ดิจิทัลคอนเทนต์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

14 เมษายน 2560 เวลา 07:37 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/489996

ดิจิทัลคอนเทนต์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

 โดย…ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

จากผลการสำรวจเกี่ยวกับดิจิทัลคอนเทนต์ในปี 2558 พบว่า มูลค่าตลาดรวมสูงกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท ถือว่าเติบโตขึ้นมาก ทำให้หน่วยงานภาครัฐต้องเร่งผลักดันเรื่องสินค้าลิขสิทธิ์ของไทยเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในปีนี้

มนต์ชัย ศรีเจริญศักดิ์ ผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมการตลาด 2 สำนักงาน ส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือดีป้า เผยว่า ดิจิทัลคอนเทนต์เป็น 1 ใน 5 ของ New S Curve ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ถือเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ด้านองค์กรอุตสาหกรรมการใช้ลิขสิทธิ์ระดับโลก หรือ LIMA ระบุว่า ตลาดภูมิภาคเอเชียโตสวนกระแสและไทยมีอัตราขยายตัวสูงถึง 1.8 หมื่นล้านบาท เป็นอันดับที่ 37 ของโลก

ทั้งนี้ ดิจิทัลคอนเทนต์ถือว่าเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ของ 5 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ซึ่งประกอบไปด้วย รถยนต์ ที่มีการพัฒนาระบบการขับเคลื่อนแบบไร้คนขับ กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวที่มีการเชื่อมโยงกลุ่มธุรกิจอื่นๆ รวมทั้งระบบจองตั๋วและที่พักออนไลน์ บริการสาธารณสุข เช่น โครงการอี-เฮลท์ที่ร่วมมือกับทางกระทรวงสาธารณสุข ขยายโอกาสเข้าถึงแพทย์ไปยังพื้นที่ชนบทโดยไม่ต้องเดินทางมายังโรงพยาบาล ผ่านเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องประสานงานกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. เพื่อช่วยเหลือคนในชุมชน และมีการนำเครื่องมือดิจิทัลไปสร้างระบบการจำลองการผ่าตัด เพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วย

กลุ่มเกษตรกรรมที่นำนวัตกรรมมาพัฒนาผลผลิตและส่งขายออนไลน์ หรืออี-คอมเมิร์ซ ช่วยให้ชุมชนรู้จักใช้ไอทีในการทำตลาดและขยายสินค้า สร้างอี-มาร์เก็ตเพลสให้ชุมชน และสุดท้ายคือ ดิจิทัลคอนเทนต์ ที่นักสร้างสรรค์ของไทยมีฝีมือในการส่งออกและเติบโตจนสร้างรายได้เข้าประเทศได้อย่างมหาศาล

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการไทยยังมีศักยภาพ ทำให้ได้รับการยอมรับระดับสากลในการผลิตดิจิทัลคอนเทนต์ ที่มีมูลค่าการส่งออกรวมกว่า 1,500 ล้านบาท ทำให้ผู้ประกอบการดิจิทัลคอนเทนต์ของไทยถือว่าเป็นจิ๊กซอว์สำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ของไทยไปสู่ระดับโลกได้เพิ่มขึ้น

ยกตัวอย่างการดึงอุตสาหกรรมอย่างดิจิทัลคอนเทนต์มาเสริมธุรกิจอี-คอมเมิร์ซนั้น เช่น การให้ผู้ใช้บริการรับชมภาพยนตร์แบบออนไลน์หรือซื้อบริการชมภาพยนตร์แบบออนดีมานด์ ทำให้เกิดการกระจายคอนเทนต์ไปยังแพลตฟอร์มใหม่ๆ ตามพฤติกรรมการใช้งานของลูกค้าที่มีความต้องการแตกต่างกัน คือระหว่างมือถือกับพีซี มือถือกับแท็บเล็ตหรือสมาร์ททีวีก็เป็นได้

ดังนั้น ผู้ผลิตดิจิทัลคอนเทนต์ไทยที่มีหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น เกม แอนิเมชั่น ยังช่วยเสริมเจ้าของดิจิทัลทีวีช่องต่างๆ ที่มีความต้องการคอนเทนต์เพื่อให้บริการแก่ผู้ชมอีกมาก เพราะที่ผ่านมาคอนเทนต์ของไทยยังไม่มีการข้ามแพลตฟอร์มของคอนเทนต์ (Cross-platform) จากการออกอากาศแบบดั้งเดิม (Traditional broadcast) ไปสู่ออนไลน์ ทั้งที่ตลาดยังมีความต้องการดิจิทัลคอนเทนต์ทั้งในและต่างประเทศจำนวนมหาศาล ซึ่งจะมีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นตามความต้องการ และไลฟ์สไตล์ของกลุ่มผู้บริโภค

