ปีเกษตรกรซึ่งอยู่หมู่ที่ 6 ต.หนองช้างแล่น อ.ห้วยยอด ได้นำนวัตกรรมใหม่ของตน มาโชว์และแจกในงาน นั่นคือ “ข้าวหลามอบโอ่ง” แม้จะตั้งโอ่งไว้ช่วงท้าย งาน แต่ความหอมของข้าวเหนียวพันธุ์พื้นเมือง ผสมกับน้ำกะทิ ถั่วและไม้ไผ่ สามารถดึงดูดใจชาวบ้านให้หันมามองและมาต่อคิว เพื่อขอชิมจนหมดเกลี้ยงเกือบ 100 กระบอก จนข้าวหลามสุกไม่ทันกันเลยทีเดียว และนับเป็น”ข้าวหลามอบโอ่ง”ที่ทำเป็นรายแรกใน จ.ตรัง

ส่วนแนวคิดการทำข้าวหลามอบโอ่ง มาจากการที่นายเปลื้องฯ เป็นเกษตรกรผู้ปลูกไผ่หลากหลายสายพันธุ์บนเนื้อที่กว่า 10 ไร่ ซึ่งแต่เดิมขายเฉพาะต้นไผ่กับหน่อไม้ แต่เมื่อเห็นชาวตรังชอบกินข้าวหลาม และมีขายในงานเทศกาลทุกงาน จนข้าวหลามกลายเป็นอาหารที่ขึ้นชื่อ และแทบทุกคนจะต้องซื้อติดมือกลับบ้าน ประกอบกับตำบลบางดี อ.ห้วยยอด มีการปลูกข้าวเจ้าและข้าวเหนียวไว้กินเอง ทำให้คิดทำข้าวหลามขึ้น และทำมานาน 4-5 ปีแล้ว โดยใช้ไผ่ที่ปลูกคือไผ่ข้าวหลามกาบแดง,ไผ่กิมซุงและไผ่สีสุก

โดยนำโอ่งมังกรที่บ้านมาเจาะรู เพื่อระบายอากาศเล็กน้อย ใช้เตาถ่านอยู่ด้านล่างสุดของโอ่ง อบด้วยอุณหภูมิที่เหมาะสม อาศัยการดูสีของกระบอกไม้ไผ่ เป็นหลัก ซึ่งสามารถอบข้าวหลามได้ครั้งละไม่ต่ำกว่า 20 กระบอก โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ นอกจากจะประหยัดพลังงานแล้ว ยังทำให้มีกลิ่นหอม ไม่ร้อน ไม่มีควันไฟ ไม่มีกลิ่นควันไฟในเนื้อข้าวหลาม ทั้งยังไม่มีปัญหาไฟลุกไหม้หรือลุกลามไปติดพื้นที่ข้างเคียง ขนย้ายสะดวก และยังนำอาหารชนิดอื่น ๆเช่น หมู ปลา ไก่ เนื้อและอื่น ๆ ไปอบในโอ่งได้อีกด้วย โดยใช้แทนการเผาข้าวหลามแบบเผาลานที่ต้องก่อไฟเป็นแนวยาวได้เป็นอย่างดี ซึ่งข้าวหลามอบโอ่งกำลังจะมีการรวมกลุ่มกันในชุมชน เพื่อผลิตเป็นสินค้าโอทอป ส่งขายสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านอีกทางหนึ่งด้วย

ขณะที่นายเปลื้อง ช่วยรุย เกษตรกรผู้ทำข้าวหลามอบโอ่งรายแรกใน จ.ตรัง กล่าวว่า มีแนวคิดจากการที่ตอนเด็ก ๆ ได้ไปเที่ยวงานเฉลิมพระชนมพรรษาของ จ.ตรัง ซึ่งเป็นงานประจำปี และเห็นว่าคนเฒ่าคนแก่มาขายข้าวหลามในงาน และจะมีคนซื้อข้าวหลามกลับมาบ้าน เพราะเป็นอาหารที่ขึ้นชื่อของ จ.ตรังด้วย ซึ่งตนก็กลับมามองว่าในเมื่อตนปลูกไผ่แล้วก็น่าจะต่อยอดได้ ไม่ต้องพึ่งธุรกิจใหญ่ ๆ เพราะชุมชนเราเอง เราต้องพึ่งตนเอง ซึ่งกลิ่นหอมจากการอบโอ่ง ยังทำให้ไม่มีควันไฟ หากเผาในที่โล่งกลิ่นควันไฟจะเข้าไปในเนื้อของข้าวหลาม ถ้าอบในโอ่งจะประหยัด มีกลิ่นหอมและไม่ร้อนในขณะปฎิบัติงาน จะง่ายและสะดวกดี ซึ่งถ้าทำขายจะทำให้ลูกค้าได้สัมผัสกลิ่น สัมผัสครบทั้งตา หู กาย จมูก ลิ้น กาย ใจ

