หลายจังหวัดอากาศยังคงร้อนจัด มีฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/215197

วันพุธ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 08.00 น.

11 พ.ค.59 บริเวณประเทศไทยมีอากาศร้อนและมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนอง กับลมกระโชกแรงบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก โดยเฉพาะจังหวัดอุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุลมแรงที่จะเกิดขึ้น รวมถึงอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา และสิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็ง

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน กับมีลมใต้และตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง แรงไว้ด้วย

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(11 พ.ค.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีอากาศร้อนจัดหลายพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดอุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-30 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 40-43 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อนและมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 38-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศร้อนถึงร้อนจัดโดยทั่วไป และมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี อุทัยธานี ลพบุรี สุพรรณบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 27-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 39-43 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศร้อน กับมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ และลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 26-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีอากาศร้อนและมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 28-30 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-40 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ชาวบ้านเฮ-ครม.ทุบโต๊ะ ปิดเหมืองทอง เลิกสัมปทานทั่วประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/215188

วันพุธ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ชาวบ้านเฮ-ครม.ทุบโต๊ะ

ปิดเหมืองทอง

เลิกสัมปทานทั่วประเทศ

ไม่คุ้มลงทุน-ผลกระทบเยอะ

บ.อัคราฯจุกไม่ต่อใบอนุญาต

นายกฯขีดเส้นยืดถึงสิ้นปี’59

สั่งเร่งเยียวยาคนงาน-ปชช.

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์หลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการพิจารณาการต่อใบอนุญาตเหมืองแร่ทองคำ หลังมีประชาชนที่อยู่รอบพื้นที่ทำเหมืองทองคำ 3 จังหวัด คือ พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ มายื่นเรื่องที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องเรียน ทำเนียบฯให้ตรวจสอบการประกอบกิจการของ เหมืองทองคำ บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน)

โดยพล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ที่ประชุม ครม.ไม่ได้พิจารณาต่อใบอนุญาตการทำเหมืองทองคำ โดยสั่งการไปว่าภายในสิ้นปีนี้ต้องไม่มีการทำเหมืองแร่ทองอีกต่อไปจนกว่าจะชัดเจน และระหว่างนี้ต้องแก้ปัญหาการปรับพื้นที่คืนสภาพ เตรียมหางานให้คนงานอีกว่า 1 พันคน เยียวยาประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน โดย 5 หน่วยงาน 4 กระทรวงไปตรวจสอบดำเนินการ

สั่งเยียวยาคนงาน-ดูแลปชช.

“วันนี้ยังไม่ชัดเจน ถ้าไม่เชื่อหน่วยงาน เครื่องไม้เครื่องมือเหล่านี้แล้วจะเชื่อใคร ก็ไม่ต้องเชื่อใครหรืออย่างไร ซึ่งต้องฟังทั้งสองฝ่าย เรื่องผลประโยชน์ที่ผ่านมาก็ต้องดูว่ามีการส่งค่าภาคหลวงเท่าไหร่ เกิดการจ้างงานอีกเท่าไหร่ ที่ผ่านมาพอเพียงหรือยัง กับผลเสียที่เกิดขึ้นมาทั้งเรื่องน้ำ เรื่องดิน เรื่องสารหนัก บางค่าก็สูง บางค่าก็ต่ำ เพราะฉะนั้นอยู่ที่ว่าเราจะทำอย่างไรกับมัน ก็ต้องให้เวลาเขาปรับสภาพตรงนี้ ที่จะให้กลับไปสู่ธรรมชาติเหมือนเดิม ซึ่งระหว่างนี้ต้องหางานให้คนงานอีกเป็นพันคน คนที่เสนอโน้นนี่มาจะรับคนงานไปดูแลให้หรือไม่ คนเจ็บป่วยกระทรวงสาธารณสุขก็ต้องดูแล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการประชุมครม. น.ส.สมลักษณ์ หุตานุวัตร อดีตพยานผู้เชี่ยวชาญกรณีเหมืองทองคำพิจิตร คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ปัญหาข้อขัดแย้งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ จากการทำเหมืองแร่ทองคำของบริษัท อัคราฯ ยื่นหนังสือให้นายกฯตรวจสอบรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ฉบับที่ 2 ของบริษัทอัคราฯ ที่ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการผู้ชำนาญการ สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเมื่อปี 2550 ระบุ พื้นที่ด้านเหนือของเหมืองทองคำ ของบริษัทใช้น้ำจากแหล่งน้ำใต้ดินระดับตื้น เป็นอ่างเก็บน้ำใต้ดินความจุของน้ำประมาณ1.8-6.3ล้านลูกบาศก์เมตร ถ้าอ่างเก็บน้ำใต้ดินดังกล่าวมีน้ำ ควรนำไปตรวจสอบคุณภาพ ถ้าสะอาดปลอดภัย ควรนำมาช่วยแก้ปัญหาภัยแล้ง แต่ถ้ารายงานอีไอเอดังกล่าวไม่จริง หรือจริงแต่มีไว้ใช้เฉพาะทำเหมืองทองคำ สมควรที่นายกฯจะทบทวนการพิจารณาต่ออายุใบประกอบโลหกรรมและนโยบายเหมืองแร่ทองคำทั่วประเทศ เพื่อปกป้องทรัพยากรมีค่าและคุณภาพชีวิตประชาชน

รมว.อุตฯสั่งยุติสัมปทานเหมืองทั่วปท.