ทั้งนี้ จากการสำรวจภาพรวมตลาดการซื้อขายสินค้าลิขสิทธิ์ปี 2558 พบว่า มีมูลค่าสูงถึง 2.517 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือมากกว่า 8 ล้านล้านบาท หากผู้ประกอบการสามารถเข้าได้จะช่วยเสริมช่องทางการเพิ่มรายได้จากธุรกิจไลเซนซิ่งได้ ขณะที่เจ้าของลิขสิทธิ์มีรายได้จากค่าธรรมเนียม/ค่าเช่าใช้ลิขสิทธิ์ทั่วโลก ในปีดังกล่าวสูงถึง 1.39 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 4.88 แสนล้านบาท ในไทยมีการซื้อขายสินค้าลิขสิทธิ์ 520 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.8 หมื่นล้านบาท ติดอันดับ 37 ของโลก อีกทั้งมีการขยายตัวเป็นอันดับ 1 ในอัตราถึง 25.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ปัจจุบันกลุ่มสินค้าไลเซนซิ่งมีกว่า 20 ประเภท แต่กลุ่มสินค้าที่ใหญ่สุด คือ ด้านบันเทิง คิดเป็นสัดส่วน 29% โดยมีค่ายดิสนีย์เป็นผู้เล่นรายใหญ่สุดในอุตสาหกรรมให้เช่าใช้ลิขสิทธิ์ มีส่วนแบ่ง 17% ของตลาดสินค้าลิขสิทธิ์ทั่วโลกที่มีกว่า 8 ล้านล้านบาท ตามด้วยลิขสิทธิ์ที่เป็นแบรนด์บริษัทกลุ่มแฟชั่นและกีฬา

อย่างไรก็ตาม หากผู้ประกอบการดิจิทัลคอนเทนต์ไทย สามารถต่อยอดคาแรกเตอร์หรือตัวการ์ตูนเพื่อพัฒนาสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ และขายลิขสิทธิ์สู่ตลาดต่างประเทศ ถือว่าเป็นการช่วยขยายโอกาสสร้างสินค้าและบริการใหม่ๆ สู่ตลาดโลก

 

3ค่ายรับมือสงกรานต์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 เมษายน 2560 เวลา 07:55 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/489841

3ค่ายรับมือสงกรานต์

ผู้ให้บริการเครือข่าย 3 ราย พร้อมรับมือการใช้งานโทรศัพท์มือถือในช่วงเทศกาลสงกรานต์

นายประเทศ ตันกุรานันท์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มเทคโนโลยี บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค เปิดเผยว่า ดีแทคได้จัดทีมดูแลเครือข่ายสำหรับให้บริการตลอด ช่วงเทศกาลสงกรานต์พร้อมจัดรถ โมบายเสริมสัญญาณในพื้นที่ตามจุด ท่องเที่ยวและพื้นที่ที่มีการใช้งาน โทรศัพท์มือถือหนาแน่นทั่วประเทศ รวมทั้งรองรับการติดต่อบนเส้นทางสายหลักที่เดินทางโดยรถยนต์และรถโดยสารสู่ภาคต่างๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ด้าน เอไอเอส ได้เตรียมทีมงานทั้งส่วนกลางและภูมิภาคดูแลเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมไว-ไฟ สำหรับให้บริการในร้านอาหารแบรนด์ชั้นนำ ทั้งที่ตั้งในจุดพักรถ สถานี น้ำมันขนส่งและจุดท่องเที่ยวเพื่อให้ เชื่อมต่อได้ไม่สะดุด รวมทั้งเพิ่มรถโมบายและติดตั้งอุปกรณ์ขยายสัญญาณโทรศัพท์มือถือในจุดที่มีการใช้งานหนาแน่น เช่นเดียวกับ ทรูมูฟ ที่เตรียมพร้อมให้บริการเครือข่ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์และจัดแพ็กเกจสำหรับ ลูกค้ารวมทั้งกิจกรรมพิเศษในช่วงเทศกาลหยุดยาวนี้

 

ก.ดิจิทัลฯขอให้งดติดตาม3บุคคลบนเครือข่ายสังคมออนไลน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 เมษายน 2560 เวลา 20:12 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/489829

ก.ดิจิทัลฯขอให้งดติดตาม3บุคคลบนเครือข่ายสังคมออนไลน์

ก.ดิจิทัลฯขอให้ประชาชนงดติดตาม สมศักดิ์-ปวิน-MR.Andrewบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ ตามคำสั่งศาลอาญาฐานแพร่หลายข้อความไม่เหมาะสม

