เอไอเอสอัด4.5หมื่นล.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

07 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 07:56 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/479687

เอไอเอสอัด4.5หมื่นล.

เอไอเอสลงทุน 4.5 หมื่นล้าน ชูวิชั่นยกระดับเครือข่าย รับสมาร์ทโฟนและไอโอทีโต ดึงคอนเทนต์เอชบีโอเสริมบริการ

นายสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) เปิดเผยว่า แผนลงทุนภายใต้วิสัยทัศน์ ปี 2560 ของเอไอเอส ตอกย้ำการเป็นดิจิทัล ไลฟ์ เซอร์วิส โพรไวเดอร์ ราว 4-4.5 หมื่นล้านบาท มุ่งเน้น 3 ด้าน คือ ด้านที่ 1 ยกระดับ เครือข่ายไปสู่ Next G Network พัฒนาเครือข่ายโทรศัพท์ ซูเปอร์ไว-ไฟ และบริการฟิกซ์บรอดแบนด์ อินเทอร์เน็ตภายในบ้าน รองรับกับก้าวสู่ 5จี เป็นรายแรก

นอกจากนี้ เอไอเอสยังเป็น เครือข่ายแรกอาเซียนพัฒนาสู่เครือข่ายเทคโนโลยีรองรับไอโอทีหรือการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตกับอุปกรณ์ต่างๆ เพราะการใช้งานอินเทอร์เน็ตปีนี้เติบโตถึง 300% การเติบโตมาจากฟิกซ์บรอดแบนด์และอุปกรณ์ไอโอทีที่จะเข้ามาทำตลาดชัดเจน เป็นจุดเปลี่ยนการสร้างโอกาสใหม่ โดยปี 2563 สมาร์ทโฟน 14 ล้านเครื่อง เติบโตถึงกว่า 70 ล้านเครื่อง ไอโอที 20 ล้านรูปแบบ คาดว่า 5 ปี เศรษฐกิจดิจิทัลจะดันอุตสาหกรรมโตก้าวกระโดด

ขณะที่ด้านที่ 2 บริการดิจิทัล เซอร์วิส ร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกนำเสนอคอนเทนต์แบบเอ็กซ์คลูซีฟกับ 3 ค่ายหลัก อาทิ ฟ็อกซ์ เอ็นบีเอ เอชบีโอ โดยพากย์ไทยและคำบรรยายไทย เพื่อให้ฐานลูกค้า 41 ล้านเลขหมาย ได้ชมวิดีโอออนดีมานต์ กลยุทธ์ดังกล่าวเป็นแม่เหล็กเพิ่มฐานผู้ใช้งานเพิ่มขึ้น พร้อมกับจับมือกับไมโครซอฟท์ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย และด้านที่ 3 ดิจิทัล เซอร์วิส นำเทคโนโลยีดิจิทัลสนับสนุนเพื่อคนไทย กลุ่มฐานรากของประเทศ

“เป็นปีแห่งการเติบโตก้าวกระโดด กลุ่มโทรศัพท์เติบโต 3% อุปกรณ์ไอทีโต 10% ที่ต้องจับตา คือ บรอดแบนด์เติบโต 15% โดยขณะนี้โลกของเรากำลังก้าวสู่โมบายอินเทอร์เน็ต ปีที่ผ่านมาเป็นปีแรก การใช้งานดาต้าสูงกว่าการใช้งานรูปแบบเสียง การเกิดเทคโนโลยีใหม่เป็นการทำลายล้างของเดิมเพื่อสร้างสิ่งใหม่ ซึ่งเอเอสไอลงทุนวิจัยและพัฒนา 10% ของรายได้” นายสมชัย กล่าว

สำหรับรายได้ปีนี้ตั้งเป้าโต 4-5% จากปีที่ผ่านมาโต 1.6% โดยรายได้ไตรมาส 3 ปี 2559 ราว 37,096 ล้านบาท มั่นใจว่าด้วย 3 วิชั่น จะสามารถตอกย้ำตลาดโทรคมนาคมด้วยส่วนแบ่ง 50% จากปัจจุบันมีฐานผู้ใช้งานฟิกซ์บรอดแบนด์ 500 ล้านครัวเรือน

 

สัมมนาและนิทรรศการ Opportunity Thailand กุญแจสู่ “ประเทศไทย 4.0”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

17 มกราคม 2560 เวลา 10:58 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/biz/gov/476064

สัมมนาและนิทรรศการ Opportunity Thailand กุญแจสู่ "ประเทศไทย 4.0"

เปิดศักราชใหม่ 2560 ด้วยงานแสดงศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทยสู่ “ประเทศไทย 4.0” กับงาน Opportunity Thailand งานสัมมนาระดับนานาชาติที่จัดขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ

โดยบีโอไอได้รับเกียรติจาก นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้เปิดงาน และกล่าว ปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “โอกาสกับประเทศไทย 4.0” และรองนายกรัฐมนตรี ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, ดร. สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และนางหิรัญญา สุจินัย เลขาธิการบีโอไอ จะมาเล่าถึงมาตรการสนับสนุนการลงทุนจากภาครัฐ และ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุนฉบับแก้ไขใหม่ของบีโอไอ ซึ่งเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อน “ประเทศไทย 4.0”

นอกจากนี้ยังมีผู้บริหารระดับสูงจากต่างประเทศที่มีชื่อเสียงระดับโลก ร่วมเสวนาเพื่อสร้างประเทศไทย 4.0 ให้เป็นจริง เช่น ผู้บริหารจากกลุ่มแอร์บัส, บริษัทอายิโนะโมโต๊ะ จากประเทศญี่ปุ่น, บริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี จากสาธารณรัฐประชาชนจีน และผู้นำภาคเอกชนของไทย เช่น บริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์, บริษัทปูนซิเมนต์ไทย เป็นต้น

ภายในงานยังมีการสัมมนากลุ่มย่อยของอุตสาหกรรมเป้าหมาย New S-Curve ได้แก่ อุตสาหกรรมอากาศยาน อุตสาหกรรมเครื่องจักรอัตโนมัติและหุ่นยนต์ และอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์

นอกเหนือจากสัมมนาแล้ว ท่านจะได้พบกับนิทรรศการ “Opportunity Thailand” ที่แสดงศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทย ในการเป็นศูนย์กลางการค้าและการลงทุนของภูมิภาคอาเซียน (Gateway of ASEAN) และเป็นแหล่งรองรับการลงทุนชั้นนำของโลก โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย

นิทรรศการแผนการพัฒนาพื้นที่การลงทุนใหม่และแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยในอนาคต เช่น พื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor) แผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ที่จะเกิดขึ้นใน 10 ปีต่อจากนี้ ผ่านทางรูปแบบจำลองที่เข้าใจง่าย

คาดว่าจะมีผู้สนใจทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้าร่วมงาน กว่า 2,500 คน แล้วพบกันที่งานสัมมนาและนิทรรศการ “Opportunity Thailand” วันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 ณ ห้องรอยัล จูบิลี อิมแพ็ค เมืองทองธานี


www.boi.go.th
E-mail: opportunitythailand@boi.go.th

โทรศัพท์: 0 2553 8450-1
Application: BOI Thailand

 

เร่งดันดิจิทัลไทยแลนด์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

07 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 07:19 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/479681

เร่งดันดิจิทัลไทยแลนด์

“สมคิด” สั่งการกระทรวงดีอี เร่งขับเคลื่อนดิจิทัล ไทยแลนด์ ให้เสร็จใน 2 ปี คาดมีเม็ดเงินลงทุน สู่ดิจิทัลอีโคมีโน 2.1 หมื่นล้าน

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเยี่ยมชมการดำเนินงานของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ว่า ต้องการให้กระทรวงดีอีเร่งผลักดันดิจิทัลอีโคโนมีของประเทศไทย และต้องเป็นแกนหลักในการผลักดันนโยบายให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปีนับจากนี้ โดยหน่วยงานหลักทั้งบริษัท ทีโอที ต้องเร่งดำเนินการอินเทอร์เน็ตหมู่บ้านจำนวน 2.47 หมื่นแห่ง บริษัท กสท โทรคมนาคม ต้องมุ่งการเชื่อมต่อโครงข่ายเคเบิ้ลใยแก้วระหว่างประเทศ

ด้าน นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดีอี กล่าวว่า กระทรวงดีอีพร้อมดำเนินการในเรื่องที่รองนายกรัฐมนตรีได้สั่งการไว้ ทั้งจัดทำดิจิทัล พาร์ค ไทยแลนด์ อยู่พื้นที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ซึ่งอยู่ในเขตระเบียงเขตเศรษฐกิจตะวันออก (อีอีซี) มีพื้นที่จำนวน 500 ไร่ ของบริษัท กสท โทรคมนาคม ขณะเดียวกันเร่งผลักดันดิจิทัลชุมชน ทั้งโครงการอี-คอมเมิร์ซ จะต้องทำให้ชุมชนสามารถบริหารจัดการได้เอง ตลอดจนโครงการอี-เฮลท์ ได้มีการลงนามความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขไปแล้ว และจะเร่งผลักดันโครงการ อีกอฟเวิร์นเมนต์ (e-Government) ในพื้นที่ชุมชนต่างๆ รวมถึงการจัดทำสมาร์ทซิตี้ ทั้งในพื้นที่อีอีซี จ.ภูเก็ต และเชียงใหม่

