พรุ่งนี้อีสานอุณหภูมิลด2-4องศา ส่วนภาคใต้จะมีคลื่นสูง2-3เมตร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/202219

วันอาทิตย์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 08.12 น.
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(14 ก.พ.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาในบางพื้นที่ ตอนบนของภาคอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 14-16 องศาเซลเซียส ตอนล่างของภาคอากาศเย็น อุณหภูมิต่ำสุด 17-18 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 4-10 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นถึงหนาว กับมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาในบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 13-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดภูอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 7-14 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศเย็น กับมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาในบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆบางส่วน กับมีหมอกบางในตอนเช้าและมีหมอกหนาในบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดสุราษฏร์ธานีขึ้นมา: ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป: ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆบางส่วน กับมีหมอกบางในตอนเช้าและมีหมอกหนาในบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ตอนบนอากาศหนาวเย็นช่วงเช้า ทะเลอ่าวไทยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/201958

วันศุกร์ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 08.03 น.
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(12 ก.พ.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า และมีหมอกหนาในบางพื้นที่ โดยอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 12-16 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด และมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 3-9 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า และมีหมอกหนาในบางพื้นที่ โดยอุณหภูมิจะสูงขึ้นอีก 2-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 12-17 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดภูอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 4-10 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า และมีหมอกหนาในบางพื้นที่ โดยอุณหภูมิจะสูงขึ้นอีก 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 16-18 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า และมีหมอกหนาในบางพื้นที่ โดยอุณหภูมิจะสูงขึ้นอีก 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 20-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 20-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดสุราษฏร์ธานีขึ้นมา: ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป: ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า และมีหมอกหนาในบางพื้นที่ โดยอุณหภูมิจะสูงขึ้นอีก 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

เจ้าท่าพังงาเข้มเรือนำเที่ยวทุกลำ ต้องมีเสื้อชูชีพเพียงพอกับนทท.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/201802

วันพฤหัสบดี ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 11.15 น.
11 ก.พ.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ท่าเรือทับละมุ อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา พบว่า มีนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาลงเรือทัวร์ของบริษัทต่างๆกันเป็นจำนวนมากขณะที่ทางนางวิมลมาน สุวรรณรัตน์ เจ้าท่าภูมิภาคสาขาจังหวัดพังงา ได้ให้เจ้าหน้าที่ลงอำนวยความสะดวกในการท่องเที่ยว การเดินทาง ความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน ซึ่งอาจจะเกิดอันตรายจากการท่องเที่ยวในกรณีเกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และภัยพิบัติตามธรรมชาติ กำชับมิให้เรือบริการนำนักท่องเที่ยวไปตามเกาะต่างๆ เรือทุกลำต้องมีเสื้อชูชีพประจำเรือ และต้องเพียงพอต่อจำนวนนักท่องเที่ยวด้วย พร้อมนายท้ายเรือต้องมีใบอนุญาตเดินเรือ ซึ่งนักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างชาติต่างนิยมท่องเที่ยวทางทะเลไปตามหมู่เกาะต่างๆจึงขอให้นักท่องเที่ยวมีความมั่นใจเรื่องความปลอดภัย ซึ่งทางจังหวัดพังงามีมาตรการคุมเข้ม มุ่งเน้นต่อความปลอดภัย และห่วงใยนักท่องเที่ยว

ทางนางวิมลมาน สุวรรณรัตน์ เจ้าท่าภูมิภาคสาขาจังหวัดพังงา กล่าวว่า เนื่องจากข้อมูลที่บริษัท รักษ์ทะเลให้กับเจ้าท่าพังงาไม่ตรงกับข้อมูลที่นายท้ายเรือที่ช่วยเหลือเมื่อวานนี้ ดังนั้นในวันนี้ เจ้าท่าพังงาได้เรียกตัวแทนบริษัทฯ มาสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมพร้อมกับให้นำเอกสารและหลักฐานมาแสดงด้วย ส่วนตัวเรือนั้น เมื่อบริษัทลากเข้ามาฝั่งแล้วเจ้าท่าจะส่งเจ้าพนักงานตรวจเรือลงไปตรวจสอบตัวเรือ

 

น้ำโขงมีระดับต่ำเพียง1.32เมตร เผยแนวโน้มลดลงจนน่าเป็นห่วง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/201796