เมื่อวันที่12เม.ย.60 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ออกประกาศเรื่อง การงดเว้นการติดต่อกับบุคคลบนสื่ออินเทอร์เน็ต ลงนามโดยนาวาอากาศเอกสมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รักษาราชการปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ความว่า

ด้วยศาลอาญาได้มีคำสั่งให้ระงับการแพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันไม่เหมาะสม ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 จึงขอให้ประชาชนโดยทั่วไปงดการติดตาม ติดต่อ เผยแพร่ หรือการกระทำอื่นใดที่มีลักษณะเป็นการเผยแพร่ เนื้อหา ข้อมูล ของบุคคลตามประกาศนี้บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต สื่อสังคมออนไลน์ ทั้งทางตรง และทางอ้อม เพื่อมิให้เป็นการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ทั้งเจตนา และไม่เจตนา ดังนี้

1.นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล
2.นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์
3.MR.Andrew MacGregor Marshall

 

ทีวีดิจิทัลยังแข่งดุ แห่ปรับผัง ชูออนไลน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 เมษายน 2560 เวลา 05:50 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/489750

ทีวีดิจิทัลยังแข่งดุ แห่ปรับผัง ชูออนไลน์

โดย….จะเรียม สำรวจ ยังคงแข่งขันกันดุเดือดสำหรับธุรกิจทีวีดิจิทัล เนื่องจากเม็ดเงินโฆษณายังมีอยู่จำกัด ทำให้ต้องออกมาปรับผังรายการเพื่อเรียกผู้ชมให้ได้มากที่สุด โดยแนวโน้มไตรมาส 2 นี้จะเห็นได้ว่าหลายช่องเริ่มออกมาเขย่าผังรายการใหม่กันอย่างคึกคัก เพื่อเรียกเรตติ้งและเม็ดเงินโฆษณา

เริ่มกันที่ช่องเวิร์คพอยท์ หลังจากประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีกับรายการเดอะ แมส ซิงเกอร์ ซีซั่น 1 ก็ลุยซีซั่นที่ 2 ทันที เพื่อให้มีความต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็เพิ่มรายการใหม่เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งอีก 3 รายการ คือ ละครนางแค้น และสมอลล์ ทอล์ค เป็นต้น

ชลากรณ์ ปัญญาโฉม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานดิจิทัลทีวี บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ กล่าวว่า บริษัทมีแผนปรับผังรายการทุกเดือน ด้วยการนำรายการใหม่ๆ มาออกอากาศ เพื่อสร้างความสดใหม่ให้กับช่องเวิร์คพอยท์ และปรับปรุงรายการเก่าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้รักษาเรตติ้งซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 1.5

นอกจากนี้ จะให้ความสำคัญกับช่องทางออนไลน์ เนื่องจากปัจจุบันผู้ชมหันมาให้ความสำคัญกับสื่อออนไลน์มากขึ้น ซึ่งช่องเวิร์คพอยท์ได้พัฒนาสื่อออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการทำเฟซบุ๊กไลฟ์ ยูทูบ หรือเว็บไซต์ และในเดือน มิ.ย.นี้ จะร่วมกับพันธมิตรแพลตฟอร์มออนไลน์ให้ผู้ชมสามารถดูรายการผ่านทางออนไลน์ได้ก่อนดูผ่านหน้าจอทีวี และกลับมาดูที่ออนไลน์ได้อีกครั้ง

สุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการและผู้ปฏิบัติการแทนรักษาการกรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ ผู้บริหารสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง 3 กล่าวว่า การแข่งขันของธุรกิจทีวีในปัจจุบันนอกจากจะแข่งกับผู้ประกอบการทีวีด้วยกันแล้ว ยังต้องแข่งขันกับพฤติกรรมของผู้ชมที่เปลี่ยนแปลงไปรับสื่อผ่านช่องทางมัลติสกรีนมากขึ้นอีกด้วย

ดังนั้น บริษัทจึงนำคอนเทนต์ที่มีอยู่มาสร้างมูลค่าเพิ่มในด้านของรายได้ โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์ ด้วยการเตรียมเปิดตัวธุรกิจนิวมีเดียและคอนเทนต์ใหม่ๆ เพิ่ม เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการส่งเสริมและสื่อสารโดยตรงกับผู้ชมสื่อมัลติสกรีนให้กลับมาชมโทรทัศน์เพิ่มขึ้น

“คาดว่าตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไปตลาดจะแข่งขันอย่างชัดเจน ซึ่งช่อง 3 ก็จะมีรายการใหม่ๆ มาออกอากาศต่อเนื่อง” สุรินทร์ กล่าว

