Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ธรรมะ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘การเกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมดา ถ้าเชื่ออย่างนี้ก็จะมีธรรมโอสถ’ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต #SootinClaimon.Com

Posted on October 28, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/611838

'การเกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมดา ถ้าเชื่ออย่างนี้ก็จะมีธรรมโอสถ' พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันพุธ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 19.34 น.

“… ถ้าเชื่อบุญกรรมก็จะสบายใจ เชื่อว่าการเกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมดา ถ้าเชื่ออย่างนี้ก็จะมีธรรมโอสถรักษาจิตใจ โรคจะหายก็หาย ไม่หายก็ไม่หาย ไม่เป็นไร ใจที่มีธรรมโอสถ รับได้ทั้ง ๒ ทาง ในที่สุดโรคก็จะไม่หาย ร่างกายจะต้องกลายเป็นขี้เถ้าขี้ถ่านไป จะไม่เป็นอย่างที่เป็นอยู่นี้ ต้องเสื่อมไปเรื่อยๆ ตามกาลเวลา สำคัญอยู่ที่ว่าจะเอาไปใช้ประโยชน์ได้มากน้อยเพียงไร ควรให้ความสนใจในเรื่องนี้มากกว่า อย่ามัวแต่กังวลกับการรักษา พอหายแล้วก็กลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมๆ ที่ไม่เป็นประโยชน์เลย ก็ไม่รู้จะรักษาไปทำไม

ถ้ากำลังปฏิบัติธรรม ก็ควรรักษา ถ้าไม่ปฏิบัติธรรม ไม่ทำบุญ ไม่ทำประโยชน์อะไรเลย อยู่หาความสุขไปกับกิเลส ไปกับความโลภความโกรธความหลง ก็จะไม่เป็นประโยชน์กับจิตใจเลย ถ้าได้สร้างบุญสร้างกุศล ได้ปฏิบัติธรรม ก็จะได้กำไร เพราะทำเพื่อใจ ถ้าทำทางธรรมก็ทำเพื่อใจ ถ้าทำทางโลกก็ทำเพื่อกิเลส ทำไปตามอำนาจของความหลง ที่เห็นความสุขในลาภยศสรรเสริญ ในการเสพรูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะ

แต่ในสายตาของผู้รู้เช่นพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ทั้งหลาย ท่านกลับเห็นว่าเป็นความทุกข์ เพราะไม่ให้ความอิ่มความพอ ได้เสพมากเพียงไรก็จะมีความอยากเสพมากขึ้นไปอีก ได้มามากเพียงไรก็อยากจะได้เพิ่มขึ้นไปอีก ถ้าเป็นทางธรรมก็จะอิ่มพอ เพราะธรรมมีเหตุมีผล เช่นการดูแลรักษาร่างกายด้วยปัจจัย ๔ พอมีปัจจัย ๔ พร้อมเพรียงแล้วก็พอ ไม่จำเป็นต้องมีมากไปกว่านั้น มีมากไปกว่านั้นก็ใช้ไม่ได้ มีอาหารมากกว่าที่ท้องจะรับได้ ก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร มีแต่จะเกิดโทษ ทำให้ร่างกายมีน้ำหนักเกิน มีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียน ความสุขทางโลกจึงไม่ใช่เป็นทางที่ถูกที่ควรไปกัน เพราะไม่ได้สร้างความสุขที่แท้จริง มีแต่จะสร้างความทุกข์ให้มีมากขึ้นไปตามลำดับ …”

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๒๐ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๑ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต) –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘มีความเมตตา ให้อภัยอยู่เสมอ แล้วเราจะเอาชนะตัวเอง’ : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต #SootinClaimon.Com

Posted on October 27, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/611568

'มีความเมตตา ให้อภัยอยู่เสมอ แล้วเราจะเอาชนะตัวเอง' : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันอังคาร ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 19.24 น.

“… เวลามีความโกรธ จิตใจจะร้อนรน กระวนกระวาย เกิดความอาฆาต เกิดความพยาบาท เกิดความแค้นขึ้นมา อยากจะให้เขานั้นตายไปต่างๆ นานา อย่างนี้เป็นต้น เราต้องให้อภัย มีความเมตตา ให้อภัยอยู่เสมอ แล้วเราจะเอาชนะตัวเอง เวลาชนะผู้อื่น ก็จะสร้างความเคียดแค้นให้กับเขา เวลาผู้อื่นชนะ ก็จะทำให้เกิดความเคียดแค้นในตัวเรา แต่ถ้าชนะตัวเราเองได้ คือ ชนะความโกรธ จิตใจของเราก็จะเย็น จะสบาย

อย่างในขณะนี้ ญาติโยมนั่งอยู่นี่ไม่มีความโกรธ มีแต่ความสบายใจ แต่ถ้ามีความโกรธเกิดขึ้นมา จะรู้สึกอย่างไร มันก็จะร้อนรนกระวนกระวายใจ ดังนั้นเวลามีความโกรธ ขอให้ตั้งสติไว้ให้มั่น แล้วบอกตัวเองว่า ปล่อยเขาไปเถิด สิ่งที่เขาพูด สิ่งที่เขาทำไปแล้ว มันผ่านไปแล้ว แก้ไขอะไรไม่ได้ จะให้เขาทำให้ถูกใจเราเสียทุกเรื่องนั้น ย่อมเป็นไปไม่ได้ แต่เรื่องที่ทำได้ก็คือ การให้อภัย เมื่อให้อภัยแล้วมันจะเย็น เพราะได้ขับสิ่งที่เป็นพิษเป็นภัย ออกไปจากจิตจากใจ เหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

