เตือนภาคใต้มีฝนตก-คลื่นลมแรง 7จว.เสี่ยงน้ำท่วม-ดินโคลนถล่ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/253283

วันศุกร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2560, 14.49 น.

กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศ “ฝนตกหนักบริเวณภาคใต้และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย ” ฉบับที่ 21 ลงวันที่ 20 มกราคม 2560

ประกาศเตือนภัยลักษณะอากาศ

ฝนตกหนักบริเวณภาคใต้และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย ฉบับที่ 21 ลงวันที่ 20 มกราคม 2560

บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนอีกระลอกแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศเวียดนาม ลาว และทะเลจีนใต้ตอนบนแล้ว คาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือในคืนนี้ (20 ม.ค.60) ทำให้มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้ในช่วงวันที่ 20-21 มกราคม 2560 ภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ในบริเวณจังหวัดสุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ส่วนในช่วงวันที่ 22-25 มกราคม 2560 ภาคใต้จะมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ฝนที่ตกสะสม น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และในพื้นที่เสี่ยงภัยขอให้เฝ้าระวังดินโคลนถล่ม และติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีกำลังแรง ในช่วงวันที่ 20-25 มกราคม 2560 โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งไว้ด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :  

ตอนบนอุณหภูมิลดลง3-5องศา ภาคใต้ฝนตกหนักมากบางแห่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/253225

วันศุกร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2560, 08.00 น.

20 ม.ค.60 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้

สำหรับประเทศไทยตอนบน มีอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงและระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกไว้ด้วย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ในช่วงวันที่ 20-25 มกราคม 2560 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนอีกระลอกแผ่เสริมลงมาปกคลุมถึงประเทศเวียดนามตอนบนและทะเลจีนใต้แล้ว และจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือในวันนี้ (20 ม.ค.60) ทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกมีอากาศหนาวเย็น ส่วนภาคเหนือจะได้รับผลกระทบในวันต่อไป (21 ม.ค.60) ซึ่งจะทำให้อุณหภูมิลดลง 3-5 องศาเซลเซียส ส่วนมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้ จะมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้มีฝนตกต่อเนื่องกับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในช่วงวันที่ 20-21 มกราคม 2560 สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(20 ม.ค.60) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศเย็น
อุณหภูมิต่ำสุด 16-21 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส
บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6-10 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็น
อุณหภูมิต่ำสุด 16-21 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส
บริเวณยอดภูหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 8-12 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศเย็นในตอนเช้า
อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆบางส่วน
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส
ตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นไป: ลมตะวันออก ความเร็ว 20-35 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงมา: ลมตะวันออก ความเร็ว 20-40 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล
อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 20-35 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆบางส่วน
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ปภ.เร่งประสานฟื้นฟูพื้นที่น้ำท่วม เตือน12จังหวัดใต้รับมือฝนหนัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/252948

วันพุธ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2560, 11.03 น.

ปภ.รายงานยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้ 6 จังหวัด ประสานจังหวัดเร่งฟื้นฟูพื้นที่เสียหาย พร้อมเตือน 12 จังหวัดภาคใต้รับมือฝนตกหนักในช่วงวันที่ 18 – 22 ม.ค. 60

18 ม.ค.60 กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานปัจจุบันระดับน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ลดลงทุกจังหวัดแล้ว ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัย 6 จังหวัด ได้แก่ พัทลุง สงขลา ตรัง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และประจวบคีรีขันธ์ รวม 27 อำเภอ 147 ตำบล 1,086 หมู่บ้าน ทั้งนี้ ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมสรรพกำลังและทรัพยากรเร่งฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว อย่างไรก็ตาม ในช่วงวันที่ 18 – 22 มกราคม 2560 ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ปภ.จึงได้ประสานจังหวัด 12 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พังงา พัทลุง สงขลา ตรัง สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มในพื้นที่เสี่ยงภัย เร่งระบายน้ำที่ท่วมขังลงสู่ทะเลอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับฝนที่จะตกในระลอกใหม่ รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่และมิสเตอร์เตือนภัยติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิดจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์เครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันทีที่เกิดภัย

