อิทธิพลโซเชียลมีเดีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 มีนาคม 2560 เวลา 21:45 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/484861

อิทธิพลโซเชียลมีเดีย

โดย…โธธโซเชียล

มาถึงวันนี้คงไม่มีใครปฏิเสธอิทธิพลของโซเชียลมีเดียที่มีต่อผู้บริโภคและนักการตลาด ซึ่งวันนี้ทางเรามีข้อมูลเพิ่มเติมที่น่าสนใจเพื่อยืนยันสิ่งเหล่านี้

ในส่วนของ “เฟซบุ๊ก” มีเพจที่แอ็กทีฟทั่วโลกถึง 40 ล้านเพจ กว่า 2 ล้านเพจ มักจ่ายเงินเพื่อซื้อโฆษณา เหมาะสำหรับบริษัทที่ต้องการสื่อสารแบบ B2C ในขณะที่ “ยูทูบ” มีการดูคลิปทั้งหมด 3,250 ล้านชั่วโมง/เดือน และบริษัทเกินครึ่งในอเมริกาก็ล้วนแล้วแต่มียูทูบ เหมาะกับธุรกิจแบบ B2B และ B2C

มาดูที่ “ทวิตเตอร์” กันบ้าง ทั่วโลกมีการทวีตข้อความถึง 6,000 ข้อความ/วินาที ที่สำคัญคือผลการสำรวจบอกว่า 77% บนทวิตเตอร์นั้น ส่วนใหญ่จะเป็นทัศนคติเชิงบวก ซึ่งแปลว่าส่วนใหญ่อาจจะเป็นกลุ่ม Brand Advocacy หรือคนที่ชื่นชอบแบรนด์ แม้ว่าในเมืองไทยจะเล่นทวิตเตอร์ไม่มากนัก แต่ก็เป็นทางเลือกให้กับนักการตลาดที่ต้องการทำแคมเปญและได้รับการตอบรับไปในทิศทางที่ดี

จะเห็นได้ว่าโซเชียลมีเดียมีอิทธิพลอย่างมากในการสื่อสารการตลาดของยุคสมัยนี้ ซึ่งแต่ละแพลตฟอร์มนั้นก็มีพฤติกรรมและการใช้งานของผู้ใช้ที่แตกต่างกันด้วย ฉะนั้นการวางแผนหรือจัดแคมเปญหรือกิจกรรมต่างๆ ควรจะต้องคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้เพื่อให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์ที่เหมาะสมที่สุด

 

 

หนีรถติดด้วยรถบินได้สุดล้ำจาก Airbus

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 มีนาคม 2560 เวลา 15:19 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/484834

หนีรถติดด้วยรถบินได้สุดล้ำจาก Airbus

ยานยนต์แห่งอนาคตที่สามารถวิ่งบนท้องถนน และเปลี่ยนไปบินบนอากาศได้ด้วยระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ

เมื่อคุณผู้อ่านเผชิญกับปัญหาน่าเบื่ออย่างรถติด จนอยากจะบินได้ให้มันรู้แล้วรู้รอด! ความคิดนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆอีกต่อไป เพราะบริษัท Airbus ได้ออกแบบยานยนต์รุ่นใหม่แห่งอนาคตที่สามารถวิ่งบนท้องถนน ด้วยระบบออโต้เมติก ในขณะเดียวกันก็สามารถบินได้ด้วยใบพัดคล้ายโดรน

ยานยนต์สุดล้ำนี้มีชื่อว่า Pop.Up ด้วยการออกแบบร่วมกับ Italdesign และเพิ่งจะเปิดตัวไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ในงาน Geneva Motor Show

Pop.Up ประกอบด้วยตัวแคปซูลห้องโดยสารขนาดพอดีที่สามารถบรรจุผู้โดยสารได้ 2 คน โครงสร้างของฐานติดล้อที่ใช้สำหรับวิ่งบนท้องถนน และโครงสร้างใบพัดคล้ายโดรนที่ใช้ในการเดินทางบนอากาศขนาด 4.4 เมตร ซึ่งทั้ง 3 ส่วนนั้นแยกจากกัน และสามารถประกอบเข้าด้วยกันได้เมื่อใช้งาน โดยที่ผู้โดยสารไม่จำเป็นต้องลุกออกมาจากห้องโดยสารเลย

