Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ตร.รวบสาวฆ่าแมวบูชายันต์ แจ้ง 2 ข้อหา ‘ทารุณกรรมสัตว์-เสพยาเสพติด’

Posted on February 21, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712545

ตร.รวบสาวฆ่าแมวบูชายันต์ แจ้ง 2 ข้อหา 'ทารุณกรรมสัตว์-เสพยาเสพติด'

ตร.รวบสาวฆ่าแมวบูชายันต์ แจ้ง 2 ข้อหา ‘ทารุณกรรมสัตว์-เสพยาเสพติด’

วันอังคาร ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 13.22 น.

ตร.รวบสาวฆ่าแมวบูชายันต์ แจ้ง 2 ข้อหา ‘ทารุณกรรมสัตว์-เสพยาเสพติด’ อ้างเป็นแค่อุบัติเหตุไม่ได้ตั้งใจฆ่าแมว ไม่กล้าบอกเจ้าของ

21 ก.พ.66 ความคืบหน้ากรณีชาวบ้านซึ่งเป็นเจ้าของแมวในพื้นที่ ต.ม่วงงาม อ.สิงหนคร จ.สงขลา สงสัยว่าเพื่อนบ้านจับแมวไปทรมานและอาจจะนำไปบูชายันต์ เพราะที่ผ่านมาแมวในหมู่บ้านถูกจับไปหลายตัว ล่าสุดเป็นแมวพันธุ์เปอร์เซีย อายุ 5 เดือนของเพื่อนบ้านใกล้เคียงหายไป และเจ้าของเฝ้าดูพฤติกรรมจนคนรับจ้างทำความสะอาดบ้านเอาถุงดำออกมาทิ้งพอไปเปิดดูก็พบว่าซากแมวตัวเองตายขึ้นและขาถูกสับขาด้วยจึงได้ร้องเรียนไปยังมูลนิธิวอชด๊อกไทยแลนด์และเข้าแจ้งความที่ สภ.ม่วงงาม

ล่าสุด วันนี้ (21ก.พ.66) ในทางคดีทางตำรวจ สภ.ม่วงงาม  ได้ไปเชิญตัว นางเยาวลักษณ์ บุญซุ่ม อายุ 44 ปี หรือเอ๋ ซึ่งเป็นผู้หญิงที่ทำทารุณแมว มาทำการสอบสวนแล้วตั้งแต่ช่วงเย็นของเมื่อวานนี้ และแจ้งขอหาดำเนินคดีใน 2 ข้อหา คือ เสพยาเสพติด และทารุณกรรมสัตว์ และในวันนี้ได้ควบคุมตัวส่งศาลจังหวัดสงขลาเพื่อดำเนินคดี

จากการสอบถาม นางเยาวลักษณ์ บอกว่า ไม่ได้จงใจฆ่าแมวแต่เป็นอุบัติเหตุ เพราะแมวของเพื่อนบ้านได้เข้ามาในบ้านตน แต่ตนเกิดขับรถไปเหยียบแมวเท่านั้นไม่ได้ไปทำทารุณแมว ไม่ได้จับฟาดตามที่เพื่อนบ้านใส่ร้ายเพราะเป็นคนรักแมวอยู่แล้ว ตอนอยู่ในห้องขังก็เอาแมวมาอยู่ด้วย

ส่วนเรื่องที่เพื่อนบ้านบอกว่าตนมีพฤติกรรมสายมูบูชายันต์ นางเยาวลักษณ์ กล่าวว่า ที่กล่าวหาว่าตนบูชายันต์องค์แม่กวนอิมด้วยเลือดแมวแม้ว่าตนจะเป็นไทยพุทธมาก่อนแต่ไม่ใช่เรื่องจริง เป็นการเข้าใจผิด

ด้านหญิงสาวที่เป็นเจ้าของแมวเปอร์เซียที่ถูกฆ่าตาย บอกว่า เท่าที่ทราบหลังจากที่ผู้หญิงคนนี้ถูกตำรวจจับตัวไปก็บอกว่ามีการจับแมวเอาหัวฟาดพื้นด้วย เพราะโมโหที่แมวไปฉี่รดหน้าบ้าน และแม้ว่าตำรวจจะจับกุมหญิงคนนี้ไปแล้วแต่ก็เพื่อนบ้านก็ยังหวาดกลัวไม่อยากให้ประกันตัวออกมา เพราะหากออกมาแล้วไม่รู้ว่าจะมาทำอะไรแบบนี้อีกหรือไม่ โดยหญิงคนนี้มาอยู่ที่หมู่บ้านได้ 2 ปี และเพิ่งขับรับศาสนาอิสลามมีสามีทำอาชีพออกเรือประมง และจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ได้มีเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอสทิงพระ เดินทางมายัง สภ.ม่วงงาม เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีนี้ด้วย.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แม่ค้าร้านก๋วยจั๊บอุบลสุดเซ็งเจอแบงก์ 100 ปลอม! เตือนภัยเพื่อนร่วมอาชีพระวัง

Posted on February 21, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712537

แม่ค้าร้านก๋วยจั๊บอุบลสุดเซ็งเจอแบงก์ 100 ปลอม! เตือนภัยเพื่อนร่วมอาชีพระวัง

แม่ค้าร้านก๋วยจั๊บอุบลสุดเซ็งเจอแบงก์ 100 ปลอม! เตือนภัยเพื่อนร่วมอาชีพระวัง

วันอังคาร ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 11.39 น.

เตือนภัยพ่อค้าแม่ค้าเขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม ระวังแบงก์ปลอมระบาดหลังแม่ค้าขายก๋วยจั๊บอุบลเจอแบงก์ 100 ปลอม

วันที่ 21 ก.พ.66 ที่ร้านน้องกวางก๋วยจั๊บอุบล ตั้งอยู่ใกล้บริเวณสี่แยกชุมสาย หลังโรงเรียนผดุงนารี เขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม นางสาวธนภรณ์ อามาตสมบัติ อายุ 25 ปีเจ้าของร้าน เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (20 ก.พ.66) ตนเปิดร้านขายก๋วยจั๊บอุบลตามปกติ ช่วงเช้าถึงสายๆ ลูกค้าจะเยอะมาก มีทั้งเด็กนักเรียน และคนวัยทำงาน มาซื้อก๋วยจั๊บไปรับประทานก่อนเข้าโรงเรียนและไปทำงาน กว่าจะว่างก็ช่วงบ่ายๆ หลังจากนั้นได้นำเงินออกมานับ ส่วนใหญ่จะเป็นแบงก์ 100 แต่ก็มาสะดุดอยู่ 1 ใบ ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นแบงก์ปลอม เพราะตอนนั้นมือเปียก พอแบงก์โดนน้ำหมึกแดงจาง สีละลาย ตอนนั้นรู้สึกตกใจมากและเสียความรู้สึกว่าทำไมต้องมาเจอเหตุการณ์อะไรแบบนี้ ถึงแม้ว่าจะเป็นแค่แบงก์ร้อยก็ตาม หากเป็นแบงก์ 500 หรือแบงก์ 1,000 ก็คงจะเสียความรู้สึกมากกว่านี้

