Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘วราวุธ’ เตือนระวัง ฝุ่นพิษ pm 2.5 มากขึ้น 27-28 ม.ค.นี้

Posted on January 24, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/706271

'วราวุธ' เตือนระวัง ฝุ่นพิษ pm 2.5 มากขึ้น 27-28 ม.ค.นี้

‘วราวุธ’ เตือนระวัง ฝุ่นพิษ pm 2.5 มากขึ้น 27-28 ม.ค.นี้

วันอังคาร ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2566, 09.59 น.

เมื่อเวลา 08.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์ถึงค่า PM 2.5 ใน กทม. ว่า ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา โดยเฉพาะวันนี้จะมีแรงกดอากาศจากจีนเข้ามา ทำให้ช่วงที่ผ่านมามีอากาศเย็นลง เมื่อมีแรงกดอากาศ อุณหูมิลดลง สิ่งที่ตามมาคือ PM2.5 ในเขต กทม.และปริมณฑล เนื่องจากอากาศไม่เคลื่อนไหวไปไหน โดยในวันที่ 25 – 26 ม.ค. สถานการณ์จะดีขึ้นตามลำดับ แต่คาดว่าจะมีการสะสมของ PM2.5 มากขึ้นในวันที่ 27-28 ม.ค. อีกครั้ง ซึ่งกรมควบคุมมลพิษได้เร่งประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ PM 2.5 ตั้งแต่จุดกำเนิด ทั้ง กทม. กรมขนส่งทางบก และกระทรวงอุตสาหกรรม เช่น การเร่งตรวจสภาพรถ ให้รถที่ปล่อย PM 2.5 เกินมาตรฐานลดลง รวมถึงให้กระทรวงอุตสาหกรรมเข้มงวดกับขั้นตอนการผลิตต่างๆ. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เกินไปมั้ย!! ลงโทษ นร.ป.3 สั่งลุกนั่งเกิน 300 ครั้ง จนต้องเข้า รพ. ตับไตทำงานไม่ปกติ

Posted on January 24, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/706269

เกินไปมั้ย!! ลงโทษ นร.ป.3 สั่งลุกนั่งเกิน 300 ครั้ง จนต้องเข้า รพ. ตับไตทำงานไม่ปกติ

เกินไปมั้ย!! ลงโทษ นร.ป.3 สั่งลุกนั่งเกิน 300 ครั้ง จนต้องเข้า รพ. ตับไตทำงานไม่ปกติ

วันอังคาร ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2566, 09.56 น.

24 ม.ค. 66 เพจเฟซบุ๊ก อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทริน์ part 5.2 โพสต์ภาพเด็กชาย นักเรียนชั้นป.3 ขณะกำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล หลังจากได้รับบาดเจ็บจากการถูกลงโทษ พร้อมระบุว่า สมาชิกฝากแจ้งเรื่องลงโทษหนักไปไหมกับเด็กวัยขนาดนี้ เด็กชาย ชั้น ป.3 เป็นเด็กนักเรียน โรงเรียนแห่งหนึ่ง ในอำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส

ถูกผู้ดูแลลงโทษให้เด็กลุกนั่งเกิน 300 ที จนต้องเข้าโรงพยาบาลอาการสาหัส ทำให้เด็กเดินไม่ได้และที่สำคัญที่สุดคือทำให้ตับไตทำงานไม่ปกติฉี่ไม่ออก เรื่องแบบนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นกับเด็กตัวแค่นี้ถึงน้องจะทำผิดร้ายแรงแค่ไหนก็ไม่ควรทำถึงขนาดนี้มันเกินไปไหม.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ตื่นตระหนก!! คล้ายแผ่นดินไหว’ถ้ำสระยวนทอง’ ชาวบ้านจี้ตรวจสอบ หวันอันตราย

Posted on January 24, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/706264

ตื่นตระหนก!! คล้ายแผ่นดินไหว'ถ้ำสระยวนทอง' ชาวบ้านจี้ตรวจสอบ หวันอันตราย

ตื่นตระหนก!! คล้ายแผ่นดินไหว’ถ้ำสระยวนทอง’ ชาวบ้านจี้ตรวจสอบ หวันอันตราย

วันอังคาร ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2566, 09.45 น.

24 ม.ค.66 นายสมมาตร บุตรกริม ผู้ใหญ่บ้าน ม.1 ต.อ่าวลึกเหนือ อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ พร้อมด้วย นายนิวัฒน์ วัฒนยมนาพร กรรมการหน่วยอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่นจังหวัดกระบี่ ผู้ช่วยผู้ใหญ่ ชาวบ้าน ชมรมคนรักถ้ำกระบี่ และชาวบ้าน ร่วมกันสำรวจ บริเวณรอบๆ ถ้ำสระยวนทอง ซึ่งอยู่ในพื้นที่ ม.1 ต.อ่าวลึกเหนือ หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว ถึง 3 ครั้ง ในระยะเวลาไม่ถึง 30 วัน

โดยครั้งแรก เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2565 ครั้งที่2 เมื่อ16 มกราคม 2566 และ ในวันนี้ 23 มกราคม 2566 ชาวบ้านก็รับรู้แรงสั่นสะเทือนอีกครั้งในช่วงเวลา 10 .00 น. แต่ยังไม่ได้รับรายงานการเกิดแผ่นดินไหว ส่งผลให้ชาวบ้านเกิดความกังวลเรื่องความปลอดภัย

จากการสำรวจเบื้องต้นบริเวณรอบถ้ำสระยวนทอง ไม่พบร่องรอยความเสียหายหรือการแตกร้าวของหินบนภูเขา แต่อย่างใด นอกจากนี้สีของน้ำก็ยังปกติไม่ได้มีสีขุ่นมัว ส่วนบริเวณด้านในถ้ำทางคณะยังไม่ได้เข้าไปสำรวจ เนื่องจากเกรงจะได้รับอันตราย ทางผู้ใหญ่บ้านจึง ได้แจ้งให้ชาวบ้านไม่ต้องตื่นตระหนก แต่ให้ช่วยกัน เฝ้าระวัง และสังเกต การเคลื่อย้ายของสัตว์ การเปลี่ยนแปลงของน้ำ ต้นไม้ เป็นต้น ว่ามีความผิดปกติหรือไม่

