โรงเรียนสหรัฐนำร่อง “Ed-Tech” หวังเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

02 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 20:24 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/479011

โรงเรียนสหรัฐนำร่อง "Ed-Tech" หวังเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้

โดย…นรินรัตน์ พรหมพิทักษ์

ในปี 2015-2016 ที่ผ่านมา เทคโนโลยีการศึกษา หรือ “เอ็ดเทค” เริ่มได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้นจากบรรดานักลงทุน ซึ่งรวมถึงยักษ์ไอที 4 แห่ง ได้แก่ แอปเปิ้ล กูเกิล ไมโครซอฟท์ และอเมซอน โดย ดาวโจนส์ เวนเจอร์ซอส ผู้รวบรวมข้อมูลการลงทุนของภาคธุรกิจ เปิดเผยว่า เม็ดเงินลงทุนในบริษัทเอ็ดเทคนั้น อยู่ที่ 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 7 หมื่นล้านบาท) ในราว 2 ปีที่ผ่านมา และมีแนวโน้มปรับขึ้นเรื่อยๆ หลังภาคธุรกิจเอ็ดเทคเดินหน้าจับมือเป็นพันธมิตรกับโรงเรียนหลายแห่งในสหรัฐ

วอลสตรีท เจอร์นัล รายงานว่า โรงเรียนรัฐบาลวิสแมนในเขตเมาน์เทนวิว ในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐ ได้ทดลองโปรแกรมชื่อ “ทีชทูวัน : แมท” (Teach to One : Math) ที่พัฒนาโดยสตาร์ทอัพ นิว คลาสรูมส์ (New Classrooms) มาใช้ช่วยครูคณิตศาสตร์สอนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งกำหนดเวลาการเรียนกับโปรแกรมดังกล่าวไว้ที่ 90 นาที/วัน และมีแบบทดสอบเด็กหลังเรียนจบ ที่จะประเมินระดับความสามารถของนักเรียนแต่ละคน เพื่อเตรียมบทเรียนใหม่ที่เหมาะสมในวันถัดไป

โรงเรียนวิสแมนคาดหวังว่าการบ้านและบทเรียนออนไลน์ในโปรแกรม ซึ่งปรับตามระดับความสามารถของเด็กแต่ละคนนั้น จะช่วยเพิ่มการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ให้เด็กๆ ได้ และมองว่า ทีชทูวันยังช่วยให้เด็กๆ จากครอบครัวยากจนในโรงเรียนราว 30% ได้เข้าถึงการเรียนรู้เพิ่มเติมเช่นเดียวกับนักเรียนจากครอบครัวร่ำรวย

ทั้งนี้ นิว คลาสรูมส์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2011 โดยอดีตครู 2 คน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก บิล เกตส์ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท ไมโครซอฟท์ และเมื่อปี 2016 ที่ผ่านมา บริษัทตกลงให้บริการโปรแกรมดังกล่าวกับโรงเรียนต่างๆ ไปแล้วราว 40 แห่งในสหรัฐ

แม้ว่าทีชทูวันจะเป็นความหวังใหม่ในการผสมผสานเทคโนโลยีเข้าสู่การเรียนการสอน แต่หลังการทดลองใช้ไปเป็นเวลาหลายสัปดาห์ ผู้ปกครองจำนวนกว่า 180 คน ยื่นหนังสือให้ทางโรงเรียนวิสแมนระงับการเรียนการสอนด้วยโปรแกรมดังกล่าว เนื่องจากผู้ปกครองบางรายที่ตรวจการบ้านลูกพบว่า ลูกเลือกคำตอบไม่ตรงกับคำถาม และบางบทเรียนก็ไม่มีความสมเหตุสมผล

ขณะที่ผู้ปกครองรายอื่นๆ มองว่า การไม่มีครูช่วยสอนเด็กนั้นเป็นปัญหา เนื่องจากครูเป็นผู้คอยควบคุมพฤติกรรมเด็กๆ ในห้องเรียนนอกเหนือจากการสอนหนังสือ โดยเมื่อครูไม่อยู่ในห้องเรียน เด็กๆ จะหันไปเล่นเกมหรือเล่นอินเทอร์เน็ตมากกว่าการเปิดโปรแกรมเข้าไปเรียน

อย่างไรก็ดี ฟิล ทูเชอร์ หัวหน้าครูฝ่ายคณิตศาสตร์ที่โรงเรียนโอ๊กแลนด์ ยูนิไฟด์ ในเขตซานฟรานซิสโก เบย์ เปิดเผยว่า ทีชทูวัน สามารถใช้ช่วยสอนคณิตศาสตร์ให้นักเรียนชั้นประถมได้จริง โดยทำให้ระยะเวลาการเรียนวิชาดังกล่าวของเด็กๆ เพิ่มขึ้น 2 เท่า พร้อมระบุว่า ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินประสิทธิภาพของซอฟต์แวร์ดังกล่าวในระยะยาว

โจเอล โรส ประธานบริหารของนิว คลาสรูมส์ แสดงความเห็นว่า ผู้ปกครองจำนวนมากมองว่าทีชทูวันมีปัญหา เนื่องจากยังไม่เข้าใจระบบของโปรแกรมดังกล่าว และระยะเวลาการทดลองใช้ยังไม่นานพอที่จะวัดประสิทธิภาพการเรียนรู้ของเด็กโดยใช้โปรแกรม