โครงสร้างของ Pop.Up ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ 1.ฐานที่ใช้สำหรับวิ่ง 2.ห้องโดยสาร และ3.ใบพัดที่ใช้บินบนอากาศ

นอกจากนั้นความเก๋ไก๋ของ Pop.Up ระบบทุกอย่างนั้นใช้พลังงานไฟฟ้า และเป็นระบบอัตโนมัติ นั่นแปลว่าผู้โดยสารเพียงแค่เลือกจุดหมายปลายทางเท่านั้น จากนั้นก็นั่งชิวๆ ยานยนต์จะเดินทางขับเคลื่อนไปยังที่หมายเอง และที่สำคัญก็คือไอเดียสุดล้ำนี้ยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย เพราะไม่มีการปล่อยมลพิษเหมือนรถยนต์ปกติ

สำหรับไอเดียเบื้องหลังเทคโนโลยีสุดล้ำนี้ ทางผู้ผลิต Pop.Up กล่าวว่า พวกเขาต้องการสร้างยานยนต์ที่เหมาะสมสำหรับการเดินทางในเมืองใหญ่ๆโดยเฉพาะ เพื่อแก้ไขปัญหาความหนาแน่นของการจราจร และเปลี่ยนโฉมหน้าใหม่ของการขนส่งในอนาคต ที่ผู้คนจะหันมาใช้การเดินทางอากาศกันมากขึ้นแทน

เมื่อประชากรเพิ่มมากขึ้น หลายบริษัทเทคโนโลยีเลือกลุยตลาดใหม่ด้วยการขนส่งทางอากาศแทน

ด้าน Tom Enders ประธานผู้บริหารของบริษัท Airbus กล่าวเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาว่า ตัวรถยนต์บินได้ต้นแบบที่สามารถทดลองใช้งานได้จริงจะเสร็จสิ้นภายในสิ้นปีนี้ และทางบริษัทวางแผนว่าการใช้งานจริงจะเกิดขึ้นในปี 2020 นี้ ตามแผนที่วางไว้ ยังไงเสียบรรดาคุณผู้อ่านที่เบื่อรถติดใจจะขาดก็อดใจรอกันอีกหน่อย ในอนาคตอันใกล้นี้น่าจะได้เห็นยานยนต์ออกมาบินขึ้นฟ้ากันแน่นอน (และอาจนำมาซึ่งปัญหารถติดบนอากาศแทน) เพราะก่อนหน้านี้ที่ดูไบเองก็เพิ่งจะเปิดตัวแท็กซี่โดรนไปหมาดๆเช่นกัน

Pop.Up ตัวต้นแบบแรกเปิดตัวไปแล้วที่ Geneva Motor Show

 

 

ขอบคุณวิดีโอจาก Airbus Group

 

ดีอีสรรหาหัวกะทิรับไทยแลนด์4.0จูงใจอัดเงินเดือน 3.7 หมื่น-2.1 แสน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

11 มีนาคม 2560 เวลา 11:49 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/484703

ดีอีสรรหาหัวกะทิรับไทยแลนด์4.0จูงใจอัดเงินเดือน 3.7 หมื่น-2.1 แสน

นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี เปิดเผยว่า การขับเคลื่อนสู่รัฐบาลดิจิทัลและหน่วยงานที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัล ภายใต้บริบทไทยแลนด์ 4.0 รัฐต้องเร่งทำงานให้รวดเร็วขึ้นและมีตัวชี้วัดหน่วยงานดิจิทัล

ดีอีเร่งระดมหาบุคลากรหัวกะทิ 100 อัตรา รองรับไทยแลนด์ 4.0 หวังจูงใจอัดเงินเดือน 3.7 หมื่น-2.1 แสน

ทั้งนี้ ได้ผลักดันโครงการจัดหาบุคคลระดับหัวกะทิเข้ามาร่วมทำงานกับหน่วยงานในกระทรวง โดยหารือกับสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) สรรหาบุคลากรคุณภาพขับเคลื่อนการพัฒนาดิจิทัล จำนวน 100 อัตรา แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มพนักงานราชการเชี่ยวชาญ ในอัตราจ้าง 3 ระดับ คือ ระดับเชี่ยวชาญทั่วไป เงินเดือน 109,200 บาท ระดับเชี่ยวชาญในประเทศ เงินเดือน 163,800 บาท และระดับเชี่ยวชาญต่างประเทศ เงินเดือน 218,400 บาท โดยจะต้องมีการประเมินผลงานทุก 1 ปี และกลุ่มที่ 2 คือกลุ่มพนักงานข้าราชการพิเศษเฉพาะกิจ เงินเดือน 37,680- 68,350 บาท การคัดเลือกใช้วิธี สรรหาและเป็นการรับแบบปิด คือ ให้ สกอ.ดึงบุคลากรในระดับอุดมศึกษา