วันพฤหัสบดี ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 09.59 น.
11 ก.พ. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระดับน้ำโขงที่จังหวัดหนองคายมีระดับลดลงอย่างต่อเนื่องอีกครั้งจนมีระดับต่ำที่สุดในรอบปี ล่าสุดวัดที่ส่วนอุทกวิทยาหนองคาย กรมทรัพยากรน้ำ มีระดับอยู่ที่ 1เมตร 32 เซนติเมตร ลดลงจากเมื่อวานนี้ถึง 32 ซม. เป็นระดับที่ต่ำที่สุดในปีนี้ และยังมีแนวโน้มลดลง เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมามีระดับต่ำกว่าถึง 38 เซนติเมตร และมีเทียบกับระดับน้ำโขงเฉลี่ยในรอบ 50 ปี ระดับน้ำโขงขณะนี้มีระดับต่ำกว่าถึง 31 เซนติเมตร

ระดับน้ำโขงในปีนี้ น่าเป็นห่วงเป็นอย่างมาก เนื่องจากยังมีแนวโน้มลดลง แม้ว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาจะมีระดับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ซึ่งเป็นผลจากการที่จีนปล่อยน้ำเขื่อน เพื่อให้เรือสินค้าสัญจรไป-มาได้ แต่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันถือว่าต่ำกว่ามาก อาจจะเกิดจากปริมาณในเขื่อนของจีนมีปริมาณน้ำในเขื่อนน้อยจึงไม่สามารถปล่อยมาในปริมาณมากได้

ในขณะที่ช่วงเช้าของวันนี้ได้มีหมอกบาง ๆ ปกคลุมแม่น้ำโขง โดยเฉพาะในเขตอำเภอเมืองหนองคาย แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบกับการสัญจรทางเรือในแม่น้ำโขงแต่อย่างใด ส่วนอุณหภูมิในช่วงเช้าอยู่ที่  16 – 18 องศา เรือต้องใช้ความระมัดระวังในการสัญจร.

ไทยตอนบนมีอุณหภูมิสูงเพิ่มขึ้น ส่วนทะเลอ่าวไทยคลื่นสูง2เมตร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/201787

วันพฤหัสบดี ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 08.06 น.
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(11 ก.พ.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า และมีหมอกหนาในบางพื้นที่ โดยอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 11-16 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด และมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 2-9 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า และมีหมอกหนาในบางพื้นที่ โดยอุณหภูมิจะสูงขึ้นอีก 2-4 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 12-17 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดภูอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 3-10 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า และมีหมอกหนาในบางพื้นที่ โดยอุณหภูมิจะสูงขึ้นอีก 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 15-18 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า และมีหมอกหนาในบางพื้นที่ โดยอุณหภูมิจะสูงขึ้นอีก 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 17-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 20-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดสุราษฏร์ธานีขึ้นมา: ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป: ลมตะวันออก ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า และมีหมอกหนาในบางพื้นที่ โดยอุณหภูมิจะสูงขึ้นอีก 2-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 20-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ปภ.ประกาศ13จว. ภัยแล้งลุกลามหนัก ราชบุรีเร่งดับไฟป่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/201769

วันพฤหัสบดี ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.
ปภ.ประกาศ13จว.

ภัยแล้งลุกลามหนัก

ราชบุรีเร่งดับไฟป่า

เหนืออีสานยังเย็น

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เผยว่าขณะนี้หลายพื้นที่ของประเทศได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้ง มีจังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง16จังหวัด 78อำเภอ 389 ตำบล3,462 หมู่บ้าน มีจังหวัดประกาศยุติการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทั้งจังหวัด 3 จังหวัด ได้แก่ พิจิตร สุรินทร์ และพิษณุโลกและมีจังหวัดประกาศยุติการให้ความช่วยเหลือบางพื้นที่แล้ว3จังหวัดได้แก่ร้อยเอ็ด กาญจนบุรีและขอนแก่น

“ปัจจุบันมีจังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง 13จังหวัด50 อำเภอ257 ตำบล 2,407 หมู่บ้าน คิดเป็นร้อยละ 3.21 ของจำนวนหมู่บ้านทั่วประเทศ แยกเป็นภาคเหนือ 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ อุตรดิตถ์ และพะเยา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ6 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา นครพนม มหาสารคาม ขอนแก่น ร้อยเอ็ด และบุรีรัมย์ ภาคกลาง 2จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี และเพชรบุรี ภาคตะวันออก 1จังหวัดได้แก่ สระแก้ว”