ทั้งนี้ รายงานข่าวเพิ่มเติมว่า โครงการลงทุนภายใต้แผนงานของกระทรวงมีเงินลงทุนเบื้องต้น 2.1 หมื่นล้านบาท อาทิ โครงการอินเทอร์เน็ตชุมชนของบริษัท ทีโอที จำนวน 2.47 หมื่นหมู่บ้าน จะใช้งบลงทุนจำนวน 1.3 หมื่นล้านบาท โครงการเครือข่ายเคเบิ้ลใยแก้วระหว่างประเทศ งบลงทุน 5,000 ล้านบาท โครงการอี-โลจิส ติกส์ และการผลักดันโครงสร้างลงทุนของบริษัทไปรษณีย์ไทยและรถขนส่ง 3,000 ล้านบาท ด้านกระทรวงดีอีมีงบประมาณประจำปีประมาณ 7,300 ล้านบาท

 

เอไอเอสดึง “HBO-FOX” ออนแอร์ผ่านมือถือ-บรอดแบนด์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

06 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 17:59 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/479617

เอไอเอสดึง "HBO-FOX" ออนแอร์ผ่านมือถือ-บรอดแบนด์

เอไอเอสประกาศจับมือช่อง HBO,Cinemax, FOX และบาสเก็ตบอล NBA ออกอากาศผ่านเครือข่ายมือถือ-บรอดแบรนด์

เมื่อวันที่ 6 ก.พ. นายปรัธนา ลีลพนัง รักษาการหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการตลาด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) ได้แถลงภายในงานประกาศวิสัยทัศน์ประจำปี 2017 ของเอไอเอส ในชื่อ “AIS Vision 2017 Digital for Thais”ว่า เอไอเอสจะเปิดตัวรายการใหม่ในปี 2560 ประกอบไปด้วยช่องสำคัญๆอย่าง  HBO , Cinemax, FOX และบาสเก็ตบอล NBA

โดยช่อง HBO จะออกอากาศผ่านเครือข่ายเอไอเอสทั้งมือถือและบรอดแบนด์ ประกอบด้วย 7 ช่องคือ HBO HD ,HBO HITS, HBO signature, HBO Family, CInemax, RED by HBO และ HBO GO

การประกาศจับมือกันครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากทรูวิชั่นส์ได้ยกเลิก 6 ช่องรายการของ HBO ได้แก่ HBO HD, Cinemax, HBO Signature, HBO Family, HBO Hit และ RED by HBO ปิดฉากความสัมพันธ์ที่มียาวนานมากกว่า 23 ปีไปเมื่อวันที่ 31 ธ.ค.2559 เนื่องจากข้อตกลงเรื่องลิขสิทธิ์ไม่บรรลุผลสำเร็จ

 

นักวิจัยพัฒนาไฮโดรเจลไฮบริด ต่อยอดเป็นผิวหนังเทียมในอนาคต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

06 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 15:01 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/479554

นักวิจัยพัฒนาไฮโดรเจลไฮบริด ต่อยอดเป็นผิวหนังเทียมในอนาคต

นวัตกรรมใหม่จากทีมวิจัยสหรัฐ พัฒนาไฮโดรเจลให้สามารถคงความชื้นไว้ได้ด้วยโพลิเมอร์ โดยได้แรงบันดาลใจจากชั้นผิวหนังของมนุษย์

สำหรับคุณผู้อ่านคนใดที่ใช้คอนแทคเลนส์เป็นประจำ คงเข้าใจดีถึงความสำคัญที่ต้องคอยเปลี่ยนคอนแทคเลนส์ทุกๆวัน ทั้งยังต้องคอยแช่มันเอาไว้ในน้ำตลอด เพื่อป้องกันไม่ให้เลนส์แห้ง คอนแทคเลนส์เองก็เป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่ผลิตขึ้นจากไฮโดรเจล ซึ่งล่าสุดทีมนักวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีแมตซาชูเซสต์ ในสหรัฐอเมริกา ได้ค้นพบวิธีการแก้ไขข้อจำกัดของอุปกรณ์ดังกล่าวที่ต้องได้รับความชุ่มชื้นตลอดเวลา

เมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมา ทีมนักวิจัยได้ค้นพบวิธีการป้องกันไม่ให้ไฮโดรเจลแห้ง ปกติแล้วการระเหยของน้ำภายในไฮโดรเจลจะเกิดขึ้นเมื่ออุปกรณ์สัมผัสกับอากาศ แต่เมื่อเคลือบไฮโดรเจลด้วยโพลิเมอร์ที่มีความยืดหยุ่นเข้าไป ชั้นเลเยอร์ด้านนอกที่ถูกสร้างขึ้นใหม่นี้จะช่วยป้องกันการระเหยของน้ำ ช่วยให้ไฮโดรเจลดังกล่าวยังคงชุ่มชื้นตลอดเวลา ในขณะเดียวกับความแข็งแรง ความยืดหยุ่น และการทำงานยังคงมีประสิทธิภาพเช่นเดิม

นักวิจัยทดสอบความยืดหยุ่นของไฮโดรเจลไฮบริด ที่ภายในมีช่องใส่ของเหลว เลียนแบบเส้นเลือดของมนุษย์