ขณะเดียวกัน อลัน เวสเซล ผู้ปกครองรายหนึ่งและนักชีววิทยาซึ่งจบการศึกษาปริญญาเอกด้านคณิตศาสตร์ ให้สัมภาษณ์ว่า แม้เอ็ดเทคนับเป็นความก้าวหน้าในด้านการศึกษา แต่ยังคงต้องมีการพัฒนาอีกมากกว่าจะสามารถนำไปใช้แทนที่ครูตัวจริงในห้องเรียนได้

ภาพ…เอเอฟพี

 

วิธีการลบข้อมูลบนสมาร์ทโฟนก่อนขาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

02 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 17:55 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/478999

วิธีการลบข้อมูลบนสมาร์ทโฟนก่อนขาย

โดย…Welivesecurity

คนบางคนเปลี่ยนมือถือบ่อยพอๆกับเปลี่ยนเสื้อผ้า คนกลุ่มนี้ซื้อมาขายไปมือถือโดยไม่คำนึงถึงข้อมูลสำคัญที่เก็บอยู่ภายในมือถือเครื่องเก่าของพวกเขา หลังจากนั้นมือถือเหล่านั้นก็ถูกแจกจ่ายให้กับผู้ซื้อในตลาดมือถือมือสอง บทความนี้กำลังจะบอกคนกลุ่มนี้เกี่ยวกับวิธีที่ใช้เพื่อปกป้องข้อมูลสำคัญภายในมือถือและความเป็นส่วนตัวของเจ้าของเครื่อง

เมื่อคุณลบไฟล์ ไฟล์นั้นถูกลบจริงๆหรือเปล่า?

คำตอบก็คือ ไม่ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ส่วนมากใช้วิธีการเปลี่ยนเส้นทางการเข้าถึงไฟล์ทำให้เราไม่สามารถเห็นไฟล์นั้นได้ แต่ไฟล์ไม่ได้ถูกลบจริงๆ เพราะฉะนั้นเมื่อมีการตั้งระบบใหม่ ข้อมูลเก่าๆจะถูกดึงกลับมา เราเรียกการลบรูปแบบนี้ว่า การลบข้อมูลแบบชั่วคราว เมื่อมีรูปแบบชั่วคราวก็ต้องมี การลบแบบถาวร การลบไฟล์แบบนี้จะลบไฟล์ออกไปจริงๆ ทำให้ไม่สามารถกู้ไฟล์เหล่านั้นคืนกลับมาได้อีกต่อไป

Factory Data Reset(คืนค่าโรงงาน) เป็นการลบแบบไหน?

คำตอบนี้ขึ้นอยู่กับระบบปฏิบัติการของมือถือ จากงานวิจัยในปี 2015 พบว่าอุปกรณ์ของ Apple และ Blackberry เมื่อทำการ Factory Reset ข้อมูลเหล่านั้นจะหายไปอย่างถาวร หรือก็คือ การลบแบบถาวร นั่นเอง แต่ในบางอุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android ยังคงสามารถกู้ข้อมูลบางส่วนคืนกลับมาได้

จากคำบอกเล่าของนักวิจัย เหตุผลที่ Apple และ Blackberry สามารถลบข้อมูลทั้งหมดได้เป็นเพราะพวกเขาสามารถควบคุมฮาร์ดแวร์ของอุปกรณ์ได้ดีกว่า และอีกอย่าง Apple เริ่มทำการเข้ารหัสข้อมูลตั้งแต่เริ่มใช้งาน ดังนั้นการสั่ง Factory Reset ก็เพียงพอแล้ว

ในขณะที่แอนดรอยด์ไม่มีการเข้ารหัสเมื่อเริ่มใช้งาน และจากผลการวิจัยที่ออกมาพบว่า ข้อมูลที่ถูกลบไปสามารถเก็บกู้ได้บางส่วนถึงแม้จะทำ Factory Reset มาแล้วหลายครั้ง

การลบแบบชั่วคราวอันตรายอย่างไร?

โทรศัพท์มือถือเป็นอุปกรณ์ส่วนตัว ดังนั้นจึงเต็มไปด้วยข้อมูลส่วนตัว อย่างเช่น ข้อมูลเครดิตการ์ด ประวัติการซื้อของ รายชื่อผู้ติดต่อของเพื่อน ครอบครัว วิดีโอ รูปภาพ กำหนดการณ์ ที่อยู่ ประวัติการเข้าชมเว็บไซต์ ประวัติการเชื่อมต่อ บัญชีและรหัสผ่านของระบบคลาวด์ ข้อความ และข้อมูลสำคัญอื่นๆ

เพราะฉะนั้นสมาร์ทโฟนจึงเป็นแหล่งข้อมูลอย่างดีสำหรับอาชญากรไซเบอร์ ที่มักถูกนำมาใช้ประโยชน์กับสังคมออนไลน์เพื่อตักตวงผลประโยชน์จากเจ้าของข้อมูล จนอาจลงเอยเป็นการกรรโชกทรัพย์ได้

อีกเรื่องหนึ่งที่น่าเป็นห่วงคือ คนแปลกหน้าสามารถดาวน์โหลดโปรแกรม ช้อปปิ้ง ทำธุรกรรมการเงิน และใช้โซเชี่ยลเน็ตเวิร์คของเราได้ ดังนั้นพวกเราจึงหามาตรการมาเพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับข้อมูลของคุณ ก่อนที่จะขายมือถือโดยไม่ต้องกังวล

