กสทช.เปิดชิงคลื่น2600ปีนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

23 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 08:24 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/482256

กสทช.เปิดชิงคลื่น2600ปีนี้

กสทช.เร่งประมูลคลื่น 2600 เมกะเฮิรตซ์ หวังกวาดรายได้เข้ารัฐกว่า 5.39 แสนล้าน

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า จะเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมหลายด้าน โดยเฉพาะโครงข่ายพื้นฐานแบบไร้สาย ซึ่งปัจจุบันมีคลื่นความถี่ใช้งานอยู่ 420 เมกะเฮิรตซ์เท่านั้น ทำให้การใช้งานข้อมูลบนมือถือเริ่มมีปัญหา

“บริษัท อสมท ยินดีจะคืนคลื่น 2600 เมกะเฮิรตซ์ ให้มาประมูลใหม่ กสทช.รอให้มีการประกาศกฎหมายฉบับใหม่ที่จะทำให้สามารถเยียวยาเจ้าของคลื่นได้ เมื่อกฎหมายใหม่ประกาศใช้ในช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย.นี้ ไม่ช้ากว่าเดือน ธ.ค.ปีนี้ จะสามารถเปิดประมูลได้แน่นอน” นายฐากร กล่าว

ทั้งนี้ สำหรับคลื่น 2600 เมกะ เฮิรตซ์ คาดว่าจะเปิดประมูลได้ 3-4 ใบอนุญาต ขณะที่คลื่น 1800 เมกะ เฮิรตซ์ จะเปิดประมูล 3 ใบอนุญาต ในปี 2561 ส่วนคลื่น 850 เมกะเฮิรตซ์ อยู่ภายใต้สัมปทานดีแทคจนถึงวันที่ 30 ก.ย. 2561 แต่คาดว่าจะเปิดประมูล ภายในปี 2561 เช่นเดียวกัน เพราะต้อง เตรียมการล่วงหน้าอย่างน้อย 6 เดือน และคลื่น 700 เมกะเฮิรตซ์ ที่เดิม ใช้งานด้านบรอดแคสต์ จะย้ายไปใช้ ความถี่อื่น เพื่อให้นำกลับมาใช้งาน ด้านโทรคมนาคมตามที่ไอทียูกำหนด ในส่วนนี้คาดว่าจะมีการประมูลได้ 3 ใบอนุญาตในปี 2563

“ตามแผนการประมูลของ กสทช. จะเปิดประมูลและใช้งานได้อีก 380 เมกะเฮิรตซ์ รวมเป็น 800 เมกะเฮิรตซ์ สูงกว่าข้อกำหนดของไอทียู ซึ่งทำให้เราก้าวขึ้นเป็นที่หนึ่งในอาเซียนและวงเงินที่คาดว่าจะได้รับจากการประมูลนั้นจะอยู่ที่ 5.39 แสนล้านบาท ซึ่งราคานี้ที่เป็นราคาเริ่มต้นของใบอนุญาต 7-8 ใบอนุญาตที่ กสทช.จะเดินหน้าเปิดประมูลต่อจากนี้ไป” นายฐากร กล่าว

สำหรับโครงข่ายพื้นฐานแบบมี สายหรือไฟเบอร์ออปติกจะเร่งขยาย การลงทุนวางโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้าน ทั่วประเทศ ซึ่งโครงการนี้ 30,613 หมู่บ้านอยู่ภายใต้การบริการของเอกชน กระทรวงดิจิทัลดำเนินการ 24,700 หมู่บ้าน ส่วน กสทช.จะดำเนินการ 19,652 หมู่บ้าน ซึ่งจะทยอยเปิดใช้บริการในปีนี้และแล้วเสร็จในปี 2561

นายฐากร กล่าวว่า หลังจากประเทศ ไทยเข้าสู่ไทยแลนด์ 4.0 จะเกิดการเปลี่ยนแปลงในภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจ ซึ่งประชาชนจะต้องปรับตัวรับผ่านการศึกษาและสร้างภูมิคุ้มกันที่รู้เท่าทันโลกยุคใหม่ ต้องปรับตัวรับกับสภาพแวดล้อมการทำธุรกิจที่เปลี่ยนไปสู่โลกดิจิทัล เต็มรูปแบบ รวมถึงรับกับประสิทธิภาพการทำธุรกิจที่สูงขึ้นเมื่อเทคโนโลยีไอซีทีเข้ามาสนับสนุนแรงงาน

 

อินเดียเตรียมสร้างรถไฟหัวกระสุนใต้ทะเลเป็นที่แรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

22 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 18:45 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/482160

อินเดียเตรียมสร้างรถไฟหัวกระสุนใต้ทะเลเป็นที่แรก

โครงการรถไฟหัวกระสุนใต้ทะเลของอินเดีย เชื่อมระหว่างนครมุมไบ และเมืองอัห์มดาบัด ย่นระยะเวลาการเดินทางจาก 7 ชั่วโมง เหลือเพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น

พอกันทีกับรถไฟอินเดียที่ตกรางเดือนเว้นเดือน เพราะคราวนี้อินเดียเอาจริงที่จะเปลี่ยนแปลง ด้วยรถไฟหัวกระสุนที่จะเข้ามาเป็นระบบขนส่งมวลชนรูปแบบใหม่ แต่ที่พิเศษไปกว่านั้นก็คือรถไฟขบวนนี้จะวิ่งในอุโมงค์ใต้ทะเล