หลังเกิดเหตุาตนได้ไม่ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ เพราะเงินก็ไม่มาก แต่อยากฝากเตือนไว้เป็นอุทาหรณ์มากกว่า และเตือนไปยังพ่อค้าแม่ค้าด้วยกันให้ระวังเพราะสภาพเศรษฐกิจแบบนี้ ค้าขายก็ยากแล้วยังต้องมาเจอลูกค้าเอาแบงก์ปลอมมาให้แล้วยังต้องทอนเงินให้เขาไปอีกก็เท่ากับว่าเขากินฟรีแล้วยังได้เงินเราไปอีก

“อยากให้พ่อค้าแม่ค้าคนอาชีพเดียวกันสังเกตดีๆ ตอนที่นับก็รู้เลยว่าไม่ใช่แบงก์จริง จังหวะนั้นมือเปียกด้วย แบงห์ก็จาง รู้สึกเฟลมาก ที่บ้านขายก๋วยจั๊บอุบลมากกว่า 10 ปี ส่วนร้านนี้เพิ่งจะย้ายมาเปิดใหม่ได้ 6 เดือนที่ผ่านมาก็ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ หากรู้ว่าลูกค้าคนไหนเอาแบงก์ปลอมมาใช้ ณ ตอนนั้นก็อยากจะถามว่าทำแบบนี้ทำไม หากลูกค้าไม่รู้ว่าเป็นแบงก์ปลอมก็ไม่เป็นไร แต่หากรู้ว่าก็คงคุยกันว่าทำไมถึงต้องทำแบบนั้น ซึ่งก็อยากฝากเตือนไปยังพ่อค้าแม่ค้า ช่วงนี้เวลารับเงินมาควรที่จะต้องตรวจสอบเป็นพิเศษ” นางสาวธนภรณ์ กล่าว – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สนุกเต็มคาราเบล! เล่นน้ำปาโคลน ‘บ้านจ่าก้อง’ ย้อนความสุขวัยเด็ก

Posted on February 21, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712534

สนุกเต็มคาราเบล! เล่นน้ำปาโคลน 'บ้านจ่าก้อง' ย้อนความสุขวัยเด็ก

สนุกเต็มคาราเบล! เล่นน้ำปาโคลน ‘บ้านจ่าก้อง’ ย้อนความสุขวัยเด็ก

วันอังคาร ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 11.24 น.

21 ก.พ. 66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนตำบลป่าแฝก อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย หรือที่รู้จักกันในนาม “บ้านจ่าก้อง” ซึ่งเป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง และสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร ขณะนี้ได้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ที่น้องๆนักเรียนอยากจะมาเที่ยวชม และศึกษาดูงานกันอย่างมาก หลังที่นี่ได้มีการเพิ่มสีสัน สร้างกิจกรรมใหม่ ให้ทุกคนสามารถกระโดดน้ำและเล่นปาขี้โคลนใส่กันได้อย่างเต็มที่ เพื่อย้อนความสุขในวัยเด็กกลับคืนมาอีกครั้ง

จ่าสิบโทสุทิน  ทองเอ็ม หรือจ่าก้อง บอกว่า ที่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนตำบลป่าแฝก หรือบ้านจ่าก้อง จะมีการฝึกทักษะอาชีพให้กับทั้งเด็กนักเรียน ผู้สูงวัย และเกษตรกรทั่วไป เช่น การเพาะกบ เลี้ยงปลา การขยายพันธุ์พืชต่างๆ พร้อมกับการแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ฝึกให้เด็กได้ซึมซับวิถีชีวิตชนบท มาศึกษาดูงานที่นี่นอกจากได้ความรู้แล้ว ก็ยังได้ความสนุกสนานด้วย โดยเฉพาะฐานกิจกรรมที่ถือเป็นไฮไลต์ ก็คือ สไลเดอร์ กระโดดน้ำ เล่นปาโคลนใส่กัน เด็กน้อยบางคนชอบมาก ถึงขั้นเล่นแล้วไม่อยากกลับบ้านก็มี

ขณะที่น้องๆนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนไกรในวิทยาคม รัชมังคลาภิเษก ซึ่งได้เดินทางมาศึกษาดูงาน พร้อมกับลงเล่นน้ำปาขี้โคลนที่บ้านจ่าก้อง ต่างก็บอกว่ามีความสุข และชอบมากที่ได้ใกล้ชิดธรรมชาติ แล้วก็ได้เล่นน้ำขว้างปาโคลนกับเพื่อนๆสนุกมาก เหมือนได้ย้อนวัยเด็กน้อยอีกครั้ง.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แนะทุกวัยเช็คอาการตนเอง สัญญาณ’โรคฮาชิโมโต’ คอโต หน้าบวม น้ำหนักขึ้น

Posted on February 21, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712524

แนะทุกวัยเช็คอาการตนเอง สัญญาณ'โรคฮาชิโมโต' คอโต หน้าบวม น้ำหนักขึ้น

แนะทุกวัยเช็คอาการตนเอง สัญญาณ’โรคฮาชิโมโต’ คอโต หน้าบวม น้ำหนักขึ้น

วันอังคาร ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 10.30 น.

21 กุมภาพันธ์ 2566 โรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์แนะให้ทุกวัยหมั่นตรวจเช็คอาการตนเองจากสัญญาณของโรคฮาชิโมโต หากรู้เร็ว รักษาได้ทัน พร้อมเน้นย้ำให้ดูแลสุขภาพ รับประทานอาหารครบหมู่ ใช้ชีวิตให้สมดุล แบ่งเวลาทำงานและพักผ่อนให้เหมาะสมหลีกเลี่ยงสุราและบุหรี่หากมีอาการที่สงสัย เช่น คอโตขึ้น ควรมาพบแพทย์

นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า โรคฮาชิโมโตหรือภาวะต่อมไทรอยด์อักเสบเรื้อรังจากความบกพร่องของระบบภูมิคุ้มกัน เป็นสาเหตุของภาวะฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำที่พบได้บ่อย เกิดจากการที่ภูมิคุ้มกันในร่างกายไปทำให้ต่อมไทรอยด์เกิดการอักเสบเรื้อรังและทำงานลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งต่อมไทรอยด์เป็นส่วนหนึ่งของระบบต่อมไร้ท่อที่ทำหน้าที่ในการผลิตฮอร์โมนที่สอดคล้องกับการทำงานหลายอย่างของร่างกาย

นายแพทย์จินดา โรจนเมธินทร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี กล่าวว่า โรคฮาชิโมโตมีจากหลายปัจจัย ได้แก่ กรรมพันธุ์ คนที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นไทรอยด์ ไม่ว่าจะเป็นไทรอยด์เป็นพิษ ไทรอยด์อักเสบเรื้อรังโรคเหล่านี้เป็นโรคเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันของไทรอยด์ที่ผิดปกติ บางครั้งอาจแสดงในกลุ่มของอาการที่ไทรอยด์มากเกินไปหรือไทรอยด์น้อยเกินไป ขึ้นอยู่กับภูมิตัวนี้ไปยับยั้งหรือทำให้มีการสร้างฮอร์โมนมากขึ้น 