แต่ถ้าไปด่าเขา หรือไปคิดถึงเขาอยู่เรื่อยๆ ยิ่งคิดก็ยิ่งรุ่มร้อนใจ คิดโกรธ คิดแค้น คิดไปเรื่อยๆ นี่คือความไม่สบายใจเวลาเราโกรธ ก็เหมือนกับเอาค้อนมาทุบหัวเรา อย่าคิดว่าเวลาเราโกรธแล้ว คนอื่นจะทุกข์ไปกับเราด้วย คนที่เราโกรธ เขาไม่รู้เรื่องหรอก เขาสบาย แต่ผู้ที่เดือดร้อน ก็คือใจเรานั้นเอง ฉะนั้นเวลาเราเกิดความโกรธ พยายามให้อภัย อย่าไปถือโทษโกรธเคืองเขา แล้วจิตใจเราจะเย็น…” 

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๑๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๓ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต) –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ถ้าหยุดความคิดได้’ ก็จะหยุดความวิตกกังวล ความเครียด ความฟุ้งซ่านได้ : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต #SootinClaimon.Com

Posted on October 26, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/611314

'ถ้าหยุดความคิดได้' ก็จะหยุดความวิตกกังวล ความเครียด ความฟุ้งซ่านได้ : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันจันทร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 19.00 น.

“…ถ้าอยากจะได้ความสงบ ได้ความสุขที่เกิดจากความสงบ ต้องสละ ถึงแม้เบื้องต้นจะสละชั่วคราวก็ต้องสละ เช่น เรายังปฏิบัติเต็มที่ไม่ได้ ยังไปบวชไม่ได้ แต่เราอย่างน้อยก็ไปปลีกวิเวกได้บ้าง ครั้งละ ๓ วัน ๕ วัน เราก็ไปเวลาไปก็ลืมเรื่องต่างๆ ที่เรามีอยู่ทั้งหมดไป อย่าไปคิดถึงมัน คิดเสียว่าตายจากมันไปชั่วคราว มันจะอยู่หรือมันไม่อยู่ก็เรื่องของมัน 

ถ้าไปวิตกคอยไปกังวลอยู่ มันก็เหมือนไม่ได้ไป ไปแต่ร่างกายแต่ใจมันก็ยังอยู่กับทรัพย์สมบัติข้าวของ อยู่กับสิ่งนั้นสิ่งนี้ อยู่กับคนนั้นคนนี้อยู่ มันก็จะทำใจให้สงบไม่ได้ มันก็จะเจริญกัมมัฏฐานไม่ได้ จะให้มันพุทโธพุทโธมันก็ไม่ยอมพุทโธ มันก็ยังห่วงคนนั้นห่วงคนนี้ ห่วงเรื่องนั้นห่วงเรื่องนี้ ห่วงสิ่งนั้นห่วงสิ่งนี้อยู่ ปฏิบัติไปก็ไม่ได้ผลเพราะไม่มีสติ เพราะไม่สามารถเจริญสติด้วยกัมมัฏฐานได้

นี่คือเรื่องของการปฏิบัติที่จะให้ได้ผล ต้องปฏิบัติแบบพระพุทธเจ้า แบบพระสาวก ต้องปล่อยวางทุกสิ่งทุกอย่าง ของภายนอกกายนอกใจนี้ ปล่อยไปให้หมด เอาแต่ร่างกายกับจิตใจไป แล้วก็ไปอยู่ที่มันไกลจากเรื่องราวต่างๆ มันจะได้ไม่ดูดเรากลับไปหา แล้วก็เวลาไปอยู่แล้วก็รู้จักหักห้ามใจ ที่ยังพยายามที่จะคิดถึงสิ่งต่างๆ ที่ทิ้งมาอยู่ได้ ต้องใช้กัมมัฏฐานอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น พุทโธ พยายามท่องพุทโธพุทโธพุทโธไป เอาตั้งแต่ลืมตาขึ้นมาเลย 

ตื่นขึ้นมาก็พุทโธพุทโธไป ทำอะไรที่ไม่ต้องใช้ความคิดก็พุทโธไป อาบน้ำล้างหน้า แปรงฟัน แต่งเนื้อแต่งตัว รับประทานอาหาร ล้างถ้วยล้างชาม ทำความสะอาดกวาดถูอะไรต่างๆ พอเสร็จแล้วก็เดินจงกรม พุทโธพุทโธไป หรือไม่พุทโธก็คอยดูร่างกายไป ร่างกายกำลังเดินก็เดินไปกับร่างกาย ก้าวเท้าซ้าย ก้าวเท้าขวา ซ้าย ขวา ซ้าย ขวาไป ทำอย่างนี้แล้วใจจะนิ่งใจ จะไม่คิดเรื่องราวต่างๆ ได้