“กระทรวงยังขาดความเป็นดีอี ขาดคนเก่งเฉพาะทางที่เป็นเลือดใหม่ และขาดการจัดเก็บข้อมูลเพื่อมาวิเคราะห์ หากมี 2 ส่วนนี้ให้ครบ จะตอบคำถามได้ว่ากระทรวงดีอีแตกต่างจากกระทรวงไอซีทีอย่างไร” นายพิเชฐ กล่าว

 

ดีแทคตีปีกลูกค้าเพิ่ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

11 มีนาคม 2560 เวลา 07:03 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/484588

ดีแทคตีปีกลูกค้าเพิ่ม

ดีแทคมั่นใจรายได้ทั้งปี กลับมาเติบโต โชว์แพ็กเกจโกกวาดผู้ใช้งาน 5 แสนราย ชิงลูกค้ารายใหม่เพิ่ม 2.25 แสนราย

นายสิทธิโชค นพชินบุตร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค เปิดเผยว่า หลังจากบริษัทปรับแบรนด์แพลตฟอร์มสู่การเป็นแบรนด์ดิจิทัล ภายใต้แนวคิด FLIP IT-แค่พลิก ชีวิตก็ง่าย ด้วยการนำเสนอแพ็กเกจโก โน ลิมิต และซิม โก เพลิน ทั้งระบบเติมเงินและรายเดือน เปิดบริการความเร็วอินเทอร์เน็ตไม่อั้นหรือไม่ลดความเร็วลง พร้อมกับโทรฟรี 24 ชม. ภายในเบอร์ดีแทค กว่า 3 สัปดาห์มีลูกค้าเปลี่ยนมาใช้บริการเพิ่ม 5 แสนราย

ทั้งนี้ การเปิดตัวแพ็กเกจดังกล่าว ทำให้มีลูกค้าระบบเติมเงินหรือพรีเพด 4 แสนราย ในจำนวนนี้เป็นลูกค้ารายใหม่ 2 แสนราย หรือคิดเป็นสัดส่วน 20-25% ส่วนลูกค้าในรูปแบบรายเดือนหรือโพสต์เพดสมัครใช้งาน 1 แสนราย เป็นลูกค้าใหม่ 2.5 หมื่นราย นอกจากนี้มีพฤติกรรมการใช้เปลี่ยนจากรายวันสัดส่วน 70% มาเป็นเหลือ 40% การใช้รายสัปดาห์จาก 15% เป็น 30% และมีการใช้รายเดือนเพิ่มจาก 15% เป็น 30% โดยแพ็กเกจที่นิยมใช้มากสุดสำหรับลูกค้าใหม่เปิดบริการ 499 บาท ความเร็วเน็ต อั้น 1 Mbps

ขณะที่ลูกค้ารายเก่าเปลี่ยนแพ็กเกจ การใช้งานจากเดิม 399 บาท หรือ 499 บาท มาเป็น 699 บาท ความเร็วไม่อั้น 4 Mbps ส่งผลให้บริษัทมีรายได้เติบโตเพิ่มขึ้นจากการใช้งานเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี จากการสำรวจกลุ่มลูกค้ารายเดือน 40% สนใจที่จะใช้แพ็กเกจดังกล่าว แต่ยังมีถึง 60% ที่ไม่สนใจใช้ เพราะดีแทคมีการนำเสนอแพ็กเกจที่คุ้มค่าตอบสนองความต้องการได้ดีอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังมีกลุ่มผู้ใช้โทรศัพท์สัดส่วน 10-20% ติดสัญญาการใช้งานโอเปอเรเตอร์

“แพ็กเกจโก โน ลิมิต กับซิม โก เพลิน ดีแทคมองว่าตอบสนองความต้องการกลุ่มลูกค้าเติมเงินได้ดีกว่ากลุ่มผู้ใช้ในรูปแบบรายเดือน ส่วนการแข่งขัน ยังไม่มี คู่แข่งหรือโอเปอเรเตอร์ออกมาทำแพ็กเกจแข่งขันกับดีแทค” นายสิทธิโชค กล่าว

