อุตุฯเตือน8จังหวัดฝนตกหนัก!! ‘กทม.-ปริมณฑล’ฟ้าคะนอง70%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/235840

วันอาทิตย์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2559, 08.02 น.

18 ก.ย.59 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยยังคงมีฝนตกได้ในระยะนี้ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดอุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร ตาก จันทบุรี และตราด ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กบริเวณดังกล่าวควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้ไว้ด้วย

สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองกับมีฝนตกหนักบางแห่งในช่วงระหว่างบ่ายถึงค่ำได้ในระยะนี้

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุม ตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคกลางและภาคตะวันออกมีฝนตกหนักบางแห่ง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัด พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี ชัยนาท อุทัยธานี นครสวรรค์ และลพบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว นครนายก ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฏร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดสุราษฏร์ธานีลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 3 เมตร ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากในระหว่างบ่ายถึงค่ำ อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

เขื่อนลำตะคองส่อวิกฤต น้ำเหลือใช้แค่5ด.-เร่งทำฝนหลวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/235773

วันเสาร์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2559, 15.21 น.

17 ก.ย. 59 นายสุทธิโรจน์ กองแก้ว ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคอง เปิดเผยถึงสถานการณ์ปริมาณน้ำภายในเขื่อนลำตะคอง อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ที่ยังคงมีปริมาณน้ำลดต่ำลง ล่าสุดมีปริมาณน้ำกักเก็บอยู่ที่ 61.509 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 20 เปอร์เซ็นต์ ของความจุกักเก็บ 314.49 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งปริมาณน้ำที่เหลือภายในเขื่อนนั้นถือได้ว่าเป็นปริมาณน้ำที่น้อยกว่าเกณฑ์ที่คาดการณ์ไว้ หลังจากที่ในช่วงที่ผ่านมาในพื้นที่ไม่ได้รับอิทธิพลจากพายุฝน ที่จะทำให้ในพื้นที่อีสานตอนล่างนั้นมีปริมาณฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง เหมือนกันในพื้นที่ภาคอีสานตอนบน ดังนั้นจึงทำให้ช่วงที่ผ่านมานั้นมีปริมาณน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่อย่างไรก็ตามในสถิติปริมาณฝนหรือล่องพายุที่จะพาดผ่านในพื้นที่อีสานตอนล่าง ตั้งแต่กลางเดือนกันยายน ถึงช่วงสิ้นเดือนตุลาคม ของทุกปีก็จะยังพบว่ายังคงมีอยู่ดังนั้นก็จะทำให้ในช่วงนั้นเขื่อนจะได้รับปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาเพิ่มเติมความจุกักเก็บ

อย่างไรก็ตามมาตรการหลังจากนี้ไป ทางเขื่อนลำตะคอง ก็จะต้องดำเนินการตามแผนที่4 คือการจัดส่งน้ำออกจากเขื่อนไม่เกินวันละ 5 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือวันละ 432,000 ลูกบาศก์เมตร ในแผนบริหารจัดการน้ำระยะที่ 14 ของเดือน กันยายน โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาเป็นประธาน ซึ่งตนเองยืนยันว่าปริมาณน้ำที่มีเหลืออยู่กว่า 61 ล้านลูกบาศก์เมตร จะสามารถยืดระยะการใช้น้ำออไปได้อีกประมาณ 4-5 เดือน หากในพื้นที่ยังไม่มีปริมาณฝนตกลงมา ทั้งนี้ทางจังหวัดนครราชสีมาและทางชลประทาน ได้มีการประสานให้ทางศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้นเร่งดำเนินการขึ้นบินทำฝนหลวงในพื้นที่เหนือเขื่อน ประมาณวันละ 6 เที่ยว จนถึงสิ้นเดือนตุลาคมนี้ ดังนั้นตนเองจึงอยากขอให้ประชาชนทุกคนนั้นช่วยกันใช้น้ำอย่างประหยัด ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าเพื่อช่วยกันรักษาปริมาณน้ำกักเก็บที่เหลืออยู่เขื่อน นายสุทธิโรจน์ฯกล่าว

 

ประเทศไทยยังมีฝนตกในระยะนี้ อุตุฯเตือน5จังหวัดรับมือน้ำท่วม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/235735

วันเสาร์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2559, 08.23 น.