แล้วพออยากจะให้ใจสงบก็ต้องมานั่งหลับตา นั่งขัดสมาธิได้ก็ดี เป็นท่าที่นั่งสบายนั่งได้นาน ถ้านั่งท่าอื่นเดี๋ยวมันอาจจะเอนได้ง่าย ล้มได้ง่าย มันไม่มั่นคงเหมือนกับท่านั่งขัดสมาธิ แต่ถ้าไม่ได้จริงๆ ก็นั่งท่าไหนไปก่อนก็ได้ เพราะใหม่ๆ มันก็นั่งไม่ได้นานอยู่ดี เพราะสติมันมีกำลังน้อย นั่งได้แป๊บเดียว เดี๋ยวก็อดคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้ขึ้นมาไม่ได้ พอคิดปุ๊บเดี๋ยวก็เกิดอาการอึดอัดขึ้นมา เกิดอาการปวดตรงนั้นเจ็บตรงนี้ขึ้นมา ก็จะทนนั่งต่อไปไม่ได้ ก็ต้องลุกไปทำนู่นทำนี่ก็ยังไม่ได้ผล

นี่แหละคือขั้นตอนของการปฏิบัติ สิ่งสำคัญที่สุดในการปฏิบัติก็คือสติ เหมือนกับกุญแจรถ คนที่ขับรถทุกคนรู้ว่ากุญแจอยู่ที่ไหน ถ้าไม่มีกุญแจรู้ว่าไปไหนไม่ได้แล้ว รถคันนั้นก็เป็นเหมือนก้อนหินก้อนหนึ่ง จอดอยู่เฉยๆ ขับไปไหนมาไหนไม่ได้ แต่พอมีกุญแจปั๊บ เปิดประตูเข้าไปได้ปั๊บ สตาร์ทรถปั๊บ ทีนี้จะวิ่งไปไหนก็ได้ ไปเชียงใหม่ ไปภูเก็ต ไปที่ไหนก็ไปได้ กลายเป็นพรมวิเศษไป แต่พอไม่มีกุญแจปั๊บ กลายเป็นก้อนหินไป จอดนิ่งอยู่เฉยๆ ไปไหนไม่ได้

จิตก็เหมือนกัน จิตที่ไม่มีสติก็เป็นจิตที่ฟุ้งซ่าน เป็นจิตที่วุ่นวาย จิตที่ไม่มีความสุข จิตที่มีแต่ความวิตกกังวล หวาดกลัว ห่วงใยกับเรื่องนั้นเรื่องนี้ วิตกกังวลกับเรื่องนั้นเรื่องนี้ กินไม่ได้นอนไม่หลับกับเรื่องนั้นเรื่องนี้เพราะไม่มีสติ ไม่สามารถหยุดความคิดถึงเรื่องราวต่างๆ ได้ เท่านั้นเอง เคล็ดลับของการทำจิตให้สงบให้มีความสุข คือต้องหยุดความคิดต่างๆ ให้ได้ จะหยุดความคิดได้ก็ต้องอาศัยกัมมัฏฐานที่จะเป็นตัวที่จะมาสร้างให้มีสติขึ้นมา ให้มีกำลังที่จะหยุดความคิดต่างๆ ให้ได้ ถ้าหยุดความคิดได้ก็จะหยุดความกังวล ความวิตก ความห่วงใย ความเครียด ความฟุ้งซ่าน ความไม่สบายใจต่างๆ ได้ ดังนั้น ผู้ปฏิบัติควรให้ความสำคัญต่อการหาสติ…” 

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๓ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต)  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ควรแก้ไขอย่างไรเมื่อถูกอารมณ์โทสะกระทบ’ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต #SootinClaimon.Com

Posted on October 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/610933

'ควรแก้ไขอย่างไรเมื่อถูกอารมณ์โทสะกระทบ' พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันเสาร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 19.27 น.

ถาม : เมื่อมีอารมณ์โทสะและรู้สึกหนักภายใน แต่ไม่แสดงออกทางกิริยา บางครั้งก็คุมได้ บางครั้งก็ฟุ้งซ่าน ควรแก้ไขอย่างไรเมื่อถูกอารมณ์โทสะกระทบครับ

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต : ” ก็ใช้สติหรือใช้ปัญญา ถ้าใช้ปัญญาไม่เป็นก็ใช้สติ เพราะใช้สติมันง่าย เหมือนใช้ยาหม่องนี่ ยาหม่องนี่เอามาถูๆ ก็เสร็จแล้ว ถ้าใช้ปัญญาต้องไปให้หมอวิเคราะห์ว่าเกิดจากอะไร ต้องใช้ยาฆ่าเชื้อชนิดไหนอะไร มันยาก งั้นเบื้องต้นนี้แก้ปัญหาด้วยการใช้ first aid ใช้แบบฉุกเฉิน แก้ไขแบบฉุกเฉิน ใช้พุทโธลุยไปเลย พอเกิดอารมณ์ไม่ดีโกรธใครขึ้นมาก็พุทโธพุทโธไป อย่าไปคิดถึงเรื่องคนที่ทำให้เราโกรธ พอไม่คิดแล้วเดี๋ยวความโกรธก็สงบตัวลง” 

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๒ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ธรรมเท่านั้นที่จะพาเราหลุดพ้นจากความทุกข์’ : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต #SootinClaimon.Com

Posted on October 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/610764

'ธรรมเท่านั้นที่จะพาเราหลุดพ้นจากความทุกข์' : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันศุกร์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 19.23 น.

