Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ธรรมะ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘ความหมายของคำว่าอธิษฐาน’ โอวาทธรรม พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

Posted on December 20, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/622927

'ความหมายของคำว่าอธิษฐาน' โอวาทธรรม พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันศุกร์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 19.22 น.

“…ต้องเข้าใจความหมายคำว่า “อธิษฐาน” ในศาสนานี้แปลว่า “การตั้งเป้าหมายของชีวิตเรา” ว่าเราจะไปทางไหนกัน เราจะไปสูงหรือเราจะไปต่ำ ถ้าเราไม่ตั้งเป้าหมาย เราก็เป็นเหมือนเรือที่ไม่มีหางเสือ มันก็ไปตามกระแสลมกระแสน้ำ เรือที่มันไม่มีหางเสือเราไปควบคุมบังคับมันไม่ได้ว่าให้มันไปทางทวนกระแสน้ำก็ไปไม่ได้ แต่ถ้ามีหางเสือมันสามารถคัดได้ ทวนกระแสลมได้กระแสน้ำได้

แต่ถ้าเราไม่มีอธิษฐานเราก็เป็นเหมือนคนที่ไม่มีเป้าหมายของชีวิต เกิดมาก็ไม่รู้ว่าเกิดมาทำไม เกิดมาแล้วเพื่อทำอะไรก็ไม่รู้ ก็หลงไปตามกระแสนิยมของโลก กระแสนิยมของโลกก็เกิดมาเพื่อให้ร่ำให้รวยกัน ก็มาเจริญลาภยศสรรเสริญสุขกัน อันนี้ไม่ได้เป็นการเจริญทางจิตใจ เป็นการเจริญทางวัตถุทางข้าวของเงินทองต่างๆ ซึ่งมันก็ให้ความสุขได้เพียงชั่วคราว แต่ไม่สามารถยกระดับจิตใจให้สูงหรือต่ำได้ 

คนบางคนรวยทางลาภ ยศ สรรเสริญ สุข แต่จิตใจลงต่ำ เพราะทำมาหากินด้วยวิธีทำบาป โกหกหลอกลวง ฉ้อโกง คอรัปชั่นอะไรต่างๆ เหล่านี้ รวยกันได้สมบัติเยอะ แต่ใจนี้มันไปเป็นเปรตแล้วยังไม่รู้สึกตัว ใจมันลงไปอบายโดยไม่รู้สึกตัว เพราะมันไม่รู้ ถ้ามันไม่ศึกษามันจะไม่รู้เรื่องราวเหล่านี้กัน นี่คือเรื่องของบุญบารมีที่พวกเรานี้ต้องมาศึกษากันว่าเราจะไปสูงไปต่ำ เราต้องกำหนดทิศทางชีวิตของเรา เช่น วันนี้รู้แล้วว่าถ้าเราอยากจะไปสูงเราก็ต้องตั้งจิตอธิษฐานว่า ต่อไปนี้จะทำบุญอย่างเดียว จะไม่ทำบาป เพราะทำบาปจะดึงให้เราลงต่ำนั่นเอง…” 

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๑๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หลวงปู่ผาง จิตฺตคุตฺโต’ สอน ‘ไม่ให้เชื่อมงคลตื่นข่าว ไม่ให้เชื่อถือฤกษ์ยาม’

Posted on December 17, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/622691

'หลวงปู่ผาง จิตฺตคุตฺโต' สอน 'ไม่ให้เชื่อมงคลตื่นข่าว ไม่ให้เชื่อถือฤกษ์ยาม'

วันพฤหัสบดี ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 19.28 น.

หลวงปู่ผาง จิตฺตคุตฺโต วัดอุดมคงคาคีรีเขต (วัดดูน) ต.บ้านโคก อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น “สอนไม่ให้เชื่อถือฤกษ์ยาม แม้ว่าในปัจจุบันการถือฤกษ์ยามนับเป็นเรื่องสำคัญ จะเดินทางประกอบธุรกิจ ขึ้นบ้านใหม่ และอะไรหลาย ๆ อย่างต้องมีฤกษ์ถ้าถูกวันอุบาทว์โลกาวินาศ วันลอย วันจม แล้วต้องงด ควรเป็นวันธงชัย วันอธิบดี และวันฟูจึงจะเป็นมงคล” 

มีครั้งหนึ่งคุณนายท่านหนึ่งมากราบหลวงปู่ ปรารภถึงวันเปิดร้านเพื่อประกอบธุรกิจการค้า คุณนายถามหลวงปู่ “ถึงวันที่จะเป็นมงคล สำหรับการเปิดร้าน” หลวงปู่ก็บอกว่า “ดีทุกวัน เป็นพรุ่งนี้ได้ยิ่งดี” 

คุณนายแย้งว่า “วันพรุ่งนี้เป็นวันโลกาวินาศ”  หลวงปู่บอกว่า “ไม่เคยได้ยินวันโลกาวินาศ เคยได้ยินแต่วันอาทิตย์ วันจันทร์” คุณนายก็เลยเรียนหลวงปู่ว่า “เขามีมานานแล้วหลวงปู่ วันธงชัย วันอธิบดี วันฟูนี่ถึงเป็นมงคลเจ้าข้า” หลวงปู่ก็เลยถามว่า “แล้ววันนี้ล่ะวันอะไร” ก็ได้คำตอบจากคุณนายว่า “เป็นวันฟู” แต่ร้านไม่เรียบร้อยก็เลยเปิดไม่ทัน

หลวงปู่จึงบอกให้ “คุณนายลองโยนก้อนหินลงไปในที่ล้างเท้า” แล้วหลวงพ่อก็ถามว่า “แล้วก้อนหินมันฟูไหม” ได้คำตอบว่า “จม” หลวงปู่จึงสั่งสอนว่า “ที่ว่าวันฟูมันทำไมจึงไม่ฟู นี่แหละมันฟูไม่จริง”

นี่แสดงให้เห็นถึงปฏิภาณไหวพริบในการสอนธรรมะของหลวงปู่ “สอนให้เห็นของจริง ให้รู้ชัดว่าทุกสิ่งทุกอย่างประกอบด้วยเหตุและผล” หินเป็นวัตถุที่จมน้ำมันก็ย่อมจะจมน้ำ ไม่ว่าจะเป็นวันลอยวันฟู” ท่านชี้ให้เห็นว่าวัน เดือน ปีก็เป็นกาลเวลาไม่มีผลต่อความเป็นอยู่ความเจริญรุ่งเรืองของเรา แต่การกระทำของเราต่างหากที่จะมีผลต่อตัวเราเอง

“ประวัติและปฏิปทา” หลวงปู่ผาง จิตฺตคุตฺโต วัดอุดมคงคาคีรีเขต (วัดดูน) ต.บ้านโคก อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘จิตพระอริยอยู่เหนือกิเลส’ หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร

Posted on December 17, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/622453

'จิตพระอริยอยู่เหนือกิเลส' หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร

วันพุธ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 19.25 น.

