นักช็อปออนไลน์ไทย ชอบความเร็ว-บริการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

11 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 08:14 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/480357

นักช็อปออนไลน์ไทย ชอบความเร็ว-บริการ

โดย…ปากกาด้ามเดียว

แมนฮัตตัน แอสโซซิเอทส์ และโลจิเซียล รายงานผลวิจัยว่า ความสำเร็จของการค้าออนไลน์ในประเทศไทย ขึ้นอยู่กับการปิดช่องว่างระหว่างความคาดหวังของผู้บริโภค และความสามารถของผู้ขายโดยให้ลูกค้าได้รับสินค้ารวดเร็ว ถูกต้องตรงตามที่สั่งซื้อ และสามารถคืนสินค้าได้อย่างง่ายดาย

จากผลวิจัยแสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภคออนไลน์ในประเทศไทยจะผิดหวังมากที่สุดกับการส่งมอบสินค้าที่ไม่ถูกต้อง และไม่ได้รับสินค้าอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่พวกเขาต้องการ โดย 55% ชี้ให้เห็นว่า “ไม่ได้รับสิ่งที่พวกเขาคาดหวัง” ขณะที่ 48% จะผิดหวังกับการส่งมอบสินค้าล่าช้า ความผิดหวังของนักช็อปออนไลน์อันดับที่ 3 คือ ไม่สามารถคืนสินค้าได้โดยง่าย

สิ่งสำคัญคือ นักช็อปชาวไทยจัดอันดับให้ “ความรวดเร็ว/ความสะดวกสบายในการสั่งซื้อ” และ ”โปรโมชั่นที่บ่อยครั้ง” คือปัจจัยที่สำคัญที่จะโน้มน้าวให้พวกเขาซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น ผู้ค้าปลีกที่ไม่สามารถให้บริการได้รวดเร็วเพียงพอหรือผู้ที่ไม่สามารถเสนอโปรโมชั่นได้บ่อยครั้งอาจต้องพ่ายแพ้แก่ผู้ที่สามารถให้บริการได้รวดเร็ว และความน่าเชื่อถือในการจัดส่งสินค้าจะทำให้ผู้บริโภคมีความจงรักภักดีในแบรนด์

ดังนั้น ความสามารถในการจัดส่งสินค้าตามกำหนด และความสามารถในการทำเช่นนี้จะสามารถทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง จึงถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับความสำเร็จในธุรกิจค้าออนไลน์ระยะยาว

ริชาร์ด ไรท์ กรรมการผู้จัดการ แมนฮัตตัน แอสโซซิเอทส์ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า ความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มสูงขึ้น และตัวเลือกในการบรรลุความคาดหวังที่รวดเร็วขึ้น จะเพิ่มความตึงเครียดให้กับระดับสินค้าคงคลัง และผลประกอบการของบริษัท ร้านค้าปลีกจำนวนมากที่มีข้อมูลไม่ถูกต้องเพียงพอ และขาดการเข้าถึงข้อมูลสินค้าคงคลังแบบเรียลไทม์ ซึ่งจะนำไปสู่การจัดส่งสินค้าที่ผิดพลาด การให้บริการที่ไม่มีคุณภาพ และไม่ก่อให้เกิดผลกำไร รวมถึงลูกค้าที่ไม่พึงพอใจ ซึ่งจะทำให้ลูกค้าหันไปซื้อสินค้าที่อื่นแทน

ขณะที่เป้าหมายใน 1-2 ปีข้างหน้า ร้านค้าปลีกตระหนักว่า จะต้องพัฒนาระบบและกระบวนการคำสั่งซื้ออย่างมีประสิทธิภาพ ต้องบริหารจัดการเครือข่ายสินค้าคงคลัง แบบดึงจากจุดเดียวเพื่อให้เขาสามารถปรับความสามารถในการดำเนินการให้สามารถเข้าถึงสินค้าคงคลังได้จากทุกๆ ที่ และประเมินศักยภาพและการทำกำไรของการใช้ขั้นตอนเหล่านี้เพื่อตอบสนองคำสั่งซื้อที่เฉพาะเจาะจงได้

วิธีแก้ไขปัญหานี้คือความสามารถในการบริหารการกระจายสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ และใช้กระบวนการและเทคโนโลยีสำคัญที่มีความยืดหยุ่นและปรับขนาดได้ รวมถึงสามารถจัดการปัญหาเฉพาะสำหรับการจัดการคำสั่งซื้อของช่องทางออนไลน์และแบบออมนิ แชนแนลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ส่องโมบาย เอ็กซ์โป กระตุ้นอารมณ์ซื้อต้นปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

10 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 06:50 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/480205

ส่องโมบาย เอ็กซ์โป กระตุ้นอารมณ์ซื้อต้นปี

โดย…จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

ในยุค 4จี แบบนี้หลายคนที่โทรศัพท์ยังไม่รองรับ 4จี หรือรู้สึกว่าโทรศัพท์ตกรุ่นแล้วต้องการเสาะหารุ่นใหม่ จึงทำให้ค่ายมือถือและแบรนด์สมาร์ทโฟนต่างๆ แข่งขันทำโปรโมชั่นดุเดือดทั้งลดราคาและขนของแถมมานำเสนอเพื่อกระตุ้นการตัดสินใจของลูกค้า