“…พวกเราในอดีตได้บำเพ็ญศีลกันมา ได้ทำบุญทำทานมา จึงทำให้มาเกิดเป็นมนุษย์ เราจึงไม่ควรใช้บุญเก่าไปโดยเปล่าประโยชน์ ควรจะสร้างบุญใหม่ให้เพิ่มมากขึ้นไป เพื่อจะได้พัฒนาจากมนุษย์ปุถุชนธรรมดา ไปเป็นเทพ เป็นพรหม เป็นพระอริยบุคคล ตามลำดับต่อไป 

ด้วยการบำเพ็ญทาน ศีล ภาวนา เป็นทางเดียวเท่านั้น ทำได้มากน้อยเพียงไร ก็ขอให้ทำไป อย่าไปเสียดายชีวิต อย่าไปเสียดายอะไรทั้งสิ้น ดังที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ว่า ให้สละทรัพย์เพื่อรักษาอวัยวะ ให้สละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต ให้สละชีวิตเพื่อรักษาธรรม 

ธรรมเท่านั้นที่จะพาให้เราไปสู่สุคติ ไปสู่ความหลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งมวล จึงขอฝากเรื่องการบำเพ็ญทาน ศีล ภาวนา ให้ท่านทั้งหลายนำไปประพฤติปฏิบัติต่อไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ แล้วจะไม่ผิดหวังในการที่ได้เกิดเป็นมนุษย์ ได้พบพระพุทธศาสนา…” 

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๘ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘อย่าลืมพระอรหันต์ในบ้าน’ คือ ‘พ่อแม่ของเรา’ : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต #SootinClaimon.Com

Posted on October 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/610281

'อย่าลืมพระอรหันต์ในบ้าน' คือ 'พ่อแม่ของเรา' : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันพุธ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 19.21 น.

“…อย่าลืมพระอรหันต์ในบ้าน คือพ่อแม่ของเรา พ่อแม่เป็นผู้มีพระคุณกับเรา เหมือนกับพระอรหันต์มีพระคุณกับเรา ต่างกันตรงที่พระคุณของพ่อแม่ คือพระคุณทางร่างกาย ให้กำเนิดเรา แล้วก็เลี้ยงดูเรามาด้วยความยากลำบาก ทุกข์ยากลำบากอย่างไรก็อดทน เลี้ยงดูเราจนเราเจริญเติบโตขึ้นมา แล้วยังพยายามส่งเสียให้เราได้รับการศึกษาในระดับต่างๆ จนเราสามารถมีวิชาความรู้ ไปทำมาหากินเลี้ยงชีพ ไปมีครอบครัวได้

เราก็อย่าลืมบุคคลที่มีพระคุณกับเรา บางคนพอมีครอบครัวก็เลยมาวุ่นกับการเลี้ยงดูครอบครัวของตน จนลืมเลี้ยงดูพ่อแม่ไป มีคำพูดว่า “พ่อแม่ ๒ คนเลี้ยงลูก ๑๐ คนได้นะ แต่ลูก ๑๐ คน แต่ลูก ๑๐ คนนี้กลับเลี้ยงพ่อแม่ ๒ คนไม่ได้” ก็เพราะว่าขาดความกตัญญู ขาดความสำนึกในบุญคุณของบิดามารดา ขาดความกตัญญูกตเวที คือการทดแทนบุญคุณของผู้มีพระคุณ…” 

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๑๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต)  – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘คนขโมยของวัด ด่าพ่อแม่ ทำแท้ง’ ตายไปเป็นอย่างไรดูกันได้ที่ ‘วัดโคกทอง’ โพธาราม #SootinClaimon.Com

Posted on October 20, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/610098

'คนขโมยของวัด ด่าพ่อแม่ ทำแท้ง' ตายไปเป็นอย่างไรดูกันได้ที่ 'วัดโคกทอง' โพธาราม

วันพุธ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 10.24 น.

วันนี้ “ทีมเฉพาะกิจแนวหน้าออนไลน์” พาไปเที่ยวและทำบุญที่วัดโคกทอง หมู่ที่ 1 ต.เตาปูน อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ภายในวัดบรรยากาศดูร่มรื่น ด้านหน้ามีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ มีศาลาปฏิบัติธรรมกลางน้ำ ไว้ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่อยากจะพาลูกหลานและครอบครัวมาให้อาหารปลานานาชนิดช่วงวันหยุด ข้างศาลากลางน้ำ ยังมีสิ่งปลูกสร้างแปลกใหม่สอดแทรกกุศโลบายคำสอน คนขโมยของวัด ด่าพ่อ แม่ ชีวิตเป็นอย่างไร ถูกสร้างขึ้นให้ทุกคนสะพรึงกลัวละเว้นทำบาป  

คือ เปรต อสุรกาย ในลักษณะรูปร่างต่าง ๆ ตัวสูงเกือบเท่าต้นไม้ แลบลิ้น ปากเท่ารูเข็ม ที่ทางวัดสร้างขึ้นมาเตือนสติผู้คน ทาด้วยสีแดงยืนตระหง่าน เพื่อไว้กุศโลบายเตือนสติสอดแทรกธรรมะไว้ให้ประชาชนได้ระลึกนึกถึงบาป บุญ คุณ โทษ การฆ่าสัตว์ตัดชีวิต การขโมยสิ่งของ การทำร้ายพ่อ แม่ การทุจริตคดโกง การทำแท้งเด็กเป็นสิ่งไม่ดีต้องได้รับกรรมตอบสนอง 

