Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

เจ้าบ่าวยกขบวนขันหมากพร้อมทอง2บาทสู่ขอหนุ่มวัย22ปี ผ่านประตูโซ่ตรวน

Posted on January 20, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/705652

เจ้าบ่าวยกขบวนขันหมากพร้อมทอง2บาทสู่ขอหนุ่มวัย22ปี ผ่านประตูโซ่ตรวน

เจ้าบ่าวยกขบวนขันหมากพร้อมทอง2บาทสู่ขอหนุ่มวัย22ปี ผ่านประตูโซ่ตรวน

วันศุกร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2566, 17.02 น.

20 ม.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านฮือฮาการแห่ขบวนขันหมาก เข้าประตูวิวาของเจ้าบ่าว นายภูวนัตด์ บุญมา หรือบูม อายุ 22 ปี พร้อมผู้เป็นพ่อ แม่ และญาติ ที่เดินทางมาจาก อ.อำนาจเจริญ จ.อุบลราชธานี เข้าแต่งงานกับเจ้าสาว นายชลนธร ฝาชัยภูมิ หรือน้องเจนนี่อายุ 22 ปี สาวสอง ที่จัดขึ้นที่บ้านเลขที่ 59 บ้านกุดขมิ้น หมู่ 7 ต.นาฝาย อ.เมือง จ.ชัยภูมิ แต่ถึงแม้จะเป็นการแต่งงานระหว่างชายกับชาย ฝ่ายเจ้าบ่าวที่เดินทางมาจาก อ.อำนาญเจริญ จ.อุบลราชธานี ก็ได้มีการจัดเครื่องขันหมากตามประเพณี และเมื่อขบวนเข้ามาถึง ได้พบกับญาติพี่น้องของฝ่ายเจ้าสาว ที่ได้นำสร้อยคอทองคำ และเข็มขัดนาคมาขวางกั้นทำเป็นประตูเงินและประตูทอง ซึ่งทำให้ฝ่ายเจ้าบ่าวต้องนำซองเงินที่เตรียมมาไว้แจกให้แก่ผู้ที่กั้นกว่า 4 ประตูด้วยกัน ที่สดุดตาเป็นพิเศษ เห็นจะเป็นประตูเงินประตูทอง ประตูสุดท้ายที่นำโซ่ตรวน ขนาดใหญ่มากั้นทำเป็นประตูเงิน ประตูทอง ซึ่งเจ้าบ่าวต้องจ่ายหนักถึงจะยอมให้เจ้าบ่าวเข้าไปหาเจ้าสาวได้

ซึ่งญาติฝ่ายเจ้าสาว ได้ทำพิธีล้างเท้าให้เจ้าบ่าวก่อน และต้องเดินถอยหลังเข้าบริเวณแต่งงานผูกข้อต่อแขนตามธรรมเนียมของชาวอีสาน และเป็นการแก้เคล็ดในเรื่องของดาวเพดาล ชายแต่งงานกับชาย เข้าสู่พื้นที่จัดเตรียมไว้ ซึ่งผู้เป็นพ่อและญาติฝ่ายเจ้าบ่าว ได้ได้นำเงินสด 50,000 บาท พร้อมสร้อยคอทองคำ 2 บาท เป็นค่าสินสอดในการของแต่งงานกับน้องเจนนี่(นายชลนธร ฝาชัยภูมิ (เจ้าสาว) นายนันทร ฝาชัยภูมิ ผู้เป็นพ่อของเจ้าสาว(น้องเจนนี่) มาหอบเงินค่าสินสอนยกขึ้นไหลนำไปเก็บรักษาในบ้าน แล้วเป็นการผูกข้อต่อแขนให้กับเจ้าบ่าว และเจ้าสาว มี พ.ต.อ.สรวิศ มาร์อินทร์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาฝาย ได้เป็นประธานในพิธีแต่งงานชายแต่งกับชาย ระหว่าง นายชลนธร ฝาชัยภูมิ อายุ 22 ปี (เจ้าสาว) กับนายภูวนัตด์ บุญมา อายุ 22 ปี (เจ้าบ่าว) ชาว อ.อำนาญเจริญ จ.อุบลราชธานี ซึ่งทั้งญาติฝ่ายเจ้าบ่าว และฝ่ายเจ้าสาว ที่มาร่วมในพิธีจำนวนมาก ต่างทยอยเข้าร่วมผูกข้อต่อแขน และร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีวิวาห์ ของนายภูวนัตด์ บุญมา อายุ 22 ปี (เจ้าบ่าว) ชาว อ.อำนาญเจริญ จ.อุบลราชธานี กับน้องเจนนี่(นายชลนธร ฝาชัยภูมิ (เจ้าสาว)จำนวนมาก เพื่อความเป็นสิริมงคล 

ซึ่งทั้งนายภูวนัตด์ บุญมา อายุ 22 ปี (เจ้าบ่าว) ชาว อ.อำนาญเจริญ จ.อุบลราชธานี กับน้องเจนนี่(นายชลนธร ฝาชัยภูมิ (เจ้าสาว) ทั้งคู่ยังเปิดใจว่า ได้รู้จักกันทางเฟสบุคส์ แล้วได้คบหาดูใจกันมานานกว่า 1 ปี 7 เดือนแล้ว และตลอดเวลาที่คบหากัน ญาติของทั้งสองฝ่ายก็ทราบเป็นอย่างดี และเข้าใจในความรักของทั้งสองที่มีต่อกัน ไม่มีใครขัดขวางหรือกีดกัน จนกระทั่งความรักของทั้งสองสุกงอม จึงตกลงปลงใจที่จะใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน จึงได้จัดงานแต่งในวันนี้ขึ้น

ในขณะที่นายนันทร ฝาชัยภูมิ ผู้เป็นพ่อของน้องเจนนี่ หรือนายชลนธร ฝาชัยภูมิ (เจ้าสาว)บอกว่ารู้ว่าน้องมีพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศมาตอนที่เรียนหนังสืออยู่ชั้น ม.5 เมื่อเรียนจบไปเรียนต่อที่ จ.นครราชสีมา แต่ก็ไม่ได้รังเกียรติลูกชาย ที่เบี่ยงเบนทางเพศแต่อย่างใด เมื่อลูกที่ตนเองให้กำเนิด มีความชอบอะไรก็ไม่ได้ว่าอะไร เลี้ยงลูกเลี้ยงได้แต่ตัวส่วนความคิด อยากเป็นอะไร ดำเนินชีวิตอย่างไรก็แล้วแต่ลูก………เสียง……
บรรยากาศการแต่งงานเต็มไปด้วยความสุข ความชื่นมื่นของเจ้าบ่าวและเจ้าสาว บรรดาญาติของทั้ง 2 ฝ่าย ต่างได้แสดงออกถึงความยินดีที่ทั้ง 2 คน ได้เข้าประตูวิวาห์ในครั้งนี้.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

น่ารัก!เจ้าถุงเงินแมว 3 สีไม่สนเนื้อสัตว์กินแต่อาหารมังสวิรัติ

Posted on January 20, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/705642

น่ารัก!เจ้าถุงเงินแมว 3 สีไม่สนเนื้อสัตว์กินแต่อาหารมังสวิรัติ

น่ารัก!เจ้าถุงเงินแมว 3 สีไม่สนเนื้อสัตว์กินแต่อาหารมังสวิรัติ

วันศุกร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2566, 16.47 น.