ด้านนางอรรชกา สีบุญเรือง รมว.อุตสาหกรรมเปิดเผยหลังประชุมครม.ว่า ที่ประชุมมีมติให้ยุติการอนุญาตอาชญาบัตรพิเศษสำรวจแร่ทองคำและประทานบัตรทำเหมืองแร่ทองคำ รวมถึงคำขอต่ออายุประทานบัตรด้วย โดยกรณีบริษัท อัคราฯ เห็นควรให้ต่ออายุใบอนุญาตประกอบโลหกรรมไปจนถึงสิ้นปี 2559 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพนักงาน เพื่อเตรียมการเลิกประกอบกิจการ หลังก่อนหน้านี้มีประชาชนร้องเรียนเข้ามา พร้อมทั้งให้บริษัทเร่งปิดเหมืองและฟื้นฟูพื้นที่ทำเหมืองให้เป็นไปตามเงื่อนไขการอนุญาต และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลประชาชนและบรรเทาปัญหาที่อาจเกิดขึ้นหลังสิ้นสุดการประกอบกิจการเหมืองแร่และโลหกรรมของบริษัท อัคราฯ

ยันผลตรวจสุขภาพปชช.พบโลหะหนัก

“ช่วงที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่และตรวจสุขภาพของประชาชน พบมีประชาชนจำนวนมากที่มีโลหะหนักอยู่ในร่างกาย ถือว่าเป็นอันตราย และในปัจจุบันเชื่อว่าสำหรับประเทศไทยยังคงไม่มีความจำเป็นมากนัก และปัจจุบันแม้ยังไม่ได้ข้อสรุปชัดเจนว่าปัญหาข้อร้องเรียนและผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนเกิดจากการทำเหมืองแร่ทองคำของบริษัท อัคราฯหรือไม่ แต่เพื่อประโยชน์ของสังคมและประชาชนส่วนรวม และแก้ปัญหาความแตกแยกของประชาชนในชุมชน ประกอบกับมีคำสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เกี่ยวกับเหมืองแร่ทองคำ จึงมีมติยุติสัมปทานเหมืองแร่ทองคำทั่วประเทศ”นางอรรชกา กล่าว

และว่า ที่ประชุมยังให้กระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำกับดูแลการปิดเหมืองและฟื้นฟูพื้นที่ กระทรวงสาธารณสุข ดูแลสุขภาพประชาชน กระทรวงแรงงานดูแลพนักงานที่ได้รับผลกระทบจากการปิดกิจการ นอกจากนี้ จะประสานผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร นำเงินพัฒนาท้องถิ่นจำนวน 45 ล้านบาท มาให้การช่วยเหลือพนักงานอีกด้วย

อัคราฯอ้างใบอนุญาตถึงปี71

วันเดียวกัน บริษัท อัคราฯออกแถลงการหลังครม.มีมติให้เหมืองแร่ทองคำชาตรีปิดกิจการภายในสิ้นปี 2559 โดยระบุว่า คำแถลงของรมว.อุตสาหกรรม ให้บริษัทฯหยุดกิจการสร้างความประหลาดใจให้บริษัทฯ เป็นอย่างยิ่ง เพราะบริษัทฯยังคงมีประทานบัตรที่ได้รับอนุญาตอยู่จนถึงปี 2571 ซึ่งบริษัทฯวางแผนทำเหมืองไว้แล้วจนถึงเวลาดังกล่าว ทั้งนี้ ตั้งแต่บริษัทฯ เริ่มดำเนินกิจการ ได้พิสูจน์ให้เห็นมาตลอดว่ากิจการเหมืองแร่ทองคำชาตรี ไม่ได้ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในชุมชนโดยรอบเหมืองฯ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีส่วนช่วยสร้างให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจทั้งในระดับท้องถิ่นและต่อประเทศไทยโดยรวม อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ จะหารือกับที่ปรึกษากฏหมายพิจารณาช่องทางดำเนินการตามกฏหมายที่บริษัทฯสามารถทำได้ต่อไป ทั้งนี้ บริษัท อัคราฯขอยืนยันว่าได้ปฏิบัติตามกฏหมายและข้อกำหนดทุกอย่างภายใต้การกำกับดูแลของกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.)อย่างเคร่งครัดมาตลอด

