คนไทยอวยพรปีใหม่ผ่านมือถือพุ่ง “ไลน์-เฟซบุ๊ก” ครองแชมป์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

01 มกราคม 2560 เวลา 15:26 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/473353

คนไทยอวยพรปีใหม่ผ่านมือถือพุ่ง "ไลน์-เฟซบุ๊ก" ครองแชมป์

คนไทยส่งคำอวยพรปีใหม่ผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์พุ่ง ดันยอดใช้งานดาต้าในเครือข่ายมือถือกระฉูด เผยไลน์-เฟซบุ๊กยังเป็นแอพฯยอดฮิต

นายปรัธนา ลีลพนัง รักษาการ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการตลาด บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (AIS) กล่าวว่า พฤติกรรมการใช้งานดาต้าเพื่อสื่อสาร และส่งความสุขอวยพรปีใหม่ทางมือถือ ผ่านโลกออนไลน์บนโซเชียลเน็ตเวิร์กต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง LINE, Facebook, Instagram, WhatsApp, Twitter, Google Plus, We Chat ฯลฯ นิยมส่งในรูปแบบของภาพหรือวิดีโอสั้นมากยิ่งขึ้น ทำให้มีปริมาณการใช้งานดาต้าทั้ง 3G, 4G และ WiFi ที่สูงขึ้นอย่างมาก

ทั้งนี้ช่วงเวลาที่พีคสูงสุดคือช่วงเวลาเข้าสู่วันที่ 1 ม.ค. 2560 โดยมียอดใช้งาน ดาต้าสูงสุด เพิ่มขึ้นถึง 110% จากช่วงเวลาปกติ และสูงขึ้นถึง 3 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2559 (*ข้อมูลตัวเลข ณ วันที่ 1 ม.ค. 2560 เวลา 05.00 น.) และเชื่อว่ายังมีการใช้งานสูงต่อเนื่องในช่วงเช้า และตลอดทั้งวันที่ 1 ม.ค. 2560 นี้

ส่วน SMS และ MMS มีปริมาณลดลง 28% แต่ก็ยังมีการใช้อวยพรปีใหม่อย่างกว้างขวางในรูปแบบที่เป็นทางการมากขึ้น ทั้งจากหน่วยงาน องค์กรต่างๆ รวมถึงกลุ่มคนรู้จักที่มิใช่คอมมูนิตี้เดียวกัน

ด้าน นายประเทศ ตันกุรานันท์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มเทคโนโลยี DTAC กล่าวว่า สถิติการใช้งาน 5 จังหวัดที่มียอดการใช้งานดาต้าสูงสุดในช่วงวันส่งท้ายปีเก่าและขึ้นปีใหม่ ได้แก่ 1.กรุงเทพมหานคร 2.ชลบุรี 3.สมุทรปราการ 4.ปทุมธานี 5.นนทบุรี

ขณะที่แอพพลิเคชันยอดนิยมที่ใช้งาน 5 อันดับสูงสุด คือ 1. Facebook/Facebook Messenger 2. Instagram 3. LINE/LINE VOIP 4.WhatsApp และ 5. Twitter

ทั้งนี้สถิติใช้งานสูงสุดอยู่ในช่วงเวลา 20.00-20.30 น. ของวันที่ 31 ธ.ค. 2559 (ข้อมูล ณ วันที่ 1 ม.ค. 2560 เวลา 07.00 น.)

ด้านบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) เผยยอดการใช้งานดาต้าทรูมูฟ เอช เพื่ออวยพรปีใหม่ ระหว่างวันที่ 31 ธ.ค. 2559 ถึง 1 ม.ค. 2560 ผ่านเครือข่าย 4G+ เพิ่มมากกว่าปีที่ผ่านมาถึง 6 เท่า ขณะที่ SMS มียอดการใช้งานลดลงอย่างต่อเนื่องกว่า 50% ซึ่งเป็นผลมาจากเครือข่าย 4G+ ที่มีความเร็วสูงและครอบคลุมทุกพื้นที่ในประเทศไทย ประกอบกับฟังก์ชั่นใหม่ๆ ในโซเชียลเน็ตเวิร์กที่สามารถส่งความสุข และแชร์โมเมนต์ฉลองคืนข้ามปีได้แบบเรียลไทม์ อาทิ Facebook Live ส่งผลให้มีการใช้งานอินเทอร์เน็ตสูงขึ้น โดยช่วงเวลาที่มีการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือสูงสุดคือ 23.45-00.15 น. ทางด้านแอพพลิเคชั่นที่คนไทยนิยมใช้อวยพรสูงสุดคือ Line รองลงมาคือ Facebook, Twitter และ Instagram ตามลำดับ