น้องแมว 3 สีชื่อถุงเงิน เพศเมียอายุ 9 เดือนไม่สนใจเนื้อสัตว์กินแต่ผักผลไม้มาตั้งแต่เกิด แถมไม่ดื้อ ไม่ดุ ไม่ซน เรียบร้อยน่ารัก เจ้าของเชื่อเป็นแมวนำโชคเพราะเท่าที่เลี้ยงมา มีแต่โชคลาภตลอด

วันนี้ (20 ม.ค.66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ร้านขายเครื่องสำอางภายในตลาดสดเทศบาลนครตรัง (ตลาดเก่า) พบนางสุประวีณ์ ใจจ้อง อายุ 45 ปี เป็นเจ้าของแมวพันธุ์ไทย 3 สี เพศเมีย ชื่อว่า”น้องถุงเงิน” อายุ 9 เดือน ซึ่งน้องถุงเงินเป็นลูกแมวที่มีคนนำมาทิ้งไว้ในตลาด นางสุประวีณ์ฯ เห็นแล้วเกิดความสงสาร จึงเก็บมาเลี้ยงไว้ หวังจะให้ช่วยไล่หนูที่ชอบมาวนเวียนอยู่หน้าร้าน

แต่พอนำมาเลี้ยงแล้วพบว่า น้องถุงเงินไม่กินเนื้อสัตว์ จะเลือกกินแต่ผักและผลไม้ เธอจึงให้กินผัก เช่น ถั่วฝักยาว ผักเหรียง ผักบุ้ง กะหล่ำปลีและผักอื่น ๆ ปรากฏว่าน้องถุงเงินกินอย่างเอร็ดอร่อย และไม่เคยแตะต้องเนื้อสัตว์เลยตั้งแต่เกิด แถมนิสัยดี ไม่ดุ ไม่ดื้อ ไม่ซน ติดเจ้าของ ชอบความสันโดษ แต่ได้กลายเป็นขวัญใจของคนในตลาด ที่เดินผ่านไปผ่านมา ต้องแวะทักทายน้องถุงเงินเป็นประจำ เพราะความน่ารัก และแววตาที่ใสซื่อ บางคนก็เอาผัก ผลไม้มาเป็นของฝากด้วย ซึ่งเจ้าของยอมรับว่า ตั้งแต่เลี้ยงเจ้าถุงเงินมา 9 เดือนนี้ มีโชคลาภเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เชื่อเป็นแมวนำโชค

โดยนำกลับไปนอนด้วยกันที่บ้าน พอเช้ามาก็พามาที่ตลาด ไม่เคยทิ้งน้องถุงเงินไว้ที่ร้าน เพราะกลัวจะหายหรือจะเป็นอันตราย เนื่องจากน้องยังเล็กและยังดูแลตัวเองไม่ได้ ประกอบกับเลี้ยงแล้วรักเหมือนลูก เกิดความผูกพัน ถึงขั้นอาบน้ำแต่งตัว ใส่เสื้อผ้าให้ ใครมาขอมาซื้อก็ไม่ขาย

ด้านนายอดิเทพ อาสนะ อายุ 25 ปีลูกชายของนางสุประวีณ์ฯ เล่าว่า น้องแมวชื่อถุงเงิน ได้นำมาเลี้ยงตั้งแต่เล็กๆ เลี้ยงมาได้ 9 เดือนแล้ว เป็นแมวพันธุ์ไทย มีคนเอามาทิ้งในตลาดเลยเก็บเอามาเลี้ยง นิสัยน้องอยู่นิ่ง ๆ น้องชอบกินผัก เริ่มกินผักตั้งแต่ตอนแรกที่เลี้ยงมา ผักที่กินและชอบมากที่สุดคือถั่วฝักยาว ผักเหมียง กะหล่ำปลี ยังทราบอีกว่าเจ้าถุงเงินเป็นแมวนำโชค ตั้งแต่เอามาเลี้ยงได้รับโชคลาภหลายครั้งแล้ว และเป็นขวัญใจในตลาด ใครผ่านไปมาก็ต้องแวะชม เป็นแมวที่เลี้ยงง่าย ชอบอยู่นิ่งๆ และชอบนอน – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

1 ปีที่ผ่านไป กับชีวิตใหม่ ‘พยาบาลอุ้ม’ ถอดท่อที่คอแล้ว ใบหน้าสวยงามแบบในรูปนี้

Posted on January 20, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/705637

1 ปีที่ผ่านไป กับชีวิตใหม่ 'พยาบาลอุ้ม' ถอดท่อที่คอแล้ว ใบหน้าสวยงามแบบในรูปนี้

1 ปีที่ผ่านไป กับชีวิตใหม่ ‘พยาบาลอุ้ม’ ถอดท่อที่คอแล้ว ใบหน้าสวยงามแบบในรูปนี้

วันศุกร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2566, 16.31 น.

เพจดังอัปเดทอาการ ‘พยาบาลอุ้ม’ ตอนนี้ถอดท่อที่คอได้แล้ว หายใจได้เองเป็นปกติ กินอาหารทางสายยางอยู่ ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ใบหน้าสวยงามแบบในรูปนี้ ขยับร่างกายด้านขวาได้ ยิ้ม ชูสองนิ้ว นั่งได้ และกำลังฝึกยืน

20 ม.ค.66 เพจเฟซบุ๊ก ‘เรื่องเล่าหมอชายแดน’ โพสต์รายงานความคืบหน้าอาการของ ‘น้องอุ้ม’ พยาบาล รพ.อุ้มผาง ที่ประสบอุบัติเหตุ และขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่ รพ.ราชวิถีว่า…

1 ปีที่ผ่านไป กับชีวิตใหม่ของน้องอุ้ม 

ย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่น้องอุ้ม พยาบาลโรงพยาบาลอุ้มผาง ประสบอุบัติเหตุในการปฏิบัติหน้าที่รีเฟอร์ส่งผู้ป่วยบนถนน สายแม่สอด-อุ้มผาง

ตอนนี้ก็ครบ 1 ปีแล้วที่น้องอุ้มได้รับการผ่าตัดและฟื้นฟู โดยรักษาที่โรงพยาบาลแม่สอดในช่วงแรก หลังจากที่อาการทรงตัว ได้ย้ายไปรักษาที่โรงพยาบาลราชวิถี โดยความช่วยเหลือจากกรมการแพทย์  (โดยเฉพาะท่านรองอธิบดี นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลแม่สอด ท่านช่วยเหลือประสานงานให้โดยตลอด) และสำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุขที่เป็นต้นสังกัด ทางสำนักพระราชวังที่รับน้องอุ้มเป็นผู้ป่วยในพระราชานุเคราะห์ พระราชทานความช่วยเหลือกับน้องอุ้มและครอบครัว ที่จะลืมไม่ได้เลยคือ ท่านผู้อำนวยการ คณะแพทย์ พยาบาล ทีมกายภาพบำบัด และทุกหน่วยงานของโรงพยาบาลราชวิถีที่ดูแลน้องอุ้มเป็นอย่างดี

ตอนนี้น้องอุ้มถอดท่อที่คอ (Tracheostomy) ได้แล้ว สามารถหายใจได้เองเป็นปกติ ได้รับการใส่เครื่องควบคุมการเต้นของหัวใจ เนื่องจากหัวใจเต้นช้า อันเนื่องมาจากความผิดปกติของสมอง กินอาหารทางสายยางอยู่ ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ใบหน้าสวยงามแบบในรูปนี้เลย สามารถขยับร่างกายด้านขวาได้ ทำตามคำสั่งง่ายๆได้ เช่น ยิ้ม ชูสองนิ้ว นั่งได้ และกำลังฝึกยืน นับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีมากเพราะในวันนั้นพวกเราถอดใจ คิดว่าน้องอุ้มมีโอกาสเสียชีวิตสูงมากและมากที่สุด อาจเป็นได้เพียงเจ้าหญิงนิทรา

แม้ว่าจะมีความโชคร้ายเกิดขึ้น ยังมีความโชคดีที่ได้รับความช่วยเหลือจากทุกท่าน ทั้งเรื่องการรักษาและร่วมบริจาคทรัพย์ช่วยเหลือผ่านบัญชีธนาคารกลุ่มการพยาบาลโรงพยาบาลอุ้มผาง โดยตั้งเป็นกองทุนใช้ชื่อว่า “กองทุนพี่ช่วยน้อง” มีการแต่งตั้งกรรมการ ได้แก่ หัวหน้าพยาบาล หัวหน้าฝ่ายต่างๆ และมีบิดา มารดาร่วมเป็นกรรมการ มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการดูแลระยะยาวของ นส.ปุณยวีย์ ศรีดวงแปง