โอภาส เฉิดพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็ม วิชั่น เปิดเผยว่า ได้จัดงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป 2017 ครั้งที่ 26 วันที่ 9-12 ก.พ.นี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ คาดว่ามีผู้เข้าชมงานกว่า 7 แสนคน เงินสะพัด 1,750 ล้านบาท เชื่อว่ายังมี ผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อตั้งใจจะซื้อสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงปีก่อน แต่ชะลอการซื้อมาเป็นปีนี้เพื่อรอโปรโมชั่นใหม่ๆ ซึ่งโปรโมชั่นจะเป็นปัจจัยสำคัญทำให้คนตัดสินใจซื้อ โดยหัวเว่ยและซัมซุงน่าจะเป็นแบรนด์หลักขับเคลื่อนให้ยอดขายในงานโต

ฐิติพงศ์ เขียวไพศาล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส สายงาน การตลาดและงานขายกลุ่มลูกค้าทั่วไป บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวว่า การทำโปรโมชั่น ขายเครื่องสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์ต่างๆ ในงานไม่ได้มีเป้าหมายหลักที่ยอดขายสมาร์ทโฟน แต่มีเป้าหมายหลักเพื่อขายลูกค้าปัจจุบันและขยายฐานลูกค้าใหม่ โดยตั้งเป้าลูกค้าเปิดเบอร์ใหม่ในงานครั้งนี้กว่า 4,000 หมายเลข

ทั้งนี้ ปัจจุบันเอไอเอสมีเครือข่ายครอบคลุม 98% ของพื้นที่ประชากร มีฟิกซ์ บรอดแบนด์ เทคโนโลยีไฟเบอร์ 100% ครอบคลุม 5 ล้านครัวเรือน มีฐานลูกค้าทั้งระบบรายเดือนและเติมเงินรวมกัน 41 ล้านคน ส่วนการแข่งขันกับเครือข่ายอื่นๆ หลังจากนี้จะไม่ใช่แค่เรื่องมีเครือข่ายดีอย่างเดียว แต่จะนำเนื้อหาที่น่าสนใจมาเสนอเพื่อสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง

อรรคพงศ์ ลินพิศาล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานบริหารอุปกรณ์สื่อสาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค กล่าวว่า โปรโมชั่นหลักในงานนี้จะเป็นการลดราคา ไม่ใช่โปรโมชั่นที่แรงลักษณะซื้อ 1 แถม 1 แต่จำกัดระยะเวลาที่เคยทำ เพราะประเมินแล้วว่าลูกค้าไม่พึงพอใจ โดยครั้งนี้บางรุ่นลดสูงถึง 50% บางรุ่นร่วมมือกับแบรนด์มือถือทำโปรโมชั่นเฉพาะเมื่อซื้อกับดีแทค ตั้งเป้าหมายจะทำยอดลูกค้าเปิดเบอร์ใหม่ในงานได้ 1,000 หมายเลข

สำหรับสมาร์ทโฟนที่นำมาจัดโปรโมชั่น คาดว่าหัวเว่ยจะทำยอดขายได้ดีกว่าปีก่อน เพราะจากการสำรวจช่วงก่อนงานพบว่าเป็นมือถือที่ขายดีจนของขาดหลายรุ่น สะท้อนความต้องการ ผู้บริโภคมีมากกว่าที่ประเมิน

ปริศนา รัตนสุวรรณศรี
ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานธุรกิจโพสต์เพด ดีแทค กล่าวว่า ได้นำเบอร์คู่แท้ เป็นเบอร์คู่ที่มีเลขเหมือนกัน 7 หลัก และลูกค้าเบอร์คู่โทรหากันได้ฟรี 24 ชั่วโมง มาเปิดขายครั้งแรกในงานครั้งนี้และหลังงานจะขายผ่านช็อปเพื่อให้เข้ากับเทศกาลวาเลนไทน์ คาดว่าจะมียอดขาย เบอร์คู่จากในงาน 300 คู่ ส่วนจำนวนเบอร์คู่ทั้งหมดที่เตรียมไว้จำหน่ายมี 3,000 คู่

ด้าน วิชัย พรพระตั้ง รองประธานองค์กร ธุรกิจโทรคมนาคมและไอที บริษัท ไทยซัมซุงอิเลคโทรนิคส์ กล่าวว่า ซัมซุงประเดิมตลาดปีนี้ด้วยการ เปิดตัว กาแล็คซี่ เอ 2017 ที่เพิ่ม ฟังก์ชั่นรองรับยุคดิจิทัล อาทิ ซีเคียวโฟลเดอร์ สำหรับเก็บข้อมูลสำคัญ ในสมาร์ทโฟนให้ได้รับความปลอดภัยสูงสุด และจากนี้จะมีรุ่นแฟล็กชิปออกมาทำตลาดเพิ่ม

 

อี-คอมเมิร์ซใช้ประจำวัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

10 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 06:35 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/480202

อี-คอมเมิร์ซใช้ประจำวัน

โดย…จะเรียม สำรวจ

จากแนวโน้มการถือครองสมาร์ทโฟนของผู้บริโภคชาวไทยที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับปัจจุบันการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตทำได้ง่ายขึ้น เนื่องจากค่าบริการเริ่มมีราคาถูกลง ส่งผลให้การเข้าถึงโลกออนไลน์ทำได้ง่ายขึ้น ซึ่งจากปัจจัยดังกล่าวทำให้การขายสินค้าผ่านอี-คอมเมิร์ซเริ่มได้รับความสนใจจากผู้บริโภคมากขึ้น

สินค้าอุปโภคบริโภคหมุนเวียนเร็ว หรือเอฟเอ็มซีจี ถือเป็นอีกหนึ่งกลุ่มสินค้าที่เริ่มมียอดขายผ่านช่องทางอี-คอมเมิร์ซเพิ่มขึ้น แม้ว่าจะเป็นตัวเลขที่ไม่สูงมากเมื่อเทียบกับกลุ่มสินค้าแฟชั่นหรืออิเล็กทรอนิกส์ แต่ก็ถือว่าเป็นแนวโน้มที่ดีสำหรับกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคของไทย

