Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

สกลนครจัดงานเทศกาลโส้รำลึก ครั้งที่ 42 สืบสานวัฒนธรรมอันดีงามของคนในท้องถิ่น

Posted on January 25, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/706686

สกลนครจัดงานเทศกาลโส้รำลึก ครั้งที่ 42 สืบสานวัฒนธรรมอันดีงามของคนในท้องถิ่น

สกลนครจัดงานเทศกาลโส้รำลึก ครั้งที่ 42 สืบสานวัฒนธรรมอันดีงามของคนในท้องถิ่น

วันพุธ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2566, 17.58 น.

วันที่ 25 มกราคม 2566 นางจุรีรัตน์ เทพอาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร เป็นประธานในพิธีเปิดงานเทศกาลโส้ ครั้งที่ 42 ประจำปี 2566 และมอบทุนการศึกษาให้แก่เด็กนักเรียนที่เรียนดีแต่ยาจน จำนวน 29 ทุน ณ บริเวณสนามหน้าศูนย์วัฒนธรรมไทโส้ อำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร โดยมีนายนิยม เวชกามา ส.ส.สกลนคร เขต 2 พรรคเพื่อไทย นายสุรชัย ศักดิ์สัมฤทธิ์ รองนายก อบจ.สกลนคร หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และนางเอกสาว ไข่มุก รุ่งรัตน์ จากละครดัง “ซิ่นลายโส้” ร่วมเปิดงาน

นายปรีชา มณีสร้อย นายอำเภอกุสุมาลย์ กล่าวว่า การจัดงานเทศกาลโส้รำลึก เป็นประเพณีอันทรงคุณค่าของชาวอำเภอกุสุมาลย์ ที่ส่วนใหญ่มีเชื้อสายเผ่าไทโส้ ได้ปฏิบัติสืบต่อกันมาเป็นระยะเวลานาน โดยกิจกรรมจะเริ่มมีขึ้น ในวันขึ้น 3 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี สำหรับปีนี้กำหนดให้มีการจัดงานระหว่างวันที่ 24 – 26 มกราคม 2566 ภายใต้ชื่องานว่า เทศกาลโส้รำลึก ครั้งที่ 42 เพื่ออนุรักษ์และสืบสานขนบธรรมเนียมอันทรงคุณค่าของคนพื้นเมืองชนเผ่าไทโส้ ประเพณีความเชื่อเกี่ยวกับผี ของคนพื้นเมือง เป็นการเผยแพร่ประเพณีวัฒนธรรมของท้องถิ่นให้เป็นที่แพร่หลายยิ่งขึ้น พร้อมส่งเสริมให้ประชาชนรู้จักวัฒนธรรมประเพณีอันเก่าแก่ ที่ถือปฏิบัติสืบต่อกันมา เป็นเวลายาวนาน ทั้งยังสร้างความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานราชการ เอกชน และประชาชนในท้องถิ่นให้ มีความสามัคคี

โดยกิจกรรมภายในงานมีตลอด 3 วัน 3 คืน เริ่มตั้งแต่วันที่ 24 มกราคม 2566 ที่ผ่านมา มีการประกอบพิธีบวงสรวงพระอรัญอาสาเจ้าเมืองกุสุมาลย์คนแรก โดยนางเอกสาว ไข่มุก รุ่งรัตน์ จากละครดัง “ซิ่นลายโส้” ก็ได้ร่วมรำบวงสรวงในครั้งนี้ด้วย ส่วนในวันนี้ วันที่ 25 มกราคม 2566 เริ่มตั้งแต่ช่วงเช้าเป็นต้นมา มีพิธีทำบุญตักบาตรอุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษชนเผ่าไทโส้ ขบวนแห่เจ้าเมืองกุสุมาลย์และขบวนแห่ทางวัฒนธรรมแห่งวิถีชีวิตไทโส้ พิธีเปิดงานเทศกาลโส้รำลึกครั้งที่ 42 การแสดงถึงวิถีชีวิตชนเผ่าไทโส้ พิธีเหยา และการแสดงโส้ทั่งบั้ง การเล่นลายกลอง การจำลองพิธีกรรมทางวัฒนธรรม การจัดนิทรรศการของส่วนราชการ และในวันพรุ่งนี้ วันที่ 26 มกราคม 2566 ในช่วงบ่ายจะมีการประกวดรำโส้ทั่งบั้ง การแสดงหมอลำ คณะคำผุนร่วมมิตร ซึ่งการจัดงานได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘นัส’ เมีย ‘โชค รถแห่’ ต่อสายขอโทษ ‘บอล’แล้ว บอกได้บทเรียนในชีวิต-ขอโอกาสเริ่มต้นใหม่

Posted on January 25, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/706683

‘นัส’ เมีย ‘โชค รถแห่’ ต่อสายขอโทษ ‘บอล’แล้ว  บอกได้บทเรียนในชีวิต-ขอโอกาสเริ่มต้นใหม่

‘นัส’ เมีย ‘โชค รถแห่’ ต่อสายขอโทษ ‘บอล’แล้ว บอกได้บทเรียนในชีวิต-ขอโอกาสเริ่มต้นใหม่

วันพุธ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2566, 17.52 น.

วันที่ 25 มกราคม 2566 ภายหลังจากโชค รถแห่ เผยคลิป  นัส จุฑารัตน์ ภรรยาร้องไห้ และตนเองนั่งปลอบใจ พร้อมกับตัดพ้อหยุดด่าหยุดซ้ำเติมตนและภรรยาเสียที เพราะรับไม่ไหวแล้ว   โดยก่อนหน้านี้ เคยเกิดเรื่องราวแตกหักกับ บอล เชิญยิ้ม เป็นข่าวใหญ่ตั้งแต่ปีที่แล้ว 

ล่าสุด นัส จุฑารัตน์  ออกมาเคลื่อนไหวแล้ว โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กที่ชื่อว่า “นาโอกิ เรน” ระบุว่า เมื่อวานหนูติดต่อไปหาพี่ดอนและพี่บอล เพื่อขอโทษกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด พอเวลาผ่านมา พวกเราได้เรียนรู้ว่าเราทำลายโอกาสดีๆที่ผู้ใหญ่ให้มา ด้วยการทำตัวไม่น่ารัก และไม่น่าให้อภัย แต่พี่บอลก็คือพี่บอล ผู้ใหญ่ใจดีคนเดิม ที่ไม่ต่อว่าหนูสักคำ และบอกว่าไม่โกรธไม่ถือสา

ส่วนพี่ดอนก็ให้บทเรียนมากมาย เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด เป็นบทเรียนอันยิ่งใหญ่ ที่ทำให้เราได้เรียนรู้ว่า เวลาเราอยู่จุดสูงสุด อย่าก้าวร้าว อย่าปากดี อย่าคึกคะนอง เคารพผู้หลักผู้ใหญ่ หนูไม่อาจย้อนไปแก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นในอดีต ได้แต่ยอมรับมันและทำวันนี้ให้ดีที่สุด