Xuanhe Zhao หัวหน้าวิศวกร เจ้าของโปรเจคนี้กล่าวว่า ไอเดียดังกล่าวนี้ ได้แรงบันดาลใจมาจากผิวหนังของมนุษย์ ซึ่งผิวหนังด้านนอกของเราหลายชั้นนั้นถูกสร้างขึ้นเพื่อปกป้องไม่ให้สิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย ในขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่เปรียบเสมือนโล่ที่กันไม่ให้กล้ามเนื้อ และอวัยวะภายในแห้ง

แรงบันดาลใจจากชั้นผิวหนังของมนุษย์ ที่ทำหน้าที่ปกป้องร่างกายเอาไว้

ทีมนักวิจัยเรียกนวัตกรรมใหม่ของพวกเขานี้ว่า ไฮโดรเจลไฮบริด สำหรับกระบวนการทดลองความแข็งแรง ทีมงานได้สร้างช่องภายในที่เลียนแบบเส้นเลือด เติมของเหลวให้เต็ม และฝังวงจรอิออนเพื่อทำหน้าที่คล้ายสื่อประสาทในร่างกายมนุษย์ จากนั้นได้นำไฮโดรเจนไฮบริด ชิ้นดังกล่าว ไปวางไว้ใต้แสงยูวีในห้องปฏิบัติการ เป็นเวลานาน 48 ชั่วโมง ซึ่งผลการทดลองพบว่ามวลของวัตถุชิ้นดังกล่าวยังคงอยู่เกือบครบเท่าเดิมก่อนการทดลอง นั่นหมายความว่าไฮโดรเจนไฮบริด สามารถกักเก็บความชื้นได้จริง อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนั้นพวกเขายังทำการทดสอบอีกว่า ต้องใช้แรงเท่าไหร่ในการแยกชั้นโพลิเมอร์ ออกจากชั้นไฮโดรเจล เพื่อวัดความแข็งแรงของมัน ซึ่งผลการทดลองต้องใช้แรงถึง 1,000 จูลต่อตารางเมตร ถึงจะแยกชั้นทั้งสองออกจากกันได้ ซึ่งมากกว่าการแยกชั้นหนังกำพร้า ออกจากชั้นหนังแท้ของมนุษย์หลายเท่า นั่นแปลว่าวัสดุใหม่นี้มีความแข็งแรงมากกว่าผิวหนังของมนุษย์เสียอีก

ในอนาคตอาจเห็นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆจาก ไฮโดรเจลไฮบริด เช่นผิวหนังเทียม

ทั้งนี้ทีมนักวิจัยคาดหวังว่า พวกเขาจะพัฒนาวัสดุนี้ไปสู่การใช้งานที่หลากหลายขึ้น ไม่ใช่แค่คอนแทคเลนส์ที่ไม่ต้องเปลี่ยน แต่ไฮโดนเจลไฮบริดนี้สามารถต่อยอดไปสู่การสร้างอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สวมใส่ได้, ผิวหนังเทียมในอนาคต, ผิวหนังของหุ่นยนต์ หรือแม้กระทั่งผ้าพันแผลอัจฉริยะที่สามารถส่งยาเข้าไปรักษาบาดแผลได้เลย

 

 

ขอบคุณวิดีโอจาก Massachusetts Institute of Technology

 

ชมสด! AISประกาศวิสัยทัศน์ปี2017 ยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยสู่ดิจิทัล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

06 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 14:31 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/479552

ชมสด! AISประกาศวิสัยทัศน์ปี2017 ยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยสู่ดิจิทัล

ชมการถ่ายทอดสด “เอไอเอส” ประกาศวิสัยทัศน์ประจำปี 2017 เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยสู่โลกยุคดิจิทัล

เมื่อวันที่ 6 ก.พ. เวลา 14.00 น. บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส ได้จัดงานแถลงวิสัยทัศน์ประจำปี 2017 ในชื่อ “AIS Vision 2017 Digital for Thais” ภายใต้แนวคิด “Digital for Thais” เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยสู่โลกยุคดิจิทัล

ทั้งนี้ผู้สนใจสามารถชมบรรยากาศสดๆได้ด้านล่างนี้

ช็อปได้เต็มที่ไม่ต้องกลัวเมื่อย! ถ้ามีหุ่นยนต์อัจฉริยะช่วยถือของให้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

05 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 14:48 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/479470

ช็อปได้เต็มที่ไม่ต้องกลัวเมื่อย! ถ้ามีหุ่นยนต์อัจฉริยะช่วยถือของให้

หุ่นยนต์ช่วยถือของ ที่จะคอยเดินตามผู้ใช้งานไปทุกที่ นวัตกรรมใหม่จากเวสป้า ที่จะช่วยให้ชีวิตประจำวันสะดวกสบายขึ้น

ในฐานะผู้ผลิตยานยนต์ชื่อดังอย่างเวสป้า บริษัท Piaggio Fast Forward ได้ออกแบบหุ่นยนต์ช่วยถือของที่จะช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันของคุณผู้อ่านสะดวกสบายขึ้นเป็นกอง

