สศท.5จับตากาแฟ‘เมืองย่าโม’ 3แบรนด์แนวโน้มอนาคตสดใส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/254105

วันศุกร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นายคมสัน จำรูญพงษ์ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า กาแฟเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกร รวมถึงผู้แปรรูป และผู้ค้า ซึ่งกาแฟในประเทศไทยส่วนใหญ่ปลูกอยู่ 2 พันธุ์ คือ โรบัสต้า ร้อยละ 98 และอาราบิก้า ร้อยละ 2 โดยพันธุ์อาราบิก้า ส่วนใหญ่ปลูกทางภาคเหนือในพื้นที่ จ.เชียงราย เชียงใหม่ และน่าน ส่วนพันธุ์โรบัสต้าปลูกในภาคใต้ จ.ระนอง สุราษฎร์ธานี และชุมพร

ขณะที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 5 จังหวัดนครราชสีมา (สศท.5) ได้สำรวจปริมาณการผลิตกาแฟ ปี 2559 ซึ่งมีพื้นที่ปลูกทั้งจังหวัดประมาณ 540 ไร่ เนื้อที่ให้ผลผลิต 280 ไร่ กาแฟที่ปลูกร้อยละ 80 เป็นพันธุ์อาราบิก้า พื้นที่ปลูกหลัก 2 อำเภอ คือ อ.วังน้ำเขียว และ อ.สูงเนิน

สำหรับผลผลิตกาแฟ ปี 2559 มีประมาณ 16.42 ตัน เฉลี่ยไร่ละ 58 กิโลกรัม ผลผลิตทั้งหมดจะเข้าสู่กระบวนการแปรรูปและจำหน่ายโดย 3 แหล่งหลัก คือ 1.วิสาหกิจชุมชนกาแฟดงมะไฟ อ.อำเภอสูงเนิน ซึ่งเป็นกาแฟ GI โคราช และเป็นที่รู้จักกันในชื่อแบรนด์ กาแฟโคราช 2.ฟลอราปาร์ค ซึ่งมีไร่ฟ้าประทานเป็นผู้ผลิต แปรรูป และจำหน่ายเอง และ 3.โรงคั่วกาแฟวังน้ำเขียว มีการปลูกเอง และรับซื้อจากสมาชิกเพื่อการแปรรูป ทั้งที่เป็นผลิตกาแฟและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องอื่นๆ เช่น ครีมขัดผิวกาแฟ เป็นต้น

ทั้งนี้ปีถัดไป คาดว่าพื้นที่ปลูกกาแฟจะมีทิศทางแนวโน้มเพิ่มขึ้นและเชื่อว่าจะเป็นพืชอีกชนิดหนึ่งที่มีอนาคตที่สดใสของ จ.นครราชสีมา ซึ่งหากเกษตรกรท่านใดสนใจปลูกกาแฟก็สามารถศึกษาเพิ่มเติมกับผู้ผลิตและจำหน่ายทั้ง 3 แหล่ง หรือสอบถามได้ที่ สศท.5 โทร.0-4446-5120 และอีเมล zone5@oae.go.th

ประมงยกมาตรฐานสินค้าสัตว์น้ำ ติวเข้ม‘สุขอนามัย’ผู้ประกอบการท่าเรือ-สะพานปลา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/254106

วันศุกร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรฯเห็นชอบให้กรมประมง กำหนดมาตรฐานสุขอนามัยสำหรับท่าเทียบเรือประมง เพื่อยกระดับสินค้าสัตว์น้ำของไทยให้มีมาตรฐาน โดยกรมประสงได้จัดการอบรมหลักสูตร “การจัดการสุขอนามัยท่าเทียบเรือประมง สะพานปลา กิจการแพปลา ตลาดกลางซื้อขายสัตว์น้ำ” ให้กับผู้ประกอบการรวมทั้งเจ้าหน้าที่ของกรมประมง เพื่อให้มีความเข้าใจแนวทางปฏิบัติตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 ซึ่งมาตรฐานดังกล่าวครอบคลุมการคัดแยก การขนย้าย การซื้อขายสัตว์น้ำ ให้เหมาะสมและปลอดภัยสำหรับการนำไปบริโภคหรือแปรรูปในระดับอุตสาหกรรม ให้เป็นผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำที่มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับของต่างประเทศทั่วโลก