โครงการรถไฟหัวกระสุนใต้ทะเลนี้จะวิ่งเชื่อมระหว่างนครมุมไบ และเมืองอัห์มดาบัด และสร้างประสบการณ์รูปแบบใหม่ให้แก่ผู้โดยสารด้วยการดำดิ่งสู้ใต้ท้องทะเล

อุโมงค์รถไฟที่เชื่อมระหว่างสองเมืองนี้จะช่วยประหยัดเวลาในการเดินทางขึ้นเยอะ ตัวรถไฟจะวิ่งด้วยความเร็ว 350 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง นั่นช่วยให้การเดินทางจากมุมไบ ไปยังอัห์มดาบัดย่นระยะเวลาลงเหลือเพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น จากเดิมที่การเดินทางบนพื้นดินใช้เวลานานถึง 7 ชั่วโมง

แต่ก่อนที่การก่อสร้างจะเริ่มต้นขึ้น ขณะนี้ทางวิศวกรของโครงการกำลังอยู่ระหว่างช่วงการตรวจสอบพื้นที่ และชั้นดิน รวมไปถึงชั้นหิน ว่าโครงสร้างในบริเวณใดที่สามารถรองรับการก่อสร้างได้

โครงการดังกล่าวมีมูลค่าประมาณ 14.5 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ โดยมูลค่า 80% ของโครงการนั้นอินเดียได้กู้ยืมเงินมาจากญี่ปุ่น ซึ่งเป็นบริษัทเดียวกันกับที่สร้างรถไฟชิงกันเซน จากโตเกียวไปยังโอซาก้า รวมทั้งหลายเทคโนโลยีในการก่อสร้างครั้งนี้ก็นำเข้าจากญี่ปุ่นเช่นกัน โดยทางรัฐบาลคาดว่าโครงการจะแล้วเสร็จในปี 2023 นี้

 

รถบ้านสุดเจ๋งที่ขยายพื้นที่ออกเป็น 3 เท่าในเวลาเพียง 20 วินาที

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

22 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 14:34 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/482109

รถบ้านสุดเจ๋งที่ขยายพื้นที่ออกเป็น 3 เท่าในเวลาเพียง 20 วินาที

รถบ้านที่ขยายพื้นที่การใช้งานเพิ่มเป็น 3 เท่า เพียงแค่กดปุ่ม และสามารถย่อขนาดให้เล็กลงเพื่อง่ายต่อการขนส่งได้

หากคุณผู้อ่านเป็นนักเดินทางที่ฝันอยากจะมีรถบ้านเป็นของตนเองล่ะก็ ข่าวนี้ต้องถูกใจเป็นแน่แท้ เพราะเจ้ารถบ้านไซส์มินินี้สามารถขยายพื้นที่การใช้งานให้เพิ่มออกเป็น 3 เท่า ด้วยการกดปุ่มเพียงแค่ปุ่มเดียวเท่านั้น

ทำความรู้จักกับ 3X caravan ผลิตภัณฑ์ใหม่โดยบริษัท BeauEr ที่มีนักออกแบบชาวฝรั่งเศส Eric Beau เป็นเจ้าของ โดยมีคอนเซปว่าตัวเขาต้องการที่จะนำเอาคุณประโยชน์ทั้งหลายของรถบ้านรวมในแพคเก็จขนาดเล็กที่สามารถง่ายต่อการเคลื่อนย้าย หรือพาเดินทางไปไหนต่อไหนด้วย

เมื่อผู้ใช้งานกดปุ่มจะใช้เวลาเพียง 20 วินาทีเท่านั้น รถบ้านจะขยายพื้นที่ออกจากขนาด 4 เมตร 2 ฟุต เป็น 12 เมตร 2 ฟุต ภายในมีอุปกรณ์ และเฟอร์นิเจอร์อำนวยความสะดวกครบครันไม่ต่างจากรถบ้านคันอื่นๆทั้ง ห้องน้ำ, ห้องครัว ห้องนอนซึ่งบรรจุเตียงคู่ พร้อมด้วยก๊าซหุงต้ม และเครื่องทำน้ำอุ่น เป็นต้น

สำหรับระบบพลังงานในรถคันนี้ได้มาจากการชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ และที่เจ๋งก็คือทุกเฟอร์นิเจอร์นั้นถูกออกแบบมาอย่างดี ทำให้เมื่อรถบ้านจะถูกย่อหรือขยายก็ไม่มีผลกระทบกับสิ่งของภายในแต่อย่างใด ซึ่งทั้งหมดนี้สนนราคาอยู่ที่ราว 25,000 ยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยราว 920,000 บาท ซึ่งนับว่าถูกเลยทีเดียวเมื่อเทียบกับรถบ้านคันอื่นๆที่ราคาเริ่มต้นที่หลักล้านบาท

บรรยากาศภายในของรถ

 

 

ไมโครซอฟท์หนุน’คลาวด์’มุ่งเจาะแบงก์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

22 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 05:55 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/482047