มาตรการการรักษาความปลอดภัย

สำหรับผู้ใช้ Apple แค่ใช้ Factory Reset ก็เพียงพอแล้ว แต่สำหรับผู้ใช้ Android ทางที่ดีที่สุดของการป้องกันการกู้ข้อมูลคือการเข้ารหัสอุปกรณ์ ก่อนที่จะสั่ง Factory Reset เพราะถึงแม้จะมีใครแอบเอาคัดลอกข้อมูลเอาไว้ ก็ไม่สามารถเปิดดูข้อมูลได้
วิธีการเข้ารหัสอุปกรณ์ของคุณทำได้โดยทำตามขั้นตอน Setting -> Security -> Encrypt Device และรีเซ็ตการตั้งค่าใน Setting -> Backup & reset -> Facrtory data reset หรือจะทำให้ใน Recovery Mode ของมือถือก็ให้ผลลัพธ์ที่เหมือนกัน

และสุดท้าย อย่าลืมเอาซิมการ์ด และ micro SD การ์ดออกจากเครื่อง เท่านี้คุณก็สามารถลบข้อมูลของคุณก่อนที่จะขายสมาร์ทโฟนของคุณโดยไม่ต้องเหลืออะไรให้กังวลใจอีกต่อไป

***********************

ที่มา https://blog.eset.co.th/

 

กสทช.ขีดเส้นทรูวิชั่นส์แจงปมปิด 11 ช่องภายใน 7 ก.พ.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

02 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 14:13 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/478964

กสทช.ขีดเส้นทรูวิชั่นส์แจงปมปิด 11 ช่องภายใน 7 ก.พ.

กสทช.เผยให้เวลา ทรู วิชั่นส์ เข้าชี้แจงกรณียกเลิกช่องรายการ 11 ช่อง ภายในวันที่ 7 ก.พ.นี้

น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ ประธานคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ในคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่าในวันที่ 7 ก.พ. นี้ จะครบกำหนดที่ทางอนุกรรมการฯ จะให้ทางตัวแทนของบริษัททรู วิชั่นส์ฯ เข้าชี้แจงต่อกรณีข้อร้องเรียนของประชานที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกช่องรายการ จำนวน 11 ช่อง ของบริษัท ทรู วิชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด แต่หากทางตัวแทนของบริษัททรู วิชั่นส์ฯ ไม่ให้คำชี้แจง ทางอนุฯ จะส่งบทสรุปที่ตรวจสอบให้กับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เพื่อดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไป

อย่างไรก็ตามในประเด็นที่ได้รับการชี้แจงมาก่อนหน้านี้จากตัวแทนของบริษัท ทรู วิชั่นส์ฯ คือ ได้แจ้งให้สมาชิกรับทราบผ่านการขึ้นตัวอักษรที่หน้าจอแล้ว แต่จากการตรวจสอบหลักฐานพบว่าได้ทำเพียง 2 ช่องเท่านั้น  ทั้งที่ในระเบียบทางบริษัท ทรูฯ ฐานะผู้ให้บริการโทรทัศน์แบบตอบรับสมาชิกต้องแจ้งให้สมาชิกทราบก่อน

น.ส.สุภิญญา กล่าวด้วยว่า ในกรณีที่เกิดขึ้นสมาชิกที่ได้รับความเดือดร้อนสามารถใช้สิทธิของตนได้ ในช่องทางแรก คือ ติดต่อไปยังบริษัททรู วิชั่นส์   เพื่อขอคำชี้แจง และการเยียวยาสมาชิก เช่น เปลี่ยนแพ็คเกจ เป็นต้น แต่หากสมาชิกไม่พอใจสามารถแจ้งเรื่องผ่านทางสายด่วน กสทช. ที่หมายเลข 1200 ซึ่งตนจะนำประเด็นที่ร้องเรียนดังกล่าวเป็นข้อมูลเพื่อตรวจสอบและถ่วงดุลกับทางตัวแทนของบริษัท ทรูฯ ที่อาจเข้าชี้แจงกับอนุฯ ในวันที่ 7 ก.พ. นี้ แต่หากยังไม่พอใจ สามารถใช้สิทธิฟ้องร้องเพื่อดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งอาจจะฟ้องร้องกับ บริษัท ทรูฯ หรือ กสทช. ได้เพราะเป็นสิทธิของประชาชนที่จะทำได้

“กรณีที่เกิดขึ้น โทรทัศน์แบบตอบรับสมาชิกของทรูวิชั่นส์ฯ นั้น ต้องแยกประเด็นพิจารณา คือ 1.กรณี 6 ช่องของทรูวิชั่นส์ฯ ที่ยกเลิกไปก่อนหน้านี้ และยุติการออกอากาศไปแล้วนั้น เพราะมติ ของกสท. มีคำสั่งให้ยุติออกอากาศได้ แม้จะไม่มีแผนเยียวยา  แต่กรณีอีก 11  ช่องที่ยุติออกอากาศไปอีกนั้น  กสท. ยังไม่มีคำสั่งให้ยุติออกอากาศ แต่ขณะนี้เขาได้ยุติออกอากาศไปแล้ว ดังนั้นเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาว่า หาก 11ช่องที่เหลือต้องส่งแผนเยียวยา เหมือนช่องไททีวี และ ช่องโลก้าของฟรีทีวีที่ กสทช. อนุญาตให้ยุติออกอากาศได้ เพราะขาดทุนและประกอบธุรกิจไม่ไหว อาจต้องมีบทลงโทษ เช่น การเพิกถอนใบอนุญาต หรือมีโทษทางปกครองเหมือนกับช่องจีเอ็มเอ็ม และ จีทีเอช และต้องทบทวนกรณี 6 ช่องก่อนหน้านั้นด้วย”น.ส.สุภิญญา กล่าว

 

นักวิทย์ล้ำถอดรหัสความคิดผู้ป่วยอัมพาตทั้งตัวสำเร็จ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

02 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 12:47 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/478942