“ผู้ใดภาวนาดี” ละกิเลสความโกรธหมดไป ละกิเลสความโลภหมดไป ละกิเลสความหลงหมดไป ผู้นั้นก็ไม่ทุกข์ ไม่เดือดร้อนประการใด แม้ความตายมาถึงเข้าท่านก็ยอมตาย คือ ท่านเห็นแล้วว่าตายเป็นเรื่องของธาตุทั้งสี่ ดิน น้ำ ไฟ ลม มันกระจัดกระจายไป เขาก็เรียกว่าตาย ใช้การไม่ได้ เขาก็เรียกว่าตาย จิตใจมันไม่ได้ตาย

“จิตใจไม่ได้ตายนั้น” ย่อมส่อแสดงให้เห็นแล้วว่าแม้พระอริยเจ้าทั้งหลายที่เราว่าท่านดับขันธ์เข้าสู่นิพพานแล้วมันก็เป็นแต่ว่าดวงจิตดวงใจของท่านส่วนหนึ่ง ร่างกายของท่านแตกดับไป แต่จิตใจเป็นของไม่ตาย

แต่จิตนี้เมื่อละกิเลสราคะ โทสะ โมหะ หมดไปแล้ว ออกจากจิตใจไปแล้ว เหลือแต่จิตอันบริสุทธิ์ผ่องใส จะอยู่ที่ใดเป็นอะไรก็ชื่อว่าอยู่ในนิพพาน ไม่มีเรื่องราวอะไรที่จะมาทำให้ท่านเป็นทุกข์เป็นร้อน อย่างสามัญชนคนเราทั่วไป

พระญาณสิทธาจารย์ (หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร) –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หลวงพ่อสร้อย วิจาโร’ พระอรหันต์ปฏิสัมภิทาญาณ จากคำบอกเล่า ‘หลวงพ่อฤาษีลิงดำ’

Posted on December 17, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/622204

'หลวงพ่อสร้อย วิจาโร' พระอรหันต์ปฏิสัมภิทาญาณ จากคำบอกเล่า 'หลวงพ่อฤาษีลิงดำ'

วันอังคาร ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 19.28 น.

หลวงพ่อสร้อย วิจาโร วัดเขาแก้ว ต.ต้นตาล อ.เสาไห้ จ.สระบุรี “พระอรหันต์ปฏิสัมภิทาญาณ” โดยหลวงพ่อพระราชพรหมยาน (วีระ ถาวโร) หรือหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี เล่าว่า เคยพบพระองค์หนึ่งในสมัยปัจจุบันนี้ คือ พ.ศ.๒๕๐๔ – ๒๕๐๕ ต่อกัน พระรูปนั้นมีชื่อว่า “พระสร้อย” ท่านบอกว่า ท่านเป็นชาวจังหวัดสระบุรี ไม่เคยเรียนหนังสือมาก่อนเลย แม้หนังสือไทยนี้ ปกติท่านก็อ่านไม่ออก ท่านว่าเมื่อท่านอายุได้ ๗ ปี มีพระในถ้ำเขตสระบุรีท่านหนึ่ง ไปเยี่ยมโยมท่านที่บ้าน เมื่อพระรูปนั้นจะกลับถ้ำ ได้ออกปากชวนท่านไปอยู่ด้วย ท่านก็ขออนุญาตโยมหญิง – ชายจะไปอยู่กับพระรูปนั้น โยมทั้งสองก็อนุญาตด้วยความเต็มใจ 

ท่านเล่าให้ฟังว่า เมื่อไปอยู่กับพระรูปนั้นก็ไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือ เพราะในถ้ำนั้นมีพระอยู่ ๒ – ๓ รูป ท่านบิณฑบาตกลับมาแล้ว ท่านฉันจังหันเสร็จต่างก็บูชาพระ แล้วนั่งภาวนากันตลอดวันตลอดคืน ไม่ใคร่มีเวลาพูดคุยกัน ท่านก็สอนให้ท่านอาจารย์สร้อยภาวนาด้วย ทำอยู่อย่างนั้นจนครบบวช พระที่ท่านพาไปก็พาออกมาบวชที่บ้าน บวชแล้วก็พากลับมาอยู่ถ้ำ นั่งภาวนาตามเดิม 

ต่อมาเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๓ – ๒๕๐๔  ท่านป่วย ได้เดินธุดงค์มาปักกลดอยู่ที่บางกะปิ พระนคร ใครจะนิมนต์ท่านเข้าไปในชายคาบ้าน ท่านไม่ยอมเข้า ต่อมาพลเรือตรีสนิท เจ้ากรมแพทย์ทหารเรือไปพบเข้า มีความเลื่อมใส นิมนต์ให้มารักษาตัวที่กรมแพทย์ทหารเรือ ให้พักอยู่ที่ตึก ๑ เป็นตึกคนไข้พิเศษ 

อาจารย์สร้อยนี่เป็นพระพิเศษ ปฏิปทาของท่านอาจารย์สร้อย ที่มาอยู่ที่กรมแพทย์ทหารเรือก็คือ ตอนเช้า ท่านจะต้องออกบิณฑบาตทุกวัน ท่านมีบาตรของท่านมาลูกหนึ่ง ไปยืนเอาบาตรแขวนไว้ ที่ต้นมะฮ็อกกานี ข้างประตูเข้ากรมแพทย์ทหารเรือ เวลาเข้าไป ไอ้ต้นนี้มันจะอยู่ซ้ายมือ ชิดประตู ต้นใหญ่มาก ยืนหลับตาประเดี๋ยว ก็เอาบาตรมา 

ตามปกตินายทหารประจำตึก เขาจะเก็บบาตรไว้ แล้วเขาจะเช็ดจะขัดจะถูเป็นอย่างดี พอเช้าท่านจะมาเอา เขาตรวจดูว่า ไม่มีอะไรเขาก็ส่งมาให้ เวลาท่านเอาบาตรไปแขวน … ท่านก็ยืนหลับตา คนเขาผ่านไปผ่านมา มันไม่ใช่ป่านี่ คนเดินกันไขว่เทียว 

ตอนเช้า ทุกคนก็เห็นว่า ท่านยืนหลับตาเฉยๆ บาตรก็แขวนที่กิ่งมะฮ็อกกานี สักประเดี๋ยวหนึ่งท่านก็กลับ สะพายบาตรกลับไป ส่งให้นายทหารหัวหน้าตึก ก็ปรากฏว่า มีข้าว ประมาณ ๒ – ๓ ทัพพี แล้วมีดอกไม้แปลกๆ ๑ ดอกทุกวัน ดอกใหญ่เกือบจะเต็มบาตร แต่ไม่รู้ว่าดอกอะไร ไม่มีใครรู้จัก เป็นแบบนั้นทุกวัน 