ไมโครซอฟท์หนุน'คลาวด์'มุ่งเจาะแบงก์

ไมโครซอฟท์หนุนสถาบันการเงินไทยใช้คลาวด์สาธารณะ พลิกโฉมสู่เศรษฐกิจดิจิทัล

นางเลสลี่ โก หัวหน้าฝ่ายอุตสาหกรรมการให้บริการทางการเงิน ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มแรนซั่มแวร์เข้ามาโจมตีสถาบันการเงินหรือองค์กรธุรกิจเพิ่มขึ้นในไทย แต่ประสิทธิภาพการตรวจจับการโจมตีนานถึง 500 วัน จากปกติโดยเฉลี่ยต้องตรวจพบ 140 วัน เนื่องจากองค์กรไทยยังขาดความรู้ การบริหารจัดการต้องอัพเดทซอฟต์แวร์ใหม่ต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังพบว่าองค์กรไทย 6.9 ใน 10 บริษัทใช้ซอฟต์แวร์ปลอม โดยธุรกิจที่โดนอาชญากรทางไซเบอร์โจมตีสูญเสียรายได้ 20% ของรายได้องค์กร ขณะที่ไมโครซอฟท์ ซีเคียว เปิดบริการ “Financial Services Compliance Program” สำหรับผู้ให้บริการทางการเงิน ด้วยนวัตกรรมคลาวด์คอมพิวติ้ง ปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ ระบบสนทนาให้บริการลูกค้าและเรียนรู้พฤติกรรม ผู้บริโภคอัตโนมัติ

ทั้งนี้ ระบบเอไอยังเข้ามา รองรับกับคนรุ่นใหม่ใช้เทคโนโลยีทุกเวลาและเทคโนโลยีบล็อกเชน ช่วยลดความเสี่ยงการโจมตีจากอาชญากรรมไซเบอร์ ซึ่งพบว่าสถาบันการเงินทั่วโลก 80% หันมาใช้คลาวด์ไมโครซอฟท์ และกรณีธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อนุมัติให้สถาบันการเงินสามารถใช้บริการคลาวด์สาธารณะได้ เป็นก้าวสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมบริการทางการเงินใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี

ปัจจุบันนโยบายทางการเงินที่มีความชัดเจนในเอเชียแปซิฟิกเหมือนไทย อาทิ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย เกาหลี ถือว่ารัฐบาลมาถูกทาง เมื่อเทคโนโลยีมาก็ต้องปรับตัวให้ทัน

ภาพ เอเอฟพี

 

“SP Smart Plants” เทคโนโลยีพลิกชีวิตเกษตรกร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

22 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 00:49 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/482044

"SP Smart Plants" เทคโนโลยีพลิกชีวิตเกษตรกร

โดย…วราภรณ์ เทียนเงิน

จากการรวมกลุ่มของทีมสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ “SP Smart Plants” ที่เห็นปัญหาของการทำเกษตรไทยที่มีมายาวนาน และต้องการเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาการทำเกษตรแบบใหม่สู่การทำเกษตรอัจฉริยะ เกษตรกร 4.0 ภายใต้การพัฒนาซอฟต์แวร์และเครื่องมือที่มีเทคโนโลยี นวัตกรรม

“พิสิฐไชย สุวรรณเรือง” ผู้ร่วมก่อตั้ง เอสพี สมาร์ทแพลนท์ (SP Smart Plants) ระบบควบคุมการรดน้ำผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในชื่อ “SP Smart Plants” เปิดเผยว่า จากการที่ตนเองได้เรียนจบมาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า เอกคอมพิวเตอร์ และมีความชื่นชอบการเล่นเกมเกี่ยวกับการทำฟาร์ม จึงสนใจที่จะพัฒนาโปรแกรมสำหรับการเกษตรขึ้นมาใหม่ และมีเป้าหมายสำคัญคือ อยากนำความรู้ที่ได้เรียนมามาร่วมพัฒนาประเทศไทยให้ดีมากยิ่งขึ้น

“ผมได้รับแรงบันดาลใจมาจากเกมปลูกผักเกมหนึ่ง ซึ่งในเกมเราสามารถควบคุมการปลูกพืช การเก็บเกี่ยวผลผลิตและส่งขายได้ด้วยตัวเราเองทั้งหมด ผมว่ามันน่าจะดีถ้าในชีวิตจริงเราสามารถควบคุมอะไรได้ง่ายเหมือนในเกม ทุกวันนี้คนใช้มือถือวันหนึ่งหลายชั่วโมง ถ้าเราย้ายสวนมาใช้บนมือถือ การดูแลต้นไม้มันน่าจะง่ายมากยิ่งขึ้น” พิสิฐไชย กล่าว

การพัฒนาโปรแกรมที่จะเชื่อมต่อไปยังอุปกรณ์ควบคุมการรดน้ำของเกษตรกรในฟาร์มผ่านโทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ทโฟนได้ โดยโปรแกรมมีความอัจฉริยะทั้งเป็นระบบวางแผนงานการปลูกพืช ทำให้เกษตรกรสามารถเลือกช่วงเวลาการรดน้ำตามต้องการ เลือกโซนรดน้ำและตั้งวันที่ไว้ล่วงหน้า มีการควบคุมเปิด-ปิดวาล์วน้ำตามเวลาที่ตั้งไว้ในแต่ละโซน โดยตั้งเวลาที่ต้องการหยุดไว้ ระบบก็จะทำงานให้อัตโนมัติ อีกทั้งระบบเราใช้เซ็นเซอร์เข้ามาช่วยวิเคราะห์ความชื้นในดิน ปริมาณการใช้น้ำของพืช และคำนวณหาระยะเวลาการปล่อยน้ำที่เหมาะสม นอกจากนี้จะแสดงรายงานการรดน้ำจากฐานข้อมูลให้ผู้ใช้ทราบ เพื่อช่วยในการวางแผนสำรองน้ำในอนาคต