ทั้งนี้บริเวณดังกล่าว อยู่ห่างจากชุมชน ประมาณ 2 กิโลเมตร หากเกิดแผ่นดินไหวต่อเนื่องมากขึ้น ก็จะแจ้งไป หัวหน้าอุทยานธารโบกขรณี และรายงานไปยังนายอำเภออ่าวลึก เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

นายวุฒิพงศ์ วะเจดีย์ ชาวบ้านในพื้นที่ กล่าวว่า ขณะที่ตนอยู่ที่บ้าน ได้ยินเสียงดังมาจากใต้ดิน และมีการสั่นสะเทือนรู้สึกได้ โดยเฉพาะคนที่นอนในพื้นราบ ทำให้ตนรู้สึกกังวล เป็นอย่างมาก เนื่องจากบริเวณถ้ำสระยวนทอง อยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านมากนัก ชาวบ้าน ที่อยู่ในรัศมี 2 กิโลเมตร.ส่วนใหญ่จะรับรุ้แรงสั่นสะเทือน และที่ผ่านมาก็ไม่เคยเกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวขึ้นมาก่อน

ขณะที่นายสมมาตร บุตรกริม ผู้ใหญ่บ้าน กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าว ยังไม่มีผลกระทบในพื้นที่แต่อย่างใด จากกการสำรวจน้ำบริเวณถ้ำสระยวนทองไม่มีการเปลี่ยนแปลง น้ำไม่มีสีขุ่น ระบบนิเวศโดยรอบก็ยังปกติ และฝากเตือนไปยังพี่น้องประชาชน ไม่ควรตื่นตระหนก ซึ่งหลังจากนี้ จะได้รายงานไปยังจังหวัดให้รับทราบเพื่อพิจารณาประสานหน่วยงานเกี่ยวข้องลงตรวจสอบพื้นที่ต่อไป ทั้งนี้เหตุแผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 16 มค.ที่ผ่านมา ก็มีรายงานการเกิดแผ่นดินไหวที่จังหวัดตาก และเกิดขึ้นในต่างประเทศด้วย.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สวนสัตว์บึงฉวากเตรียมฝังไมโครชิพ’ลูกเสือโคร่ง’น้องโขง-น้องข้าว-น้องขิง

Posted on January 24, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/706255

สวนสัตว์บึงฉวากเตรียมฝังไมโครชิพ'ลูกเสือโคร่ง'น้องโขง-น้องข้าว-น้องขิง

สวนสัตว์บึงฉวากเตรียมฝังไมโครชิพ’ลูกเสือโคร่ง’น้องโขง-น้องข้าว-น้องขิง

วันอังคาร ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2566, 08.25 น.

24 มกราคม 2566 เพจเฟสบุ๊ค ประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เผยความคืบหน้าลูกเสือ 3 ตัว คือน้องโขง (ข้ามโขง) , น้องข้าว (มุกดา) และน้องขิง (สะหวัน) หลังจากสัตว์ป่าบึงฉวากได้รับมาดูแล ระบุว่า

สัตวแพทย์เตรียมวางแผนฝังไมโครชิฟทำฐานข้อมูล ย้ำหากพบเห็นการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายแจ้งสายด่วนพิทักษ์ป่า 1362 ทันที

นายอนันต์ ศรีผุดผ่อง หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวากและศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก เปิดเผยว่า สพ.ญ.กนกวรรณ ตรุยานนท์ นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ สพ.ญ.ณฐนน ปานเพ็ชร นายสัตวแพทย์ชำนาญการ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ รายงานการดูแลลูกเสือโคร่งของกลาง จำนวน 3 ตัว อายุ 3 เดือน (เพศผู้จำนวน 1 ตัว และ เพศเมีย จำนวน 2 ตัว ) มีชื่อว่า โขง (ข้ามโขง)  ข้าว (มุกดา) และ ขิง (สะหวัน) ที่ทำการรับมอบจากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) และกลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า ดังนี้

การดูแลตั้งแต่วันที่ 18 – 23 ม.ค.2566 สัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ทำการป้อนนมสำหรับลูกแมว ชนิด KMR โดยวิธีการใช้ขวดนม ทำการให้นมวันละ 5 ครั้งต่อวัน ได้แก่ช่วงเวลา 06.00 น. 11.00 น. 13.00 น. 18.00 น. และ 20.00 น. ปริมาณโดยรวมต่อตัวมื้อละ 250-300 มิลลิลิตร โดยเฉลี่ยแล้ว ลูกเสือทั้ง 3 ตัว กินนม KMR วันละ 1.5 กระป๋อง ( กระป๋องขนาด 340 กรัม )

นอกจากนี้ได้ทำการให้เนื้อวัว (เนื้อแดง) โดยทำการบดละเอียดด้วยเครื่องบดไฟฟ้า ให้กินวันละ 2 ครั้งต่อวัน ได้แก่ช่วงเวลา 08.00 น. และ 16.00 น. ซึ่งในแต่ละครั้งที่ให้จะทำการผสมนมด้วยเล็กน้อย (ผสมนม KMR 150-200 มิลลิลิตร/มื้อ) ปริมาณเนื้อวัวบดโดยรวมต่อตัวมื้อ ดังนี้ โขง เพศผู้ กินเนื้อบดปริมาณ 0.4 กก./มื้อ  (กินวันละ 2 มื้อ รวม 0.8 กก.) ข้าว และขิง เพศเมีย กินเนื้อบดปริมาณ 0.3 กก./มื้อ (กินวันละ 2 มื้อ รวม 1.2 กก.) และทำการปล่อยเดินเล่น เพื่อออกกำลังกาย เพื่อรับแสงแดด และป้องกันสภาวะความเครียด ทุกเช้า เวลา 07.00 – 08.30 น. ด้านการขับถ่ายอุจจาระและปัสสาวะปกติ พฤติกรรมปกติ ร่าเริง คุ้นชินกับสิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่และทีมสัตวแพทย์

โดยในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคม 2566 ทีมสัตวแพทย์วางแผนฝังไมโครชิฟ เพื่อทำฐานข้อมูลลูกเสือโคร่งเพิ่มเติมให้เรียบร้อย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสุขภาพลูกสัตว์เป็นหลัก สำหรับสุขภาพโดยทั่วไปจะต้องดูแลเรื่องของโปรแกรมวัคซีนหัด-หวัดแมว และพิษสุนัขบ้า ตามโปรแกรมให้ครบถ้วน เพื่อความปลอดภัยของลูกเสือ อีกทั้งลูกเสือโคร่งยังเล็กอายุเพียง 3 เดือนเท่านั้น สัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่จึงต้องดูแลอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้หากพบเห็นการลักลอบค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนพิทักษ์ป่า 1362 ตลอด 24 ชั่วโมง.012