ตั้งแต่เปิดรับเงินช่วยเหลือ จนถึงวันที่ 28 ก.พ. 2565 เป็นเงินจำนวน 1,631,587.81 บาท เงินในส่วนนี้ได้ใช้จ่ายสำหรับการดูแลรักษา ค่าเดินทางและค่าที่พักของครอบครัวในการไปเฝ้าไข้ และไว้ใช้จ่ายระยะยาว ทางโรงพยาบาลอุ้มผางโดยท่านผอ.นพ.วรวิทย์ก็ได้เตรียมทำห้องเพื่อดูแลน้องอุ้มหากเดินทางกลับภูมิลำเนาในอนาคตค่ะ มาร่วมเป็นกำลังใจให้น้องอุ้มกันนะคะ

จึงขออัพเดตเรื่องราวการต่อสู้ของน้องอุ้มตลอด 1 ปีที่ผ่านมา เพื่อให้ทุกท่านได้ทราบความเคลื่อนไหว หากน้องพร้อมเมื่อไหร่คงจะได้มาพบปะทุกท่านด้วยตัวเอง เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้ป่วยท่านอื่นและครอบครัวที่กำลังท้อแท้เกี่ยวกับการเจ็บป่วย ได้มีแรงสู้ต่อเหมือนน้องอุ้มและครอบครัว ที่สู้กันสุดๆจนมีวันนี้วันที่ดีกว่าเมื่อวานค่ะ ….”

ขอบคุณข้อมูลเพจ ‘เรื่องเล่าหมอชายแดน’

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นักวิชาการจุฬาฯ แนะวิธีเลือกซื้อเนื้อสัตว์ปลอดภัยในช่วงเทศกาลตรุษจีน

Posted on January 20, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/705636

นักวิชาการจุฬาฯ แนะวิธีเลือกซื้อเนื้อสัตว์ปลอดภัยในช่วงเทศกาลตรุษจีน

นักวิชาการจุฬาฯ แนะวิธีเลือกซื้อเนื้อสัตว์ปลอดภัยในช่วงเทศกาลตรุษจีน

วันศุกร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2566, 16.30 น.

นักวิชาการเทคโนโลยีอาหาร จุฬาฯ แนะวิธีการเลือกซื้อและจัดเก็บเนื้อสัตว์ ในช่วงเทศกาลตรุษจีนให้มีคุณภาพและปลอดภัย เน้นซื้อจากผู้ผลิตที่เชื่อถือได้ สังเกตตราสัญลักษณ์ ‘ปศุสัตว์ OK’ และฉลากรับรองมาตรฐานอาหารปลอดภัย ย้ำต้องปรุงสุกอุ่นร้อนก่อนรับประทานเพื่อสุขอนามัยที่ดี

20 มกราคม 2566 รศ.ดร.กิติพงศ์ อัศตรกุล ภาควิชาเทคโนโลยีทางอาหาร คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า วิธีการเลือกซื้อเนื้อสัตว์ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ลำดับแรกต้องเลือกซื้อจากผู้ผลิตที่มีความน่าเชื่อถือ มีความสะอาด โดยทั่วไปผลิตภัณฑ์อาหาร แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ผลิตภัณฑ์อาหารสด เช่น เนื้อหมู เนื้อไก่ ไข่ไก่ และผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป

ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ ที่เป็นผลิตภัณฑ์สด จำเป็นต้องสังเกตจากลักษณะของเนื้อสัตว์ของแต่ละชนิด เช่น เนื้อหมู เนื้อไก่ โดยลักษณะที่ดีเนื้อต้องเป็นสีชมพู หรือสีแดงธรรมชาติ มีความแน่น เมื่อกดลงไปเนื้อไม่เละ ส่วน ปลา ตาต้องใส เนื้อสัมผัสต้องแน่น เมื่อกดลงไปเนื้อต้องไม่บุ๋ม ส่วน กุ้ง หัวต้องติดกับตัว เนื้อแน่นไม่เละ มีสีตามธรรมชาติของกุ้ง โดยเนื้อสัตว์ทั้งหมด ต้องไม่มีเมือก ไม่มีกลิ่นเหม็น หรือกลิ่นผิดปกติ เช่น กลิ่นแอมโมเนีย ซึ่งแสดงว่าเนื้อสัตว์ผ่านการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ ที่จะส่งผลต่อคุณภาพของเนื้อสัตว์ อายุการเก็บ ความสดใหม่ รวมถึงความปลอดภัยของผู้บริโภค นอกจากนี้ ให้สังเกตตราสัญลักษณ์ “ปศุสัตว์ OK” และฉลากรับรองมาตรฐานอาหารปลอดภัย เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคในการเลือกซื้อ

สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป ช่วยให้ผู้บริโภค สะดวกและง่ายในการเลือกซื้อ เนื่องจากสามารถสังเกตเครื่องหมายต่างๆ ที่บ่งบอกเกี่ยวกับคุณภาพหรือความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์อาหารนั้นๆ เช่น เครื่องหมาย GAP GMP GHP-HACCP ซึ่งเป็นเครื่องหมายที่บ่งชี้ว่าโรงงานผลิตอาหารนั้นมีคุณภาพในการผลิตอาหารที่มีคุณภาพและมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าปลอดภัย รวมถึงเครื่องหมาย อย. ซึ่งเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าผู้ผลิต ผลิตอาหารที่เป็นไปตามข้อกฎหมาย ที่สำคัญผู้บริโภคต้องดูวันผลิตและวันหมดอายุ หากอาหารหมดอายุไม่ควรบริโภค เพราะอาจส่งผลต่อสุขภาพได้” รศ.ดร.กิติพงศ์ กล่าว

รศ.ดร.กิติพงศ์ แนะนำว่า สำหรับวิธีการจัดเก็บในกรณีที่ซื้อมาแล้วแต่ยังไม่บริโภคในทันที แต่จะรับประทานอีกในไม่กี่วัน ต้องเก็บไว้ในตู้เย็น ในภาชนะที่ปิดสนิท ด้วยอุณหภูมิไม่เกิน 4 องศาเซลเซียส แต่หากต้องการเก็บเป็นระยะเวลานาน ให้นำใส่ในช่องแช่แข็ง ซึ่งอายุของผลิตภัณฑ์ที่จัดเก็บในตู้เย็นและตู้แช่แข็งจะแตกต่างกัน โดยเฉพาะคุณภาพของอาหารจะลดลงเมื่อเก็บไว้เป็นระยะเวลานาน ที่สำคัญต้องแยกจัดเก็บผลิตภัณฑ์อาหาร หรือวัตถุดิบที่ปรุงสุกแล้วและดิบออกจากกัน หากเก็บรวมปะปนกันไม่แยกให้ชัดเจน หรือไม่มีภาชนะบรรจุที่ปิดสนิทป้องกัน จะทำให้เกิดการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์จากวัตถุดิบสดมายังผลิตภัณฑ์อาหารที่ผ่านการปรุงสุกแล้ว อาจส่งผลให้ผู้บริโภคที่รับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเกิดอาการท้องเสียหรือเกิดโรคอาหารเป็นพิษได้ ดังนั้น ต้องบรรจุในภาชนะที่มิดชิด เพื่อป้องกันอากาศหรือสิ่งแวดล้อมภายนอกเข้าไป ซึ่งจะช่วยยืดอายุการเก็บรักษาและความปลอดภัยได้ดีมากขึ้น