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยถึงสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ว่า ฝนที่ตกหนักตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 ถึงปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดอุทกภัย วาตภัย น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ภาคใต้และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมีจังหวัดได้รับผลกระทบ 12 จังหวัด รวม 119 อำเภอ 722 ตำบล 5,613 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 531,911 ครัวเรือน 1,621,414 คน ผู้เสียชีวิต44 ราย สถานที่ราชการเสียหาย 20 แห่ง ถนน 1,172 จุด คอสะพาน 191 แห่ง ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 6 จังหวัด ได้แก่ ยะลา ระนอง นราธิวาส ปัตตานี กระบี่ และชุมพร ยังคงมีสถานการณ์ใน 6 จังหวัด ได้แก่ พัทลุง สงขลา ตรัง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และประจวบคีรีขันธ์ รวม 27 อำเภอ 147 ตำบล 1,086 หมู่บ้าน

โดยพัทลุง มีสถานการณ์น้ำท่วมใน 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองพัทลุง อำเภอควนขนุน อำเภอปากพะยูนอำเภอเขาชัยสน และอำเภอบางแก้ว รวม 7 ตำบล 19 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 27,274 ครัวเรือน 64,018 คน อพยพประชาชนในพื้นที่อำเภอควนขนุน 5 ครัวเรือน 10 คน ผู้เสียชีวิต 5 ราย

สงขลา มีสถานการณ์น้ำท่วมใน 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอควนเนียง อำเภอกระแสสินธุ์ อำเภอสิงหนคร อำเภอสทิงพระ และอำเภอระโนด รวม 15 ตำบล 82 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 8,880 ครัวเรือน 26,715 คน อพยพ19 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 3 ราย

ตรัง มีสถานการณ์น้ำท่วมใน 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองตรัง และอำเภอกันตัง รวม 19 ตำบล 119 หมู่บ้าน1 เทศบาล ประชาชนได้รับผลกระทบ 5,242 ครัวเรือน 18,369 คน อพยพ 331 ครัวเรือน 1,131 คน ผู้เสียชีวิต 2 ราย

สุราษฎร์ธานี มีสถานการณ์น้ำท่วมใน 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเวียงสระ อำเภอเคียนซา อำเภอบ้านนาสาร อำเภอบ้านนาเดิม และอำเภอพุนพิน รวม 17 ตำบล 50 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 2,329 ครัวเรือน 7,782 คน ประชาชนอพยพ 57 ครัวเรือน 155 คน ผู้เสียชีวิต 9 ราย

นครศรีธรรมราชมีสถานการณ์น้ำท่วมใน 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอชะอวด อำเภอหัวไทร อำเภอปากพนัง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอเชียรใหญ่ และอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช รวม 66 ตำบล 576 หมู่บ้าน 84 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 131,503 ครัวเรือน 421,329 คน อพยพ 48 ครัวเรือน110 คน ผู้เสียชีวิต 11 ราย

และ ประจวบคีรีขันธ์ มีสถานการณ์น้ำท่วมใน 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบางสะพาน อำเภอทับสะแก อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ และอำเภอบางสะพานน้อย รวม 23 ตำบล 240 หมู่บ้าน 2 เทศบาล 25 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 30,810 ครัวเรือน 66,486 คน ผู้เสียชีวิต 4 ราย โดยภาพรวมสถานการณ์ในปัจจุบันระดับน้ำลดลงทุกจังหวัดแล้ว ทั้งนี้ ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมสรรพกำลังและทรัพยากรปฏิบัติการฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว โดยทำความสะอาดบ้านเรือนสิ่งสาธารณประโยชน์ สถานที่ราชการ และซ่อมแซมระบบสาธารณูปโภค รวมถึงเส้นทางคมนาคมให้ใช้งานได้ตามปกติ ตลอดจนเร่งสำรวจความเสียหายเพื่อเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูเยียวยาผู้ประสบภัยที่ครอบคลุมทั้งด้านการดำรงชีพ ชีวิตและทรัพย์สิน การประกอบอาชีพ และสิ่งสาธารณประโยชน์ อย่างไรก็ตาม จากการติดตามสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัด ปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้นทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นในช่วงวันที่ 18 – 22 มกราคม 2560 ประกอบกับยังมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำบางแห่งของภาคใต้