“ความสนใจพัฒนาโปรแกรมเริ่มตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยในช่วงปีสอง และที่บ้านก็มีสวนขนาดเล็กๆ จึงอยากทดลองพัฒนาผลิตภัณฑ์ออกมาสู่ตลาดในปี 2558 ซึ่งหลังจากที่ได้เรียนจบจากมหาวิทยาลัยก็ได้เข้ามาทำสตาร์ทอัพอย่างเต็มตัว คาดว่าจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์และโปรแกรมที่มีความสมบูรณ์สูงสุดสู่ตลาดได้อย่างจริงจังภายในปี 2560 นี้” พิสิฐไชย กล่าว

สำหรับการเริ่มต้นสตาร์ทอัพของ “พิสิฐไชย” ได้ร่วมกับกลุ่มเพื่อนที่เรียนจบมาจาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า เอกคอมพิวเตอร์ ที่มี “พศิน เปี่ยมวิริยะ” ที่เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง โดยในปัจจุบันมีทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ทั้งหมด 4 คน

พร้อมกันนี้ยังได้เข้าร่วมโครงการพัฒนาผู้ประกอบการรายใหม่ (สตาร์ทอัพ) ของหน่วยงานภาครัฐที่ส่งเสริมการพัฒนาและสร้างธุรกิจ รวมถึงได้เข้าร่วมโครงการสตาร์ทอัพของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส ในช่วงที่ผ่านมา

ทั้งนี้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และโปรแกรมได้มีการทดลองกับเกษตรกร เพื่อทดสอบการใช้งานและออกแบบโปรแกรมให้การใช้งานมีความสะดวกที่สุด ทุกคนสามารถใช้งานได้ ซึ่งการใช้เทคโนโลยีเพื่อปรับเกษตรกรไทยสู่การเป็นสมาร์ทฟาร์เมอร์มีความสำคัญอย่างมาก เพราะช่วยลดต้นทุนการทำเกษตร ลดการใช้แรงงานลง และประหยัดเวลาที่ไม่ต้องควบคุมการรดน้ำตลอดเวลา อีกทั้งยังพัฒนาโปรแกรมให้มีความแตกต่างจากเทคโนโลยีของผู้ประกอบการรายอื่น

“ภาพรวมเกษตรกรในประเทศไทย ส่วนใหญ่จะมีอายุเฉลี่ยถึง 55 ปี และแนวโน้มส่วนใหญ่จะมีอายุมากขึ้น สิ่งสำคัญคือต้องพัฒนาให้เกษตรกรไทยปรับสู่การเป็นเกษตรกรที่มีองค์ความรู้เพิ่มขึ้น มีองค์ความรู้ใหม่ และการส่งเสริมนำเทคโนโลยีไปใช้ให้แก่เกษตรกร ต้องทำให้เกษตรกรสามารถใช้งานได้อย่างง่ายและสะดวกมากที่สุด” พิสิฐไชย กล่าว

สำหรับการลงมือทำสตาร์ทอัพในครั้งนี้ ทุกอย่างเป็นการเรียนรู้และเริ่มต้นใหม่ ต้องเรียนรู้ทั้งเรื่องของการสร้างธุรกิจควบคู่ไปยังการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งในการทำงานจะมีอุปสรรคและความท้าทายหลายด้าน ต้องมีความอดทนในการทำงาน มีความตั้งใจอย่างมาก รวมถึงการมีความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ และมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความยั่งยืนมากที่สุด โดยปัจจุบันได้ให้ข้อมูลและนำเสนอผลิตภัณฑ์ผ่านเว็บไซต์ www.spsmartplants.com และเฟซบุ๊ก “SP Smart Plants”

ในระยะต่อไป ทีมกำลังพัฒนาโครงการหลายด้าน ทั้งการพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่ช่วยให้วางแผนการปลูกพืชง่ายๆ ด้วยเครื่องสมาร์ทแพลนท์ รวมถึงการจัดทำเป็นศูนย์กลางซื้อขายแลกเปลี่ยน รวมกลุ่มผลผลิตทางการเกษตร และการเปิดเป็นโรงเรียนสอนเกษตรกรยุคใหม่จากผู้เชี่ยวชาญตัวจริง รวมถึงการพัฒนาเครื่องมือการเกษตรที่ผสมกับเทคโนโลยีใหม่ๆ รองรับการเข้าสู่สมาร์ทฟาร์เมอร์