ขอโทษทุกคนที่ต้องมารับรู้เรื่องนี้และขอโอกาสเริ่มต้นใหม่ด้วยนะคะ จากนี้ไปหนูจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง หนูอยากกลับมาเป็นภรรยาที่ดี และเป็นแม่ที่น่ารักของลูกหนู #ยิ่งเป็นที่รู้จักยิ่งต้องถ่อมตัว #ย้อนเวลาไม่ได้แต่แก้ไขได้

โดยมีแฟนคลับต่างเข้ามาให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก เช่น ขอให้ผ่านไปได้นะคะ ขอให้เรื่องราวดีดีเกิดขึ้น ผ่านมาคือบทเรียน 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นักวิชาการจุฬาฯย้ำอาหารแปรรูป-แช่แข็ง กินได้ปลอดภัย แนะเลือกซื้อจากผู้ผลิตที่ได้มาตรฐาน

Posted on January 25, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/706666

นักวิชาการจุฬาฯย้ำอาหารแปรรูป-แช่แข็ง กินได้ปลอดภัย แนะเลือกซื้อจากผู้ผลิตที่ได้มาตรฐาน

นักวิชาการจุฬาฯย้ำอาหารแปรรูป-แช่แข็ง กินได้ปลอดภัย แนะเลือกซื้อจากผู้ผลิตที่ได้มาตรฐาน

วันพุธ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2566, 16.44 น.

นักวิชาการจุฬาฯย้ำอาหารแปรรูป-แช่แข็ง กินได้ปลอดภัย แนะเลือกซื้อจากผู้ผลิตที่ได้มาตรฐาน

25 มกราคม 2566 รศ.ดร.กิติพงศ์ อัศตรกุล ภาควิชาเทคโนโลยีทางอาหาร คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปและอาหารแช่แข็ง ตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ทำให้ผู้บริโภคสะดวกสบาย ประหยัดเวลา ได้รับคุณค่าทางโภชนาการใกล้เคียงกับอาหารปรุงสด อีกทั้งง่ายในการเลือกซื้อ สามารถสังเกตเครื่องหมายตราสัญลักษณ์ที่ผ่านการรับรองจากหน่วยงานต่างๆ เช่น เครื่องหมาย GMP GHP-HACCP ซึ่งเป็นเครื่องหมายที่บ่งชี้ว่าโรงงานมีคุณภาพในการผลิตอาหารที่มีคุณภาพและปลอดภัย รวมถึงเครื่องหมาย อย. ที่ยืนยันว่าผู้ผลิตอาหารปฏิบัติตามข้อกฎหมาย

อาหารแปรรูป และ อาหารแช่แข็ง กินได้อย่างปลอดภัยในปริมาณที่เหมาะสม โดยใช้หลักการเดินสายกลาง ไม่กินอาหารบางประเภทเยอะมากจนเกินไป เพราะอาจทำให้ขาดสารอาหารที่สำคัญจากอาหารชนิดอื่นๆ ควรกินให้หลากหลายและครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะผักและผลไม้ ซึ่งมีผลวิจัยระบุว่าการบริโภคผักและผลไม้ให้เพียงพอในแต่ละวัน รวมถึงการออกกำลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอ สามารถลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs : Non-Communicable Diseases) ได้ ที่สำคัญควรระวังการรับประทานอาหารที่มีรสชาติ หวาน มัน เค็ม จนเกินไป หลังมีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าการบริโภคอาหารลักษณะดังกล่าว มีความสัมพันธ์หรือเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคไต โรคมะเร็ง เป็นต้น ดังนั้นจึงควรกินอาหารรสชาติกลางๆ จะส่งเสริมสุขภาพได้ดีกว่า

สำหรับโซเดียม เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย จัดอยู่ในจำพวกเกลือแร่ ร่างกายได้รับโซเดียมจากอาหารควบคู่ไปกับคลอไรด์ในรูปโซเดียมคลอไรด์ (Sodium Chloride) หรือเกลือแกง (NaCl) โดยนิยมใช้ในการถนอมอาหารตั้งแต่สมัยโบราณ เช่น การดองเกลือ ซึ่งช่วยยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์ ทำให้สามารถเก็บอาหารได้นานขึ้น สำหรับการใช้เกลือในอุตสาหกรรม เพื่อการถนอมอาหารและปรุงรสอาหาร แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ เกลือสมุทร (เกลือจากทะเล) เกลือสินเธาว์ (เกลือจากบ่อเกลือภูเขา) เกลือบริโภคเสริมไอโอดีน (เกลือที่มีการเสริมแร่ธาตุไอโอดีน) โดยปริมาณบริโภคโซเดียมไม่ควรเกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน เทียบเท่ากับเกลือที่ใช้ปรุงอาหารไม่เกิน 1 ช้อนชา หรือน้ำปลาไม่เกิน 4 ช้อนชาต่อวัน

รศ.ดร.กิติพงศ์ แนะนำว่า การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหาร ควรให้ความสำคัญกับข้อมูลฉลากโภชนาการบนบรรจุภัณฑ์ เช่น ฉลากโภชนาการแบบจีดีเอ (GDA : Guideline Daily Amounts) ที่แสดง “ข้อมูลโภชนาการที่สำคัญต่อร่างกาย” (พลังงาน น้ำตาล ไขมัน และโซเดียม) เพื่อเลือกอาหารให้เหมาะสมกับผู้บริโภค เพราะในแต่ละบุคคลมีความต้องการปริมาณพลังงานและสารอาหารที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ ควรดูวันผลิตและวันหมดอายุ หากอาหารหมดอายุไม่ควรบริโภคเพราะอาจส่งผลต่อสุขภาพได้ เช่น ท้องเสีย ท้องร่วง ด้านผู้ผลิตหรือผู้ประกอบการ ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานต่างๆ ตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคว่าสินค้าดังกล่าวรับประทานได้อย่างปลอดภัย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แนะ 5 วิธีเล่น’โซเชียลมีเดีย’แบบดีต่อใจ เพื่อสุขภาพจิตที่ดีก่อนชีวิตจะพัง

Posted on January 25, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/706657

แนะ 5 วิธีเล่น'โซเชียลมีเดีย'แบบดีต่อใจ เพื่อสุขภาพจิตที่ดีก่อนชีวิตจะพัง

แนะ 5 วิธีเล่น’โซเชียลมีเดีย’แบบดีต่อใจ เพื่อสุขภาพจิตที่ดีก่อนชีวิตจะพัง

วันพุธ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2566, 16.10 น.