สำหรับวิธีการปรุงอาหารเพื่อให้ผู้บริโภคปลอดภัยเป็นสิ่งที่สำคัญ เนื้อสัตว์ที่นำไปไหว้ ต้องปรุงสุกให้ทั่วทั้งหมด ไม่ปรุงกึ่งสุกกึ่งดิบ เนื่องจากบริเวณที่ปรุงไม่สุก อาจมีเชื้อจุลินทรีย์ซึ่งจะส่งผลต่ออาหาร รวมถึงผู้บริโภคด้วย การปรุงสุกหรือให้ความร้อนเป็นการทำลายเชื้อจุลินทรีย์ ไม่ว่าจะเป็นจุลินทรีย์ที่ทำให้ผลิตภัณฑ์อาหารเกิดการเน่าเสีย หรือจุลินทรีย์ก่อโรคที่ทำให้ผู้บริโภคเกิดอาการท้องเสีย โดยทั่วไปการปรุงอาหาร ต้องใช้อุณหภูมิอย่างน้อย 70 องศาเซลเซียส ขึ้นอยู่กับวิธีการปรุงแต่ละวิธี เช่น การต้มต้องใช้อุณหภูมิ 90-100 องศาเซลเซียสขึ้นไป การทอด 80-90 องศาเซลเซียสขึ้นไป

เมื่อไหว้เสร็จ แม้อาหารจะสุกแล้ว ไม่แนะนำให้รับประทานในทันที หากเป็นอาหารที่เพิ่งปรุงเสร็จไม่เกิน 30 นาที  ยังเป็นระยะเวลาที่ปลอดภัยสำหรับการบริโภค หากมากกว่านั้นควรเก็บเข้าตู้เย็นก่อน หลังจากนั้นค่อยนำมาอุ่นร้อนก่อนรับประทาน โดยต้องพิจารณาว่ากลิ่นหรือลักษณะธรรมชาติมีความผิดปกติหรือไม่ก่อนการบริโภค ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงการปรุงอาหารรสเค็มหรือหวานมากจนเกินไป เพื่อสุขภาพที่ดีของผู้บริโภค

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นครพนมคึกคัก! นทท.แห่เที่ยวอุโมงค์ไฟโคมแดงจีน เลียบฝั่งแม่น้ำโขง

Posted on January 20, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/705627

นครพนมคึกคัก! นทท.แห่เที่ยวอุโมงค์ไฟโคมแดงจีน เลียบฝั่งแม่น้ำโขง

นครพนมคึกคัก! นทท.แห่เที่ยวอุโมงค์ไฟโคมแดงจีน เลียบฝั่งแม่น้ำโขง

วันศุกร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2566, 16.14 น.

นทท.แห่เที่ยวอุโมงค์ไฟโคมแดงจีนยาวเกือบ 500 เมตร เลียบฝั่งแม่น้ำโขง สุดคึกคักถนนคนเดินแห่งใหม่ ใกล้ชิดติดลำโขง รับเที่ยวตรุษจีนและนมัสการพระธาตุพนม

เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม บรรยากาศการท่องเที่ยวช่วงอากาศหนาวเย็น บวกกับเข้าสู่ห้วงเทศกาลตรุษจีน 2023 ยังคงคึกคักไปด้วยประชาชน ทั้งชาวไทย ชาวลาว และชาวต่างชาติ ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่ต่อเนื่อง ตั้งแต่เทศกาลปีใหม่เป็นมา ถือเป็นจังหวัดชายแดนอีสาน ที่มีประชาชนนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเข้ามาท่องเที่ยวอันดับต้นของภาค

โดยช่วงเทศกาลตรุษจีน 4 เชื้อชาติ ได้แก่ ไทย ลาว จีน และเวียดนาม ประจำปี 2023 ทางเทศบาลเมืองนครพนม ได้มีการประดับตกแต่งอุโมงค์ไฟ บนเส้นทางจักรยานเลียบแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร เป็นระยะทางยาวเกือบ 500 เมตร พร้อมประดับตกแต่งด้วยโคมแดงจีน สัญลักษณ์งานเทศกาลตรุษจีน สร้างความสวยงามตื่นตาให้กับประชาชน นักท่องเที่ยว เป็นอย่างมาก ต่างเดินท่องเที่ยวเซลฟีสุดคึกคัก

นอกจากนี้ บนถนนสายเดียวกันนี้ ทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ได้เนรมิตเป็นถนนคนเดิน คู่ขนานกับอุโมงค์ไฟ เริ่มจากหอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์ ยาวไปถึงลานพนมนาคา ที่ประดิษฐานองค์พญาศรีสัตตนาคราช เพื่อให้ประชาชน นักท่องเที่ยวได้เดินชมความสวยงามทางธรรมชาติสองฝั่งไทยลาว รวมถึงชมชิมช้อป และกราบไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ องค์พญาศรีสัตตนาคราช โดยถนนคนเดินจัดให้มีกิจกรรมเปิดพื้นที่ขายสินค้า ชม ชิม ช้อป ในช่วงวันหยุดศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ และช่วงเทศกาลสำคัญต่างๆ ถือเป็นจุดเช็คอินที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดนครพนม

ล่าสุด นายวันชัย จันทร์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อม นายนิวัต เจียวิริยบุญญา นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองนครพนม นางสาวศุภพานี โพธิ์สุ นายก อบจ.นครพนม นำหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชนท้องถิ่น ทั้ง 12 อำเภอ เปิดหมู่บ้าน 9 ชนเผ่า 2 เชื้อชาติ ที่มีการสร้างเป็นหมู่บ้านชนเผ่า โดยจำลองมาจากวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชนเผ่าต่างๆ เพื่อแสดงออกถึงวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น ซึ่งหมู่บ้านดังกล่าวตั้งอยู่เลียบถนนสวรรค์ชายโขง เป็นเส้นทางอันซีนที่มีความสวยงามทางธรรมชาติ โดยเป็นเส้นทางท่องเที่ยว เดิน วิ่ง ออกกำลังกาย

โดย ผวจ.นครพนม นำร่องเปิดเป็นถนนคนเดิน แลนด์มาร์กท่องเที่ยวจุดที่ 2 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการ ท่องเที่ยว ในช่วงโต้รับลมหนาว และเทศกาลตรุษจีน เปิดจัดกิจกรรมสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ทุกวันพฤหัสบดี และในระยะยาวจะมีการเพิ่มวันจัดกิจกรรมเพิ่มขึ้น ถือเป็นการส่งเสริม กระตุ้นเศรษฐกิจการ ท่องเที่ยว ในช่วงต้นปี หลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิดมานานกว่า 2 ปี อีกทั้งเตรียมพร้อมรองรับประชาชน นักท่องเที่ยว ที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว งานบุญประเพณียิ่งใหญ่ของอีสานคือ งานนมัสการองค์พระธาตุพนม ในช่วงวันที่ 29 มกราคม – 6 กุมภาพันธ์ 2566 รวม 9 วัน 9 คืน

นายวันชัย จันทร์พร ผวจ.นครพนม เปิดเผยว่า ในช่วงนี้ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา หลังสถานการณ์โควิดผ่อนคลาย ถือว่าพื้นที่ จ.นครพนม กลายเป็นจังหวัดชายแดนอีสาน ที่มีประชาชน นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย ชาวลาว ชาวต่างชาติ เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวจำนวนมาก ติดอันดับต้นของภาคอีสาน เนื่องจากมีจุดแข็งในเรื่องของสถานที่สำคัญ อีกทั้งเป็นเมืองสามที่สุด ที่มี่ความสวยงามด้านทัศนียภาพ เลียบน้ำโขงสองฝั่งไทยลาว รวมถึงเป็นที่ประดิษฐานองค์พระธาตุพนม และองค์พญาศรีสัตตนาคราช นาคาธิบดีสองฝั่งไทยลาว ยิ่งในช่วงนี้ถือเป็นช่วงเทศกาลท่องเที่ยว รับลมหนาว รวมถึงเทศกาลตรุษจีน และงานนมัสการองค์พระธาตุพนม ในช่วงปลายเดือนมกราคม 2566 ที่จะมาถึง เชื่อว่าจะมีประชาชน นักท่องเที่ยว เดินทางเข้ามาในพื้นที่จำนวนมาก