เพราะฉะนั้นถ้าในครอบครัวมีคนเป็นโรคไทรอยด์จึงควรไปตรวจสุขภาพ อาจจะพบมากขึ้นในบางเชื้อชาติ การรับประทานสารไอโอดีนมากเกินไป หรืออาจจะสัมพันธ์กับโรคภูมิคุ้มกันอื่นๆ เพศหญิงจะเป็นโรคไทรอยด์มากกว่าเพศชาย พบอุบัติการณ์เพิ่มขึ้นตามอายุ แต่สามารถพบในเด็กวัยรุ่นและวัยกลางคนได้เช่นกัน

ศ.คลินิก นพ.วีระศักดิ์ ศรินนภากรนายแพทย์ทรงคุณวุฒิหัวหน้างานโรคต่อมไร้ท่อ กลุ่มงานอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลราชวิถี กล่าวเพิ่มเติมว่า อาการของโรคฮาชิโมโต ในระยะแรกผู้ป่วยอาจไม่มีอาการใดๆ แต่เมื่อต่อมไทรอยด์มีขนาดโตขึ้น เกิดเป็นคอพอกที่ไม่มีอาการเจ็บปวด อาจจะมีอาการอื่นร่วมด้วย 

ได้แก่ น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น หน้าบวม รู้สึกหนาวง่าย ผิวแห้ง ปวดกล้ามเนื้อ ปวดเมื่อยตามตัว ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ วิธีการดูแลสุขภาพ แนะนำรับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ครบ 5 หมู่ หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ ในวัยทำงานใช้ชีวิตให้สมดุล แบ่งเวลาทำงานที่เหมาะสม พักผ่อนให้เพียงพอ และถ้ามีอาการผิดปกติ เช่น คอโตขึ้น บวม น้ำหนักขึ้นมาก ควรพบแพทย์ โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติโรคไทรอยด์ในครอบครัว.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หดหู่ใจ!! พยาบาลสาวโพสต์จบชีวิต ถูกข้าราชการผู้ใหญ่กลั่นแกล้งจนเครียดสะสม

Posted on February 21, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712522

หดหู่ใจ!! พยาบาลสาวโพสต์จบชีวิต ถูกข้าราชการผู้ใหญ่กลั่นแกล้งจนเครียดสะสม

หดหู่ใจ!! พยาบาลสาวโพสต์จบชีวิต ถูกข้าราชการผู้ใหญ่กลั่นแกล้งจนเครียดสะสม

วันอังคาร ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 10.19 น.

21 ก.พ.66 ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ข้อความระบายความในใจ หลังจากที่เข้ารับราชการเป็นพยาบาลที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ใน จ.เชียงใหม่ เล่าว่า “ตนเป็นชาวเขา พ่อแม่มีลูกหลายคน แต่เลี้ยงดูให้ทุกคนได้มีการศึกษา ตอนเด็กตนป่วยบ่อยและต้องไปโรงพยาบาล มักจะถูกพยาบาลดุด่าเสมอ จนแม่เคยพูดว่า ถ้าโตไปลูกต้องเป็นพยาบาล แล้วอย่าไปทำแบบที่เราโดนกับคนไข้ ตนจำขึ้นใจมาตลอด

พอเรียนระดับ ม.ต้น ตนก็ถูกบูลลี่เรื่องรูปลักษณ์และชาติพันธุ์ เคยกลับบ้านไปกอดแม่แล้วร้องไห้ เล่าสิ่งที่เจอให้แม่ฟัง แม่บอกตนสวยมากและน่ารักที่สุดในสายตาแม่ ตนโดนบูลลี่จนการเรียนเริ่มดรอปลง พอมาเรียน ม.ปลาย เป็นโรงเรียนคริสเตียนแห่งหนึ่ง ตนได้รับการยอมรับจากสังคมเพื่อนและไม่โดนบูลลี่ การเรียนจึงเริ่มดีขึ้น ตนเข้าเรียนในสายวิทย์-คณิต เพราะใฝ่ฝันจะเป็นพยาบาล

ตอนเรียนใกล้จบทางบ้านมีปัญหาด้านการเงินแถมสุขภาพพ่อและแม่ไม่ค่อยดี จึงให้เปลี่ยนความคิดและเรียนต่อเอกครุศาสตร์ เนื่องจากค่าเทอมพยาบาลสูง แต่ตนก็ไม่ทิ้งความใฝ่ฝันในวัยเด็ก จนแอดมิชชันติดเป็นเวชกิจฉุกเฉิน ส่วนพยาบาลติดตัวสำรอง ระหว่างเรียนเวชกิจได้ไปสอบ GAT PAT ใหม่แล้วยื่นแอดมิชชันใหม่อีกครั้ง สรุปก็ได้เรียนพยาบาลสมใจ

พอเรียนจบก็ตั้งใจหาช่องทางเพื่อสอบข้าราชการ จนสอบติดมาเป็นข้าราชการที่ รพ.แห่งหนึ่งในตัวเมืองเชียงใหม่ จนทำงานผ่านไปหลายปี เจออุปสรรคมากมาย แต่แล้ววันหนึ่งมีเหตุที่ไม่คาดคิด คือรถจักรยานยนต์ของตน ที่จอดไว้ในบ้านพัก รพ.ได้หายไป พบว่าเป็นแฟนของเจ้าหน้าที่ตำแหน่งใหญ่ท่านหนึ่งใน รพ.ที่เอาไป ตนจึงติดต่อและขอรถคืน เขาบอกว่าเขาสั่งแฟนเขามาเอารถไป เพราะเห็นจอดไว้นาน

แต่แล้วเรื่องไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ตนได้รถคืน แต่ทุกอย่างมันแย่ เพราะแจ้งความไปที่ สภ.และเวลาไปขอความช่วยเหลือต่าง ๆ จากทางผู้ใหญ่ใน รพ. แต่ไม่ได้รับความช่วยเหลือ หลังจากเหตุการณ์นี้ตนโดนคู่กรณีคุกคามชีวิต ตนได้แจ้งไปทางผู้ใหญ่ใน รพ.แต่ได้รับการดูแลเพียง 1 เดือนครึ่ง

นอกจากนี้ตนได้มีปัญหากับทางหน่วยงาน ซึ่งตลอดมาก็มีปัญหาหลาย ๆ อย่าง ซึ่งมันสะสม ตนเขียนย้ายแผนกแต่ไม่ได้รับการย้าย เครียดสะสมหนักมากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกวัน นอนไม่หลับ ทั้งหวาดระแวง กลัวโดนทำร้ายจากคู่กรณี ตนได้ส่งจดหมายทางเมลไปถึงอธิบดี เนื่องจากทั้ง ผอ. และผู้ใหญ่ใน รพ.ได้ดำเนินการไปแล้วแต่เรื่องเงียบ

วันหนึ่งโดนเรียกไปพบผู้ใหญ่ใน รพ.และถูกกดดันหลายอย่าง ในวันนี้ตนขอจบชีวิตลงเพื่อยุติความอยุติธรรมและทางออกต่าง ๆ ตนไม่อยากรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ ทั้งความก้าวหน้าในหน้าที่การงานและงานที่ทำ เพราะตอนนี้เหมือนไม่ได้ต่อสู้กับคู่กรณีคนเดียว

หลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ ชาวเน็ตต่างเข้ามาให้กำลังใจหญิงรายดังกล่าวจำนวนมาก อาทิ ใจเย็นครับ สู้ ๆ , อดทนนะ เราเลือกชีวิตของเราได้ แค่ละทิ้งสิ่งเหล่านั้น แค่เดินออกมาจากจุดที่แย่ที่สุด กลับบ้านไปกอดพ่อแม่บุคคลที่รักเรา เมื่อเราสบายใจค่อยเริ่มต้นใหม่ สู้ ๆ นะ”.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อีกมุม!เปิดใจชายอยู่กินกับ‘ตุ๊กตายาง’กว่า 4 ปี สบายใจ-กับเรื่องนั้น…

Posted on February 21, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712499

อีกมุม!เปิดใจชายอยู่กินกับ‘ตุ๊กตายาง’กว่า 4 ปี สบายใจ-กับเรื่องนั้น...