ทั้งนี้ ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งโดยสูบน้ำจากแหล่งน้ำดิบส่งเข้าพื้นที่การเกษตรรวม 1,602,572 ลูกบาศก์เมตร สูบน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติเพื่อส่งน้ำเข้าแหล่งน้ำดิบ สนับสนุนการผลิตน้ำประปา 4,920,365,000 ลิตร แจกจ่ายน้ำในการอุปโภคบริโภค 107,860,000 ลิตรและผลิตน้ำดื่มสะอาดแจกจ่ายแก่ประชาชน 1,104,000ลิตร

ในส่วนของ จ.นครราชสีมา ภัยแล้งยังทวีขยายวงกว้างโดยที่มีปัญหาภัยแล้งหนักสุดคือ อ.โนนไทย อ.พระทองคำ อ.ด่านขุนทด และ อ.คง มีชาวบ้านกว่า 270 หมู่บ้าน ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค ทางจังหวัดและหน่วยงานราชการ ต้องเร่งระดมนำรถบรรทุกน้ำกว่า 130 คันไปแจกจ่ายบรรเทาความเดือดร้อน ขณะที่ปริมาณน้ำ เขื่อนลำตะคอง เหลือน้ำใช้ได้เพียง 90 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ30 ของความจุ คาดว่าจะมีน้ำใช้ได้ถึงสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้เท่านั้น

จ.ชัยภูมิ ประสบปัญหาภัยแล้ง แหล่งน้ำตามชุมชนมีาสภาพแห้งขอด โค-กระบือ หลายพันตัวเริ่มขาดแคลนแหล่งน้ำกิน ชาวบ้านต้องพาฝูงโคกระบือ ออกหาแหล่งน้ำตามคูคลองในตำบลใกล้เคียงแต่บางรายทนแล้งไม่ไหวขนไปขายหารายได้

ส่วน จ.พิจิตร ภัยแล้ง ทวีความรุนแรง อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร ส้มโอ พันธุ์ท่าข่อย บนเนื้อที่กว่า 7,000 ไร่ พืชเศรษฐกิจสร้างรายได้ ต้องเหี่ยวเฉาแห้งตาย หลังขาดแคลนน้ำ ขณะที่ เกษตรกรบางราย ยังมีความหวังยื้อต้นพันธุ์ส้มโอไม่ให้ล้มตาย ไปหาซื้อฟางข้าวจากชาวนานำมาคลุมโคนของลำต้น ลดความร้อนและป้องกันไม่ให้ความชื้นระเหยออกไปอย่างรวดเร็ว

ที่ จ.ราชบุรี อ่างเก็บน้ำไทยประจัน ในพื้นที่ ต.ยากหัก อ.ปากท่อ และ อ.บ้านคา ประสบกับปัญหาภัยแล้งอย่างหนัก มีสภาพตื้นเขิน แห้งขอด ทำให้ชาวบ้านรวม 8 หมู่บ้าน ต้องขาดน้ำใช้อุปโภค บริโภค พืชผลทางการเกษตร เนื่องจากน้ำในเขื่อนลดน้อยลงแทบจะติดก้นอ่าง ไม่สามารถปล่อยสู่ลำห้วยให้ประชาชน และเกษตรกรในพื้นที่ ที่อยู่ใต้อ่างเก็บน้ำใช้ได้ จะต้องเก็บไว้เลี้ยงก้นอ่างเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอ่างร้าวหรืออ่างชำรุดได้

ในวันเดียวกัน ได้เกิดไฟป่าที่ลุกไหม้รอบ อ่างเก็บน้ำไทยประจันซึ่งเป็นพื้นที่ป่าร้อนชื้น ประกอบกับภายในอ่างเก็บน้ำมีปริมาณน้ำน้อยแทบจะติดก้นอ่าง ทางหน่วยปฏิบัติการพื้นที่อุทยานแห่งชาติไทยประจัน ต.ยางหัก อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ได้นำกำลังออกดับไฟป่า และมีรายงานเกิดไฟลุกไหม้ในหลายจุดในบริเวณป่าลึก และ เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า