สำหรับท่าน อาจารย์สร้อย ปรากฏภายหลังว่า รู้ภาษาได้ทุกภาษา มีนายทหารมาพูดแบบนั้น แล้วพูดถึงปฏิปทาบางอย่างของท่านดู ๆ แล้วคล้ายจะไม่ใช่พระธรรมดาที่ว่าไม่ใช่พระธรรมดา คือ คิดว่าพระองค์นี้จะเป็น “พระอริยเจ้า” เวลานั่งพูดคุยกับใคร ท่านไม่ได้นั่งหลับตาปี๋ ทำท่าเป็นคนเคร่งครัดมัธยัสถ์ไม่ใช่ยังงั้น แสดงตัวเป็นกันเองตามปกติพูดแบบกันเองธรรมดาๆ แต่ว่าทรมานเอานายทหารไม่กินเหล้าไปหลายคน ฉันสงสัยเหลือเกินละว่า พระองค์นี้จะเป็น “พระอริยเจ้า”

สำหรับพระอริยเจ้า มีอยู่ ๔ ประเภทด้วยกัน ว่ากันเฉพาะ พระอรหันต์ คือมี สุขวิปัสสโก เตวิชโช (วิชชา ๓) ฉฬภิญโญ (อภิญญา ๖)  ปฏิสัมภิทัปปัตโต (ปฏิสัมภิทาญาณ)

สำหรับพระอริยเจ้าที่เป็นพระสุขวิปัสสโก ประเภทนี้ ไม่มีบทบาทอะไร​ หมายความว่า ละกิเลสได้แบบเงียบๆ ผีสางเทวดา ท่านก็ไม่เห็น นรกสวรรค์ ท่านก็ไม่เห็น แต่ว่า จิตสงัดจากกิเลส 

สำหรับท่าน “เตวิชโช” อันนี้ได้ ทิพยจักขุญาณ กับ ปุพเพนิวาสนุสติญาณ คือว่า สามารถจะเห็นผี เห็นเทวดา เห็นสวรรค์ เห็นนรก เห็นพรหมโลก เห็นนิพพาน ได้ตามอัธยาศัย แล้วก็สามารถระลึกชาติได้ ชาติของตัวเองเคยเป็นอะไรมาบ้างรู้หมด 

ต่อไปก็ “ฉฬภิญโญ” (อภิญญา ๖) อันนี้ แสดงฤทธิ์ต่างๆ ได้ 

สำหรับ “ปฏิสัมภิทัปปัตโต” ก็แสดงได้อย่างกับท่านอภิญญา ๖ แต่มีกรณีพิเศษโดยเฉพาะเอาอย่างที่แปลกที่สุดคือ รู้ภาษาทุกภาษาโดยไม่ต้องเรียน นี่ก็ว่ากันอย่างย่อๆ รู้ภาษาทุกภาษาทั้งหมดโดยไม่ต้องเรียน ภาษาคน ภาษาสัตว์ รู้หมด

ทีนี้สำหรับ “หลวงพ่อสร้อย” องค์นี้ อาตมาสงสัยว่า จะเป็นพระอรหันต์ ขั้นปฏิสัมภิทัปปัตโต ก็เลยบอกบรรดาท่านนายทหารว่า เอายังงี้ก็แล้วกัน สำหรับพระอรหันต์มี ๔ แบบ สำหรับแบบอื่นเราจะพิสูจน์ได้ด้วยการทดลองอย่างอื่น แต่องค์นี้ฉันสงสัยว่าเป็นปฏิสัมภิทาญาณ ลองดูนะ ไม่แน่นัก ถามว่าพวกคุณนี่น่ะพูดภาษาอะไรได้บ้าง เอาภาษาที่ถนัด 

บางคนก็บอกว่า ภาษาอังกฤษผมเก่ง บางคนบอกว่า ภาษาฝรั่งเศส ภาษาเยอรมัน ภาษาจีน เพราะเคยเป็นลูกจีน แล้วก็ภาษาแขก บังเอิญมีนายทหารแขกอยู่คนหนึ่งพูดภาษาแขกเร็วปรื๋อ​ เรียกว่าได้กันหลายๆ ภาษา เมื่อได้กันแล้วซักซ้อมกันดีแล้ว ก็ส่งเข้าไปทีละคน คนไหนถนัดภาษาอะไร เข้าไปหาท่าน พูดภาษาแบบนั้น พูดภาษาที่ตนถนัด 
พอเขาเข้าไปพูด จะเป็นภาษาอะไรก็ตาม 

หลวงพ่อสร้อย ตอบภาษานั้นได้อย่างชัดเจน คล้ายๆ กับเป็นเจ้าของภาษาเอง ทุกภาษา ในที่สุด พวกนายทหารถามว่า หลวงพ่อเรียนมาจากไหน ท่านบอกว่า ท่านไม่ได้เรียน อยู่ในถ้ำนั่น เจริญสมาธิมันเกิดความรู้สึกขึ้นเอง

เขาถามว่า ในเมื่อเขาพูดภาษาอื่น หลวงพ่อมีความรู้สึกยังไง ท่านก็บอกว่า มีความรู้สึกเหมือนเขาพูดภาษาไทย เวลาที่จะตอบไปก็เหมือนกัน มีความรู้สึกว่า ตอบเป็นภาษาไทย นี่แหละท่านผู้ฟัง สำหรับท่านอาจารย์สร้อย มีกรณีพิเศษ แปลกแบบนี้ 

แล้วต่อมาพวกนายทหารแจ้งให้ทราบว่า ท่านกำหนดเวลาตาย ท่านบอกว่า ใครจะเอาอะไรก็เอา ท่านจะตายเดือนนั้นเดือนนี้ ถ้าจะต้องการอะไร ให้ไปหาท่านก่อน คนที่ไปก็ได้ของดีพิเศษมาทุกคน คือว่า มีคำสั่งมอบหมายสมบัติชิ้นสำคัญนั่นก็คือ ให้รู้จักเป็นคนมีจิตเมตตา ให้มีเมตตาเป็นปกติ มีกรุณา มีมุทิตา มีอุเบกขา แล้วก็มีการให้ทานการสงเคราะห์ รู้จักรักษาศีล สำหรับศีลอย่าให้ขาดตลอดชีวิต แล้วให้รู้ตัวอยู่เสมอว่าเราจะตาย นี่สมบัติชิ้นสุดท้าย 

ที่ “หลวงพ่อสร้อย” มอบให้แก่บรรดานายทหารที่มีความเคารพในท่าน และเมื่อพวกนายทหารได้รับมาแล้ว ก็มาบอกให้อาตมาทราบ อาตมาก็บอกว่า นั่นเป็นของดีที่สุด ที่คุณจะไปเอาพระ เอาตะกรุด อะไรนั่นก็ดีเหมือนกัน ถ้าหากพวกคุณแขวนพระไว้แต่คุณประพฤติตัวเป็นโจร พระท่านก็ไม่เอาด้วย เพราะหากว่าพระเป็นโจร พระก็ศีลขาด 