ด้าน พรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท อาร์เอส กล่าวว่า แนวโน้มเรตติ้งไตรมาส 2 ของช่อง 8 ยังคงเติบโตดี เนื่องจากวางกลยุทธ์รักษาการเติบโตของเรตติ้งในช่วงไพรม์ไทม์ ด้วยการปรับผังใหม่ให้เข้มข้นยิ่งขึ้น ทั้งกลุ่มละคร รายการวาไรตี้ และข่าวให้สอดคล้องพฤติกรรมผู้ชมที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วและตลอดเวลา

พร้อมกันนี้ยังให้ความสำคัญกับช่องทางออนไลน์มากขึ้น ซึ่งในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ช่อง 8 ได้ปรับกลยุทธ์คอนเทนต์ออนไลน์เชิงรุกมากขึ้น และได้ผลตอบรับจากผู้ชมบนโลกออนไลน์เติบโตมากกว่า 300%

ภาพรวมธุรกิจทีวีดิจิทัลยังเติบโตสอดคล้องกับเม็ดเงินโฆษณาของธุรกิจทีวีดิจิทัลที่เติบโตต่อเนื่อง ศึกครั้งนี้จึงยังรุนแรงอีกนาน

 

ก.ดิจิทัลฯมอบรางวัลหนังสั้นผลิตสื่อรับผิดชอบสังคม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

11 เมษายน 2560 เวลา 12:01 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/489608

ก.ดิจิทัลฯมอบรางวัลหนังสั้นผลิตสื่อรับผิดชอบสังคม

กระทรวงดิจิทัลฯมอบรางวัลหนังสั้นสนับสนุนการผลิตสื่อดิจิทัลอย่างสร้างสรรค์และรับผิดชอบต่อสังคม

นางสาววิไลลักษณ์  ชุลีวัฒนกุล  ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  เปิดเผยว่าสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  กระทรวงดิจิทัลฯได้จัดกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการผลิตสื่อดิจิทัลอย่างสร้างสรรค์ในกลุ่มเยาวชนระดับอุดมศึกษา  ภายใต้โครงการส่งเสริมการใช้ดิจิทัลอย่างสร้างสรรค์และรับผิดชอบต่อสังคม

ทั้งนี้ ได้มีการจัดแข่งขันผลิตสื่อดิจิทัลอย่างมีคุณธรรม จริยธรรม  และความรับผิดชอบต่อสังคม  ในรูปแบบหนังสั้นที่มีเนื้อหาทางด้านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ  ในการสร้างเสริมเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิต  (Digital Economy)    และ  ทักษะความรู้ความเข้าใจในการใช้ดิจิทัลในชีวิตประจำวัน รวมไปถึงผลกระทบทั้งต่อตนเอง ผู้อื่นและสังคม  (Digital Literacy)

นอกจากนี้ ยังถือเป็นครั้งแรกที่เปิดโอกาสให้กลุ่มนักศึกษาได้ผลิตสื่อ  ซึ่งมีเนื้อหาส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีที่ถูกต้อง  เพื่อเผยแพร่ออกไปสู่สังคมวงกว้างเพื่อสร้างความตระหนักและความเข้าใจที่ถูกต้องในการใช้งานเทคโนโลยีพร้อมกับการสร้างสรรค์สื่อให้มีคุณค่า  รับผิดชอบต่อสังคม  มีจริยธรรมและจรรยาบรรณต่อวิชาชีพสื่อที่ดีด้วย

สำหรับ ผู้ได้รับรางวัลทั้งสิ้นมี 12 ทีม  จาก  104  ทีม ภาพยนตร์สั้น ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ เรื่อง จิตแพทย์ จากม.รังสิต รองชนะเลิศอันดับ  1 คือ เรื่อง My  daughter จากม.ธรรมศาสตร์ รองชนะเลิศอันดับ  2  เรื่อง ต้น จากม.กรุงเทพ   นอกจากนี้ยังมีรางวัลชมเชยอีก 9 รางวัล ล้วนเป็นผลงานของนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ

นางสาววิไลลักษณ์ กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  ขอเชิญชวนคนไทยสนับสนุนผลงานสร้างสรรค์ของเยาวชนไทย ติดตามชม  กดไลท์  กดแชร์  ให้กับภาพยนตร์สั้นที่ท่านชื่นชอบที่ www.ondefilm.com นอกจากนี้ยังสามารถให้ความเห็นต่อภาพยนตร์สั้นเรื่องต่าง ๆ  เพื่อให้กำลังใจกับผลงานที่ท่านชื่นชอบตามลิ้งค์ http://www.ondefilm.com/survey/playvdo.php

 