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจึงได้ประสาน 12 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พังงา พัทลุง สงขลา ตรัง สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส และศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 11 สุราษฎร์ธานี และเขต 12 สงขลา ระบายน้ำที่ท่วมขังลงสู่ทะเลอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับฝนที่จะตกในระลอกใหม่ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่และมิสเตอร์เตือนภัยติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด เฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มในพื้นที่เสี่ยงภัยอย่างใกล้ชิด รวมถึงจัดชุดเคลื่อนที่เร็ววัสดุอุปกรณ์ และเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยประจำจุดเสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที ท้ายนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสาน ให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

แฟ้มภาพ

ภาคใต้ยังมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนอ่าวไทยคลื่นสูง 2-3 เมตร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/252934

วันพุธ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2560, 08.00 น.

18 ม.ค.60 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคใต้จะมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 22 มกราคม 2560 นี้ไว้ด้วย สำหรับประเทศไทยตอนบน มีอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงและระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกไว้ด้วย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้มีอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า และมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้นทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณไทยจะมีกำลังแรงขึ้น

ในช่วงวันที่ 18-22 มกราคม 2560 มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้นอีก ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนตกและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยยังคงมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ (18 ม.ค.60) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศเย็นถึงหนาว กับมีหมอกในตอนเช้า
อุณหภูมิต่ำสุด 13-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส
บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด
อุณหภูมิต่ำสุด 4-8 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็น กับมีหมอกบางในตอนเช้า
อุณหภูมิต่ำสุด 17-23 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส
บริเวณยอดภูอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 11-15 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศเย็น กับมีหมอกบางในตอนเช้า
อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆบางส่วน กับมีฝน ร้อยละ 30 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และ ตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา
อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-40 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2-3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ส่วนมากบริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล
อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆบางส่วน
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ทางภาคใต้มีฝนหนักบางแห่ง กทม.-ปริมณฑลตกร้อยละ10

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/252754

วันอังคาร ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2560, 08.17 น.

17 ม.ค.60 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 17-22 มกราคม 2560 นี้ไว้ด้วย สำหรับประเทศไทยตอนบน มีอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงและระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกไว้ด้วย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า และมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ในช่วงวันที่ 18-22 มกราคม 2560 มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้นอีก ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนตกและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยยังคงมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(17 ม.ค.60) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศเย็นถึงหนาว กับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย
อุณหภูมิต่ำสุด 13-21 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส
บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 4-8 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็น กับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย
อุณหภูมิต่ำสุด 18-21 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส
บริเวณยอดภูอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 11-15 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศเย็น กับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย
อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆบางส่วน กับมีฝน ร้อยละ 20 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และ ตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช
พัทลุง และสงขลา
อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-40 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2-3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล
อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝน ร้อยละ 10 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ฝนหลวงซ่อมบำรุง เตรียมพร้อม‘อากาศยาน’ขึ้นปฏิบัติการฤดูใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/252694