เจ้าหุ่นยนต์ทรงกลมติดล้อ หน้าตาน่ารักนี้ และชวนให้นึกถึงหุ่นยนต์ BB8 จากภาพยนตร์สตาร์วอร์ แต่หุ่นตัวถูกสร้างขึ้นแล้วในโลกแห่งความเป็นจริง โดยมีชื่อว่า Gita (อ่านออกเสียงว่า gee-tah มาจากภาษาอิตาลี แปลว่าทริปเดินทางระยะสั้น) สามารถรับน้ำหนักข้าวของได้มากถึง 19 กิโลกรัม และพร้อมติดตามผู้ใช้งานไปทุกที่ ไม่ว่าคุณผู้อ่านจะเดินไปช็อปปิ้งยังที่ไหนก็ตาม

Gita หุ่นยนต์ช่วยถือของจากเวสป้า ด้วยการออกแบบที่เรียบง่าย เหมาะแก่การใช้งาน

แม้นวัตกรรมใหม่นี้จะไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อเปลี่ยนโลกโดยสิ้นเชิง แต่ทางผู้ผลิตได้อธิบายความสำคัญของการมีผู้ช่วยถือของอัจฉริยะนี้ไว้ ยกตัวอย่างสถานการณ์ที่ คุณผู้อ่านเป็นคนหนึ่งที่รักการกิน และไม่ต้องการให้ข้าวของที่คุณซื้อ กลายมาเป็นอุปสรรคระหว่างการเดิน และทานอาหารไปด้วย

หรือในกรณีที่ร้านค้า กับที่พักของคุณมีระยะห่างกันเป็นไมล์ แน่นอนว่าเจ้าหุ่น Gita ตัวนี้จำเป็นอย่างแน่นอน ฉะนั้นแล้วหากมีผู้ช่วยอัจฉริยะที่คอยถือของให้ คุณผู้อ่านก็สามารถซื้อได้เต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะซื้อไม่ไหวอีกต่อไป ทั้งยังดีต่อสุขภาพอีกด้วย เนื่องจากการหิ้วของหนักเพื่อเดินเป็นระยะทางไกลๆ นั้นไม่ดีสำหรับหลัง และข้อมือนัก

ผู้ใช้งานสามารถเดินช็อปปิ้งได้เต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะต้องถือของหนักอีกต่อไป

Gita มีความสูง 66 เซนติเมตร สามารถเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงสุด 35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งถือได้ว่าเป็นหุ่นยนต์ที่คล่องแคล่วและรวดเร็วทีเดียว และมั่นใจได้แน่นอนว่า Gita จะวิ่งตามผู้ใช้งานทัน ไม่ว่าคุณผู้อ่านจะเดินเร็วๆ หรืออยู่บนจักรยานก็ตาม ด้วยเทคโนโลยี Visual SLAM และกล้องที่ช่วยให้หุ่นยนต์สามารถสร้างแผนที่ของสภาวะรอบตัวขึ้นมา และสามารถระบุตำแหน่งของตนเอง และผู้ใช้งานได้ โดยอาจเดินทางตามสมาร์ทโฟนของผู้ใช้ หรืออุปกรณ์เสริมที่ใช้ให้เจ้า Gita ติดตาม

จุน้ำหนักสิ่งของได้มากถึง 19 กิโลกรัม

สำหรับแบตเตอรี่ของเจ้า Gita นี้สามารถวิ่งได้เป็นเวลา 8 ชั่วโมง และชาร์จได้ใหม่ เช่นเดียวกับอุปกรณ์ไฟฟ้าแบบปกติ นอกจากนั้นยังสามารถตั้งค่าการใช้งานใน 3 โหมดอีกด้วยคือแบบเดินตามผู้ใช้งานตามที่โฆษณา แบบวิ่งด้วยระบบออโต้ คล้ายกับรถยนต์อัจฉริยะ และแบบสุดท้ายคือเชื่อมต่อกับ Gita คันอื่นๆ

อย่างไรก็ตามทางบริษัทยังไม่ได้เปิดเผยราคาของเจ้าหุ่นตัวนี้แต่อย่างใด และยังไม่มีการประกาศขายบนเว็บไซต์ของบริษัท แต่เชื่อว่าในอนาคตอันใกล้นี้เราอาจจะได้เห็น Gita คอยเดินตามผู้คนตามแหล่งช็อปปิ้งอย่างแน่นอน เพราะด้วยคุณสมบัติเช่นนี้ มีหรือที่บรรดาขาช็อปจะปฏิเสธลง

 

 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://gita.piaggiofastforward.com/

 

กสท.ถกลงดาบทรูวิชั่นส์ยกเลิกช่องไม่แจ้งล่วงหน้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

05 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 11:28 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/479450