25 มกราคม 2566 ในยุคที่ทุกคนต่างมีสมาร์ทโฟนเข้ามาเป็นปัจจัยที่ 6 การใช้โซเชียลมีเดียในแต่ละวันก็มีบทบาทในชีวิตเรามากขึ้นทุกที แต่ละวันทุกคนใช้สื่อเหล่านี้ไม่มากก็น้อย ทั้ง ไลน์ เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ติ๊กต็อก ซึ่งบางคนแค่ตื่นนอนมาก็จับมือถือขึ้นมาเป็นอย่างแรก และวางเป็นสิ่งสุดท้ายก่อนที่จะนอนหลับไป ซึ่งก็พบว่าโซเชียลมีเดียก็มีทั้งข้อดีที่จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย ติดต่อสื่อสารกันง่ายขึ้น แต่ข้อเสียของการใช้โซเชียลมีเดียก็มีด้วยเช่นกัน 

ด้านเพจ ‘Addiction Talk-จิตแพทย์อยากเล่า by TSAP’ ได้แชร์ข้อมูลดีดีของหลักในการใช้ social network ให้มีสุขภาพจิตที่ดี ระบุข้อความว่า… 

1. Account ของเราเปรียบเสมือนห้องของเรา โดยทั่วไปในชีวิตจริงเราไม่เชิญคนแปลกหน้าหรือคนที่เราไม่คุ้นเคยเข้าห้องส่วนตัวของเรา ก็เช่นกันกับใน FB, IG หรือ Twitter ที่จัดเป็นพื้นที่ส่วนตัวเช่นกัน (เว้นแต่คุณจะเป็นพ่อค้าแม่ค้า หรือตั้งใจจะหาประโยชน์จากการทำความรู้จักคนแปลกหน้า)

2. Follow เฉพาะสิ่งที่เป็นประโยชน์ ไม่ follow สิ่งที่ทำให้เกิดโทษ สิ่งที่เป็นประโยชน์ เช่น กลุ่มที่สนใจงานอดิเรกเช่นเดียวกับเรา หรือเพจที่ทำให้เราก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ส่วนสิ่งที่ทำให้เกิดโทษ เช่น เพจที่อ่านคอนเทนต์แล้วรู้สึกโกรธ เกลียด ไปจนถึงมีเนื้อหาที่ทำให้นอนไม่หลับ ในความเป็นจริง เราคงไม่กินยาพิษเพื่อหวังจะให้ชีวิตดีขึ้น ฉันใดก็ฉันนั้น

3. ลบเพื่อนที่มีชีวิต toxic ออกไปเสียบ้าง ประเภทบ่นเช้าบ่นเย็น เศร้าโศกดราม่าตลอดเวลา หรือด่าลอย ๆ แบบทำให้เราอดสงสัยไม่ได้ว่าหมายถึงเราหรือเปล่า หาก unfriend ไม่ลงก็ unfollow ไปเสีย ข้อดีของ social network คือเราสามารถควบคุมได้ว่าจะให้มีชีวิตของใครแสดงต่อหน้าเรา

4.การแสดงความเห็นอย่างไตร่ตรองเป็นสิ่งที่ยาก แต่การอดทนไม่แสดงความคิดเห็นเป็นสิ่งที่ยากยิ่งกว่า โลกเสมือนนั้นหมุนเร็วจนทำให้ความยับยั้งชั่งใจของคนเราน้อยลง เราไม่ควรพิมพ์อะไรไปด้วยความสะใจหากความเห็นนั้นไม่เป็นประโยชน์และอาจทำให้เกิดโทษในภายภาคหน้า จำไว้ว่า ดราม่านั้นจะสนุกเมื่อไม่มีเราอยู่ในนั้น และจะไม่สนุกเลยหากเรากลายเป็นส่วนหนึ่งของดราม่าเสียเอง

5. Detox ตัวเองออกจากโลกเสมือนเสียบ้าง การเล่น social network เป็นเวลานานนอกจากจะทำให้เสียสุขภาพกายจากการต้องก้มคอหรือใช้สายตาต่อเนื่องแล้ว ยังสามารถทำให้เสียสุขภาพจิตจากการอยู่ติดหน้าจอโดยไม่ค่อยได้เคลื่อนไหวหรืออาจเกิดจากการเปรียบเทียบชีวิตตัวเองกับชีวิตคนอื่นที่ “ดีกว่าเสมอ” ในโลกเสมือนจริง ฉะนั้น วางมือถือ ไปออกกำลังกาย ทำงานอดิเรกอื่นที่ได้ใช้ร่างกาย จะทำให้สุขภาพจิตดีขึ้นได้

ขอบคุณข้อมูลจาก : Addiction Talk-จิตแพทย์อยากเล่า by TSAP

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fpermalink.php%3Fstory_fbid%3Dpfbid02dtWoj9RTy77w2eda93Hwqqd5tYSGt6ZHRL8M57hU7A81jo2jPqrnuCj9ExhSf1mbl%26id%3D100064101997837&width=500&show_text=true&height=594&appId

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ผู้บริโภคชาวเบตงโอดพืชผักปรับราคารายวัน ‘มะนาว’ แพงลูกละ 8 บาท

Posted on January 25, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/706617

ผู้บริโภคชาวเบตงโอดพืชผักปรับราคารายวัน 'มะนาว' แพงลูกละ 8 บาท

ผู้บริโภคชาวเบตงโอดพืชผักปรับราคารายวัน ‘มะนาว’ แพงลูกละ 8 บาท

วันพุธ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2566, 15.14 น.

ผู้บริโภคโอดพืชผักพาเหรดปรับราคาพร้อมกัน “มะละกอ” กิโลกรัมละ 50 บาท “มะนาว” ลูกละ 8 บาท ถั่วฟักยาว 80 บาท แตงกวา 80 บาท วอนรัฐช่วยแก้ไขปัญหา เพราะส่งผลกระทบต่อพ่อค้าและผู้บริโภค

วันที่ 25 ม.ค.66 ที่ตลาดสดเทศบาลเมือเบตง อ.เบตง จ.ยะลา ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจราคาผักสดหลังพบว่าราคามะละกอดิบ มะนาว ถั่วฟักยาว แตงกวา ปรับราคาสูงขึ้น อย่างมะละกอดำเนิน ราคากิโลกรัมละ 50 บาท จากปกติราคากก.ละกว่า 20 บาทเท่านั้น ส่วนมะนาวได้ปรับราคาสูงขึ้นกิโลกรัมละ 120 บาทก่อนหน้านี้กิโลกรัมละ 60-80 บาท แต่ผู้บริโภคกำลังซื้อเท่าเดิม ทำให้ต้องขายในราคาที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อยอดขายแน่นอน จึงต้องขอลดปริมาณมะละกอ และแจ้งผู้บริโภครับทราบ และเข้าใจปัญหาดังกล่าว