อิษณาติ วุฒิธนากุล ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท กันตาร์ เวิร์ลด พาแนล (ไทยแลนด์) กล่าวว่า จากการศึกษาพฤติกรรมการซื้อสินค้าของครัวเรือนไทยผ่านช่องทางอี-คอมเมิร์ซตั้งแต่ปี 2555 ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันพบว่ามีการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากปี 2555 ที่ผ่านมา การซื้อสินค้าผ่านช่องทางอี-คอม เมิร์ซมีสัดส่วนเพียง 0.4% และมีมูลค่าการซื้อขายอยู่ที่เพียง 67 ล้านบาทเท่านั้น แต่ปัจจุบันมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นมาสูงถึง 7.3% หรือมีมูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 2,474 ล้านบาท ซึ่งจากแนวโน้มที่ดีดังกล่าวคาดการณ์ว่าปี 2560 นี้ ครัวเรือนไทยจะมีสัดส่วนการซื้อสินค้าผ่านช่องทางอี-คอมเมิร์ซเพิ่มขึ้นเป็น 10% อย่างแน่นอน

อย่างไรก็ดี การขยายตัวของการซื้อขายผ่านช่องทางอี-คอมเมิร์ซจะเติบโตมากหรือน้อยยังคงต้องขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัยหลัก คือ การถือครองสมาร์ทโฟนของประชากรไทย ซึ่งปัจจุบันยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับประเทศเกาหลีที่มีประชากรของประเทศมีการถือครองสมาร์ทโฟนเกือบ 100% นอกจากนี้การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของประเทศเกาหลียังมีความครอบคลุมประชากรของประเทศมากกว่าประเทศไทย ส่งผลให้การซื้อขายผ่านช่องทางอี-คอมเมิร์ซของประเทศเกาหลีมีมูลค่ามหาศาล เนื่องจากมีมูลค่าทางเศรษฐกิจคิดอัตราส่วน 1 ใน 4 ของเศรษฐกิจประเทศ

ทั้งนี้ แม้ว่าการขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์จะขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้บริโภคชาวไทยส่วนใหญ่ยังคงให้ความสำคัญกับการซื้อสินค้าผ่านช่องทางออฟไลน์ เห็นได้จากการจับจ่ายซื้อสินค้าผ่านช่องทางค้าปลีกต่างๆ ที่ยังคงมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่องทางค้าปลีกที่มีการขยายตัวมากที่สุดในปีที่ผ่านมา คือ ไฮเปอร์มาร์เก็ต โดยเฉพาะห้างเทสโก้ โลตัส

อิษณาติ กล่าวว่า ปัจจัยที่ห้างค้าปลีกของห้างเทสโก้ โลตัส มียอดขายเติบโตดีกว่าห้างบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ส่วนหนึ่งอาจมาจากการที่ห้างเทสโก้ โลตัส มีการทำกิจกรรมส่งเสริมการขายที่หลากหลายผ่านแคมเปญการตลาดในรูปแบบต่างๆ ขณะเดียวกันห้างเทสโก้ โลตัส ยังมีจำนวนสาขาที่หลากหลายรูปแบบ จึงทำให้การเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้ดีกว่า

สำหรับสินค้าที่มียอดขายเติบโตอย่างเห็นได้ชัดในปีที่ผ่านมาในช่องค้าปลีกต่างๆ คือ น้ำกะทิสำเร็จรูป นมถั่วเหลือง น้ำดื่มบรรจุขวด เบียร์ อุปกรณ์ประกอบอาหาร ข้าว น้ำยาทำความสะอาดพื้น และผลไม้กระป๋อง ส่วนสินค้าที่น่าจับตามองในปีนี้ คือ เบียร์และกระดาษชำระ ทั้งนี้สินค้าไหนจะเข้ามาตีตื้นสินค้า 2 ตัวนี้คงต้องจับตามองพฤติกรรมและการใช้จ่ายของผู้บริโภคว่าหลังจากผ่านไตรมาสแรกไปจะซื้อสินค้ากลุ่มไหนเพิ่มขึ้น

 

เอไอเอสขายกูเกิล โครมแคส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

09 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 18:48 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/480186

เอไอเอสขายกูเกิล โครมแคส

เอไอเอสเปิดตัวขายกูเกิล โครมแคสในงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป

นายสุวิทย์ อารยะวิไลพงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานบริหารผลิตภัณฑ์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส เปิดเผยว่า เอไอเอสได้จับมือกูเกิล นำอุปกรณ์ทีวีสตรีมมิ่ง กูเกิล โครมแคส มาจำหน่ายผ่านเอไอเอส ออนไลน์ สโตร์ และในงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป 2017 ซึ่งจัดขึ้น วันที่ 9-12 ก.พ. นี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยจำหน่ายในราคา 1,490 บาท พร้อมโปรโมชั่นพิเศษซื้อในงานดูภาพยนตร์ฮอลิวู้ดจาก HOOQ ไม่อั้น 3 เดือน

ทั้งนี้ คาดว่าช่วง 3 เดือนนี้จะทำยอดขายกูเกิล โครมแคสได้ 5 หมื่นชิ้น รวมทั้งเพิ่มยอดการใช้บริการรับชมวิดีโอผ่านมือถือด้วย เพราะจากสถิติทั่วโลก หลังมีกูเกิล โครมแคส ทำให้ยอดใช้บริการดูวิดีโอผ่านมือถือทั่วโลกปี 2559 โต 34% จากปี 2558