ชาวเรือประมงโอดไม่คุ้มค่าน้ำมัน ชี้อากาศร้อนปลาหนีออกชายฝั่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/215115

วันอังคาร ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 16.32 น.
10 พ.ค.59  เรือประมงพื้นบ้านกว่า 20 ลำ จอดลอยลำทอดสมอบกบริเวณชายฝั่งทะเลชุมชนบ้านเก้าเส้ง อ.เมือง จ.สงขลา  เนื่องจากได้หยุดออกเรือทำการประมงมากว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าในช่วงนี้ทะเลเรียบไม่มีคลื่นลมแรงแต่ชาวประมงพื้นบ้านก็ตัดสินใจไม่ออกทำการประมง สาเหตุเนื่องจากนำเรือออกไปทำการประมงจับสัตว์น้ำแล้ว จับสัตว์น้ำได้น้อยเมื่อนำไปขายรายได้ไม่คุ้มทุนกับค่าน้ำมันที่เสียไป จึงต้องยอมนำเรือจอดลอยลำ  แต่ก็มีชาวประมงพื้นบ้านบางลำที่ยอมเสี่ยงออกไปทำการประมงเพื่อความอยู่รอด เนื่องจากมีภาระที่จะต้องเลี้ยงดูครอบครัว

สำหรับชาวประมงพื้นบ้านชุมชนบ้านเก้าเส้งแห่งนี้  ปรกติจะออกทำการประมงอวนปลาทูและอวนกุ้ง ซึ่งในแต่ละวันจะสามารถจับสัตว์น้ำได้เป็นจำนวนมาก  แต่ในช่วงหน้าร้อนเดือนเมษายน – พฤษภาคม   จะประสบปัญหาของสภาพอากาศที่ร้อนทุกปี สัตว์น้ำที่เคยจับได้จากแหล่งจับปลาชายฝั่งหนีหายไปหมด โดยชาวประมงพื้นบ้านคาดว่า สัตว์น้ำที่เคยชุกชุมอาจจะหนีสภาพอากาศร้อนไปหลบอาศัยในแหล่งน้ำลึกที่มีน้ำเย็นกว่าก็อาจเป็นได้

ในวันนี้เรือประมงพื้นบ้านที่ออกไปจับสัตว์น้ำได้กลับเข้าฝั่งพร้อมด้วยสัตว์น้ำที่จับได้มีไม่มากนัก ประกอบด้วยปลาทู และปลาแดงเป็นส่วนใหญ่ บางลำได้สัตว์น้ำไม่เกิน 20 กก.บางลำก็ได้ 10 กก. ซึ่งเมื่อนำไปขายส่งให้กับแม่ค้าที่มารอรับซื้อก็จะได้เงินไม่คุ้มทุนค่าใช้จ่ายทั้งค่าน้ำมัน ค่าของกินที่นำไปกินในเรือ ที่ออกไปทำการประมงวางอวนในทะเลตั้งแต่ 04.00 น.และจะเก็บอวนกลับเข้าฝั่งประมาณ 11.30 น.

นายเจ๊ะดอเลาะห์ ปาตันสุวาติ อายุ 57 ปี ขาวประมงพื้นน้านอวนปลาทู อยู่บ้านเลขที่ 135 ถนนเก้าแสน  ชุมชนบ้านเก้าเส้ง อ.เมือง จ.สงขลา กล่าวว่า  ตนเองทำอวนปลาทู  ช่วงนี้ไม่มีปลา อากาศร้อน น้ำทะเลบริเวณชายฝั่งมันก็ร้อนด้วย  เรือจอดกันหมดแล้ว ออกไปไม่ได้อะไรเลย ไม่คุ้มค่าน้ำมัน  หากจะมีปลาเข้ามาก็คงจะเป็นช่วงเดือน 8 ซึ่งน่าจะมีบ้าง

ร้อง’บิ๊กตู่’ตรวจเหมืองทองบ.อัครา หลังอีไอเอระบุมี’อ่างเก็บน้ำใต้ดิน’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/215079

วันอังคาร ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 13.18 น.
10 พ.ค.59 ที่ศูนย์บริการประชาชน น.ส.สมลักษณ์ หุตานุวัตร อดีตพยานผู้เชี่ยวชาญกรณีเหมืองทองคำพิจิตร คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้ง ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ จากการทำเหมืองแร่ทองคำของบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อเสนอให้แก้ปัญหาภัยแล้งของประชาชน ด้วยทรัพยากรน้ำจากอ่างเก็บน้ำใต้ดิน ในบริเวณพื้นที่ด้านเหนือ ของพื้นที่โครงการเหมืองทองคำ บริษัท อัคราฯ จ.พิจิตร และหยุดเหมืองทองคำในประเทศไทย