อย่างไรก็ดี ล่าสุดเดินหน้าสร้างการรับรู้บริษัทเปิดตัวพรีเซนเตอร์ นาย- ณภัทร เสียงสมบุญ โรดโชว์ 5 มุมเมือง อาทิ สีลม อโศก รัชดาภิเษก โดยปีที่ผ่านมามีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้น 25 ล้านราย และจากการเปิดตัวแพ็กเกจโก โน มิลิต กับซิม โก เพลิน มีอัตราเติบโต 20-30% เมื่อเทียบกับแคมเปญก่อนหน้านี้ มั่นใจผลักดันรายได้กลับมาเติบโตอีกครั้ง

 

กสทช.เล็งออกกฎคุมกูเกิลยูทูบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

10 มีนาคม 2560 เวลา 08:53 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/484448

กสทช.เล็งออกกฎคุมกูเกิลยูทูบ

นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา คณะกรรมการสำนักงานกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เปิดเผยหลังการประชุม NBTC Public Forum ครั้งที่ 2/2560 เรื่อง อนาคตเพย์ทีวี 4.0 กับสิทธิผู้บริโภคว่า ขณะนี้มีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับเพย์ทีวีเข้ามาที่ กสท. แล้วประมาณ 100 ราย ซึ่งถึงแม้จะมีกฎหมายกำกับดูแล แต่หากผู้ประกอบการไม่ปฏิบัติตาม ผู้บริโภคสามารถเรียกร้องสิทธิตามสัญญาที่สมัครสมาชิกไว้ได้

กสทช.แนะผู้บริโภคเรียกร้องสิทธิตามสัญญาเพย์ทีวี เตรียมออกกฎหมายคุมยูทูบ กูเกิล

อย่างไรก็ตาม ในอนาคตธุรกิจเพย์ทีวีจะมีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น ดังนั้น ผู้ประกอบการแบบเดิมต้องเร่งปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์ เนื่องจากปัจจุบันพบว่ากว่า 50% ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตดูรายการผ่านโทรทัศน์น้อยลง แต่หันไปรับชมวิดีโอผ่านมือถือมากขึ้น ดังนั้น ผู้ประกอบการควรร่วมกับค่ายมือถือผลิตรายการร่วมกัน ซึ่งจะทำให้ธุรกิจสามารถอยู่รอดในอนาคต

“ทั้งเพย์ทีวีและมือถือเป็นกลุ่มที่ กสทช.กำกับดูแลได้ เพราะธุรกิจทั้งสองประเภทต้องขอรับใบอนุญาตจาก กสทช. ส่วนเนื้อหารายการที่เผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น ยูทูบ และกูเกิล กสทช. ยอมรับว่า ขณะนี้ไม่มีอำนาจกำกับดูแล แต่จะเร่งออกกฎหมายขึ้นมาควบคุม เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมในการแข่งขันทางธุรกิจ ซึ่งอาจจะใช้เวลา 1-2 ปี ในการออกกฎหมาย” นายประวิทย์ กล่าว

น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า กรณีก่อนหน้านี้บริษัท ทรู วิชั่นส์ กรุ๊ป ได้ยกเลิกการให้บริการกลุ่มช่อง HBO จำนวน 6 ช่อง โดยไม่แจ้งล่วงหน้าแก่ผู้บริโภค แต่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) กลับอนุมัติให้ดำเนินการ ก่อนมีบทสรุปเรื่องแผนเยียวยาลูกค้าที่มีประสิทธิภาพออกมา

ทั้งนี้ อยากเสนอให้แก้ไขกฎหมาย กสทช. ให้แยกหน่วยงานรับเรื่องร้องเรียนจากองค์กรกำกับดูแลเพื่อลดปัญหาในการพิจารณา นอกจากนี้ควรแก้ไขกฎหมายให้การคุ้มครองผู้บริโภคทำงานโดยอิสระ รวมถึงทำให้กลไกรับเรื่องร้องเรียนเรื่องใดเรื่องหนึ่งสามารถขยายขอบเขตของการพิจารณาตรวจสอบให้กว้างขึ้นเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นการทั่วไป นอกจากนี้การฟ้องร้องได้เปลี่ยนรูปแบบเป็นการฟ้องร้องรวมเป็นกลุ่ม ดังนั้นการแก้ไขเยียวยาก็ควรเป็นการเยียวยาเป็นกลุ่มด้วยเช่นกัน