ถ้าหากว่าคุณเอาพระแขวนคอไว้แล้ว ใจคุณเป็นพระ หรือว่าคุณไม่มีพระแขวนคอ แต่ว่าใจคุณเป็นพระ ถึงแม้ว่าร่างกายคุณเป็นฆราวาส แต่ใจคุณเป็นพระแล้วก็ชื่อว่าคุณเป็นพระทั้งตัว พระนี่แปลว่าผู้ประเสริฐ   –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อำนาจของ ‘พุทโธ’ ล้างหัวใจให้สะอาด : โอวาทธรรม ‘หลวงปู่หลุย จนฺทสาโร’

Posted on December 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/621551

อำนาจของ 'พุทโธ' ล้างหัวใจให้สะอาด : โอวาทธรรม 'หลวงปู่หลุย จนฺทสาโร'

วันเสาร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 19.22 น.

ภาวนา พุทโธ แล้วถ้าจําศีล บริจาคทาน เรือน ๓ ประการนี้เป็นเรือนใหญ่ อยู่ในดวงจิต หากว่าความทุกข์มาถึงแล้วเข้าไปหาเรือน มีที่พักนะ มีศีล มีกัลยาณธรรมนะ 

คนไหนไม่ภาวนาพุทโธ ไม่รักษาศีล ไม่บําเพ็ญทาน คนนั้นเป็นทุกข์ใหญ่ ไม่มีเรือนที่จะเข้าพึ่งพาอาศัย เหล่านี้ ราคะ โทสะมันร้อน คล้าย ๆ แดดเดือนห้านะ ต้องเข้าพักในต้นไม้ใหญ่ ต้นไม้ในที่นี้เปรียบเหมือน พุทโธ เข้าไปใต้ต้นไม้ได้รับอากาศมาสี่ทิศ สําราญใจ

เหตุนั้น…ขอให้ตั้งอกตั้งใจให้กับ พุทโธ พุทโธ ไม่ใช่ของหนักนะ โอปนยิโก น้อมพุทโธเข้ามาในดวงใจนะ ภาวนาบริกรรม พุทโธ พุทโธ นะ จิตลงสู่ภวังค์ 

ความสงบอันนี้เกิดมาจากพุทโธ เกิดมาจากการภาวนานะ สุขุมมากที่สุด บางคนขนพองสยองเกล้า บางคนตัวใหญ่ ปีตินะ บางคนตัวเล็ก หาตัวไม่เห็นนะ นี้เรียกว่า ปีติ พุทโธ อํานาจพุทโธ ล้างหัวใจให้สะอาด

โอวาทธรรมหลวงปู่หลุย จนฺทสาโร วัดถ้ำผาบิ้ง อ.วังสะพุง จ.เลย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘อสุภะ’ ภายใต้หนังกำพร้าของคนเรามีแต่ความโสโครกขังอยู่ภายในร่างกาย : หลวงปู่แหวน สุจิณโณ

Posted on December 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/621387

'อสุภะ' ภายใต้หนังกำพร้าของคนเรามีแต่ความโสโครกขังอยู่ภายในร่างกาย : หลวงปู่แหวน สุจิณโณ

วันศุกร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 19.17 น.

ภายใต้หนังกำพร้าของคนเรามีแต่ความโสโครก น่าเกลียดน่าสะอิดสะเอียน มีอวัยวะภายใน เช่น ตับ ไต ไส้น้อย ไส้ใหญ่ กระเพาะ น้ำเลือด น้ำเหลือง น้ำหนอง น้ำดี อุจจาระ ปัสสาวะ เหงื่อไคล ขังอยู่ภายในร่างกาย โดยมีหนังกำพร้าห่อหุ้มอยู่ 

ถ้าลอกหนังออกจะเห็นร่างมีเลือดไหลโซมกาย เนื้อที่ปราศจากผิวหนังห่อหุ้มจะมองไม่เห็นความสวยสดงดงามเลย มองแล้วอยากจะอาเจียนมากกว่าน่ารัก ที่พอจะมองเห็นว่าสวยงามก็ตรงผิวหนังห่อหุ้มเท่านั้น

ผิวหนังนี้ก็ใช่ว่าจะเกลี้ยงเกลาเสมอไปไม่ คนเราต้องคอยอาบน้ำชำระล้างทุกวัน เพราะสิ่งโสโครกเหงื่อไคลภายใน หลั่งไหลออกมาลบเลือนความผุดผ่อง ของผิวกายอยู่ตลอดวัน ถ้าไม่คอยชำระล้างก็จะสกปรก เหม็นสาบน่ารังเกียจ ทางช่องทวารขับถ่ายอุจจาระปัสสาวะ ก็หลั่งไหลออกมาตามกำหนดเวลาของมันทุกวัน น่ารังเกียจ เลอะเทอะโสมม ซึ่งเจ้าของไม่ปรารถนาจะแตะต้อง ทั้งๆ ที่เป็นของในกายของตัวเอง 

ยิ่งพิจารณาไป คนเราก็คือส้วมเคลื่อนที่ หรือป่าช้าที่บรรจุซากศพเคลื่อนที่ และเป็นผีเน่าที่เดินได้ดีๆ นี่เอง

โอวาทธรรม หลวงปู่แหวน สุจิณโณ วัดดอยแม่ปั๋ง จังหวัดเชียงใหม่  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รู้ไว้ก่อนตาย! ‘หลวงปู่ดูลย์ อตุโล’ สอนเรื่อง ‘จิตก่อนตาย’ นั้นสำคัญมาก

Posted on December 13, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/621202

รู้ไว้ก่อนตาย! 'หลวงปู่ดูลย์ อตุโล' สอนเรื่อง 'จิตก่อนตาย' นั้นสำคัญมาก

วันพฤหัสบดี ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 19.30 น.