ซึ่งจะนำเข้าไปสู่การขายได้ง่ายขึ้นจากการที่ลูกค้าได้สัมผัส และนำไปต่อยอดนำไปอบไก่ อบปลาก็ได้ เป็นส่วนหนึ่งที่ได้ถ่ายทอดวิชาความรู้จากครูบาอาจารย์หรือจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งจะมีการส่งไม้ในรุ่นต่อ ๆ ไป เพื่อพัฒนาชุมชนให้เกิดประโยชน์ในการพึ่งตนเอง อยู่อย่างมีความสุขได้

ซึ่งยอดการกินข้าวหลามของคนตรังเยอะมาก และเป็นเมืองท่องเที่ยวด้วย เลยคิดประยุกต์จากการที่อยู่ในกลุ่มไผ่ จ.ตรังในการปลูกไผ่ผสมผสานอยู่แล้ว จึงคิดว่าทำอย่างไรให้เราอยู่อย่างพึ่งตนเอง ชุมชนพึ่งตนเอง ไม่ต้องไปพึ่งธุรกิจใหญ่ข้างบน เลยเห็นว่าน่าจะมีการประยุกต์จากการเผาแบบลาน แบบชาวบ้านพื้นถิ่นที่เป็นภูมิปัญญาที่ทำต่อกันมานาน ตนจึงเห็นว่าเป็นการประหยัดพลังงาน ใช้ถ่านเพียงนิดเดียวสามารถหลามข้าวหลามได้ 3 กิโลกรัมหรือประมาณ 20 กว่ากระบอก พอทดลองมา 4-5 ปีโดยไม่ได้ทำขาย ส่วนใหญ่จะแจกเพื่อนบ้านที่มาที่บ้าน เลยทำข้าวหลามแล้วชวนคุยเรื่องของไผ่ และนำไปช่วยงานในแต่ละงาน เพื่อต้องการสื่อสารในเรื่องของวิถีชีวิตในท้องถิ่นของตน.-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ประวัติศาสตร์ชี้‘ไทย-เขมร’เปรียบมวยกันมานาน แต่แค่‘วัดฝีมือ’ไม่มีอวดอ้างวิชาไหนมาก่อน

Posted on January 27, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/706885

ประวัติศาสตร์ชี้‘ไทย-เขมร’เปรียบมวยกันมานาน แต่แค่‘วัดฝีมือ’ไม่มีอวดอ้างวิชาไหนมาก่อน

ประวัติศาสตร์ชี้‘ไทย-เขมร’เปรียบมวยกันมานาน แต่แค่‘วัดฝีมือ’ไม่มีอวดอ้างวิชาไหนมาก่อน

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2566, 15.36 น.

วันที่ 26 มกราคม 2566  นายกรกิจ ดิษฐาน สื่อมวลชนอาวุโสซึ่งสนใจค้นคว้าด้านประวัติศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Kornkit Disthan” ดังนี้

เหตุที่มวยไทยต้องวิวัฒนาการจากคาดเชือก มาเป็นสวมนวม ก็เพราะนักมวยเขมรตายด้วยน้ำมือนักมวยไทยเมื่อ ๒๔๖๗ ศึกนั้น นายแพ เลี้ยงประเสริฐ ชาวไทยต่อยนายเจีย แขกเขมร จนถึงแก่ความตายที่สนามมวยหลักเมือง แต่นั้นมามวยไทยก็เปลี่ยนโฉมหน้าไป