ข้อมูล : ประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fprhotnews02%2Fposts%2Fpfbid02CzKW5qAhNCs2kh259R3iuiWUsQmxiVdk6tYAiR7XAS3cu7FarzpMVmSy3VzNjXYkl&show_text=true&width=500

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

โทษใหม่ต้องรู้!! ไม่หยุดให้คนข้ามทางม้าลาย ปรับ 4,000 บาท หัก 1 แต้ม

Posted on January 24, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/706254

โทษใหม่ต้องรู้!! ไม่หยุดให้คนข้ามทางม้าลาย ปรับ 4,000 บาท หัก 1 แต้ม

โทษใหม่ต้องรู้!! ไม่หยุดให้คนข้ามทางม้าลาย ปรับ 4,000 บาท หัก 1 แต้ม

วันอังคาร ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2566, 08.24 น.

กฏหมายจราจรฉบับใหม่มีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มอัตราโทษความผิดตามกฎหมายจราจร โดยเฉพาะรถที่ไม่หยุดให้คนข้ามทางม้าลายเดิมปรับไม่เกิน 1,000 บาท เพิ่มเป็นปรับไม่ไม่เกิน 4,000 บาท และให้ตัดคะแนนใบขับขี่ 1 แต้ม จากคะแนนเต็ม 12 คะแนน 

กรณีผู้ขับขี่ไม่หยุดให้คนข้ามทางม้าลาย มีบทลงโทษ คือ
– มีโทษปรับ ไม่เกิน 4,000 บาท
– ตัดคะแนนความประพฤติทันที 1 คะแนน

ถูกตัดเหลือ 0 คะแนน จะเป็นอย่างไร 
– พักใช้ใบขับขี่ ห้ามขับรถ 90 วัน
– ฝ่าฝืนขับรถ ช่วงถูกพักใช้ใบขับขี่ โทษจำคุก 3 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท
– หากโดนพักใช้ใบขับขี่เกิน 3 ครั้ง ภายใน 3 ปี จะโดนพักใช้ใบขับขี่มากกว่า 90 วัน และหากยังถูกตัดคะแนนจนถูกพักใช้ใบขับขี่ภายใน 1 ปี จะโดนเพิกถอนใบขับขี่ทุกประเภท

ดังนั้น หากขับรถแล้วพบทางม้าลาย จะต้องชะลอหรือเตรียมหยุดรถ โดยให้ห่างจากทางม้าลายในระยะ 3 เมตร และรอให้คนข้ามถนนเสร็จสิ้นเสียก่อน จึงค่อยขับรถผ่านไปได้ และในบางที่จะมีไฟเตือนคนข้ามถนนบริเวณทางม้าลาย ผู้ขับขี่ควรสังเกตทุกครั้งและปฏิบัติตามกฎหมายให้ถูกต้องเพื่อความปลอดภัย.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เช็คด่วน!! ค่าฝุ่น PM 2.5 คลุ้ง ‘กรุงเทพฯ-ปริมณฑล’ กระทบสุขภาพ 59 พื้นที่

Posted on January 24, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/706249

เช็คด่วน!! ค่าฝุ่น PM 2.5 คลุ้ง 'กรุงเทพฯ-ปริมณฑล' กระทบสุขภาพ 59 พื้นที่

เช็คด่วน!! ค่าฝุ่น PM 2.5 คลุ้ง ‘กรุงเทพฯ-ปริมณฑล’ กระทบสุขภาพ 59 พื้นที่

วันอังคาร ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2566, 07.50 น.

24 ม.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ Air4Thai รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล คุณภาพอากาศอยู่ในระดับ ปานกลางถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ 

สารมลพิษทางอากาศที่ตรวจพบเกินมาตรฐาน ได้แก่ ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) เกินมาตรฐานที่บริเวณ ต.มหาชัย อ.เมือง, สมุทรสาคร,ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน, สมุทรสาคร,ต.ปากน้ำ อ.เมือง, สมุทรปราการ,ต.ทรงคนอง อ.พระประแดง, สมุทรปราการ,ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง, ปทุมธานี,ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด, นนทบุรี,ต.นครปฐม อ.เมือง, นครปฐม

กรุงเทพมหานคร ได้แก่ เขตสะพานสูง,ริมถนนพหลโยธิน เขตบางเขน ,แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่, เขตลาดพร้าว,แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ,แขวงคลองเตย เขตคลองเตย, ริมถนนสามเสน เขตพระนคร, ริมถนนเอกชัย เขตบางบอน,ริมถนนมาเจริญ เพชรเกษม 81 เขตหนองแขม, ริมถนนเพชรเกษม เขตภาษีเจริญ

ริมถนนคลองทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา, ริมถนนพุทธมณฑล 1 เขตตลิ่งชัน,ริมถนนซอยนิคมบ้านพักรถไฟธนบุรี 5 เขตบางกอกน้อย, ริมถนนแยกท่าพระ เขตบางกอกใหญ่,ริมถนนเจริญนคร เขตคลองสาน,ริมถนนรัชดาภิเษก-ท่าพระ เขตธนบุรี, ริมถนนศรีนครินทร์ เขตประเวศ, ริมถนนเลียบวารี เขตหนองจอก

ริมถนนสีหบุรานุกิจ เขตมีนบุรี,ริมถนนลาดกระบัง เขตลาดกระบัง, แยกสวนสยาม-รามอินทรา เขตคันนายาว,ริมถนนนวมินทร์ แยกบางกะปิ เขตบางกะปิ,ริมถนนสุขาภิบาล5 เขตสายไหม, เขตดอนเมือง, ริมถนนพหลโยธิน แยก ม.เกษตรศาสตร์ เขตจตุจักร,ริมถนนบางนา-ตราด เขตบางนา,ริมถนนพัฒนาการ เขตสวนหลวง,ริมถนนพระราม 3 เขตยานนาวา,แขวงทุ่งวัดดอน เขตสาทร