อีกมุม!เปิดใจชายอยู่กินกับ‘ตุ๊กตายาง’กว่า 4 ปี สบายใจ-กับเรื่องนั้น…

วันอังคาร ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 07.15 น.

อีกมุม!เปิดใจชายอยู่กินกับ‘ตุ๊กตายาง’กว่า 4 ปี สบายใจ-กับเรื่องนั้น…

21 กุมภาพันธ์ 2566 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังหมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านไทรน้อย พบนายคิม (นามสมมุติ) อายุ 54 ปี อาชีพอิสระ ที่เลิกรากับภรรยาและอยู่กินกับ “ตุ๊กตายาง” ฉันสามีภรรยามานานกว่า 4 ปี โดยตุ๊กตายางซื้อมาจากร้านขายของญี่ปุ่นมือ 2 ซึ่งมีลักษณะเหมือนคน สูงประมาณ 160 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 70 กิโลกรัม ราคากว่า 30,000 บาท

นายคิม กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เมื่อปี 54 ตนมีภรรยาอยู่แล้ว แต่เขาไปมีสามีใหม่ หลังจากนั้นตนมาเจอน้องตุ๊กตายางเมื่อ 4 ปีที่แล้ว เห็นครั้งแรกก็ถูกชะตาจึงซื้อมา ตั้งชื่อว่า “น้องเพลง” สามารถเปลี่ยนทรงผม เปลี่ยนเสื้อผ้าได้ ตนซื้อมาจากร้านขายของญี่ปุ่นมือ 2 ราคา 30,000 กว่าบาท มันเป็นของมือ 1 ที่หลุดมาในตู้คอนเทนเนอร์ ตนคิดว่าดีกว่าไปซื้อกิน เพราะซื้อกินที 1,000-2,000 บาท 10 ครั้งต้องจ่ายตั้งเท่าไร เลือกแบบนี้ดีกว่าไม่ต้องกินข้าวด้วย จ่ายครั้งเดียวจบ

นายคิม กล่าวอีกว่า ตนมานึกถึงว่าถ้าตนมีภรรยาใหม่ก็กลัวมีปัญหากับลูก กลัวจะมีปัญหาสังคมเรื่องแม่เลี้ยงลูกเลี้ยง ในเมื่อแม่เขาไปมีครอบครัวใหม่ตนก็คิดว่าจะเป็นเสาหลักให้ลูก ตนมีลูกสาวซึ่งเขาก็รับรู้มาตลอด ก่อนหน้านี้ตนอยู่คนเดียวมาโดยตลอด พอมามีน้องตุ๊กตายางก็ได้อ่านข้อมูลของประเทศญี่ปุ่น ประเทศจีน มีแบบให้เช่าด้วย คือ มีไว้แทนผู้หญิงบริการเลย ซึ่งตนก็ว่าดีเพราะจะได้ลดปัญหาทางสังคม ลดเรื่องข่มขืนหรือโรคติดต่อด้วย ตนอยู่กับน้องตุ๊กตายางก็มีกอดอย่างเดียว เขาก็นอนเฉยๆ ตนไม่ได้กลัวเพราะปกติชอบพวกตุ๊กตาโมเดลอยู่แล้ว แต่ตัวน้องตุ๊กตาจะนิ่มกว่า คิดว่ามีน้องตุ๊กตายางแล้วสบายใจ แต่มันหาซื้อยาก ตามเว็บก็ไม่ไว้ใจกลัวโดนหลอก ตนคิดว่าราคา 30,000 กว่าบาทไม่ได้แพง

“อย่างผู้หญิงทำนมมาซิลิโคนนิดเดียวยัง 30,000-40,000 บาท แต่นี่คือเป็นยางทั้งตัว และมีเหล็กข้างในด้วย ซื้อครั้งเดียวจบ วิธีทำความสะอาดคือใช้ออยล์เช็ดทำความสะอาด ปีละ 2 ครั้ง ส่วนใหญ่จะหาซื้อเสื้อผ้าให้ตามแอปฯ มีชุดนักศึกษาบ้าง ชุดญี่ปุ่นปิดหน้าอก ปิดข้างล่างบ้าง เห็นแล้วได้ฟิล อยากให้ผู้ชายหลายๆคนลองเปลี่ยนมุมมองดู มันไม่มีปัญหาสังคม การข่มขืนมันลดลงด้วย แต่ประเด็นคือมันหาซื้อยาก คิดว่าหลายคนมีคนต้องการ แต่หาซื้อยาก มันลดเรื่องโรคติดต่อด้วย ผมใส่ถุงยางเพื่อความสะอาดของเราและของน้องเขาด้วย วันไหนเบื่อก็เปลี่ยนลุค เปลี่ยนเสื้อผ้า เปลี่ยนทรงผม” นายคิม กล่าว

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อร่อยได้ในซอย! ‘ข้าวขาหมู’ในตำนาน มือทำระดับเชฟเมืองนอก

Posted on February 21, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712471

อร่อยได้ในซอย! 'ข้าวขาหมู'ในตำนาน มือทำระดับเชฟเมืองนอก

อร่อยได้ในซอย! ‘ข้าวขาหมู’ในตำนาน มือทำระดับเชฟเมืองนอก

วันจันทร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 20.35 น.