เรื่องจิตก่อนตายนั้นสำคัญมากหากเวลาดับจิต หากจิตดีก็ได้ไปที่ดีๆ หากจิตหมอง จิตร้ายก็จะไปสู่อบายภพที่ร้อนร้ายในทันใด ซึ่งจิตก่อนตายนี้เป็นของไม่แน่นอน บังคับไม่ได้ แล้วแต่วาระหรือกรรมจะพาให้เป็นไป 

ด้วยเหตุนี้บางคน แม้เคยทำบุญมามากต่อมากแต่ตายไปกลับไปตกนรกทั้งนี้เป็นเพราะจิตหมองก่อนตาย บางคนแม้จะทำบาปทำกรรมมามากมาย แต่ตายไปกลับไปอยู่บนสวรรค์ ทั้งนี้ เพราะเกิดจิตใสตอนดับจิต กรณีทั้งสองแบบ ล้วนมีบันทึกไว้ในพระไตรปิฏกมาแล้วทั้งสิ้นแต่สำหรับคนที่เคยฝึกจิตมาก่อนวินาทีที่รู้ตัวว่า อย่างไรเสียจะต้องตายหรือดับจิตลงไปแน่ๆ หากทำเป็น ก็อาจพลิกจิตยกขึ้นสู่ภูมิสูงไปสู่สุคติ หรืออริยะไปสุคติภพ หรืออริยภูมิเลยก็ได้

สำหรับวิธีตกกระไดพลอยกระโจน (สู่สุคติภพหรืออริยภูมิ) ของพระราชวุฒาจารย์ หรือหลวงปู่ดูลย์ อตุโล วัดบูรพาราม สุรินทร์ ก็คือ ปล่อยวางทั้งอดีต อนาคต และปัจจุบัน อยู่กับความไม่มีไม่เป็น ว่าง สว่าง บริสุทธิ์ หยุดการปรุงแต่ง หยุดการแสวงหา หยุดกิริยาจิต ไม่มีอะไรเลยไม่ยึดถืออะไรสักอย่าง

พระอริยเจ้ามีจิตไม่ส่งออกนอกจิตไม่หวั่นไหว จิตไม่กระเพื่อมมีสติอย่างสมบูรณ์เป็น วิหารธรรมมีสติอย่างสมบูรณ์ เป็นเครื่องอยู่วิธีทำหยุดคิด อย่าส่งจิตออกนอกมีสติอย่างสมบูรณ์เป็นเครื่องอยู่แต่เรื่องของการพลิกจิต ช่วงสุดท้ายนี้ หลวงปู่ดุลย์ท่านว่าบุคคลนั้นๆต้องเคยฝึกมาก่อนจึงจะทำได้จริง พอดี…”

พระราชวุฒาจารย์ หรือ หลวงปู่ดูลย์ อตุโล วัดบูรพาราม อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อิริยาบถทั้ง 4 คือ ยืน เดิน นั่ง นอน นั้นนะสร้างบุญขึ้นมาได้ : ปกิณกธรรม ‘หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต’

Posted on December 9, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/620920

อิริยาบถทั้ง 4 คือ ยืน เดิน นั่ง นอน นั้นนะสร้างบุญขึ้นมาได้ : ปกิณกธรรม 'หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต'

วันพุธ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 19.23 น.

“…อิริยาบถทั้ง 4 คือ ยืน เดิน นั่ง นอน นั้นนะสร้างบุญขึ้นมาได้ เช่น เราเดินไปก็ระลึกพุทโธไป เรานั่งอยู่ก็ระลึกพุทโธ เรานอนอยู่ก็ระลึกพุทโธ พยายามทำให้มันติดต่อ ทำการทำงานก็ระลึกพุทโธอยู่ อย่างท่านฯ ไปสอนชาวบ้านนอกนะ ถึงฤดูทำไร่ เขาไปดายหญ้า สับจอบสับเสียมลงดิน ก็ให้ระลึกพุทโธ เวลาเกี่ยวข้าวก็เหมือนกันแหละ เกี่ยวกอหนึ่งก็พุทโธ เกี่ยวกอสองก็พุทโธ หมายความว่า งานที่เราทำก็ได้ บุญเราก็ได้ อันนี้เป็นลักษณะของบุคคลผู้มีปัญญา ทำการงานทุกอย่าง อย่าทิ้งพุทโธ เพราะเหตุไร เพราะว่าบุญเกิดทางใจ

บุญนั้นไม่ได้เกิดแต่การบริจาคทานอย่างเดียว บุญเกิดจากการรักษาศีล บุญเกิดจากการภาวนา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเจริญภาวนา เป็นบุญที่สามารถทำได้ไม่เลือกบุคคล ไม่ว่าจะเป็นคนแก่คนเฒ่าหรือเด็ก หญิงหรือชาย หรือคนเจ็บป่วยก็ตาม สามารถทำได้

คนที่มีสติปัญญา ยืน เดิน นั่ง นอน ก็เป็นบุญแล้ว ทำการทำงานก็เป็นบุญ ทุกสาขาอาชีพที่เป็นอาชีพบริสุทธิ์ ถ้าเราระลึกพุทโธคราวใด บุญก็เกิดขึ้นคราวนั้น ไม่ต้องหาไกล คนมีปัญญาไม่ต้องหาไกล หาอยู่ในกาย หาอยู่ในวาจา หาอยู่ในจิต

ศาสนานั้นอยู่ในธาตุ 4 ขันธ์ 5 อายตนะ 6 ท่านฯ บอกว่า มีกล่าวไว้ในคัมภีร์วินัย ขันธปัญญธาตุ อายตนะอยู่ที่ไหน ไม่ใช่อยู่ในตัวเราหรอกหรือ เพราะเหตุนั้นศาสนาจึงอยู่ในตัวเรา สมบูรณ์แบบไม่บกพร่อง นอกจากเราจะเสริมสร้างให้มัน เพื่อให้เรารู้จักศาสนาในตัวของเรา นี่คือบุคคลผู้ที่เป็นพุทธแท้ ท่านบอกอย่างนั้น

ศาสนายังแบ่งออกเป็นศาสนาภายนอกและศาสนาภายใน ศาสนาภายนอก คือ พระสงฆ์ สามเณร วัด กุฎี วิหาร ศาลาการเปรียญ เจดีย์ เป็นต้น ส่วนศาสนาภายใน คือ ศีล สมาธิ ปัญญา มันมีอยู่แล้ว ตั้งอยู่ในบุคคล แต่บุคคลไม่รู้ว่า อะไรคือศาสนาภายนอก ภายใน การบำรุงพระพุทธศาสนาเราจะต้องบำรุงไปพร้อมกัน ภายนอกก็บำรุง ภายในก็บำรุง ถ้าเราจะบำรุงแต่ภายนอก ทิ้งภายในเสีย เราก็ไม่รู้จักศาสนาอยู่ในตัวเราเอง

อุปมาเปรียบเหมือน ทุกคนมีสองขา ขาหนึ่งมัดติดไว้เสียไม่ใช่ หมายความว่า เราเดินได้ แต่ไม่สะดวก นั่นคือรักษาแต่ศาสนาภายนอก ศาสนาภายในไม่รักษา เหมือนกันกับรักษาศาสนาภายใน ภายนอกไม่รักษา ก็เปรียบเหมือนมีสองขา แต่ใช้ขาเดียว เพราะฉะนั้นการบำรุงศาสนา จึงต้องบำรุงไปพร้อมกัน ทั้งศาสนาภายนอกและศาสนาภายใน ผู้ที่นับถือพระพุทธศาสนา ส่วนมากจะไม่เข้าใจอย่างนี้ ท่านจึงว่า ทำอะไรให้มีสติปัญญา…”

จากเกร็ดประวัติและปกิณกธรรมของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต จากหนังสือ “รำลึกวันวาน” โดยหลวงตาทองคำ จารุวัณโณ   –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สงบจริงๆนั้นไม่มีอะไรเลย แต่รู้สึกตนว่าไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องในที่นั้นนั่นล่ะความสงบแท้ : ‘หลวงปู่เทสก์’

Posted on December 9, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/620675

สงบจริงๆนั้นไม่มีอะไรเลย แต่รู้สึกตนว่าไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องในที่นั้นนั่นล่ะความสงบแท้ : 'หลวงปู่เทสก์'

วันอังคาร ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 19.30 น.