ดังนั้น ทาง จ.นครพนม ได้ร่วมกับทางหน่วยงานเกี่ยวข้อง ผู้นำชุมชนท้องถิ่น ตัวแทนชาวบ้านทั้ง 12 อำเภอ จัดกิจกรรมกระตุ้นส่งเสริมการท่องเที่ยว พร้อมเปิดฟื้นฟูหมู่บ้านชนเผ่า 9 ชนเผ่า 2 เชื้อชาติ บนเส้นทางถนนสวรรค์ชายโขง เป็นถนนคนเดินแลนด์มาร์กจุดที่ 2 เพิ่มจากถนนคนเดินเส้นทางหอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์ และลานพญานาค ให้ประชาชน นักท่องเที่ยว ได้มาเดินท่องเที่ยว เลือกชมสินค้า รับประทานอาหาร จากพ่อค้า แม่ค้า ที่มาจากพื้นที่ 12 อำเภอ รวมถึงเลือกชมซื้อสินค้าโอทอปภูมิปัญญาท้องถิ่น ตลอดจนอาหารขึ้นชื่อของแต่ละอำเภอ

นอกจากนี้ ยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมต่างๆ ควบคู่ไปด้วย เริ่มนำร่องเปิดทุกวันพฤหัสบดีของสัปดาห์ และจะมีการเพิ่มวันจัดกิจกรรมมากขึ้นในระยะยาว ถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่ ฝากประชาชน นักท่องเที่ยว มาเที่ยวชม ท่องเที่ยวสถานที่สำคัญของ จ.นครพนม เชื่อมั่นว่าทุกคนจะเกิดความประทับใจอย่างแน่นอน ทั้งบรรยากาศความสวยงามสองฝั่งโขง รวมถึงสินค้าอาหารพื้นเมืองขึ้นชื่อ และการต้อนรับของชาว จ.นครพนม รวมถึงได้มีโอกาสทำบุญขอพรสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำคัญ เป็นสิริมงคลอีกด้วย

– 006

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สวนสัตว์โคราชฉลองเทศกาลตรุษจีนตรงกับวันคล้ายวันเกิด’พี่นายักษ์’สิงโตแอฟริกา

Posted on January 20, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/705618

สวนสัตว์โคราชฉลองเทศกาลตรุษจีนตรงกับวันคล้ายวันเกิด'พี่นายักษ์'สิงโตแอฟริกา

สวนสัตว์โคราชฉลองเทศกาลตรุษจีนตรงกับวันคล้ายวันเกิด’พี่นายักษ์’สิงโตแอฟริกา

วันศุกร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2566, 15.54 น.

วันที่ 20 ม.ค.66 ที่ส่วนจัดแสดงสิงโต ภายในสวนสัตว์นครราชสีมา อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายธนชน เคนสิงห์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์นครราชสีมา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ส่วนจัดแสดง เจ้าหน้าฝ่ายสื่อสัมพันธ์ ร่วมจัดต้อนรับคณะครู อาจารย์ นักเรียน พ่อแม่ผู้ปกครอง ในการจัดงานฉลองเทศกาลวันตรุษจีน ต้อนรับปีกระต่ายทอง ในวันที่ 20-22 มกราคม 2566 พร้อมมอบอั่งเปา ขนม ของเล่นให้กับเด็กๆ พร้อมกันนี้ยังเป็นวันคล้ายวันเกิดอายุ 10 ปี ของพี่นายัก สิงโตแอฟริกา ซึ่งภายในงานก็มีกิจกรรมมากมาย อาทิ ชมการแสดงเชิดสิงโต จากคณะอรหันต์แปดเซียนและอวยพรวันคล้ายวันเกิดพี่นายักษ์ สิงโตแอฟริกา(เฉพาะวันที่ 20 มกราคม 2566) เขย่าเซียมซียักษ์เสี่ยงโชคและรับส้มมงคลจากผู้อำนวยการสวนสัตว์นครราชสีมา

สำหรับผู้ที่อยากทำบุญเสริมสร้างบารมีต้อนรับปีกระต่ายทอง ตามความเชื่อของคนจีนก็จะมีกิจกรรมร่วมสมทบทุนอุปถัมภ์สัตว์ป่า และพิเศษกิจกรรมkeeper talk ที่จะมีพี่ๆคีปเปอร์ให้ความรู้กับนักท่องเที่ยวตามจุดแสดงต่างๆภายในสวนสัตว์นครราชสีมา

ทั้งนี้ “นายักษ์หรือสิงโตแอฟริกา” เกิดเมื่อ 27 มกราคม 2556 เดิมทีสวนสัตว์เปิดเขาเขียว จังหวัดชลบุรีเป็นผู้ดูแล ในเวลาต่อมาทางสวนสัตว์นครราชสีมาได้พาพี่นายักษ์หรือสิงโตแอฟริกามาอยู่ในความดูแลของทางสวนสัตว์ และเนื่องจากวันที่ 22 มกราคม 2566 เป็นวันตรุษจีน ซึ่งใกล้เคียงกับวันคล้ายวันเกิดพี่นายักษ์ สิงโตแอฟริกา ทางสวนสัตว์นครราชสีมาได้จัดเตรียมเค้กเนื้อแช่แข็ง น้ำหนักรวม 10 กิโลกรัมเพื่อเป็นของขวัญให้กับพี่นายักษ์ สิงโตแอฟริกาพร้อมกับเฉลิมฉลองงานเทศกาลตรุษจีนไปพร้อมๆกัน – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หมอปลาย’ผ่าดวงเมือง 2566 เผยนายกฯคนใหม่’หน้าขาว-หน้าตึง’

Posted on January 20, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/705591

'หมอปลาย'ผ่าดวงเมือง 2566  เผยนายกฯคนใหม่'หน้าขาว-หน้าตึง'

‘หมอปลาย’ผ่าดวงเมือง 2566 เผยนายกฯคนใหม่’หน้าขาว-หน้าตึง’

วันศุกร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2566, 15.05 น.

วันที่ 20 มกราคม 2566 ทางหมอดูชื่อดัง ‘หมอปลาย พรายกระซิบ‘ ออกมาเผยคำทำนาย ผ่าดวงเมือง ปี พ.ศ. 2566 ผ่านรายการ ‘คนดังนั่งเคลียร์‘ ทางช่อง ‘8‘  โดยเผยตอนหนึ่งว่า

คนไทยจะได้เลือกตั้งมั้ย ?

“ตอบยาก พูดจริง ๆ ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้ พูดจริง ๆ ยังไงก็ยังไม่เห็นหีบ เห็นแต่ยักษ์ออกมายืนตามสี่แยก อยากเลือกตั้ง แต่ยังไม่เห็น แต่เขาจะพยายามทำให้มันเป็น ทำให้มันมี แต่มีช่วงหนึ่งที่น่าจะมีอะไรสักอย่างที่ทำให้เราตื่นเต้นกันไปก่อน แล้วก็ต้องใจแป้วกันรอบหนึ่ง แต่ในที่สุดก็จะได้เลือกตั้ง”

ใครจะได้เป็นนายกฯ ?

” เรื่องหน้าตาเดี๋ยวนี้ศัลยกรรมก็ทำง่าย เห็นอะไรก็ขาวไปหมด หน้าขาว แล้วก็หน้าตึงขึ้นด้วย ตอนนี้เป็นคนที่เฟรนด์ลี่มาก ๆ ชอบยกมือขึ้นสองข้างแล้ว เฮ้ มีความสุขดีใจ รวยอยู่แล้ว อันนี้เล่านิทานนะคะ อย่าคิดเยอะนะคะ”

ทิ้งท้ายหน่อยจะเกิดอะไรขึ้น ?