“ข้าวขาหมู”อร่อยในซอย เป็นขาหมูในตำนาน โดย”โกซิต”ระดับเชฟเมืองนอกทำเอง หลากหลายเมนูให้ได้อร่อย บอกได้เลยแซบเหมือนนั่งทานในภัตตาคารโรงแรมหรู

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2566 แนะนำร้านขาหมูอร่อยได้ในซอย แซบระดับภัตตาคารโรงแรมหรู โดยที่ จ.อุดรธานี ในซอยเล็กๆ ที่ซอยโพนพิสัย 3 เขตเทศบาลนครอุดรธานี เข้าไปประมาณ 30 เมตร จะเห็นบ้านเช่าหลังเล็กๆ อยู่ติดถนน ที่นี่ นายสามารถ จิตรวศินกุล หรือ โกชิต อายุ 68 ปี เจ้าของร้านขาหมู ป.อุดรขาหมู ในตำนาน เจ้าของร้านกำลังง่วนกับการทำข้าวขาหมูที่ลูกค้าสั่งทางเดลิเวอรี่

นายสามารถ หรือ โกชิต เล่าว่า เดิมทีเป็นเซฟร้านอาหารไทยที่ประเทศญี่ปุ่น อยู่ 2 ปีครึ่ง จากนั้นได้เดินทางกลับบ้าน มาเช่าบ้านอยู่ในซอยโพนพิสัย เลยคิดทำอาหารเลี้ยงตัวเองและจ่ายค่าเช่า จึงนำความรู้ทำขาหมูในร้านอาหารดัง เมนูที่นี่มี ซุปขาหมู กระเพราขาหมู ผัดซีอิ๊ว บะหมี่น้ำขาหมู ต้มยำขาหมู และยังมีเมนูอีกหลายตัวที่เกี่ยวกับขาหมูให้ได้ชิมกัน

โกชิต บอกว่า ตัวเด่นคือขาหมู เป็นสูตรไม่เหมือนใคร ถือเป็นสูตรภัตตาหารหรูในโรงแรมชื่อดัง โดยจะนำไปทอดก่อนจะนำไปต้ม ผสมกับเครื่องเทศที่เราไม่หวงเครื่องเทศ เครื่องขาหมู เครื่องเทศต้องเยอะหน่อย ถึงจะอร่อย ตอนนี้ขายในไลน์แมนเท่านั้น ส่วนนั่งกินก็พอได้อยู่ 3 – 4 โต๊ะ เนื่องจากพื้นที่คับแคบ ใครอยากจะลอง สั่งได้ ขาหมูในตำนานของโกชิต ที่ จ.อุดรธานี

– 006

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เตือนภัย! ลูกจ้างแสบฉกเงินร้านเบเกอรี่ แถมบวกราคาสินค้าสูงเกินจริง

Posted on February 21, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712465

เตือนภัย! ลูกจ้างแสบฉกเงินร้านเบเกอรี่ แถมบวกราคาสินค้าสูงเกินจริง

เตือนภัย! ลูกจ้างแสบฉกเงินร้านเบเกอรี่ แถมบวกราคาสินค้าสูงเกินจริง

วันจันทร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 20.11 น.

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2566 จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Sukanya JD” ซึ่งเป็นเจ้าของร้าน “sweetcotton bakery houe” อยู่ที่ คลอง 11 ม.1 ต.บึงน้ำรักษ์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ได้โพสต์ข้อความเพื่อเตือนภัยสังคม ใจความว่า “ใครที่เคยมาซื้อเค้ก/ขนมที่ร้าน แล้วโอนเงินเข้าบัญชีอื่นที่ไม่ใช่บัญชีของทางร้าน หรือคิดราคาขนมเกินราคาจริง (ติดป้ายแล้วแต่พนักงานเอาออกเพราะบอกว่าสติกเกอร์หลุด) สามารถส่งข้อความมาได้เลยนะคะ .. ต้องการหลักฐานจากหลายๆ เคส เพื่อนำไปดำเนินคดีคร่าวๆ ก็ยักยอกทรัพย์ โกงเงิน ทำให้ชื่อเสียงร้านเสียหาย เตือนแล้วบอกแล้วเป็นร้อยรอบแต่ไม่ฟังยังทำอยู่ ก็ตามนี้เลยค่ะ ขอบพระคุณทุกๆ ท่านที่ให้ความร่วมมือนะคะ ตอนนี้มีหลักฐานเพียงพออยู่ แต่ต้องการเพิ่มเติมค่ะ อาจจะแจ้งช้าหน่อย เพิ่งจะมีเวลามาเคลียปัญหาค่ะ”

จากนั้นได้ประกาศให้ น.ส.ศิริรัตน์ (สงวนนามสกุล) พนักงานคนดังกล่าว พ้นสภาพจาการเป็นพนักงาน และได้ประสานมายังสื่อมวลชน พร้อมนำภาพวงจรปิดที่เป็นหลักสำคัญ เพื่อเสนอข่าวเตือนภัยสังคมเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้น

จากการสอบถาม น.ส.สุกัญญา เจ้าของร้าน “sweetcotton bakery houe” กล่าวว่า พนักกงานคนดังกล่าวชื่อ น.ส.ศิริรัตน์ ได้เข้ามาสมัครงานที่ร้านเมื่อเดือน พ.ย.65 เป็นต้นมา จนมีการปลดออกในวันที่ 8 ก.พ.66 ระหว่างการทำงานที่ร้านมีการทำงานไว้ใจไม่ได้เรื่องการเงิน โดยการนำเงินที่ลูกค้าที่ซื้อสินค้ามาเก็บไว้ที่กระเป๋าตนเอง โดยใช้ลำตัวปิดปังมุมกล้องวงจรปิด และใช้เงินของตนเองทอนเงินที่ลูกค้า ทั้งที่ทางร้านก็มีกล่องใสพลาสติกไว้เก็บเงินและเงินทอนในการขายของอยู่แล้ว

ส่วนที่เป็นการโอนเงินจ่ายและชำระผ่านทางสแกนจ่าย QR Code นั้น ก็ให้ชำระเข้าบัญชีของตนเองและสามีผู้ก่อเหตุ หลายครั้งมีการบวกราคาสินค้าที่เกินจริงมากกว่าที่ทางร้านกำหนดไว้ โดยผู้ก่อเหตุนั้นไม่ยอมนำใบเสร็จชำระเงินให้แก่ลูกค้าอ้างว่าไม่มีใบเสร็จ ส่วนใบเสร็จตัวจริงที่ลูกค้าชำระเงินแล้วนั้นก็แอบเอาไปทำลายทิ้งไม่ให้ทางร้านรับรู้ และเงินที่บวกราคาสินค้าเกินจริงนั้นก็ยักยอกเก็บเป็นของตนเอง ส่วนป้ายราคาที่ทางร้านติดไว้พนักงานคนดังกล่าวก็แกะออก อ้างเหตุผลต่างๆ เพื่อจะไม่ให้ลูกค้ารู้ยอดสินค้าตามจริง

ทั้งนี้ ตอนนี้ตนได้ดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.ธัญบุรี เมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา ตนอยากฝากไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ธัญบุรี ช่วยรับคดีและเร่งดำเนินการเอาคนที่กระทำผิดเช่นนี้มาลงโทษตามกฎหมายเสียที

อย่างไรก็ตาม จากกรณีดังกล่าวที่เกิดขึ้นนั้น อาจมองเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ทำให้ชื่อเสียงของทางร้านนั้นเสียหาย ตอนนี้ลูกค้าลดลงเป็นอย่างมาก จากเดิมยอดขายต่อวันอยู่ที่ 5,000 – 6,000 บาท มาวันนี้ยอดขายเหลือวันละไม่ถึง 1,500 บาท อีกทั้งยังโดนยักยอกเงินไปอีก

“ตนอยากฝากไปยังเจ้าของร้านค้าต่างๆ ก่อนที่จะรับใครเข้ามาทำงาน ให้ตรวจสอบประวัติจากร้านเดิมที่บุคคลนั้นเคยทำงานมาก่อนว่าพฤติกรรมนั้นเป็นเช่นไร จะได้ไม่มานั่งเสียใจและเสียเวลาเช่นตน เพราะหลังจากเกิดเหตุตนก็สืบทราบว่าพนักงานคนนี้ได้ก่อเหตุเช่นนี้มาหลายร้านค้าแล้ว”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชม’วัดไทยนาลันทา’ต่อยอดบุญ’พระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สุดในอินเดีย’

Posted on February 21, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712467

ชม'วัดไทยนาลันทา'ต่อยอดบุญ'พระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สุดในอินเดีย'

ชม’วัดไทยนาลันทา’ต่อยอดบุญ’พระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สุดในอินเดีย’

วันจันทร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 19.36 น.