“พิสิฐไชย” กล่าวต่อว่า ในอนาคตต้องการทำให้ผลิตภัณฑ์ของ “SP Smart Plants” สามารถเข้าถึงกลุ่มเกษตรกรได้ทุกคน ในทุกพื้นที่ ทุกตำบลและทุกอำเภอ เพื่อทำให้เครื่องมือที่ผสมกับเทคโนโลยีเป็นผลดีต่อเกษตรกร สร้างความยั่งยืนให้แก่เกษตรกร เพราะเทคโนโลยีจะช่วยเปลี่ยนแปลงและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่เกษตรกรและการทำเกษตรได้อย่างมาก

 

พอกันทีรถติด! ดูไบเตรียมเปิดตัวแท็กซี่โดรน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

21 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 19:33 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/482024

พอกันทีรถติด! ดูไบเตรียมเปิดตัวแท็กซี่โดรน

นครดูไบเตรียมเปิดตัวแท็กซี่โดรนที่ขับเคลื่อนด้วยระบบอัตโนมัติ ภายในเดือนกรกฎาคมนี้ คาดเปลี่ยนโฉมหน้าการขนส่งในอนาคต

เบื่อบ้างไหมที่ต้องเผชิญกับรถติดทุกวันที่ออกไปทำงาน จนบางครั้งก็อยากจะบินได้ให้รู้แล้วรู้รอด ขอขอบคุณ EHang บริษัทผู้ผลิตโดรนจากจีน ที่ขณะนี้กำลังช่วยให้นครดูไบเป็นเมืองแรกในโลกที่เปิดให้บริการโดรนขนส่งผู้โดยสาร

ภายในงานประชุม World Government ที่นครดูไบเมื่อวันพุธที่ผ่านมา Mattar al-Tayer ประธานหน่วยงานการขนส่งของดูไบประกาศว่าในเดือนกรกฎาคมนี้ นครดูไบจะเปิดตัวแท็กซี่โดรนเป็นครั้งแรก โดยใช้ชื่อว่า EHang 184

EHang 184 สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้ 1 คน และกระเป๋าขนาดเล็กอีก 1 ใบ ในการขนส่งแต่ละครั้งนั้นจะใช้เวลาไม่เกิน 30 นาที ด้วยจำนวนระยะทางที่ผู้โดยสาร หรือผู้ขับสามารถเดินทางได้นั้นรวมไม่เกิน 50 กิโลเมตร โดยบินบนความสูงไม่เกิน 3.5 กิโลเมตร ซึ่งโดรนต้นแบบนี้เพิ่งจะเปิดตัวไปเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ในงาน Consumer Electronics Show ในลาสเวกัส พร้อมด้วยเสียงตอบรับที่ดี ที่คาดกันว่าจะเปลี่ยนโฉมหน้าของการขนส่งในอนาคต

สำหรับวิธีการใช้งานนั้นก็ง่ายดาย ผู้ใช้เพียงเข้าไปนั่งด้านใน (โดรนไม่มีผู้ขับให้) เลือกจุดหมายปลายทางที่จะไป และเลือกโหมด Auto Pilot จากนั้นก็นั่งกินลมชมวิวได้เลย เพราะระบบของโดรนจะพาผู้โดยสารไปส่งยังจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย แต่หากเกิดเหตุผิดพลาด หรือจุดหมายปลายทางไม่ใช่ที่วางไว้ล่ะก็ ผู้โดยสารก็สามารถเลือกโหมด Manual เพื่อบังคับควบคุมโดรนได้ แต่ไม่ต้องเป็นกังวลไปเพราะ EHang 184 ถูกตั้งโปรแกรมมาให้ลงจอดในสถานที่ใกล้ที่สุดทันที หากเกิดปัญหาใดๆขึ้น

 

 

จีนเก็บขยะติดสายไฟด้วยวิธีสุดโหด ใช้โดรนเผา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

21 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 15:30 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/481984

จีนเก็บขยะติดสายไฟด้วยวิธีสุดโหด ใช้โดรนเผา

บริษัทแห่งหนึ่งในเซียหยางลดความเสี่ยงที่เจ้าหน้าที่จะถูกไฟดูดจากการเก็บขยะที่ติดบนสายไฟ ด้วยการใช้โดรนจุดไฟเผาแทน

วิธีต่อไปนี้เรียกได้ว่าเป็นวิธีที่โหดที่สุดในการกำจัดขยะที่ติดอยู่บนสายไฟเลยก็ว่าได้ เมื่อบริษัทจีนแห่งหนึ่ง ในเมืองเซียหยาง ได้ออกแบบโดรนช่วยกำจัดเศษขยะทั้งหลายด้วยการพ่นไฟเผาทิ้งเสีย!