ริมถนนนราธิวาส เขตบางรัก, ริมถนนพระรามที่ 4 หน้าสามย่านมิตรทาวน์ เขตปทุมวัน,ริมถนนลาดพร้าว ซอยลาดพร้าว 95 เขตวังทองหลาง, ริมถนนพระราม 6 เขตพญาไท,ริมถนนตรีมิตร วงเวียนโอเดียน์ เขตสัมพันธวงศ์, ริมถนนกรุงเกษม เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย, ริมถนนพระราม 5 เขตดุสิต,ริมถนนราษฎร์บูรณะ, เขตราษฎร์บูรณะ,ริมถนนสุขุมวิท เขตพระโขนง,ริมถนนวิภาวดีรังสิต เขตดินแดง

สวนกีฬารามอินทรา เขตบางเขน,สวนหนองจอก เขตหนองจอก,สวนพระนคร เขตลาดกระบัง,สวนทวีวนารมย์ เขตทวีวัฒนา,สวนบางแคภิรมย์ เขตบางแค,สวนเสรีไทย เขตบึงกุ่ม,สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เขตจตุจักร,สวนธนบุรีรมย์ เขตทุ่งครุ,สวนรมณีย์ทุ่งสีกัน เขตดอนเมือง,อุทยานเบญจสิริ เขตคลองเตย,สวน 60 พรรษาสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เขตลาดกระบัง

สวนหลวง ร.9 เขตประเวศ,สวนวชิรเบญจทัศ เขตจตุจักร,เขตบางคอแหลม, ริมถนนพระราม 2 เขตบางขุนเทียน,เขตบางแค, กรุงเทพฯ,ริมถนนจรัญสนิทวงศ์ เขตบางพลัด, เขตจอมทอง,เขตคลองสามวา,แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม,ริมถนนดินแดง เขตดินแดง,ริมถนนลาดพร้าว เขตวังทองหลาง,ริมถนนอินทรพิทักษ์ เขตธนบุรี, แขวงดินแดง เขตดินแดง,แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ, แขวงบางนา เขตบางนา, ริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน, แขวงหิรัญรูจี เขตธนบุรี.-008 

ขณะที่ ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานครขอรายงานสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ของสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรุงเทพมหานคร ประจำวันอังคารที่ 22 มกราคม 2566 เวลา 07.00 น. ตรวจวัดค่าฝุ่นละออง PM2.5 ได้ 41-81 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) โดยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับเมื่อวานในช่วงเวลาเดียวกัน และพบว่าเกินค่ามาตรฐาน (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.) จำนวน 59 พื้นที่

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สถานการณ์เปลี่ยน โควิด-19ยุคโอมิครอน คำแนะนำองค์การอนามัยโลก

Posted on January 24, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/706247

สถานการณ์เปลี่ยน โควิด-19ยุคโอมิครอน คำแนะนำองค์การอนามัยโลก

สถานการณ์เปลี่ยน โควิด-19ยุคโอมิครอน คำแนะนำองค์การอนามัยโลก

วันอังคาร ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2566, 07.45 น.

สถานการณ์เปลี่ยน โควิด-19ยุคโอมิครอน คำแนะนำองค์การอนามัยโลก

24 มกราคม 2566 นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสเฟซบุ๊กส่วนตัว Yong Poovorawan เกี่ยวกับสถานการณ์ “วิด-19” มีเนื้อหาดังนี้…

โควิด-19  คำแนะนำองค์การอนามัยโลก

ยง ภู่วรวรรณ

ราชบัณฑิต

24 มกราคม 2566

เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน การปรับแนวทางตามสถานการณ์ ปัจจุบันเป็นยุคของโอมิครอน ความรุนแรงลดลง การกักตัวในผู้ป่วยตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (13 มีนาคม 2566)

1.ผู้ป่วย covid-19 ถ้าไม่ได้มีการตรวจซ้ำ ให้กักตัว 10 วัน นับจากมีอาการ ถ้ามีการตรวจ ATK ซ้ำ ถ้าได้ขีดเดียวก็พ้นการกักตัว

2.ผู้ป่วยไม่มีอาการ แต่ตรวจพบ (ATK 2 ขีด) ให้แยกกักตัวเพียง 5 วัน

องค์การอนามัยโลก ยังแนะนำการใช้หน้ากากอนามัย

1.ในผู้สัมผัสผู้ป่วย ใส่หน้ากากอนามัย 5-7 วัน จนพ้นระยะฟักตัว

ผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจหรือสงสัยเป็นโควิด

2.กลุ่มเสี่ยงสูง อย่างที่เรารู้กันใน 608

3.เมื่อไปอยู่ในคนหมู่มาก สถานที่ปิด เช่น รถไฟฟ้า รถบัส และขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแต่ละประเทศ

-005

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fweb.facebook.com%2Fyong.poovorawan%2Fposts%2Fpfbid028yUzWWS6F1ndgLf7VPeHVwrF4bGYzYcHYTz524wMtKonNQ2XZRcK9ZPoY31bbUtJl&show_text=true&width=500

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ขังแมว12ตัวไว้ในบ้าน อดอาหาร2 เดือนกินซากกันเอง ชาวบ้านสุดทนเข้าช่วยรอด3ตัว

Posted on January 24, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/706245

ขังแมว12ตัวไว้ในบ้าน อดอาหาร2 เดือนกินซากกันเอง ชาวบ้านสุดทนเข้าช่วยรอด3ตัว

ขังแมว12ตัวไว้ในบ้าน อดอาหาร2 เดือนกินซากกันเอง ชาวบ้านสุดทนเข้าช่วยรอด3ตัว

วันอังคาร ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2566, 07.34 น.

23 มกราคม 2566 ชาวบ้านสุดทนเจ้าของบ้านขังแมว 12 ตัวไว้ในบ้าน อดอาหารนานกว่า 2 เดือน จนต้องกินเนื้อกันเอง รายนี้เปิดเผยเมื่อเวลา 14.00 น. วันนี้ ( 13 ม.ค.66 ) ชาวบ้านที่อาศัยในหมู่บ้านพัทยารุ่งเรือง ซ.เนินพลับหวาน ต.หรนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ร้องเรียนผู้สื่อข่าว

หลังมีเจ้าของบ้านขังแมวจำนวน 12 ตัว ไว้ในบ้านเลขที่ 50/50 ซ.6/2  ของหมู่บ้านดังกล่าว จนอดอาหารต้องกินเนื้อกันเอง จนชาวบ้านต้องเข้าไปช่วยโชคดียังรอดอีก 3 ตัว ชาวบ้านจึงเก็บมาเลี้ยงดู