17 ก.ย.59 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยยังคงมีฝนตกได้ในระยะนี้ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจันทบุรี ตราด ระนอง พังงา และภูเก็ต ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้ไว้ด้วย และติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดต่อไป

สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมลฑลมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองส่วนมากในระหว่างบ่ายถึงค่ำ

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้และภาคตะวันออกมีฝนตกหนักบางแห่ง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(17 ก.ย.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร และพิษณุโลก
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร และนครพนม
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี ชัยนาท นครสวรรค์ และลพบุรี
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ส่วนมากบริเวณจังหวัดจันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฏร์ธานี และนครศรีธรรมราช
อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
ตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมา : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดสุราษฏร์ธานีลงไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่
อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 3 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ส่วนมากในระหว่างบ่ายถึงค่ำ
อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ฤทธิ์‘ราอี’ฟาดหาง ‘ทับคล้อ’จม1เมตร ‘สุโขทัย’ระส่ำหนัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/235724

วันเสาร์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ฤทธิ์‘ราอี’ฟาดหาง

‘ทับคล้อ’จม1เมตร

‘สุโขทัย’ระส่ำหนัก

น้ำทะลัก4พันคนอ่วม

เมื่อวันที่ 16 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ จ.สุโขทัย ว่า อิทธิพลจากพายุดีเปรสชั่น “ราอี” ส่งผลให้คืนวันที่ 15 กันยายน มีฝนตกหนักติดต่อกันราว 1 ช.ม. ในพื้นที่ อ.เมืองสุโขทัย ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำยมเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว กระแสน้ำเชี่ยวกราก ทะลักออกมาจากด้านหลังของบ้านเรือนราษฎรที่อยู่ติดกับแม่น้ำ บริเวณ ถ.นิกรเกษม ต.ธานี อ.เมืองสุโขทัย ไหลเข้าท่วมสถานที่ราชการสำคัญหลายแห่ง อาทิ ศาลากลางจังหวัด สำนักงานที่ดินสุโขทัย ศาลเยาวชนและครอบครัวสุโขทัย และกองบังคับการตำรวจภูธร จ.สุโขทัย ก่อนที่จะไหลเข้าท่วมที่ ถ.ศรีอินทราทิตย์ ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของเรือนจำจังหวัดสุโขทัย ระดับน้ำสูงประมาณ 30 ซม.

น้ำทะลักสุโขทัย-ระดมป้องเขตศก.

มีรายงานว่า น้ำยมได้เอ่อล้นแนวพนังกั้นน้ำบริเวณหลังวัดไทยชุมพล ถ.ราชธานี ต.ธานี จนมีลักษณะคล้ายม่านน้ำตก ชาวบ้านตลอดจนพระเณรของวัดต้องออกมาสังเกตการณ์กลางดึก เนื่องจากเกรงว่า น้ำจะไหลทะลักเข้าท่วมในตลาดสดเทศบาล ซึ่งถือว่าเป็นเขตเศรษฐกิจที่สำคัญ ทั้งนี้ ทางเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี ได้ระดมกระสอบทรายมาวางเสริมเพิ่มอีก 2 ชั้น

นายปิติ แก้วสลับสี ผวจ.สุโขทัย ได้นำเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบและแก้ไขในจุดที่มีน้ำทะลัก นอกจากนี้ยังได้ตั้งศูนย์บัญชาการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม และศูนย์รับบริจาคสิ่งของ ทั้งนี้ พบว่ามีประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนทั้งในเขต ต.วัดเกาะ อ.ศรีสำโรง และในเขตเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี รวมประมาณ 4,200 คน