เช่น เปรตที่ขโมยของวัดไปขายกิน จะมีลักษณะลิ้นยาวหุบปากไม่ได้ มือกุด ตายแล้วต้องไปใช้กรรมในนรก แล้วจึงมาเกิดเป็นเปรต เปรตตีพ่อ ตีแม่ ต้องตกนรกก่อน แล้วจึงมาเกิดเป็นเปรต มีมือเท้าใหญ่ มีรูปร่างหน้าตาน่าเกลียด อยู่อย่างทรมาน เปรตทำแท้ง ตอนเป็นมนุษย์ ทำแท้ง จึงตกนรก แล้วมาเกิดเป็นเปรต มีท้องใหญ่โต ไม่มีช่องคลอด ต้องทนอุ้มท้องจนกว่าจะหมดกรรม 

เปรตจาบจ้วงพระ ต้องมาเกิดเป็นเปรต มีร่างกายสูงแต่ผอม มีลิ้นยาว กินอะไรไม่ได้ ต้องทนทรมานหิวโหย จนกว่าจะหมดกรรมและยังมีเปรตอีกหลายลักษณะโทษของการทำความชั่ว ใกล้ๆยังมีรูปปั้นพญายมราช มีพระวรกายสีแดง ทรงอิทธิฤทธิ์ มีหน้าที่พิพากษาปกครองดวงวิญญาณทั้งหลายไว้เพื่อเตือนสติประชาชนให้นึกถึงการทำความดี ละเว้นความชั่วทั้งหลาย

พระครูปลัดณรงค์ชัย วราสโภ เจ้าอาวาสวัดโคกทอง เปิดเผยว่า สมัยที่มาอยู่ใหม่ๆ ยังไม่ได้สร้างศาลาปฏิบัติธรรมกลางน้ำ จึงคิดสร้างเปรตรูปแบบลักษณะต่าง ๆ ขึ้นเพื่อให้ประชาชนเข้ามาเที่ยวทำบุญสร้างกุศลกัน สอดแทรกหลักธรรมคำสอนไว้ เขียนข้อความให้สอดคล้องการสร้างรูปปั้นเปรตแต่ละตนไว้ ในการเตือนสติ ให้ทำความดี ละเว้นความชั่ว ไม่อย่างนั้นก็จะตกนรกกลายเป็นเปรต แต่ละโทษทัณฑ์ที่ได้ทำกรรมไว้

พระครูปลัดณรงค์ชัย เจ้าอาวาสวัด บอกว่า ขณะนี้เมรุเผาศพเริ่มชำรุด มีรอยปริแตกร้าวนานนับปี หลังจากที่เผาศพผู้ติดเชื้อโควิด -19 ทางวัดได้เปิดรับเผาศพฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ทำให้ปล่องเมรุมีปัญหาไม่ดูดควัน เกิดมลภาวะทางอากาศ อีกทั้งที่เข็นศพเข็นเข้าเตาเผาก็ชำรุดผุกร่อน ตั้งแต่เริ่มสร้างเมรุมาจนถึงปัจจุบัน 50 ปีแล้ว เผาศพมากกว่า 900 ศพ ล่าสุดมีการนำศพผู้ติดเชื้อโควิดมาเผาได้ประมาณ 9 ศพแล้ว หากจะเปลี่ยนเป็นเตาเผาแบบใช้น้ำมัน หรือ เตาไฟฟ้า คิดว่าประชาชนชาวบ้านคงใช้ลำบาก เพราะจะต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก แต่สำหรับที่วัดโคกทองใช้ถ่านเตาเผาแบบรุ่นเก่า สามารถเผาได้เลยไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด แล้วแต่ศรัทธาของญาติโยมจะร่วมทำนุบำรุงวัด

ทั้งนี้ ประชาชนที่อยากจะเที่ยวชมเปรต หรือ ร่วมทำบุญซ่อมแซมเมรุเผาศพ สามารถโอนเงินผ่านบัญชีเงินฝากออมทรัพย์วัดที่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาเขาขวาง บัญชี 020063053345 หรือโทรสอบถามรายละเอียดได้ที่เจ้าอาวาสวัดโคกทอง เบอร์  084-6346414 ได้  – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘มาดีไปดี มาดีไปไม่ดี มาไม่ดีแต่ไปดี มาไม่ดีไปไม่ดี’ พวกเราอยู่ในประเภทไหน : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต #SootinClaimon.Com

Posted on October 19, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/609769

'มาดีไปดี มาดีไปไม่ดี มาไม่ดีแต่ไปดี มาไม่ดีไปไม่ดี' พวกเราอยู่ในประเภทไหน : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันจันทร์ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 19.31 น.

“…ชีวิตของพวกเราเป็นเหมือนการเดินทาง เวียนว่ายตายเกิดในภพต่างๆ มีการมาและมีการไป ถ้ามาดีไปดี ก็จะมีแต่ความสุขความเจริญ ถ้ามาไม่ดีไปไม่ดี ก็จะมีแต่ความทุกข์ความเสื่อม ถ้าประพฤติปฏิบัติ ตามพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า เราก็จะไปดีและมาดี คำว่าดีในที่นี้หมายถึงสุคติ เวลาคนตายไป เรามักจะพูดว่า ขอให้ไปสู่สุคติ คือขอให้ไปดี ส่วนคำว่าไม่ดีก็คือทุคติ คือการไปไม่ดี ทุคติก็คืออบายนั่นเอง ได้แก่ภพของเดรัจฉาน เปรต อสุรกาย นรก คือที่ไปของผู้ที่ไปไม่ดี ส่วนสุคติ ก็คือภพของมนุษย์ เทพ พรหม อริยบุคคล มรรคผลนิพพาน คือที่ไปของผู้ที่ไปดี 