 

ทีวีดิจิทัลปรับหันหารายได้เสริม ลุย’ออนไลน์-โซเชียล’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

30 ธันวาคม 2559 เวลา 06:17 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/472956

ทีวีดิจิทัลปรับหันหารายได้เสริม ลุย'ออนไลน์-โซเชียล'

โดย…จะเรียม สำรวจ

การแข่งขันของธุรกิจทีวีดิจิทัลในปี 2560 ยังคงเป็นปีที่มีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง เพราะนอกจากจะแข่งกันที่หน้าจอโทรทัศน์หรือว่าออฟไลน์แล้ว ในปี 2560 นี้การแข่งขันในช่องทางออนไลน์กับผ่าน โซเชียลมีเดียน่าจะรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันพฤติกรรมของผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมค่อนข้างมาก โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ปัจจุบันดูเหมือนว่าทีวีจะกลายเป็นเหมือนเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งภายในบ้านไปแล้ว เนื่องจากความสนใจของกลุ่มคนรุ่นใหม่จะอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และมือถือ ซึ่งสัดส่วนเริ่มแซงหน้าจอทีวี

จากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นดังกล่าว ส่งผลให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลต้องปรับตัวอย่างหนัก เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น แม้ว่าหลายคนจะออกมาฟันธงว่า การดูทีวีผ่านหน้าจอโทรทัศน์ยังคงไม่หายไปจากประเทศไทย เพราะคนที่เคยดูทีวีผ่านหน้าจอโทรทัศน์อย่างไรก็ต้องดูผ่านจอโทรทัศน์ แต่เพื่อความไม่ประมาทและเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตที่กลุ่มคนรุ่นใหม่จะกลายเป็นกลุ่มคนรุ่นเก่า ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลจึงต้องหันมาเร่งพัฒนาระบบไอที พร้อมกับจับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจในโลกโซเชียล มีเดีย เพื่อใช้เป็นช่องทางในการออกอากาศและสื่อสารกับผู้บริโภค

มานะ ตรีรยาภิวัฒน์
คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า การแข่งขันของผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลในปี 2560 นี้ คงไม่ได้แข่งขันกันแค่หน้าจอโทรทัศน์เพียงอย่างเดียว แต่คงหันมาแข่งขันกันในแพลตฟอร์มอื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นในด้านของสื่อ โซเชียลมีเดีย และสื่อออนไลน์ เห็นได้จากปัจจุบันเริ่มมีผู้ประกอบการใช้ช่องทางของเฟซบุ๊กไลฟ์ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในกลยุทธ์การทำตลาด เพื่อดึงให้ผู้ชมเข้ามามีส่วนร่วมและใช้เป็นเครื่องมือดึงผู้ชมให้เข้ามาสู่หน้าจอหลัก

วรรณี รัตนพล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอพีจี มีเดีย แบรนด์ส กล่าวว่า ออนไลน์ถือเป็นหนึ่งช่องทางที่ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลจะให้ความสำคัญมากขึ้น เพราะสามารถใช้เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการหารายได้เสริมให้กับธุรกิจ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าวถือว่าเป็นไปในทิศทางเดียวกับธุรกิจทีวีดิจิทัลในต่างประเทศที่ใช้สื่อออนไลน์เป็นตัวช่วยกระตุ้นให้ผู้ชมหันมาสนใจสื่อในหน้าจอหลักอย่างหน้าจอโทรทัศน์ นอกจากนี้ สื่อออนไลน์ยังสามารถใช้กิจกรรม เพื่อสื่อสารกับผู้บริโภคได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยตอบโต้กัน หรือแชร์ข้อมูลต่างๆ