พิษณุโลกห่วงนาข้าว3อำเภอ

ส่วนที่ จ.พิษณุโลก นายบรรดิษฐ์ อินต๊ะ ผอ.โครงการชลประทานพิษณุโลก กล่าวถึง สถานการณ์น้ำท่วมว่า ต้องเฝ้าระวังพื้นที่ อ.พรหมพิราม อ.เมืองพิษณุโลก และ อ.บางระกำ เป็นอย่างมาก มีความจำเป็นต้องผันน้ำจากประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ มาลงแม่น้ำยมสายเก่าให้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม ที่ชลประทานเป็นห่วงและเฝ้าระวัง คือ พื้นที่นาข้าว อายุ 2-3 เดือน ที่รอการเก็บเกี่ยวใน 3 อำเภอข้างต้น พื้นที่ประมาณ 120,000 ไร่ โดยขณะนี้ได้ระดมเครื่องจักรและเครื่องสูบน้ำของชลประทานไปช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่

“ทับคล้อ”ท่วมหนักสูง1เมตร

ที่ จ.พิจิตร น้ำป่าจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ และน้ำฝนที่ตกลงในพื้นที่ได้ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนในเขต ชุมชนในเขตเทศบาล ต.ทับคล้อ อ.ทับคล้อ โดยเฉพาะชุมชนตลาดใต้ ในเขตเทศบาล ต.ทับคล้อ ทำให้มีน้ำท่วมขังบ้านเรือนประชาชนสูงระดับ 1 เมตร จนต้องเก็บข้าวของ และ สัตว์เลี้ยงไว้บนที่สูง และต้องใช้เรือเข้าออกภายในชุมชน ทางเจ้าหน้าที่เทศบาล ต.ทับคล้อ เร่งสำรวจความเสียหาย พบมีน้ำท่วม 5 ชุมชน คือ ชุมชนตลาดใต้ ชุมชนสวนโพธิ์ ชุมชนอารมณ์ดี ชุมชนตลาดศรีสวัสดิ์ และ ชุมชนมงคลทับคล้อ มีประชาชนเดือดร้อน 509 คน จาก 205 ครอบครัว

“หล่มสัก”เริ่มคลี่คลายแล้ว

ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ เริ่มคลี่คลายแล้ว ระดับน้ำจากแม่น้ำป่าสักที่เอ่อล้นเข้าท่วมชุมชนท่ากกโพธิ์ ชุมชนท่ากกแก ชุมชนน้ำพุง ชุมชนสักงอย ชุมชนศรีสะอาด ย่านชุมชนเศรษฐกิจเขตเทศบาลเมืองหล่มสัก รวมไปถึงพื้นที่ ต.ตาลเดี่ยว ระดับน้ำลดลงเกือบทุกจุดแล้ว โดยเฉพาะที่ รพ.หล่มสัก ระดับน้ำก็ลดระดับลงแล้วเหลือเพียงบางส่วนที่มีน้ำขังเป็นแอ่ง ระดับน้ำมีความสูงราว 5-10 ซม. ส่วน รพ.นครอินทร์ ระดับน้ำลดลงเหลือเพียง 20-30 ซม. ขณะที่น้ำในแม่น้ำป่าสัก ระดับน้ำได้ลดระดับต่ำกว่าพนังกั้นน้ำราว 30 ซม.แล้ว ส่งผลให้การระบายน้ำในย่านชุมชนเศรษฐกิจคล่องตัว รถทุกชนิดสามารถสัญจรไป-มา ได้สะดวก

รบ.สั่งเฝ้าระวังระดับน้ำ24 ชม.