” สิ่งที่จะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ จะมีคดีความที่ใหญ่โตมโหฬาร คนตามกันหนักหนามาก เสร็จแล้วอยู่ดี ๆ ก็หายเงียบไป จะมีเรื่องของมหากาพย์ของการหลอกลวงแบบรุนแรง มีความสูญเสียครึ่งค่อนประเทศ จากความเชื่อ ความศรัทธา และความหลงงมงายโดยขาดสติ ซึ่งข่าวมันจะมาเร็ว ๆ นี้ ไม่นานนี้”

ขอบคุณ ข้อมูล คลิป ภาพ : ช่อง8 : Thai Ch8

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘บุรีรัมย์มาราธอน’ฟีเวอร์ยอดจองโรงแรม-รีสอร์ท-โฮมสเตย์กว่า 6 พันห้องเต็ม

Posted on January 20, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/705586

'บุรีรัมย์มาราธอน'ฟีเวอร์ยอดจองโรงแรม-รีสอร์ท-โฮมสเตย์กว่า 6 พันห้องเต็ม

‘บุรีรัมย์มาราธอน’ฟีเวอร์ยอดจองโรงแรม-รีสอร์ท-โฮมสเตย์กว่า 6 พันห้องเต็ม

วันศุกร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2566, 14.50 น.

บุรีรัมย์มาราธอน 2023 ปีที่ 7 ยังฟีเวอร์ โรงแรม รีสอร์ท และโฮมสเตย์กว่า 6,000 ห้อง ถูกจองเต็ม ล้นไปจังหวัดใกล้เคียง คาดเงินสะพัด 300 – 400 ล้านบาทหลายภาคส่วนเร่งประดับประดาไฟหลายแสนดวง ตกแต่งจุดกองเชียร์ตลอดเส้นทางวิ่ง หวังสร้างความประทับใจนักวิ่งและนักท่องเที่ยวที่มาเยือน

วันที่ 20 ม.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลายภาคส่วนในจังหวัดบุรีรัมย์ ได้เร่งจัดเตรียมสถานที่ ประดับประดาไฟหลายแสนดวง รวมถึงตกแต่งจุดกองเชียร์ตลอดเส้นทางที่มีการจัดแข่งขัน ‘บุรีรัมย์ มาราธอน 2023 พรีเซนเต็ด บาย เครื่องดื่มตราช้าง’ ภายใต้แนวคิด ‘สวรรค์ของนักวิ่ง’ ที่ได้รับการรับรองจากสหพันธ์สมาคมกรีฑานานาชาติ หรือ WORLD ATHLETICS ROAD RACE ให้เป็นมาราธอนเหรียญเงินของโลก SILVER LABEL ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 7 ติดต่อกันในรูปแบบ Night Run โดยจะมีการแข่งขันในวันเสาร์วันที่ 21 มกราคม 2566 นี้ ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ต.อิสาณ อ.เมืองบุรีรัมย์

โดยจากการสำรวจบรรยากาศช่วงค่ำคืนก่อนถึงวันแข่งขันก็ได้มีพี่น้องประชาชนทั้งในพื้นที่บุรีรัมย์ รวมถึงบรรดานักวิ่ง และนักท่องเที่ยว ต่างพากันเดินทางไปชมความสวยงาม และเซลฟี่ ตามจุดกองเชียร์และเส้นทางวิ่งต่างๆ ที่ได้มีการประดับประดาไฟแสงสีรูปแบบต่างๆ ตลอดเส้นทางวิ่งสว่างไสวสวยงาม โดยเฉพาะที่บริเวณริมสันเขื่อนอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก ต.บ้านบัว ที่ได้มีการเนรมิตสันเขื่อนด้วยไฟแสงสีอย่างสวยงามตระการตา ทั้งไฟประดับ อุโมงไฟ ดอกไม้ รูปปลา และรูปนกที่ชาวบ้านได้ร่วมกันถักสาน นำมาประดับตกแต่งตลอดเส้นทางวิ่งบนสันเขื่อน เพื่อสร้างความประทับใจแก่นักวิ่งและนักท่องเที่ยว โดยปีนี้ได้มีนักวิ่งจาก 46 ประเทศ สมัครเข้าร่วมการเข้าแข่งขันทั้งหมดจำนวน 27,135 คน

ด้านนายบดินทร์ เรืองสุขศรีวงศ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์ ระบุว่า การแข่งขันวิ่งบุรีรัมย์มาราธอน 2023 มีผู้สมัครเข้าร่วมแข่งขัน 27,000 คนและคาดว่าจะมีผู้ติดตามรวมถึงนักท่องเที่ยวที่จะมาชมการแข่งขันไม่ต่ำกว่า 4 หมื่นคนก็จะส่งผลดีทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งสถานที่พัก โรงแรม ร้านอาหาร รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ คาดว่าจะมีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 300 – 400 ล้านบาท โดยเฉพาะโรงแรม รีสอร์ทที่มีอยู่ในพื้นที่ประมาณ 6,000 ห้องก็ถูกจองเต็มทั้งหมดแล้ว ทางจังหวัดจึงเปิดโอกาสให้ชาวบ้านได้เปิดโฮมเสตย์ เป็นที่พักรองรับนักวิ่งและนักท่องเที่ยว เพื่อเป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชนด้วย ซึ่งทั้งจังหวัดก็มีโฮมสเตย์อยู่กว่า 200 ห้อง ขณะนี้ก็ถูกจองเต็มเช่นกัน จึงทำให้โรงแรม ที่พักในจังหวัดใกล้เคียงอย่าง จ.สุรินทร์ และ จ.นครราชสีมา ได้รับอานิสงจากการจัดแข่งขันบุรีรัมย์มาราธอนครั้งนี้ด้วย 

สำหรับนักวิ่งและนักท่องเที่ยวที่มาร่วมงานบุรีรัมย์มาราธอนปีนี้ นอกจากจะได้สัมผัสกับเส้นทางวิ่งที่มีมาตรฐานเหรียญเงินระดับโลกแล้ว ยังจะได้ชมแสงสีอันสวยงามตระการตา และความอบอุ่นจากกองเชียร์ตลอดเส้นทางวิ่ง ที่เน้นความเป็นอัตลักษณ์ของแต่ละชุมชนให้นักวิ่งและนักท่องเที่ยวได้เห็นถึงความเป็นตัวตนของบุรีรัมย์ด้วย อย่างไรก็ตาม อยากจะขอความร่วมมือผู้ประกอบการโรงแรม ร้านอาหาร ที่พัก รวมถึงประชาชนชาวบุรีรัมย์ ร่วมกันเป็นเจ้าบ้านที่ดี ทั้งการให้บริการและไม่เอารัดเอาเปรียบ เพื่อสร้างความประทับให้กับนักวิ่ง และนักท่องเที่ยวอยากจะกลับมาร่วมกิจกรรมและมาเที่ยวใน จ.บุรีรัมย์อีก – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แม่โวยลูกป่วยเข้า รพ.ย่านสะพานใหม่เสียชีวิต สงสัยวินิจฉัยผิด-รักษาล่าช้า

Posted on January 20, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/705582

แม่โวยลูกป่วยเข้า รพ.ย่านสะพานใหม่เสียชีวิต สงสัยวินิจฉัยผิด-รักษาล่าช้า

แม่โวยลูกป่วยเข้า รพ.ย่านสะพานใหม่เสียชีวิต สงสัยวินิจฉัยผิด-รักษาล่าช้า

วันศุกร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2566, 14.40 น.