“กูเกิล โครมแคส จะเปลี่ยนรูปแบบการดูทีวีของคนไทยไปอีกขั้น ช่วยสนับสนุนและเพิ่มจำนวนการเข้าชมวิดีโอคอนเทนต์ เนื่องจากประสบการณ์ใช้งานที่ดีขึ้น โดยเอไอเอสได้พัฒนา แอพพลิเคชั่น เอไอเอส เพลย์ เป็นแอพพลิเคชั่นวิดีโอสตรีมมิ่งรายเดียวของไทยที่ได้รับการรับรองจากกูเกิลให้รับชมบนกูเกิล โครมแคสได้เต็มประสิทธิภาพ”

สำหรับวิธีการใช้งานกูเกิล โครมแคส คือ ลูกค้าสามารถส่งภาพ และเสียงจากจอบนมือถือ ขึ้นสู่จอทีวีได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นรายการทีวี ภาพยนตร์ คลิปวิดีโอ เพลง เกม หรือรูปภาพ รองรับการใช้งานทั้งสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการ ไอโอเอส แอนดรอยด์ และวินโดวส์ การใช้งานคือเสียบกูเกิล โครมแคสเข้ากับพอร์ต HDMI ของทีวี ก็จะใช้งานได้ทันที นอกจากนี้ยังส่งภาพจากจอมือถือไปขึ้นบนจอทีวีแล้วยังสามารถใช้งานมือถือได้ตามปกติ ทั้งโทรออก ส่งข้อความ ใช้แอพพลิเคชั่น หรือโปรแกรมอื่น

 

“อุ๊คบี มอลล์” ประกาศหยุดให้บริการเว็บไซต์ ยันไม่กระทบธุรกิจอีบุ๊คส์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

09 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 16:54 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/480138

"อุ๊คบี มอลล์" ประกาศหยุดให้บริการเว็บไซต์ ยันไม่กระทบธุรกิจอีบุ๊คส์

อุ๊คบี มอลล์ ประกาศหยุดให้บริการเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซเพื่อปรับโครงสร้างธุรกิจ ยันไม่กระทบธุรกิจอีบุ๊คส์ของอุ๊คบี

นายณัฐวุฒิ พึงเจริญพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อุ๊คบี ได้ประกาศผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเกี่ยวกับการยุติการให้บริการอีคอมเมิร์ซในเครืออย่าง อุ๊คบีมอลล์ว่า

บริษัทอุ๊คบี มอลล์ (ประเทศไทย) จำกัด มีความเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่ต้องแจ้งให้ลูกค้าทุกท่านทราบว่า บริษัทฯ จำเป็นต้องยุติการให้บริการธุรกิจอีคอมเมิร์ซเว็บไซต์ของ บริษัทฯ (www.ookbeemall.com) ในวันที่ 31 มีนาคม 2560 โดยตลอดระยะเวลาตั้งแต่ปี 2558 ที่ลูกค้าทุกท่านให้ความสนับสนุนบริษัทฯเป็นอย่างดีเสมอมานั้น พวกเรารู้สึกซาบซึ้งและขอขอบพระคุณลูกค้าทุกท่านเป็นอย่างยิ่ง

ทั้งนี้ลูกค้าทุกท่านยังคงสามารถสั่งซื้อสินค้าจากทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ ได้จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2560 เวลา 12.00 นาฬิกา

หากมีข้อสงสัยประการใด โปรดติตต่อกับทางทีมลูกค้าสัมพันธ์ของบริษัทฯที่หมายเลข (+66) 02-062-0682  หรืออีเมลล์ support@ookbeemall.com  ทั้งนี้ท่านสามารถติดต่อเราได้จนถึงวันที่ 28 เมษายน 2560

พร้อมทั้งยังกล่าวถึงเหตุผลในการปิดตัวลงไว้ว่า ขอขอบคุณทุกท่านที่เคยให้การสนับสนุนเราครับ หลังจากทบทวนผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา ทางผมและผู้บริหาร Ookbee Mall ได้พิจารณาแล้วว่าสมควรหยุดการดำเนินการในส่วนของ e-commerce เนื่องจากไม่สามารถขยายธุรกิจให้มี scale ตามแผนที่เคยวางไว้ได้ โดยภาพการแข่งขันในปี 2017 แตกต่างจากตอนเราตัดสินใจทดลองทำในปี 2015 ไปมาก

สำหรับส่วนธุรกิจอื่นๆของอุ๊คบีเรายังคงให้บริการและขยายกิจการในส่วนของ digital content และ platform อย่างต่อเนื่อง และมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขอให้คู่ค้าและผู้ใช้บริการสบายใจได้

อนึ่ง อุ๊คบีเป็นแพลตฟอร์มอีบุ๊ครายใหญ่ของไทยและยังคงเดินหน้าเป็นผู้ให้บริการคอนเทนท์ประเภท UGC (user generated Content) ที่หลากหลายในไทย ไม่ว่าจะเป็น Ookbee Ookbee Comic Storylog  Fictionlog ธัญวลัย และฟังใจ เป็นต้น

 

5 คำถามเช็คความปลอดภัยก่อนคลิกลิงก์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

09 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 13:02 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/480063

5 คำถามเช็คความปลอดภัยก่อนคลิกลิงก์

โดย…welivesecurity

Link(ลิงก์) เป็นช่องทางที่ง่ายสำหรับพาผู้ใช้อินเตอร์เน็ตไปยังที่ต่างๆโดยลิงก์มีทั้งลักษณะเป็นลิงก์ย่อ(สั้น) และลิงก์เต็ม(ยาว) ซึ่งตรงนี้ก็เป็นจุดอ่อนที่แฮกเกอร์ใช้เพื่อการเข้าถึงผู้ใช้บนโลกออนไลน์ด้วยลิงก์ย่อ

เริ่มที่คำถามกันเลย

คุณเชื่อใจคนที่ส่ง/โพสต์ลิงก์นี้มากแค่ไหน?