ทั้งนี้ พบว่าในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ฉบับที่ 2 ของบริษัท อัคราฯ ที่ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการผู้ชำนาญการ สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อ พ.ศ.2550 ระบุว่า พื้นที่ด้านเหนือพื้นที่โครงการมีการใช้น้ำจากแหล่งน้ำใต้ดิน ระดับตื้นซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 1 – 2 ตารางกิโลเมตร มีลักษณะเป็นอ่างเก็บน้ำใต้ดิน มีความจุของน้ำที่แทรกอยู่ตามชั้นกรวดทราย ประมาณ 1.8 – 6.3 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยน้ำที่กักอยู่บริเวณนี้ได้มาจากการถ่ายเทน้ำจากพื้นที่โดยรอบ ซี่งพื้นที่เหมืองทองชาตรี ของบริษัท อัคราฯ มีเนื้อที่หลายพันไร่ จึงของให้นายกฯ สั่งการให้ตรวจสอบ หากอ่างเก็บน้ำใต้ดินตามที่ระบุในรายงาน EIA ยังคงให้น้ำอยู่ ควรนำน้ำเหล่านี้ไปตรวจสอบคุณภาพ หากพบว่าสะอาดปลอดภัย ก็สมควรนำออกแจกจ่ายประชาชน เพื่อบรรเทาทุกข์ในสถานการณ์ภัยแล้งขณะนี้

อย่างไรก็ตาม หากรายงาน EIA ดังกล่าวไม่เป็นจริง ก็เท่ากับเป็นรายงานเท็จ หรือหากรายงานเป็นความจริง แต่อ่างเก็บน้ำใต้ดินมีไว้ใช้เฉพาะการทำเหมืองทองคำ จึงสมควรที่นายกฯจะทบทวนการพิจารณา เรื่องการต่ออายุใบประกอบโลหกรรมและนโยบายเหมืองแร่ทองคำทั่วประเทศอย่างรอบคอบที่สุด เพื่อปกป้องทรัพยากรมีค่า ที่เสียหายไปอย่างไม่สามารถฟื้นคืน และปกป้องคุณภาพชีวิตประชาชนเป็นสำคัญ และโปรดใช้อำนาจโดยธรรมหยุดเหมืองทองคำทั้งหมดในประเทศไทย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘บิ๊กตู่’สั่งยุติ’ขุดเหมืองแร่ทองคำ’ ไม่ต่อใบอนุญาต-ยื่นคำขาดสิ้นปีจบ

ใครขวางตาย! แฉนายทุนขู่เมียนักอนุรักษ์ ตร.ชุมพรชี้ปมขัดแย้งจนท.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/215048

วันอังคาร ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ครขวางตาย!

แฉนายทุนขู่เมียนักอนุรักษ์

ตร.ชุมพรชี้ปมขัดแย้งจนท.

ความคืบหน้าคดีนายพะเยาว์ ปานโรจน์ อายุ 52 ปี บ้านเลขที่ 110 หมู่ที่ 5 ต.ตะโก อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร นักอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ ถูกคนร้ายยิงด้วยกระสุนปืนลูกซองพรุนไปทั้งร่างนอนเสียชีวิตอยู่ภายในสวนทุเรียนใจกลางป่าดงดิบตามข่าวที่เสนอไปแล้ว

เมื่อเวลา 09.30น.วันที่ 9 พฤษภาคม พล.ต.ต.นรินทร์ บุษยวิทย์ ผบก.ตร.ภ.จ.ชุมพร ให้สัมภาษณ์ว่า สาเหตุการสังหารโหดในครั้งนี้ ตำรวจตั้งประเด็นไว้ที่ความขัดแย้งระหว่างผู้ตายกับ เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานหน่วยหนึ่งในพื้นที่ที่ยังมีเรื่องเป็นคดีความ และ การร้องเรียน กันอยู่ในขณะนี้ แต่ในประเด็นเรื่องส่วนตัวตำรวจก็ไม่ได้ตัดทิ้ง ยังคงติดตามคลี่คลายเพื่อสรุปสาเหตุการสังหารให้ชัดเจน

พล.ต.ต.นรินทร์ กล่าวว่า ขณะนี้กำลังเร่งสอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์ และพยานแวดล้อม เพื่อนำไปสู่การจับกุมมือปืน แต่ต้องขอเวลาให้ ตำรวจได้ ทำงานสักระยะ คาดว่า จากพยาน และ หลักฐานที่ได้น่าจะนำไปสู่การออกหมายจับ แต่ ในบางประเด็น คงไม่สามารถเปิดเผยได้ตอนนี้ ยืนยันว่า ตำรวจจะติดตามคดีนี้จนถึงที่สุด