นักวิทย์ล้ำถอดรหัสความคิดผู้ป่วยอัมพาตทั้งตัวสำเร็จ

สถาบันวิศวกรรมชีวะและประสาทในสวิตเซอร์แลนด์ พัฒนาอุปกรณ์ที่สามารถอดรหัสความคิดผู้ป่วยอัมพาตทั้งตัวได้สำเร็จ

วงการวิทยาศาสตร์ก้าวล้ำไปอีกขั้น เมื่อทีมนักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลกคิดค้นเครื่องมือสื่อสารกับผู้ป่วยอัมพาตทั้งตัว ช่วยให้ผู้ป่วยสื่อสารกับคนรอบข้างผ่านคำถามง่ายๆ ได้สำเร็จ

สถาบันวีสส์เพื่อวิศวกรรมชีวะและประสาทในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ แถลงความสำเร็จในการพัฒนาอุปกรณ์การติดต่อสื่อสารกับคอมพิวเตอร์ด้วยสมอง เพื่อถอดรหัสความคิดของผู้ป่วยที่เป็นอัมพาตทั้งตัว ไม่สามารถเคลื่อนไหว พูด หรือแม้แต่กะพริบตาได้ โดยอาศัยการตรวจจับความเปลี่ยนแปลงในสมองของผู้ป่วย

อุปกรณ์ชิ้นใหม่นี้ประกอบด้วยหมวกบันทึกคลื่นไฟฟ้าสมอง ทำหน้าที่ในการตรวจจับกิจกรรมทางสมองของผู้ป่วย และเครื่องมือวิเคราะห์ด้วยอินฟราเรดระยะใกล้ เมื่อเกิดกิจกรรมทางสมอง อาทิ การตอบคำถามง่ายๆ อย่างใช่หรือไม่ใช่ จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของออกซิเจนในสมองซึ่งจะทำให้เลือดเปลี่ยนสี แสงอินฟราเรดจากเครื่องมือชิ้นที่ 2 จะตรวจจับสีเลือดแล้วแปลความหมายออกมา

ทีมนักวิทยาศาตร์ทดสอบอุปกรณ์ถอดรหัสกับผู้ป่วยอัมพาตทั่วร่าง 4 ราย ให้ตอบคำถามว่าใช่หรือไม่ใช่ ผิดหรือถูก โดยใช้คำถามพื้นฐานเกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัวก่อน ผลปรากฏว่า คำตอบของผู้ป่วยถูกต้องประมาณ 70% และต้องถามย้ำหลายๆ ครั้งเพื่อความแม่นยำ ทั้งนี้ทั้งนั้น เครื่องมือนี้ยังมีข้อจำกัด คือไม่สามารถถอดรหัสความคิดของผู้ป่วยเป็นตัวอักษรได้

นีลส์ เบอร์บอมเมอร์ หัวหน้าทีมวิจัย เผยว่า จุดประสงค์หลักของการวิจัย คือต้องการให้ผู้ป่วยอัมพาตอันเป็นผลจากโรคหลอดเลือดสมอง สมองได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง หรือโรคเกี่ยวกับระบบประสาท อาทิ กล้ามเนื้ออ่อนแรง สื่อสารในชีวิตประจำวันเบื้องต้น เช่น สอบถามอาการหรือต้องการให้ญาติมาพบหรือไม่ โดยตั้งเป้าหมายพัฒนาเครื่องมือถอดรหัสต่อไปเพื่อให้ได้คำตอบที่ถูกต้องแม่นยำยิ่งขึ้น

ภาพ : สถาบันวีสส์

ที่มา www.m2fnews.com

 

การเปลี่ยนแปลงของสื่อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

02 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 12:14 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/478934

การเปลี่ยนแปลงของสื่อ

โดย…โธธโซเชียล

การนำเสนอข่าวของสำนักข่าวในปีที่ผ่านมานั้นมีความเปลี่ยนแปลง ซึ่งเกิดขึ้นทั่วโลกไม่ใช่แค่เฉพาะในประเทศไทย โธธ โซเชียล พบข้อมูลที่น่าสนใจจาก “โซเชียล เบเกอร์ส” ซึ่งรวบรวมโพสต์จากเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ของสำนักข่าว 500 อันดับแรกจากทั่วโลกในช่วงเดือน ม.ค.-ก.ย. 2016 พบว่าจำนวนโพสต์ของเฟซบุ๊กไลฟ์เติบโตขึ้นอย่างน่าตกใจ โดยเดือน ก.ย.มีการใช้เฟซบุ๊กไลฟ์จากสำนักข่าวถึง 250 แห่ง

ข้อมูลชุดนี้อาจเป็นสัญญาณที่บอกว่า นี่จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญอีกจุดหนึ่งของสื่อที่จะต้องกระโดดลงมาใช้เฟซบุ๊กไลฟ์อย่างจริงจังมากขึ้นเพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนและอาจนำไปสู่ความถดถอยของสื่อทีวีแบบเดิมๆ ที่สำคัญคือ ความ “เรียลไทม์” ที่ตรงกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคนี้ นั่นทำให้เราต้องจับตาดูการเติบโตของสิ่งเหล่านี้ในปี 2017 ด้วยใจจดใจจ่อ

 

อี-สปอร์ตจุดพลุ สงครามพีซีเกมเดือด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

02 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 11:40 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/478930

อี-สปอร์ตจุดพลุ สงครามพีซีเกมเดือด

โดย…รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย

ทิศทางตลาดอี-สปอร์ต กำลังมาแรงทั่วโลก สำหรับในภูมิภาคเอเชีย ประเทศไทยติดอันดับ 1 ใน 5 ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ประกอบด้วย ญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน เกาหลี และจากนี้ยังมีศักยภาพเติบโตอีกมาก กระแสเกมจึงเข้ามาปลุกตลาดพีซีในช่วงที่ผ่านมาอยู่ในภาวะขาลงให้กลับมามีสีสันอีกครั้ง

เคน หว่อง รองประธานประจำตลาดภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก เลอโนโว เปิดเผยว่าภาพรวมอุตสาหกรรมเกมมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด จากกระแสการแข่งขันกีฬาอี-สปอร์ต เกิดขึ้นทั่วโลก จำนวนผู้เล่นยิ่งนับวันจึงยิ่งเพิ่มขึ้นเพื่อการไล่ล่ารางวัลที่มีมูลค่าสูง ปัจจุบันมีผู้เล่นราว 1,300 ล้านคนในขณะที่ผู้ชมกีฬาชนิดนี้ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจาก 270 ล้านคน ซึ่งต้องจับตาว่าในอีก 2-3 ปีข้างหน้าจำนวนผู้ชมยิ่งมากขึ้น

สภาพการแข่งขันพีซีเกมในขณะนี้ถึงกับฝุ่นตลบ เมื่อทุกค่ายหันมาแตกฮาร์ดแวร์เกมมิ่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ทำให้แบรนด์เกิดการจดจำได้ง่ายสำหรับคอเกมและสินค้าติดตลาดอย่างรวดเร็ว คือ การแข่งขันออกซับแบรนด์ โดยก่อนหน้านี้ เอเซอร์ ก็เปิดตัวซับแบรนด์ พรีเดเตอร์ (Predator) ขณะที่เลอโนโวในปีนี้ก็จับมือร่วมกับอินเทลพันธมิตรทางธุรกิจ เปิดตัวซับแบรนด์เลอโนโวลีเจียน(Lenovo Legion) เป็นครั้งแรก เพื่อรุกตลาดฮาร์ดแวร์สำหรับเกม

“กลยุทธ์หลักของเลอโนโว คือ สร้างความแตกต่างด้วยการนำเสนอนวัตกรรมที่ดีกว่า อย่างล่าสุดเปิดตัวเกมมิ่งเดสก์ท็อปทั้งหมด 4 รุ่น มีไฺฮไลต์อยู่ที่ เลอโนโว ไอเดียเซ็นเตอร์ วาย710 คิวบ์ ตัวเครื่องเล็ก สเปกแรง และยังมีโน้ตบุ๊กใหม่อีก 3 รุ่น ซึ่งจะเปิดตัวครบไลน์ทั้งหมดไตรมาสแรก โดยในสิ้นปีนี้เลอโนโวตั้งเป้าเป็นผู้นำตลาดกลุ่มพีซีสำหรับเกมเพิ่มจาก 25% เป็น 30%”

ด้านเอเซอร์การทำตลาดพีซีในปีนี้ มุ่งโฟกัสตลาดเกมมิ่ง เพราะเป็นกระแสมาแรงและเติบโตทั่วโลก มีทั้งกลุ่มผู้เล่นจริงจังและมือสมัครเล่น

นิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ กล่าวว่า เอเซอร์วางแผนเปิดตัวซีรี่ส์ VX ในระดับราคาราว 3 หมื่นบาท ในช่วงเดือน มี.ค.เจาะกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อน้อยหรือขยายฐานในตลาดแมสเพิ่มขึ้น และเป็นโปรดักต์ไลน์เข้ามาเสริมตัวเครื่องพีซีเกมครอบคลุม จากปัจจุบันเอเซอร์เน้นทำตลาดระดับบีไปจนถึงระดับเอ ด้วยซีรี่ส์ของพรีเดเตอร์มีราคาตั้งแต่ 4 หมื่น-2 แสนบาทขึ้นไป

ขณะที่แนวโน้มตลาดพีซีอัตราการเติบโตใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา โดยการเติบโตในเชิงปริมาณไม่เติบโต แต่จะเติบโตด้านของมูลค่า เบื้องต้นปีนี้คาดว่าโตราว 10% หลังจาก 3 ปีที่ผ่านมาราคาเฉลี่ยของเครื่องอยู่ที่ 1.8 หมื่นบาท การเติบโตมูลค่ามาจากการมีคอมพิวเตอร์พีซีสำหรับเล่นเกมมาขับเคลื่อน ซึ่งรายได้หลักของเอเซอร์ยังมาจากคอมพิวเตอร์พีซีในสัดส่วน 90% ที่เหลืออีก 10% เป็นอื่นๆ ทำให้กลุ่มคอมพิวเตอร์พีซีสำหรับเล่นเกม เป็นอีกกลุ่มสินค้าหนึ่งที่ผลักดันให้บริษัทเติบโต

ตลาดอุปกรณ์เสริมถือว่าเป็นอีกตัวหนึ่งที่น่าจับตามอง ซึ่งอุปกรณ์เกี่ยวเนื่องกับเกม ไม่ว่าจะเป็น มอนิเตอร์ คีย์บอร์ด ลำโพง เติบโตในทิศทางเดียวกับพีซีสำหรับเกมหลายแบรนด์เริ่มเข้ามาทำตลาด หนึ่งในนั้นคือ เบ็นคิว ที่เริ่มให้ความสำคัญตลาดเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา

พัทธกร พรศิริธิเวช ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทย บริษัท เบ็นคิว (ประเทศไทย) กล่าวว่า กลุ่มมอนิเตอร์สำหรับเกมจะเติบโตด้านมูลค่าจากความต้องการมอนิเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงมากยิ่งขึ้น เพื่อนำมาใช้งานโดยเฉพาะการแข่งขันอี-สปอร์ต โดยกลุ่มที่จะผลักดันให้ยอดขายของบริษัทเติบโตยังคงเป็นกลุ่มมอนิเตอร์ ซึ่งแบ่งเป็นกลุ่มมอนิเตอร์สำหรับเกมมีสัดส่วน 30%