วันอังคาร ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า การซ่อมบารุงอากาศยานและการฝึกบินทบทวน ถือว่าเป็นงานที่มีความสำคัญยิ่ง เพราะอากาศยานที่มีความพร้อมสมบูรณ์ นักบินที่มีประสบการณ์ ทักษะการบิน ย่อมมีส่วนผลักดันให้ภารกิจของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร บรรลุตามวัตถุประสงค์ ซึ่งกองบริหารการบินเกษตรได้มีแผนการซ่อมบารุง อากาศยานตามแผนไปแล้วส่วนหนึ่งประกอบด้วยแผนฝึกบินทบทวน ประจำปี โดยได้จัดให้มีการอบรมความรู้ภาคทฤษฎีให้กับนักบินเป็นการเรียนทบทวนความรู้เกี่ยวกับการบินเครื่องยนต์ และอุปกรณ์อื่นๆ ในเครื่องบิน และภาคปฏิบัติต่างๆ โดยให้นักบินมีการฝึกบินกับเครื่องบินของกรมฝนหลวงและการบินเกษตรในสนามบินที่ปฏิบัติงานจริง เช่น สนามบินพิษณุโลก สนามบิน ขอนแก่น และสนามบินนครสวรรค์ เพื่อเป็นการทบทวนท่าทางการบินที่สำคัญ ทั้งที่ได้ปฏิบัติ และไม่ได้ปฏิบัติในช่วงเวลาบินปฏิบัติงานปกติ การบินเมื่อ อากาศยานฉุกเฉินรวมทั้งฝึกบินการปฏิบัติการฝนหลวงและการบินเปลี่ยนแบบให้แก่นักบินที่บรรจุใหม่ เพื่อเป็นการสร้างความคุ้นเคยกับอากาศยานก่อนออกปฏิบัติงานจริง เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ทุกครั้งที่ปฏิบัติภารกิจด้วยดีต่อไป

ด้าน นายจเด็ด กลิ่นชื่น ผู้อานวยการกองบริหารการบินเกษตร กล่าวว่า สำหรับการซ่อมบำรุงอากาศยานและฝึกบินทบทวน ประจาปี พ.ศ. 2560 ในปีนี้ได้มีการดำเนินการเริ่มทำการซ่อมบำรุงตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2559 จน ถึง วันที่ 31 มกราคม 2560 โดยมีอากาศยานเข้าซ่อมจำนวน 34 ลำผลการดำเนินงาน ณ วันที่ 12 มกราคม 2560 ได้ทำการซ่อมบำรุงอากาศยานเสร็จสมบูรณ์พร้อมบิน จำนวน 12 ลำ เหลือจำนวน 22 ลำ ที่ยังอยู่ในระหว่างการซ่อมบำรุง และคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในวันที่ 31 มกราคม 2560 เป็นไปตามที่ได้กำหนดไว้ทั้งนี้เมื่ออากาศยานได้รับการซ่อมบำรุงเสร็จสิ้นแล้วก็จะมีการฝึกบินทบทวน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทบทวนท่าทางการบินที่สำคัญต่างๆ ทั้งที่ได้ปฏิบัติและ ไม่ได้ปฏิบัติในช่วงเวลาบินปฏิบัติงานปกติ การบินเมื่ออากาศยานฉุกเฉินการบินท่าทางสำคัญอื่นๆ รวมทั้งฝึกบินการปฏิบัติการฝนหลวง และการบินเปลี่ยนแบบให้แก่นักบินที่บรรจุใหม่ ที่ยังไม่เคยทำการบินกับอากาศยานแบบดังกล่าวมาก่อนต่อไป

เลขาฯคสช.สั่งรับมือฝนตกหนัก พร้อมเร่งฟื้นฟูน้ำท่วมภาคใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/252630

วันจันทร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2560, 13.12 น.

เมื่อช่วงเช้า วันที่ 16 มกราคม  ที่กองบัญชาการกองทัพบก(บก.ทบ.) พ.อ.หญิง ศิริจันทร์  งาทอง เปิดเผยว่า  พล.อ. เฉลิมชัย สิทธิสาทเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธานการประชุมสำนักเลขาธิการ คสช. โดยได้กล่าวขอบคุณทุกส่วนที่ร่วมกันช่วยเหลือคลี่คลายสถานการณ์อุทกภัยในภาคใต้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ให้เน้นการฟื้นฟูเพื่อให้ประชาชนกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว สำหรับ การช่วยเหลือทุกอย่างให้เร่งดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมในทุกความเดือดร้อน รวมทั้งการเตรียมพร้อมเข้าคลี่คลายสถานการณ์หากมีฝนตกหนักในอีก 1-2 วันนี้ โดยขณะนี้การช่วยเหลือส่วนใหญ่เป็นการทำความสะอาด ซ่อมแซมบ้านเรือน ระบบสาธารณูปโภค และการอำนวยความสะดวกให้ทุกภาคส่วนสามารถนำสิ่งของบริจาคไปมอบให้ผู้ประสบภัยอย่างทั่วถึง สำหรับในพื้นที่ภาคเหนือที่อาจจะเกิดปัญหาหมอกควัน