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า ขณะนี้หลายหน่วยงานทั้ง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย รวมถึง คสช ได้ร่วมกันเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตลอด 24 ชม. ส่วนจังหวัดที่ประสบภัยน้ำท่วม นายกฯ ได้สั่งการให้เร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่และรวดเร็ว ทั้งการระบายน้ำ มอบสิ่งของและฟื้นฟูความเสียหาย

ภาคเหนือและภาคใต้ยังมีฝนตก เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งระยะนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/235566

วันศุกร์ ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2559, 08.00 น.

16 ก.ย.59 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคเหนือและภาคใต้ยังคงมีฝนตก ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 20 กันยายน 2559 นี้ไว้ด้วย และติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดต่อไป

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา ภาคเหนือ และตอนบนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือและภาคใต้ยังคงมีฝน

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(16 ก.ย.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย และพิษณุโลก
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย นครราชสีมา บุรีรัมย์ ร้อยเอ็ด สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ และลพบุรี
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว ระยอง จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฏร์ธานี และนครศรีธรรมราช
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา กระบี่ และภูเก็ต
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 3 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ในตอนบ่ายถึงค่ำ
อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ระดมผลผลิตคุณภาพ เปิดตลาดเกษตรดิจิทัล ริมคลองผดุงกรุงเกษม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/235500

วันศุกร์ ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ดร.วราภรณ์ พรหมพจน์ รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ร่วมกันจัดตลาดเกษตรดิจิทัล ระหว่างวันที่ 5-25 กันยายน ที่ริมคลองผดุงกรุงเกษม ข้างทำเนียบรัฐบาล เพื่อช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับกลุ่มเกษตรกร ผู้ประกอบการ SMEs และกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจสินค้าเกษตรรายใหม่ ให้สามารถพัฒนาศักยภาพเพิ่มช่องทางการตลาดและรายได้ เตรียมความพร้อมทางธุรกิจผ่านระบบอี-คอมเมิร์ซ (e-Commerce) สู่สังคมดิจิทัลได้ในอนาคต

ทั้งนี้ในส่วนของกรมวิชาการเกษตร ได้ร่วมจัดงานในโซนสินค้าเกษตรอินทรีย์ (ORGANIC) พืชและการแปรรูปพืช รวมถึงโซนสินค้า GI หรือสิ่งบ่งชี้ตามภูมิศาสตร์ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานนำมาจำหน่ายมากมาย อาทิ ข้าวกล้องอินทรีย์ นม Morganic ไข่ไก่อารมณ์ดี ผัก-ผลไม้อินทรีย์ ชาสมุนไพร น้ำมัลเบอร์รี่ น้ำเห็ดนารา น้ำมันมะพร้าว ตะลิงปลิงอบแห้ง และสินค้าเกษตรอีกกว่า 220 ร้านค้า ที่หมุนเวียนจำหน่ายตลอด 3 สัปดาห์ จึงขอเชิญชวนประชาชนที่สนใจมาเลือกซื้อสินค้าเกษตรอินทรีย์ได้ในงาน ระหว่างวันที่ 5-25 กันยายนนี้ ณ ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม ข้างทำเนียบรัฐบาล

พิษ‘ราอี’!8จว.ประสบภัยน้ำหลาก-ดินสไลด์ ปภ.เตือน6จว.รับมือฝนตกหนัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/235420

วันพฤหัสบดี ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2559, 13.03 น.

15 ก.ย.59 นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า อิทธิพลจากพายุราอีที่อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชั่น ซึ่งเคลื่อนตัวผ่านบริเวณแประเทศไทยตอนบน ทำให้เกิดฝนตกหนักเป็นบริเวณกว้างและฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่งผลให้เกิดน้ำไหลหลากและดินสไลด์ใน 8 จังหวัด รวม 19 อำเภอ 49 ตำบล แยกเป็น 1.บุรีรัมย์ เกิดน้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่อำเภอปะคำ ระดับน้ำสูงประมาณ 10 – 20 เซนติเมตร บ้านเรือนได้รับผลกระทบ 40 หลังคาเรือน และน้ำไหลกัดเซาะถนนสายบ้านประชาสามัคคี – หนองต้อ กม. 2 บ้านกองพระทราย ตำบลหูทำนบ ซึ่งเป็นถนนช่วงสร้างผ่านท่อระบายน้ำเป็นหลุมกว้าง 3 เมตร ยาว 2 เมตร และลึก 1 เมตร