ทางด้านน.ส.ภัทรมน กรรมริน อายุ 33 ปี ภรรยาของนายพะเยาว์ กล่าวว่า ขณะนี้ครอบครัวตนที่มีลูกทั้งหมด 4 คนอาศัยในบ้านห่างจากที่เกิดเหตุเพียง 1 กิโลเมตรต่างพากันเสียขวัญหวาดกลัว รวม ถึงชาวบ้านที่ อยู่ในกลุ่มอนุรักษ์ป่าต้นน้ำผืนนี้ ก็เสียขวัญเนื่องจาก กลุ่มนายทุนที่บุกรุกป่าต่างพากันแสดงอาการลิงโลดใจที่นายพะเยาว์ถูกยิงถึงกับประกาศว่าใครขวางการบุกรุกป่าผืนนี้จะมีจุดจบเหมือนกับนายพะเยาว์เนื่องจากสามารถลงขันกันจ้างคนในเครื่องแบบลงมือยิงนายพะเยาว์

“มั่นใจว่าตำรวจจะไม่สามารถจับกุมตัวคนร้ายได้อย่างแน่นอน อีกทั้ง ตำรวจในพื้นที่ก็ ไม่ชอบหน้านายพะเยาว์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เนื่องจากนายพะเยาว์มักจะไปแจ้งความต่อตำรวจให้ดำเนินการในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปองร้ายเอาชีวิตนายพะเยาว์ และพฤติกรรม ของกลุ่มนายทุนผู้บงการลงขันจ้างคนในเครื่องแบบป่าไม้มายิงนายพะเยาว์อยู่เป็นประจำจนทำให้ ตำรวจออกอาการไม่ชอบหน้าพะเยาว์ด้วย ทำให้คนในครอบครัวเสียขวัญอย่างหนัก สงสัยพะเยาว์จะต้องตายเปล่าหรือไง” น.ส.ภัทรมน กล่าวทั้งน้ำตา

น.ส.ภัทรมน ยังกล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้นายพะเยาว์เคยนำสื่อมวลชน เข้าไปดูการบุกรุกผืนป่าต้นน้ำ เมื่อเดือนมีนาคม 2559 แต่ต่อมานายพะเยาว์กลับถูกดำเนินคดีข้อหาบุกรุกป่าในสวนทุเรียนของตัวเอง ทั้งที่ พื้นที่แปลงดังกล่าว จำนวน 34 ไร่ นายพะเยาว์ ได้รับมรดกมาจากรุ่นพ่อยาวนานมากว่า 30 ปีจากสวนยางพารามาเป็นสวนทุเรียน

“การแจ้งความจับกุมนายพะเยาว์ก็มาจากจนท.หน่วยป่าไม้หน่วยนี้ทั้งที่มีประกาศของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ห้ามไม่ให้จับกุมผู้ที่ทำกินในพื้นที่ป่าที่ทำมานานกว่าสิบปี และ ยังมีหนังสือรับรองทำกินจาก จนท.ป่าไม้ แต่ จนท.หน่วยนี้ยังพยายามยัดเยียดข้อหาให้กับนายพะเยาว์ อีก อีกทั้งที่กลุ่มนายทุนสามารถเข้าไปบุกรุกป่าต้นน้ำได้ก็เพราะจนท.กลุ่มนี้เหมือนกัน ดังนั้นจึงอยากขอความเป็นธรรมให้กับนายพะเยาว์รวมถึงให้หน่วยงานป่าไม้ดูแลป่าต้นน้ำผืนนี้อย่างจริงจังเพื่ออนุรักษ์ให้มีน้ำกินน้ำใช้ของชาวบ้านต่อไป”น.ส.ภัทรมน กล่าว

การชะล้างพังทลายของดินและการอนุรักษ์ดินและน้ำ (2) การชะล้างพังทลายของดินโดยมีตัวเร่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/215009

วันอังคาร ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

การชะล้างพังทลายของดินโดยมีตัวเร่ง คือการชะล้างพังทลายที่มีตัวเร่ง หมายถึง การชะล้างพังทลายที่มนุษย์หรือสัตว์เลี้ยงเข้ามาช่วยเร่งให้มีการกัดกร่อนเพิ่มขึ้นจากการชะล้างพังทลายโดยธรรมชาติ ซึ่งเกิดขึ้นเป็นประจำอยู่แล้ว เช่น การหักล้างถางป่าทำการเพาะปลุกอย่างขาดหลักวิชาการ ทำให้พื้นดินปราศจากสิ่งปกคลุม ทำให้การกัดกร่อนโดยลมและฝนเกิดขึ้นและพัดพาดินสูญเสียไปได้เพิ่มขึ้น การสูญเสียดินจะมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับวิธีการที่ใช้ทำการเกษตร