พ่อค้าผักสด บอกว่า ตั้งแต่ก่อนปีใหม่ราคามะนาวมีการขยับราคาขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจเป็นเพราะมีผลกระทบมาจากน้ำท่วม ซึ่งปกติมะนาวจะแพงช่วงหน้าแล้ง ประมาณเดือนเมษายน แต่ปีนี้แค่เดือนมกราคม ราคาก็ปรับขึ้นแล้ว ซึ่งร้านของตนขายผักสดไม่เคยขายราคานี้มาก่อน โดยในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา ปลูกมะละกอไม่ได้แต่หากเป็นมะละกอพันธ์แขกดำ พอจะหาได้บ้าง ส่วนมะละกอที่รับมาขายมาจากราชบุรี เป็นพันธ์ดำเนิน ซึ่งเป็นที่นิยมของผู้บริโภค โดยเฉพาะร้านส้มตำ 

ส่วนราคาแตงกวากิโลกรัมละ 80 บาทก่อนหน้านี้กิโลกรัมละ 25-35 บาท ถั่วฟักยาวกิโลกรัมละ 80 บาทก่อนหน้านี้ 50 บาท ส่วนมะละกอที่มาจากราชบุรีกิโลกรัมละ 50 บาทก่อนหน้านี้กิโลกรัมละ 20 บาท ส่วนมะนาว กิโลกรัมละ 120 บาทก่อนหน้านี้อยู่ที่กิโลกรัมละ 60- 80 บาท ตกลูกละ 8 บาท ส่วนมะละกอในพื้นที่ อ.เบตง ไม่ค่อยมีใครปลูกเพราะรักษายาก และไม่ค่อยมีผลผลิต จึงสั่งจากราชบุรี และนครปฐม

ส่วนประชาชนผู้บริโภค ต่างบอกว่า ของแพงมากในช่วงนี้เกือบทุกอย่าง เช่น หมูอยู่ที่กิโลกรัมละ 240- 250 บาทต่อกิโลกรัมส่วนวันนี้มาซื้อผักพบว่าราคาผักขึ้นเกือบทุกอย่าง วันนี้มาซื้อเห็ดหูหนู ก่อนหน้านี้ขีดละ 7 บาทตอนนี้ขึ้นมาขีดละ 10 บาทของทุกอย่างแพงขึ้น – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แพทย์เตือนกิน’น้ำซุป’โซเดียมสูง เสี่ยงป่วยไตวาย เสียชีวิตก่อนวัยอันควร

Posted on January 25, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/706612

แพทย์เตือนกิน'น้ำซุป'โซเดียมสูง เสี่ยงป่วยไตวาย เสียชีวิตก่อนวัยอันควร

แพทย์เตือนกิน’น้ำซุป’โซเดียมสูง เสี่ยงป่วยไตวาย เสียชีวิตก่อนวัยอันควร

วันพุธ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2566, 15.10 น.

แพทย์เตือนกินน้ำซุปโซเดียมสูง เสี่ยงป่วยไตวาย เสียชีวิตก่อนวัยอันควร สสส.สานพลังเครือข่ายลดบริโภคเค็ม ปลุกกระแสสังคม ผุดโครงการรณรงค์ “ลดเค็ม ลดโรค” ขยายชุมชน-มหาวิทยาลัย ชวนปรับพฤติกรรม “ลดซด ลดปรุง ลดอาหารแช่แข็ง” ตัดตอนโรค NCDs

25 ม.ค.66 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับเครือข่ายลดบริโภคเค็ม เปิดตัวโครงการ “ลดเค็ม ลดโรค” รณรงค์ให้คนไทยเห็นภัยร้ายจากการกินโซเดียมเกินมาตรฐาน โดย น.ส.สุพัฒนุช สอนดำริห์ ผู้อำนวยอาวุโส สำนักสื่อสารการตลาดเพื่อสังคม สสส. กล่าวว่า น่าตกใจที่พบคนไทยส่วนใหญ่กินโซเดียมเฉลี่ยอยู่ที่ 3,636 มิลลิกรัม/วัน ซึ่งมากกว่าเกือบ 2 เท่า จากเกณฑ์ที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ คือ ไม่ควรกินโซเดียมเกินวันละ 2,000 มิลลิกรัม เป็นปัจจัยที่ทำให้คนไทยเสี่ยงป่วยในกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคหัวใจ หลอดเลือดสมองตีบตัน ความดันโลหิตสูง ไตวาย รวมถึงโรคเรื้อรังชนิดอื่น สร้างความสูญเสียทางสุขภาพ เศรษฐกิจ สังคม และทำให้เสียชีวิตก่อนวัยอันควร สสส.จึงสานพลัง ภาคีเครือข่าย จุดประกายสังคมให้ตระหนักถึงภัยร้ายและภัยเงียบจากโซเดียม ที่ซ่อนในมื้ออาหารจากการปรุงรสชาติ การซดน้ำแกง น้ำผัด น้ำซุป และอาหารแช่แข็ง อาหารกึ่งสำเร็จรูปเพื่อปรับพฤติกรรมการกิน ให้นึกถึงสุขภาพมากขึ้น

น.ส.สุพัฒนุช กล่าวต่อถึงโครงการลดเค็ม ลดโรค ว่าเกิดขึ้นจากการวิเคราะห์โจทย์หลายอย่างในชีวิตประจำวัน เช่น คนไทยส่วนใหญ่ชอบกินน้ำซุปทุกมื้ออาหาร จากแกงจืด ก๋วยเตี๋ยว ต้มยำ พะโล้ และอาหารประเภทต้ม โดยไม่รู้ว่าน้ำซุปที่กินเข้าไปเป็นอันตราย เนื่องจากมีโซเดียมซ่อนอยู่ทั้งในวัตถุดิบต่างๆ และน้ำซุป รวม 1,400-1,500 มิลลิกรัม/ชาม หากกินหมดชามแถมซดน้ำซุปจนเกลี้ยง เท่ากับ 1 มื้อ ร่างกายได้รับโซเดียมเกือบถึงเกณฑ์ใน 1 วันแบบไม่รู้ตัว ขนาดยังไม่ได้รวมกับมื้ออื่นๆ เลย จึงเป็นที่มาของการรณรงค์ในครั้งนี้ ภายใต้สโลแกน “ลดซด ลดโซเดียม ลดเค็ม ลดโรค” เพื่อสื่อสารให้คนไทยปรับพฤติกรรมการกินและเห็นถึงภัยร้ายจากโซเดียม ลดการซดน้ำซุป น้ำผัด น้ำแกง น้ำยำ ในแต่ละมื้ออาหาร ให้น้อย ติดตามได้ทางสื่อโทรทัศน์ ออนไลน์ และเฟซบุ๊กแฟนเพจ ลดพุง ลดโรค