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่พบกับนางสำราญ วุธโน อายุ 54 ปี ชาวบ้านที่อาศัยในหมู่บ้านดังกล่าว ซึ่งได้พาผู้สื่อข่าวไปยังบ้านหลังดังกล่าวที่ตั้งอยู่ภายในซอย 6/2 พบว่าเป็นบ้านเดี่ยวชั้นเดียวสภาพบ้านมีหญ้าขึ้นจำนวนมาก

ผู้สื่อข่าวจึงเดินเข้าสำรวจภายในบ้านพบว่า มีแต่กลิ่นเน่าเหม็นไปทั่ว ภายในบ้านมีจำนวน 2 ห้องนอน พบว่ามีกรงขังแมวอยู่ นอกจากนั้นยังพบซากแมวที่เหลือแต่โครงกระดูกจำนวนหลายโครง นอกจากนั้นยังพบแมวที่นอนตายภายในบ้านอีก

ด้าน นางสำราญ เล่าว่า ข้างบ้านหลังที่ติดกับบ้านที่ขังแมว บอกว่า มีกลิ่นเหม็นเน่าออกมาจนทนไม่ได้ ตนเองพร้อมชาวบ้านคนอื่นก็เลยทุบประตูรั้วด้านหน้าแล้วเข้าไป พบว่าแมวส่วนใหญ่เสียชีวิตและเหลือแต่โครงกระดูก จึงได้เดินดูพบว่ายังมีแมวอีก 3 ตัวยังไม่ตาย จึงนำออกมาและชาวบ้านได้ขอนำไปเลี้ยง

นางสำราญ ยังเล่าเพิ่มเติมว่า แต่ก่อนบ้านหลังดังกล่าวมีคนอยู่เจ้าของบ้านก็เลี้ยงแมวมากว่า 3 ปี แต่เจ้าของบ้านเขาก็ทำความสะอาดไม่มีปัญหาอะไร แต่มาก่อนหน้านี้ประมาณ 2 เดือน เจ้าของบ้านได้ย้ายออกไป แต่ไม่เอาแมวที่เลี้ยงไปด้วยประมาณ 12 ตัว ปล่อยทิ้งไว้ ไม่มีอาหารให้แมวกิน มันก็หิวจนกินเนื้อกันเอง  

นอกจากนั้น ตนเองก่อนหน้าที่จะเข้าบ้านไปดู ได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองปรือ ให้มาตรวจสอบตำรวจก็มาแต่ไม่เข้าไปบอกเพียงว่านึกว่ามีคนตาย แมวตายตำรวจจะทำอะไรได้ แต่จะทำอะไรให้ตำรวจไปก่อนนะ ซึ่งตนเองก็งงเหมือนกัน จึงได้ร้องมายังผู้สื่อข่าวให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยดำเนินการอย่างไรก็ได้ เพราะแมวที่เหลืออีกตัวนั้นยังมีบาดแผล และยังต้องรักษาอาการบาดเจ็บ.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘กระบอกตั๋ว’ตอบโจทย์‘รถเมล์เมืองไทย’ เพจดังไขข้อข้องใจ..ไฉนใช้ระบบอื่นแล้วไม่เวิร์ค

Posted on January 24, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/706235

‘กระบอกตั๋ว’ตอบโจทย์‘รถเมล์เมืองไทย’ เพจดังไขข้อข้องใจ..ไฉนใช้ระบบอื่นแล้วไม่เวิร์ค

‘กระบอกตั๋ว’ตอบโจทย์‘รถเมล์เมืองไทย’ เพจดังไขข้อข้องใจ..ไฉนใช้ระบบอื่นแล้วไม่เวิร์ค

วันจันทร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2566, 21.29 น.

วันที่ 23 มกราคม 2566 เพจเฟซบุ๊ก “Bangkok Buses-รถเมล์กรุงเทพ” เผยแพร่บทความ “กระบอก…ยังไงก็ฆ่าไม่ตาย” เนื้อหาดังนี้

กระบอก…คือชีวิตคนรถเมล์
กระบอก…คือเครื่องมือทำมาหากิน

กระบอก คือเครื่องมืออุปกรณ์การจัดเก็บค่าโดยสารบนยานพาหนะต่างๆมาทุกยุคทุกสมัย ที่บรรพบุรุษคนโบราณได้คิดมาเสร็จสรรพทั้งทอนทั้งฉีกตั๋วทั้งเหรียญทอน เบ็ดเสร็จในกระบอกเดียว ไล่มาตั้งแต่ รถราง เรือโดยสาร รถไฟ มาจนกระทั่งบนรถเมล์ก็ยังใช้เก็บค่าโดยสารกับผู้โดยสารอยู่จนกระทั่งถึงทุกวันนี้

เป็นระบบที่คลาสสิคสามารถเก็บค่าโดยสารได้ตั้งแต่ รถเมล์ฟรี 0บาท จนไปถึง หลักร้อย หลักพัน หลักหมื่นต่อวันได้ แค่ผลิตตั๋วราคานั้นๆใส่กระบอก เตรียมเหรียญทอนจบ แค่นี้ก็พร้อมให้บริการชำระค่าโดยสารได้ทันที

สำหรับวงการรถเมล์ ประเภทชำระที่ไม่รอดมีตั้งแต่
แคชบ้อกซ์ขึ้นหลังลงหน้าก็ไม่รอด
>หยอดฝาเบียร์ ขึ้นผิดประตู ไม่มีทอน ที่กั้นพัง
แคชบ้อกซ์ขึ้นหน้าลงหลังก็ไม่รอด
>กว่าจะขึ้นได้ทีละคนรถติดยาวเหยียดไม่มีบัสเลน
แตะบัตรระบบไม่เสถียรก็ไม่รอด
>คำนวนช้า สัญญาณพัง ปริ้นท์ตั๋วช้า แบตหมด

ทำไมถึงไม่รอด ดูกายภาพเมือง วินัยการจราจรซะก่อน

ถ้าจะทำสิ่งที่ไม่รอดให้มันรอดเนี่ยต้องมีตั้งแต่
บัสเลน(หาว่าแดกเลนรถส่วนตัวอีก)
ช่องจอดป้ายรถเมล์(ก็ไม่พ้นแท้กซี่เสียบอยู่ดี)
ระบบต้องเสถียรมากพอในทุกวัน(ระบบล่มอยู่ดี)
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้โดยสาร(ต้องทำเป็นสิบๆปี)