การชะล้างพังทลายโดยน้ำ คือ การแตกกระจายและพัดพาดินไปโดยน้ำ อาจจะพิจารณาจากอัตราการแตกกระจายของดิน และ
อัตราของการพัดพาตะกอนดิน ดินที่มีความยากง่ายในการที่เกิดการชะล้างพังทลายของดินแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับสมบัติของดินที่ได้รับมาจากวัตถุต้นกำเนิด จากระบบการใช้ที่ดิน และการจัดการดิน สำหรับสาเหตุของการแตกกระจายของดินโดยน้ำ มีดังนี้

1.แรงปะทะของเม็ดฝน แรงปะทะของเม็ดฝนนับว่าสำคัญที่สุด เพราะขณะที่เม็ดฝนตกลงมารนั้นมีพลังงานเกิดขึ้นเนื่องจากมีมวลและความเร็ว เมื่อตกลงมากระทบกับผิวดินที่จะถ่ายทอดพลังงานให้ผิวดิน จึงเป็นสาเหตุทำให้เกิดการแตกกระจายขึ้น

2.แรงที่จะทำให้เกิดการแตกกระจายโดยน้ำไหลบ่า ถ้าแผ่เป้นบริเวณกว้างบนผิวดินจะก่อให้เกิดการชะล้างพังทลายของดินแบบเป็นแผ่น โดยการกระทำของกระแสน้ำ ยิ่งถ้าเป็นน้ำไหลแบบเป็นร่องน้ำ ก็ยิ่งทำให้เกิดการแตกกระจายมากยิ่งขึ้นเนื่องจากความแรงในการไหลมากขึ้น และมีการไหลแบบวกวน

3.การขยายตัวและหดตัวของพวกอนุภาคดินเหนียว เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติของพวกอนุภาคดินเหนียว 2:1 เมื่อเปียกและแห้งสลับกัน จะขยายตัวและหดตัวมากกว่าดินเหนียวชนิด 1:1 ซึ่งดินชนิดที่ขยายตัวและหดตัวมากจะช่วยทำให้ดินแตกแยกได้ดีกว่า ทำให้เกิดการแตกกระจายของผิวหน้าดิน

4.การใช้เครื่องจักรกล การไถพรวน รวมถึงการเหยียบย่ำของสัตว์เลี้ยงมีผลทำให้ผิวหน้าดินแตกแยกได้มาก

เตือน22จว.รับมือฝนฟ้าคะนอง!! กทม.อุณหภูมิสูงสุด38-40องศา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/214919

วันจันทร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 08.07 น.
9 พ.ค.59 ลักษณะอากาศทั่วไป บริเวณประเทศไทยมีอากาศร้อนและมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนอง กับลมกระโชกแรง บริเวณจังหวัดแพร่ น่าน อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ เลย อุดรธานี หนองคาย สกลนคร ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี และสระแก้ว ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุลมแรงที่จะเกิดขึ้น รวมถึงอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา และสิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรงไว้ด้วย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน กับมีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง ในขณะที่มีลมพัดสอบของตะวันตกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคเหนือ

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีอากาศร้อนจัดหลายพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดแพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-30 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 40-44 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อนและมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 39-41 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศร้อนถึงร้อนจัดโดยทั่วไป และมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 27-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 39-43 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศร้อน และมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ และลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระแก้ว อุณหภูมิต่ำสุด 26-30 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-41 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีอากาศร้อนและมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน กับมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 28-30 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 38-40 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ไฟไหม้ป่าสุไหงปาดีขยายวงกว้าง เร่งสกัดต้นเพลิง-จัดชุดเฝ้าระวัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/214841

วันอาทิตย์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 10.56 น.
8 พ.ค.59 สำหรับความคืบหน้าเกี่ยวกับไฟไหม้ป่าใต้สายไฟแรงสูงในพื้นที่ ม.4 บ้านลูโบ๊ะบาตู ต.ปะลุรู อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส เวลานี้ได้ขยายวงกว้าง ไฟได้ลุกลามเข้าไปในพื้นที่ป่าข้างทาง สวนยางชาวบ้าน และสวนปาล์ม ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก

ล่าสุด นายไพโรจน์ จริตงาม นายอำเภอสุไหงปาดี ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน เจ้าหน้าที่ทหารจากกรมทหารพรานที่ 48 สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ อ.สุไหงปาดี จำนวนกว่า 20 คน นำรถดับเพลิงจำนวน 3 คัน ทยอยลำเลียงไปฉีดน้ำสกัดกั้นต้นเพลิงให้อยู่ในวงจำกัด แต่ก็ทำไปด้วยความยากลำบากเพราะไฟที่คุกรุ่นอยู่ชั้นใต้ดิน เวลามีลมแรงพัดมาก็จะเริ่มลุกไหม้ขึ้นมาได้ทุกเวลา