นายประยงค์ จันทเต็ง นายอำเภอปากท่อ พร้อม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลยางหัก และหน่วยทหารจากกองพลพัฒนาที่ 1 ค่ายศรีสุริยวงศ์ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบในเขตพื้นที่ต่างๆในเขตต.ยางหัก อ.ปากท่อและแนวเทือกเขาตะนาวศรีเขต อ.บ้านคา จากปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นทำให้ทำให้เกิดไฟป่าได้ง่าย จากการเข้าไปสำรวจของชุดดับไฟป่า พบบางจุดเกิดจากการลักลอบเผาป่าเพื่อเป็นการล่าสัตว์ และยังพบการเกิดไฟลุกไหม้เอง บางส่วน เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อน เจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันออกทำแนวกันไฟ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาการลุกลามของไฟป่า

ดังนั้น จึงได้ให้ทุกหน่วยในพื้นที่ทั้งอำเภอ โดยการทำบูรณาการร่วมกันในการที่จะป้องกันปัญหาและเร่งดับไฟป่า โดยให้เจ้าหน้าที่ประเมินและติดตามสถานการณ์ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง หากไม่สามารถดำเนินการได้ ให้รีบแจ้งโดยทันที เพื่อขอสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร เพื่อนำเครื่องยุทโธปกรณ์ เข้าควบคุมสถานการณ์การดับไฟป่า อีกทั้งจะเร่งประสานไปยังหน่วยปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็วฝนหลวง เพื่อสมทบการนำน้ำเข้าดับทางอากาศ หากเกิดสถานการณ์ที่รุนแรง

จากสภาพอากาศบริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมบริเวณประเทศไทย มีกำลังอ่อนลงทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นอีก 2-4 องศาเซลเซียส ส่งผลตอนบนของภาคเหนือและอีสานยังมีอากาศหนาวเย็นโดยทั่วไป มีหมอกตอนเช้าและมีหมอกหนาในบางพื้นที่ โดยภาคเหนือที่ จ.พะเยา เช้าวัดได้อยู่ที่ 10 องศา ท้องฟ้าปิด มีหมอกบางปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า ผู้คนออกมานั่งตากแดดเพื่อให้ร่างกายอบอุ่น ภาคอีสาน ที่ จ.ขอนแก่น ช่วงเช้าวัดได้ 14องศาเซลเซียสและเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจกันมากขึ้น ทั้งมีหมอกในช่วงเช้า ทัศนวิสัยการมองเห็นเหลือเพียง 50 เมตร ผู้ที่ใช้ถนนเลี่ยงเมืองขอนแก่นต้องเพิ่มความระมัดระวัง

ภาคกลาง จ.ราชบุรี หมอกหนาในหลายพื้นที่ อากาศเย็น อุณหภูมิต่ำสุด15-18 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด30-31 องศาเซลเซียส สลับกับมีลมแรงและมีเมฆบางส่วน ส่วนยอดเขา และที่บริเวณแนวเทือกเขา ที่อุทยานหินเขางู ต.เกาะพลับพา อ.เมือง มีหมอกปกคลุมไปทั่วทำให้เทือกเขามีความสวยงามจนมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปบันทึกภาพจำนวนมาก

จ.กาญจนบุรี หลายพื้นที่อากาศหนาวเย็น อุณหภูมิลดลงเหลือ11องศาเซลเซียลโดยเฉพาะ 4 อำเภอ ที่อากาศเย็นจัดคือ อ.ศรีสวัสดิ์ อ.ไทรโยค อ.ทองผาภูมิ และ อ.สังขละบุรี อุณหภูมิลดลงเหลือ 4 องศา เซลเซียส ประชาชนต้องก่อกองไฟเพื่อเพิ่มความอบอุ่น

สถานการณ์ในภาคใต้ ฝั่งอ่าวไทย ยังคงมีคลื่นลมแรงต่อเนื่อง เป็นวันที่ 4 มีคลื่นสูงกว่า2เมตร เรือประมงขนาดกลาง และเล็ก งดออกทะเล หลายรายเก็บอวนทำความสะอาดและตรวจความพร้อมเรือเพื่อให้ออกทำประมงได้ทันทีเมื่อคลื่นลมสงบเพราะขาดรายได้มาหลายวัน เดือดร้อนหนักโดยชาวประมงยังไม่มั่นใจว่าจะออกเรือได้อีกครั้งเมื่อไร