 

จับตาความหวังสร้าง “สมองจักรกล” สู่การยกระดับมนุษย์ทัดเทียมเอไอ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

09 เมษายน 2560 เวลา 16:06 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/489320

จับตาความหวังสร้าง "สมองจักรกล" สู่การยกระดับมนุษย์ทัดเทียมเอไอ

โดย…นรินรัตน์ พรหมพิทักษ์

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ข่าวที่สร้างความฮือฮาให้กับแวดวงไอทีและวิทยาศาสตร์คงหนีไม่พ้นการประกาศตั้งบริษัท Neuralink ของอีลอน มัสก์ ซีอีโอบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอย่าง เทสลา ที่พัฒนานวัตกรรมรถยนต์ไร้คนขับ และสเปซเอ็กซ์ บริษัทบุกเบิกด้านการสำรวจอวกาศ โดยจุดมุ่งหมายของ Neuralink คือการคิดค้นการเชื่อมสมองมนุษย์เข้ากับปัญญาประดิษฐ์(เอไอ) ได้โดยตรง เพื่อยกระดับการทำงานของสมองมนุษย์ให้ทัดเทียมกับเอไอ ซึ่งนับวันมีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้นทุกที

มัสก์เคยส่งสัญญาณเรื่องบริษัท Neuralink มาตั้งแต่เมื่อ 6 เดือนก่อนหน้านี้ระหว่างการพูดคุยที่งาน World Government Summit ในนครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมาโดยในงานดังกล่าวนั้น มัสก์กล่าวว่า มนุษย์อาจจำเป็นต้องกลายเป็นไซบอร์ก ที่เกิดขึ้น
จากการผสมผสานความชาญฉลาดทางชีววิทยาเข้ากับเอไอ หากยังต้องการมีความสามารถเทียบเท่ากับเอไอในอนาคต

วอลสตรีท เจอร์นัล รายงานว่าเป้าหมายของ Neuralink คือพัฒนา Neural Lace ส่วนเชื่อมเส้นประสาทเพื่อช่วยในการฝังขั้วไฟฟ้าเข้าไปในสมอง ทำให้มนุษย์สามารถอัพโหลดความคิดต่างๆ เข้าไปในคอมพิวเตอร์ และสามารถดาวน์โหลดข้อมูลจากคอมพิวเตอร์เข้าสู่สมองได้

บิซิเนส อินไซเดอร์ รายงานว่า Neuralink จดทะเบียนเป็นบริษัทวิจัยทางการแพทย์ในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐ เมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ทำให้มีการคาดการณ์กันว่า ผลิตภัณฑ์ชิ้นแรกของบริษัทน่าจะเป็นสมองเทียม ที่ใช้รักษาความผิดปกติต่างๆ เช่น โรคลมบ้าหมู โรคพาร์กินสัน หรือโรคซึมเศร้า โดยมัสก์ ให้สัมภาษณ์กับนิตยสารวานิตี้แฟร์ ว่า การผสมผสานเทคโนโลยีดังกล่าวเข้าไปในสมองบางส่วนนั้น คาดว่าจะมีความก้าวหน้าชัดเจนขึ้นในอีกราว 4-5 ปีข้างหน้า

แม้ความพยายามเชื่อมต่อสมองมนุษย์เข้ากับเอไออย่างสมบูรณ์แบบนั้นมีแนวโน้มต้องใช้เวลาอีกหลายปี แต่ที่ผ่านมาทีมนักวิทยาศาสตร์จำนวนหนึ่งมีความก้าวหน้าในการทดลองใช้เทคโนโลยีเชื่อมต่อการสั่งงานของสมองเข้ากับอุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ประสบความสำเร็จในการทดลองใช้เทคโนโลยี Brain-Computer Interface หรือ BCI เพื่อช่วยให้ชายอายุ 26 ปี ซึ่งเป็นอัมพาตช่วงล่าง สามารถกลับมาเดินได้อีกครั้ง โดยสวมใส่หมวกครอบบนศีรษะ ที่เพิ่มคลื่นกระแสไฟฟ้าจากสมองแล้วส่งไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อช่วยสั่งการและควบคุมการเดิน

ทั้งนี้ เทคโนโลยี BCI นั้นช่วยให้สมองสื่อสารกับคอมพิวเตอร์ได้ คล้ายคลึงกับในภาพยนตร์ไซ-ไฟที่มนุษย์สามารถสั่งการหรือติดต่อกับเครื่องจักร