ความเชื่อใจบนโลกออนไลน์มีคุณสมบัติเหมือนกับในชีวิตจริงแต่คนส่วนมากกลับไม่คิดอย่างนั้นยกตัวอย่างถ้าหากคุณเดินเล่นอยู่ในสวนสาธารณะหรือห้างสรรพสินค้าแล้วมีคนชวนคุณไปที่อื่นมีโอกาสน้อยมากที่คุณจะตอบตกลงแต่บนโลกออนไลน์คุณกลับตามคนแปลกหน้าไปโดยการคลิกลิงก์ที่คุณไม่ทราบว่าคือที่ไหน

Phishing เป็นชื่อเรียกการหลอกลวงข้อมูลบนโลกออนไลน์ Phishing พ้องเสียงกับคำว่า Fishing ที่แปลว่าตกปลาซึ่งการตกปลาก็ต้องมีเหยื่อเป็นธรรมดาซึ่งเหยื่อล่อตัวนั้นก็คือลิงก์นี่เองที่หลอกพาผู้ใช้ไปยังเว็บไซต์ต่างๆและหลอกให้กรอกข้อมูลด้วยหน้าตาเว็บไซต์ที่คล้ายคลึงกับของจริงจนไม่อาจแยกได้ด้วยสายตา

เพราะฉะนั้นอย่าลืมถามคำถามนี้กับตัวเองก่อนคลิกลิงก์ที่พบหรือที่เห็นด้วยนะครับ

คุณเชื่อใจโปรแกรมเหล่านั้นมาแค่ไหน?

สำหรับโซเชี่ยลมีเดียชื่อดังอย่าง WhatsApp, Google, Facebook, Youtubeหรือ Twitterคลิกของโซเชี่ยลมีเดียเหล่านี้มีความน่าเชื่อถืออยู่พอสมควรแต่ถึงอย่างนั้นก่อนที่พวกเขาจะมาถึงจุดนี้ก็คงผ่านการเป็นสแปมมาอย่างนับไม่ถ้วน

เพราะฉะนั้นลิงก์บนโซเชี่ยลมีเดียใช่ว่าจะปลอดภัยไปซะทุกอย่างดังนั้นอย่าลืมที่จะตรวจสอบก่อนที่จะคลิกโดยเฉพาะหากลิงก์เหล่านั้นเขียนผิดๆถูกละก็ระวังเอาไว้เลย

คุณเชื่อในเว็บไซต์ปลายทางหรือเปล่า?

หากลิงก์ดังกล่าวนำคุณไปยังเว็บไซต์อื่นที่คุณไม่ได้กำลังเปิดอยู่คุณรู้จักเว็บไซต์เหล่านั้นหรือไม่? นี่เป็นคำถามที่คุณจะต้องนึกถึงก่อนเสมอเพราะคุณคงจะคาดการณ์ไม่ได้ว่าจะมีอะไรรอเราอยู่ที่ปลายทาง

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับลิงก์ตรงกันหรือเปล่า?

ทั้งมิจฉาชีพและแฮกเกอร์มักใช้โอกาสจากเทศกาลมาเล่นกับผู้คนบนโลกออนไลน์อย่างการแข่งขันโอลิมปิกทั้งตั๋วปลอมการพนันที่พักตั๋วเครื่องบินแทบทุกอย่างมาในเทศกาลนี้ทั้งหมดถ้าคุณมีข้อมูลมากพอลองเทียบเคียงกันก่อนว่าตรงกันหรือไม่

ลิงก์ถูกย่อมาหรือไม่?

ความสะดวกสบายที่ได้มาจากโซเชี่ยลมีเดียทำให้ทุกอย่างดูสวยงามสบายตาไปซะทั้งหมดลิงก์ก็เช่นกันหลายครั้งที่มีการใช้ลิงก์ย่อเพื่อความสะดวกในการโพสต์และก็มีหลายครั้งที่ลิงก์เหล่านั้นเป็นของปลอม

เพื่อความสบายใจเรามีเว็บไซต์ที่ผู้ใช้สามารถตรวจสอบลิงก์ดังกล่าวโดยการคัดลองแล้วนำไปวางบนเว็บไซต์ http://longurl.org/ และ http://checkshorturl.com/ เพื่อดูลิงก์เต็มได้

******************************

ที่มา http://www.welivesecurity.com/2015/05/22/5-security-questions-ask-clicking-link/

อ่านบทความน่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ https://blog.eset.co.th/

 

ทำเว็บแล้วได้ยอดขาย?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

09 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 11:53 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/480052

ทำเว็บแล้วได้ยอดขาย?