มีโอกาสมาทำข่าวที่ประเทศอินเดีย กับ “โครงการจาริกธรรมตามรอยบาทพระศาสดา ครั้งที่ 9” และเดินทางมาถึงที่ “วัดไทยนาลันทา” เมืองนาลันทา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2566 ท่ามกลางสภาพอากาศของ “อินเดีย” ที่มีสภาพอากาศแปรปรวน โดยกลางวันร้อน กลางคืนหนาว แต่ลมหายใจของ “พระพุทธศาสนา” ยังหนักแน่นในศรัทธาที่มีต่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์สมณโคดมบรมครู แม้จะผ่านเวลาอันยาวนานมากว่า 2,600 กว่าปีแล้วก็ตาม 

ในทุกๆ เช้าที่คณะสงฆ์ใน “โครงการจาริกธรรมตามรอยบาทพระศาสดา” ได้จำวัดอยู่ที่ “วัดไทยนาลันทา” ทางพระสงฆ์, แม่ชี และ ฆราวาสในวัดจะมาตักบาตรด้วยความศรัทธา โดยในเช้าวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2566 พระครูปริยัติธรรมวิเทศ, ดร. (พัน สุภาจาโร ป.ธ.๔, B.A., M.A., Ph.D.) เจ้าอาวาส “วัดไทยนาลันทา” ได้ออกมายืนใส่บาตรคณะสงฆ์ โดยมี “ไอโฟน” สุนัขแสนรู้เดินตามท่านไม่ห่าง ด้วยความเป็นห่วงเป็นใยเจ้าอาวาส

“วัดไทยนาลันทา” มีประวัติศาสตร์ที่น่าเรียนรู้ศึกษา โดยมีอนุสาวรีย์ของหลวงพ่อคชดิช กัสสปะ ตั้งตระหง่านอยู่หน้าโบสถ์ของ “วัดไทยนาลันทา” ซึ่งหากจะกล่าวถึงประวัติศาสตร์นี้แล้ว ต้องเริ่มที่ “หมู่บ้านนาลันทา” ในสมัยพุทธกาล หรือ ที่เรียกว่า “นาลกคาม” เป็นบ้านเกิดและที่นิพพานของพระสารีบุตร อัครสาวกเบื้องขวาขององค์สมณโคดมบรมครู ต่อมาได้กลายเป็น “มหาวิทยาลัยสงฆ์นาลันทา” ที่ยิ่งใหญ่ และเป็นศูนย์กลางการศึกษาของทวีปเอเชีย โดยมีพระนักศึกษาจำนวนเป็นหมื่นรูปมาศึกษาที่ “มหาวิทยาลัยนาลันทา” ต่อมามหาวิทยาลัยนาลันทาได้ถูกทำลายโดยชาวมุสลิมเติร์ก ซึ่งเป็นลูกหลานของเจงกีสข่าน ที่เป็นคนต่างศาสนาและต้องการเพียงทรัพย์สินในมหาวิทยาลัยนาลันทา จึงทำการฆ่าตัดคอพระสงฆ์จำนวนมาก หลังจากนั้นมุสลิมได้นำเหตุการณ์นี้มาสู่ประเด็นทางการเมือง โดยไม่ให้มีพระสงฆ์อีกในอินเดีย ทำให้พระสงฆ์หมดจากอินเดียมา 700 กว่าปี

ภายหลัง หลวงพ่อชคดิช กัสสปะ (Jagdish Kashyap) พระสงฆ์ชาวอินเดีย ได้ศึกษาถึงประวัตศาสตร์ที่ยิงใหญ่ของนาลันทา จึงมีความคิดริเริ่มที่จะสร้างมหาวิทยาลัยนาลันทาให้กลับมาอีกครั้ง และได้พากเพียรพยามจนในที่สุดก็ได้สร้างมหาวิทยาลัยสงฆ์นาลันทาขึ้นมาอีก เมื่อ พ.ศ. 2494 และได้เป็นอธิการบดีคนแรก ต่อมาได้รับตำแหน่งเป็นสังฆนายก ของประเทศอินเดีย และท่านได้ซื้อที่ดินติดกันกับมหาวิทยาลัย เพื่อสร้างเป็นที่พัก และสำนักวิปัสสนา ซึ่งได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากรัฐบาลอินเดียและพุทธบริษัทชาวไทย ต่อมาท่านได้มีความดำริว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนามาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จึงมีศรัทธายกที่ดินจำนวน 3 ไร่และอาคาร 6 หลัง อันเป็นสมบัติส่วนตัวของท่านให้เป็นสมบัติของประเทศไทย ตั้งแต่ พ.ศ. 2514 แต่ต้องผ่านขบวนการทางกฎหมาย ศาล และคณะสงฆ์ไทย และต่อมาเมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2517 ขั้นตอนทางกฎหมายได้เสร็จเรียบแล้ว และได้กลายเป็นวัดไทยนาลันทา