อีกตัวอย่างหนึ่งคือการฝังเซ็นเซอร์เข้าไปในแขนของผู้ป่วยวัย 56 ปี ที่เส้นประสาทไขสันหลังได้รับความเสียหาย และไม่สามารถใช้งานแขนขวาได้ โดยการทดลองฝังเซ็นเซอร์ดังกล่าวเป็นโครงการทดลองร่วมกันของมหาวิทยาลัยเคสเวสเทิร์นรีเสิร์ฟ และศูนย์วิจัยการรักษาด้วยการกระตุ้นด้วยไฟฟ้า สังกัดมหาวิทยาลัยคลีฟแลนด์ในสหรัฐ ซึ่งทีมวิจัยได้ฝังชิป 2 ตัวเข้าไปในสมองของชายผู้นี้ เพื่อตรวจจับสัญญาณคลื่นไฟฟ้าในสมอง แล้วส่งไปยังคอมพิวเตอร์เพื่อกระตุ้นให้กล้ามเนื้อแขนขวาทำงาน แม้ขณะนี้การฝังเซ็นเซอร์ดังกล่าวยังไม่สามารถช่วยชายวัย 56 ปีกลับมาใช้แขนขวาได้อย่างคล่องแคล่วดังเดิม แต่อย่างน้อยก็ทำให้เขาสามารถรับประทานอาหารได้แล้ว

ไม่แน่ว่าในอนาคต การใช้เทคโนโลยีเชื่อมต่อสมองเข้ากับคอมพิวเตอร์อาจก้าวไปไกลกว่าการนำไปใช้งานทางการแพทย์ก็เป็นได้

 

ไลฟ์ “The Mask Singer” เฟซบุ๊กปะทะยูทูบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

09 เมษายน 2560 เวลา 15:56 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/489318

ไลฟ์ "The Mask Singer" เฟซบุ๊กปะทะยูทูบ

โดย…โธธ โซเชียล

จากกระแสโด่งดังของรายการ The Mask Singer รอบแชมป์ชนแชมป์!! ระหว่าง หน้ากากทุเรียนและหน้ากากอีกาดำ ซึ่งช่องทางในการรับชมแบบไลฟ์ได้ทั้งเฟซบุ๊กและยูทูบ มีมุมหนึ่งที่น่าสนใจ นั่นคือมุมของ Platform Engagement ระหว่างเฟซบุ๊กกับยูทูบ

จากข้อมูลจะเห็นได้ว่า รายการ The Mask Singer นัดแชมป์ชนแชมป์ ใช้เฟซบุ๊กไลฟ์ในการถ่ายทอดสดได้สร้างปรากฏการณ์มีจำนวนผู้เข้าชมมากถึง 11 ล้านคน ขณะที่ยูทูบไลฟ์มีจำนวนเข้าชม 7,238,384 คน นอกจากเรื่องยอดเข้าชมที่เฟซบุ๊กมากกว่ายูทูบแล้ว ก็จะเห็นว่าช่องทางเฟซบุ๊กยังได้รับ Engagement Rate ต่อผู้ชมที่สูงกว่าทางยูทูบถึง 8.5 เท่า

นั่นหมายความว่า หากเราต้องการความคิดเห็นที่รวดเร็วและรุนแรงต่อวิดีโอของเรา เฟซบุ๊กดูจะเป็นช่องทางที่เหมาะสมกว่า แต่นั่นก็หมายถึงการที่ต้องเตรียมพร้อมรับกับ Negative Feedback ด้วย

สุดท้ายไม่ว่านักการตลาดจะเลือกแพลตฟอร์มใดสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรกคือการวัดผลที่ต้องเลือกให้เหมาะกับจุดประสงค์ และค่า Engagement จะเป็นตัวชี้วัดเชิงคุณภาพที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อยอดได้อีกมาก

 

พบหุ่นยนต์ผู้ทำให้แม่น้ำสะอาดอีกครั้ง ด้วยการกินขยะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

09 เมษายน 2560 เวลา 14:05 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/489311

พบหุ่นยนต์ผู้ทำให้แม่น้ำสะอาดอีกครั้ง ด้วยการกินขยะ

เครื่องจักรที่คอยเก็บขยะในแม่น้ำของบัลติมอร์ ขับเคลื่อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ และไม่สร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม

ปัญหาขยะในแม่น้ำนี้เป็นปัญหาเรื้อรัง และทำลายระบบนิเวศของแม่น้ำในระยะยาว ดังที่คุณผู้อ่านได้เห็นกันมาแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับแม่น้ำเจ้าพระยาของเรา เมื่อเร็วๆนี้ที่อินเดีย และนิวซีแลนด์ รัฐบาลของพวกเขาได้ประกาศสถานะบุคคลตามกฏหมายให้แก่แม่น้ำสายหลักของประเทศ โดยมีจุดประสงค์เพื่อต้องการปกป้องแม่น้ำเอาไว้ ไม่ให้ถูกทำลาย ฉะนั้นแล้วใครก็ตามที่ทำร้ายแม่น้ำ พวกเขาอาจต้องเผชิญกับบทลงโทษทางกฏหมายเช่นกัน