ขณะที่ ชาวบ้าน ต.ตำมะลัง อ.เมือง จ.สตูล ยังให้บริการรับส่งผู้โดยสารนั่งเรือข้ามฟากจากบ้านตำมะลังเหนือ มายังพื้นที่ตำมะลังใต้ กันตามปกติด้วยความระมัดระวัง แม้จะมีลมแรงแต่คลื่นลมไม่เป็นอุปสรรค สภาพอากาศยังคงปกติ ขณะที่นอกฝั่งยังคงมีประกาศเตือนเรือเล็กให้เพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ ยังมีคลื่นสูง 2-3เมตร

ตชด.ลุยตัดต้นยางรุกป่าวังทอง หลังยึดดำเนินคดี114ไร่เมื่อปี57

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/201691

วันพุธ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 16.12 น.
10 ก.พ. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายมานพ สายอุ่นใจ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 สาขาพิษณุโลก เป็นประธานปล่อยแถวกำลังพล ยุทธการทวงคืนผืนป่า(ตัดยางพาราและต้นปาล์ม)แทน จำนวน 12 แปลงรวมเนื้อที่ 306 ไร่ โดยมีนายวิชาญ ขันแก้ว หน.หน่วยฯ พล.8 น้ำยาง ร.ต.ท.ธนัยนันท์ เกตุแก้ว ผบ.มว.(สบ.1) กก.ตชด.31 เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าในพื้นที่ จำนวน 12 หน่วย  , อุทยานฯแก่งเจ็ดแคว , ทสจ.พล. , ตำรวจ ตชด.31,ตำรวจ สภ.วังทอง , บก.ปทส., ฝ่ายปกครองอำเภอวังทอง ตลอดจนผู้ใหญ่บ้านบ้านใหม่ชัยเจริญ และ ประชาชนในพื้นที่ จำนวนกว่า 200 นาย ร่วมกันตัดโค่นต้นยางพาราอายุประมาณ 4-5 ปี  บริเวณท้ายหมู่ 6 บ้านใหม่ชัยเจริญ ต.บ้านกลาง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ที่ตรวจยึดดำเนินคดีเมื่อ 27 ม.ค.57 จำนวน 114 ไร่เศษ (เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าลุ่มน้ำวังทองฝั่งขวาและในเขตอุทยานเตรียมการแก่งเจ็ดแคว) ซึ่งสวนยางพาราแปลงนี้ อยู่ติดกับสวนยางพาราของเอกชนรายหนึ่ง ที่อยู่ในเขตปฎิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม มีหลักเขต ส.ป.ก.4-01 ปรากฏอยู่ โดยเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ต้องคอยเช็คพิกัดแนวเขต ระวังไม่ให้ตัดต้นยางผิดแปลง

จากนั้นคณะเจ้าหน้าที่ชุดปฎิบัติการได้เดินทางเข้าตัดโค่นต้นยางพาราเขตป่าสงวนแห่งชาติลุ่มน้ำวังทองฝั่งขวา และ ต.หนองกะท้าว อ.นครไทย ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขากระยาง และพื้นที่เตรียมการอุทยานแห่งชาติแก่งเจ็ดแคว รวม 12 แปลง โดยจะทำการตัดโค่นต้นยางพาราที่รุกพื้นที่ป่า ทั้งหมดภายใน 10-13 ก.พ.59 ลักษณะตัด 3 แถว เว้น 1 แถว ก่อนจะดำเนินการปลูกป่าทดแทน

ด้านนายมานพ สายอุ่นใจ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 สาขาพิษณุโลก กล่าวว่า  ยุทธการทวงคืนผืนป่า (ตัดยางพาราและต้นปาล์ม) ครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ในปีงบประมาณ 2559  พร้อมทำการสำรวจพื้นที่ลำห้วยที่อยู่ติดกับพื้นที่ทวงคืนผืนป่า เพื่อจะทำการสร้างฝายชะลอน้ำ จำนวน 20 ฝาย โดยจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องฯ และ ธนาคาร ธกส. วังทอง ดำเนินการต่อไป

 

ตอนบนอุณหภูมิสูงขึ้น2-4องศา คลื่นลมอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/201628

วันพุธ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 08.00 น.
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(10 ก.พ.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศหนาว กับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 8-13 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 26-30 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด และมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 1-7 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิจะสูงขึ้นอีก 2-4 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 10-14 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดภูอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 1-8 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิจะสูงขึ้นอีก 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 14-18 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิจะสูงขึ้นอีก 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 15-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 20-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ตั้งแต่ชุมพรขึ้นมา: ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ตั้งแต่สุราษฏร์ธานีลงไป: ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิจะสูงขึ้นอีก 2-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 20-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