ก่อนหน้านี้บริษัทได้เข้าซื้อแบรนด์ ZOWIEเพื่อมาทำตลาดอุปกรณ์เสริมเกมโดยเฉพาะและปีนี้เบ็นคิวได้แนะนำจอมอนิเตอร์ 2รุ่นใหม่ ได้แก่  XL2540 จอมอนิเตอร์ขนาด24.5 นิ้ว และ XL2750 ที่เป็นจอมอนิเตอร์ขนาด27 นิ้ว มีเทคโนโลยี DYAC ในการช่วยแสดงผลให้ภาพลื่น มั่นใจว่ารายได้ปีนี้เติบโต 100% ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา

หากวิเคราะห์ตลาดเกมในไทยในขณะนี้มีผู้เล่นหลัก 3 กลุ่ม ประกอบด้วยกลุ่มผู้เล่นทั่วไป กลุ่มมือสมัครเล่น และกลุ่มผู้ใช้งานมืออาชีพ ในช่วงที่ผ่านมาหลายค่ายพยายามเข้าไปเจาะกลุ่มผู้ใช้งานมืออาชีพ และเชื่อว่าจากนี้ไปหลายค่ายคงลงมาเสริมไลน์สินค้าเจาะกลุ่มผู้เล่นทั่วไปหรือมือสมัครเล่น ด้วยการนำเสนอเครื่องพีซีเกมที่ราคาไม่สูง สอดคล้องกับกำลังซื้อ

ตลาดพีซีเกมจะติดลมบนยิ่งขึ้น หากโครงสร้างพื้นฐานทางสัญญาณอินเทอร์เน็ตแรงและเร็วได้ใจคอเกม และจะยิ่งปลุกอี-สปอร์ตเมืองไทยให้ขยายตัว พีซีที่ก่อนหน้านี้รอวันตายก็กลับมามีชีวิตชีวา แถมยังขายได้มูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ต้องจับตาดูกันให้ดีโดยเฉพาะตลาดล่างที่ยังไม่มีแบรนด์ใดทำตลาดจริงจัง ทั้งที่มีลูกค้าจำนวนมาก

 

ยอดขายไอโฟนฟื้นพิชิตซัมซุงรอบ5ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

02 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 07:09 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/478896

ยอดขายไอโฟนฟื้นพิชิตซัมซุงรอบ5ปี

ยอดขายไอโฟนพุ่งแซงซัมซุงเป็นครั้งแรกรอบ 5 ปี หลังคู่แข่งเจอวิกฤตกาแล็คซี่ โน้ต 7

ยอดขายไอโฟนทั่วโลกในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2016 หลังเปิดตัว ไอโฟน 7 และ 7 พลัส ของบริษัท แอปเปิ้ล อิงค์ อยู่ที่ 78.29 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 74.78 ล้านเครื่อง และยังมากกว่ายอดจำหน่ายของซัมซุง อิเลคทรอนิกส์ ที่ 77.5 ล้านเครื่อง เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี ที่แอปเปิ้ลมียอดขายเหนือคู่แข่งในช่วงเวลาเดียวกัน จากความต้องการของไอโฟน 7 พลัส ที่มีหน้าจอขนาดใหญ่

รอยเตอร์สระบุว่า ยอดขายดังกล่าวมาพร้อมกับช่วงเวลาที่ความต้องสมาร์ทโฟนลดลง และความต้องการสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ราคาถูกปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่ซัมซุงยังเผชิญกับปัญหาแบตเตอรี่ของสมาร์ทโฟนกาแล็คซี่ โน้ต 7 ที่นำไปสู่การเรียกคืนและการยุติการผลิต

อย่างไรก็ตาม รายได้จากจีนและฮ่องกงของแอปเปิ้ลลดลง 11.6% เหลือ 1.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5.61 แสนล้านบาท) โดยรายได้รวม ทั้งไตรมาสปรับขึ้น 3.3% เทียบกับปีก่อน อยู่ที่ 7.84 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.7 ล้านล้านบาท)

 

ทีทีแอนด์ทีหยุดบริการสิ้นก.พ.นี้ “ทีโอที”พร้อมรับช่วงต่อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

01 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 12:24 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/478763

ทีทีแอนด์ทีหยุดบริการสิ้นก.พ.นี้ "ทีโอที"พร้อมรับช่วงต่อ

กสทช.เผย “ทีทีแอนด์ที” จะยุติการให้บริการทั้งหมด 28 ก.พ.นี้ หลังถูกศาลล้มละลาย สั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด โดย “ทีโอที” จะให้บริการแทนทั้งหมด

จากกรณีที่ บมจ. ทีทีแอนด์ที ถูกศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด โดยอำนาจในการบริหารงานอยู่กับเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ล่าสุดเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แจ้งถึงกำหนดสิ้นสุดการให้บริการทุกบริการของ บมจ. ทีทีแอนด์ที แล้ว โดยจะยุติการให้บริการทั้งหมดในวันอังคารที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 24.00 น. เป็นต้นไป

นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กสทช. ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน เปิดเผยว่า ทางสำนักงาน กสทช. ได้รับแจ้งจากทางบริษัททีโอทีซึ่งเป็นคู่สัญญาร่วมการงานกับบริษัททีทีแอนด์ทีเพื่อให้บริการโทรศัพท์ประจำที่ในเขตภูมิภาคว่า ทางบริษัททีโอทีจะเป็นผู้เข้าดำเนินการให้บริการแทนทั้งหมด โดยผู้ใช้บริการยังคงสามารถใช้บริการได้ต่อไป อีกทั้งสามารถขอโอนเลขหมาย ย้ายเลขหมาย ขอระงับการใช้ชั่วคราว ขอชำระค่าบริการโดยหักผ่านบัญชีธนาคาร ขอยกเลิกการชำระค่าบริการโดยหักผ่านบัญชีธนาคาร หรือบริการอื่นๆ ตามความประสงค์ของผู้ใช้บริการ รวมทั้งหากไม่ประสงค์ใช้บริการต่อ ก็สามารถยกเลิกบริการได้

ทั้งนี้ ในส่วนของการรับชำระเงิน ผู้ใช้บริการสามารถจ่ายค่าบริการผ่านระบบ POS Just Pay Counter Service ได้ตามปกติ กรณีผู้ใช้บริการต้องการยกเลิกการหักบัญชีธนาคาร/บัตรเครดิต บมจ. ทีโอที ระบุว่า ทางศูนย์บริการสามารถตรวจสอบหนี้ค้างชำระ การจำหน่ายหนี้สูญ โดยสืบค้นจากระบบฐานข้อมูลผู้ใช้บริการและส่งผ่านให้ศูนย์กลางประสานงานของ บมจ. ทีทีแอนด์ที ดังนั้นถ้าผู้ใช้บริการแจ้งยกเลิกบริการกับ บมจ. ทีทีแอนด์ที และ บมจ. ทีทีแอนด์ทีดำเนินการยกเลิกแล้ว ผู้ใช้บริการก็จะไม่ถูกหักเงินจากบัตรเครดิตหรือบัญชีเงินฝาก

สำหรับผู้ใช้บริการที่มีข้อสงสัย ต้องการร้องเรียน หรือแจ้งเหตุโทรศัพท์เสีย ปัจจุบันสามารถติดต่อศูนย์บริการลูกค้าของบริษัททีโอทีได้ที่หมายเลข 1100, หมายเลข 1103 กด 1, และหมายเลข 1177 ขณะเดียวกันหากผู้ใช้บริการรายใดประสบปัญหา ภายหลังร้องเรียนไปยังบริษัททีโอทีแล้ว แต่ไม่ได้รับการแก้ไข ก็สามารถร้องเรียนมาที่สำนักงาน กสทช. โดยโทรฟรีได้ที่หมายเลข 1200

อนึ่ง บมจ. ทีทีแอนด์ที ได้ทำสัญญาร่วมการงานกับ บมจ. ทีโอที เพื่อให้บริการโทรศัพท์ประจำที่ในเขตภูมิภาคแบบเบ็ดเสร็จ จำนวน 1.5 ล้านเลขหมาย โดยได้รับส่วนแบ่งรายได้และค่าจ้างเป็นการตอบแทน ต่อมาศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ บมจ. ทีทีแอนด์ที เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2559 บมจ. ทีโอทีจึงได้ดำเนินการเพื่อเป็นผู้ให้บริการแทน

 

“คนยุคมิลเลนเนียล” กำลังซื้อหลักอี-คอมเมิร์ซไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

31 มกราคม 2560 เวลา 19:47 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/478648

"คนยุคมิลเลนเนียล" กำลังซื้อหลักอี-คอมเมิร์ซไทย

โดย…ธนาวัฒน์ มาลาบุปผา ECOMMERCE COACH คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ สมาคมอีเมิร์ซ

หลายครั้งที่เรามักได้ยินคำว่า “คนยุคมิลเลนเนียล” ในบริบทต่างๆ ที่ผ่านมาคนกลุ่มนี้เข้ามามีบทบาทกับสังคมมากขึ้นรวมถึงพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าที่เปลี่ยนไปด้วย ในบทความนี้ผมจึงขอเจาะไปในกลุ่มมิลเลนเนียลว่าคือใคร พฤติกรรมการช็อปปิ้งเป็นอย่างไร แล้วในเชิงผู้ประกอบการอี-คอมเมิร์ซเองจะเข้าถึงคนกลุ่มนี้ได้อย่างไร

จริงๆ แล้วคนกลุ่มนี้เป็นที่รู้จักกันมานานแล้วนะครับ ในชื่อเรียกที่ว่า Generation Y หรือเจนวาย คือผู้ที่เกิดในช่วงปี 1980 ไปจนถึงช่วงกลางของยุค 90 หรือจนถึงต้นปี 2000 สำหรับตัวผมเองคนยุคมิลเลนเนียลน่าจะอยู่ในช่วงอายุประมาณ 18-34 ปีเป็นกลุ่มคนที่เติบโตในช่วงเปลี่ยนผ่านสหัสวรรษ (Millennium) นั่นเอง

จากรายงานของ Millennial Week พบว่า คนกลุ่มมิลเลนเนียลนั้นมีจำนวนมากที่สุดถึง 1,800 ล้านคน จากประชากรทั่วโลกซึ่งมีจำนวน 7,000 ล้านคน สำหรับประเทศไทยมีประชากรกลุ่มมิลเลนเนียลกว่า 20 ล้านคน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุด ปัจจุบันคนยุคมิลเลนเนียลโตเป็นผู้ใหญ่ บ้างก็มีครอบครัว มีวิถีชีวิตที่แตกต่างกันไปและมีการใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้น หากมองในแง่ของจำนวนประชากรในกลุ่มนี้ ก็อาจกล่าวได้ว่า คนยุคมิลเลนเนียลนั้นจะมีบทบาทสำคัญและเป็นผู้กำหนดทิศทางใหม่ๆ รวมถึงการใช้ชีวิตในโลกยุคดิจิทัลอีกด้วย