“การดูหรือสังเกตอาหารที่กินว่ามีโซเดียมมากน้อยแค่ไหน ยากกว่าการดูเรื่องความหวาน เพราะที่มาของโซเดียมเห็นไม่ชัด ถ้าเป็นความหวานแค่เห็นใส่น้ำตาล น้ำผึ้ง นมข้น ก็รู้ว่าหวานมาก หวานน้อยแล้ว แต่ถ้าพูดถึงโซเดียม เราไม่รู้ว่าสิ่งที่กินไปมีโซเดียมเท่าไหร่ เพราะโซเดียมมีทั้งที่เค็มและไม่เค็ม นี่คือคีย์เวิร์ดสำคัญที่ สสส.ต้องการณรงค์ผ่านการปรับพฤติกรรมในโครงการลดเค็ม ลดโรค นอกจากการลดซดน้ำซุป อยากสื่อสารไปถึงการลดปรุง และลดอาหารแช่แข็ง โดยอยากให้ทดลองปรับพฤติกรรมต่อเนื่องใน 21 วัน ก็จะช่วยให้ลิ้นปรับความไวในการรับรสชาติก็จะกินเค็มให้น้อยลงได้ ชวนทุกคนร่วมกัน ลดซด ลดปรุง ลดอาหารแช่แข็ง เพื่อสุขภาวะที่ดี” น.ส.สุพัฒนุช กล่าว

รศ.นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ อาจารย์ประจำสาขาวิชาโรคไต ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ม.มหิดล กล่าวว่า โซเดียมและการกินเค็มเป็นภัยเงียบ อาจไม่เห็นผลเสียทันที ยกเว้นคนที่ไวต่อการกินเค็ม เช่น ผู้สูงอายุ หรือคนที่มีโรคประจำตัว จะมีอาการตาบวม ขาบวม ความดันโลหิตขึ้น ปวดหัว หิวน้ำบ่อย แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ ปัจจุบันพบคนไข้ป่วยเป็นโรคไตหรือไตวายอายุน้อยลงอยู่ที่ 35-40 ปี จากเดิมที่อายุเฉลี่ยอยู่ที่ 50-60 ปี มีผลจากวัฒนธรรมการกินของคนไทยที่เปลี่ยนไป นิยมอาหารสำเร็จรูป บุฟเฟ่ต์ ปิ้งย่าง หมูกระทะ อาหารญี่ปุ่น-เกาหลี ที่มีรสเค็มจัดจากการหมักดองเกลือ หรือใส่เครื่องปรุงจำนวนมาก เมื่อกินสะสมบ่อยๆ จึงติดรสเค็มแบบไม่รู้ตัว อีกปัจจัยคือการกินเค็มตั้งแต่เด็ก เช่น ขนมกรุบกรอบ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โจ๊กซอง-ถ้วย อาหารพวกนี้มีโซเดียมสูง แม้กระทั่งอาหารที่ผู้ปกครองปรุงเอง แต่ใช้ความเค็มสูง เมื่อเด็กที่น้ำหนักตัวน้อยกิน ก็ทำให้บริโภคโซเดียมเกินเกณฑ์ เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ลิ้นจะติดเค็ม มีผลทำให้เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เร็วขึ้น

รศ.นพ.สุรศักดิ์ กล่าวอีกว่า อาหารที่กินแต่ละวัน ผู้บริโภคมักคิดว่าอาหารที่เค็มจะมีโซเดียมสูง เพราะปรุงรสด้วย เกลือ น้ำปลา ซีอิ๊ว น้ำมันหอย น้ำพริก ปลาร้า และซอสหรือผงปรุงรสอื่นๆ แต่ทางการแพทย์พบว่ามีโซเดียมที่ไม่เค็ม คือ โมโนโซเดียมกลูตาเมต (MSG) หรือผงชูรส แต่มีผลต่อสุขภาพไม่ต่างกัน เปรียบเทียบง่ายๆ การกินก๋วยเตี๋ยว น้ำซุปที่ร้านค้าปรุงจะใส่ซุปก้อนสำเร็จรูป ผงชูรส ซีอิ๊ว ซอสปรุง ในน้ำจะมีโซเดียม 60-70% ขณะที่เส้น ผัก เนื้อสัตว์ มีโซเดียมไม่ถึง 30-40% แม้ความอร่อยจะอยู่ในน้ำซุป แต่เป็นความอร่อยที่แฝงไปด้วยภัยเงียบ แนะนำว่าหากหลีกเลี่ยงอาหารที่มีโซเดียมสูงไม่ได้ ต้องเลือกกินเฉพาะเนื้อสัตว์ ผัก ลดการซดน้ำให้น้อยที่สุด ไม่ได้ห้ามซด แต่กินในปริมาณที่พอดี ไม่ว่าจะเป็นซุปน้ำใส น้ำข้น หรือแกงชนิดอื่นๆ เพราะปัจจุบันพบว่าร้านค้ามากกว่า 95% ใช้ผงปรุงรสสำเร็จรูปมากกว่าเคี่ยวน้ำซุปด้วยผักหรือเนื้อสัตว์ เพราะมีต้นทุนที่ถูกกว่า

“ตั้งเป้าทำชุมชนลดเค็ม 73 จังหวัด ในปี 2566 ร่วมมือกับ สสส. รณรงค์ประชาชนให้กินเค็มน้อยลง ลดผงชูรส ลดเครื่องปรุง ลดซดน้ำแกง และติดตามปริมาณโซเดียมในอาหาร โดยเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัว จะติดตามว่ากินเค็มมากน้อยแค่ไหน ด้วยการใช้เครื่องวัดความเค็ม มีอาสาสมัครชุมชนดูแล และจะทำพื้นที่นำร่องมหาวิทยาลัยลดเค็ม ที่ ม.มหิดล จะแถลงข่าวเปิดตัววันที่ 7 ก.พ. 2566 ที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พร้อมเปิดตัวแคมเปญลดเค็ม ลดโรค ลดซด ลดปรุง ร่วมกับชุมชนลดเค็มทั่วประเทศ พบกับการสาธิตปรุงอาหารลดโซเดียม โครงการนี้จะขยายไปร้านอาหารทั่วประเทศ แจกตัวติดกระจก ลดเค็มสั่งได้ ลดเค็มทำได้ และแผ่นพับสามเหลี่ยม ลดเค็ม ลดโรคบนโต๊ะอาหารร้านที่ร่วมโครงการ เพื่อกระตุ้นให้คนไทยปรับพฤติกรรมการกินอีกทาง” รศ.นพ.สุรศักดิ์ กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แค่ขี้เซา? เช็คด่วนร่างกายอาจเตือนว่ากำลังเป็น’โรคนอนเกิน’ เกิดจากความผิดปกติจากร่างกาย-จิตใจ

Posted on January 25, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/706602

แค่ขี้เซา? เช็คด่วนร่างกายอาจเตือนว่ากำลังเป็น'โรคนอนเกิน' เกิดจากความผิดปกติจากร่างกาย-จิตใจ

แค่ขี้เซา? เช็คด่วนร่างกายอาจเตือนว่ากำลังเป็น’โรคนอนเกิน’ เกิดจากความผิดปกติจากร่างกาย-จิตใจ

วันพุธ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2566, 15.04 น.