รอง โฆษก คสช. กล่าวอีกว่า  เลขาธิการ คสช. ได้กำชับให้กองทัพภาคที่ 3เข้าบริหารจัดการ ทำความเข้าใจและขอความรร่วมมือเข้มงวดในมาตรการป้องปรามการลักลอบเผาป่า

นอกจากนี้ พล.อ.เฉลิมชัย กำชับกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย(กกล.รส.) หาทางออกให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้การจัดระเบียบเป็นไปอย่างยั่งยืนใน การแก้ไขปัญหาการรุกล้ำลำน้ำสาธารณะที่คลองลาดพร้าวอีกทั้งยังได้เข้าสนับสนุนการแก้ไขปัญหาชุมชนป้อมมหากาฬ ติดตามความคืบหน้าในการจัดระเบียบชายหาดหัวหิน การจัดระเบียบสิ่งปลูกสร้าง และการเลี้ยงปลาบริเวณริมแม่น้ำโขง จ.นครพนม การตรวจสอบการบุกรุกพื้นที่สาธารณะใน อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เป็นต้น

 

ปลัดมท.แจงแนวทางเพิ่มช่วยเหยื่อน้ำท่วม สั่งหาน้ำดื่ม-สถานศึกษาทดแทน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/252629

วันจันทร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2560, 13.03 น.

16 ม.ค. 60 นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึงรองปลัดกระทรวงมหาดไทย (ด้านกิจการความมั่นคงภายใน) หัวหน้าฝ่ายติดตามกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ หัวหน้าฝ่ายสนับสนุน และเลขาธิการบกปภ.ช.  อธิบดีทุกกรม ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)ในภาคใต้ทุกจังหวัด เพื่อแจ้งแนวทางการดูแลผู้ประสบอุทกภัยในช่วงวิกฤตเพิ่มเติม มีเนื้อหาระบุว่า ตามที่กองอำนวยการบกปภ.ช.ได้แจ้งแนวทางการดูแลประชาชนในช่วงวิกฤตอุทกภัยให้มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินนั้น ขอให้จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการตามมาตรการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่วิกฤตเพิ่มเติมจากที่ได้แจ้งไปก่อนแล้ว ดังนี้

1.ขอให้ตรวจสอบว่าประชาชนที่ประสบอุทกภัยมีน้ำดื่มสะอาดเพียงพอหรือไม่ หากไม่เพียงพอให้จังหวัดประสานผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาคจังหวัด หรือสำนักงานสาธารณสุข หน่วยงานสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมหรือหน่วยงานอื่นๆ ในพื้นที่ รวมทั้งใช้งบประมาณในอำนาจของจังหวัดจัดหาน้ำดื่มสะอาดเพื่อแจกจ่ายประชาชน 2.ขอให้จังหวัดแจ้งศึกษาธิการจังหวัดเพื่อสำรวจจำนวนนักเรียน นักศึกษาและโรงเรียน สถานศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมจนไม่สามารถเปิดการเรียน การสอนได้ตามปกติ จากนั้นประสานงานหน่วยราชการอื่นๆ ที่มีสถานที่เพื่อขอใช้เป็นสถานที่ศึกษาเล่าเรียนทดแทนสถานศึกษาที่ถูกน้ำท่วม สำหรับยานพาหนะในการรับส่งนักเรียนนักศึกษาอาจขอความร่วมมือจากสำนักงานขนส่งจังหวัด หน่วยทหารในพื้นที่ หรือภาคเอกชน และ3.ในพื้นที่น้ำท่วมขังเริ่มเน่าเสีย ขอเน้นย้ำให้รีบประสานหน่วยงานชลประทาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานอื่นๆ ได้เร่งรัดสูบน้ำเสียเหล่านั้นออกไปให้เร็วที่สุด พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรู้จักวิธีป้องกันตนเองจากโรคหลังน้ำท่วม ทั้งนี้หากมีปัญหาอุปสรรคในการดำเนินการข้างต้นหรือเกินขีดความสามารถของจังหวัดในการปฏิบัติแล้วขอให้แจ้งกองอำนวยการบกปภ.ช.ส่วนหน้า และส่วนกลางให้ทราบโดยด่วน