ทั้งนี้ ล่าสุดช่อง 5 หรือสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ออกมาปรับกลยุทธ์การทำตลาด ด้วยการหันมาให้ความสำคัญกับสื่อออนไลน์มากขึ้น โดยล่าสุดได้มีการตั้งแผนกนิวมีเดียขึ้นมา เพื่อดูแลด้านสื่อนิวมีเดียโดยเฉพาะ เนื่องจากเป้าหมายนับจากนี้ของช่อง 5 คือ การเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีอายุน้อยกว่า 35 ปี ในส่วนของกลยุทธ์ที่จะนำมาใช้ในสื่อออนไลน์ก็จะมีทั้งการถ่ายทอดสดในส่วนของรายการของสถานีและผลิตคอนเทนต์ขึ้นมาเฉพาะ เพื่อออกอากาศผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์และยูทูบ ขณะนี้ได้เริ่มทดลองออกอากาศรายการต่างๆ ไปบ้างแล้ว ส่วนเว็บไซต์นิวมีเดียที่จะสร้างขึ้นมาใหม่ผ่าน www.tv5HD1.com คาดว่าจะเริ่มใช้งานได้ประมาณเดือน มี.ค. 2560 หลังจากหันมาปรับกลยุทธ์ทำสื่อออนไลน์ควบคู่ไปกับออนแอร์ และ ออนกราวด์คาดว่าปีหน้าจะมีรายได้เติบโตจากปีนี้ไม่ต่ำกว่า 25%

ด้านช่องเวิร์คพอยท์ก็เดินหน้าพัฒนาคอนเทนต์และทำการตลาดในช่องทางออนไลน์อย่างต่อเนื่องเช่นกัน เนื่องจากเป้าหมายในปี 2560 วางเป้าหมายรายได้ที่จะมาจากช่องทางออนไลน์ไว้ที่ประมาณ 100 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ที่คาดว่าจะมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 70 ล้านบาท

ชลากรณ์ ปัญญาโฉม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานดิจิทัลทีวี บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ กล่าวว่า แผนการทำการตลาดในส่วนของช่องทางออนไลน์ปี 2560 นี้ บริษัทมีแผนที่จะปรับรูปแบบของการทำตลาดเป็นแบบมัลติแพลตฟอร์ม ด้วยการเชื่อมสื่อทุกอย่างไว้ด้วยกัน ซึ่งคอนเทนต์ที่จะนำมาออกอากาศก็จะมีทั้งรายการสด และเทปผสมผสานกันไปตามความเหมาะสม

 

เอชบีโอยันไม่ทิ้งไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

29 ธันวาคม 2559 เวลา 06:10 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/472757

เอชบีโอยันไม่ทิ้งไทย

เอชบีโอเผยไม่ทิ้งตลาดไทย เตรียมลุยออนไลน์ พร้อมจับมือพันธมิตรรายใหม่ขยายธุรกิจในไทย

รายงานข่าวจากเอชบีโอ เอเชีย เปิดเผยว่า กรณีที่บริษัท ทรูวิชั่นส์ ได้ขอยกเลิกกับบริษัทด้วยการยุติการออกอากาศรายการต่างๆ จำนวน 6 ช่อง และ Cinemax ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2560 เป็นต้นไปนั้น บริษัทยังขอยืนยันว่ายังคงมีความมุ่งมั่น ที่จะให้บริการผู้ชมในประเทศไทยต่อไป โดยจะทำงานร่วมกับพันธมิตร ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจา คาดว่าในเร็วๆ นี้จะสามารถเปิดเผยได้ ซึ่งตลอดระยะเวลา 23 ปีที่บริษัทให้บริการรายการบันเทิง ผ่านช่องทางทรูวิชั่นส์ บริษัทขอขอบคุณสมาชิกทุกท่านที่ให้การสนับสนุนบริษัท

ทั้งนี้ ก็เพื่อให้ผู้ชมในประเทศไทย มีความมั่นใจว่าเอชบีโอจะมีช่องทางให้บริการหนังดังระดับพรีเมียมส่งตรง จากฮอลลีวู้ดแก่ผู้ชมชาวไทยต่อไป ซึ่งนอกจากจะจับมือกับพันธมิตรเพื่อให้บริการช่องรายการต่างๆ เหมือนที่ผ่านมาแล้ว เอชบีโอยังมีแผนที่จะขยายช่องทางการ รับชมผ่านช่องทางออนไลน์อีกด้วย

สำหรับซีรี่ส์ HALFWORLDS ซีซั่น 2 ซึ่งเป็นผลงานของผู้กำกับชาวไทย อย่าง นายเอกชัย เอื้อครองธรรม ที่ถ่ายทำในไทย และใช้นักแสดงนำของไทย ประกอบด้วย ภีม ใจเย็น, นิโคล เทริโอ, จีจ้า ญาณิน, ไมร่า มอลลอย และเดวิด อัศวนนท์ บริษัทจะทำการนำเสนอให้ ผู้ชมที่อยู่ในไทยสามารถรับชมได้ผ่านทาง ช่องทางออนไลน์อย่างแน่นอน ซึ่งใน ส่วนของรายละเอียดการรับชมจะเปิดเผย เพิ่มเติมอีกครั้งในเร็วๆ นี้