เหนือ-อีสานยะเยือก เกิดแม่คะนิ้งหลายที่ แล้งซ้ำวัวควายอดโซ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/201622

วันพุธ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.
สถานการณ์ในภาคเหนือและภาคอีสานยังมีอากาศหนาวจัดอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อุณหภูมิที่ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ บริเวณจุดชมวิวกิ่วแม่ปาน วัดอุณหภูมิได้ 0 องศา และบนยอดดอยจุดสูงสุดวัด 4 องศา ยอดหญ้าวัดได้ 3 องศา มีเหมยขาบ เกิดขึ้นบางๆบริเวณหน้าหน่วยที่ทำการอุทยาน และกิโลเมตรที่ 43

ที่จ.เพชรบูรณ์จากสภาพอากาศหนาวจัดอีกรอบ ทำให้หลายพื้นที่โดยเฉพาะในพื้นที่สูงที่บ้านนายาว,บ้านใหม่พัฒนา ต.ทุ่งสมอ อ.เขาค้อ รวมทั้งต.น้ำหนาว และอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว อ.น้ำหนาวและภูทับเบิก อ.หล่มเก่า อุณหภูมิลดดิ่งลงต่ำสุดแตะ 0 องศา เกิดปรากฏการณ์น้ำค้างแข็งบนยอดหญ้าเกาะขาวโพลนไปทั่วบริเวณ และที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า อ.นครไทย อุณหภูมิ 4 องศาฯ ยอดหญ้าติดลบ 2 องศา เกิดน้ำค้างแข็งเกาะเต็มไปหมด

เช่นเดียวกับที่จ.เลย อุณภูมิลดลงต่ำสุด บนบนยอดภู เฉลี่ย 0-5 องศา ส่วนอุณหภูมิ ยอดหญ้า -2 องศา ส่วนพื้นราบเฉลี่ย 3-5 องศา ที่บ้านหินสอ อ.ภูเรือยังเกิดน้ำค้างแข็งขาวโพลนไปทั่วบริเวณเป็นวันที่ 2 ส่วนที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง อุณหภูมิอยู่ที่2องศา

ที่ จ.นครพนม อากาศหนาวสุดในรอบ10ปี เช้าวัดอุณหภูมิต่ำสุด 7 องศาชาวบ้านที่ขาดแคลนเครื่องกันหนาว ต้องยผิงไฟสร้างความอบอุ่นให้ร่างกาย จ.หนองคาย อากาศยังหนาวเย็นต่อเนื่อง โรงเรียนอนุญาต ให้นักเรียนใส่กางเกงขายาวไปเรียนได้ ส่วนเด็กเล็ก ครูต้องพามาออกกำลังกายกลางแดดสร้างความอบอุ่นก่อนเข้าชั้นเรียน

ด้านนายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศ เตือนภัยลักษณะอากาศ”อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบนและคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย” ฉบับที่19

ความกดอากาศสูงกำลังแรงที่ปกคลุมบริเวณประเทศไทยมีกำลังอ่อนลงจะส่งให้อุณหภูมิสูงขึ้น2-4 องศาเซลเซียส ยกเว้นภาคเหนือ ขณะที่ภาคใต้มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือเริ่มมีกำลังอ่อนลงแล้วแต่ยังเตือนให้อ่าวไทยตอนล่างจากสุราษฎร์ธานีลงไปควรงดออกจากฝั่งต่อไปอีก 1วัน

ขณะเดียวกันภาคอีสานยังเผชิญกับภัยแล้งด้วย โดยเฉพาะที่ จ.บุรีรัมย์ ภัยแล้วขยายวงกว้างส่งผลกระทบต่อสัตว์เลี้ยง โค กระบือของเกษตรกรในหมู่บ้านหนองข่า ม.8 ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ที่เลี้ยงควายเป็นอาชีพเสริม หลังทำนากว่า 20 ครัวเรือน มีจำนวนโค กระบือ กว่า 200ตัวเริ่มประสบปัญหาขาดแคลนแหล่งอาหาร หญ้าสดแทบไม่มีหลงเหลือให้วัวควายกินเป็นอาหาร ทำให้โค กระบือ ซูบผอมถูกพ่อค้ากดราคาจากตัวละ 35,000 บาท เหลือตัวละ 27,000-28,000บาท