โดย…กัมพล ธนาปัญญาวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่ บริษัท ไอท้อปพลัส

ทุกธุรกิจที่มีเว็บไซต์ ปกติจะมีค่าใช้จ่ายรายปี ทั้งค่าจดชื่อเว็บหรือค่าเช่า Hosting ซึ่งทุกปี ผมจะมีทีมงานติดต่อลูกค้าเพื่อแจ้งวันหมดอายุ และมีลูกค้าบางส่วนไม่ต่ออายุ เหตุผลหลักๆ คือ ทำเว็บแล้วไม่เห็นได้ลูกค้าเลย

วันนี้ผู้ประกอบการส่วนหนึ่งที่มาทำเว็บด้วยคาดหวังและมีความเชื่ออย่างมากว่า ทำเว็บแล้ว นั่งเฉยๆ จะมีลูกค้ามาเห็นเว็บ และจะได้ยอดขาย ถ้าเริ่มทำเว็บด้วยแนวคิดแบบนี้ สุดท้ายมักจะผิดหวัง และเป็นความคิดที่ผิดมากๆ และเรื่องใหญ่มาก สำหรับธุรกิจในโลกปัจจุบัน

ทำเว็บแล้วได้ยอดขายหรือไม่…ทำเว็บ “ช่วยให้ได้ยอดขาย” แต่มีเว็บไซต์เฉยๆ จะไม่มีทางได้ยอดขายได้เลย

เว็บไซต์สำหรับผมเป็น Passive Media คือ เป็นสื่อเชิงรับ ถ้าเราเปรียบเทียบเว็บไซต์กับสื่อ Offline สมัยก่อน เว็บไซต์คือ นามบัตร แค็ตตาล็อกสินค้า ประวัติบริษัท เป็นสิ่งที่ทุกธุรกิจสมัยก่อนต้องมี เพราะต้องใช้แจกลูกค้า แต่มีแล้ววางไว้ที่โต๊ะเฉยๆ ไม่ได้ไปแจกใคร ก็ไม่ได้สร้างยอดขาย

ทำเว็บ ถ้าอยากได้ยอดขายจากเว็บต้องทำการตลาดควบคู่ไปด้วย

แล้วถ้ายังคิดไม่ออกว่า จะทำการตลาดบนโลกออนไลน์อย่างไร ต้องทำเว็บหรือไม่…คำตอบผม คือ ต้องทำ

ถ้าเราเปรียบเทียบกับสื่อ Offline อีกครั้ง เราไม่เคยตั้งคำถามว่า ทำธุรกิจแล้วต้องพิมพ์นามบัตรหรือไม่ ต้องพิมพ์แค็ตตาล็อกหรือไม่ เพราะเรารู้ว่าลูกค้าเราต้องการดูนามบัตร ดูแค็ตตาล็อกในวันที่เราเข้าไปติดต่อ นำเสนอขายสินค้า เว็บไซต์ก็เช่นกัน

วันนี้ถึงแม้คุณจะไม่ได้ทำการตลาดบนโลกออนไลน์ แต่ทุกวันนี้คุณก็มีการติดต่อนำเสนอขายสินค้าใหม่ๆ ให้กับลูกค้าใหม่ๆ เช่นกัน ลูกค้าเหล่านี้วันนี้ไม่ได้สนใจอยากได้นามบัตร หรือแค็ตตาล็อกสินค้า แต่สิ่งที่เขาสนใจและถามหา คือ “เว็บไซต์คุณ”

วันนี้การมีนามบัตร แค็ตตาล็อก หรือเว็บไซต์ ไม่ต่างกัน สิ่งที่ต่างมีอย่างเดียว คือ “พฤติกรรมผู้ซื้อเปลี่ยนไป”

อย่าให้ธุรกิจคุณต้องพลาด ด้วยความคิดผิดๆ ครับ

 

6 แบรนด์ที่ชาวเฟซบุ๊กไทย “Reaction” มากสุดในปี59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

09 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 11:36 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/480047

6 แบรนด์ที่ชาวเฟซบุ๊กไทย "Reaction" มากสุดในปี59

โดย…โธธ โซเชียล

เฟซบุ๊กได้เปิดให้ใช้งานฟีเจอร์ Facebook Reaction คือการแสดงความรู้สึกในโพสต์บนเฟซบุ๊ก เพิ่มมาอีก 5 ความรู้สึก ประกอบด้วย รัก (Love), หัวเราะ (Haha), ตกใจ (Wow), เศร้า (Sad) และ โมโห (Angry) โธธ โซเชียล ได้เก็บรวบรวมข้อมูลในเฟซบุ๊กและสรุปผลว่าแบรนด์ใดมีคนกดแสดงความรู้สึกให้มากที่สุดตลอดปี 2559 ได้แก่

แบรนด์ที่ได้รับ Wow มากสุดคือเครื่องดื่มโค้ก ส่วน Haha เป็น Watson Thailand ที่ได้ไป การกด Love และ Sad เป็นเพจ SCB Thailand ส่วนเพจที่ได้รับการ Share มากที่สุดเป็นเพจของบัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ และเพจที่ได้รับ Reaction โดยรวมมากที่สุดก็คือเพจ KFC Thailand

เมื่อแบรนด์รู้จุดประสงค์ว่ากำลังทำคอนเทนต์เพื่อ Reaction แบบไหนจากลูกค้า ค่า Reaction ก็สามารถเป็นตัวชี้วัดให้กับแบรนด์ได้ในระดับหนึ่งว่าสามารถส่งคุณค่าของคอนเทนต์นั้นๆ ไปสู่ผู้บริโภคได้หรือไม่

 

สมาร์ทโฟนแข่งเทคโนโลยีล้ำ สงครามกลาง-บนเดือด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

09 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 11:29 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/480045

สมาร์ทโฟนแข่งเทคโนโลยีล้ำ สงครามกลาง-บนเดือด

โดย…รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย

งานมหกรรมโทรศัพท์มือถือ ไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป(Thailand Mobile Expo 2017) จัดระหว่าง 9-12 ก.พ. ไฮไลต์เทคโนโลยีมือถือปีนี้ หนีไม่พ้น กล้องถ่ายรูป ลูกเล่นที่เข้ามาเติมสีสันให้สมาร์ทโฟนเชื่อมต่อกับเออาร์/วีอาร์ โดยสมาร์ทโฟนเซ็กเมนต์กลาง-บน ยังเป็นตลาดที่แข่งขันเดือดพล่าน