ด้าน นายสุภกิจ วรรธนะดิษฐ์ รองหัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มด้านการพาณิชย์ และหัวหน้าสายงานการพาณิชย์และ พัฒนาธุรกิจทรูวิชั่นส์ บริษัท ทรู คอร์ ปอเรชั่น กล่าวว่า นับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2560 นี้เป็นต้นไป บริษัทจะมีรายการใหม่มาออกอากาศจำนวน 7 ช่อง ประกอบด้วย 1.Warner TV 2.Sony Channel 3.Paramount Channel 4.Fox Action Movies HD 5.Celestial Classic Movies 6.Food Network และ 7.True Film HD 2

อย่างไรก็ดี ล่าสุดทรูวิชั่นส์ได้นำส่งมาตรการเยียวยาให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ด้วยกัน 4 ข้อ ได้แก่ 1.ทรูวิชั่นส์จะนำช่องรายการใหม่จำนวน 7 ช่องมาออกอากาศทดแทนให้แก่สมาชิกได้รับชมอย่างต่อเนื่องทันทีที่ช่องรายการในเครือเอชบีโอยุติ การออกอากาศในวันที่ 1 ม.ค. 2560  2.ทรูวิชั่นส์จะปรับระดับสมาชิกให้ได้รับบริการในแพ็กเกจที่สูงขึ้น 3.ในกรณีที่สมาชิกมีความประสงค์จะยกเลิกบริการ หรือปรับลดแพ็กเกจที่ได้ใช้บริการอยู่ในปัจจุบัน สามารถแจ้งความประสงค์ได้ทันทีภายในวันที่ 28 ก.พ. 2560 และ 4.สำหรับสมาชิกที่ได้สมัครใช้บริการทรูวิชั่นส์รายปี หรือราย 6 เดือน และประสงค์ที่จะยกเลิกบริการก่อนกำหนด สมาชิกสามารถแจ้งความประสงค์ได้ทันทีโดยไม่ต้องแจ้ง ล่วงหน้าตามที่กำหนดไว้ในสัญญาการให้บริการภายในวันที่ 28 ก.พ. 2560

 

มือถือระดมข่ายรับปีใหม่ เอไอเอสอัด4จีส่งสุข

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

29 ธันวาคม 2559 เวลา 06:05 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/472756

มือถือระดมข่ายรับปีใหม่ เอไอเอสอัด4จีส่งสุข

โดย…รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย

ช่วงคืนส่งท้ายปีเก่าและต้อนรับปีใหม่ถือเป็นช่วงพีกที่จะมีการส่งข้อมูล หรือดาต้า ดังนั้นผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่หรือโอเปอเรเตอร์รายใหญ่ เช่น เอไอเอส ดีแทค และทรู ต่างเตรียมโครงข่ายไว้รองรับการใช้งานตามแหล่งชุมนุม แหล่งท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ ถือเป็นการวัดฝีมือการให้บริการ โดยเอไอเอสในฐานะที่ชูจุดขายเครือข่าย 4จี โรมมิ่งที่ครอบคลุมมากอันดับ 1 ในเอเชีย ปรัธนา ลีลพนัง รักษาการหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการตลาด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวถึงแผนดังกล่าวว่า

เอไอเอสเตรียมความพร้อมทั้งด้านเครือข่ายและบุคลากรทุกด้านเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้า การสื่อสาร ส่งความสุขอวยพรปีใหม่ การทำธุรกรรมรวมไปถึงการแบ่งปันช่วงเวลาแห่งความสุขในเทศกาลปีใหม่ผ่านโซเชียลเน็กเวิร์กได้อย่างสะดวกสบายไม่ติดขัด

ทั้งนี้ การเตรียมความพร้อมด้านที่ 1 เอไอเอสได้จัดเต็มคุณภาพเครือข่าย ทั้งการขยายความครอบคลุมและเพิ่มความสามารถในการรองรับการใช้งาน ในบริเวณจุดหลักๆ ประกอบด้วย แหล่งท่องเที่ยว สถานที่จัดกิจกรรม สวดมนต์ข้ามปี ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวมถึงสถานีรถโดยสารต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหมอชิต, เอกมัย หรือสายใต้ใหม่ โดยเพิ่มความสามารถในการรองรับการใช้งานดาต้ามากกว่า 100% รองรับเอสเอ็มเอสได้ชั่วโมงละกว่า 80 ล้านข้อความ และเอ็มเอ็มเอสรองรับได้ถึง 2.5 ล้านข้อความ/ชั่วโมง

