Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ธรรมะ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ต้องพยายามระลึกถึงภัยที่จะเข้ามาหาเรา คือ ความตาย : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

Posted on December 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/620007

ต้องพยายามระลึกถึงภัยที่จะเข้ามาหาเรา คือ ความตาย : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันศุกร์ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 19.08 น.

“… ต้องพยายามระลึกถึงภัยที่จะเข้ามาหาเรา คือ ความตาย พยายามเจริญมรณานุสติอยู่เรื่อยๆ ไปเยี่ยมดูคนตายอยู่เรื่อยๆ เมื่อเช้านี้ไปบิณฑบาต บ้านหนึ่งเขาบอกว่าลูกเขาอายุ ๓ – ๔ ขวบมั้ง ใส่บาตรก็เกือบทุกอาทิตย์ วันเสาร์อาทิตย์เขาก็จะมาใส่บาตรกัน แล้วก็มีลูก ๒ คน คนโตคนเล็ก อายุไร่เรี่ยกัน คนหนึ่งอ่อนกว่าสักปีหนึ่ง 

วันนี้เหลือคนเดียว วันนี้เขาบอกว่าคนโตตายไปแล้ว ไปเข้าโรงพยาบาลติดเชื้ออะไรในปอดหรือในเลือดก็ไม่ทราบ ๕ วันก็ตาย นี่เด็กอายุไม่กี่ขวบ ๔ – ๕ ขวบเท่านั้นเอง ปุ๊บปั๊บก็ตายได้ ให้คิดอย่างนี้ เราจะได้เห็นภัยเห็นโทษแล้วจะเห็นทุกข์ แล้วจะทำให้เรามี ฉันทะ วิริยะ ที่จะหมั่นปฏิบัติให้มากขึ้น…” 

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๒๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต)  – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หลวงปู่มั่น’ เกิดปุพเพนิวาสานุสสติญาณคือรู้อดีตชาติ เกิดนิมิตภาพลูกสุนัขกินนมแม่

Posted on December 3, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/619762

'หลวงปู่มั่น' เกิดปุพเพนิวาสานุสสติญาณคือรู้อดีตชาติ เกิดนิมิตภาพลูกสุนัขกินนมแม่

วันพฤหัสบดี ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 19.23 น.

เรื่อง “เหตุที่หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ถอนปรารถนาพุทธภูมิ เพราะท่านเกิดสลดสังเวชในอดีตชาติ แม้ท่านจะเคยบำเพ็ญบารมีเป็นพระโพธิสัตว์มามากเพียงใด ถึงกระนั้นท่านก็เคยเกิดเป็นสุนัขขี้เรื้อนถึง 500 ชาติ” (ปกิณกธรรมของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต) การระลึกชาติของหลวงปู่มั่น ครั้นเกิดในสมัยพุทธกาล

“…ขณะนั้นจิตมีปีติซาบซ่านเข้าถึงเอกัคคตาญาณ กายเบาจิตใจมีความสงบระงับ จิตเดินเข้าสู่ปฐมฌาน ทุติยฌาน และจตุตถฌานโดยลำดับ พักอยู่ในจตุตถฌานนานพอควรแล้วถอยออกมาจนถึงปฐมฌานจึงหยุด ในลำดับนี้หลวงปู่มั่นท่านว่าเกิดปุพเพนิวาสานุสสติญาณ คือรู้อดีตชาติ เกิดนิมิตภาพลูกสุนัขกินนมแม่

หลวงปู่มั่น รู้ด้วยใจว่า ลูกสุนัขก็คือตัวท่านเองในอดีตชาติที่เกิดเป็นสุนัขนับชาติไม่ถ้วน สาเหตุมาจากลูกสุนัขมีความพอใจในอัตภาพของมัน จึงส่งผลให้เกิดเป็นสุนัขจึงติดอยู่ในภพนี้หลายชาติ สร้างความสลดสังเวชให้กับท่านเป็นอย่างมาก จากนั้นหลวงปู่มั่นได้ค้นลงหาถึงต้นสายปลายเหตุพบว่า “เราปรารถนาพระสัมมาสัมโพธิญาณ” จากนั้นภาพในอดีตชาติสมัยพุทธกาล หลวงปู่มั่นเกิดเป็นเสนาบดีได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าศากยมุนีขณะที่พระพุทธเจ้าแสดงพระธรรมเทศนาถึงมหาสติปัฎฐานสูตร 

หลวงปู่มั่นได้ตั้งจิตอธิษฐานต่อหน้าเบื้องพระพักตร์ของพระพุทธเจ้าว่า “ขอให้ข้าพเจ้าพึงได้เป็นพระพุทธเจ้าเช่นพระองค์เถิด” นับจากวาระจิตนั้นหลวงปู่มั่นดำรงอยู่โพธิสัตว์ธรรมบำเพ็ญพระโพธิญาณมาหลายร้อยชาติ เมื่อได้ปุพเพนิวาสานุสสติญาณทำให้หลวงปู่ระลึกถึงชาติภพต่างๆ มาพอสมควรเห็นความน่ากลัวของสังสารวัฏ และหากปรารถนาจะบรรลุพระนิพพานในชาตินี้จะต้องละเสียจากพระโพธิญาณ

ก่อนที่หลวงปู่มั่นจะตั้งจิตถอนจากโพธิญาณ ท่านได้เดินสมาธิเฝ้าย้อนรำลึกในอดีตชาติว่า ท่านเพิ่งจะเริ่มตั้งจิตปรารถนาต่อพุทธภูมิต่อหน้าพระพักตร์พระพุทธเจ้าศากยโคดมเท่านั้น เส้นทางบำเพ็ญเพียรเพียงแค่กึ่งพุทธกาล อีกทั้งในอดีตชาติที่ผ่านมา ท่านระลึกได้ถึงความยากลำบากของการเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฎ 

ท่านสลดสังเวชแม้ท่านจะบำเพ็ญบารมีเพียงใดยังเคยเกิดเป็นหมาขี้เรื้อนถึง 500 ชาติทำให้หลวงปู่มั่นมองดูสรรพสัตว์ในสังสารวัฎที่ยังคงหลับไหล เขาเหล่านั้นยังไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ไม่รู้ว่าจะต้องเผชิญกับชะตากรรมเช่นไรเมื่อสิ้นชีวิตลงไป 

ครั้นหลวงปู่มั่นจะละถอนจากโพธิญาณก็ให้สงสารสัตว์เหล่านั้น แต่เมื่อมองดูท่ามกลางสรรพสัตว์ทั่วไตรภพ ยังมีขบวนพระมหาโพธิสัตว์มีจำนวนมากที่ได้พยากรณ์จากพระพุทธเจ้าว่าเป็นนิตยโพธิสัตว์ (พระโพธิสัตว์ที่จักได้รับการบรรลุธรรมเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต) และยังมีพระโพธิสัตว์อีกจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับการพยากรณ์อยู่ในสังสารวัฎ เพื่อบำเพ็ญบารมีช่วยขนสรรพชีวิตให้พ้นทุกข์ เมื่อพิจารณาดังนี้หลวงปู่มั่น จึงอธิษฐานจิตละจากพระโพธิญาณ (ถอนปรารถนาพุทธภูมิ)…”

(ที่มา : หนังสือ “หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต : ประวัติ ข้อวัตรและปฏิปทา” โครงการหนังสือบูรพาจารย์เล่ม ๑)  – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ผู้กระทำบาปนี้ถือว่าเป็นผู้ต่ำต้อย’ โอวาทธรรม พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

Posted on December 3, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/619520

'ผู้กระทำบาปนี้ถือว่าเป็นผู้ต่ำต้อย' โอวาทธรรม พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันพุธ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 19.31 น.