 

อูเบอร์สมานฉันท์รัฐบาลโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

10 มีนาคม 2560 เวลา 08:14 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/484441

อูเบอร์สมานฉันท์รัฐบาลโลก

อูเบอร์หยุดใช้ซอฟต์แวร์สกัดรัฐสอดส่อง ส่งสัญญาณล่าสุดประนีประนอมเจ้าหน้าที่รัฐ

อูเบอร์ ผู้ให้บริการแท็กซี่ออนไลน์รายใหญ่ เปิดเผยว่า บริษัทจะยุติการใช้ “เกรย์บอล” หรือซอฟต์แวร์ที่ช่วยในการหลบเลี่ยงการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่รัฐ ในพื้นที่ที่ไม่อนุญาตให้มีการเปิดบริการ อูเบอร์ในสหรัฐ ซึ่งถือเป็นสัญญาณล่าสุดในการพยายามประนีประนอมกับภาครัฐ ท่ามกลางการต่อต้านบริการแชร์รถร่วมกันของอูเบอร์ ที่ละเมิดกฎระเบียบด้านการคมนาคม และสร้างความไม่พอใจให้คนขับแท็กซี่ในหลายประเทศก่อนหน้านี้

นิวยอร์กไทมส์ รายงานเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า อูเบอร์ใช้ซอฟต์แวร์เกรย์บอลมานานหลายปีแล้วนับตั้งแต่ปี 2014 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการระบุตัวผู้ละเมิดกฎการใช้บริการ รวมถึงใช้ตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐ ด้วยการใช้ข้อมูลทางภูมิศาสตร์ บันทึกโทรศัพท์ และข้อมูลบัตรเครดิต โดยหากผู้เข้าข่ายดังกล่าวพยายามเรียกอูเบอร์ ระบบจะใช้เกรย์บอลเพื่อแสดงแอพพลิเคชั่นเวอร์ชั่นปลอม ทำให้บุคคลดังกล่าวไม่สามารถเรียกรถของอูเบอร์ได้

อย่างไรก็ดี อูเบอร์ยังไม่ได้หยุดการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวในทันที โดย โจ ซัลลิแวน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายความมั่นคงสารสนเทศของอูเบอร์ เปิดเผยว่า เนื่องจากอูเบอร์ต้องปรับเปลี่ยนระบบภายใน การหยุดใช้เกรย์บอลอย่างเต็มรูปแบบจึงต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง

นอกจากนี้ อูเบอร์เสริมว่า การใช้เกรย์บอลได้รับความเห็นชอบจากทีมกฎหมายก่อนหน้านี้ โดยจุดประสงค์เริ่มแรกของการใช้ซอฟต์แวร์ดังกล่าว คือ เพื่อให้พนักงานทดลองใช้ฟังก์ชั่นใหม่ๆ ในระบบ ทำการตลาด ป้องกันการฉ้อโกง และปกป้องคนขับอูเบอร์โดนทำร้ายร่างกายในหลายประเทศ เช่น ในอินเดีย ฝรั่งเศส และเคนยา

ขณะเดียวกัน รอยเตอร์สรายงานว่า อูเบอร์ได้รับใบอนุญาตทดสอบรถไร้คนขับในรัฐแคลิฟอร์เนียแล้ว ปิดฉากความขัดแย้งในประเด็นดังกล่าวเมื่อปีที่ผ่านมา เนื่องจากก่อนหน้านี้อูเบอร์ไม่ยอมจ่ายค่าขอใบอนุญาต 150 เหรียญสหรัฐ (ราว 5,305 บาท)

 

10 เหตุผลที่มิจฉาชีพ หมายหัวสมาร์ทโฟน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

09 มีนาคม 2560 เวลา 19:41 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/484382

10 เหตุผลที่มิจฉาชีพ หมายหัวสมาร์ทโฟน

โดย…welivesecurity

สมาร์ทโฟนกลายมาเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตของเรา ทำให้เราสามารถทำอะไรได้หลายอย่างในทุกที่ทุกเวลา ทำให้ชีวิตของเราง่าย และมีสีสันมากขึ้นแต่ในขณะที่พวกเราใช้ชีวิตกันได้ง่ายมากขึ้น อีกหนึ่งความเป็นจริงก็คือสมาร์ทโฟนกำลังกลายเป็นช่องทางทำมาหากินของมิจฉาชีพ เพราะว่า :