2.เพชรบูรณ์ น้ำไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่หมู่ที่ 8 ตำบลวังบาล อำเภอหล่มเก่า ระดับน้ำสูงประมาณ 30 เซนติเมตร บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 400 หลังคาเรือน และตำบลท่าพล ตำบลน้ำร้อน และตำบลตะเบาะ อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ 3.เลย เกิดน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอด่านซ้าย บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 153 หลังคาเรือน พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย 1,500 ไร่ บ่อปลา จำนวน 40 บ่อ สถานที่ราชการ จำนวน 3 แห่ง ถนน 9 สาย อำเภอภูกระดึง น้ำเอ่อล้นสะพานในพื้นที่หมู่ที่ 7 ตำบลศรีฐาน ไม่สามารถสัญจรได้ ตำบลภูกระดึง บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 44 หลังคาเรือน

4.ตาก เกิดน้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอสามเงา อำเภอเมืองตาก และอำเภอแม่สอด ประชาชนได้รับผลกระทบ 112 หลังคาเรือน พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย 850 ไร่ 5.เชียงใหม่ น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่อำเภอจอมทอง และอำเภอเมืองเชียงใหม่ ปัจจุบันระดับน้ำลดลง 6.ลำพูน น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่อำเภอแม่ทา อำเภอป่าซาง สะพานได้รับความเสียหาย 1 แห่ง ถนน 3 แห่ง ฝาย 1 แห่ง อำเภอบ้านโฮ่ง ประชาชนได้รับผลกระทบ 105 หลังคาเรือน ปัจจุบันระดับน้ำลดลง

7.ลำปาง เกิดน้ำเอ่อล้นตลิ่งในพื้นที่อำเภอห้างฉัตร และอำเภอเมืองลำปาง และ 8.พิษณุโลก น้ำเอ่อล้นตลิ่งในพื้นที่อำเภอเนินมะปราง ประชาชนได้รับผลกระทบ 300 หลังคาเรือน โรงเรียนเสียหาย 1 แห่ง วัด 1 แห่ง อำเภอชาติตระการ อำเภอวัดโบสถ์ อำเภอนครไทย และเกิดดินสไลด์ถนนนครไทย – นครชุม บริเวณ กม.26 จำนวน 3 จุด ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,151 หลังคาเรือน พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย 6,122 ไร่ บ่อปลา จำนวน 50 บ่อ

ปัจจุบันสถานการณ์ในภาพรวมทั้ง 8 จังหวัด ระดับน้ำลดลงแล้ว มีเพียงจังหวัดตากที่ยังคงมีน้ำท่วมขัง ในพื้นที่ลุ่มต่ำทางการเกษตร ทั้งนี้ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดที่ประสบภัย ได้ร่วมกับหน่วยทหารและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้นแล้ว

อย่างไรก็ตาม จากการติดตามสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า พายุดีเปรสชั่นราอี (Rai) ได้เคลื่อนตัวจากบริเวณภาคเหนือตอนล่าง เข้าปกคลุมด้านตะวันตกของภาคเหนือแล้ว คาดว่าจะเคลื่อนออกไปปกคลุมประเทศเมียนมา และจะอ่อนกำลังลงก่อนสลายตัวไป แต่ยังคงทำให้มีฝนตกหนักในบางพื้นที่ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจึงได้ประสาน 6 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก และสุโขทัย รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมพร้อมรับมืออุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม โดยจัดเจ้าหน้าที่และมิสเตอร์เตือนภัยติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงจัดเตรียมสรรพกำลัง เครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยง อาทิ คอสะพาน เส้นทางน้ำไหลผ่าน ที่ลาดเชิงเขา เพื่อให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุ แก้ไขปัญหา และช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันทีที่เกิดภัย ตลอดจนบูรณาการแผนการระบายน้ำในเชิงลุ่มน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันและลดผลกระทบจากอุทกภัย

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม โดยติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด พร้อมปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด หากได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัย สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

ไทยยังคงมีฝนตกหนักบางพื้นที่ เตือนหลายจังหวัดรับมือน้ำท่วม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/235394

วันพฤหัสบดี ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2559, 08.00 น.