“…เพียงรักษาศีล ๕ ข้อเท่านั้นเองเราก็ปลอดภัยแล้ว อย่าทำบาปไม่ว่าจะอยู่ต่อหน้าหรือลับหลัง ให้รักษาศีลให้บริสุทธิ์ตลอดเวลา การรักษาศีลก็ไม่ยากหรอกถ้าเรามีความตั้งใจ และถ้าเรามีหิริโอตตัปปะ หิริคือความอาย โอตตัปปะคือความกลัว กลัวผลของบาป อายผลของบาปที่จะเกิดขึ้น เวลาเราทำบาปนี้เรามักจะไม่อยากให้ใครรู้ใช่ไหม เพราะเราอาย เพราะเรารู้ว่าคนทำบาปนี้จะถูกประณามว่าเป็นคนไม่ดี ไม่มีใครอยากจะถูกประณามว่าเป็นคนไม่ดี 

ดังนั้น เราต้องมีความอายในตัวเรา เราไม่อยากจะให้คนอื่นเขาดูถูกเราประณามเราว่าเราเป็นคนไม่ดี เราก็ต้องไม่ไปทำบาป ถ้าเราไม่ทำบาปแล้วไม่มีใครจะมาว่าเราไม่ดีได้ ไม่มีใครจะมาประณามว่าเราเป็นสัตว์ได้ใช่ไหม คนเราชอบด่ากัน ชอบเรียกว่าเป็นหมาบ้าง เป็นแมวบ้าง เป็นตัวเงินตัวทองบ้าง เพราะเขาชอบประณามกัน แต่ถ้าเราไม่ได้ทำบาปแล้ว ต่อให้เขาด่ายังไงว่ายังไงเราก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เขาว่า แล้วเราจะไม่หวั่นไหวไม่เดือดร้อน 

ส่วนโอตตัปปะ ก็คือให้รู้ว่าผลของการกระทำบาปจะเกิดอะไรขึ้นกับเรา กับดวงวิญญาณของเราหลังจากที่ตายไปแล้ว พอเรารู้ว่าเราอาจจะต้องไปเป็นสัตว์เดรัจฉาน ไปเป็นเปรตเป็นอสูรกาย หรือไปนรก เราก็จะไม่กล้าทำบาปขึ้นมา ดังนั้นขอให้เราระลึกถึงผลของการกระทำบาป ระลึกถึงความไม่สวยงามของผู้กระทำบาป ผู้กระทำบาปนี้ถือว่าเป็นผู้ต่ำต้อย เป็นเหมือนกับสัตว์เดรัจฉาน 

ถ้าไม่อยากจะลดฐานะของเราจากการเป็นมนุษย์ไปสู่การเป็นสัตว์เดรัจฉานหรือเป็นเปรต ก็อย่าทำบาปกัน ถ้าเรามีหิริโอตตัปปะการละบาปนี้จะไม่ยากเลย ทุกครั้งที่เราจะทำบาปเราก็จะต้องถามตัวเองว่าเราพร้อมที่จะลดฐานะเราลงจากมนุษย์ไปเป็นเดรัจฉานหรือ พร้อมที่จะไปเป็นเปรตแล้วหรือ พอคิดอย่างนี้แล้วก็ไม่ทำบาปดีกว่า ไม่ทำบาปก็ไม่ตาย อยู่ได้ คนเราไม่โลภซะอย่าง พอมีพอกินก็อยู่ได้แล้ว สมบัติมีอยู่เท่าไหร่ตายไปก็เอาไปไม่ได้อยู่ดี สู้เอาศีลธรรมไปดีกว่า เอาศีลธรรมไปก็ไม่ต้องไปเกิดในอบาย…” 

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๓๐ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๓ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สัมมาชีพของนักบวชก็คือการบิณฑบาตเลี้ยงชีพ : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

Posted on December 3, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/619275

สัมมาชีพของนักบวชก็คือการบิณฑบาตเลี้ยงชีพ : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันอังคาร ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 19.26 น.

“ตอนที่พระพุทธเจ้าแสดงมรรค ๘ นี้ท่านแสดงให้กับพระ ๕ รูป พระปัญจวัคคีย์ ก็ท่านจะแปลสัมมาชีพในตอนนั้นเป็นของนักบวชก็คือการบิณฑบาตนี้แหละเป็นสัมมาชีพ การเลี้ยงชีพของพระ พุทธเจ้าบอกให้บิณฑบาต อย่ารอให้ญาติโยมนำกับเข้ากับปลามาถวายที่วัด เพราะจะทำให้ขี้เกียจให้ไปบิณฑบาตจะได้ขยัน

ท่านสอนเรื่องบิณฑบาตนี้อยู่ ๓ แห่งด้วยกัน สอนในเวลาพระบวชใหม่ เรียกว่ากิจของพระที่บวชใหม่พึงกระทำก็คือให้บิณฑบาตเลี้ยงชีพตลอดชีวิต ตลอดชีวิตนะ แล้วท่านก็สอนในธุดงควัตร เพราะธุดงค์ก็คือการปฏิบัติที่จะช่วยเสริมในการบรรลุธรรม ให้เร็วขึ้น ก็มีการบิณฑบาตเป็นวัตรแล้วท่านก็ปฏิบัติเอง ๑ ในพุทธกิจ ๕ ก็คือการออกบิณฑบาต 

พระพุทธเจ้าทรงให้ความสำคัญต่อสัมมาชีพของพระมาก คือการบิณฑบาต ไม่ได้สอนว่าเดี๋ยวรับกิจนิมนต์นะ ไปฉันที่โน่นฉันที่นี่ หรือเดี๋ยวรอให้ญาติโยมทำกับข้งกับข้าวมาที่วัดนะ หลวงพี่ไม่ต้องไปไหนหรอก หลวงพี่นั่งเฉยๆ เดี๋ยวเขาก็จัดมาให้กินแล้ว ท่านไม่ได้สอนอย่างนั้น ท่านสอนบอกให้บิณฑบาตเลี้ยงชีพ ครูบาอาจารย์ท่านถึงเห็นว่าการบิณฑบาตนี้เป็นภารกิจสำคัญ