25 มกราคม 2566 การนอนเป็นการพักผ่อนร่างกายและจิตใจที่ดี ไม่ว่าในแต่ละวันเราพบเจอกับเหตุการณ์อะไรที่หนักหน่วงมาก็ตาม การนอนจะช่วยเยียวยาทุกอย่างให้ดีขึ้น แต่การนอนหลับยาวๆ แบบข้ามวันข้ามคืนแทนที่จะช่วยทำให้ร่างกายสดชื่น แต่อาจส่งผลเสียต่อร่างกายหรือร่างกายกำลังส่งสัญญาณโรคง่วงนอนมากผิดปกติก็เป็นได้

ทำความรู้จักโรคง่วงนอนมากผิดปกติ 

โรคง่วงนอนมากผิดปกติ หรือ โรคนอนเกิน (Hypersomnia) เป็นโรคที่ทำให้รู้สึกง่วงนอนมากทั้งช่วงเวลากลางวันและกลางคืน มีอาการนอนหลับเกินพอดี ขึ้เซา นอนมากเท่าไหร่ก็ยังไม่เพียงพอ งีบหลับระหว่างวันหลายครั้ง แม้แต่ในเวลาที่รับประทานอาหาร พูดคุยกับผู้อื่นก็สามารถนอนหลับได้ หากได้นอนแล้วอาจตื่นยากกว่าปกติ มีระยะเวลาในการนอนมากกว่า 8 ชั่วโมง และมีอาการอ่อนเพลียอยากกลับไปนอนอีก
สาเหตุของโรคง่วงนอนมากผิดปกติ

โรคนี้ไม่ได้เกิดจากพฤติกรรม หรือบุคลิกส่วนตัว แต่เป็นโรคที่เกิดจากทางร่างกายและจิตใจ มีโอกาสเป็นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ จึงควรระมัดระวังสาเหตุต่างๆ ดังนี้

– อดนอนบ่อยและเป็นเวลานาน ทำให้ร่างกายรู้สึกว่านอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ

– นาฬิกาชีวิตแปรปรวน เวลานอนผิดปกติ เช่น การเดินทางไปต่างประเทศที่มีช่วงเวลาที่ต่างกันมากๆ

– ฮอร์โมนในร่างกายหรือสารเคมีในสมองผิดปกติ ทำให้นอนมากเกินไป

– นอนกรน มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ

– สมองได้รับการบาดเจ็บ หรือเป็นโรคเกี่ยวกับสมองต่างๆ

– การใช้ยาบางชนิด เช่น ยานอนหลับ ยาคลายกล้ามเนื้อ

ผลเสียของโรคง่วงนอนมากผิดปกติ

โรคง่วงนอนมากผิดปกติ ส่งผลเสียต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้ความจำแย่ลง หงุดหงิดง่าย วิตกกังวล และยังมีผลเสียอื่นๆ เช่น

– ทำร้ายสมอง เพราะการนอนมากเกินไปทำให้สมองเฉื่อยชา คิดหรือทำอะไรเชื่องช้า ไร้ชีวิตชีวา มึนงงตลอดเวลา ขยับร่างกายน้อยลงส่งผลให้กระดูก กล้ามเนื้อ และข้อต่อประสิทธิภาพลดลง

– ซึมเศร้า อารมณ์แปรปรวน ชีวิตไม่ค่อยมีความสุข เพราะฮอร์โมนด้านความสุข เช่น เซโรโทนินและเอ็นดอร์ฟินที่สัมพันธ์กับการนอนลดลง

– อ้วนง่าย เพราะร่างกายไม่ค่อยได้เคลื่อนไหว ส่งผลต่อการเผาผลาญของร่างกาย อาจทำให้โรคอื่นๆ ตามมาได้ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ

– มีบุตรยาก เพราะฮอร์โมนเพศหญิงจะเป็นปกติเมื่อมีการนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอ

– เสี่ยงต่อการหยุดหายใจเฉียบพลันหรือไหลตาย เพราะเนื้อสมองตายเนื่องจากการดับไปของสัญญาณสมองที่นานเกินกว่าเวลานอนปกติของคนทั่วไป

– อายุสั้น มีผลวิจัยในปี 2010 ออกมาว่า ผู้ที่นอนนานเกิน 9 ชั่วโมงต่อวัน จะมีโอกาสเสียชีวิตเร็วกว่าผู้ที่นอน 7-8 ชั่วโมงต่อวัน เพราะร่างกายไม่ได้ขยับ ไม่ได้เพิ่มออกซิเจนให้อวัยวะภายใน

วิธีป้องกันโรคง่วงนอนมากผิดปกติ

– เข้านอนตรงเวลาทุกวัน กำหนดเวลาเข้านอนและตื่นนอนเวลาเดิมติดต่อกัน นอนหลับพักผ่อน 7-8 ชั่วโมงต่อวัน ไม่ควรมากหรือน้อยเกินไป หากตื่นแล้วให้ลุกจากเตียง ไม่ต่อเวลาในการนอนออกไปอีก

– ใช้ยานอนหลับเท่าที่จำเป็นหรือตามแพทย์สั่ง หากนอนไม่หลับควรปรับวิธีการนอนด้วยตัวเอง เพราะการรับประทานยาเป็นประจำอาจทำให้ดื้อยา หรือส่งผลเสียต่อตับ และระบบประสาทได้

– หลีกเลี่ยงการนอนตอนกลางวัน หรือหากงีบกลางวันไม่ควรเกิน 1 ชั่วโมง เพราะจะทำให้นอนไม่หลับในเวลากลางคืน และจบลงด้วยการนอนนานมากขึ้นกว่าเดิม

– อาบน้ำก่อนนอน เพื่อให้ร่างกายสะอาด สบายเนื้อสบายตัว

– รองท้องก่อนนอน เช่น ดื่มนมอุ่นๆ ช่วยให้อิ่มท้อง หลับสบาย ตื่นขึ้นมาก็จะรู้สึกสดชื่น

– หากิจกรรมก่อนนอน เช่น อ่านหนังสือ ฟังเพลงเบาๆ เพื่อช่วยให้ร่างกายปรับตัวและผ่อนคลาย

– รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ งดเครื่องดื่มชา กาแฟ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง แป้ง น้ำตาล

การนอนให้เป็นเวลาอย่างสม่ำเสมอและเพียงพอจะช่วยป้องกันโรคง่วงนอนมากเกินไปได้ และทำให้ร่างกายคุ้นชิน สร้างระบบนาฬิกาชีวภาพที่จะช่วยให้ตื่นนอนอย่างสดชื่น นอกจากนี้ควรหมั่นออกกำลังกาย แต่หากทำตามคำแนะนำทั้งหมดแล้วยังมีอาการง่วงนอนมากผิดปกติ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุและทำการรักษาต่อไป

ขอบคุณข้อมูลจาก : กรมสุขภาพจิต

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘นอท กองสลากพลัส’ โผล่เกทับ หลังสาวเชียงใหม่ถูกเลขท้าย2ตัว ขึ้นเงินไม่ได้ไม่คุ้มค่ารถ

Posted on January 25, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/706589

‘นอท กองสลากพลัส’ โผล่เกทับ หลังสาวเชียงใหม่ถูกเลขท้าย2ตัว  ขึ้นเงินไม่ได้ไม่คุ้มค่ารถ

‘นอท กองสลากพลัส’ โผล่เกทับ หลังสาวเชียงใหม่ถูกเลขท้าย2ตัว ขึ้นเงินไม่ได้ไม่คุ้มค่ารถ

วันพุธ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2566, 14.44 น.