คนเราจึงมีอยู่ ๔ ประเภทด้วยกันคือ ๑. มาดีไปดี  ๒. มาดีไปไม่ดี  ๓. มาไม่ดีแต่ไปดี  ๔. มาไม่ดีไปไม่ดี พวกเราอยู่ในประเภทไหน ก็ขอให้พิจารณาดู การมาดีหมายถึง มาจากสวรรค์ มาเกิดเป็นมนุษย์ เช่นพระพุทธเจ้าของพวกเรา ท่านได้บำเพ็ญบุญบารมี ทำดีมาทุกภพทุกชาติ จนภพสุดท้ายของมนุษย์ ก็ได้เป็นพระเวสสันดร ได้ทำบุญทำทานอย่างมากมาย ไม่เสียดายทรัพย์สมบัติข้าวของเงินทอง ภรรยาบุตรธิดา ถ้าใครขอให้บริจาค ก็ทรงบริจาคไป เพื่อทานบารมี หลังจากที่ได้ตายไป ก็ได้ไปเกิดบนสวรรค์ เมื่อหมดบุญที่จะอยู่บนสวรรค์ ก็ลงมาเกิดเป็นราชโอรส เป็นเจ้าชายสิทธัตถะ แล้วก็บำเพ็ญบุญต่อ ออกบวชปฏิบัติธรรม จนได้บรรลุเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อทรงเสด็จดับขันธ์ ก็ได้ไปสู่พระนิพพาน อย่างนี้เรียกว่า มาดีไปดี

พวกเราอาจจะมาดีบ้าง มาไม่ดีบ้าง ขึ้นอยู่กับบุญกับกรรมที่ทำไว้ในอดีตชาติ ถ้าทำดีก็ได้ไปเกิดบนสวรรค์ เมื่อหมดบุญก็กลับลงมาเกิดเป็นมนุษย์ เรียกว่ามาดี ต่างกับผู้ที่มาไม่ดี คือผู้ที่ได้ทำบาปทำกรรมไว้ในอดีต แล้วต้องไปใช้กรรมในอบาย เมื่อหมดกรรมก็ได้กลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีก แต่ต่างจากผู้ที่มาดี มาจากสวรรค์ ที่มีบุญบารมีติดตัวมาด้วย ผู้ที่มาจากอบาย มาเกิดเป็นมนุษย์ มาไม่ดี จะไม่มีบุญบารมีติดตัวมา รูปร่างหน้าตาก็สู้คนที่มีบุญบารมีไม่ได้ สติปัญญาความฉลาดก็สู้ไม่ได้ ฐานะการเงินการทองก็สู้ไม่ได้ นี่คือลักษณะของผู้ที่มาดีและมาไม่ดี ส่วนมาแล้วจะทำอะไรต่อไป เพื่อจะไปดีหรือไม่ดี ก็อีกเรื่องหนึ่ง 

ถ้ามาแล้ว มีอุปนิสัยเดิมติดตัวมามาก ชอบทำความดี ชอบทำบุญ ไม่ชอบทำบาป ไม่ชอบอบายมุขต่างๆ ก็จะมุ่งไปสู่การทำความดี ทำบุญทำทาน หลีกเลี่ยงอบายมุขทั้งหลาย เช่นการเสพสุรายาเมา เล่นการพนัน เที่ยวกลางคืน อย่างที่พวกเราทั้งหลาย ได้มาบำเพ็ญกันในวันนี้ เรียกว่ามาบำเพ็ญเพื่อการไปดี แต่ถ้าไม่สนใจเรื่องการมาวัด มาทำบุญให้ทาน รักษาศีล ปฏิบัติธรรม ฟังเทศน์ฟังธรรม ชอบแต่ไปเที่ยว ไปเล่น ไปดื่ม ไปกิน ไปหาความสุขชั่วขณะ จากการเสพสัมผัสรูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะต่างๆ เสพสุรายาเมา ประพฤติผิดประเวณี ทำบาปทำกรรม เมื่อตายไปก็จะไปไม่ดี เพราะไม่ได้สร้างบุญสร้างกุศล ไม่ได้สะสมบารมีไว้ ก็จะไปสู่ที่ต่ำ นี่คือลักษณะของคนเรา มีทั้งมาดีไปดี มาดีแต่ไปไม่ดี มาไม่ดีแต่ไปดี มาไม่ดีไปไม่ดี

เหตุของการมาเป็นเรื่องของอดีต เราไปแก้ไม่ได้ เพราะอดีตผ่านไปแล้ว ถ้าได้ทำดี ทำบุญ ทำกุศล ก็จะมาดี ถ้าได้ทำบาปทำกรรม ก็จะมาไม่ดี แต่การไปเราสามารถควบคุมบังคับได้ เพราะขึ้นอยู่กับการกระทำของเราในปัจจุบันนี้ ถ้าหมั่นทำความดีอยู่เรื่อยๆ ทำบุญ ละบาป ฟังเทศน์ฟังธรรม กำจัดกิเลสความโลภโกรธหลง ก็จะไปดี ดีที่สุดก็จะไปถึงพระนิพพาน ดังที่พระพุทธเจ้าและพระอรหันตสาวกทั้งหลายได้ไปถึง เป็นสิ่งที่อยู่ในเอื้อมมืออยู่ในวิสัยของเรา เพราะมีทุกสิ่งทุกอย่างพร้อม มีพระศาสดา คือพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า มีกายมีใจ พร้อมที่จะปฏิบัติ พร้อมที่จะฟังพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ขึ้นอยู่ว่าจะมีศรัทธาความเชื่อหรือไม่ มีวิริยะความขยันหมั่นเพียรที่จะปฏิบัติหรือไม่เท่านั้นเอง…”