อย่างหลวงปู่มั่นนี้ท่านบิณฑบาต จนกระทั่งวาระสุดท้ายจนท่านไม่สามารถบิณฑบาตได้ ตอนที่ท่านเริ่มป่วยท่านเดินไปไม่ถึงหมู่บ้าน ท่านก็เดินไปแค่ครึ่งทาง ชาวบ้านก็ออกไปมาใส่ครึ่งทาง พอต่อมาไปไม่ถึงครึ่งทางไปแค่ประตูวัด ชาวบ้านก็ไปใส่ที่ประตูวัด พอไปไม่ถึงประตูวัดก็บิณฑบาตบนศาลา พอบิณฑบาตบนศาลาไม่ไหวก็ยุติกัน นั่นแหละความสำคัญของบิณฑบาตหลวงปู่มั่นท่านให้ความสำคัญมาก เจ็บไข้ได้ป่วยอย่างไร ถ้าไปได้ก็ไป ถ้าไม่ไปก็เฉพาะเวลาอดอาหารเท่านั้น 

ถ้าอดอาหารก็ไม่ต้องไปบิณฑบาต เพราะไม่รู้จะบิณมาทำไม ในเมื่อไม่ฉันก็อย่าไปให้เสียอาหารชาวบ้านเขาเปล่าๆ ก็ไม่ต้องบิณ ที่ไม่บิณฑบาตก็เพราะว่าบางทีอยากจะเก็บตัว ไม่อยากจะออกมาเจอผู้คน อยากจะอยู่เงียบๆ ภาวนาให้มันต่อเนื่อง ถ้าออกมาบิณฑบาตมันจะขาดตอน

เพราะออกมาแล้วต้องพบปะกับผู้คนต้องมาทำกิจวัตรที่ศาลา มันก็ทำให้การเจริญสติไม่ต่อเนื่อง นั่งสมาธิไม่ต่อเนื่อง บางทีอยากจะนั่งนานๆ ถึงเวลาบิณฑบาตนี้ไม่อยากจะออกไปบิณฑบาตก็ไม่ไปมันเลย นั่งสมาธิต่อ ก็เลยถือว่าวันนั้นอดอาหารไป แต่ได้อาหารใจ ที่อิ่มกว่าอาหารร่างกาย พอใจมีความสงบแล้ว เรื่องการอดอาหารนี้ก็จะไม่รู้สึกหิวเลย หิวก็ไม่เดือดร้อน เพราะใจอิ่ม ดีกว่าวันที่ไปบิณฑบาตร่างกายกินอิ่มแต่ใจกลับหิว กินอิ่มไม่ทันกี่ชั่วโมงแต่ใจหิวอีกแล้ว

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๙ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต) –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘วิธีหนีนรกสำหรับผู้มีเวลาน้อย’ คำสอน ‘หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

Posted on December 3, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/619037

'วิธีหนีนรกสำหรับผู้มีเวลาน้อย' คำสอน 'หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

วันจันทร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 19.29 น.

“…ท่านสาธุชนที่มีเวลาน้อย เพราะต้องประกอบอาชีพ หาเวลาไปนั่งกรรมฐานก็ทำได้ยาก เพราะเวลาว่างมีน้อย ก็ให้ทำตามนี้จะมีผลสมบูรณ์แน่นอน และไม่เสียเวลาประกอบการงาน ตายแล้วรับรองไม่ลงนรกแน่ 

๑.”เจริญพุทธานุสสติแบบง่ายๆ” ให้จัดของบูชาพระพุทธรูปทุกวัน ที่ท่านเรียกว่า “ถวายข้าวพระพุทธรูป” ของที่ถวายก็เอาอาหารเท่าที่มีอยู่ หรือผลไม้ที่หาได้ง่าย เวลาเช้าหรือตอนสายก็ได้ นำของที่หาได้ถวายพระพุทธรูปที่บ้าน ทำเป็นประจำวัน เวลาถวายคิดในใจหรือว่าออกเสียงก็ได้ ดังนี้ “ข้าพระพุทธเจ้า ขอถวายข้าวแกง และน้ำแด่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อเป็นการบูชาพระคุณ ขอผลบุญนี้ จงเป็นปัจจัยให้ข้าพระพุทธเจ้าได้เข้าสู่ พระนิพพานในชาติปัจจุบันนี้เถิด” 

เวลาถวายให้ตั้งใจดูภาพพระพุทธรูปด้วยความเคารพ และจดจำรูปของท่านไว้ตั้งใจทำอย่างนี้ทุกวัน อารมณ์ใจจะมีความคิดถึงและห่วงใยในพระพุทธรูป จะคิดเสมอว่าวันนี้เรามีของอย่างนี้ถวายท่าน

วันพรุ่งนี้เราจะหาอะไรถวายท่าน การทำและคิดอย่างนี้เป็นปกติ ไม่จำเป็นต้องคิดทุกวัน เมื่อจิตมีอารมณ์ว่างจากงานอื่นจิตจะคิดขึ้นมาเอง และเราก็ห่วงการถวายของแก่ท่านทุกวัน ทำอย่างนี้จนมีอารมณ์ชิน ถึงเวลาต้องหาของเท่าที่จะพึงหาได้ถวายท่าน อารมณ์ใจอย่างนี้ท่านเรียกว่า “มีฌานในพุทธานุสสติกรรมฐาน” เป็นมหากุศลใหญ่ ตายเมื่อไรไปสวรรค์เมื่อนั้น

๒.”เจริญธัมมานุสสติแบบง่ายๆ” ตั้งใจบูชาพระและสวดมนต์เป็นประจำเวลา จะวันละหนึ่งหรือสองครั้งหรือกี่ครั้งก็ได้ “กำหนดเวลาไว้” ถ้าถึงเวลานั้นต้องบูชาพระและสวดมนต์ การสวดมนต์ก็ไม่ต้องสวดมาก ขอให้สวดตามที่จะพึงทำได้ เช่น “อิติปิโสฯ” เป็นต้น เท่านี้ก็มีบุญเหลือหลายแล้ว เพราะบท “อิติปิโสฯ” พรรณนาความดีของพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์ครบถ้วน หรือถ้าสวดมนต์ไม่ได้เลย ก็บูชาแบบสั้นๆ แต่มีผลครบถ้วน เช่น ตั้ง “นโมฯ” ๓ จบ แล้วว่า “พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ” แปลเป็นภาษา ไทยว่า “ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง ขอถึงพระธรรมเป็นที่พึ่ง ขอถึงพระอริยสงฆ์เป็นที่พึ่ง” เพียงเท่านี้ก็ดี มีอานิสงส์มากมาย

เวลาบูชา ตั้งใจจำภาพพระพุทธรูป แล้วตั้งใจว่าตามที่กล่าวมาแล้ว ทำให้ชินจะทำเวลาไหนก็ได้ ถ้าเหนื่อยหรืออ่อนเพลียมาก นั่งบูชาไม่ไหว นอนยกมือไหว้แล้วตั้งใจคิดตามที่กล่าวมาแล้ว 

ถ้าอยู่ในระหว่างการเดินทาง เมื่อถึงเวลาบูชาพระก็คิดในใจตามที่ปฏิบัติมา ถ้าทำอย่างนี้เป็นอารมณ์ชิน ถึงเวลาถ้าไม่ได้ทำไม่สบายใจ หรือถ้ามีเทปบันทึกเสียงธรรม เวลานอนฟังเสียงธรรมที่ชอบใจ หรือบันทึกเสียงพระสวดมนต์ไว้ ตั้งใจฟังก่อนหลับเป็นปกติ อารมณ์ใจขนาดนี้ท่านว่า “มีฌานในธัมมานุสสติกรรมฐาน” บุญใหญ่มาก ตายแล้วลงนรกไม่ได้ เกิดใหม่เป็นคนฉลาดเพราะมีปัญญามาก