ชานนท์ จิรายุกุล ผู้อำนวยการฝ่ายขายบริษัท ไทย ออปโป้ ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนจากจีน เปิดเผยว่า นโยบายการทำสมาร์ทโฟนของออปโป้ ยังคงให้ความสำคัญกับเซ็กเมนต์กลาง-บน พฤติกรรมผู้ใช้เครื่องระดับล่างเริ่มยกระดับการใช้เทคโนโลยีใหม่หรือมีฟังก์ชั่นการใช้งานเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นปีแรกที่บริษัทรุกทำสมาร์ทโฟนตลาดบน ซึ่งจะเปิดตัวเดือน ก.พ.ราคามากกว่า 1-2 หมื่นบาท

สำหรับการออกสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ออปโป้ 5-10 รุ่น พร้อมกับมุ่งเน้นเทคโนโลยีใหม่ โดยเฉพาะนวัตกรรมกล้องถ่ายรูปยังคงเป็นจุดแข็งและจุดขายของแบรนด์ออปโป้ ถือเป็นแบรนด์แจ้งเกิดกล้องถ่ายรูปออกมาสวย ฟังก์ชั่นการใช้งานง่าย เพื่อเอาใจฐานลูกค้าที่เป็นคนรุ่นใหม่ถึง 80% มีพฤติกรรมของแชตและถ่ายรูปแชร์บนโซเชียลมีเดีย กล้องถ่ายรูปจึงเป็นแม่เหล็กสำคัญดึงให้ลูกค้าซื้อออปโป้

ทศพร นิษฐานนท์ รองผู้อำนวยการบริษัท หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป กล่าวว่า การทำตลาดสมาร์ทโฟนหัวเว่ยให้ความสำคัญกับกลุ่มไฮเอนด์และกลาง-บน ฟีเจอร์ที่บริษัทเน้นยังคงจับมือร่วมกับพันธมิตรพัฒนาเทคโนโลยีใหม่เพื่อให้สมาร์ทโฟนมีความเป็นอัจฉริยะสามารถโต้ตอบได้ เชื่อมต่อไอโอที หรือเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตเชื่อมอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อทำให้คนมีความสะดวกสบายยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ดี ปีนี้กล้องถ่ายรูปยังเป็นจุดขายที่สำคัญของหัวเว่ย ส่วนการแจกโทรศัพท์มือถือของโอเปอเรเตอร์เพื่อดึงดูดให้คนมาใช้เลขหมายไม่ส่งผลกระทบต่อค่ายโทรศัพท์มือถือ สำหรับงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป ที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริิกิติ์ ปีนี้บริษัทลงทุนเพิ่ม 3 เท่าตัว เพิ่มพื้นที่และโฆษณาบริเวณจัดงานศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มั่นใจว่าปีนี้ภายในงานจะกลับมามีความคึกคัก หลังสัญญาณเศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัวดีขึ้น

ทิศทางการแข่งขันงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป พบว่า ทุกค่ายต่างงัดการทำโปรโมชั่น ของแถมพรีเมียมเป็นอุปกรณ์ไอที เช่น แบตสำรอง หรือกระทั่งการผ่อน 0% ระยะเวลา 10 เดือน เป็นต้นรวมทั้งการมีไฮไลต์เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ เป็นการเรียกน้ำย่อยไตรมาสแรกก่อนของปี นอกจากนี้ต้องจับตากลุ่มธุรกิจไอทีการเปิดตัวไอโอที อาทิ เอไอเอส อุปกรณ์พกติดตามตัว หรือกระทั่งกลุ่มเออาร์/วีอาร์ ภายในงาน

จาริตร์ สิทธุ ผู้จัดการฝ่ายงานวิจัย สายงานศึกษาตลาดไคลเอนต์ ดีไวซ์ ประจำไอดีซี ประเทศไทย วิเคราะห์ว่า เทรนด์ตลาดสมาร์ทโฟนของไทยเริ่มเปลี่ยนแปลงเมื่อ 1-2 ปีที่ผ่านมา จากอัตราการใช้ที่แตะ 60% ของประชากรทั้งหมด ทำให้การแข่งขันของสมาร์ทโฟนทุกค่าย จะหันมาโฟกัสเซ็กเมนต์กลาง-บน เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคเริ่มยกระดับการใช้สมาร์ทโฟนจากระดับกลาง-ล่าง ราคา 4,000 บาท มาเป็นระดับกลาง-บน ราคา 6,000-2 หมื่นบาท

สภาพตลาดสมาร์ทโฟนกลาง-ล่าง ส่วนใหญ่เป็นสินค้าจากแบรนด์จีนเริ่มทยอยล้มหายตายจากไปแล้ว อย่างไรก็ดีความท้าทายของค่ายมือถือในขณะนี้เป็นเรื่องการพัฒนานวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ให้ดีขึ้น ว่ากันว่าเป็นยุคที่โทรศัพท์เทคโนโลยีถึงจุดอิ่มตัว สินค้าที่ออกใหม่แม้กระทั่งไอโฟน 7 หรือซัมซุง โน้ต 7 ไม่ได้เป็นสมาร์ทโฟนใหม่ที่ทุกคนต้องร้องว้าว อยากมี และต้องจับตาเบอร์หนึ่งอย่างซัมซุงที่กำลังเป็นแบรนด์อยู่ในภาวะขาลง จะซ้ำรอยเหมือนโนเกียหรือไม่