20 ม.ค.66 เพจเฟซบุ๊ก อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทริน์ part 5.2 ได้โพสต์ภาพและข้อความระบุว่า “โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งย่านสะพานใหม่ ไปสู่ภพภูมิที่ดีนะลูก 

สวัสดีค่ะขออนุญาตเล่าเหตุการณ์ให้เป็นอุทาหรณ์การสูญเสียที่สุดในชีวิต วันที่ 22 ธ.ค 65 น้องเริ่มมีอาการไข้และตัวร้อนได้ให้น้องกินยาลดไข้แล้วนอน เช้าวันที่ 23 ธ.ค 65 ไข้น้องไม่ลดเลยพาน้องไปรักษาตามสิทธิ์ที่ศูนย์ 24 และศูนย์ 24 ได้ส่งตัวน้องไปที่โรงพยาบาลเพราะน้องไข้สูงและมีผื่นขึ้นตามตัวกังวลว่าน้องจะเป็นไข้เลือดออกไปถึงโรงพยาบาลวประมาณเที่ยงได้รอการตรวจได้มีการเจาะเลือดไปแต่ยังไม่ทราบผล และเวลาประมาณ16.00-17.00 น.ได้นอนแอทมิทโรงพยาบาล กว่าน้องตะได้ทานยาก็เวลา 22.00 น. ระหว่างนั้นน้องไข้สูงหนาวสั่น 39-41 องศา ได้เช็ดตัวน้องอยู่ตลอด

วันที่ 24 ธ.ค. 65 ไข้น้องยังไม่ลด ได้เจาะเลือดน้องไปอีก 2 ครั้ง มีการเอ็กซเรย์และตรวจอุจจาระแต่ยังไม่ทราบผล ได้แต่เช็ดตัวเป็นระยะ น้องมีอาการอ่อนเพลียไม่มีแรงจะนอนอย่างเดียว จนเวลา 14.00 น.ได้ทานยาลดไข้ครั้งที่ 2 (น้องทานยายาก) และพยาบาลได้มาช่วยเช็ดตัวเนื่องจากไข้ไม่ลด ระหว่างเช็ดตัว น้องได้มีอาการตาเหลือกน้ำลายไหล แม่อละพ่อได้บอกพยาบาลแต่พยาบาลบอกว่าน้องไม่ได้ชักน้องแต่เกร็งไม่ต้องกังวล จนเวลาผ่านไปเกินครึ่งชม.ได้ถามอีกครั้งพยาบาลว่าทำไมตาน้องยังค้างก็ยืนยันคำเดิมว่าเป็นอาการหลักจากน้องเกร็งและยังไม่มีใครสนใจน้อง ได้มีหมอลงมาดูแต่ก็ไม่ได้ทำอะไรจนแม่โวยวายว่าจะย้ายรพ.หมอถึงลงมาดูอีกและมาแจ้งว่าอาการที่น้องเป็นคือน้องชัก (ซึ่งก่อนหน้านี้พยาบาลบอกว่าไม่ชัก) และได้ฉีดยากันชักให้แล้วและได้ใส่ออกซิเจนให้แต่หมอไม่ได้อยู่ด้วยตลอดมีอาการทีก็โทรตามทีและจดการรักษาใส่สมุดเหมือนกำลังศึกษาไปด้วย

หลังจากน้องได้ฉีดยาก็เริ่มมีอาการไม่ได้สติถ่ายเหลวและอ้วกเป็นเลือด ได้เรียกพยาบาลมาดูพยาบาลบอกว่าน้องกัดปาก และผ่านมาอีกประมาณ 10 นาที น้องได้อ้วกอีกครั้งแต่เยอะกว่ารอบแรกอ้วกเป็นเลือดลิ่มๆ แม่ได้โวยวายจนมีพยาบาลออกมาดูกันเลยอะแต่ก็ไม่ทำอะไรเพียงแต่ถ่ายรูปและคุยโทรศัพท์ได้ขอย้ายรพ.ก็บอกว่าไม่ทันแล้วน้องอาการทรุด จนเวลา18.00น.หมอได้ลงมาดูและได้ให่พ่ออุ้มไปส่งในห้องกระจก เพื่อรักษาต่อและเอาเอกสารใส่เครื่องช่วยหายใจมาให้แม่เซ็น และแจ้งว่าจะพาน้องขึ้นไปรักษาต่อที่ icu เด็ก ระหว่างนั้นได้มีพยาบาล หมอ นักศึกษาแพทย์ได้วิ่งเข้าออกห้องนั้นเป็น10ๆคน สอบถามอาการน้องพยาบาลก็กัวเราะใส่แม่ถึง2ครั้งบอกให้รอคุยหมอ จนเวลาประมาณ 21.30 น้องพึ่งได้ขึ้น icu และหมอได้แจ้งอาการประมาณ 23.00 น.ว่าระหว่างใส่เครื่องช่วยหายใจน้องได้มีอาการหัวใจหยุดเต้นไป 6 นาที แต่ก็ปั้มกลับมาได้ แม่ได้ขอย้ายรพ.อีกครั้ง แต่หมอแจ้งว่าขนาดย้ายขึ้นมา icu ยังลำบากเลย ต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด



วันที่ 25 ธ.ค. 65 เวลา 00.18 น.หัวใจได้หยุดเต้นครั้งที่ 2 เวลา 00.30 หัวใจหยุดเต้นครั้งที่ 3 แต่ปั้มดลับมาได้ แม่ได้ขอเข้าไปดูที่ icu เวลาประมาณ 02.00 น้องนอนน้ำตาลไหล ไม่ได้สติหายใจเองไม่ได้ จนเวลา 04.00 น.หมออัปเดตอาการว่าน้องอาการน้อฝคงที่แล้ว แม่จะกลับไปพักผ่อนที่บ้านก็ได้หากมีอะไรจะโทรแจ้ง แม่เลยกลับบ้านมาทำธุระตอน 05.00 น.และได้กลับไปรอที่รพ. ประมาณ 07.00 น. หมอได้ออกมาแจ้งอาการประมาณ 11.00 น. (คนละคนกับเมื่อวาน) ว่าระหว่างที่แม่กลับไปหัวใจน้องหยุดเต้นไป6ครั้ง และไม่ตอบสนองต่อยาที่ทำการรักษา และซีกโครงซ้ายหัก1ซี่ ให้เรียกญาติมาว่าจะเอายังไงต่อและได้ขอเข้าเยี่ยมได้ทีละ2คน

อาการน้องน้องไม่ได้สติตัวเย็นนอนน้ำตาไหลมีเลือดออกที่ปาก จนญาติมาครบได้บอกว่าหากน้องไม่ไหวให้ปล่อยน้องได้เลย เวลาประมาณ 13.00 น. หมอได้ออกมาแจ้งอาการน้อง (หมออีกคน) ว่าหัวใจหยุดเต้นเป็นระยะได้เปลี่ยนยาที่ฉีดให้แต่ชีพจรยังเต้นอ่อนมากและน้องไม่ถ่ายและซีกโครงไม่ได้หักเหมือนหมอคนที่ 2 แจ้ง จนเวลา 17.00 น. ออกมาแจ้งอีกครั้ง ว่ามีการตรวจพบว่าน้องเป็นไตระยะที่ 3 และทางรพ.พยาบาลไม่มีเครื่องฟอกไตสำหรับเด็ก จะส่งตัวไปรักษาที่รพ.อื่นก็ไม่สามารถทำได้เพราะชีพจรต่ำมากและหัวใจหยุดเต้นบ่อย จนเวลา19.00น. หมอออกมาแจ้งว่าให้ญาติทำใจได้ปั้มหัวใจน้องเกิน 30 นาทีแล้วแต่ไม่กลับมา และน้องได้เสียชีวิตลงเวลา 19.39 น. ในวันที่ 25 ธ.ค. 65
 
#น้องมาโรงบาลด้วยอาการมีไข้และได้นอน1วันแต่มาเสียชีวิตที่โรงบาล #ก่อนหน้านี้น้องแข็งแรงมากและไม่เคยป่วย #ป่วยครั้งแรกแล้วเสียเลย
#ตอนที่น้องยังไม่เป็นอะไรทำไมนิ่งนอนใจไม่กล้าตัดสินใจในการรักษา #ไม่รู้ที่มาของไข้เจาะเลือดถึง3ครั้ง #ลงในสาเหตุการตายว่าติดเชื้อในกระแสเลือด #ร่างกายเขียวช่ำทั้งตัว #ขอความเป็นธรรม #โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งย่านสะพานใหม่”.-008 

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทริน์ part 5.2 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พาสื่อลงเรือชมหิ่งห้อย’ลำน้ำท่าว้า’เตรียมพัฒนาเป็นแหล่งเที่ยวเมืองสุพรรณบุรี

Posted on January 20, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/705538

พาสื่อลงเรือชมหิ่งห้อย'ลำน้ำท่าว้า'เตรียมพัฒนาเป็นแหล่งเที่ยวเมืองสุพรรณบุรี

พาสื่อลงเรือชมหิ่งห้อย’ลำน้ำท่าว้า’เตรียมพัฒนาเป็นแหล่งเที่ยวเมืองสุพรรณบุรี

วันศุกร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2566, 12.08 น.

ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำสื่อลงเรือชมหิ่งห้อย ลำน้ำท่าว้า เตรียมพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว แลนด์มาร์กสำคัญ อันซีน สุพรรณบุรี

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 19 ม.ค. ดร.อุดม โปร่งฟ้า ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) พร้อมสื่อมวลชนและคณะผู้เกี่ยวข้องลงเรือชมหิ่งห้อย ที่คลองลำน้ำท่าว้า บริเวณหมู่ 3 และหมู่ 9 บ้านสังฆจายเถร ต.สวนแตง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี หลังก่อนหน้านี้ได้พบว่ามีหิ่งห้อยอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากบ่งบอกถึงความสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางธรรมชาติ พร้อมเตรียมพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญและจุดแลนด์มาร์กของสุพรรณบุรี

ดร.อุดม กล่าวว่า เปิดเผยว่า ต้องขอบคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องรวมทั้งสื่อมวลชนที่ให้ความสนใจในการมาสำรวจพื้นที่ที่กำลังจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดสุพรรณบุรี ต้องบอกว่าเป็นเรื่องบังเอิญ ที่ก่อนหน้านี้ตนเองในฐานะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มาสำรวจพื้นที่ร่วมกับผู้นำท้องถิ่นที่ลำคลองท่าว้าแห่งนี้ ปรากฏว่าได้เจอหิ่งห้อยจำนวนมากปรากฏแสงเรืองรองเป็นที่น่าสนใจ และตนเชื่อว่าน่าจะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวในภาคกลางคืนกับจังหวัดสุพรรณบุรีได้เป็นอย่างดี เพราะ จ.สุพรรณบุรี การท่องเที่ยวในภาคกลางวันแทบครบถ้วนอยู่แล้ว เช่นเส้นทางไหว้พระ 9 วัด หรือสิ่งมหัศจรรย์ที่ ฯพณฯบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี  ได้ทำไว้คืออุทยานมังกรสวรรค์ หอคอยสวนเฉลิมภัทรราชินี และบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติฯ 

นอกจากนี้ยังมีทัวร์ไหว้พระวัดสำคัญ เช่นวัดป่าเลไลยก์ พระพุทธปุษยคีรีศรีสุวรรณภูมิ (หลวงพ่ออู่ทอง) พุทธมณฑลประจำจังหวัดสุพรรณบุรี และยังมีเกจิอาจารย์อีกหลายวัด เช่นหลงพ่อสมบุญ วัดลำพันบอง หลวงพ่อเนียมวัดน้อย หลวงพ่อโบ้ย วัดมะนาว เป็นต้น

ดร.อุดม กล่าวต่อว่านักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวในภาคกลางวันดังที่กล่าวข้างต้น ไม่รู้ว่าภาคกลางคืนจะเที่ยวอะไรต่อ จึงเดินทางกลับ ตรงนี้ทำให้เม็ดเงินในภาคกลางคืนหายไป รวมทั้งธุรกิจภาคโรงแรม ร้านอาหาร ซบเซา จึงเชื่อว่าการพัฒนาแหล่งดูหิ่งห้อยที่สุพรรณบุรี อีกแหล่งหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งจะเป็นทางเลือกใหม่ของการท่องเที่ยวในภาคกลางคืนให้กับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศและทั่วโลก ดังนั้น ถ้าเราพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้ให้เกิดขึ้นมาและประสบความสำเร็จ ตนมั่นใจว่าเศรษฐกิจของจังหวัดสุพรรณบุรี จะกลับมารุ่งเรือง และฟื้นฟูในภาคกลางคืนได้ รวมทั้งภาคธุรกิจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวอสังหาริมทรัพย์ โฮมสเตย์ รีสอร์ท ต่างๆในโซนของตำบลสวนแตงหรือตำบลใกล้เคียง จะมีคนเข้ามาสนใจในระบบพักอาศัยและระบบนิเวศของพวกเรา ช่วงนี้พี่น้องที่ผ่านมาผ่านมาสามารถแวะมาดูได้โดยขึ้นเรือที่หน้าวัดสังฆจายเถร ในอนาคตจะพัฒนาเแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ และอนุรักษ์พื้นที่นี้ให้เป็นระบบนิเวศน์อยู่แบบนี้ตลอดไป

สำหรับแผนพัฒนาลำน้ำท่าว้าแห่งนี้ ได้ร่วมกับวัดสังฆจายเถร ผู้นำท้องถิ่น ชาวบ้าน วางแนวทางการพัฒนาแม่น้ำท่าว้าให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว และแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของจังหวัดสุพรรณบุรี จริงๆแล้วหิ่งห้อยที่บริเวณดังกล่าวนั้นมีมานานแล้ว แต่พวกเราที่อยู่ในพื้นที่ และมีความเคยชินกับหิ่งห้อย จึงเห็นเป็นเรื่องปกติ เมื่อธรรมชาติสร้างสรรค์ จึงเป็นสิ่งที่คนทั่วโลกโหยหา เพราะเป็นปรากฏการกลางคืน เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก คนทั่วโลกตามไปดูหิ่งห้อยที่ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ดังนั้นเราจึงต้องมาสร้างแลนด์มาร์คแห่งใหม่ สร้างการท่องเที่ยวสุพรรณบุรีของเรา ที่บ้านสังฆจายเถรแห่งนี้ โดยใช้จุดขายคือหิ่งห้อยที่มีอยู่จำนวนมาก จะเป็นแหล่งดึงดูดการท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,910,939 hits

Join 4,114 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

นักวิชาการ มธ. ชม นโยบายรัฐ ชง 3 มาตรการเติมเต็มช่องว่าง หนุน โซลาร์เซลล์ประชาชน
ทายาทหมื่นล้านมาแล้ว มายด์ ลภัสลัล - พาย สุนิษฐ์ ประกาศข่าวดีของตระกูลภิรมย์ภักดี
สรุปมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประจำวันที่ 11 เมษายน 2569
เฮติสลด เหยียบกันตายในป้อมปราการโบราณบนภูเขา แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ดับอย่างน้อย 30 ศพ เจ็บนับสิบ
มหานคร สกายเวิร์ส เปิดตัวธีมใหม่ ‘The Art of Thailand’s Wonders’
โพลจี้รบ.รื้อสูตรราคาน้ำมัน หนุนเฉือนภาษี
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เสด็จทรงเป็นองค์ปาฐก ถ่ายทอดองค์ความรู้ชุดไทยสู่เวทีโลก
แหล่งข่าวเผย ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน "บาดเจ็บสาหัส-เสียโฉม" จากเหตุถล่มเตหะราน
ทรัมป์สั่งสกัดเรือทุกลำในช่องแคบฮอร์มุซที่จ่ายเงินให้อิหร่าน
ทรัมป์ขู่ตั้งกำแพงภาษีจีน 50% หากส่งอาวุธให้อิหร่าน

Recent Posts

  • อดีตผอ.ซีไอเอ เรียกร้องใช้บทแก้ไขรัฐธรรมนูญข้อ 25 ปลดทรัมป์ พ้นตำแหน่ง ชี้มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม
  • กองทัพอากาศไนจีเรีย “โจมตีพลาด” ถล่มตลาด ดับพุ่งกว่า 100 ศพ
  • ถล่มใน 20 วินาที ระเบิดทำลายโรงแรมหรู 23 ชั้นใจกลางไมอามี
  • สิ้นตำนาน “อาชา โภสเล” นักร้องไอคอนแห่งบอลลีวูด เสียชีวิตในวัย 92 ปี
  • อินโดนีเซียจับหญิง 2 คน ฐานเหยียบคัมภีร์อัลกุรอานว่อนโซเชียล เสี่ยงคุก 5 ปี ตามกม.หมิ่นศาสนา

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d