๓.”เจริญสังฆานุสสติแบบง่ายๆ” “หลวงพ่อปาน” วัดบางนมโค อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุทธยา ท่านสอนไว้แล้ว พร้อมกับ “จาคานุสสติกรรมฐาน” และ “ทานบารมี” ท่านให้ทำดังนี้ เมื่อถึงเวลากลางคืนท่านให้สวด “คาถาวิระทะโยฯ” ๑ จบ พร้อมกับเอาข้าวสาร หรือข้าวเปลือก ๑ จอก หรือถ้วยเล็กๆ ก็ได้ ใส่อะไรก็ได้เพื่อเก็บไว้ถวายพระเมื่อรวบรวมได้มากพอควร 

“คาถาวิระทะโยฯ นี้เป็นคาถามหาลาภ ทำให้หากินคล่อง กำจัดความยากจน เข็ญใจ” ถ้าทำจนชินกำลังใจทรงตัวที่เรียกว่าเป็น “สมาธิ” จะมีความเป็นอยู่ดีมาก หรือตอนเช้าถ้ามีเวลาพอ มีพระมาบิณฑบาตให้ใส่บาตรพระตามกำลังที่จะใส่ได้เป็นประจำ ก่อนใส่บาตรให้ว่าคาถาวิระทะโยฯ ๑ จบ ที่ท่านให้ทำอย่างนี้ ท่านบอกว่า เพื่อให้มีการหาเลี้ยงชีพคล่องตัว ไม่ยากจนเข็ญใจ แต่เนื้อแท้แล้วผลมีตามนั้นแน่

ผลการแนะนำของท่าน นอกจากจะมีผลในการคล่องตัวในการครองชีพแล้ว ก็เป็น “สังฆานุสสติกรรมฐาน” โดยตรงเพราะจิตคิดถึงพระสงฆ์เป็นปกติ และคิดถึงการถวายของพระ เป็น “จาคานุสสติกรรมฐาน” จะใช้ข้าวหรือไม่มีข้าวใช้เงินแทนก็ได้ จะใส่ด้วยเงินมากน้อยสุดแล้วแต่จะพึงมี ถ้าบังเอิญวันไหนไม่มีเงิน จะใช้เป็นผลไม้หรืออะไรแทนก็ได้ ที่บริโภคได้หรือใช้ประโยชน์ได้ เพื่อเอาไว้ถวายพระแทนเงินหรือข้าว 

เมื่อจัดไว้เพื่อถวายแล้วตอนนี้เป็น “ทานบารมี” ทานบารมีเป็นปัจจัยให้มีลาภมาก หากบางท่านที่มีฐานะไม่สะดวกในการจัดหาข้าวหรือเงินใส่บาตรประจำวันให้ปลูกพริก มะเขือ หรือฟักแฟง แตง น้ำเต้า หรืออะไรที่กินได้ สักต้นหรือสองต้น คิดในใจและตั้งใจแน่วแน่ว่า ถ้ามีผลขึ้นมาเมื่อไร ผลจากการปลูกนี้เราจะเอาไปถวายพระเพื่อทำเป็นอาหาร เราจะไม่บริโภคเอง ทุกวันที่เรารดน้ำพรวนดิน หรือเห็นพืชต้นนั้น เราก็คิดว่าต้นนี้ผลเราจะถวายพระ ความรู้สึกประจำวันอย่างนี้ท่านเรียกว่า “สังฆานุสสติกรรมฐาน” ถ้าคิดทุกวันเมื่อถึงเวลาจะทำ หรือคิดเตรียมจะทำเป็นประจำทุกวัน ท่านถือว่าเป็นฌานในสังฆานุสสติกรรมฐาน

คำว่า “อนุสสติ” ไม่ได้แปลว่า นั่งสมาธิท่านแปลว่า “ตามนึกถึง” จะนึกถึงด้วยจริยาอย่างไรก็ตาม ก็ถือว่านึกถึงเหมือนกันถ้านึกถึงเป็นประจำเมื่อถึงเวลา ก็ถือว่า เป็น “ฌาน” ถ้าทรงกำลังนึกถึงพระไตรสรณคมน์อย่างนี้เป็นประจำ จะหนีนรกได้ในชาตินี้แน่นอน 

แต่ไม่รับรองว่าจะหนีได้ทุกชาติตลอดไป เพราะกำลังใจที่ทรงความดีเพื่อหนีนรกตลอดกาลท่านยังทำไม่ครบ ถ้าจะหนีนรกให้ครบทุกชาติ จะเกิดอีกกี่ชาติก็ไม่ยอมลงนรก บาปเก่าที่ทำมาแล้วก็ไม่มีอำนาจที่จะดึงลงนรกได้อีก ต้องเพิ่มศีล ๕ และกรรมบถ ๑๐ ให้ครบถ้วนในอารมณ์ใจ และปฏิบัติได้ครบสมบูรณ์…”

คัดลอกจากหนังสือพ่อสอนลูก เล่ม ๑ หน้าที่ ๒๓๖-๒๓๙ (พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สตินำมาสู่กตัญญูกตเวทิตา : ธรรมเทศนาพระราชสุเมธี

Posted on December 2, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/618641

สตินำมาสู่กตัญญูกตเวทิตา : ธรรมเทศนาพระราชสุเมธี

วันเสาร์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 19.05 น.

“พระราชสุเมธี” หรือ หลวงปู่เหลี่ยม สุจิณฺโณ เจ้าอาวาส วัดภูตูมวนาราม ตำบลทรายขาว อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย เมตตาแสดงพระธรรมเทศนาหัวข้อ “สตินำมาสู่กตัญญูกตเวทิตา” ในโอกาส 80 ปี อายุวัฒนมงคล “พระครูปลัดสุวัฒนญาณคุณฯ” (พระมหาสามเรือน ปุญฺเญสโก) เจ้าคณะตำบล จังหวัดสมุทรปราการ (ธรรมยุต)  และ เจ้าอาวาส วัดอโศการาม ตำบลท้ายบ้าน จังหวัดสมุทรปราการ 

(นะโม 3 จบ) สัพเพสังขารา อนิจจาติ สัพเพ สังขารา ทุกขาติ สัพเพ ธัมมา อนัตตาติ ยะทา นิพพินทะติ ทุกเข เอสะ มัคโค วิสุทธิยาติ อิมัสสะ ธัมมะปริยายัสสะ อัตโถสาธายัสสะมันเตหิ สักกัจจัง ธัมโม โสตัพโพติ 