 

วิดีโอออนดีมานด์พุ่งรับพฤติกรรมคนดูทีวีย้อนหลัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

08 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 07:05 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/479833

วิดีโอออนดีมานด์พุ่งรับพฤติกรรมคนดูทีวีย้อนหลัง

กรุ๊ปเอ็ม ชี้ยุควิดีโอออนดีมานด์โต เจ้าของสถานีปรับตัวลุยเว็บไซต์คอนเทนต์ย้อนหลัง รับเม็ดเงินโฆษณาออนไลน์

นายรัฐกร สืบสุข เทรดดิ้ง พาร์ท เนอร์ กรุ๊ปเอ็ม เปิดเผยว่า เจ้าของสถานีควรปรับกลยุทธ์หันนำคอนเทนต์ที่มีอยู่มาสร้างมูลค่าเพิ่ม ด้วยการลงทุนระบบออนไลน์เพื่อทำคอนเทนต์แพร่ภาพเว็บไซต์ นอกเหนือจากผลิตคอนเทนต์ป้อนฟรีทีวี ทีวีดิจิทัล และนำคอนเทนต์ลงยูทูบแล้ว เพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมของผู้ชมที่หันไปดูวิดีโอออนดีมานด์หรือดูคอนเทนต์ย้อนหลังเพิ่มเป็น 60-70% โดยมากเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ 15-24 ปี

ขณะที่พฤติกรรมการชมผ่านจอทีวีแบบสดเหลือเป็น 30-40% กลุ่มผู้ชมเป็นผู้ใหญ่ 35 ปีขึ้นไป ภาวะที่เกิดขึ้นเป็นไปทางทิศทางเดียวกับอเมริกา โดยคอนเทนต์ดูละครการดูย้อนหลังกำลัง มาแรงและต้องจับตา เช่น เว็บไซต์ บักกาบูทีวี ช่อง 7 เป็นผู้ทำแล้วประสบความสำเร็จ มองว่าเป็นการสร้างรายได้เพิ่มโดยเฉพาะโฆษณาผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งมีแนวโน้มว่าเจ้าของสินค้า ใช้งบ 15-20% จากงบโฆษณารวมทั้งหมด

“การแข่งขันวิดีโอออนดีมานด์เริ่มมีหลายรายให้ความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น ไลน์ทีวี เอไอเอส และเฟซบุ๊กมีแนวโน้มว่าจะทำด้วยเช่นเดียวกัน จากเดิมมีผู้เล่นอย่างยูทูบเป็นรายหลัก เนื่องจากเทรนด์การดูทีวีแบบสดอยู่ในภาวะขาลง ซึ่งการดูทีวีแบบสดส่วนใหญ่ผู้บริโภครับชม คอนเทนต์เกี่ยวกับการแข่งขันกีฬา การจัดคอนเสิร์ต ส่วนเพย์ทีวีหรือคอนเทนต์ที่ต้องเสียเงินเพื่อรับชม กลุ่มเป้าหมายต้องมีกำลังซื้ออยู่ในวัยทำงาน” นายรัฐกร กล่าว

ทั้งนี้ ภาพรวมอุตสาหกรรมโฆษณามูลค่า 1.1 แสนล้านบาท คาดว่าเติบโต 10% การเติบโตหลักๆ มาจาก 3 สื่อ ประกอบด้วย สื่อโฆษณาออนไลน์เติบโต 25-30% ทางทีวีไม่ต่ำกว่า 15% และสื่อโฆษณานอกบ้าน เติบโต 10-15% อย่างไรก็ดีหากทำเว็บไซต์คอนเทนต์ย้อนหลัง โอกาสที่เจ้าของสถานีมีรายได้จากโฆษณา 60-100% เมื่อเทียบกับการนำคอนเทนต์ลงยูทูบหรือช่องทางอื่นๆ เป็นรูปแบบแชร์รายได้เหลือ 30-50%

สำหรับเทรนด์ปีนี้มีด้วยกัน 5 เทรนด์ ได้แก่ 1.แบรนด์ต้องเข้าถึงพฤติกรรม ผู้บริโภคตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง 2.นำไลฟ์วิดีโอมาใช้ถ่ายทอดสดเปิดตัวสินค้า 3.คอนเทนต์เป็นหัวใจสำคัญ แต่การนำคอนเทนต์ไปใช้ต้องมีความเฉพาะ เช่น สำหรับโซเชียลมีเดีย 4.ช่องทางรับสื่อเพิ่มขึ้น ความท้าทายคือการบริหารสื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย 5.การเข้าถึง ผู้บริโภคต่างจังหวัด จากพฤติกรรมการเปิดรับสื่อน้อยกว่าคนเมืองและคุ้นชินชีวิตแบบเดิม

นายรัฐกร กล่าวว่า การวัดเรตติ้ง วงการสื่อในไทยที่กำลังมี 2 ระบบ ประกอบด้วย 1.การวัดจากบริษัท เอจีบี นีลเส็น มีเดีย รีเสิร์ช ซึ่งได้เพิ่มการวัดผลทางออนไลน์ และระบบที่ 2 การวัดบริษัท กันตาร์มีเดีย ในรูปแบบมัลติกรีนเรตติ้ง ซึ่งนำผลวัดมาใช้เดือน ธ.ค. บริษัทมองว่าเจ้าของสินค้าจะใช้ระบบแบบใด ต้องพิจารณาฐานลูกค้า หรือนำผลวัดของทั้งสองมาพิจารณาความแตกต่างของเรตติ้ง เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ลงสื่อโฆษณา

ภาพประกอบข่าว