15 ก.ย.59 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน มีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ในบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง สุโขทัย และ ตาก ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย

ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 19 กันยายน 2559 นี้ไว้ด้วย และติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดต่อไป

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่อ่อนกำลังลงจากพายุดีเปรสชั่น“ราอี” (RAI) ได้เคลื่อนจากบริเวณภาคเหนือตอนล่าง เข้าไปปกคลุมด้านตะวันตกของภาคเหนือแล้ว ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ (15 ก.ย.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง สุโขทัย และตาก
อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย อุดรธานี ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์
ร้อยเอ็ด สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ และลพบุรี
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว ระยอง จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฏร์ธานี และนครศรีธรรมราช
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ในตอนบ่ายถึงค่ำ
อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

พายุ‘ราอี’พัดถล่ม เหนือ-อีสานอ่วม! ปภ.สั่ง32จว.รับมือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/235385

วันพฤหัสบดี ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

พายุ‘ราอี’พัดถล่ม

เหนือ-อีสานอ่วม!

ปภ.สั่ง32จว.รับมือ

น้ำป่าหลากดินสไลด์

เมื่อวันที่ 14 กันยายน นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่าจากการติดตามสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าพายุดีเปรสชั่นราอี(Rai)ที่เคลื่อนตัวผ่าน จ.อุบลราชธานีและอำนาจเจริญ อ่อนกำลังลง เป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางแล้วคาดว่าจะเคลื่อนไปปกคลุมภาคกลางตอนบนและภาคเหนือ จะทำให้มีฝนตกเป็นบริเวณกว้างและมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่

โดยทาง ปภ.ได้ประสาน32จังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมพร้อมรับมืออุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม แยกเป็น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ14จังหวัดได้แก่เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และนครราชสีมา ภาคกลาง 5 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์ สระบุรี ลพบุรี ชัยนาท และอุทัยธานี ภาคเหนือ 13 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก ตาก พิจิตร และเพชรบูรณ์

ทั้งนี้ นายฉัตรชัย กล่าวอีกว่าภาวะฝนตกหนักระยะนี้ส่งผลให้เกิดน้ำไหลหลากและดินสไลด์ใน5จังหวัดรวม5 อำเภอ 9 ตำบล แยกเป็นจ.อุบลราชธานี จ.ศรีสะเกษ เกิดน้ำท่วมพื้นที่การเกษตรในพื้นที่ อ.ขุญหาญ จ.ตราด เกิดดินสไลด์ใน อ.เกาะช้าง จ.แม่ฮ่องสอน เกิดน้ำไหลหลากและดินสไลด์ในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน อ.ปางมะผ้า และอ.ขุนยวม จ.พะเยา เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.ดอกคำใต้ อ.แม่ใจและอ.เมืองพะเยา ได้รับผลกระทบ 500 หลังคาเรือน ยังมีน้ำท่วมขังพื้นที่การเกษตรของ อ.ดอกคำใต้