ผมยกเรื่องนี้ขึ้นมาก็เพื่อจะบอกว่า “มวย” ทั้งไทยและเขมรนั้นมีการ “แลกเปลี่ยน” กันถึงใจยิ่งกว่าวิจิตรศิลป์หรือนาฏศิลป์เสียอีก แต่มวยมีหลักฐานการแลกเปลี่ยนน้อยกว่าเรื่องโขนละคร เรารู้แต่ว่าเขมรก็มีมวยของเขา ไทยก็มีมวยของเรา และนักชก ๒ ชาติมักจะไปชกเหย้าชกเยือนกันบ่อยๆ มวยไทย มวยเขมร รวมถึงมวยลาว และพม่า ต่างก็ชกกันได้ คล้ายกัน แต่แม่ไม้ ลูกไม้ เชิงมวยย่อมต่างกันไปตามขนบครู ดังที่มวยฝรั่ง (Boxing) ก็ไม่ได้มีขนบเดียว อย่างที่จะเห็นว่าฝรั่งเศสเรียกมวยว่า Boxe anglaise (มวยอังกฤษ) ให้ต่างจาก La boxe française (มวยฝรั่งเศส) ที่มีการเตะด้วย ที่เรียกว่า “ซาวาต” (Savate)

นี่คือสิ่งที่ทำให้มวยไทยก็คือมวยไทย มวยเขมรก็คือมวยเขมร ไม่อาจอ้างได้ว่าใครเป็นบรรพบุรุษของใคร ใครเกิดก่อน และใครลอกใคร เพราะไม่มีใครหน้าไหนล่วงรู้ได้ มีแต่ข้อมูลที่จับแพะชนแกะขึ้นมาเพื่อที่จะยกตัวเองให้เหนือกว่าคนอื่น ถ้าเขมรภูมิใจในมวยของตัวเองก็ไม่ต้องสร้างประวัติศาสตร์กับขนบปลอมๆ ขึ้นมา แค่ย้อนกลับไปต้นศตวรรษก่อนก็จะรู้ว่านักมวยไทยกับนักมวยเขมรเขาไม่ได้สู้เพื่อแย่งชิงว่าใครเป็นบิดาใคร แต่ประลองกันว่าเชิงมวยใครเหนือกว่ากัน มันต้องวัดกันแบบนี้

ดูเหมือนว่ามวยเขมรเชิงดีๆ จะมาจากพระตะบอง ดังในภาพประกอบคือมวยที่เมืองพระตะบอง ในยุคนั้นยังชกกันบนลานทราย นุ่งสมพตคือถกเขมร และยังคาดเชือก นายเจียร์ พระตะบอง หรือเจีย แขกเขมรนั้นเป็น “ครัวเขมร” คือมุสลิมจาม น่าจะเป็นเครือเดียวกับแขกบ้านครัวที่พระนครกรุงเทพฯ ได้ยินมาว่านักมวยเขมรมักประลองกับนักมวยแขกครัว (คือพวกจาม) และมวยเขมรก็ชอบมาชกที่ไทย และไทยก็ชอบไปชกที่เขมร ราวกับว่าต้องการวัดฝีมือกัน

จิตร ภูมิศักดิ์ เคยอยู่ที่พระตะบองมาก่อน เล่าว่าเวลามวยไทยชกกับมวยเขมรที่พระตะบอง คนเขมรมักจะเชียร์ให้ไทยแพ้ว่า “ไทย แพ้ เฮ ! เฮ ! ไทย แพ้ เฮ ! ” เวลานักมวยเขมรได้เปรียบ แต่เวลานักมวยไทยไล่บี้บ้าง เขมรก็จะเงียบไปตามระเบียบ ตอนนั้น ไทยเราครอบครองพระตะบองไว้ คนเขมรเกิดชาตินิยมจึงไม่พอใจไทย และมักจะระบายด้วยการเชียร์มวยตัวเองแบบนี้

พระตะบองคงเป็นเมืองมวยจริงๆ พระองค์เจ้านโรดม นรินทเดช เจ้านายเขมรทรงเล่าไว้ในหนังสือฝรั่งเศสว่า พระบาทสมเด็จพระสีสุวัตถิ์ มุนีวงศ์ พระเจ้าแผ่นดินเขมรก็ทรงโปรดมวย ถึงขนาดทรงเป็นแชมป์ (champion de boxe) พระบาทสมเด็จพระสีสุวัตถิ์นั้นทรงเคยประทับที่พระตะบองมานาน ต่อมามาประทับที่บางกอก น่าคิดว่าจะทรงเรียนเชิงมวยจากครูที่พระตะบองและกรุงเทพฯ ด้วยหรือเปล่า? 