นับตั้งแต่บัดนี้ จะได้น้อมนำเอาพระธรรมคำสอนของสมเด็จพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า มาแสดงชี้แจงตามอัตถะ ที่ยกเป็นนิกเขปบทเบื้องต้น เนื่องด้วยวันนี้เป็นวันอภิกลักขิตกาล คล้ายวันชาตกาล หรือ วันเจริญมงคลอายุวัฒนะของเจ้าอธิการพระมหาสามเรือน เจ้าอาวาสวัด
อโศการาม รูปที่ 4 เจ้าคณะตำบล จังหวัดสมุทรปราการ 

ด้วยท่านได้วางแนวให้ท่านสาธุชนทั้งหลาย มาบวชพราหม์มณีชีปะขาว ที่เรียกว่า บวชเนกขัมมะภาวนา เพื่อสร้างกุศลเจตนาและยังศรัทธาให้เกิดขึ้นกับตัวเอง ด้วยการปฏิบัติธรรม ด้วยการฟังธรรม ด้วยการสร้างความเพียร ด้วยการถือเนสัชชิก การธุดงค์ อันเป็นธุดงค์ที่จะกำราบกิเลส โดยฝึกจิตของตนเองด้วยการมานั่งภาวนาบำเพ็ญธัมมัสภาวนามัยให้ได้ครบทั้ง 5 กัณฑ์ เท่ากับขันธ์ 5 ของเรา ถ้าจะกล่าวไปถึงเจ้าของงาน คือ ท่านพระมหาสามเรือนบวชมาใหม่ ท่านก็ใคร่ต่อการศึกษาธรรมวินัย สอบนักธรรมตรี โท เอก จบ ก็ใคร่ที่จะศึกษาทางบาลี ซึ่งเป็นที่มาของพระไตรปิฎก ทั้งพระสูตร พระวินัย พระอภิธรรม ก็ไปศึกษาหลายจุด เดินธุดงค์ไป เพื่อศึกษาธรรม ศึกษาข้อวัตรจากครูบาอาจารย์ ทั้งภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคใต้ ไปด้วยกันเป็นสหธรรมิก มีท่านเจ้าคุณพระมหาศุภใจ , อาจารย์เวียง แล้วก็อาจารย์อีกหลาย 2-3 รูป ไปด้วยกัน ไปในที่ต่างๆ แม้กระทั่ง จ.เลย ก็ไป ขึ้นภูกระดึงค์บ้าง ไปทางภาคเหนือ ไปศึกษาบาลี ที่วัดเจดีย์หลวงบ้าง จนกระทั่งได้เปรียญธรรม 3 ประโยค 

เช่นเดียวกันกับหลวงตามหาบัว หลวงตามหาบัวก็ได้เปรียญธรรม 3 ประโยค แม้แต่ผู้แสดงธรรมอยู่นี้ ก็ได้เปรียญธรรม 3 ประโยคเช่นกัน แถมไปได้วุฒิจากมหาวิทยาลัยสงฆ์ จบ ศน.บ. ศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต นี่คือการศึกษา เพราะฉะนั้นญาติโยมทั้งหลายผู้ใฝ่ในธรรม ขอให้ทุกท่านจงมีสติ มีสติแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะดีขึ้น เมื่อมีสติก็จะทำให้เราตื่นตัว เพราะ “สติสัมปัญชัญญะ” มันจะมาพร้อมกัน สติความระลึกได้ สัมปัญชัญญะ ความรู้ตัวเกิดขึ้นกับบุคคลใด บุคคลนั้นก็จะมีความสำเหนียก สำนึก ระลึกอยู่ตลอดเวลา  สำเหนียกอะไร สำเหนียกว่า บัดนี้ เราทำอะไร บัดนี้ เราต้องการอะไร มันเกิดความสำเหนียกเกิดขึ้นในตัวเรา เราจะสร้างกุศลผลบุญด้วยการนั่งภาวนาปฏิบัติธรรม ซึ่งไม่ลงทุนอะไรเลย มีแต่เอาจิตของเราให้ตั้งมั่น มีกาย มีวาจา อันสงบแล้ว ก็จะเป็นเหตุให้เกิดอานิสงส์เกิดขึ้นกับตัวเรา สำเหนียก สำนึก สำนึกถึงบุญคุณ คนเราถ้ามีความสำนึก สำนึกถึงคุณูปการว่าบุคคลนี้เคยแนะนำเรา บุคคลนี้ครูบาอาจารย์รูปนี้เคยให้สติแก่เรา เคยให้ธรรมะสอนเรา เราสำนึก เราสำนึกอยู่อย่างนี้ การสำนึก แล้วก็ระลึกถึง 

เมื่อระลึกถึงคุณความดี ก็ทำให้คุณธรรมเกิดขึ้นกับบุคคลนั้น เรียกว่า “กตัญญูกตเวทิตาธรรม” เกิดขึ้นกับบุคคลนั้น ดังนั้น ความสำเหนียกสำนึกระลึก 3 ประการนี้ จึงเป็นตัวก่อให้เกิดคุณธรรม คุณธรรมที่จะเกิดขึ้น ในข้อแรก สำนึกถึงบุญคุณ เรียกว่า กตัญญูกตเวทิตา เรารู้บุญคุณของบุคคลอื่นที่กระทำให้เราแล้ว แล้วตอบแทนนี้เป็นธรรมที่หาได้ยาก อันนี้แหละ มันเกิดขึ้นจากสติ เมื่อเรามีสติ มันก็จะเกิดคุณธรรมอันนี้ตามขึ้นมา แต่ถ้าเราไม่มีสติ เลอะๆเปรอะๆเปื้อนเลื่อนเปื้อนไป ไม่ตั้งมั่น มันก็เลื่อนลอย มีสติไปตามกระแส แต่ถ้าเรามีสติตั้งมั่น เมื่อเรามีสติตั้งมั่น ก็จะทำให้เกิด “สติปัฎฐาน” คือ มีฐาน ฐานของสติ ครูบาอาจารย์สอนเสมอ 

ในการเจริญอานาปานสติ อันนี้ท่านพ่อเคยสอนเรื่องการเจริญอานาปานสติ หรือ ในหนังสือต่างๆที่ท่านได้ลิขิตไว้ กล่าวแล้วก็ท่านลิขิตจากที่ท่านได้รู้ได้เห็น เทียบเคียงกับตำราที่มีมาในพระไตรปิฎก และ ความคิดที่มันมากกว่าที่มีในพระไตรปิฎก คือ เกิดจากจิต ก็จะลิขิตไว้ ให้พวกเราได้รับทราบได้อ่านและได้เข้าใจ เพราะท่านลิขิตออกมาจากจิตที่ท่านได้ประสบแล้ว ทำให้เราฟังง่าย เข้าใจง่าย มาถือปฏิบัติได้ง่าย ด้วยการมีสติตัวเดียวเท่านั้น ทีนี้ “สติ” จะตั้งไว้ ณ ที่ใด ก็ต้องมาตั้งไว้ ที่ลมหายใจเข้า ลมหายใจออก ที่เรียกว่า “ปลายจมูก” มันจะต้องมาตั้งที่จุดนี้ ลมหายใจเข้าก็รู้ ลมหายใจออกก็รู้ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘คนที่นึกถึงความตายเป็นอารมณ์ ย่อมไม่ประมาทในชีวิต’ : โอวาทธรรม ‘หลวงพ่อฤาษีลิงดำ’ #SootinClaimon.Com

Posted on November 27, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/618503

'คนที่นึกถึงความตายเป็นอารมณ์ ย่อมไม่ประมาทในชีวิต' : โอวาทธรรม 'หลวงพ่อฤาษีลิงดำ'

วันศุกร์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 19.26 น.