สถานการณ์ผลจากอิทธิพลของพายุดีเปรสชั่น“ราอี”ทำให้เกิดฝนตกติดต่อกันหลายวันในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก่อนเคลื่อนตัวเข้ามายังเขตพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งช่วงเช้าวันที่ 14กันยายนมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ โดย นายไพรินทร์ ลิ่มเจริญ หัวหน้าสํานักงาน ปภ.เชียงใหม่ เผยว่า จากการตรวจสอบเรดาร์ฝนหลวงอมก๋อย พบมี 9 อำเภอ มีฝนตกหนัก ได้แก่ อ.อมก๋อย อ.ดอยเต่า อ.ฮอด อ.แม่แจ่ม อ.แม่วาง อ.สะเมิง อ.แม่ริม อ.แม่แตง และอ.เมืองเชียงใหม่และมี 6 อำเภอ มีฝนตกปกติ ได้แก่อ.ดอยหล่อ อ.หางดง อ.สันป่าตอง อ.สันทราย อ.ดอยสะเก็ด และอ.พร้าว

และในช่วงเช้า เกิดฝนตกหนัก ทำให้ต้นสนที่วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหารล้มทับบริเวณทางขึ้นบันไดนาค ด้านซ้ายเสียหายค่อนข้างมาก ค้านขวาเสียหายเล็กน้อย ทางวัดและเจ้าหน้าที่ได้ยกต้นไม้ออกจนสามารถเปิดให้ประชาชนขึ้นไปสักการะพระบรมธาตุฯได้แล้ว

หลังมีฝนตกหนัก เกิดน้ำป่าไหลหลากแรงจนน้ำตกเป็นสีโคลนขุ่นเกรง อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง ได้ติดป้าย ปิดน้ำตกแม่กลาง และน้ำตกแม่ยะ ชั่วคราว เพื่อป้องกันเหตุอันตรายแก่นักท่องเที่ยว ขณะที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุยได้สั่งปิด น้ำตก 2 แห่ง คือ น้ำตกแม่สา และน้ำตกตาดหมอก ต.แม่แรม อ.แม่ริม

จ.พิษณุโลก หลังฝนตกหนักน้ำป่าจากเทือกเขาสูงอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรอย่างรวดเร็ว ในพื้นที่ ต.ชมพู อ.เนินมะปราง ทางหมู่บ้านได้ประกาศแจ้งเตือนให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมคลองเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ บางส่วนได้อพยพมาอยู่ที่ศาลาวัด

ด้าน นางฉัตรพร ราษฎร์ดุษดี ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ได้สั่งนายอำเภอใน 4 พื้นที่คือ อ.สากเหล็ก อ.วังทรายพูน อ.ทับคล้อ และ อ.ดงเจริญ พื้นที่ติดกับเทือกเขาเพชรบูรณ์ให้เฝ้าระวังผลกระทบจากฝนตก จากอิทธิพลของพายุราอี อาจเกิดน้ำป่าไหลหลากฉับพลันและดินสไลด์

ที่ จ.ลำปาง เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ อ.ห้างฉัตร น้ำในลำห้วยสาขาไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนในหลายพื้นที่ ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 50-100ซ.ม. แรงน้ำทำให้สะพาน ที่ใช้ข้ามในระหว่างบ้านแม่ตาลน้อย จำนวน 2 แห่ง เกิดทรุดตัว ตรงคอสะพาน จนใช้สัญจรผ่านไปมาไม่ได้

และในช่วงเช้า จ.แพร่ เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร หมู่ 4 และหมู่ 11 ต.ป่าแมต อ.เมือง จ.แพร่ หลังมีฝนตกหนักตลอดทั้งคืน ทำให้น้ำจากอ่างห้วยผาคำ เอ่อล้นไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนและถนนที่ใช้สัญจรไปมาไม่ได้ กระแสน้ำแรง และน้ำขึ้นสูง 1-2 เมตร จนมองไม่เห็นทาง ขณะที่ชาวบ้านต้องขนของขึ้นที่สูง บางแห่งขนของไม่ทัน