1.สมาร์ทโฟนรู้จักเราดี เพราะข้อมูลส่วนตัวของเราส่วนมากเก็บอยู่ในสมาร์ทโฟน ข้อมูลที่บ่งบอกตัวตนของเราเหล่านี้ก็เปรียบเสมือนเหมืองทองขนาดใหญ่สำหรับมิจฉาชีพนั่นเอง

2.สมาร์ทโฟนเป็นทางลัดเข้าสู่องค์กร ปัจจุบันหลายองค์กรทั่วโลกอนุญาตให้พนักงานใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ หรือสมาร์ทโฟนของตัวเองสำหรับทำงาน (Bring Your Own Device) ทำให้อาชญากรไซเบอร์และมิจฉาชีพใช้สมาร์ทโฟนเป็นช่องทางในการล้วงข้อมูลขององค์กร

3.การรักษาความปลอดภัยหละหลวม นโยบาย BYOD ทำให้หลายองค์กรปวดหัว เพราะการควบคุมความปลอดภัยนั้นทำได้ยาก และไม่มีโซลูชั่นไหนที่ครอบคลุมในทุกอุปกรณ์

4.ฟังก์ชั่น Autofill เป็นที่นิยม หลายแอพพลิชั่นสามารถใช้งานได้ด้วยการกรอกทุกอย่างลงไปเพียงครั้งเดียว

5.สมาร์ทโฟนเป็นเส้นทางสู่กระเป๋าตังค์ของคุณ เพราะเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่ถูกใช้เพื่อซื้อของออนไลน์ โอนเงิน ชำระบิลต่างๆ รวมทั้งบริการชำระเงิน

6.สมาร์ทโฟนรู้ว่าคุณกำลังทำอะไร? อยู่ที่ไหน?

7.Bluetooth เป็นเหมือนฟังก์ชั่นบังคับของสมาร์ทโฟน และยังสามารถระบุตำแหน่งได้เหมือนกับ GPS แต่ Bluetooth ก็ยังคงพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ เพื่ออุดช่องโหว่

8.สมาร์ทโฟนแบรนด์ดังย่อมเป็นที่ต้องการของตลาด และมิจฉาชีพในเวลาเดียวกัน เพราะพวกเขาสามารถทำเงินจำนวนมากภายในช่วงเวลาสั้นๆ

9.สมาร์ทโฟนเป็นที่รองรับ Spam ชั้นดี ทุกคนไม่ชอบอีเมล Spam แต่อาชญากรไซเบอร์และแฮ็กเกอร์ชอบ

10.ผู้ใช้ไว้ใจสมาร์ทโฟนเสมอ ด้วยความคุ้นเคยจากการใช้งานอยู่ตลอดเวลา

ทั้งหมด 10 ข้อนี้กำลังจะบอกเราว่าภัยคุกคามกำลังใกล้ตัวเข้ามาเรื่อยๆและเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ความรู้ความเข้าใจของผู้ใช้ก็กำลังเพิ่มขึ้นแต่ในอัตราที่ช้ากว่ามาก

*********************

อ่านบทความน่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ https://blog.eset.co.th/

 

อยากลองกันไหม? ถุงยางอัจฉริยะเก็บข้อมูลทุกกิจกรรมบนเตียง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

09 มีนาคม 2560 เวลา 15:09 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/484325

อยากลองกันไหม? ถุงยางอัจฉริยะเก็บข้อมูลทุกกิจกรรมบนเตียง

บริษัทถุงยางในอังกฤษเตรียมเปิดตัวอุปกรณ์อัจฉริยะใช้คู่ถุงยางที่สามารถบันทึกข้อมูลระหว่างมีเพศสัมพันธ์

ในยุคที่สิ่งของรอบตัวทุกอย่างล้วนเป็นอัจฉริยะไปเสียหมด อุปกรณ์ชิ้นสำคัญอย่างถุงยาง ก็ไม่พ้นถูกพัฒนาให้เป็น Smarth Condom เช่นกัน แต่จริงๆแล้วจะเรียกถุงยางอัจฉริยะเต็มปากก็ไม่ถูกนัก เพราะเจ้าอุปกรณ์ที่ว่านี้เป็นอุปกรณ์เสริมที่ช่วยให้ถุงยางธรรมดาที่คุณใช้พิเศษขึ้นมากกว่า