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๐ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต) 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘รู้หรือไม่อะไรคือสมบัติของความเป็นมนุษย์ เป็นยักษ์ มาร เดรัจฉาน’ : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต #SootinClaimon.Com

Posted on October 17, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/609367

'รู้หรือไม่อะไรคือสมบัติของความเป็นมนุษย์ เป็นยักษ์ มาร เดรัจฉาน' : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันเสาร์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 19.14 น.

“… การเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเป็นนักบวช หรือเป็นฆราวาส แต่ขึ้นอยู่กับจิตสำนึก ว่ารู้หรือไม่ ว่าอะไรคือสมบัติของความเป็นมนุษย์ อะไรคือสมบัติของการเป็นยักษ์ เป็นมาร เป็นเดรัจฉาน ถ้ารู้แล้วและปฏิบัติตามได้ ก็ถือว่าได้เป็นมนุษย์แล้ว อย่างพระโสดาบัน ซึ่งเป็นพระอริยบุคคลเบื้องต้น เป็นผู้ที่เห็นแล้วในเรื่องบาป บุญ คุณ โทษ ในเรื่องนรก เรื่องสวรรค์ เรื่องกรรม ท่านจึงไม่สงสัยในเรื่องของกรรมเลยแม้แต่นิดเดียว ท่านเห็นแล้วว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว 

เมื่อเป็นเช่นนั้นท่านจึงตั้งมั่นอยู่ในศีล ๕ ได้อย่างสมบูรณ์  คือเป็นมนุษย์ตลอดเวลา ไม่ว่าจะในกรณีใดก็ตาม จะไม่ละเมิดศีล ๕ โดยเด็ดขาด ด้วยอานิสงส์ของการมีดวงตาเห็นธรรม คือเห็นหลักกรรม เห็นว่าการทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว จึงทำให้ท่านรักษาศีล ๕ เป็นนิสัย เป็นธรรมชาติของจิต คือจะสมาทานหรือไม่สมาทานก็ตาม จะมาวัดในวันพระหรือไม่มาวัดในวันพระก็ตาม จะเป็นฆราวาสหรือเป็นบรรพชิตนักบวชก็ตาม จะดำรงอยู่ในศีล ๕ นี้ อย่างแน่วแน่มั่นคง ไม่ละเมิดเลย 

ถึงแม้ชีวิตก็สามารถสละได้เพื่อรักษาธรรม คือศีลทั้ง ๕ ข้อนี้ไว้ ด้วยอานิสงส์แห่งการปฏิบัตินี้ จึงทำให้ท่านไม่ต้องไปเกิดในอบายอีกต่อไป ถึงแม้ในอดีตจะเคยทำบาปทำกรรมมา มากมายก่ายกองนับไม่ถ้วน แต่เมื่อได้บรรลุธรรม มีดวงตาเห็นธรรมแล้ว จะมีปัญญาที่สามารถยับยั้งจิตไม่ให้ไปสู่ที่ต่ำได้ ไม่ให้ไปสู่การไปเกิดในที่ต่ำได้ด้วยอำนาจของปัญญา ด้วยอำนาจของธรรมะที่ได้เห็นนั่นเอง 

ภพชาติของท่านก็จะมีเหลือไม่เกินอีก ๗ ชาติเป็นอย่างมาก คือถ้าชาตินี้ยังไม่ได้บรรลุธรรมที่สูงขึ้นไปกว่านี้ ก็จะกลับมาเกิดไม่เกิน ๗ ชาติ และแต่ละชาตินั้นก็จะเกิดในสุคติ คือไม่กลับไปเกิดในอบายเป็นเด็ดขาด นี่แหละคืออานิสงส์ของผู้ที่เข้าหาพระศาสนา เข้าหาวัดหาวา ศึกษาปฏิบัติธรรม ตามแนวทางที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอน ดังที่ท่านทั้งหลายได้มาปฏิบัติกัน ตามสมควรแก่กำลังแห่งสติ ปัญญา ศรัทธา…”

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๘ สิงหาคม  พ.ศ. ๒๕๔๕ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ไม่ต้องฆ่าตัวตาย…เพราะการฆ่าตัวตายไม่ได้เป็นการดับความทุกข์ใจ’ : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต #SootinClaimon.Com

Posted on October 17, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/609185

'ไม่ต้องฆ่าตัวตาย...เพราะการฆ่าตัวตายไม่ได้เป็นการดับความทุกข์ใจ' : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันศุกร์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 19.23 น.