‘บิ๊กป้อม’ระบุจ่อรับมือสถานการณ์ใต้ ชี้ให้กรมผังเมืองดูสิ่งขีดขวางทางน้ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/252620

วันจันทร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2560, 10.30 น.

16 ม.ค. 60 เวลา 9.00น. ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต  พล.อ.ประวิตร  วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ว่า ในช่วงที่ผ่านมาเราได้ดำเนินการแก้ปัญหาเพื่อระบายออกไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้และฟื้นฟูและในระหว่างวันที่ 16-20 มกราคม นี้ที่จะมีพายุฝนเข้าซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าหนักแค่ไหน เราก็ได้เตรียมการเพื่อรับมือเรื่องดังกล่าวแล้ว  ทั้งนี้การดำเนินการช่วยเหลืออุทกภัยในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งเพราะปีนี้ปริมาณน้ำที่ท่วมมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา เช่นที่บางสะพานปีที่ท่วมที่ผ่านมามีปริมาณน้ำ 35 ลบม. แต่ปีนี้ 65 ลบม.  แต่ก็สามารถระบายน้ำออกได้อย่างรวดเร็ว
พล.อ.ประวิตร กล่าวอีกว่า สำหรับการระบายน้ำนั้นรัฐบาลต้องหาทางเพื่อเตรียมการรับมือ สิ่งอะไรที่มากีดขวางทางน้ำจะต้องรีบดำเนินการเพื่อที่จะทำให้น้ำระบายได้เร็วที่สุด ซึ่งเราก็ต้องดำเนินการโดย นายกรัฐมนตรีได้สั่งการทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องให้บูรณาการร่วมกันเพื่อเเก้ไขปัญหาให้ลุล่วง  ส่วนสำหรับสิ่งของที่อาจจะไปขวางทางน้ำนั้น ก็ให้ทางกรมผังเมือง ของกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ดูแล และท้องถิ่นก็ต้องร่วมกันทำงานด้วยไม่ใช่ว่าจะโยนทุกอย่างมาให้รัฐบาลหมด
พล.อ.ประวิตร กล่าวอีกว่า สำหรับการก่อสร้างต่อไปนี้ทางกรมผังเมืองก็ต้องมองดูว่าอะไรที่ไปขวางทางเดินน้ำก็หาทางแก้ไขให้น้ำผ่านไปได้โดยต้องร่วมกันทุกฝ่าย

ตอนบนอุณหภูมิลดลง1-2องศา ส่วนภาคใต้ฝนเพิ่มขึ้นในระยะนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/252603

วันจันทร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2560, 08.00 น.

16 ม.ค.60 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบน มีอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้าและอุณหภูมิจะลดลงอีก 1-2 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงและระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกไว้ด้วย ส่วนภาคใต้จะเริ่มมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนหนักบางแห่งในระยะนี้

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนแล้ว ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศเย็นลงกับมีหมอกเพิ่มขึ้น ส่วนในช่วงวันที่ 16-18 มกราคม 2560 มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น และในช่วงวันที่ 19-20 มกราคม 2560 มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้นอีก ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(16 ม.ค.60) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศเย็นถึงหนาว กับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิต่ำสุด 12-19 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 28-33 องศาเซลเซียส
บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 4-8 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็น กับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิต่ำสุด 18-21 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส
บริเวณยอดภูอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 11-14 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศเย็น กับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิต่ำสุด 20-21 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศเย็น กับมีหมอกในตอนเช้า กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา
อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล
อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศเย็น กับมีหมอกในตอนเช้า
อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.