กสท.ถกลงดาบทรูวิชั่นส์ยกเลิกช่องไม่แจ้งล่วงหน้า

จับตาวาระ กสท.ถก ลงดาบทรูวิชั่นส์ยกเลิก17ช่อง เหตุ6ช่องไม่แจ้งล่วงหน้า 11ช่องเลิกก่อนบอร์ดอนุมัติ ขัดกติกาคุ้มครองสมาชิกเพย์ทีวี

น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ครั้งที่ 5/60 วันอังคารที่ 7 ก.พ. 60 มีวาระน่าจับตา ได้แก่ คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและกิจการกระโทรทัศน์ เสนอให้ทบทวนมติที่ประชุม กสท. ที่เกี่ยวข้องกับการยกเลิกใบอนุญาตช่องรายการ HBO ทั้ง 6 ช่อง ของทรูวิชั่นส์ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 60 ตามมติ กสท. ครั้งที่ 43/59 วันที่ 26 ธ.ค. 59 และ กสท.นัดพิเศษ ครั้งที่ 6/59 เนื่องจากมีข้อสังเกตว่า บริษัทฯไม่ได้แจ้งความประสงค์การหยุดให้บริการต่อ กสท. ล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน และไม่ได้มีการกำหนดโทษปรับทางปกครอง ถือเป็นการฝ่าฝืนประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ พ.ศ. 2555 และเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ เพื่อให้บริการสำหรับกิจการไม่ใช้คลื่นความถี่ รวมทั้ง การขออนุญาตยกเลิกทั้ง 6 ช่อง โดยไม่ได้กำหนดมาตรการเยียวยาผู้ใช้บริการให้ กสท.เห็นชอบล่วงหน้าก่อนเลิกกิจการ ซึ่งแม้มีการพิจารณามาตการชดเชยเยียวยาผู้ใช้บริการภายหลัง อาจไม่สอดคล้องกับประกาศ กสทช. เรื่องมาตรฐานสัญญาการให้บริการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก พ.ศ. 2556 และหลักเกณฑ์อื่นที่เกี่ยวข้อง

น.ส.สุภิญญา กล่าวว่า ได้เชิญบริษัทเจรจาแผนเยียวยาเพิ่มเติมแล้วแต่ไม่เป็นผล คณะอนุกรรมการฯ จึงเสนอ กสท. พิจารณามีคำสั่งให้บริษัท ทรู วิชั่นส์ ทั้งในฐานะผู้รับใบอนุญาตช่องรายการ และผู้รับใบอนุญาตโครงข่าย ระงับการดำเนินการที่มิได้แจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ก่อนมีการเปลี่ยนแปลง พร้อมทั้งกำหนดค่าปรับทางปกครองกรณีที่ฝ่าฝืนในอัตราห้าล้านบาท และปรับรายวันอีกวันละหนึ่งแสนบาท ตลอดระยะเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติตามคำสั่ง ซึ่งเป็นไปตามประกาศ กสทช. เรื่องการกระทำที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคฯ พ.ศ. 2555 และ มาตรา 77 แห่ง พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ.  2553 ถึงแม้ว่า กสท.ได้เห็นชอบแผนเยียวยาไปแล้วนั้น แต่เป็นการเห็นชอบให้บริษัทใช้แผนเยียวยาไปพลางก่อนในระหว่างการพิจารณาแผนเพิ่มเติมภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง หากไม่ปฏิบัติตามคำสั่งจะใช้มาตรการทางปกครองต่อไป

ส่วนกรณีการพิจารณามาตรการชดเชยเยียวยาผู้ใช้บริการทรูวิชั่นส์จากการยุติการให้บริการ 11 ช่องไปก่อนหน้าที่จะได้รับอนุญาตจากกรรมการ กสท. นั้น อนุกรรมการฯ ได้มีข้อสังเกตว่า กระบวนการพิจารณายกเลิกใบอนุญาต มีความแตกต่างกับกรณี 6 ช่อง กลุ่ม HBO ที่ยกเลิกโดยที่ยังมิได้ดำเนินการส่งมาตรการเยียวยาให้กรรมการเห็นชอบล่วงหน้าก่อนเลิกกิจการ อนุฯได้มีข้อเสนอต่อ กสท. มอบหมายให้ สำนักงานติดตามตรวจสอบว่า บริษัทได้ดำเนินการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ทางกฎหมายและเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตหรือไม่ พร้อมทั้งจัดทำข้อเสนอประกอบการพิจารณาของ กสท. ในการกำหนดแนวทาง กระบวนการ ในการขออนุญาตและพิจารณายกเลิกใบอนุญาตสำหรับกิจการไม่ใช้คลื่นความถี่