ในส่วนผลกระทบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยที่ จ.เลย หลังเกิดฝนตกหนักมาตลอดทั้งคืน ทำให้น้ำป่าไหลหลากตามลำน้ำหมัน และห้วยศอกเอ่อท่วมบ้านเรือนริมฝั่ง น้ำท่วม 5 หมู่บ้าน คือ บ้านด่านซ้าย บ้านเหนือ บ้านนาเวียง บ้านนาเวียงใหญ่ และบ้านหัวนายูง โดยเบื้องต้น นายประยูร อรัญรุท นายอำเภอด่านซ้าย จ.เลย ประสานเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานมีทั้งทหารกรมทหารพรานที่ 21 เจ้าหน้าที่ ปภ.ด่านซ้าย และเทศบาลเร่งลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านประสบปัญหา

จ.ศรีสะเกษ เกิดฝนตกหนักติดต่อกัน 2 วัน ป่าเขา ด้านชายแดนไทย-กัมพูชา มีน้ำฝนไหลลงในลำห้วยจันทร์ปริมาณมาก มีน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมที่บ้านกระเบา หมู่ 4 และบ้านค้อตานี หมู่ 8 ต.โนนสูง อ.ขุนหาญ ถนนสายขุนหาญ-ห้วยจันทร์ มีน้ำท่วมสูงประมาณ 30-40เซ็นติเมตรซึ่งทั้ง2หมู่บ้าน ถูกน้ำท่วมเป็นครั้งที่ 2 ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนกว่า 350 ครอบครัว

ที่จ.กาฬสินธุ์ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาวจังหวัดกาฬสินธุ์ รายงานว่าเพียง 3วัน เป็นผลดี มีน้ำไหลเข้าเขื่อนลำปาวมากกว่า30ล้านลูกบาศ์กเมตร( ลบ.ม.)มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 924 ล้าน ลบ.ม.จึงระบายน้ำเพียงวันละ3 ล้าน ลบ.ม.เพื่อเตรียมการรับมือปัญหาฝนแล้งในอนาคต

ขณะที่ นายวินัย วิทยานุกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ประกาศเตือนภัยประชาชนที่อยู่ริม ตลิ่งโดยเฉพาะในเขตลำน้ำปาว และ ลำน้ำชี 5 อำเภอ คืออ.ยางตลาด อ.เมืองกาฬสินธุ์ อ.กมลาไสย อ.ฆ้องชัย อ.ร่องคำ เพราะระดับน้ำเพิ่มขึ้น ส่วนพื้นที่เฝ้าระวังอาจจะเกิดน้ำป่าไหลหลากมี3 เภอ คือ อ.ยางตลาด อ.สหัสขันธ์ อ.นาคู อ.กุฉินารายณ์

เย็นวันเดียวกัน เวลา17.00น.กรมอุตุนิยมวิทย ออกประกาศพายุ“ราอี”ฉบับที่19ว่าหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่อ่อนกำลังลงจากพายุดีเปรสชั่นราอีเข้าปกคลุมภาคเหนือตอนล่างลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคเหนือ และภาคกลางตอนบนมีฝนตกเป็นบริเวณกว้างและมีฝนตกหนักหลายพื้นที่บริเวณ จ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร ตาก กาญจนบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์และจ.ลพบุรี ขอให้ประชาชน ระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้

 

ฉบับ19!‘ราอี’ปกคลุมภาคเหนือ อุตุฯเตือน20จว.ฝนตกหนัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/235329

วันพุธ ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2559, 17.35 น.

เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 14 ก.ย.59 กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง ‘พายุราอี (Rai)’ ฉบับที่ 19 ระบุว่า หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่อ่อนกำลังลงจากพายุดีเปรสชั่น ‘ราอี’ (RAI) ได้เข้ามาปกคลุมบริเวณภาคเหนือตอนล่าง

ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคเหนือและภาคกลางตอนบนมีฝนตกเป็นบริเวณกว้างและมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ ในบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร ตาก กาญจนบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ และลพบุรี ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย

ส่วนคลื่นลมบริเวณอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 19 กันยายน 2559 ไว้ด้วย และติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดต่อไป