นางวรรณวิภา สุวรรณรักษ์ รักษาการแทนผู้อำนวยการกองตรวจสอบคุณภาพสินค้าประมง กล่าวว่า การฝึกอบรมครั้งนี้ มีเนื้อหาเกี่ยวกับวิธีการบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับเรือประมงที่มาจอดเทียบท่า เพื่อขนถ่ายสัตว์น้ำมาขึ้นท่า ขั้นตอนการปฏิบัติอย่างถูกสุขอนามัยตามข้อกำหนด การตรวจสอบคุณภาพทางด้านประสาทสัมผัส เป็นต้น ซึ่งผู้ประกอบการท่าเทียบเรือประมง สะพานปลา กิจการแพปลา ตลาดกลางซื้อขายสัตว์น้ำในเขตพื้นที่ชายฝั่งติดทะเล และเจ้าหน้าที่ของกรมประมง ให้ความสนใจเข้าร่วมอบรมจำนวนมาก แบ่งเป็น 4 รุ่น มีผู้เข้ารับการอบรม 375 คน แบ่งเป็นผู้ประกอบการ 306 คน และเจ้าหน้าที่ของกรมประมง 96 คน

สำหรับการจัดอบรมภายใต้โครงการนี้ กรมประมงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้เข้าร่วมการอบรมจะได้รับความรู้ความเข้าใจในเรื่องการปฏิบัติทางสุขลักษณะที่ดีสำหรับท่าเทียบเรือประมง สะพานปลา แพปลา และตลาดกลางซื้อขายสัตว์น้ำ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการขึ้นทะเบียนท่าเทียบเรือประมง ตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 อีกทั้งยังเป็นการช่วยยกระดับกิจการประมงของไทยให้มีมาตรฐานสุขอนามัย

การพัฒนาภาคอุตสาหกรรมประมงเป็นภารกิจที่กรมประมงได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง กิจการท่าเทียบเรือประมง สะพานปลา แพปลา เป็นกิจการที่สำคัญในการรวบรวมผลผลิตสัตว์น้ำจากชาวประมง และส่งต่อไปยังผู้บริโภค และรวมทั้งส่งไปจำหน่ายยังต่างประเทศ นับเป็นกิจการที่สร้างอาชีพ และรายได้อย่างมหาศาลเข้าสู่ประเทศ ดังนั้นการวางแนวทางสำหรับการจัดการกิจการประมงที่ดีนั้นถือเป็นภาระกิจหลักของกรมประมงเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับต่างชาติในระบบการควบคุมคุณภาพของสินค้าสัตว์น้ำจากประเทศไทย

ภาคใต้ยังคงมีฝนหนักบางพื้นที่ ไทยตอนบนอากาศหนาวเย็น!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/254005

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2560, 07.59 น.

26 ม.ค.60 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักบางพื้นที่โดยเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาสอีก 1 วัน ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ฝนที่ตกสะสม น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และในพื้นที่เสี่ยงภัยขอให้เฝ้าระวังดินโคลนถล่ม และตั้งแต่วันที่ 27 ม.ค.60 ภาคใต้มีแนวโน้มฝนลดลง

สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไป มีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 29 ม.ค.60 และขอให้ติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

สำหรับประเทศไทยตอนบนยังคงมีอากาศหนาวเย็นในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นไว้ด้วย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงปกคลุมประเทศไทยและทะเลจีนใต้ ทำให้ประเทศไทยตอนบนยังคงมีอากาศหนาวเย็นในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้มีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้ตอนล่างยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีกำลังแรง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศเย็นถึงหนาว กับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 15-19 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6-10 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็น กับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 17-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 7-14 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศเย็น กับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 19-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศเย็น อุณหภูมิต่ำสุด 20-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ บริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-31 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมา: ลมตะวันออก ความเร็ว 20-35 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไป: ลมตะวันออก ความเร็ว 20-40 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดพังงา กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-31 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 20-35 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

เฝ้าระวังผลไม้มงคลปนเปื้อน สสส.แนะวิธีสกัดสารตกค้าง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/253945