“… อย่าลืมคิดถึงควายตายไว้นะ ถ้าเราไม่ได้คิดถึงความตายเราก็เอาดีไม่ได้ เพราะมีความประมาท วันนี้ไม่เป็นไรๆ ใช่ไหม ยังไม่ทำความดี ศีลไม่เป็นไร บกพร่องแค่นิดหน่อยก็ได้ พรุ่งนี้รักษาใหม่ ถ้าบังเอิญตายวันนี้ล่ะใช่ไหม

พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า “ให้นึกถึง มรณานุสสติกรรมฐาน ไว้เสมอ คนที่นึกถึงความตายเป็นอารมณ์ ย่อมไม่ประมาทในชีวิต ไม่ทำความชั่ว” ถ้าเราไม่นึกถึงความตายเราก็ไม่เป็นไรๆ ใช่ไหม ไอ้แบบคนไม่กลัวจน มันจนทุกคน ใช่ไหม คนที่ไม่กลัวจนคนนั้นก็ต้องเป็นคนจน ไอ้คนกลัวจนมันจนไม่ได้ ไอ้คนกลัวจนมันต้องเก็บน่ะ ใช้หมดไม่ได้นะ ใช้มากไม่ได้ใช่ไหม ประเดี๋ยวจะจน คนที่ไม่กลัวจนก็ เอ๊ย! มีเท่าไรก็ใช้ไปเลยวะ!

อย่างกับอะไร #นายแทน สามล้อที่จังหวัดอุทัยธานี นานแล้วก่อนฉันมาอยู่นี่อีก ถอยหลังไปสามสี่สิบปี เป็นคนปั่นจักรยาน ๓ ล้อ เวลานั้นล็อกเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง ๕๐๐,๐๐๐ บาท แกถูกรางวัลที่หนึ่งรอบแรก ไม่ถึง ๒ ปี หมด! ปั่นใหม่กินอะไรไม่ต้องทอน ซื้ออะไรไม่ต้องทอน รวย ไอ้เงินสมัยนั้นก็มีค่าสูงใช่ไหม ไม่ช้าก็เจ๊ง เพื่อนก็รุมกิน ตอนแรกก็คุณแทน ๆ พอเงินหมด พวกเรียก “ไอ้แทน” ตามเดิม (หัวเราะ)

แล้วต่อมาแกก็ถูกรางวัลที่หนึ่งอีก ผ่านไป ๒-๓ ปี ก็ถูกอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้ไม่เอาแล้ว ซื้อบ้านซื้อที่ให้พ่อ ส่วนที่ให้พ่อก็ให้ไปเลย ส่วนของ คุณแทน ไม่ช้า คุณแทน ก็ใช้หมด อีตอนนี้ไม่ทันเป็นไอ้แทน พอเริ่มเงินจะหมด คุณแทน ตาย ยังเป็น คุณแทน อยู่ (หัวเราะ)

ไอ้นี่ก็จริง ๆ เพราะคนไม่กลัวจน ใช่ไหม คือว่าไม่คิดว่าจะจน ถ้าคิดว่าจะจนเขาต้องรวยแน่ แต่ตอนหลังควรจะชม แกยังมีความกตัญญูรู้คุณดี พอถูกใหม่ไอ้ตัวเก่ามันเตือนจิตแก อะไร ๆ ก็ซื้อบ้าน ซื้อช่อง ซื้อที่ ซื้อทางให้พ่อเสียก่อน ทีนี้ไอ้ส่วนนั้นก็กันไว้เป็นส่วนตัว ก็ว่ากันตามเรื่องตามราวไม่ช้าก็หมดตามเดิม

ทีนี้ คนถ้ากลัวตาย คิดว่าจะตาย มันก็ต้องทำความดีตลอด อย่างที่พระพุทธเจ้าถามพระอานนท์ว่า “อานันทะ ดูก่อนอานนท์ เธอคิดถึงความตายวันละกี่ครั้ง” พระอานนท์ บอกว่า “ประมาณ ๗ ครั้ง พระเจ้าข้า” โดยประมาณนะ พระพุทธเจ้าบอกว่า ยังห่างไป ตถาคตคิดถึงความตายทุกลมหายใจเข้าออก

เห็นไหมเล่า นั้นพระพุทธเจ้านะเพราะอะไรรู้ไหม #ท่านเห็นว่านิพพานมันดีกว่าที่นี่ (หัวเราะ) ใช่ไหม อีบ้านนี้เมื่อไรกูจะได้มาอยู่เสียทีวะ! เลยอยากไป แต่เราพูดตามภาษาเราว่าอยากไปแต่ท่านก็ทราบว่านิพพานมันเป็นความสุข ใช่ไหม แต่ท่านต้องทนทุกข์ทุกอย่างเพราะจิตเมตตาปรานี

ความจริงท่านเป็นพระพุทธเจ้า กลางคืนผมไปยืน ๆ มองดูภาพที่เขาให้ เปิดไฟก็เห็นชัด มองดูท่านก็นึกถึงความลำบากของท่านเบื้องหลัง ท่านเป็นลูกกษัตริย์ ออกไปอยู่ป่าได้กินอะไรที่ไหนละ อันดับแรกต้องคิดก่อนนะ ได้กินอะไรที่ไหน ถ้าอยู่ในรั้วในวังมันก็มีคนปรนเปรอทุกอย่าง มีอะไรทุกอย่างสมบูรณ์แบบ แล้วก็ท่านมีความหวังอย่างที่หาจุดหมายปลายทางได้ยากซึ่งไม่มีใครมีอยู่ก่อน อีตรงนี้ต้องคิดนะว่าท่านลำบากขนาดไหน ได้มรรคได้ผลแล้ว ท่านก็ยังไม่เอาแต่ตัวรอด อุตส่าห์เที่ยวเดินป่าท่อม ๆ ๆยุงกินริ้นกัด นอนก็หนาว ๆ จัด พระมีผ้ากี่ผืน ใช่ไหม อาหารก็ไม่แน่นอน ทุกอย่างนะเต็มไปด้วยความลำบาก ก็ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณสงเคราะห์แก่พวกเรา ไม่เห็นแก่เหน็ดแก่เหนื่อย เออ…ไอ้พวกเรานี่บางทีก็หากิน กินบุญพระพุทธเจ้ายังทำลายบุญเสียอีก ดีไม่ดีนรกไม่มี สวรรค์ไม่มีเสียส่งใช่ไหม (หัวเราะ)

ไอ้นี่ไม่ใช่นินทาเขา ความจริงเป็นยังงั้น พระพุทธเจ้าว่า ถ้าเราว่าไม่มีเราต้องเปลื้องผ้าเหลืองทิ้ง ใช่ไหมเล่า ไปใช้สีอีกสีหนึ่งอีกเครื่องแบบหนึ่ง ไม่ใช่เอาเครื่องแบบพระพุทธเจ้ามาใช้ ถ้าเราไม่เชื่อท่านไม่เลื่อมใสในท่านมาอยู่ในศาสนาของท่านทำไมใช่ไหมโยม? อันนี้พูดกันตรงไปตรงมานะ แล้วมาเกาะกินบุญความดีขอท่านนะไม่อายหน้ากันหรือยังไง

ความจริงก็ไม่ได้มุ่งว่าจะมาสร้างวัดสร้างวานะ ความประสงค์จริง ๆ จะออกจากวัดบางนมโค แล้วเข้ากรุงเทพฯ ไปตามเดิม แล้วจะเดินทางต่อเข้าป่าไปเลย มันเบื่อสังคม สังคมคนไม่เบื่อเท่าไร เบื่อสังคมพระ ไอ้สังคมพระนี่มันไม่ค่อยจะเอาไหน…”

……………………….

พระธรรมคำสอนหลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ) วัดจันทาราม (ท่าซุง) ต.น้ำซึม อ.เมือง จ.อุทัยธานี คัดลอกหนังสือหลวงพ่อเล่าให้ฟัง เล่มที่ ๒ หน้าที่ ๕๑~๕๔ (เพจ : คำสอนหลวงพ่อพระราชพรหมยาน)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

การขอขมาโทษต่อพระรัตนตรัย : โอวาทธรรม ‘หลวงพ่อฤาษีลิงดำ’ #SootinClaimon.Com

Posted on November 27, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/618239

การขอขมาโทษต่อพระรัตนตรัย : โอวาทธรรม 'หลวงพ่อฤาษีลิงดำ'

วันพฤหัสบดี ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 19.27 น.

“…ในการขอขมาโทษต่อพระรัตนตรัยนี้ ถ้าบังเอิญเรามีการประมาทพลาดพลั้งในพระพุทธเจ้าก็ดี ในพระธรรมก็ดี ในพระอริยสงฆ์ก็ดี เราทราบไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีการปรามาสในพระอริยสงฆ์อันนี้หนักมาก การขอขมาโทษส่วนตัวตรงต่อพระอริยสงฆ์องค์นั้นไม่มีผล เพราะว่าต้องขอขมาตรงต่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า 

การหมิ่นประมาทพระอริยเจ้าประเภทนี้ถึงแม้ไม่ได้บวชท่านก็เป็นพระแท้ จะเป็นผู้ชายก็ตาม เป็นผู้หญิงก็ตาม มีสามีภรรยา มีลูกมีเต้า เขาก็ไม่ได้เลือก ไม่ได้เลือกว่าคนที่มีสามีภรรยาจะเป็นพระอริยเจ้าไม่ได้ ก็เป็นได้อย่าง พระนางสามาวดี ท่านก็เป็นได้ และบังเอิญเราไปเห็นบุคคลบางคน คิดว่าคนนี้มีท่าทางไม่น่ารักไม่น่าเคารพ เพราะส่วนมากพระอริยเจ้าเป็นคนที่มีอารมณ์เปิด เราอาจจะประมาทพลาดพลั้งเข้า อย่างนี้โทษมันก็หนัก จะเป็นการยับยั้งความดีของเรา 

ฉะนั้นการขอขมาโทษสำหรับพระอริยเจ้า ต้องขอตรงต่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ฉะนั้น สำหรับท่านที่ได้มโนมยิทธิแล้ว เวลานี้ให้ตั้งจิตตรงต่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยตรง

สำหรับท่านที่ไม่ได้มโนมยิทธิ ก็ตั้งใจนึกอาราธนาบารมีขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขอได้โปรดมาประทับอยู่ที่พระพุทธปฏิมากรเบื้องหน้า แล้วตั้งใจขอขมาโทษต่อพระองค์โดยคิดในใจว่า… 

“หากข้าพเจ้าจะเคยประมาทพลาดพลั้งด้วยเจตนาก็ดี หรือไม่ได้เจตนาก็ดี ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ดี องค์สมเด็จพระชินสีห์ก็ตาม พระธรรมก็ตาม พระอริยสงฆ์ก็ตาม ขอองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้โปรดอดโทษให้แก่ข้าพระพุทธเจ้า ตั้งแต่วันนี้ จนกว่าจะเข้าสู่พระนิพพาน”  ตั้งใจไว้ตามนี้นะ 

ตอนนี้อย่าลืมนะ…ท่านที่ได้มโนมยิทธิ ให้พุ่งจิตตรงไปที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้เห็นว่าเรานั่งอยู่ต่อหน้าพระพักตร์ของพระองค์ สำหรับท่านที่ไม่ได้มโนมยิทธิ ก็คิดว่า เวลานี้องค์สมเด็จพระจอมไตรอยู่เฉพาะหน้าของเรา เรากำลังนั่งอยู่ใกล้พระองค์ แล้วน้อมใจหมอบลงไปข้างพระบาทของพระองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กล่าวคำขอขมาเป็นภาษาบาลี (คำขอขมาพระรัตนตรัย) นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓ จบ) สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต อุกาสะ ทวารัตตะเยนะ กะตัง สัพพัง  อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต อุกาสะ ขะมามิ ภันเตฯ…”

โดยหลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ) วัดท่าซุง คัดลอกจากหนังสือทำวัตรสวดมนต์ ฉบับวัดท่าซุง (พิมพ์ครั้งที่๑๒) หน้า ๑๓๔-๑๓๕ จากเพจ คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ(พระราชพรหมยาน) วัดท่าซุง (ต้นฉบับ)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เป้าหมายของการทำบุญเพื่อการสละ เพื่อการปล่อยวาง : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต #SootinClaimon.Com

Posted on November 27, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/618004

เป้าหมายของการทำบุญเพื่อการสละ เพื่อการปล่อยวาง : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันพุธ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 19.34 น.

“…เป้าหมายของการทำบุญเพื่อการสละ เพื่อการปล่อยวาง เรามีของเยอะเกินไป เก็บไว้แล้วมันเกะกะรกรุงรัง เอาไปให้คนอื่นเขาใช้ประโยชน์ดีกว่า ให้เขาแล้วทำให้เรามีความสุขใจ พอให้ความสุขกับเขา เป็นการแผ่เมตตา แล้วก็เป็นการลดความทุกข์ในใจของเรา ความกังวลใจเกี่ยวกับสมบัติข้าวของเงินทองต่างๆ ให้มันน้อยลงไป 

ต่อไปเราจะไม่อยากมีอะไรเกินความจำเป็น มีแล้วมันพะรุงพะรังเปล่าๆ มีเท่าที่จำเป็นดีกว่า สบาย ไม่ต้องมาคอยดูแลรักษา ไม่ต้องมาคอยกังวล ไม่ต้องมาเป็นปู่โสมเฝ้าทรัพย์ บางทีมีทรัพย์สมบัติเยอะ จะไปไหนก็ไม่กล้าไป กลัวเดี๋ยวขโมยจะขึ้นบ้าน กลัวไฟจะไหม้บ้าน อะไรต่างๆ 