นายสมาน สุดโต นักเขียนเว็บไซต์โพสต์ทูเดย์เขียนถึงความเป็นมาของ “วัดไทยนาลันทา” ว่า หนังสือบันทึกเรื่องงานฟื้นพระพุทธศาสนาในชมพูทวีป รัฐบาลไทย คณะสงฆ์ไทย ชาวพุทธไทย น้อมเป็นพุทธบูชาในแดนพุทธองค์ อนุสรณ์งานยกช่อฟ้าพระอุโบสถวัดไทยพุทธคยา ประเทศอินเดีย วันที่ 28 ต.ค. 2519 มีบันทึกเรื่องกำเนิดวัดไทยนาลันทา ประเทศอินเดีย (2517-1975) โดย พระมหานคร เขมปาลี ป.ธ. 6 น.ธ.เอก M.A.นักศึกษาชั้นปริญญาเอก สถาบันนวนาลันทา มหาวิทยาลัยมคธ 1 บทความ คำสั่งศาลพิหารซารีฟ จังหวัดนาลันทา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย วันที่ 6 มี.ค. 2517 (ค.ศ. 1974 ) เรื่องการรับมอบโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและทรัพย์สิน สร้างวัดไทยนาลันทา พระมหาเถระ ดร.เจ กัสสปะ สังฆนายกอินเดีย ผู้มอบถวายกรรมสิทธิ์ พระธรรมมหาวีรานุวัตร ในนามวัดไทยพุทธคยา ผู้รับมอบกรรมสิทธิ์ 1 ชิ้น และบันทึกเรื่อง วัดไทยนาลันทา โดยภิกขุวิเวกนันทะ 1 ชิ้น โดยท่านมหานคร เขมปาลี เคยเป็นเจ้าอาวาสวัดไทยนาลันทารูปแรก (ต่อมาเป็นเจ้าคุณราชรัตนโมลี วัดมหาธาตุ มรณภาพปี 2553) เล่าเรื่องการเกิดวัดไทยนาลันทาแปลกกว่าวัดไทยในต่างประเทศอื่นๆ เพราะวัดไทยนาลันทาเกิดขึ้นมาเป็นวัดสมบูรณ์โดยทันทีเหมือนกับอุบัติเทพ ทั้งยังตั้งอยู่ในดินแดนที่เคยเป็นบ้านเกิดของพระสารีบุตรและพระโมคัลลานะ พระมหาเถระอัครสาวกขวา-ซ้ายของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ส่วนผู้ที่ทำให้เกิด “วัดไทยนาลันทา” คือพระมหาเถระ ดร.เจ กัสสปะ ผู้อำนวยการและก่อตั้งสถาบันนวนาลันทา ที่สร้างศูนย์วิปัสสนาบนที่ดินที่เป็นกรรมสิทธิ์ของท่าน ต่อมาได้ตัดสินใจมอบถวายที่ดินพร้อมอาคารก่อสร้างให้คณะสงฆ์ไทยเพื่อเป็นสมบัติพระพุทธศาสนาสืบไป ดำริที่จะถวายมีมาตั้งแต่ปี 2514 แต่ตัวท่านมหานคร เขมปาลี ได้ทุ่มเทกับการเรียนจึงไม่ได้สานต่อ แต่ท่าน ดร.เจ กัสสปะ ก็เตือนหลายครั้งพร้อมกับมีหนังสือแสดงความจำนงถวายที่ดินให้คณะสงฆ์ไทย ท่านจึงนำเรื่องเสนอพระธรรมมหาวีรานุวัตร เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา และหัวหน้าพระธรรมทูตต่างประเทศ พระธรรมมหาวีรานุวัตรจึงเสนอเรื่องไปยังคณะสงฆ์ไทยและรัฐบาลไทย โดยผ่านสถานทูตไทยประจำอินเดีย กว่าจะทราบว่าทางการไทยตกลงรับเรื่อง ก็ใช้เวลา 2 ปี จากนั้นจึงได้ทำการจดทะเบียนโอนทรัพย์สินเป็นสมบัติของวัดไทยพุทธคยา เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 2517 ตามคำสั่งศาลพิหารซารีฟ

นอกจากนี้ ยังมีบันทึกเรื่อง “วัดไทยนาลันทา” โดยภิกขุวิเวกนันทะ ที่ตีพิมพ์ในหนังสือฉบับเดียวกันเล่าว่า มูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่เป็นตึก 6 หลัง ราคาประมาณ 1 แสนรูปี (พ.ศ. 2517) ท่านผู้ถวายจึงเป็นผู้เสียสละจริงๆ แต่กว่าทางการไทยจะรับนั้นกินเวลาถึง 2 ปี นับว่าใช้เวลามาก ส่วนท่าน ดร.เจ กัสสปะ ผู้ตั้งใจถวายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้สงฆ์ไทยก็ใจร้อน ติดตามตลอด เมื่อล่าช้าก็ทุกข์ใจ เข้าทำนองกว่าถั่วจะสุก งาก็ไหม้ และเมื่อทางการไทยรับเรื่องแล้ว เป็นขั้นตอนติดต่อประสานงาน ปรับความเข้าใจ พบเจ้าหน้าที่ พบทนายตั้งหลายครั้ง 

นอกจากนั้น ต้องไปศาลไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งเพื่อติดต่อคนเขียนโฉนด ซื้อเอกสารพร้อมด้วยอากรแสตมป์ภาษีที่ดินทั้งหมด 4,000 รูปีเศษ บางครั้งคนซื้อมาก หมดเวลาราชการซื้อไม่ได้ บางครั้งอากรแสตมป์หมดต้องคอย บางครั้งซื้อไม่ได้เพราะบอกราคาตรงเผงไม่ได้ หากซื้อเกินก็คืนไม่ได้ ซื้อขาดจำนวนโอนโฉนดไม่ได้ จะให้ตัวแทนไปซื้อก็กลัวพาเงินหายไป บางครั้งเบิกเงินมาแล้วเอาไปใช้ทางอื่นเงินขาดไปอีก จะไปเอาเงินวัดไทยก็ไกลจากพิหารซารีฟ 108 กิโลเมตร ส่วนนาลันทาไกลจากศาล 12 กิโลเมตร ไปๆ มาๆ เช่นนี้ลำบากแค่ไหน เสียทั้งค่าอาหาร เวลา และค่าพาหนะ และความอึดอัดใจในการรอคอย 

งานที่สำเร็จแต่ละชิ้นแต่ละอันต้องใช้ความอดทนอย่างมาก เมื่อซื้อเอกสารและอากรแสตมป์ได้แล้ว ต้องเอาใบเสร็จไปแสดงที่ธนาคาร ที่แห่งนี้คนมากจนล้นเสียงดังเจี๊ยวจ๊าวฟังกันไม่รู้เรื่อง คนมีเส้นเข้าประตูหลังได้ คนที่ไม่มีเส้นก็คอย หมดเวลาพรุ่งนี้มาใหม่ พรุ่งนี้มาใหม่ (ย้ำ) คนใจไม่เย็นพออกแตกตายแน่ๆ ถึงกระนั้นท่านก็หงุดหงิด หัวเสีย อ่อนเพลีย เกือบจะเป็นโรคประสาท เมื่อโอนโฉนดได้โล่งใจทุกฝ่ายทั้งผู้ให้ ท่าน ดร.เจ กัสสปะ และ ผู้รับพระธรรมมหาวีรานุวัตร ในนามคณะสงฆ์ไทย เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา รวมทั้งผู้ร่วมงานที่ท่านภิกขุวิเวกนันทะบันทึกไว้ได้แก่ พระมหานคร เขมปาลี (มรณภาพแล้ว ตัวภิกขุวิเวกนันทะ (มรณภาพที่สหรัฐอเมริกา) พระมหาบุญมา มหาวีโร และพระสงฆ์ไทยวัดไทยพุทธคยา

เรียกว่า ประวัติศาสตร์ของ “วัดไทยนาลันทา” ทำให้เห็นว่ากว่าาจะมาเป็นวัดไทยนาลันทาได้นั้นย่อมมีมารและอุปสรรคเป็นเรื่องธรรมดา เสมือนกับการสร้างบารมีย่อมมีมารมาทำให้บารมีเพิ่มยิ่งขึ้นนั่นเอง 