“…พากันตั้งใจฝึกหัดปฏิบัติตามความสามารถของตน ถ้าหากคนเราไม่ปฏิบัติธรรมะ ก็จะไม่รู้จักธรรมะคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ว่า ความสุขอันใดจะเสมอเหมือนความสงบไม่มี คำนั้นเป็นคำจริง ถ้าหากปฏิบัติไม่ถึง พอจะเดาๆ คิดนึกเอาเฉยๆ ก็เชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง อันความที่จะเชื่อคำสอนของพระพุทธเจ้าจริงๆจังๆ นี่เป็นของยากมาก ถึงหากเราเชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง ถ้าหากปฏิบัติลงไปถึงตรงนั้นแล้วจะเชื่อขึ้นมา อ๋อ! ตรงนี้หรอกคำที่พระพุทธเจ้าทรงเทศนาไว้นั้นว่ามีความสุข ความสงบ อย่างนี้เป็นต้น

ความสงบนั้นมันมีจากไหน คนเราโดยส่วนมากมันยุ่งมันวุ่นวายสารพัดทุกสิ่งทุกอย่าง แส่ส่ายไปในที่ต่างๆ มันหาความสงบไม่ได้ เหตุนั้นคนที่เชื่อว่า ความสงบเป็นความสุข จึงค่อยมีน้อยนัก เพียงแต่เดาๆ คิดๆ นึกๆ ไปเฉยๆ ที่จะให้ถึงความสงบจริงๆจังๆ มันต้องละทุกสิ่งทุกประการ อารมณ์ทั้งปวงวุ่นวี่วุ่นวายอยู่ในใจของตนหายหมด ไม่มีเกี่ยวข้อง ถึงซึ่งความสงบจริงๆจังๆ ถ้ายังไปเกี่ยวข้องเรื่องต่างๆอยู่ มันยังไม่ถึงความสงบขึ้นมาได้ ความตรงนี้ล่ะ ที่ไม่เชื่อพระพุทธเจ้า ไม่เชื่ออย่างจริงๆจังๆ เราฝึกหัดนี้ฝึกหัดหาความสงบ ทุกอย่างทุกประการที่อบรมมาก็เข้าหาความสงบอย่างเดียว ความไม่สงบมันมีมาก อย่างเราตั้งแต่เกิดขึ้นมาก็หาความสงบไม่ได้ จนกระทั่งวันหนึ่งๆ ๒๔ ชั่วโมงจะเอาความสงบจริงๆจังๆ สัก ๕ นาทีก็ยังดี ๑๐ นาทีก็ยังดี นั่นล่ะเห็นแจ้งความจริงของพระพุทธเจ้าที่ทรงเทศนาไว้จริงในใจของเราเลย

การฝึกหัดในทางพุทธศาสนา จะหัดวิธีใดก็ตาม ถึงกัมมัฏฐานจะหัดต่างครูต่างอาจารย์ก็ตาม ก็ลงสู่ความสงบอันเดียวกัน อย่างเขาหัดยุบหนอพองหนอก็ดี สัมมาอรหังก็ดี อานาปานสติ มรณสติอะไรก็ดี คือให้เข้าถึงความสงบนั่นเอง แต่แท้ที่จริงเมื่อถึงความสงบแล้ว ไม่รู้จักความสงบซ้ำอีก ยังหาว่าความสงบเป็นความโง่ไปโน่นซ้ำอีก ความโง่อย่างนี้เคยไหม? หัดให้ถึงความโง่อันนี้ ไม่ถึงความโง่ไม่ได้ความฉลาดหรอก ทุกสิ่งทุกอย่างให้มันเสียก่อนนั่นแหละ มันไม่ฉลาดก่อนหรอก ความสงบ จึงว่า เป็นพื้นฐานของการปฏิบัติ ที่เราปฏิบัตินั่นจะใช้อุบายแยบคายใดก็เอาเถอะ ที่ฟังเทศน์ฟังธรรมฟังอุบายจากครูบาอาจารย์ ทุกสิ่งทุกประการนั้นเรียกว่า อุบาย ครั้นเมื่อเข้าถึงความสงบแล้วนั้นเป็น แยบคาย

“แยบคาย” กับ “อุบาย” นั้นมันต่างกัน แยบคายนั้นใครสอนไม่ถูกรู้เฉพาะตนเองเป็นแยบคาย เข้าถึงความสงบแล้วนั่นแหละเป็นแยบคายของเรา แยบคายนั้นเมื่อถึงความสงบแล้ว เราจะเอามาสอนคนอื่นว่า ต้องทำอย่างนั้นๆ มันจึงเข้าถึงความสงบ อันนั้นเป็นอุบายอีก แยบคายแล้วมาเกิดเป็นอุบายของคนนั้น สอนคนอื่นต่อไป คนอื่นได้ฟังอีกก็เป็นอุบาย ครั้นเมื่อฝึกฝนอบรมเข้าถึงความสงบจริงๆ จังๆ เป็นแยบคายของแต่ละคน แยบคาย ก็คือ ตัวปัญญานั่นเอง จึงว่าพระพุทธศาสนานี้สอนให้เข้าถึงความสงบเสียก่อน จึงเรียกว่า สมถะ ถ้าไม่เกิดสมถะ ก็ไม่มี ปัญญา สมถะคือความสงบ ความสงบเกิดขึ้นมาในใจของตน มองเห็นหมดทุกสิ่งที่มันไม่สงบนั่น โทษของความไม่สงบเห็นที่นี่ เห็นแจ้งประจักษ์ในใจของตนเลย ชัดขึ้นมา นั่นล่ะคือตัว ปัญญา

ถ้าไม่เข้าถึงความสงบจิตใจยังฟั่นเฝืออยู่ จิตใจยังกระวนกระวายเกี่ยวข้องอยู่ถึงชัดถึงจริงก็ไม่เป็นของชัดด้วยตนเอง มันยังปะปนด้วยอารมณ์ต่างๆ ด้วยกิเลสทั้งปวง จึงต้องกระสับกระส่ายอยู่ร่ำไป เมื่อเข้าถึงความสงบนั่นเป็นต้น ชัดด้วยตนเองเลยที่เดียว อ๋อ!…อย่างนี้หรอกความความสงบ ที่ท่านว่า “ความสงบหาความสุขอันใดเสมอไม่ได้” มันอย่างนี้เอง ถ้าพูดโดยอนุมาน เมื่อไม่มีสิ่งใดๆ ทั้งปวงหมดมาเกี่ยวข้องกับจิตแล้ว มันจะมีอะไรเหลือในที่นั้น? มันก็ไม่มีอะไรน่ะสิ อันที่มีสิ่งต่างๆ เกี่ยวข้องนั้น จิตมีสิ่งต่างๆ นั้นเรียกว่ามันไม่สงบ ไม่เห็นความสงบ