British Condoms บริษัทผู้ผลิตถุงยางชื่อดังจากอังกฤษเปิดตัวถุงยางอัจฉริยะเป็นครั้งแรก ซึ่งถุงยางเหล่านี้สามารถเก็บข้อมูล และแสดงผลได้มากกว่าที่ผู้ใช้งานรู้เองเสียอีก โดยใช้ชื่อว่า i.Con

i.Con เป็นห่วงอุปกรณ์ที่ใช้สวมใส่คู่กับถุงยาง สำหรับวิธีใช้นั้นให้ผู้ใช้งานสวม i.Con ไว้ที่โคนของถุงยาง ด้วยเซนเซอร์อัจฉริยะที่ฝังอยู่ในอุปกรณ์จะทำหน้าที่บันทึกข้อมูล และสถานะต่างๆระหว่างดำเนินกิจกรรม ตั้งแต่ ความเร็วของแรงกระแทก, จำนวนครั้ง, ความถี่, ระยะเวลาแต่ละรอบในการมีเซ็กส์, ความร้อนของผิวร่างกาย ไปจนถึงปริมาณแคลอรี่ที่เสียไปเลยทีเดียว ซึ่งข้อมูลทั้งหมดนี้จะแสดงผลบนแอพพลิเคชั่น ที่ผู้ใช้งานดาวน์โหลดลงสมาร์ทโฟน และสามารถแบ่งปันข้อมูลเหล่านี้กับเพื่อนๆได้ด้วย

ห่วงอุปกรณ์นี้สามารถสวมถอด และล้างได้ตามต้องการ ตัวอุปกรณ์กันน้ำ และแบตเตอรี่ที่ใช้งานก็สามารถอยู่ได้นาน 6 – 8 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 รอบ นอกจากนั้น i.Con ยังสามารถยึดขยายได้ตามขนาดที่แตกต่างไปของผู้ใช้งานอีกด้วย หมดกังวลได้เลยไม่ว่าน้องชายของคุณจะมีขนาดเท่าใดก็ตาม

 

สนนราคาของถุงยางอัจฉริยะนี้อยู่ที่ 59.99 ปอนด์ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 2,500 บาท ซึ่งหากคุณผู้อ่านสนใจขณะนี้ก็สามารถพรีออเดอร์บนเว็บไซต์ได้ เนื่องจากทางบริษัทยังไม่ได้กำหนดวันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

และในอนาคตทางบริษัทผู้ผลิตวางแผนที่จะพัฒนาสินค้าของพวกเขาให้ล้ำหน้าไปอีกขั้น ด้วยประสิทธิภาพในการตรวจจับโปรตีน และแอนติเจนบางชนิดที่บ่งชี้ว่าเข้าข่ายอาการของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โดยจะแจ้งเตือนไปยังสมาร์ทโฟนของผู้ใช้งาน หากอุปกรณ์ตรวจพบ ซึ่งขณะนี้ฟีเจอร์ใหม่ดังกล่าวกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบทางการแพทย์

 

 

ประมูลเบอร์สวย200เลขผ่านแอพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

09 มีนาคม 2560 เวลา 07:58 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/484253

ประมูลเบอร์สวย200เลขผ่านแอพ

กสทช.เปิดประมูลเบอร์สวยผ่านแอพพลิเคชั่น 18-19 มี.ค.นี้ หวังรายได้เข้ารัฐขั้นต่ำ 225 ล้าน

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์  เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 18-19 มี.ค. จะเปิดการประมูลหมายเลขโทรศัพท์สวย 6 ตัวเหมือนและ 7 ตัวเหมือน ในห้องประมูลผ่านแอพพลิเคชั่นเป็นครั้งแรก (url 172.17.200.33) โดยเป็นระบบที่ออกแบบเพื่ออำนวยความสะดวกและรักษาความเป็นส่วนตัวแก่ผู้ประมูลที่ไม่ต้องการเปิดเผย หากเป็นผู้ชนะการประมูลทั้งป้องกันการสมยอมราคา ซึ่งผู้ประมูลแต่ละรายไม่สามารถทราบราคาของผู้ประมูลรายอื่น