แต่เดิมนั้นสายไฟในจีนมักจะถูกแจ้งว่ามีว่าว, ลูกโป่ง หรือสายของอะไรต่อมิอะไรไปพันติดอยู่ ซึ่งบางครั้งก็อยู่ในจุดที่ยากแก่การเก็บ แต่ด้วยอุปกรณ์ใหม่นี้จะช่วยให้การดูแลรักษาความสะอาดของสายไฟทำได้ง่ายขึ้น เพียงแค่ส่งโดรนขึ้นไป ด้วยเปลวไฟอุณหภูมิ 400 องศาเซลเซียส เพียง 15 นาทีเท่านั้นขยะเหล่านั้นก็จะถูกเผาทำลายสลายไป (ซึ่งส่วนใหญ่นั้นขยะที่ขึ้นไปติด มักเป็นพลาสติก)

และการใช้โดรนนอกจากจะประหยัดเวลาแล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงที่เจ้าหน้าที่จะเกิดอันตรายจากการถูกไฟดูด หรือพลัดตกเมื่อต้องขึ้นไปเก็บขยะด้วยตนเองอีกด้วย

อย่างไรก็ตามผู้ที่ได้ชมวิดีโอสาธิตการทำลายขยะนี้ต่างตั้งข้อสงสัยว่าสายไฟจะไม่ถูกทำลายหรืออย่างไร จากเปลวไฟร้อนแรงเช่นนั้น ซึ่งทางทีมงานยืนยันว่าสายไฟนั้นไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด เนื่องจากตัวสายนั้นเคลือบด้วยเหล็ก และอลูมิเนียม และนอกจากในเมืองนี้แล้ว การใช้โดรนพ่นไฟเผาขยะก็ยังเป็นที่นิยมของคนงานในเมืองอานซุ่น และฮางโจว ของมณฑลเสฉวนเช่นกัน

 

กสท.ออกคำสั่งเตือนทรูฯ ชดใช้ลูกค้าเลิก6ช่องHBO

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

21 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 08:23 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/481898

กสท.ออกคำสั่งเตือนทรูฯ ชดใช้ลูกค้าเลิก6ช่องHBO

มติ กสท.เตือนทางปกครอง “ทรูวิชั่นส์” ยกเลิก 6 ช่องเอชบีโอ เห็นชอบมาตรการเยียวยาเพิ่มเติม ระบุมีผู้ยกเลิกแล้ว 1,000 ราย

นายนที ศุกลรัตน์ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า จากการประชุมในวันที่ 20 ก.พ. กสท.มีมติเตือนทางปกครองแก่บริษัท ทรูวิชั่นส์ โดยจะมีหมายแจ้งเตือนตามระเบียบของกฎหมาย กรณีบริษัทดังกล่าวยกเลิกการให้บริการช่องรายการเอชบีโอ (HBO) จำนวน 6 ช่อง โดยไม่แจ้งแก่ผู้บริโภคล่วงหน้า 30 วัน ด้วยเป็นการทำความผิดครั้งแรก จากลำดับการลงโทษของ กสท. คือ 1.เตือนทางปกครอง 2.เปรียบเทียบปรับ 3.พักใช้ และ 4.เพิกถอนใบอนุญาต

สำหรับแผนเยียวยาบริษัท ทรู วิชั่นส์ ได้ยึดหลักการเดิมแต่เพิ่มเติมในส่วนเพิ่มระยะเวลาชดเชยแก่ผู้บริโภค ในช่วงวันที่ 1-25 ม.ค. 2560 เช่น ขอยกเลิกวันที่ 15 ม.ค. คิดค่าบริการเป็น 15 วัน เฉลี่ยจากอัตราค่าบริการรายเดือนต่อวัน ซึ่งผู้บริโภคมีสิทธิยกเลิกบริการโดยไม่ผิดสัญญาและกรณีขอยกเลิกจะคิดอัตราค่าบริการตามการใช้งานจริง ซึ่ง กสท.เห็นชอบต่อการชดเชยดังกล่าวว่าเหมาะสม โดยทรูวิชั่นส์จะต้องแจ้งแก่ผู้ใช้บริการถึงรายละเอียดการรับเงินคืน โดยผู้ที่ยกเลิกบริการในช่วงดังกล่าวเป็นเวลา 30 วัน โดยตั้งแต่วันที่ 25 ธ.ค.-20 ม.ค. มีผู้ยกเลิกบริการทรูวิชั่นส์จากกรณียกเลิกช่องเอชบีโอจำนวน 700-1,000 ราย

ขณะที่แผนการเยียวยาของทรูวิชั่นส์ก่อนหน้า เช่น ปรับระดับสมาชิกให้ได้รับบริการในแพ็กเกจสูงขึ้น 1 ระดับ มี 7 ช่องรายการใหม่แทนให้สมาชิก และจัดหาช่องรายการที่ 8 เพิ่มในอนาคต

ภาพประกอบข่าว

 

ดิจิทัลแย่งแชร์ช่อง3-7

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

21 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 05:55 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/481884

ดิจิทัลแย่งแชร์ช่อง3-7

ทีวีดิจิทัลแข่งดุ ช่อง 3 ช่อง 7 เหนื่อยหนัก หลังทีวีดิจิทัลช่องใหม่ตีตื้น เอเยนซีหันซื้อโฆษณา รายการเรตติ้งดี

นางพรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท อาร์เอส เปิดเผยว่า ภาพรวมทีวีดิจิทัลในปีนี้ไม่แย่กว่าปีที่ผ่านมาอย่างแน่นอน เนื่องจากโครงสร้างตลาดมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมค่อนข้างมาก เพราะลูกค้ามีพฤติกรรมการดูที่เปลี่ยนไป คือ กระจายไปดูรายการของทีวีดิจิทัลช่องอื่นๆ ที่นอกเหนือจากช่องอะนาล็อกเดิมมากขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นส่งผลให้เม็ดเงินโฆษณามีการกระจายตัวมากขึ้น เนื่องจากทีวีดิจิทัลระดับท็อป 5-6 มีอำนาจในการต่อรองราคามากขึ้น