ระบบกระบอก เป็นระบบค่านิยมที่ปลูกฝังพฤติกรรมผู้โดยสารคนไทยมาช้านานกว่าครึ่งศตวรรษ ด้วยการขึ้นไปนั่งก่อนแล้วจ่ายทีหลังทำให้การจราจรที่คับคั่งในกทม.ใช้เวลาเพียงไม่นานก็สามารถออกรถจากป้ายได้ ประกอบกับมีพนักงานเก็บสตางค์เป็นทั้งเก็บค่าโดยสาร ดูแลผู้โดยสารบนรถและลงรถ เบ็ดเสร็จในรถคันเดียว

คิดจะเปลี่ยนพฤติกรรมผู้โดยสาร…บอกเลยว่ายาก
อาจจะต้องใช้เวลานานมากเป็นสิบปีกว่าจะเปลี่ยนได้

บางคนบอกต่างประเทศทำไมทำได้…..
เข้าใจว่าอยากจะเปลี่ยนแต่อย่าลืมว่าที่นี่คือไทยแลนด์

กระบอกก็เลยผ่านมาทุกยุคทุกสมัย ไม่ตายง่ายๆหรอก
 

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fbangkokbuses%2Fposts%2Fpfbid02v3eQhmXLdPhPwug2YArGjF4Xgf8V4RFywHNigKbiJa84Vxw9rcZRquYhAyJw4Vwal&show_text=true&width=500

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วงเสวนาชี้ไม่จำเป็นต้องเลื่อนใช้กม.‘ทรมาน-อุ้มหาย’ตามที่ตร.เรียกร้อง ย้ำข้อกังวลทุกอย่างแก้ไขได้

Posted on January 24, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/706233

วงเสวนาชี้ไม่จำเป็นต้องเลื่อนใช้กม.‘ทรมาน-อุ้มหาย’ตามที่ตร.เรียกร้อง ย้ำข้อกังวลทุกอย่างแก้ไขได้

วงเสวนาชี้ไม่จำเป็นต้องเลื่อนใช้กม.‘ทรมาน-อุ้มหาย’ตามที่ตร.เรียกร้อง ย้ำข้อกังวลทุกอย่างแก้ไขได้

วันจันทร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2566, 21.20 น.

23 ม.ค. 2566 ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ศูนย์ราชการฯ ถ.แจ้งวัฒนะ ย่านหลักสี่ กรุงเทพฯ มีการจัดเสวนาเรื่อง “พ.ร.บ. ซ้อมทรมานและอุ้มหาย เดินหน้าหรือชะลอ ใครได้ ใครเสีย?” ซึ่งสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2566 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) โดย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ได้ลงนามในหนังสือขอให้มีการชะลอในเรื่องของการบังคับใช้ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 22 ก.พ. 2566 

นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จ.ยะลา พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า กฎหมายป้องกันการซ้อมทรมานการกระทำให้บุคคลสูญหาย หรือการอุ้มหายนั้นมีความพยายามร่างกันมาครั้งหนึ่งในยุคสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในยุครัฐบาล คสช. แต่ยังไม่แล้วเสร็จก็ยุบสภาและมีการเลือกตั้งเสียก่อน แต่เมื่อมีสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่จากการเลือกตั้ง ก็มีทั้งภาคประชาสังคม ฝ่ายการเมืองทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน ร่างกฎหมายนี้ส่งเข้ามาให้สภาพิจารณา

กระทั่งเกิดคดีที่ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือผู้กำกับโจ้ ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ ร่วมกับพวกใช้ถุงดำคลุมศีรษะผู้ต้องหาคดียาเสพติดจนผู้ต้องหาเสียชีวิต คดีนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ร่างกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ถูกเสนอเข้าสู่สภาและผ่านการพิจารณาทั้งในชั้น ส.ส. และสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จนกฎหมายสามารถผ่านออกมาจากทั้ง 2 สภา และประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้ในที่สุด

นายอาดิลัน กล่าวต่อไปว่า ในวันที่ 22 ธ.ค. 2565 คณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ในคณะ กมธ. การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ได้เชิญทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้กฎหมายฉบับนี้ เช่น สตช. กระทรวงกลาโหม กระทรวงยุติธรรม โดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ สำนักงานอัยการสูงสุด กระทรวงมหาดไทย 

ซึ่งแม้จะมีข้อกังวลจากหน่วยงานต่างๆ เช่น การต้องเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง การอบรมให้ความรู้กับเจ้าหน้าที่ แต่ก็จะมีการตั้งคณะกรรมการร่วมกันเพื่อออกแนวปฏิบัติกลางสำหรับใช้ร่วมกัน และทุกหน่วยงานยืนยันว่าไม่เป็นอุปสรรคหากกฎหมายมีผลบังคับใช้ในวันที่ 22 ก.พ. 2566 กระทั่งมาเกิดกรณี ผบ.ตร. ทำหนังสือถึงกระทรวงยุติธรรม ขอขยายเวลาบังคับใช้ด้วย 3 เหตุผล ทั้งที่เหตุผลเหล่านั้นได้พูดคุยกันไปแล้วตั้งแต่วันที่ 22 ธ.ค. 2565 และยืนยันว่าไม่ได้มีข้อขัดข้องใดๆ 

“เรื่องของงบประมาณ ถึงแม้งบประมาณ 3 พันกว่าล้านบาทไม่สามารถจะได้ในทันที แต่เครื่องไม้เครื่องมือที่มีอยู่แล้วก็สามารถปฏิบัติได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องไม้เครื่องในส่วนการตรวจค้นจับกุม มีระเบียบปี 2564 ที่อดีต ผบ.ตร. ท่านก่อนหน้านี้ได้ออกคำสั่งในการปฏิบัติแล้วว่าในการจับกุมต้องมีเครื่องมือบันทึกภาพ-เสียงเคลื่อนไหวอยู่แล้ว แสดงว่าในสถานีตำรวจทุก สน. ทุก สภ. มีเครื่องไม้เครื่องมือในการปฏิบัติโดยไม่ได้มีเหตุขัดข้องใดๆ ทั้งสิ้น ประเด็นข้อห่วงใยเรื่องเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 แสนกว่านายต้องมีกล้องนั้น ผมคิดว่าอาจเป็นการเตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ แต่ความจริงแล้วไม่จำเป็นต้องมีทุกท่าน เอาเฉพาะคนที่เข้าเวร” นายอาดิลัน กล่าว