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ (สสส.) กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลตรุษจีนส่งผลให้ผัก-ผลไม้ที่ราคาสูงขึ้นเป็นพิเศษ ทั้งผลไม้มงคลอย่าง กล้วย แอปเปิล สาลี่ ส้มสีทอง องุ่น สับปะรด แก้วมังกร หรือกลุ่มผัก 7 ชนิดอย่าง คะน้า ไช้เท้า ต้นกะเทียม กวางตุ้ง ผักกาดขาว กะหล่ำปลี ขึ้นฉ่าย ซึ่งผักและผลไม้เหล่านี้มีการสุ่มตรวจพบสารเคมีตกค้างสูงติดอันดับ 1 ใน 10 เสมอ

“ส้มถือเป็นผลไม้มงคลที่ได้รับความนิยมทุกฤดูกาล รวมถึงช่วงเทศกาลตรุษจีน และเป็นหนึ่งในผลไม้ที่มีสารพิษตกค้างมากที่สุด โดยเฉพาะไซเปอร์เมทริน (Cypermethrin) ซึ่งเป็นสารที่ไม่ดูดซึม ดังนั้นก่อนรับประทานจึงควรล้างด้วยการแช่น้ำ โดยนำมาใส่ในตะกร้าหรือตะแกรงโปร่ง เปิดน้ำไหลความแรงพอประมาณ ระหว่างล้างให้ใช้มือถูไปมาบนผิวส้มนาน 2 นาที กรณีผักมงคลจำพวก คะน้า ผักกาดขาว ต้องเพิ่มขั้นตอนการเตรียมผักก่อน โดยแกะกลีบออกจากต้น คลี่ใบออก ก่อนจะนำมาแช่น้ำและทำเช่นเดียวกับการล้างผลไม้” ดร.นพ.ไพโรจน์กล่าว

ขณะที่ผักสดมุ่งเน้นชนิดผักที่นิยมบริโภคในปริมาณสูง ได้แก่ คะน้า ถั่วฝักยาว ผักบุ้ง แตงกวา พริกขี้หนู ผักชี โหระพาและมะเขือเปราะ จำนวน 112 ตัวอย่าง ผลการตรวจร้อยละ 65 ไม่พบและไม่เกินค่ากำหนดในประกาศกระทรวงสาธารณสุข 2554 และ Codex แต่มีการตรวจพบวัตถุอันตรายทางการเกษตรห้ามใช้ในประเทศไทย 2 ชนิด ได้แก่ endosulfan และ methamidophos ในคะน้าและถั่วฝักยาว คิดเป็นร้อยละ 3 ของตัวอย่างทั้งหมด ผักสดที่มีอัตราการตรวจพบการตกค้างมากกว่าร้อยละ 50 ได้แก่ โหระพา พริกขี้หนู คะน้า ผักชี ถั่วฝักยาวและมะเขือเทศ

กรมชลปรับแผนกำจัด‘ผักตบชวา’ ผลักดันทุกหน่วยทำต่อเนื่องเป็นงานประจำ-เฝ้าระวังตลอดเวลา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/253803

วันพุธ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นายสัญชัย เกตุวรชัย อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปัจจุบันรัฐบาลได้กำหนดให้การกำจัดผักตบชวาเป็นวาระแห่งชาติ มีแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการบูรณาการเพื่อแก้ไขปัญหาผักตบชวา โดยมีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เนื่องจากวัชพืชทางน้ำอย่างผักตบชวาสร้างปัญหากีดขวางและเป็นมลภาวะทางน้ำมากขึ้นทุกปี แต่เดิมกรมชลประทานได้ดำเนินการเป็นรอบเวรโดยใช้งบประมาณตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ปีละ 120 ล้านบาท และกรมชลประทานปรับแผนงบประมาณจากเงินเหลือจ่ายเพื่อการกำจัดผักตบชวาอีกประมาณ 120 ล้านบาท รวมทั้งหมดประมาณ 200-240 ล้านบาทต่อปี สามารถกำจัดผักตบชวาได้ประมาณ 6 ล้านตันต่อปีทั่วประเทศ แต่จากนี้ไปจะทำการปรับแผนใหม่ตามวาระแห่งชาติ โดยกำหนดให้การกำจัดผักตบชวาเป็นงานประจำทำต่อเนื่องและเฝ้าระวังตลอดเวลา