25 ม.ค. 2566 เฟซบุ๊กรายการ “เรื่องเล่าเช้านี้” ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 (กด 33) รายงานข่าว “สาวเชียงใหม่สุดช้ำ! ถูกสลากแอปพลิเคชันเป๋าตังเลขท้าย 2 ตัว กดรับเงินรางวัลไม่ได้ต้องไปรับกองสลาก โอดไม่คุ้มค่ารถไปรับเงิน”

ซึ่งก็ปรากฎว่า ในช่องแสดงความคิดเห็น “นอท กองสลากพลัส” หรือ นายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ ได้เข้ามาโพสต์ข้อความว่า “ซื้อลำบาก ขึ้นเงินยาก ง่ายมากๆ ต้องกองสลากพลัส”.-008 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องที่นี่ : เรื่องเล่าเช้านี้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฝุ่นพิษมาหนักขึ้น! แพทย์แนะวิธีป้องกันตนเองจากPM2.5 งดทำกิจกรรมนอกบ้าน

Posted on January 25, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/706585

ฝุ่นพิษมาหนักขึ้น! แพทย์แนะวิธีป้องกันตนเองจากPM2.5 งดทำกิจกรรมนอกบ้าน

ฝุ่นพิษมาหนักขึ้น! แพทย์แนะวิธีป้องกันตนเองจากPM2.5 งดทำกิจกรรมนอกบ้าน

วันพุธ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2566, 14.32 น.

25 มกราคม 2566 จากสถานการณ์ฝุ่นพิษ PM 2.5 ที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ทำให้ช่วงนี้ประเทศไทยมีอากาศเย็นลง สิ่งที่ตามมาคือ PM2.5 ในเขต กทม.และปริมณฑล เนื่องจากอากาศไม่เคลื่อนไหวไปไหน โดยในวันที่ 25 – 26 มกราคม สถานการณ์จะดีขึ้นตามลำดับ แต่คาดว่าจะมีการสะสมของ PM2.5 มากขึ้นในวันที่ 27-28 มกราคม อีกครั้ง

โดย PM2.5 คือ ฝุ่นละอองที่มีขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือเล็กประมาณ 1 ใน 25 ของเส้นผม มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ลอยอยู่ในอากาศได้นาน อาจมีสารพิษเกาะมาด้วย ทำให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพมากขึ้น

สาเหตุที่ทำให้เกิดฝุ่น PM2.5  คือ แหล่งกำเนิด 3 อย่าง ได้แก่

1. แหล่งกำเนิดโดยตรง ได้แก่ การเผาในที่โล่ง การจราจรและขนส่ง โรงงานไฟฟ้า โรงงานอุตสาหกรรม การเผาเชื้อเพลิง

2. แหล่งกำเนิดทางอ้อม ได้แก่ ฝุ่นทุติยภูมิ เกิดจากก๊าซไนโตรเจนออกไซด์และก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์รวมตัวกับสารประกอบแอมโมเนีย แอมโมเนียมไนเตรต แอมโมเนียมซัลเฟต

3. มลพิษข้ามพรมแดนที่พัดมาจากประเทศเพื่อนบ้าน

การดูแลและป้องกันตนเองให้ปลอดภัยจาก PM2.5

1. ติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศในแอปพลิเคชั่น Air4Thai หรือข่าวสารตามช่องทางต่างๆ

2. สังเกตอาการ หากมีอาการไอ แน่นหน้าอก วิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน หรืออาการอื่น ๆ ควรปรึกษาแพทย์ทันที

3. ลดกิจกรรมที่ก่อให้เกิด PM2.5 เช่น จุดธูป เผากระดาษเงินกระดาษทอง ปิ้งย่าง เผาใบไม้ เผาขยะ เป็นต้น

4. เมื่อค่า PM2.5 อยู่ในระดับสีส้มหรือสีแดง ให้งดทำกิจกรรมนอกบ้าน หากมีความจำเป็นต้องออกนอกบ้าน ควรสวมใส่หน้ากากป้องกันฝุ่น

ขอบคุณข้อมูลจาก : สสส. 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สายมูห้ามพลาด! แหล่งท่องเที่ยวขอโชคเลขเด็ด ‘หัวพญานาคภูเขา-ถ้ำผีกองกอย’

Posted on January 25, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/706582

สายมูห้ามพลาด! แหล่งท่องเที่ยวขอโชคเลขเด็ด 'หัวพญานาคภูเขา-ถ้ำผีกองกอย'

สายมูห้ามพลาด! แหล่งท่องเที่ยวขอโชคเลขเด็ด ‘หัวพญานาคภูเขา-ถ้ำผีกองกอย’

วันพุธ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2566, 14.31 น.

25 มกราคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้จะพาไปท่องเที่ยวแนว สายมูหรือสายมูเตลู ในพื้นที่อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย ซึ่งสถานที่แห่งนี้มีภาพความสวยงาม ทางธรรมชาติ มีทะเลหมอกสวยๆให้เห็นแบบ 180 องศา ภูค้อ สายมูใหม่ สดๆร้อนของอำเภอนาแห้ว

โดยช่วงนี้ใกล้สิ้นเดือน 1 และ วันที่ 16 จะได้รับความนิยมมากได้ชมธรรมชาติสวยงามแล้วอาจจะได้โชคกลับบ้านรับโชคจากหินรูปพญานาค ซึ่งหลายๆคนได้มาแล้วและกลับมาทำบุญกราบไหว้ ขอหวยอีกหลายรอบ