น.ส.นรีลักษณ์ แพไชยภูมิ ผู้อำนวยการกองสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ  กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ  กระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ก่อนหน้านี้กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เคยพูดคุยกับหลายหน่วยงานทั้ง สตช. สำนักงานศาลยุติธรรม กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง อัยการ กรมราชทัณฑ์ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 

หรือก็คือไปทุกหน่วยงานที่มีอำนาจจับกุมควบคุมตัวผู้กระทำผิด เพื่อให้ผู้บริหารของหน่วยงานเหล่านี้เข้าใจความสำคัญของ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 รวมไปถึงการตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อวางระเบียบร่วมกัน ซึ่งปัจจุบันระเบียบว่าด้วยการแจ้งและการบันทึกการจับกุมและควบคุมตัวนั้นเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงหลักเกณฑ์การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ที่ปัจจุบันให้ใช้ พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 เป็นเบื้องต้น
“เราอยู่ระหว่างทำหลักเกณฑ์การเยียวยาเพื่อให้ครอบคลุมมากกว่าเรื่องของเงิน ก็จะเป็นการเยียวยาเรื่องอื่นๆ ในมิติอื่นๆ ด้วย อันนี้จะเป็นเรื่องเดี๋ยวที่เราจะไปวงเล็กในการพูดคุยกับหน่วยไม่ว่าจะเป็นกรมบัญชีกลาง สำนักงบประมาณ หรือหน่วยที่มีหน้าที่เยียวยา ไม่ว่าจะเป็นของ พม. ของกระทรวงสาธารณสุข ก็จะเข้ามาในเรืองของการเยียวยา ซึ่งอันนี้ก็เป็นสิ่งที่เราเตรียมการในเชิงการวางระเบียบ” น.ส.นรีลักษณ์ กล่าว

นายน้ำแท้ มีบุญสล้าง ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาการสอบสวนและการดำเนินคดี สำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า ในด้านความพร้อมปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ส่วนของหน่วยงานอื่นตนคงไปตอบแทนไมได้ แต่ในส่วนของสำนักงานอัยการสูงสุดก็เตรียมความพร้อมแล้วกว่าร้อยละ 80 และหากจะรอให้พร้อมทั้ง 100% ก็คงไม่ต้องทำงานไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานใดหรือกฎหมายฉบับใดก็ตาม 

โดยก่อนหน้านี้ก็เคยมีกรณีหลักเกณฑ์การสอบสวนเด็กหรือเยาวชนที่เป็นผู้เกี่ยวข้องในคดีความต่างๆ ซึ่งกำหนดให้ต้องมีทีมสหวิชาชีพร่วมในกระบวนการสอบาสวนด้วย ในช่วงแรกๆ ก็มีเสียงสะท้อนว่ายุ่งยากวุ่นวาย แต่ท้ายที่สุดก็ทำกันมาได้จนตกผลึกเป็นแนวปฏิบัติที่ลงตัว และต้องบอกว่า กฎหมายป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย เป็นกฎหมายที่มีแล้วในหลายประเทศ 

อาทิ สหรัฐอเมริกา ซึ่งตนมีโอกาสได้ไปฝึกงานเป็นอัยการอยู่ 4-5 เดือน ตำรวจมีแนวปฏิบัติว่าขณะเข้าจับกุมผู้กระทำผิดหากไม่มีการบันทึกภาพปฏิบัติการไว้ หากผู้ถูกจับกุมร้องเรียนและมีผลตรวจร่างกายว่าได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจะมีความผิด ขณะที่กฎหมายของไทยเรื่องการติดกล้องบันทึกเการจับกุมตลอดเหตุกาณ์ จะมีข้อยกเว้นหากเป็นเหตุสุดวิสัย 

เช่น คนร้ายกระโดดลงน้ำแล้วตำรวจลงตาม หรือเกิดเหตุชุลมุนต่อสู้ขัดขวางเจ้าหน้าที่จนกล้องเสีย จะมีผู้ตรวจคืออัยการและฝ่ายปกครอง นอกจากอ่านบันทึกการจับกุมแล้วยังตรวจกล้องด้วย ส่วนข้อกังวลว่าสหรัฐฯ เป็นประเทศที่มีเทคโนโลยีล้ำหน้าแล้วประเทศไทยจะทำได้อย่างเขาหรือไม่ แต่เรื่องกล้องนี้ไม่ใช่เทคโนโลยีล้ำเลิศอะไร ขอเพียงมีสัญญาณอินเตอร์เน็ต มีโปรแกรม และมีช่องทางติดต่อก็สามารถทำได้แล้ว

“ระบบกล้องที่เราใช้ในกฎหมายฉบับนี้มันทำให้ Due Process of Law (กระบวนการอันชอบธรรมของกฎหมาย) เป็นความจริง ก็คือเขาบังคับให้คุณไม่ทรมานคน ไม่ทุบคน เจ้าหน้าที่ต้องใช้อำนาจโดยชอบด้วยกฎหมาย ใช้อำนาจจับกุมใช้กำลังตามสมควร ควบคุมตามกฎหมายอันสมควร แจ้งสิทธิ์เขา เอาเขาไปที่ทำการทันที เมื่อไม่ทำ ไม่มีระบบตรวจสอบก็เอากล้องมาตรวจสอบ” ผอ.สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาการสอบสวนและการดำเนินคดี สำนักงานอัยการสูงสุด กล่าว

นายสมชาย หอมลออ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมายของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ยังเพิ่มโอกาสให้ผู้ที่อยู่กินฉันท์สามี-ภรรยา แม้ไม่ได้จดทะเบียนสมรสสามารถเป็นโจทก์ร่วมในการฟ้องคดีได้หากอีกฝ่ายตกเป็นเหยื่อถูกซ้อมทรมานหรืออุ้มหาย ซึ่งเป็นการถอดบทเรียนจากกรณี นายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ ตัวแทนกลุ่มชาติพันธุ์ที่ถูกอุ้มหายเพราะออกมาเรียกร้องสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง แต่ภรรยาไม่สามารถเป็นโจทย์ร่วมเพราะไม่ได้จดทะเบียนสมรส
“ถ้าไปแจ้งความในฐานะผู้ร้องทุกข์ด้วยแน่นอนก็ต้องหาพยานหลักฐานมาสนับสนุนพอสมควรว่าตนเองว่าแป็นผู้ที่อยู่กินกันฉันท์สามี-ภรรยา เช่น พยานบุคคลที่เชื่อถือได้หรือพยานเอกสาร เช่น ทะเบียนบ้าน เรื่องการอยู่บ้านเดียวกัน หรือลูกซึ่งมันมีระบุชื่อว่าเราซึ่งเป็นภรรยาแล้วไม่ได้จดทะเบียน เป็นแม่ของลูกของคนที่สูญหายไปอย่างนี้เป็นต้น” นายสมชาย กล่าว

นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า หากเทียบกับ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 หรือกฎหมาย PDPA ที่เลื่อนมากว่า 2 ปีกว่าจะมีผลบังคับใช้ในปี 2565 แล้วไม่เหมือนกัน เพราะ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ผู้ที่เสนอให้เลื่อนการบังคับใช้ออกไปก่อนคือกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ขณะเดียวกันก็ไม่มีหน่วยงานอื่นๆ รวมถึงฝ่ายนิติบัญญัติในรัฐสภา ตลอดจนประชาชนทั่วไปก็ไมได้ขัดข้อง จึงไม่มีปัญหาอะไร

แต่ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 เนื่องจาก 1.หน่วยงานที่ไม่พร้อมมีเพียง สตช. เพียงหน่วยงานเดียวที่เสนอมา 2.ข้อกังวลของ สตช. จริงๆ แล้วก็สามารถแก้ไขได้ทั้งหมด เช่น ความไม่พร้อมเรื่องกล้องสำหรับเจ้าหน้าที่ แต่การมีกฎหมายก็จะทำให้การตั้งงบประมาณในปีต่อๆ ไปมีเรื่องนี้เข้ามา แต่เบื้องต้นก็ไม่จำเป็นว่าตำรวจทุกนายต้องมีกล้อง เพียงแต่ให้มีไว้ในจุดที่ควรมี เช่น สถานที่สอบสวน หรือเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม อีกทั้งกฎหมายยังเปิดช่องให้ชี้แจงเหตุผลที่ไม่สามารถใช้กล้องบันทึกเหตุการณ์ไว้ด้วย

หรือการอบรมให้เจ้าหน้าที่มีทักษะ ทาง สตช. ก็มีระเบียบเรื่องนี้ตั้งแต่ปี 2564 ในยุคที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. อีกทั้ง กสม. ยังเคยจัดทำข้อเสนอให้ทั้ง สตช. และกระทรวงกลาโหม เร่งอบรมเพื่อเพิ่มศักยภาพเจ้าหน้าที่ ที่สำคัญคือ ที่ผ่านมา ตั้งแต่ขณะที่กฎหมายยังอยู่ในชั้นพิจารณา จนถึงกระทั่งเมื่อกฎหมายผ่านออกมาประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วและทาง กมธ.การกฎกมายฯ ก็เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือมาทำความเข้าใจ ก็ สตช. ไม่เคยแจ้งข้อกังวลเรื่องความพร้อมแต่อย่างใด

“กฎหมายนี้เป็นกฎหมายที่สำคัญมาก กฎหมายนี้จะช่วยทั้งประชาชนได้รับการคุ้มครองสิทธิ์ที่ดียิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันก็เป็นการคุ้มครองเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานด้วย เข้าใจว่ามีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องการซ้อมทรมานหรือการอุ้มหายอยู่เยอะ ถ้าหากว่ากฎหมายนี้ถูกบังคับใช้ การดำเนินการของเจ้าหน้าที่มีความโปร่งใสมากขึ้น เรื่องร้องเรียนเหล่านี้ก็จะลดน้อยถอยลง” นายวสันต์ กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
https://www.naewna.com/politic/703775 ‘โรม’สับแหลก! ผบ.ตร.ไบโพลาร์-ล้มเหลว สั่งชะลอ’พรบ.อุ้มหาย’อ้างไม่พร้อม 
https://www.naewna.com/politic/705269 กมธ.กฎหมายฯ’แจ้ง‘บิ๊กตู่’กังวล‘ร่างพ.ร.บ.อุ้มหายฯ’บังคับใช้ไม่ทัน 22 ก.พ.นี้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,910,270 hits

Join 4,114 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

นักวิชาการ มธ. ชม นโยบายรัฐ ชง 3 มาตรการเติมเต็มช่องว่าง หนุน โซลาร์เซลล์ประชาชน
สรุปมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประจำวันที่ 11 เมษายน 2569
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เสด็จทรงเป็นองค์ปาฐก ถ่ายทอดองค์ความรู้ชุดไทยสู่เวทีโลก
แหล่งข่าวเผย ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน "บาดเจ็บสาหัส-เสียโฉม" จากเหตุถล่มเตหะราน
มาร์ค แจงดรามา วีระพงษ์ ย้ำต้องไขก๊อกพรรคเพื่อความสง่างาม
ครม.ไฟเขียวมาตรการเยียวยาขนส่ง อัดฉีดงบอุ้มรถกว่า 4.6 แสนคัน เปิดลงทะเบียน 16-19 เม.ย.69
พบแล้ว11ลำ DSIแกะรอยกลางทะเล เรือขนถ่ายกักตุนน้ำมัน
ธรรมนัส อวยพรสงกรานต์ ชี้ แม้เป็นเทศกาลแห่งความสุข แต่ปชช.ยังเผชิญค่าครองชีพพุ่งสูง
ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ
แวนซ์เผย ไม่มีข้อตกลงกับอิหร่าน แม้เจรจามาราธอน 21 ชม.

Recent Posts

  • ไซโคลน “ไวอานู” ถล่มเกาะเหนือนิวซีแลนด์ ลมกระโชกแรง-ฝนตกหนัก สั่งอพยพคนนับร้อย
  • จีนออก 10 มาตรการจูงใจไต้หวัน หลังผู้นำฝ่ายค้านพบสี จิ้นผิง
  • สหรัฐฯ–อิหร่านเจรจาสันติภาพล่ม ไร้ข้อตกลงหลังหารือประวัติศาสตร์ที่ปากีสถาน
  • ตำรวจลอนดอนจับกุมผู้ประท้วง 523 ราย รวมตัวค้านคำสั่งแบนกลุ่ม Palestine Action
  • ชายคลั่งใช้มีดไล่ฟันคนในสถานีรถไฟใต้ดินนิวยอร์ก บาดเจ็บ 3 ราย ก่อนถูกตำรวจวิสามัญ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d