นอกจากนี้เพื่อให้การกำจัดผักตบชวาเป็นไปอย่างยั่งยืนแล้ว ยังได้ให้หน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่น ส่วนภูมิภาค และส่วนกลาง ร่วมกันดูแลทางน้ำ โดยดำเนินการกำจัดผักตบชวาในทางน้ำของตนทุกวันเสมือนเป็นการเก็บกวาดขยะบนผิวถนน และห้ามปล่อยลงในทางน้ำอื่นโดยเด็ดขาด ส่วนผักตบชวาที่เก็บได้ให้นำไปผลิตเป็นปุ๋ยแจกจ่ายแก่เกษตรกรในพื้นที่เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตต่อไป

“ขณะนี้หน่วยงานของกรมชลประทานทุกจังหวัดพร้อมรับแผนงานใหม่ ทำการระดมสรรพกำลังกำจัดผักตบชวาครั้งใหญ่พร้อมกันทั่วประเทศ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ หน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่น กรมเจ้าท่า กรมโยธาธิการและผังเมือง เป็นต้น พร้อมทั้งได้ติดป้ายประชาสัมพันธ์บริเวณลำน้ำทั่วประเทศที่อยู่ในเขตพื้นที่ชลประทานระยะทางรวม 36,288 กิโลเมตร ถึงผู้ที่พบเห็นผักตบชวาขวางทางน้ำ สามารถโทรแจ้งกรมชลประทานให้เข้ากำจัดได้ทันที พร้อมกับการพัฒนาต่อยอดนวัตกรรมเรือกำจัดวัชพืชจากเดิมขนาดเล็กสามารถเก็บได้ 16 ตัน/วัน/ลำ เป็นขนาดกลางซึ่งจะสามารถเก็บได้ 30 ตัน/วัน/ลำ ด้วย คาดว่าภายในปี 2560 จะไม่มีวัชพืชน้ำกองสะสมขวางทางน้ำอีก” นายสัญชัย กล่าว

อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวในตอนท้ายว่า ผักตบชวาสามารถแพร่พันธุ์ได้ง่ายและรวดเร็ว เติบโตเร็ว จึงต้องอาศัยวิธีการกำจัดอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกับการกำจัดขยะ ดังนั้นหากราษฎรที่มีทางน้ำผ่านหน้าบ้านแล้วช่วยเก็บหรือกำจัดวัชพืชน้ำเหล่านี้ หรือช่วยกันสอดส่องดูแล เมื่อพบเห็นวัชพืชขวางทางน้ำชลประทานให้โทรแจ้ง ก็จะเป็นการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำ ระบายน้ำ ฟื้นฟูทัศนียภาพของแม่น้ำ ลำคลองได้โดยตรง และช่วยรัฐประหยัดงบประมาณในทางอ้อมไม่แต่เพียงปีนี้ แต่ปัญหาผักตบชวาจะหมดไปอย่างถาวรอีกด้วย

อุตุฯประกาศใต้ฝนตกหนักฉบับ36 เตือนประชาชน6จว.เตรียมรับมือ!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/253714

วันอังคาร ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2560, 08.08 น.

24 ม.ค.60 กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศ “ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย” ฉบับที่ 36 ระบุว่า บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงปกคลุมประเทศไทยและทะเลจีนใต้ ทำให้มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ส่งผลให้ในช่วงวันที่ 24 – 25 ม.ค.60 จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ในภาคใต้ตอนล่างบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ฝนที่ตกสะสม น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และในพื้นที่เสี่ยงภัยขอให้เฝ้าระวังดินโคลนถล่ม และติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างยังคงมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยตามชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 25 ม.ค.60 ไว้ด้วย

 

ภาคใต้ยังคงมีฝนหนักบางพื้นที่ ไทยตอนบนอากาศหนาวเย็น!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/253713

วันอังคาร ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2560, 07.59 น.