อย่างไรก็ตาม แม้ไฟไหม้ป่าและสวนชาวบ้านในครั้งนี้จะยังไม่มอดลงอีก เจ้าหน้าที่ก็ได้วางมาตรการจัดชุดเฝ้าระวัง เพื่อป้องกันไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่ชั้นใต้ดินที่คาดว่าอาจจะยังมีหลงเหลืออยู่จะลุกโชนอีก เพื่อง่ายต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการระดมฉีดน้ำได้ทันท่วงที ก่อนที่ไฟจะลุกลามขึ้นมาเผาผลาญใหม่อีกครั้ง

 

นราฯอ่วมควันพิษ ไฟป่า’ลามหนักดับไม่อยู่ ผู้ว่าฯร้องขอเพิ่มฝนหลวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/214821

วันอาทิตย์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

นราฯอ่วมควันพิษ

ไฟป่า’ลามหนักดับไม่อยู่

ผู้ว่าฯร้องขอเพิ่มฝนหลวง

พายุซัดอุดรฯหนักสุด40ปี

640ครัวกระอักเสียหายยับ

ความคืบหน้ากรณีการเกิดไฟป่าในพื้นที่หมู่ 7 ต.ปะลูรู อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ก่อนลุกลามเข้าพื้นที่ป่าลุ่มน้ำบางนราและหมู่บ้านอื่นๆ ใน อ.สุไหงโก-ลก ใกล้เขตป่าพรุสิรินธร หรือป่าพรุโต๊ะแดง ตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม ซึ่งรวมเวลาเกือบ 1 สัปดาห์ก็ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ไฟป่านราฯปะทุไม่หยุด โดยเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยังคงมีเปลวไฟลุกโชนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะที่ บ้านบาโงสรายอ บ้านลูโบ๊ะซามา อ.สุไหงโกลก และ บ้านละหาน อ.สุไหงปาดี ซึ่งถือเป็นจุดวิกฤติหนัก แม้ในช่วงเวลากลางวัน เจ้าหน้าที่จะสามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดได้ แต่พอถึงกลางคืน เปลวไฟความร้อนที่ครุกรุ่นอยู่ในชั้นใต้ดินของป่าพรุก็ได้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง ขณะที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าทำการดับไฟในช่วงกลางคืนได้ เนื่องจากภูมิประเทศไม่เอื้ออำนวยรวมทั้งมีหมอกควันปกคลุมหนาแน่นเกินไป

ผู้ว่าฯร้องฝนหลวง-ทบ.ช่วย

อย่างไรก็ตาม นายสิทธิชัย ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้ประสานไปยังกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เพื่อขอให้เพิ่มเที่ยวบินทำฝนหลวงในพื้นที่ หลังจากช่วงคืนที่ผ่านมาเกิดฝนตกลงมาตรงจุดเกิดไฟป่า แต่ปริมาณฝนไม่เพียงพอที่จะสร้างความชุ่มชื้นและสลายต้นเพลิงได้ นอกจากนี้ยังเตรียมขอสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์จากกองทัพบกอีก 1 ลำ เพื่อสนับสนุนในการตักน้ำดับไฟป่าร่วมกับเฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่แล้ว

ชาวบ้านเริ่มอ่วมพิษหมอกควัน

ส่วนบรรยากาศในเวลากลางคืนในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก อ.สุไหงปาดี อ.ตากใบ อ.แว้ง เต็มไปด้วยหมอกควันจากไฟป่าปกคลุมหนาแน่น โดยชาวบ้านที่ใช้รถใช้ถนนต้องเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่เป็นอย่างมาก ขณะที่ผู้ป่วยเกี่ยวกับทางเดินหายใจเริ่มได้รับผลกระทบแล้ว

ในหลวงทรงช่วยเหยื่อพายุ

ส่วนความคืบหน้ากรณีการเกิดพายุฤดูร้อน ซึ่งทำให้ชาวบ้านหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน พล.ต.ต.อรรถกฤษณ์ ธารีฉัตร รองเลขาธิการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้อัญเชิญถุงยังชีพพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ จำนวน 705 ถุง ไปมอบให้ราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนจากการถูกพายุฤดูร้อนพัดบ้านพังเสียหายใน อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย

อุดรฯเสียหายหนักสุดรอบ40ปี

ส่วนที่ จ.อุดรธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดพายุพัดถล่มหลายพื้นที่ในจังหวัดตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 6 พฤษภาคม ทำให้ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่หลายจุด เช่น หน้าสถานีรถไฟอุดรธานี ล้มลงมาทับอาคารพาณิชย์ รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ของประชาชนเสียหายจำนวนมาก ส่วนที่บริเวณรอบนอกตัวเมืองก็เกิดเหตุต้นไม้ใหญ่และเสาไฟฟ้าล้มอีกหลายแห่ง อาทิ ที่สนามบินนานาชาติอุดรธานี และบริเวณถนนรอบเมืองทางแยกไป จ.หนองคาย ซึ่งเกิดเสาไฟฟ้าแรงสูงล้มรวมประมาณ 10 ต้น ซึ่งจากการสำรวจเบื้องต้นพบว่ามีบ้านเรือนและทรัพย์สินของประชาชนได้รับความเสียหายจำนวนมาก และถือว่าหนักหน่วงสุดในรอบ 40 ปี