พระตะบองนั้นเคยเป็นดินแดนของไทยมานาน ก่อนจะถูกฝรั่งเศสเอาไปให้เขมร แล้วต่อมาหลวงพิบูลสงครามไปชิงกลับมา (ในยุคของจิตร ภูมิศักดิ์) แล้วก็กลับไปเป็นแผ่นดินกัมพูชาอีกไม่ได้หมายความว่ามวยเขมรต้องรับมาจากไทย แต่มันอาจหมายความว่ามวยไทยและเขมรมีพระตะบองเป็นศูนย์กลางของการแลกเปลี่ยน ย้ำว่าแลกเปลี่ยนและประลองกัน ไม่มีหรอกที่จะอ้างว่า “ข้าเป็นบรรพบุรุษของเอ็ง” เพราะต่างก็มีเชิงที่ต่างกัน 

ถ้อยคำของไทยและเขมรนั้นต่างก็แลกกันแลกกันมา อย่างคำว่า “ประฏาล” ที่กลายคำเรียกมวยเขมรว่า “ประฏาลเสรี” (กับ กุน ขแมร์) นั้น คำว่า ประฏาล (ប្រដាល់) ประกอบด้วยคำว่า ฏาล (ដាល់) ซึ่งเป็นญาติกับคำว่า ฎะบาล (ត្បាល់) ในคำไทยที่รับมาคือ ตะบัน ที่ทุกวันนี้วงการข่าวมวยก็ยังใช้คำว่าตะบันกันอยู่ สังเวียน หมายถึงเวทีต่อสู้ มากจากภาษาเขมรว่า “สํเวียน” (សង្វៀន) คือสนามต่อสู้

ชกมวยแล้วต้องมีการพนันขันต่อ ภาษาเขมรว่า ภฺนาล̍ (ភ្នាល់) บางตำราว่าเขมรได้คำนี้จากไทย แต่บางคนว่าไทยสืบทอดจากเขมร ปี่พาทย์มวยเขมรประกอบด้วยสรไลย (ស្រឡៃ) สัมโพร (សំភោរ) ฉิง (ឈិង) “สรไลย” คือปี่ไฉนของไทย คำนี้แปลกดี เพราะไทยเรียกอย่างแขก (ชาหะไน/शहनाई) แต่ล้านนาเรียกสรไนเหมือนเขมร สัมโพรก็คือกลองตะโพน สมัยโบราณไทยยังเรียกว่า “สะโพน” แสดว่าเกี่ยวดองกับเขมร คำว่า “ฉิง” ก็คือ ฉิ่ง นี่ก็แบ่งปันกันมาอีกชิ้นหนึ่ง แลกกันไปแลกกันมาอย่างนี้

แม้นายเจีย แขกเขมร เองจะแพ้จนตัวตาย แต่ความตายของเขาทำให้มวยไทยวิวัฒนาการไปอีกระดับหนึ่ง นี่ถือว่ามวยเขมรก็มีคุณูปการต่อมวยไทยด้วย แต่ก่อนไม่มีใครอวดอ้างว่าใครเป็นพ่อใคร มิหนำซ้ำตอนที่เขมรเกิดสงครามกลางเมือง ไทยเรายังห่วงว่าจะนักมวยเขมรจะสูญแล้วกระมัง นี่คือความห่วงใยของคนใน “ยุทธจักร” ที่หัวใจนักเลง ไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยเหมือนลูกหลานสมัยนี้
——————–
Sujets de boxe (Battambang)
Photographe : Lucienne Delmas (vers 1890-1900 – après 1974)
Précédente collection : Musée de l’Homme
Date(s) : 14 juillet 1923 : Date de prise de vue



 

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fkornkitd%2Fposts%2Fpfbid0315tmPp7YTfaQNrtSiHepFfTQX6TUbqc3i1iPsUkdk6EMmFmh9m6qm4oNRAZTBbGTl&show_text=true&width=500

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ปังไม่ไหว! โรมแรมดังภูเก็ตฟาดเซอร์วิสชาร์จให้พนักงาน เดือนเดียวเกือบ 8 หมื่น

Posted on January 27, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/706880

ปังไม่ไหว! โรมแรมดังภูเก็ตฟาดเซอร์วิสชาร์จให้พนักงาน เดือนเดียวเกือบ 8 หมื่น

ปังไม่ไหว! โรมแรมดังภูเก็ตฟาดเซอร์วิสชาร์จให้พนักงาน เดือนเดียวเกือบ 8 หมื่น

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2566, 15.26 น.