คุณน้อย ผู้โชคดี ซึ่งเดินทางมาจาก อำเภอปากช่อง นครราชสีมา บอกว่า ตนนั้นได้เดินทางมาท่องเที่ยวที่ภูค้อน้อย อำเภอนาแห้วจังหวัดเลย และได้มาเป็นครั้งที่ 3 แล้ว ครั้งแรกพักที่นี่ 1 คืน และมารอบ 2 และได้เดินทางขึ้นภูค้อเพื่อไปกราบไหว้รอย เกล็ดหัวพญานาคและถ้ำผีก่องกอย พร้อมอธิฐานขอให้ได้โชคได้ลาภและเมื่อเดินทางกลับ ก็ไปซื้อหวย ถูกหวย ถูกลอตเดอรี่ ตรงๆ 3 ตัวได้เงินมาจำนวนหนึ่ง จึงอธิฐานและสัญญาว่าจะเดินทามาที่นี่เพื่อเคารพ กราบไหว้ หัวพญานาค

ทราบว่า ที่นี่มีอยู่ประมาณ 4 ตนและร่องรอยเกล็ดพญานาค ซึ่งวันนี้ก็เดินทางมากราบไหว้บูชาที่หัวพญานาคที่ภูค้ออีกครั้งหนึ่งเพื่อขอโชคลาภแก่ตนเองและเพื่อนๆอีกครั้ง โดยครั้งนี้ชวนเพื่อนมาด้วยประมาณ 10 คน

สำหรับการมารอบแรกมีไหว้ผนังถ้ำพญานาคได้เลข 58 และได้เงินจากการถูกรางวัลและถูกหวย และในครั้งที่ 2 ได้ดูภาพที่บริเวณ หัวพญานาค 159 169 และได้รางวัลหนักอีกครั้งจึงเดินทางมาวันนี้ เพื่อมากราบไหว้ เนื่องจากมีจิตศรัทธาในองค์พญานาคที่ภูค้อ

นายไพรัตน์ เชื้อบุญมี ประธานวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวและโฮมสเตย์บ้านบุ่ง บอกว่าที่ภูค้ออากาศดีมาก เช้าๆจะมีหมอก เกือบทุกวันและหลังฝนตก ตรงจุดนี้เป็นจุดที่หนุ่มสาวและนักท่องเที่ยวนิยมขึ้นไปเที่ยวชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกภูค้อ ที่หมู่บ้านจะให้บริการโดยรถอีแต๊ก พาไต่ขึ้นยอดภูค้อไปยังจุดชมวิวที่ชาวบ้านได้ไปช่วยกันสร้างขึ้น

โดยเส้นทางที่ไปจะผ่านสวนไร่นาภูเขาของชาวบ้าน โดยจะใช้เวลาเดินทางจากตัวอำเภอนาแห้ว ไปถึงจุดชมวิวประมาณ 15 นาที ระยะทางประมาณ 3 กม.  ซึ่งสามารถจะมองเห็นทะเลหมอกได้ 180 องศา ซึ่งมองเห็นทะเลหมอกผสมกับหมอกขาวโพลนในวิวประเทศเพื่อนบ้านอย่าง สปป.ลาว ในฝั่งตรงข้าม เช่น ภูผาโกน และทิวเขาไกลสุดลูกตา บอกได้เลยว่าที่นี่ ฟินมาก สีเขียวของภูเขา สีขาวของเมฆ 

สำหรับสายมู ที่ภูค้อมีถ้ำปละรอยพญานาค หัวพญานาค โดยเช้าๆสามารถเดินย่อยอาหารไปยังถ้ำผีกองกอยประมาณ 600 เมตร ที่เป็นถ้ำผีกองกอยโบราณ ทราบว่าอดีตพระธุดงค์เคยมาปักกลดมาที่นี้ แล้วนิมิตรเห็นมีผีกองกอย ตรงจุดนี้สามารถไหว้พระทำบุญได้ ถ้ำผีกองกอยแห่งนี้กว้างพอประมาณ บรรยากาศเย็นสบาย

จากนั้นเดินไปยัง หินหัวพญานาค ซึ่งห่างออกไปประมาณ 150 เมตร เป็นหินหัวพญานาค ที่อยู่ในร่องน้ำ มีการค้นพบเจอเมื่อประมาณ 1
ปีที่ผ่านมาหลัง หลังเปิดจุดท่องเที่ยววันนี้มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปท่องเที่ยว

จุดนนี้เพิ่มขึ้นทุกวันสายมูเดินทางมามากขึ้นเพื่อมาขอโขค ขอเลขเด็ด สนใจติดต่อสอบถามได้ที่นายไพรัตน์ เชื้อบุญมี ประธานวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวและโฮมสเตย์บ้านบุ่ง 095 626 2547 ,062 429 9716

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,910,179 hits

Join 4,114 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

นักวิชาการ มธ. ชม นโยบายรัฐ ชง 3 มาตรการเติมเต็มช่องว่าง หนุน โซลาร์เซลล์ประชาชน
สรุปมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประจำวันที่ 11 เมษายน 2569
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เสด็จทรงเป็นองค์ปาฐก ถ่ายทอดองค์ความรู้ชุดไทยสู่เวทีโลก
มาร์ค แจงดรามา วีระพงษ์ ย้ำต้องไขก๊อกพรรคเพื่อความสง่างาม
แหล่งข่าวเผย ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน "บาดเจ็บสาหัส-เสียโฉม" จากเหตุถล่มเตหะราน
ครม.ไฟเขียวมาตรการเยียวยาขนส่ง อัดฉีดงบอุ้มรถกว่า 4.6 แสนคัน เปิดลงทะเบียน 16-19 เม.ย.69
พบแล้ว11ลำ DSIแกะรอยกลางทะเล เรือขนถ่ายกักตุนน้ำมัน
ธรรมนัส อวยพรสงกรานต์ ชี้ แม้เป็นเทศกาลแห่งความสุข แต่ปชช.ยังเผชิญค่าครองชีพพุ่งสูง
เปิดนิทรรศการ ‘พระมารดาแห่งศิลปาชีพไทย’ เทิดพระเกียรติสมเด็จบรมราชชนนีพันปีหลวง พลิกฟื้นภูมิปัญญาสู่รากฐานเศรษฐกิจชุมชน
จีนออก 10 มาตรการจูงใจไต้หวัน หลังผู้นำฝ่ายค้านพบสี จิ้นผิง

Recent Posts

  • ไซโคลน “ไวอานู” ถล่มเกาะเหนือนิวซีแลนด์ ลมกระโชกแรง-ฝนตกหนัก สั่งอพยพคนนับร้อย
  • จีนออก 10 มาตรการจูงใจไต้หวัน หลังผู้นำฝ่ายค้านพบสี จิ้นผิง
  • สหรัฐฯ–อิหร่านเจรจาสันติภาพล่ม ไร้ข้อตกลงหลังหารือประวัติศาสตร์ที่ปากีสถาน
  • ตำรวจลอนดอนจับกุมผู้ประท้วง 523 ราย รวมตัวค้านคำสั่งแบนกลุ่ม Palestine Action
  • ชายคลั่งใช้มีดไล่ฟันคนในสถานีรถไฟใต้ดินนิวยอร์ก บาดเจ็บ 3 ราย ก่อนถูกตำรวจวิสามัญ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d