ทั้งนี้ แนวโน้มการแข่งขันที่เปลี่ยนไปทำให้ปี 2560 นี้เริ่มไม่มีโควตาการซื้อโฆษณาในช่วงไพรม์ไทม์ของช่อง 3 และช่อง 7 ซึ่งเดิมจะมีการผูกขาดการขายโฆษณา ทำให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลรายใหม่มีโอกาสในการขายโฆษณามากขึ้น ส่วนทีวีช่องไหนจะขายได้เพิ่มเท่าไหร่นั้นคงต้องขึ้นอยู่กับเรตติ้งของรายการนั้นๆ

“เมื่อก่อนเรตติ้งมักจะกระจุกตัวอยู่ที่ทีวี 2-3 ช่อง เนื่องจากมีผู้เล่นแค่ 4 ช่อง แต่ปัจจุบันเพิ่มเป็น 24 ช่อง  ทำให้การแข่งขันเปลี่ยนไป ซึ่งก็ถือว่าเป็นกลไกธรรมชาติ ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เรตติ้งช่อง 3 กับช่อง 7 หายไปพอสมควร ขณะเดียวกันเอเยนซีก็เหนื่อยมากขึ้น เนื่องจากลูกค้ามีความต้องการที่หลากหลาย” นางพรพรรณ กล่าว

ด้าน นายไตรลุจน์ นวะมะรัตน นายกสมาคมมีเดียเอเยนซี่และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จำนวนช่องของทีวีดิจิทัลที่มากขึ้น ทำให้การแข่งขันมีความรุนแรงมากขึ้น จากเดิมการซื้อสื่อโฆษณาจะกระจุกตัวอยู่ที่ 2 ช่องหลัก คือ ช่อง 3 และช่อง 7 พอคู่แข่งน้อย เม็ดเงินโฆษณาก็จะไปกระจุกตัวอยู่ที่ 2 ช่องดังกล่าว และเอเยนซี ที่ได้เวลาโฆษณาไป โดยเฉพาะช่วงไพรม์ไทม์ก็จะเป็นเอเยนซีใหญ่เท่านั้น จึงทำให้ระบบการซื้อโฆษณาสมัยก่อนเหมือนเป็นระบบโควตา

อย่างไรก็ดี เมื่อการแข่งขันเปลี่ยนไปจำนวนผู้เล่นในฟรีทีวีมากขึ้นเม็ดเงินโฆษณาก็เริ่มกระจายตัว ช่องที่เคยขายโฆษณาได้เต็มเวลาก็เริ่มขายไม่เต็ม เนื่องจากลูกค้าแบ่งเม็ดเงินโฆษณาไปซื้อเวลาของช่องอื่นๆ มากขึ้น เมื่อช่องหลักขายโฆษณาไม่เต็มก็ถือเป็นโอกาสของ เอเยนซีรายกลางและรายเล็กที่จะเข้ามาซื้อโฆษณาของทีวีช่องหลักในช่วงเวลาที่เหลือ

“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับช่อง 3 และช่อง 7 ทำให้ระบบการขายที่เป็นเหมือนระบบโควตา ซึ่งเอเยนซีรายใหญ่จะได้ไปเริ่มปรับเปลี่ยนไปจากเดิม เนื่องจากเม็ดเงินถูกแบ่งไปให้ทีวีดิจิทัลช่องอื่นๆ แต่ถ้าหากมองกันดีๆ ระบบนั้นยังอยู่ เพียงแต่เม็ดเงินที่เอเยนซีเคยใช้ในช่องหลักมีการปรับลดลง” นายไตรลุจน์ กล่าว

สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมโฆษณาในช่วงกว่า 1 เดือนที่ผ่าน ยังถือว่าอยู่ในภาวะทรงตัว เนื่องจากยังมีปัจจัยลบที่ยังส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมโฆษณา แต่อย่างไรก็ตามคาดว่าพอก้าวเข้าสู่ไตรมาส 2 ภาพรวมของอุตสาหกรรมโฆษณาน่าจะเริ่มปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น เพราะสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อจะเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เห็นสัญญาณได้จากผู้บริโภคเริ่มออกมาจับจ่ายซื้อสินค้ามากขึ้น

 

กูเกิลเตรียมปล่อยบอลลูนแจกอินเตอร์เน็ตในอนาคตอันใกล้นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

20 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 15:14 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/481789

กูเกิลเตรียมปล่อยบอลลูนแจกอินเตอร์เน็ตในอนาคตอันใกล้นี้

โครงการมอบอินเตอร์เน็ตให้แก่ผู้คนในพื้นที่ห่างไกลด้วยบอลลูนจากกูเกิล ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการทดลอง

ปฏิเสธไม่ได้จริงๆว่าในปัจจุบัน อินเตอร์เน็ตมีความสำคัญในชีวิตของเราไม่ต่างจากปัจจัย 4 อย่างอาหาร ที่พัก หรือเครื่องนุ่งห่ม แต่การติดตั้งโครงสร้างพื้นฐานของอินเตอร์เน็ตนั้นใช่ว่าจะสามารถทำได้ในทุกสถานที่ นั่นทำให้ทุกวันนี้ยังคงมีประชากรในบางพื้นที่ที่ยังคงไม่สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้