26 มกราคม 2566 จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก Hotel Service Charge Update ซึ่งเป็นเพจสำหรับแชร์เซอร์วิสชาร์จโรงแรมต่าง ๆ ได้ออกมาเปิดเผยถึงค่าเซอร์วิสชาร์จของโรงแรม JW Marriott จ.ภูเก็ต ระหว่างวันที่ 19 ธันวาคม 2565-18 มกราคม 2566 เป็นเงิน 79,980.80 บาท สูงที่สุดในประเทศไทยเลย โดยพบว่าโรงแรม JW Marriott Phuket ได้เซอร์วิสชาร์จสูงสุด 79,980 บาท

ตามมาด้วย Four Seasons Tented Camp Golden Triangle Chiang Rai  65,939 บาท โฟร์ซีซันส์ เกาะ สมุย 64,520 บาท อนันตรา ลายัน ภูเก็ต รีสอร์ท เดือนมกราคม 58,480 บาท  อนันตรา ไม้ขาว ภูเก็ต วิลล่า และ อวานี ไม้ขาว ภูเก็ต ได้ 57,150 บาท ขณะที่โรงแรมหรูอื่นๆก็ได้เซอร์วิสชาร์จ เฉลี่ยอยู่ที่ 3-4 หมื่นบาท จากการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว 

ภายหลังจากที่โพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ต่างมีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความเห็นกันเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ต่างยินดีกับผลตอบแทนความเหน็ดเหนื่อยของพนักงานที่ทำงานมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งยินดีที่กิจการโรงแรมจะกลับมาเปิดอย่างเต็มที่อีกครั้ง หลังจากที่นักเที่ยวหดหายไปในช่วงโควิด 

ขอบคุณภาพ : AGODA

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,909,587 hits

Join 4,114 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

เริ่มแล้ววันนี้! คิง เพาเวอร์ ฉลองปีใหม่ไทยอย่างยิ่งใหญ่ ในงาน “อภิมหาสงกรานต์รางน้ำ THE JOY OF THAI ตะลุยสุข สนุกไทย” จัดเต็มมหกรรมความบันเทิง ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 14 เม.ย.
เอกนัฏ ย้ำน้ำมันพอใช้สงกรานต์ บอกข่าวดีตลาดโลกราคาลด มีหลายกลไกใช้พยุงราคา
'อาชีวะอาสา' ว.การอาชีพบ้านแพ้ว จับมือ ชลิต อินดัสทรีฯ ชวนตรวจรถฟรี! 10–16 เม.ย. 69 ลดเสี่ยงอุบัติเหตุสงกรานต์
สิริมงคลรับปีใหม่ไทย รวมพระบรมสารีริกธาตุ 5 พระองค์ให้ประชาชนสรงน้ำใกล้ชิด
จี้ศุภจีขอโทษอภิสิทธิ์! แม่ยกปชป.ตามจิกรัวๆ ลั่นเจตนาไม่ดีกับพรรค
คอนเสิร์ตการกุศลเชื่อมหัวใจคน 3 GEN The Giving Concert 3 Generations • 1 HEART
เนสท์เล่ยืนหยัดดูแลสุขภาพผู้สูงวัย คว้ารางวัลจากกรมกิจการผู้สูงอายุ
จาตุรนต์ บี้ อนุทิน กลางสภา! ทวงสัญญาแก้ รธน. ย้ำต้องเคารพเสียงประชาชน
ผู้แทนเจรจาอิหร่านเผย "เปิดใจ แต่ไม่ไว้ใจสหรัฐฯ" ก่อนเปิดฉากเจรจาที่ปากีสถานวันนี้
เช็กที่นี่! นายกฯ ลงนามคำสั่งแบ่ง 8 กลุ่มภารกิจบริหารราชการแผ่นดิน

Recent Posts

  • แค่เล่นน้ำคลายร้อน ปู ไปรยา อวดหุ่นแซ่บในบิกินี่ตัวจิ๋ว ทำสงกรานต์นี้ลุกเป็นไฟ
  • นายกฯลงพื้นที่ บางซื่อ-หมอชิต ส่งประชาชนกลับบ้านสงกรานต์ 69 แฟนคลับแห่ขอถ่ายรูป
  • ดร.ณัฏฐ์ สวน ไอซ์ รักชนก เสียมารยาท! อภิปรายส่อเสียด ยัน สุชาติ ไม่เกี่ยวข้องคดีค้ามนุษย์
  • ครม.เห็นชอบปรับ สุไหงโก-ลก พ้นพื้นที่ความมั่นคง ย้ำใช้มาตรการให้สอดคล้องสถานการณ์จริง
  • วราวุธ พกกระบอกน้ำส่วนตัวดื่มน้ำโชว์ หลังรณรงค์ลดใช้เม็ดพลาสติก

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d