ไอเดียดังกล่าวเป็นตัวอย่างที่ดีในการปกป้องแม่น้ำระยะยาว อย่างไรก็ดีแม้จะมีกฏหมายคุ้มครองแล้ว แต่หากบรรดาขยะที่ลอยล่องอยู่ในน้ำยังคงไม่มีใครเก็บ แม่น้ำก็คงไม่อาจกลับมาฟื้นตัวให้สะอาดดังเดิมได้ ที่ท่าเรือบัลติมอร์ ในรัฐแมริแลนด์ ของสหรัฐอเมริกา มีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาจัดการกับปัญหาขยะๆเหล่านี้

Mr. Trash Wheel คือเครื่องจักร (หรือจะเรียกว่าหุ่นยนต์ก็ได้ เพราะเจ้าเครื่องนี้มีดวงตาดวงใหญ่ติดอยู่ ให้ความรู้สึกมีชีวิต) ผู้ทำหน้าที่กินขยะที่ลอยอยู่ตามแม่น้ำของเมือง เพื่อทำให้แม่น้ำกลับมาสวยสะอาดอีกครั้ง ที่ต้องใช้คำว่ากินก็เพราะลักษณะการเก็บขยะของ Mr. Trash Wheel นั้นจะกวาดเอาขยะที่ลอยตามน้ำเข้ามาในใบพัดหมุน ที่ตักเอาขยะให้ลอยขึ้นจากน้ำส่งต่อเข้าสู่สายพานลำเลียงด้านใน ซึ่งจะพาขยะเหล่านี้ไปทิ้งรวมกันในถังเก็บขนาดใหญ่ เมื่อถังเต็ม เจ้าหน้าที่ก็จะนำถังใหม่มาเปลี่ยน และนำขยะเหล่านั้นย้ายไปอยู่ในที่ที่ควรอยู่แทน

การทำงานที่เป็นระบบของ Mr. Trash Wheel

หุ่นยนต์กินขยะน่ารักน่าชังนี้ขับเคลื่อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่าตลอดการทำงานของมันจะไม่มีการปลดปล่อยมลพิษออกมาอย่างแน่นอน นอกจากนั้นยังสามารถสะสมพลังงานไว้ใช้เก็บขยะในตอนกลางคืนได้อีกด้วย ซึ่งเมื่อครั้งที่เมืองบัลติมอร์เผชิญกับพายุ ส่งผลให้แม่น้ำเต็มไปด้วยขยะ Mr. Trash Wheel ก็ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่จนแม่น้ำกลับมาสะอาดอีกครั้ง

แผงโซล่าเซลล์ขนาดใหญ่ช่วยให้พลังงานหุ่นยนต์ในการท่องไปทั่วลำน้ำ

หลังเปิดตัวเป็นครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม ปี 2014 Mr. Trash Wheel เก็บขยะไปแล้วกว่า 350 ตัน ใจจำนวนนี้มีขวดน้ำพลาสติกมากถึง 2 แสนขวด ถุงพลาสติกอีกกว่า 1 แสนใบ และก้นบุหรี่อีกราวๆ 6.5 ล้านชิ้นที่บรรดาคนมักง่ายทิ้งลงในแม่น้ำ ซึ่งหากปราศจากหุ่นยนต์ตัวนี้ล่ะก็ บริเวณท่าเรือของบัลติมอร์คงกลายเป็นสุสานขยะไปแล้ว อย่างไรก็ดีโลกของเราคงน่าอยู่กว่านี้หากผู้คนเปลี่ยนพฤติกรรมของพวกเขา ไม่ทิ้งขยะลงในแหล่งน้ำแทน และ Mr. Trash Wheel จะได้ไม่ต้องทำงานหนักจนเกินไป

ไม่ว่าขยะจะมีขนาดใหญ่ หรือเล็กก็ไม่อาจรอดไปได้

 

ขอบคุณวิดีโอจาก NBC News

 

 

ลุยจัดระเบียบไล่บี้เก็บภาษีธุรกิจออนไลน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

07 เมษายน 2560 เวลา 08:35 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/488916

ลุยจัดระเบียบไล่บี้เก็บภาษีธุรกิจออนไลน์

คลังหาช่องเก็บภาษีจากธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ เสนอ จัดเก็บภาษีสร้างความเสมอภาค ผู้ประกอบการในและต่างประเทศ