พบกับโปรเจคจากกูเกิลที่จะไม่ยอมให้ใครต้องมีชีวิตอยู่ในโลกสมัยใหม่ โดยขาดแคลนอินเตอร์เน็ตเป็นอันขาด ด้วยอุปกรณ์ง่ายๆอย่างบอลลูน

หน้าตาของบอลลูนในโปรเจค Loon

Project Loon โดยกูเกิลเอ็กซ์ (หรือแค่ X ในปัจจุบัน) ถูกเปิดตัวเมื่อปี 2013 ด้วยไอเดียสุดเจ๋งที่จะมอบอินเตอร์เน็ตให้แก่ผู้คนในพื้นที่ยากเข้าถึงด้วยบอลลูน ที่ล่องลอยอยู่บนชั้นบรรยากาศความสูง 20 กิโลเมตร ตัวบอลลูนจะมีแผงโซลาเซลล์อยู่ที่ข้างท้าย เพื่อช่วยจ่ายกระแสไฟให้การกระจายสัญญาณอินเตอร์เน็ตทำได้ดีขึ้น โดยในการปล่อย 1 ครั้งบอลลูนสามารถลอยตัวอยู่ได้นาน 100 วัน และเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมานี้ทางกูเกิลเองก็เพิ่งจะประกาศความก้าวหน้าครั้งสำคัญ ครั้งใหม่ของโครงการ

Astro Teller กัปตันของโครงการได้พัฒนาโปรแกรมที่ช่วยให้บอลลูนสามารถล่องลอยไปยังทิศทางที่กำหนดได้ ด้วยการศึกษาทิศทางของลมมานานหลายปี พวกเขาพบว่ากระแสลมบนชั้นบรรยากาศสตาโทสเฟียร์มีกระแสลมหลายชั้น และแต่ละชั้นนั้นก็พาบอลลูนลอยล่องไปยังจุดหมายที่แตกต่างกัน

โดยในขั้นตอนแรกบอลลูนจะถูกปล่อยขึ้นไปสู่อากาศ โปรแกรมจะจับกระแสลมที่เหมาะสมที่จะช่วยนำพามันไปยังทิศทางที่ต้องการ เมื่อเส้นทางการบินถูกกำหนดอย่างแม่นยำแล้ว บอลลูนก็จะสามารถวนกลับมายังจุดเริ่มต้นได้ หากภารกิจของมันเสร็จลุล่วง

แต่เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาทีมงานของ Loon ได้สังเกตเห็นแนวโน้มแปลกๆที่เกิดขึ้นกับบอลลูนบางลูก พวกมันลอยอ้อยอิ่งอยู่ในบางพื้นที่ แทนที่จะถูกพัดไปตามสายลม ดังนั้นตลอดปี 2016 พวกเขาจึงทำการทดลองการลอยตัวของบอลลูน บนน่านฟ้าของเปรู และพบว่าบอลลูนบางลูกนั้นลอยอ้อยอื่งอยู่ในสถานที่เดิมนานถึง 3 เดือน

จากการทดลองพวกเขาได้ไอเดียใหม่ว่าแทนที่จะปล่อยให้บอลลูนทั้งหมดนั้นล่องลอยไปตามกระแสลมที่พวกเขากำหนดให้มันไปในที่ต่างๆ ทางทีมงานตัดสินใจพัฒนาให้ Loon ลอยไปอ้อยอิ่งรวมกลุ่มกันในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง ซึ่งจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ต้องการใช้อินเตอร์เน็ตมากกว่า นอกจากนั้นระยะทางของบอลลูนที่เดินทางสั้นลงยังช่วยลดค่าใช้จ่ายได้อีกด้วย

แทนที่จะปล่อยบอลลูนให้ลอยไปตามจุดมุ่งหมาย กูเกิลเปลี่ยนไอเดียให้พวกมันลอยรวมกลุ่มกันเพื่อประสิทธิภาพที่ดีกว่า

หลังการทดลองในเปรู ทางกูเกิลตั้งเป้าหมายว่าพวกเขาจะทดลอง Loon กับพื้นที่ที่ผู้คนขาดแคลนอินเตอร์เน็ตจริงๆในเร็วๆนี้ เพื่อพวกความฝันที่พวกเขาจะมีอินเตอร์เน็ตใช้จะได้เกิดขึ้นในเร็วๆนี้

สำหรับบริษัทยักษ์ใหญ่ทางเทคโนโลยีแล้ว โครงการนี้ไม่ใช่เพียงแค่โปรเจคใจดีที่มอบความช่วยเหลือเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของแผนธุรกิจที่ชาญฉลาดอีกด้วย แน่นอนว่ายิ่งผู้คนสามารถเข้าถึงระบบอินเตอร์เน็ตได้มากขึ้นเท่าไหร่ พวกเขาก็จะยิ่งเข้าถึงการบริการมากขึ้นเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการค้นหา, แผนที่, ยูทูป ไปจนถึงเฟซบุ๊ก และอินสตาแกรมเป็นต้น

การทดลองโปรเจค Loon ครั้งแรกที่นิวซีแลนด์ในปี 2013

 

ขอบคุณวิดีโอจาก Project Loon