อย่ามีเลย สมบัติไม่ได้ทำให้เราสุข มันทำให้เราทุกข์ไปเปล่าๆ สู้สละไปแล้วจะทำให้เรามีความสุข แล้วความกังวลกับสมบัติเหล่านั้นก็จะหายไปด้วย นี่คือเป้าหมายของการทำบุญทำทาน เพื่อลดละภาระ ลดภาระทางใจให้น้อยลงไป ใจเราจะได้เบา เราจะได้มีเวลาไปปฏิบัติธรรมได้ ไม่งั้นมาห่วงสมบัติ มาเฝ้าสมบัติอยู่นั่น จะไปทำอะไรก็ทำไม่ได้…” 

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๑๔ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๓ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต)  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ใจสงบเป็นเหมือนน้ำในสระที่นิ่ง ถ้าไปตักหรือโยนก้อนหินลงไปน้ำก็จะกระเพื่อม : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต #SootinClaimon.Com

Posted on November 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/617712

ใจสงบเป็นเหมือนน้ำในสระที่นิ่ง ถ้าไปตักหรือโยนก้อนหินลงไปน้ำก็จะกระเพื่อม : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันอังคาร ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 19.27 น.

” ถ้าใจสงบปัญหาภายนอกจะไม่เป็นปัญหา ถ้าใจไม่สงบก็จะเป็นปัญหา เช่น จะยึดติดกับการกินอยู่แบบเดิม ๆ เคยสุขเคยสบายอย่างไรก็จะยึดติด ถ้าใจสงบจะตัดได้จะสละความสุขแบบเดิม ๆ ได้เพื่อแลกกับสถานที่ที่สงบ เพราะใจที่สงบจะชอบสถานที่ที่สงบ จะไม่ชอบแสงสีเสียง จึงควรพยายามทำใจให้สงบให้ได้ ยิ่งสงบก็ยิ่งอยู่ง่าย อยู่ที่ไหนก็ได้ แต่ต้องเป็นสถานที่ ๆ สงบ สถานที่ ๆ มีคนมีเรื่องวุ่นวายจะไม่ชอบอยู่ เพราะจะทำลายความสงบ 

ใจสงบก็เป็นเหมือนน้ำในสระที่นิ่ง ถ้าไปตักน้ำหรือโยนก้อนหินลงไปในน้ำ น้ำก็จะกระเพื่อม ถ้ามีรูป เสียง กลิ่น รสมากระทบ ใจที่สงบก็จะกระเพื่อมขึ้นมา เพราะยังไม่ได้กำจัดตัวที่ทำให้ใจกระเพื่อม ความจริงรูป เสียง กลิ่น รสไม่ได้ทำให้ใจกระเพื่อม เป็นเพียงชนวน ตัวที่ทำให้ใจกระเพื่อมก็คือกิเลส ตัวโลภ โกรธ หลง ถ้าไม่มีกิเลสแล้วใจจะไม่กระเพื่อม ไม่ว่าจะสัมผัสรับรู้เรื่องอะไร รูป เสียง กลิ่น รสอะไร จะรับรู้เฉย ๆ สำหรับใจที่ยังมีกิเลส เวลาสงบกิเลสจะถูกกดไว้ไม่ให้ทำงาน แต่พอออกมารับรู้รูป เสียง กลิ่น รสมาคิดปรุงแต่ง กิเลสก็จะออกมาแสดงปฏิกิริยาต่อรูป เสียง กลิ่น รส ทำให้ใจกระเพื่อม

ความสงบนี้สำคัญมาก ถ้าไม่สงบจะไม่เห็นกิเลส ถ้ามีความสงบ พอไปสัมผัสรับรู้อะไร แล้วใจกระเพื่อมขึ้นมา ก็จะรู้ทันทีว่ากิเลสโผล่ออกมาแล้ว ถ้าไม่กระเพื่อมก็จะรู้ว่ากิเลสไม่ได้ออกมา ใจจะกระเพื่อมถ้ามีความอยากกับสิ่งที่สัมผัสรับรู้ ถ้าไม่มีความอยากก็จะไม่กระเพื่อม ความกระเพื่อมก็คือความทุกข์ใจ ที่เกิดจากความอยากนี่เอง “

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๑๑ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๕ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต)  – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,906,760 hits

Join 4,115 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ดีเดย์ 13 พ.ค. วันพืชมงคล เปิดลงทะเบียนรับพันธุ์ข้าวพระราชทาน ถึงสิ้นเดือน เม.ย.
‘มีเราไม่มีเทา-พอแล้วไม่ไหวแล้ว’ ในวันที่วาทกรรมไปต่อไม่ได้
แม่ก็คือแม่! อุ้ม ลักขณา นุ่งบิกินีอวดหุ่นแซ่บ ทำหนุ่มๆ ใจละลาย
เนทันยาฮูโว ทำลายทางรถไฟ-สะพานอิหร่าน อ้างใช้ขนส่งอาวุธ
ทริปเดียวครบ 'หนุ่ม-แท่ง'พาทัวร์บุญ 2 วัดดังรับสงกรานต์ พร้อมเที่ยวแลนด์มาร์กใหม่
สภาเภสัชกรรม ยื่นข้อเสนอต่อ รมว.สธ.ปรับปรุงระบบจ้างงาน-ค่าตอบแทนเภสัชกร เพิ่มประสิทธิภาพการดูแลประชาชน
จัดเต็มธงฟ้า! ศธ.เตรียมมาตรการลดค่าชุดนักเรียน หวังช่วยผู้ปกครองสู้ภัยเศรษฐกิจ
เปิดรายละเอียด 10 ข้อเสนอของอิหร่าน เงื่อนไขข้อตกลงหยุดยิงกับสหรัฐฯ-อิสราเอล 2 สัปดาห์
แสวง ยัน กกต. ให้ความเป็นธรรม คดียุบพรรคประชาชน ไม่ใช้ความรู้สึกตัดสิน
อิหร่านอ้าง โจมตีโรงงานปิโตรเคมีในซาอุดีอาระเบียไฟลุกท่วม

Recent Posts

  • นายกฯ มั่นใจสงกรานต์ น้ำมันไม่ขาด ขอปชช.ปรับตัว หวั่นสถานการณ์ตะวันออกกลาง กลับมาเลวร้าย
  • ทรงศักดิ์ รับท้าทายคุม สทนช. แก้น้ำท่วม-แล้ง บอกโชคดี นั่งรองนายกฯ ได้ทำงานใกล้ชิดนายกฯ
  • ทรงศักดิ์ มั่นใจ รบ.หนู อยู่ครบ 4 ปี ไม่กังวลฝ่ายค้านแปลงเวทีแถลงนโยบายเป็นศึกซักฟอก
  • วันวิชิต เผยตัวละครลับ! กุญแจดอกสำคัญที่ทำให้สหรัฐฯ-อิหร่านหยุดยิง
  • ศาลอาญายกคำร้อง! ไม่ให้ประกันตัว ไผ่ ดาวดิน คดีชุมนุม 19 กันยาฯ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d