ส่วนแผนการเยียวยาชดเชยผู้ใช้บริการตามที่บริษัทได้ส่งแผนมานั้น พบว่า ช่อง BBC Entertainment และ Cbeebies บริษัทได้ส่งหลักฐานชี้แจงการเปลี่ยนแปลงให้ผู้ใช้บริการทราบเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน 30 วัน แต่ในกรณีอีก 9 ช่องรายการนั้น ได้แก่  Block A, MUTV, National Geographic,  Discovery Scince, DMAX, EVE, Discovery Kids, Fashion ONE และ Mนั้น บริษัทได้ชี้แจงว่าได้ดำเนินการแจ้งผู้ใช้บริการแล้วแต่ไม่ปรากฏหลักฐาน ซึ่งอนุกรรมการได้พิจารณาแล้ว พบว่า ยังไม่มีข้อมูลข้อเท็จจริงในบางประเด็น จึงเสนอให้เชิญบริษัทเข้าร่วมประชุมกับอนุกรรมการในครั้งถัดไป

นอกจากนี้ ที่ประชุมเตรียกหารือกรณีการตรวจสอบการออกอากาศทางช่อง Voice TV รายการ The Daily Dose วันจันทร์ที่ 23 ม.ค. 60 เวลา 19.30 – 19.41 น. มีการนำเสนอเนื้อหา “ขัดแย้งเพราะตุลาการ(ไม่)ภิวัฒน์” ดำเนินรายการโดย ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล ซึ่งอาจมีเนื้อหาไม่เหมาะสม ขัดต่อ ประกาศ คสช. ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งบันทึกข้อตกลงที่ทำร่วมกับ สำนักงาน กสทช. และ มาตรา 37 แห่ง พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551

 

‘ตื่นตัวยุคดิจิทัล’ ไม่ปรับก็ต้องไป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

03 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 14:22 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/479072

'ตื่นตัวยุคดิจิทัล' ไม่ปรับก็ต้องไป

โดย…ธนาวัฒน์ มาลาบุปผา ECOMMERCE COACH คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ สมาคมอีคอมเมิร์ซ

เรามาถึงจุดที่ดิจิทัลเข้ามาในชีวิตประจำวันอย่างเต็มตัวกันแล้วนะครับ โลกไร้พรมแดนที่เราสามารถติดต่อสื่อสารกับคนอื่นได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น ทั้งยังเข้าถึง

ข้อมูลข่าวสารได้ทุกที่ทุกเวลา ยุคดิจิทัลที่ช่วยสร้างโอกาสต่างๆ ให้เราในชีวิตประจำวัน รวมถึงโอกาสมหาศาลทางธุรกิจ ทุกวันนี้หากใครยังเข้าไม่ถึงโลกดิจิทัลก็เปรียบเหมือนเป็น “คนตกยุค” ไปซะแล้ว

สำหรับผู้ประกอบการที่ยังไม่ลุกขึ้นมาเตรียมความพร้อมเพื่อรับกระแส โลกดิจิทัล บอกไว้ตรงนี้เลยครับ คุณพลาดแล้ว!! แต่ไม่เป็นไรครับ ผมมีเทคนิคง่ายๆ ในการพิชิตใจลูกค้า ยุคดิจิทัลไว้ให้ ลงมือทำตอนนี้ได้เลยครับ!

1.ตีโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคให้แตก เข้าถึงใจผู้บริโภคยุคดิจิทัล ตัวชี้วัดความสำเร็จผู้ประกอบการ

ก่อนอื่นต้องรู้ก่อนครับว่าผู้บริโภคยุคนี้มีพฤติกรรมอย่างไร สื่อประเภทไหนที่จะเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างเหมาะสม ถึงแม้ว่าสื่อออนไลน์จะเข้ามามีบทบาทกับชีวิตเรามากขึ้นทุกขณะ แต่กลับมีอีกหนึ่งรายงานจาก INTAGE ว่าผู้บริโภคกลุ่มผู้ใหญ่ช่วงอายุระหว่าง 41-55 ปี ยังคงเข้าถึงสื่อหลักอย่างโทรทัศน์ วิทยุ และหนังสือพิมพ์ อย่างไรก็ตามสื่อออนไลน์ก็เข้ามามีบทบาทต่อผู้บริโภคกลุ่มนี้ในการบริโภคข่าวสารต่างๆ ผ่านทาง YouTube และการดูรายการทีวีย้อนหลังผ่านทางมือถือ รวมถึงการใช้โซเชียลมีเดียเพื่อเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มสังคมต่างๆ

2.กำหนดกลุ่มเป้าหมายเฉพาะกลุ่ม วางแผนสื่อให้โดนใจ

เราควรเลือกกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการให้มาเป็นลูกค้าของเราใน อนาคตด้วยครับ สิ่งสำคัญคือ กลุ่ม เป้าหมายแบบเฉพาะเจาะจง โดย ไม่มองในเชิงประชากรศาสตร์หรือกายภาพเท่านั้น หากแต่เพิ่มในเรื่องของการดำเนินชีวิตหรือไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมายด้วย เช่น กลุ่มเป้าหมายเพศชาย อายุ 18-34 ปี ชื่นชอบเทคโนโลยี ใช้เวลาว่างไปกับการหาข้อมูลอุปกรณ์ไอทีต่างๆ ในอินเทอร์เน็ต ชอบท่องเที่ยว ฯลฯ การเข้าใจไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค จะเป็นประโยชน์ด้าน ความสามารถในการผลิตสินค้าหรือบริการได้ตอบโจทย์ความต้องการและการเลือกใช้สื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายสูงสุด

3.ออนไลน์ ออฟไลน์ บูรณาการให้ครบวงจร

การวางแผนสื่อยุคดิจิทัลควรทำควบคู่กันไปทั้งสื่อออฟไลน์และออนไลน์ โดยเลือกสื่อโฆษณาให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายในแต่ละกลุ่ม วิเคราะห์ดูว่าลูกค้าของคุณนั้นอยู่ในแพลตฟอร์มใด ชอบทำอะไร และไม่ควรเลือกใช้สื่อเพียงสื่อใดสื่อหนึ่ง เพราะอาจไม่เข้าถึงลูกค้าของคุณก็ได้ การเลือกใช้สื่อควรเลือกให้หลากหลายและเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย เพราะสมัยนี้ผู้บริโภคเริ่มค้นคว้าหาข้อมูลของสินค้าในอินเทอร์เน็ตก่อนที่จะตัดสินใจซื้อสินค้า

การใช้สื่อออนไลน์และออฟไลน์ล้วนมีข้อดีแตกต่างกันขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าหรือธุรกิจนั้นๆ ผู้ประกอบการควรแบ่งสัดส่วนการตลาดโดยคำนึงถึงความเหมาะสมในด้านต่างๆ และไม่ลืมที่จะสร้างความเชื่อมั่นในตัวสินค้าหรือบริการให้กับผู้บริโภค วิธีที่ดีที่สุดในการกำหนดกลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างครอบคลุม นอกจากจะเลือกใช้สื่อให้เหมาะสมแล้ว ยังต้องรู้จักกลุ่มเป้าหมายอย่างลึกซึ้ง

สุดท้ายครับ ขึ้นชื่อว่ายุคดิจิทัลสำหรับผมแล้วความรวดเร็วในการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ต่างๆ ให้รับมือกับทุกสถานการณ์ถือเป็นเรื่องที่ผมให้ความสำคัญครับ อย่างที่ผมได้บอกไปในตอนต้นครับ “ไม่ปรับก็ต้องไป” แล้ววันนี้คุณปรับตัวแล้วหรือยังครับ?

 

เฟซบุ๊กยิ้มยอดโฆษณาดันกำไรพุ่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

03 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 07:19 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/479031

เฟซบุ๊กยิ้มยอดโฆษณาดันกำไรพุ่ง

เฟซบุ๊กเผยกำไรไตรมาส 4 ปี 2016 เพิ่ม 2 เท่า หลังธุรกิจโฆษณาผ่านสมาร์ทโฟนสดใส

เฟซบุ๊ก บริษัทโซเชียลมีเดียสหรัฐ เปิดเผยว่า กำไรสุทธิของบริษัทปรับตัวขึ้น 2 เท่า ไปอยู่ที่ 3,570 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.3 แสนล้านบาท) ในไตรมาส 4 ปี 2016 จากกำไรช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าที่ 1,560 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5.4 หมื่นล้านบาท) เนื่องจากยอดโฆษณาผ่านสมาร์ทโฟน ที่เป็นรายได้หลักของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 84% จาก 80% เมื่อปี 2015

ก่อนหน้านี้เมื่อเดือน พ.ย. 2016 เฟซบุ๊กวิตกว่า ธุรกิจโฆษณาผ่านสมาร์ทโฟนอาจไม่เติบโตเท่าที่ควร เนื่องจากการต้องจำกัดการแสดงโฆษณาต่อผู้ใช้ 1 คนไม่ให้มากเกินไป แต่ยังส่งสัญญาณว่ารายได้สุทธิของบริษัทในไตรมาส 4 ปี 2016 อาจพุ่งสูงถึง 8,810 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3 แสนล้านบาท) จาก 5,840 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2 แสนล้านบาท) ในปีก่อนหน้านี้

นอกจากนี้ บริษัทเปิดเผยว่า จำนวนผู้ใช้งานรายเดือนนับจนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2016 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 17% อยู่ที่ประมาณ 1,860 ล้านบัญชี เช่นเดียวกับจำนวนผู้ใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือที่เพิ่มขึ้น 23% ไปอยู่ที่ 1,150 ล้านคน/วัน โดยผู้ใช้ราว 90% เลือกที่จะใช้ เฟซบุ๊กผ่านสมาร์ทโฟนเป็นหลัก

มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) เฟซบุ๊ก เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่าจะจ้างงานเพิ่มจำนวนมากในปีนี้ เนื่องจากจะขยายการลงทุนสร้างคอนเทนต์วิดีโอเป็นหลัก โดยเฉพาะวิดีโอขนาดสั้นและผลิตขึ้นเป็นตอนๆ และอาจมีการลงทุนในธุรกิจอื่นๆ