7อำเภอ640ครัวเรือนอ่วมหนัก

ทั้งนี้ นายชยาวุทธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้รับรายงานความเสียหาย 7 อำเภอ มีประชาชนได้รับผลกระทบ 640 ครัวเรือนดังนี้คือ ในเขตเทศบาลนคร 200 ครัวเรือน เขตอำเภอเมือง 219 ครัวเรือน อ.หนองหาน 90 ครัวเรือน อ.ทุ่งฝน 75 ครัวเรือน อ.น้ำโสม 25 ครัวเรือน อ.หนองวัวซอ 23 ครัวเรือน อ.ไชยวาน 5 ครัวเรือน อ.กู่แก้ว 3 ครัวเรือน แต่ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

“สตูล”กระอักภัยแล้งขาดน้ำใช้

ที่ จ.สตูล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการภัยแล้งที่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ได้ส่งผลให้หลายพื้นที่ขาดแคลนน้ำอุบโภคบริโภค โดยเฉพาะ ต.บ้านควน อ.เมือง ชาวบ้านกว่า 15,000 คน 2,600 ครัวเรือน ใน 7 หมู่บ้าน ต้องขาดแคลนน้ำอย่างหนัก หลังน้ำในลำคลองสายสำคัญและน้ำจากประปาหมู่บ้านไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยเบื้องต้น นายกูดานัน หลังจิ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) บ้านควน ได้นำน้ำไปใส่พาชนะขนาดใหญ่ไปตั้งในจุดต่างๆ 16 จุด เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านแล้ว

ชาวบ้านหวั่นวิกฤติภัยแล้งยาวนาน เกรงปลาที่อนุรักษ์ไว้จะไม่รอด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/214755

วันเสาร์ ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 13.54 น.
7 พ.ค. 59 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ ที่หมู่บ้านทุ่งนาค ต.เมืองลีง อ.จอมพระ จ.สุรินทร์ สำรวจพื้นที่พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ของตำบลเมืองลีง หรือเมืองลีงโมเดล ในส่วนของการท่องเที่ยวทางน้ำ ที่หนองน้ำละลม บ้านทุ่งนาค กลับได้รับรายงานจากชาวบ้านในพื้นที่ว่าแหล่งน้ำได้ลงลงจำนวนมาก ถึง 80 เปอร์เซนในรอบ 10 ปี ซึ่งไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้นานแล้ว ทำให้กังวลว่าถ้าปริมาณน้ำยังคงลดลงเรื่อยๆแบบนี้ สัตว์น้ำที่ชาวบ้านอนุรักษ์ไว้กว่า 5 ตัน จะไม่รอด

นายฮั๊วะ สิริสุข สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองลีง บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ต.เมืองลีง มีแผนจะพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทางน้ำ โดยทางหมู่บ้านทุ่งนาคซึ่งมีแหล่งทรัพยากรทางธรรมชาติที่สวยงาม มีหนองละลมที่เป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ติดกับลำชี กว่า 400 ไร่ และเป็นแหล่งอนุรักษ์ปลาพื้นเมืองจำนวนมาก ปัจจุบันเหลือพื้นที่ให้ปลาอาศัยอยู่เพียง 30 ไร่ทำให้ปลาแออัดอย่างมาก ถ้าไม่ขุดลอกขยายพื้นที่เกรงว่าปลาจะขาดแหล่งอาหารและตายในที่สุด

-นอกจากหนองละลมแล้ว บ้านทุ่งนาคยังมีแหล่งน้ำขนาดใหญ่อีกแห่งที่กำลังแห้งขอดเห็นเพียงดินดอนสีขาวโพลน และตอผุด โดยที่แห่งนี้เป็นแหล่งปศุสัตว์ของชาวบ้าน จากที่เคยมีน้ำและหญ้าที่เขียวขจี ปีนี้กลับแห้งลงมากในรอบ 10 ปี ทำให้วัวควายขาดแหล่งอาหารจำนวนมาก อย่างไรก็ตามทางองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองลีงได้เสนองบประมาณเพื่อขุดลอกหนองน้ำให้สามารถเก็บกักน้ำได้มากขึ้น เพื่อป้องกันการขาดแคลนแล่งน้ำเกิดแล้งหนักเหมือนปีนี้