ท่านเจ้าอาวาส “วัดไทยนาลันทา” ยังได้ใช้เวลาในช่วงเช้าหลังใส่บาตรพระสงฆ์ใน “โครงการจาริกธรรมตามรอยบาทพระศาสดา ครั้งที่ 9” เมตตาให้ความรู้แก่สื่อมวลชนในโอกาสที่ “พระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สุดในอินเดีย” ขนาด 108 ฟุตว่า ตอนนี้พระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สุดในอินเดียเกือบจะเสร็จแล้ว โดยเป็นพระพุทธรูปที่ใช้ช่างอินเดียแกะสลักหินด้วยจำนวนหิน 46 ก้อน แล้วนำมาต่อกัน หลังจากนั้นช่างชาวอินเดียจะแกะสลักเป็นองค์พระพุทธรูป ซึ่งใช้ปัจจัยของศรัทธาญาติโยม ยังหลือแต่ในส่วนตกแต่งฐานของพระพุทธรูป และ ตกแต่งห้องปฏิบัติธรรม เพื่อรองรับศรัทธาญาติโยมที่ตั้งใจมาเจริญจิตตภาวนาที่ประเทศอินเดีย แดนพุทธภูมิ โดยปัจจุบันยังขาดปัจจัยในการก่อสร้างกว่า 3-4 ล้านบาท
สำหรับ “พระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สุดในอินเดีย” จะอยู่ในพื้นที่ “วัดนวมินทรธัมมิกราช” เมืองเนวาด้า รัฐพิหาร ห่างจากพื้นที่ “วัดไทยนาลันทา” 40 กิโลเมตร ซึ่งในวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ.2566 จะมีการทำบุญทอดผ้าป่ามหากุศล 84,000 กอง เพื่อนำปัจจัยไปใช้ในการปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่โดยรอบองค์พระเจ้าใหญ่นวมินทร์ฯ ซึ่งเป็น “พระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สุดในอินเดีย”

ขอบคุณข้อมูล : วิกิพีเดีย และ เว็บไซต์โพสต์ทูเดย์
 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อย่าหาทำ! แพทย์เตือนผูก-คล้องสายสิญจน์ที่พวงมาลัยรถ เสี่ยงอุบัติเหตุถึงตาย

Posted on February 21, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712458

อย่าหาทำ! แพทย์เตือนผูก-คล้องสายสิญจน์ที่พวงมาลัยรถ เสี่ยงอุบัติเหตุถึงตาย

อย่าหาทำ! แพทย์เตือนผูก-คล้องสายสิญจน์ที่พวงมาลัยรถ เสี่ยงอุบัติเหตุถึงตาย

วันจันทร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 19.11 น.

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2566 รศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี อาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ โพสต์ข้อความเผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ดังนี้ เตือนภัย! อันตรายด้ายสายสินญ์ผูกพวงมาลัย

เมื่อหลายปีก่อน ผมเคยมีประสบการณ์ในการออกไปตรวจสถานที่เกิดเหตุ กรณีอุบัติเหตุจราจร ซึ่งจากข้อมูลของตำรวจและกองพิสูจน์หลักฐานในการตรวจสภาพรถ พบว่ารถคันที่เกิดเหตุน่าจะมีปัญหารื่องพวงมาลัยขณะกำลังขับ จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุ โดยสาเหตุน่าจะมาจาก ด้ายสายสินญ์ที่ผูกพวงมาลัยรถยนต์เอาไว้

การผูก หรือ คล้อง สายสิญจน์ที่พวงมาลัยรถยนต์ อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุอันตรายถึงชีวิตได้ หาก ผูกตรงจุดที่พวงมาลัยหมุน

การคล้องสายสิญจน์ที่บริเวณคอพวงมาลัยไม่ว่าเส้นใหญ่หรือเล็ก เมื่อเวลาผ่านไปสักระยะ

1) สายสิญน์ที่ทำการคล้องที่คอพวงมาลัยอาจจะเข้าไปพันที่ ‘ขดลวดคอพวงมาลัย’ เพราะว่าชุดคอพวงมาลัยและชุดพวงมาลัยจะมีรอยต่อช่องว่าง เวลาหมุนพวงมาลัยสายสิญจน์ดังกล่าวอาจเกิดการขยับตัวและแทรกเข้าไปอยู่ในชุดแผงวงจรขดลวดคอพวงมาลัยทำให้เกิดการขาดวงจรและมีไฟรูปถุงลมเสริมความปลอดภัยโชว์เตือน และแตรไม่ทำงาน เกิดความเสียหายตามมา 

2) แต่!! ถ้าโชคร้าย สายสิญจน์เข้าไปพันและติดจนพวงมาลัยหมุนไม่ได้ ขณะกำลังขับอันนี้อันตรายสุดๆ ไม่ต้องบอกนะครับว่าจะเกิดอะไรขึ้น

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก: Toyota K.Motors / LanKGaraGe / ครอบครัวข่าว 3

เรียบเรียงโดย: รศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี #หมอหมูวีระศักดิ์

– 006

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fmoo.werasak.charaschaisri%2Fposts%2Fpfbid02PNC4wxuBziEYpayQGKELeknKmVP7gCxmfN6mpgfUCdMhpYuXC66CsMW35fkeqZxKl&width=500&show_text=true&height=847&appId

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,899,426 hits

Join 4,118 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

หมอตุลย์ ลั่น!ไม่ไว้วางใจอนุทิน ซัดบริหารผิดพลาด-ปล่อยทุนใหญ่กักตุนน้ำมัน
ตอนมีอำนาจทำไมไม่ทำ! สิริพงศ์ ตอก พีระพันธุ์ ยันพาณิชย์คุมน้ำมันไม่ได้
ขึ้นเขาพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ ชมปราสาทงามบนยอดภูเขาไฟ
ประเมินพลาด/น้ำมันป่วน ‘อนุทิน’ขอโทษ รับปากจะไม่ให้ขาดแคลน
ปราชญ์ สามสี ค้านตรรกะ วิโรจน์ งบจ่ายไปแล้วก็กินไปเถอะ
นายกฯ ขับรถเอง! สุ่มตรวจปั๊มน้ำมันนครพนม รณรงค์ประหยัดพลังงาน
กบฏฮูตีในเยเมน ยิงมิสไซล์โจมตีอิสราเอล ประกาศเข้าร่วมสงคราม
รัฐบาล ขอมั่นใจช่วงสงกรานต์มีน้ำมันเพียงพอ ตรวจสอบสถานะปั๊มได้ทางแอป Fuel-Now
ดีเจแมน เปิดใจสาเหตุหย่า ใบเตย ครั้งแรก เตือนคนพาดพิง อย่าล้ำเส้น
กกต. สั่งงดขาย เลี้ยงเหล้า 297 พื้นที่เลือกตั้งเทศบาล

Recent Posts

  • โจรดักปล้นรถบรรทุกฉก KitKat ไปกว่า 4 แสนชิ้น เนสท์เล่เตือนส่อขาดตลาดช่วงอีสเตอร์
  • ICAO ออกกฎจำกัดพาวเวอร์แบงก์บนเครื่องบิน ไม่เกิน 2 ก้อนต่อคน ห้ามชาร์จระหว่างบิน
  • “สิริพงศ์” ซัด “พีระพันธุ์” เก่งแต่วิจารณ์ ผลงานอยู่ไหน ยันพาณิชย์แทรกแซงราคาน้ำมันไม่ได้
  • รถพุ่งชนคนเดินถนนบาดเจ็บหลายรายในเมืองเดอร์บี ตำรวจจับผู้ต้องสงสัย
  • รัฐบาล ขอมั่นใจช่วงสงกรานต์มีน้ำมันเพียงพอ ตรวจสอบสถานะปั๊มได้ทางแอป Fuel-Now

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d