นายภูวนัย ไชยศรีรัมย์ อายุ 41 ปี เกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือบ้านหนองข่า กล่าวว่า อยากเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐได้นำหญ้าสดหรือฟางฟ่อนมาแจกจ่ายช่วยเหลือ เพราะหากเกษตรกรซื้อเองคงไม่ไหว เนื่องจากมีราคาฟ่อนละกว่า 30 บาท

ส่วนที่จ.นครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าฯ เรียกประชุมผู้บริหารการจัดการน้ำประปาเทศบาลนครนครราชสีมาและผู้บริหารการประปาส่วนภูมิภาคทั้ง 10 สาขา เพื่อมาประชุมวางแผนบริหารจัดการน้ำให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤตภัยแล้งไปได้เนื่องจากปัจจุบันสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ และขนาดกลางทั้ง 6 แห่ง เหลือเพียง 42% จึงต้องอนุมัติงบประมาณขุดเจาะน้ำบาดาลแทน ส่วนสถานการณ์น้ำประปาของเทศบาลนครนครราชสีมา ยังไม่มีปัญหา

สำหรับสถานการณ์คลื่นลมแรงในจังหวัดภาคใต้ ที่จ.สงขลา มี 2 อำเภอ ได้รับผลกระทบหนัก คือ อ.ระโนด และอ.สิงหนคร มีบ้านเรือนประชาชนเสียหายหลายหลัง โดยเฉพาะ ต.คลองแดน อ.ระโนด บ้านพังเสียหาย จนอยู่ไม่ได้ 3 หลัง ชาวบ้านบอกว่าคลื่นรุนแรงที่สุดในรอบ 40 ปี

ส่วนที่จ.พังงา เกิดลมพัดแรง และน้ำทะเลไหลเชี่ยวจากสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวน ส่งผลกระทบผู้ประกอบการเรือประมงขนาดเล็ก กว่า 100 ลำและเรือข้ามฟากในพื้นที่ บ้านน้ำเค็ม อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ต้องหยุดออกจับปลามาเป็นเวลา 3 วัน ขณะที่เรือเฟอร์รี่ข้าม เกาะสมุย และเกาะพะงัน จ.สุราษฏร์ธานี กลับมาเปิดให้บริการตามปกติแล้วหลังคลื่นลมเบาลง

ดึงเอกชนจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว คพ.เปิดเวทีสัมมนาปลุกกระแสเป็นมิตรสิ่งแวดล้อม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/201544

news_default

วันพุธ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.

นายวิจารย์ สิมาฉายา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า คพ. ได้จัดสัมมนาการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมดึงหน่วยงานภาคเอกชน เพื่อเสริมสร้างให้หน่วยงานภาคเอกชนเข้าร่วม ภายใต้ร่างแผนส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ระยะที่ 3 พ.ศ. 2560-2564 ให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมขยายผลต่อให้ครอบคลุมองค์กรภาคเอกชน และประชาชนต่อไป

ทั้งนี้ที่ผ่านมา คพ. ได้จัดทำแผนส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของภาครัฐระยะ 1 ปี พ.ศ. 2551-2554 และระยะที่ 2 ปี พ.ศ. 2556-2559 เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐเป็นผู้นำในการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและขยายผลไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ มหาวิทยาลัย หน่วยงานในกำกับของรัฐ และองค์การมหาชน และในขณะนี้ คพ. อยู่ระหว่างจัดทำแผนส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ระยะที่ 3 พ.ศ. 2560-2564 โดยจะขยายผลต่อไปให้ครอบคลุมองค์กรภาคเอกชน และประชาชนต่อไป

การจัดสัมมนาการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สำหรับหน่วยงานภาคเอกชนครั้งนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างให้หน่วยงานภาคเอกชน ภายใต้ร่างแผนส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ระยะที่ 3 พ.ศ. 2560-2564 เกิดความรู้ความเข้าใจ และความตระหนักเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเกิดการขยายผลสู่การปฏิบัติในการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ การสัมมนาดังกล่าว โดยมีผู้เข้าร่วมเป็นผู้แทนจากหน่วยงานภาคเอกชน ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในส่วนของสาขาธุรกิจการเงิน เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สินค้าอุปโภคบริโภค การแพทย์ การท่องเที่ยวและบริการต่างๆ