“…การฆ่าตัวตายก็ไม่ได้เป็นการดับความทุกข์ใจ เพราะการฆ่าร่างกายนี้ไม่ได้ไปดับความทุกข์ที่มีอยู่ในใจ เพราะว่าร่างกายนี้ไม่ได้เป็นเหตุของความทุกข์ใจ เหตุของความทุกข์ใจก็คือความอยาก ถ้าเรายังไม่ได้ดับความอยาก ความทุกข์ใจก็ยังไม่หมดไป

เช่น เวลาฆ่าตัวตายไปแล้ว ความทุกข์ใจก็ยังมีอยู่และกลับจะมีเพิ่มมากขึ้น เพราะว่าเวลาที่จะฆ่าตัวตายก็เกิดความทุกข์ใจขึ้นมาอีก เพราะความจริงแล้วไม่อยากจะตาย พอเวลาฆ่าตัวตายก็มีทุกข์ซ้ำซ้อนขึ้นมาอีก ทุกข์ที่เกิดจากการฆ่าตัวตาย ทุกข์ที่เกิดจากความผิดหวังสิ้นหวัง เป็นทุกข์สองกองจึงทำให้ตอนที่ตายไปนั้นจะต้องไปใช้กรรมในอบาย ไม่สามารถไปสู่สุคติได้

แต่ถ้ารู้จักทำใจยอมรับความจริงว่าทุกสิ่งทุกอย่างมีวันหมดสิ้นไปมีวันเสื่อมได้ เมื่อถึงเวลาก็เตรียมเนื้อเตรียมตัว ทำใจรับกับความจริงนี้ เวลาเกิดความสูญเสีย เกิดความเสื่อมของสิ่งที่เรารักเราชอบ ถ้าเราทำใจได้เราก็จะไม่เศร้าโศกเสียใจ เราก็ยังสามารถอยู่อย่างปกติสุขได้ เเละเมื่อถึงเวลาที่เราตายไปเราก็จะไปสู่สุคติได้ ไม่ต้องไปเกิดในอบาย

นี่คือเรื่องของความทุกข์และต้นเหตุของความทุกข์ที่เกิดจากความอยากของเราเอง ดังนั้นถ้าเรามาฝึกหยุดความอยากต่างๆได้ต่อไปเราจะไม่มีความทุกข์ใจ เพราะนั่นคือวิธีที่พระพุทธเจ้าได้ทรงบำเพ็ญได้ทรงปฏิบัติ จนทำให้พระองค์ได้ทรงหลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งหลายได้ หลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดได้ ไม่ต้องกลับมาเกิดมาแก่มาเจ็บมาตายอีกต่อไป พระองค์จึงได้ทรงนำเอาวิธีที่ได้ทรงปฏิบัตินี้ มาเผยแผ่สั่งสอนให้แก่พวกเราที่ยังไม่รู้จักการหาความสุขที่แท้จริง ยังไม่รู้จักการดับความทุกข์ที่แท้จริงนั่นเอง 

การหาความสุขที่แท้จริงก็คือต้องหาความสุขภายในใจของเรา หาความสุขที่เกิดจากความสงบของใจ…” 

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๕๖ (พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต) 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,907,016 hits

Join 4,115 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

บางกอกเคเบิ้ล จัดงานวิ่งเพื่อพลังงานสะอาด ส่งต่อรายได้สนับสนุนโซลาร์ให้โรงเรียน
ดีเดย์ 13 พ.ค. วันพืชมงคล เปิดลงทะเบียนรับพันธุ์ข้าวพระราชทาน ถึงสิ้นเดือน เม.ย.
‘มีเราไม่มีเทา-พอแล้วไม่ไหวแล้ว’ ในวันที่วาทกรรมไปต่อไม่ได้
แม่ก็คือแม่! อุ้ม ลักขณา นุ่งบิกินีอวดหุ่นแซ่บ ทำหนุ่มๆ ใจละลาย
จัดเต็มธงฟ้า! ศธ.เตรียมมาตรการลดค่าชุดนักเรียน หวังช่วยผู้ปกครองสู้ภัยเศรษฐกิจ
เปิดรายละเอียด 10 ข้อเสนอของอิหร่าน เงื่อนไขข้อตกลงหยุดยิงกับสหรัฐฯ-อิสราเอล 2 สัปดาห์
แสวง ยัน กกต. ให้ความเป็นธรรม คดียุบพรรคประชาชน ไม่ใช้ความรู้สึกตัดสิน
อิหร่านอ้าง โจมตีโรงงานปิโตรเคมีในซาอุดีอาระเบียไฟลุกท่วม
เนทันยาฮูโว ทำลายทางรถไฟ-สะพานอิหร่าน อ้างใช้ขนส่งอาวุธ
ทริปเดียวครบ 'หนุ่ม-แท่ง'พาทัวร์บุญ 2 วัดดังรับสงกรานต์ พร้อมเที่ยวแลนด์มาร์กใหม่

Recent Posts

  • เปิดลงทะเบียนแล้ว กรมการข้าว เตรียมแจก เมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน 7 พันธุ์ เนื่องในพระราชพิธีพืชมงคลฯ ปี 69
  • ‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’โปรดเกล้าฯ พระราชทานแจกันดอกไม้ แสดงความยินดี’สุชาติ’นั่ง รมว.ทส.
  • ‘หัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน’ ภัยเงียบคร่าชีวิตในไม่กี่นาที ไม่เลือกวัย ไม่เลือกอาการ ต้องรู้เท่าทันก่อนสายเกินแก้
  • ฟิตแค่ไหนก็ต้องเช็คหัวใจ อย่าให้การออกกำลังกาย กลายเป็นความเสี่ยง
  • มหาปรากฏการณ์รับซัมเมอร์ กับ 4 โกลบอลเดสติเนชั่น สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ ไอคอนสยาม ครบทุกมิติแห่งดนตรี ศิลปะ ไลฟ์สไตล์ และวัฒนธรรม

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d