ทั้งนี้ คาดว่าจะมีผู้สนใจประมูลหมายเลขสวยขั้นต่ำ 50% จากทั้งหมด 200 เลขหมาย  ซึ่งประเมินเบื้องต้นหากมีการประมูลได้ 70 เลขหมายแล้วนั้น จะมีรายได้จากการประมูลไม่ต่ำกว่า 80 ล้านบาท โดยการเปิดประมูลครั้งนี้เป็นหมายเลข 6 ตัวเหมือน ราคาเริ่มต้น 5 แสนบาท  เคาะราคาขั้นต่ำครั้งละ 5,000 บาท หลักประกันต่อเลขหมาย 5 หมื่นบาท และ 7 ตัวเหมือน ราคาเริ่มต้น 3 ล้านบาท เคาะราคาขั้นต่ำครั้งละ 1 หมื่นบาท หลักประกันต่อเลขหมาย 3 แสนบาท ซึ่งหากมีผู้เข้าร่วมประมูลท้งหมด 200 เลขหมาย จะมีเงินนำส่งเข้ารัฐบาลขั้นต่ำ 225 ล้านบาท

 

TMA เชิญกูรูแนะกลยุทธ์ไอซีทีสร้างความโดดเด่นเชิงศัยภาพองค์กร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

08 มีนาคม 2560 เวลา 16:27 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/484176

TMA เชิญกูรูแนะกลยุทธ์ไอซีทีสร้างความโดดเด่นเชิงศัยภาพองค์กร

TMA เชิญกูรูแนะกลยุทธ์ไอซีทีเพื่อสร้างความโดดเด่นเชิงศักยภาพขององค์กร พร้อมจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ในงาน “Thailand ICT Excellence Awards 2017”

น.ส.วรรณวีรา รัชฎาวงศ์ กรรมการบริหาร สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย หรือ TMA เปิดเผยว่า สมาคมฯ ได้จัดโครงการ “Thailand ICT Excellence Awards 2017”  เพื่อยกย่องสนับสนุนองค์กรและผู้บริหารที่สามารถนำระบบไอซีทีมาบริหารจัดการ  พัฒนาต่อยอดให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น  และทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการระดมความคิดเห็นของนักบริหารไอทีชั้นนำ ที่มีต่อสถานการณ์ด้านไอทีในยุคปัจจุบัน

ทั้งนี้ จะเปิดเวทีสัมมนาเชิงวิชาการ “Thailand ICT Management Forum” ภายใต้คอนเซปต์ ” Leading Digital Transformation : From Idea to Action” มุ่งเน้นการเปิดมุมมองแบบเจาะลึก 4 หัวข้อหลักที่เกี่ยวกับ ลูกค้า (Customer) การบริหารทรัพยากรบุคคล(HR) การปฏิบัติการ(Operation) และ ผลิตภัณฑ์ใหม่ (New Product) เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการบริหารจัดการในเชิงไอซีที

สำหรับ ผู้เข้าร่วมงานจะได้อัพเดตข้อมูลที่ทันสมัย ต่อยอดการวางกลยุทธ์การบริหารจัดการในองค์กรให้แข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้นจากผู้เชี่ยวชาญในแวดวงไอซีที อาทิ Mr.John  Wagner, MD จากเฟซบุ๊ก ไทยแลนด์ นายโอม ศิวะดิตถ์ National Technology Officer บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัดนายธีรพันธุ์ เหลืองนฤมิตรชัย ผอ.สำนักสารสนเทศ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) รวมทั้งผู้บริหารองค์กรชั้นนำที่ประสบความสำเร็จมาร่วมแชร์ประสบการณ์ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการประกาศรางวัล Thailand ICT Excellence Awards 2017 เพื่อยกย่องและสนับสนุนองค์กรที่มีความเป็นเลิศด้านการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รวมทั้งสามารถประยุกต์ใช้ซอฟต์แวร์ไทยในการพัฒนาองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ  ซึ่งโครงการTHAILAND ICT MANAGEMENT FORUM &THAILAND ICT EXCELLENCE AWARDS 2017  กำหนดจัดให้มีขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 30 มี.ค. เวลา 08.30น.-18.30 น. ณ แอทธินี คริสตัลฮอลล์ โรงแรมพลาซ่า แอทธินี รอยัล เมอริเดียน   ผู้สนใจติดต่อสอบถามได้ที่โทร.02 319 7677, 02 718 5601 ต่อ 204   หรือสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.tma.or.th