สงบจริงๆนั้น ไม่มีอะไรเลย แต่รู้สึกตนว่า ไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องในที่นั้น นั่นล่ะความสงบแท้ แต่ว่าอันนี้พูดให้ฟังเพื่อเป็นอุบาย ถ้าคนใดเข้าถึงความสงบแล้ว เห็นด้วยตนเองเลย คราวนี้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนไม่ว่าจะพูดจะคุยอะไรต่างๆ มองเห็นความสงบอยู่ตลอดเวลา ถึงแม้ในขณะนั้นจะไม่ได้ความสงบอย่างเต็มที่ มันก็คิดถึงความสงบ ระลึกถึงความสงบ เห็นความสงบอยู่ตลอดเวลา หากได้โอกาสเวลาว่างๆ เราทำความเพียร เดินจงกรม นั่งภาวนาก็ดี มันสงบ ยังเหลือแต่จิตอันเดียว ไม่มีสิ่งเกี่ยวข้อง มันก็สุขน่ะซีตรงนั้น มันไม่มีอะไรเกี่ยวข้อง มันก็สุขนะซี คนที่ไม่เคยละสิ่งที่เกี่ยวข้อง เลยไม่เห็นความสุข เห็นว่าสิ่งที่เกี่ยวข้องน่ะเป็นความสุขความสบาย โน่นละไปโน่นอีก มันยากที่รู้จักธรรมเห็นธรรม คำสอนของพระพุทธเจ้า

เหตุนั้น จึงว่าตั้งใจปฏิบัติไปเถิดไม่เป็นไรหรอก เราปฏิบัตินี่ถูกต้องแล้ว ปฏิบัติมุ่งหาความสงบนั้นถูกแล้ว ความไม่สงบมันมากมาย มันเป็นเองหรอก ความไม่สงบน่ะ มันเป็นตามเรื่องตามราวของมัน ของไม่สงบนั่นมันหากมีในนั้น ฉะนั้นสิ่งที่มันสงบน่ะมันหายาก สิ่งที่ไม่สงบน่ะมันหาง่าย ไปที่ไหนๆ ก็พบหรอกความไม่สงบเหตุนั้น ในชีวิตอันนี้ ขอให้ได้ความสงบสักพักหนึ่งเถิดในวันหนึ่งๆ ขอให้ได้ความสงบสักพักหนึ่ง ก็นับว่าดีอักโขแล้ว เอาละ…” 

โอวาทธรรม พระราชนิโรธรังสี (หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี) 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘พระเนมิราชออกบวช’ : หลวงพ่อวิชัย เขมิโย วัดถ้ำผาจม

Posted on December 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/620174

'พระเนมิราชออกบวช' : หลวงพ่อวิชัย เขมิโย วัดถ้ำผาจม

วันเสาร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 19.34 น.

“พระครูเกษมวรกิจ” หรือ “หลวงพ่อวิชัย เขมิโย” เจ้าอาวาสวัดถ้ำผาจม อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เมตตาให้หลักธรรมแก่ญาติโยมที่ไปถวายสังฆทานที่สำนักวิปัสสนากัมมัฏฐานพุทธเกษตรดินแดนสุขาวดี คลอง 6 จังหวัดปทุมธานี และในวันนั้นมีสามีภรรยาคู่หนึ่งปุจฉากับหลวงพ่อวิชัยว่า “เมื่อลูกที่ยังเล็กอยู่โต ก็จะออกบวชด้วยกันทั้งสองสามีภรรยา จะทำได้หรือไม่” ด้วยเหตุนี้ หลวงพ่อวิชัย จึงเมตตาวิสัชนาโดยยกตัวอย่าง “พระเนมิราชออกบวช” ดังนี้ 

“เมื่อตั้งความดำริไว้ เมื่อถึงจุดนั้น เหมือนเราตั้งนาฬิกาปลุกไว้ เราจะรู้ว่าเมื่อไหร่เราแก่ นี่จะบอกให้ช่างผม ถ้าผมฉันหงอกเส้นเดียวให้บอกฉันหน่อยน่ะ ถ้าผมหงอกเส้นเดียว ความแก่ก็ครอบงำแล้ว เหมือนพระเนมิราช มอบทรัพย์สมบัติให้ข้าทาสบริวารเยอะๆ ให้กุลบุตร กุลธิดาหมด ก็โอ้! ความแก่ครอบงำเราแล้ว พระองค์ก็เสด็จออกบวชอยู่ในป่าหิมพานต์ ก็คือ พระพุทธเจ้าในชาตินี้ก็เป็นพระเนมิราช แต่พวกเรานี่ ไม่ใช่เส้นเดียวหรอก เต็มศรีษะแล้ว ก็ยังว่าตัวเองยังไม่แก่สินั่นน่ะ ก็ไปหายาย้อมผมมาดับอยู่ ยังประมาท ผู้มาบวช นี่ผู้ไม่ประมาท! ผมหงอกเส้นเดียวน่ะ โอ้ย!ความแก่เขาครอบงำแล้ว 

พระเนมิราช ร่ำรวยกว่าพวกเราขนาดไหน ท่านก็ออกบวช พวกเราลองคิดดู เราจะอยู่เฝ้าเอาโลกไม่ได้หรอก ถึงเวลา ก็ดำริไว้ว่า สักวันหนึ่งจะเป็นของเราแน่นอน “ดำริ” คือ คิดไว้ว่า โอกาสนี้ต่อไปนี้ข้าพเจ้าจะพยายาม เมื่อแก่ก็บวช นี่คือ “ดำริไว้ ตั้งใจไว้” รักษาดำริไว้ คือ ตั้งใจไว้ สักวันหนึ่งความตั้งใจของเราจะประสบความสำเร็จ เราตั้งใจไว้ เหมือนเราตั้งนาฬิกาปลุกไว้ เมื่อถึงเวลาแล้วก็ไป 