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังได้รายงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อไม่นานมานี้ว่ากระทรวงได้ตั้งคณะทำงานศึกษาแนวทางการเก็บภาษีจากธุรกรรมพาณิชย์อิเล็ก ทรอนิกส์ (อี-คอมเมิร์ซ) โดยดึงผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนเข้ามาร่วม ได้แก่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ สมาคมผู้ประกอบการอิเล็กทรอนิกส์ไทย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ

ทั้งนี้ คณะทำงานได้เสนอแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพในการเก็บภาษีใน 2 ส่วน คือ 1.กรมสรรพากรจะเป็นผู้ประสานงานหลักในการเผยแพร่ความรู้การเสียภาษีอากร การตรวจสอบติดตามการเสียภาษีที่เกี่ยวข้อง และดำเนินการแก้ไขกฎหมายเพื่อรองรับการเก็บภาษีจากธุรกิจอี-คอมเมิร์ซและความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ล่าสุดสรรพากรได้ตั้งคณะทำงานปรับปรุงประมวลรัษฎากรเพื่อจัดเก็บภาษีจากผู้ประกอบการอี-คอมเมิร์ซแล้ว

นอกจากนี้ ยังจะให้ความสำคัญส่วนที่ 2 ที่จะมีการพิจารณาแนวทางการจัดเก็บภาษีประเภทใหม่ คือการเก็บภาษีที่สร้างความเสมอภาคระหว่างผู้ประกอบการในประเทศและผู้ประกอบการในต่างประเทศ (Equalization Levy) ที่ปัจจุบันมีการใช้แล้วในอินเดีย โดยกำหนดให้ผู้ประกอบการข้ามชาติที่เข้ามาขายสินค้าบริโภคต้องจดทะเบียนในประเทศเพื่อให้เก็บภาษีได้ หรืออาจยึดตัวอย่างแบบญี่ปุ่น คือ มีการเจรจากับบริษัทเจ้าของสารสนเทศดิจิทัล (ดิจิทัล คอนเทนต์) ให้เก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้บริโภคแล้วส่งให้สรรพากรไทย เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบธุรกิจในประเทศและผู้ประกอบการอี-คอมเมิร์ซต่างประเทศ

 

ออสเตรเลียฟ้องแอปเปิลระงับการทำงานไอโฟน-ไอแพดที่ซ่อมโดยเจ้าอื่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

06 เมษายน 2560 เวลา 16:23 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/488877

ออสเตรเลียฟ้องแอปเปิลระงับการทำงานไอโฟน-ไอแพดที่ซ่อมโดยเจ้าอื่น

คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคออสเตรเลียฟ้องแอปเปิลปล่อยซอฟต์แวร์ระงับการทำงาน ไอโฟน-ไอแพดที่ซ่อมโดยผู้ให้บริการรายอื่น

เมื่อวันที่ 6 เม.ย. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คณะกรรมการคุ้มครองการแข่งขันและผู้บริโภคออสเตรเลีย (ACCC) ได้ยื่นฟ้องบริษัทแอปเปิล อิงค์ เมื่อวันที่ 5 เม.ย. ตามเวลาออสเตรเลีย โดยคำฟ้องได้ระบุว่า แอปเปิลได้ปล่อยซอฟต์แวร์อัพเดท เพื่อระงับการทำงานของ ไอโฟนและ ไอแพด ที่ได้รับการซ่อมหน้าจอโดยผู้ให้บริการรายอื่นที่ไม่ใช่แอปเปิล

คณะกรรมการคุ้มครองการแข่งขันและผู้บริโภคออสเตรเลีย ระบุว่า ซอฟต์แวร์อัพเดทของแอปเปิลส่งผลให้ ไอโฟน และ ไอแพด หลายร้อยเครื่องใช้งานไม่ได้ นอกจากนี้ แอปเปิลยังปฏิเสธที่จะทำให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมและปัดความรับผิดชอบ โดยให้เหตุผลเพียงว่าเจ้าของเครื่องได้ให้ผู้ให้บริการเจ้าอื่นซ่อมเครื่อง

คณะกรรมการฯเปิดเผยว่า แอปเปิลได้นำเสนอข้อมูลเรื่องซอฟต์แวร์อัพเดทที่เข้าข่ายเป็นเท็จหรือหลอกลวง รวมถึงสิทธิ์ของลูกค้าในการนำเครื่องเข้าไปซ่อมกับแอปเปิลด้วย เนื่องจากกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคออสเตรเลียระบุว่า การรับประกันสำหรับผู้บริโภคไม่ได้ระงับสิ้นไปเพียงเพราะอุปกรณ์ถูกซ่อมโดยเจ้าอื่น