คนยุคนี้จะมีความเชื่อมโยงกับเทคโนโลยี โดยเฉพาะในเรื่องของอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียเป็นอย่างมาก เนื่องจากเกิดมาในยุคเฟื่องฟู ได้เรียนรู้การใช้เทคโนโลยีต่างๆ โดยเฉพาะการใช้งานอินเทอร์เน็ตซึ่งจะใช้ควบคู่กันไปทั้งการทำงานและการใช้งานส่วนตัว โดย ETDA ได้สำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตไทย ในช่วงปีที่ผ่านมา พบว่า Gen Y หรือ มิลเลนเนียล ใช้งานอินเทอร์เน็ตเฉลี่ย 7.6 ชม./วัน โดยผ่านสมาร์ทโฟนสูงสุด รองลงมาคือเดสก์ท็อป และโน้ตบุ๊ก ซึ่งการใช้โซเชียลมีเดียยังเป็นกิจกรรมยอดนิยมสูงสุดด้วย

สำหรับการช็อปปิ้งของคนยุคนี้ก็แตกต่างจากคนยุคอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของ “Mobile First Attitude” ซึ่งปัจจุบันสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตเข้ามามีบทบาทในการซื้อของออนไลน์มากขึ้น ผู้ประกอบการอี-คอมเมิร์ซเองก็ได้มีการพัฒนารูปแบบของเว็บไซต์ให้รองรับกับทุกอุปกรณ์สื่อสาร รวมไปถึงการสร้างแอพพลิเคชั่นเพิ่มขึ้นมาด้วย

นอกจากนั้น โซเชียลมีเดียได้เข้ามามีส่วนในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า ซึ่งคนยุคมิลเลนเนียลเองก็ค่อนข้างเปิดใจรับโซเชียลมีเดียให้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการซื้อขายสินค้าออนไลน์ครับ ในขณะที่คนยุคมิลเลนเนียลมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นอาจจะไม่ได้หวั่นไหวในเรื่องราคามากนักแต่ก็ยังต้องการที่จะเปรียบเทียบราคาสินค้าก่อนการตัดสินใจซื้ออยู่ดี

จากสถิติของไพรซ์ซ่า ประเทศไทยในปี 2016 พบว่า คนยุคมิลเลนเนียลเข้ามาใช้บริการค้นหาสินค้าและเปรียบเทียบราคาเพิ่มขึ้นจากปี 2015 ถึง 75.76% ผมมองว่า คนยุคมิลเลนเนียลเองอาจจะไม่ได้ให้ความสำคัญเรื่องของราคาเป็นอันดับหนึ่ง แต่จะเน้นที่ความสะดวกสบายจากการช็อปปิ้งออนไลน์ ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ รวมถึงความพร้อมในการจัดส่งสินค้าของแต่ละร้านค้ามากกว่า ถ้าร้านค้าไหนที่ให้บริการหรือสนับสนุนความคาดหวังของคนยุคมิลเลนเนียลในส่วนนี้ได้ ถ้าราคาต่างกันเล็กน้อยก็ไม่ได้มีผลต่อการตัดสินใจซื้อของคนยุคมิลเลนเนียลเลยครับ

ดังนั้น การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีของลูกค้าถือเป็นปัจจัยสำคัญครับ

 

“แฟลชไดร์ฟ” เสียอย่าเพิ่งทิ้ง ข้างในมี “เอสดีการ์ด”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

30 มกราคม 2560 เวลา 16:33 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/478390

"แฟลชไดร์ฟ" เสียอย่าเพิ่งทิ้ง ข้างในมี "เอสดีการ์ด"

หนุ่มเเชร์เรื่องราวใกล้ตัว ความรู้ใหม่ที่หลายคนคาดไม่ถึง เกี่ยวกับ “แฟลชไดร์ฟ”

เมื่อวันที่ 30 ม.ค.โลกออนไลน์เเชร์เรื่องราวความรู้ใกล้ตัวเกี่ยวกับ “แฟลชไดร์ฟ” อุปกรณ์ในการเก็บข้อมูลของคอมพิวเตอร์

โดยสมาชิกเว็บไซต์พันทิปชื่อ “DUCKONE” โพสต์กระทู้หัวข้อ “FLASH DRIVE เสียอย่าเพิ่งทิ้ง ลองแกะภายในดู” เล่าว่า ถ้าแฟลชไดร์ฟพังเสียหายแล้วเครมไม่ได้ ก็ลองแกะออกดูก่อนโยนทิ้ง เนื่องจากหลากหลายยี่ห้อ ภายในมี SD card หรืออุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลบรรจุอยู่ ซึ่งสามารถนำไปใช้งานต่อได้กับอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ชนิดอื่นๆ

งานนี้ชาวเน็ตหลายคนพากันเซอร์ไพรส์ เพราะถือเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ไม่เคยรู้มาก่อน โดยคนส่วนใหญ่หากอุปกรณ์เสียก็มักเลือกที่โยนทิ้งถังขยะทันที ขณะเดียวกันชาวเน็ตรายหนึ่งบอกว่า แฟลชไดร์ฟมีแค่ไม่กี่รุ่นที่ถอดฝาครอบแล้วได้เป็น SD Card หลายตัวเป็นชิป NAND ที่ฝังกับแผงวงจรเลย ทำให้เเกะมาใช้ต่อไม่ได้

ที่มา https://pantip.com/topic/36058331