แต่คนจะคิดอย่างนี้ ก็ไม่ค่อยมีน่ะ คิดว่าโลกนี้มันน่าอยู่ ยังรื่นเริงบันเทิงใจอยู่ น่าอยู่ ที่เราคิด (ออกบวช) อย่างนี้ก็แสดงว่า มีของเก่าของเราบันดาลให้คิดอย่างนี้ ก็ให้นั่งพิจารณาทุกวัน การนั่งพิจารณาทุกวันคือ คิดสะสมๆ ว่า สักวันหนึ่ง สักวันเราต้องออกบวช เพราะเรามองเห็นว่า ไม่มีอะไรเป็นของเรา แต่เมื่อเราสร้างภาระขึ้นมาแล้ว ต้องให้หมดภาระก่อน เราถึงจะออกบวชได้ พระพุทธเจ้าจึงให้ออกบวชได้ แต่ต้องหมดภาระ ทุกสิ่งอย่างเขาสร้างของเขามา เขาก็ดูแลกัน น้องอยู่บ้านนอก เคยเห็นกบ เห็นอึ่งมันไข่ไหม ไข่แล้วไปดูไหม ไปดูตอนที่ลูกมันออกมาได้ไหม แน่ะ! แม่มันไข่ทิ้งไว้แล้ว อึ่งอ่างเหมือนกัน กบเหมือนกัน เขียดเหมือนกัน ไข่ทิ้งแล้ว มันไม่สนใจอะไรเลย ลูกมันเกิดมาก็เป็นกบ เป็นเขียด เป็นอึ่งอ่างกันไป คือ ธรรมชาติมันสร้างของมันมาอย่างนั้น 

เหมือนคนเราเหมือนกันต้องคิดอย่างนั้น แต่ไม่ใช่เราจะอย่างนั้นน่ะ แต่เมื่อเขามีครอบมีครัวแล้วก็เอ่อ เราก็ไม่ต้องช่วยอะไรเขาหรอก เราช่วยเขามาเต็มที่แล้ว พระพุทธเจ้าสรรเสริญ เหมือนอึ่งอ่าง เหมือนกบ ไข่แล้วทิ้งหมด กบ เขียด มันไข่ทิ้งหมด ลูกมันก็เลี้ยงตัวเองจนโต ธรรมชาติทุกอย่างเป็นเช่นนั้น ถ้าเราไม่เข้าข้างตัวเอง” 

สำหรับประวัติของ “พระเนมิราช” ในพระไตรปิฎกเขียนไว้ว่า พระมหากษัตริย์พระองค์หนึ่ง พระนามว่า มาฆะเทวะ (อดีตชาติของพระเนมิราช) รับสั่งให้ช่างตัดพระเกศาทูลพระองค์ทันทีที่เห็นพระเกศาหงอกขาว เมื่อช่างเห็นพระเกศาหงอกเป็นเส้นแรกจึงทูลพระองค์ให้ทรงทราบ พระเนมิราชจึงทรงสละราชสมบัติออกไปผนวชเป็นฤาษี และมีรับสั่งให้พระโอรสประพฤติตามพระองค์โดยเมื่อเกศาแรกหงอก ให้ออกบวช 

เมื่อมาฆะเทวะสิ้นพระชนม์ได้ประสูติใหม่ในเทวโลก และได้ทอดพระเนตรลงมาเห็นลูกหลานของพระองค์ว่า มีการประพฤติตามอย่างพระองค์สืบต่อมาตามที่ได้รับสั่งไว้ เมื่อ“มาฆะเทวะ” สิ้นบุญในชั้นเทวโลก จึงจุติลงมาเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ในราชวงศ์เดิม มีพระนามว่า “เนมิราช” หรือ พระเจ้าเนมิราช โดยทรงปกครองไพร่ฟ้า จนกระทั่งพระอินทร์ หรือ ท้าวสักกะจอมเทพ อัญเชิญให้เสด็จไปเที่ยวท่องสวรรค์และนรกด้วยราชรถวิเศษ มีช่างตัดพระเกศากลับชาติมาเกิดเป็นสารถีขับราชรถวิเศษพาไปยังสวรรค์และนรก 

สำหรับ “มาฆเทวะ” หรือ “เนมิราช” นั้นคืออดีตชาติหนึ่งของ “องค์สมณโคดมบรมครู” ส่วนช่างตัดพระเกศา ที่กลับชาติมาเกิดเป็นสารถีนั้น เป็นอดีตชาติหนึ่งของ “พระอานนท์” ซึ่งเป็นสหชาติกับองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,906,724 hits

Join 4,115 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ดีเดย์ 13 พ.ค. วันพืชมงคล เปิดลงทะเบียนรับพันธุ์ข้าวพระราชทาน ถึงสิ้นเดือน เม.ย.
‘มีเราไม่มีเทา-พอแล้วไม่ไหวแล้ว’ ในวันที่วาทกรรมไปต่อไม่ได้
แม่ก็คือแม่! อุ้ม ลักขณา นุ่งบิกินีอวดหุ่นแซ่บ ทำหนุ่มๆ ใจละลาย
อิหร่านอ้าง โจมตีโรงงานปิโตรเคมีในซาอุดีอาระเบียไฟลุกท่วม
เนทันยาฮูโว ทำลายทางรถไฟ-สะพานอิหร่าน อ้างใช้ขนส่งอาวุธ
ทริปเดียวครบ 'หนุ่ม-แท่ง'พาทัวร์บุญ 2 วัดดังรับสงกรานต์ พร้อมเที่ยวแลนด์มาร์กใหม่
สภาเภสัชกรรม ยื่นข้อเสนอต่อ รมว.สธ.ปรับปรุงระบบจ้างงาน-ค่าตอบแทนเภสัชกร เพิ่มประสิทธิภาพการดูแลประชาชน
จัดเต็มธงฟ้า! ศธ.เตรียมมาตรการลดค่าชุดนักเรียน หวังช่วยผู้ปกครองสู้ภัยเศรษฐกิจ
เปิดรายละเอียด 10 ข้อเสนอของอิหร่าน เงื่อนไขข้อตกลงหยุดยิงกับสหรัฐฯ-อิสราเอล 2 สัปดาห์
แสวง ยัน กกต. ให้ความเป็นธรรม คดียุบพรรคประชาชน ไม่ใช้ความรู้สึกตัดสิน

Recent Posts

  • นายกฯ มั่นใจสงกรานต์ น้ำมันไม่ขาด ขอปชช.ปรับตัว หวั่นสถานการณ์ตะวันออกกลาง กลับมาเลวร้าย
  • ทรงศักดิ์ รับท้าทายคุม สทนช. แก้น้ำท่วม-แล้ง บอกโชคดี นั่งรองนายกฯ ได้ทำงานใกล้ชิดนายกฯ
  • ทรงศักดิ์ มั่นใจ รบ.หนู อยู่ครบ 4 ปี ไม่กังวลฝ่ายค้านแปลงเวทีแถลงนโยบายเป็นศึกซักฟอก
  • วันวิชิต เผยตัวละครลับ! กุญแจดอกสำคัญที่ทำให้สหรัฐฯ-อิหร่านหยุดยิง
  • ศาลอาญายกคำร้อง! ไม่ให้ประกันตัว ไผ่ ดาวดิน คดีชุมนุม 19 กันยาฯ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d