24 ม.ค.60 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคใต้ยังคงมีฝนหนักถึงหนักมากบางพื้นที่โดยเฉพาะจังหวัดพัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ฝนที่ตกสะสม น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และในพื้นที่เสี่ยงภัยขอให้เฝ้าระวังดินโคลนถล่ม

สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไป มีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้ และขอให้ติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

สำหรับประเทศไทยตอนบนยังคงมีอากาศหนาวเย็นในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นไว้ด้วย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงปกคลุมประเทศไทยและทะเลจีนใต้ ทำให้ประเทศไทยตอนบนยังคงมีอากาศหนาวเย็นในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้มีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้ตอนล่างยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 14-19 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6-10 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นถึงหนาว กับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 13-18 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-31 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 8-12 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศเย็น กับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 18-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศเย็น กับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ในบริเวณจังหวัดพัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-30 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมา: ลมตะวันออก ความเร็ว 20-35 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไป: ลมตะวันออก ความเร็ว 20-40 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 20-35 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศเย็น กับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

อุตุฯประกาศใต้ฝนตกหนักฉบับ32 เตือนประชาชน6จว.เตรียมรับมือ!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/253586

วันจันทร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2560, 08.11 น.

23 ม.ค.60 กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศ “ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย” ฉบับที่ 32 ระบุว่า บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมประเทศไทยและทะเลจีนใต้ ทำให้มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ส่งผลให้ในช่วงวันที่ 23 – 25 ม.ค.60 จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ในภาคใต้ตอนล่างบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ฝนที่ตกสะสม น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และในพื้นที่เสี่ยงภัยขอให้เฝ้าระวังดินโคลนถล่ม และติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 25 ม.ค.60 ไว้ด้วย

 

ภาคใต้ยังคงมีฝนหนักหลายพื้นที่ ‘กทม.-ปริมณฑล’เย็นลง1-2องศา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/253585

วันจันทร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2560, 08.00 น.

23 ม.ค.60 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ในบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ฝนที่ตกสะสม น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และในพื้นที่เสี่ยงภัยขอให้เฝ้าระวังดินโคลนถล่ม

สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไป มีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้ และขอให้ติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

สำหรับประเทศไทยตอนบน จะมีอากาศหนาวเย็นลง โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิจะลดลงอีก 2 – 4 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลงอีก 1 – 3 องศา ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นไว้ด้วย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมประเทศไทยและทะเลจีนใต้ ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบน มีอากาศหนาวเย็นลง โดยอุณหภูมิจะลดลง และจะปกคลุมประเทศไทยตอนบนถึงวันที่ 24 ม.ค.60 นี้ สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้มีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกต่อเนื่องกับมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศา อุณหภูมิต่ำสุด 15-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-31 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6-10 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศา กับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 14-19 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 8-12 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศา กับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 18-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศา อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ ในบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-30 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมา: ลมตะวันออก ความเร็ว 20-35 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไป: ลมตะวันออก ความเร็ว 20-40 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-31 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 20-35 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศา กับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง ไทยตอนบนอากาศหนาวเย็น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/253485

วันอาทิตย์ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2560, 08.15 น.

22 ม.ค.60 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ในบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ฝนที่ตกสะสม น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และในพื้นที่เสี่ยงภัยขอให้เฝ้าระวังดินโคลนถล่ม

สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไป มีคลื่นสูง 2-3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้ และขอให้ติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

สำหรับประเทศไทยตอนบน จะมีอากาศหนาวเย็นลง โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศา ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นไว้ด้วย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมประเทศไทยและทะเลจีนใต้ ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบน มีอากาศหนาวเย็นลง โดยอุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส โดยจะปกคลุมประเทศไทยตอนบนถึงวันที่ 24 มกราคม 2560 นี้ สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้มีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกต่อเนื่องกับมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(22 ม.ค.60) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศา
อุณหภูมิต่ำสุด 15-20 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 29-31 องศาเซลเซียส
บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6-10 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศา กับมีลมแรง
อุณหภูมิต่ำสุด 14-19 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส
บริเวณยอดภูหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 8-12 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศา กับมีลมแรง
อุณหภูมิต่ำสุด 19-21 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-32 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศา
อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่
ในบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 26-30 องศาเซลเซียส
ตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมา: ลมตะวันออก ความเร็ว 20-35 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไป: ลมตะวันออก ความเร็ว 20-40 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่
บริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล
อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 26-29 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 20-35 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศา กับมีลมแรง
อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.