ปรัธนา ลีลพนัง รักษาการหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการตลาด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส)

 

นอกจากนี้ยังขยายเครือข่ายเอไอเอสไว-ไฟ ในบริเวณที่มีการจัดกิจกรรมต่างๆ พร้อมจัดรถโมบายเคลื่อนที่ เพื่อรองรับการใช้งานที่เพิ่มขึ้น รวมถึงติดตั้ง Wifi Antenna ที่รถโมบาย เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้บริการเอไอเอส ไว-ไฟ ในบริเวณที่รถโมบายให้บริการได้อย่างสะดวกสบาย

ตามด้วยการเตรียมความพร้อมด้านที่ 2 ทีมวิศวกรและพนักงานคอลเซ็นเตอร์ โดยทีมวิศวกรและพนักงานเอไอเอสคอลเซ็นเตอร์ที่ดูแลเครือข่ายทั้ง 4จี และเอไอเอส ไฟเบอร์ ปฏิบัติหน้าที่ 24 ชั่วโมง ที่สำนักงานทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวมถึงการเตรียม ทีมวิศวกรประจำการเพิ่มเติม ที่บริเวณสถานีฐานในเขตกรุงเทพฯ และหัวเมืองทั่วประเทศในช่วงวันหยุดยาว เพื่อให้พร้อมแก้ไขกรณีหากเกิดปัญหาด้านเครือข่าย

“ปีนี้ที่แม้จะไม่มีการจัดงานรื่นเริงนับถอยหลังสู่ปีใหม่เหมือนเช่นที่ผ่านมา  หากแต่เชื่อว่าจะยังคงมีการรวมตัวกันในหลายๆ จุดเพื่อจัดกิจกรรมรวมพลังทำความดีหลากหลายรูปแบบ อาทิ การแสดงความอาลัยถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 และถวายพระพรชัย มงคลแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รวมถึงการสวดมนต์ข้ามปีที่วัดต่างๆ” ปรัธนา กล่าว

ขณะเดียวกันได้ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดโครงการ “ภู หมอก ดอก ดอย หนาวนี้เที่ยวทั่วไทย กับเอไอเอส” ชู 9 แหล่งท่องเที่ยวฤดูหนาวที่ต้องไปสัมผัส ได้แก่ กิ่วแม่ปาน ดอยอินทนนท์ ดอยอ่างขาง ดอยม่อนแจ่ม จ.เชียงใหม่, ดอยผาตั้ง ภูชี้ฟ้า จ.เชียงราย และดอยเสมอดาว จ.น่าน ทางภาคอีสาน ได้แก่ ภูป่าเปาะ ภูทอก จ.เลย, โขงเจียม ผาแต้ม จ.อุบลราชธานี ส่วนภาคกลาง ได้แก่ เนินช้างศึก จ.กาญจนบุรี

สถานที่ทุกแห่งที่กล่าวมานักท่องเที่ยวสามารถแชร์ภาพประทับใจจากแต่ละจุดท่องเที่ยวผ่านเครือข่ายเอไอเอส 4จี รวมไปถึงสแกนคิวอาร์โค้ดที่ติดตั้งในแต่ละแห่งเพื่อดูข้อมูล พร้อมระบบนำทางไปยังจุดชมวิวที่งดงามผ่านเครือข่ายเอไอเอส นั่นคือการเตรียมความพร้อมของเอไอเอสที่มีผู้ใช้บริการกว่า 39.4 ล้านเลขหมาย

 

ยื่น”ป.ป.ช.” สอบ “กสทช.” ไม่บังคับค่ายมือถือคิดค่าโทรเป็นวินาที

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

28 ธันวาคม 2559 เวลา 13:45 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/472624

ยื่น"ป.ป.ช." สอบ "กสทช." ไม่บังคับค่ายมือถือคิดค่าโทรเป็นวินาที

“เครือข่ายผู้บริโภค” ร้อง “ป.ป.ช.” สอบ “กสทช.” ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ หลังไม่บังคับ “2ค่ายมือถือ” คิดค่าบริการเป็นวินาที ตามมติ “กทค.” ชี้ 7 เดือน ผู้บริโภคเสียหาย 1.8 หมื่นล้าน

วันที่ 28 ธ.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เครือข่ายผู้บริโภค นำโดยนางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ยื่นหนังสือร้องเรียนถึงคณะกรรมการป.ป.ช. ให้ตรวจสอบนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กรณีไม่บังคับผู้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ 1800 MHz และ 900 MHz สองรายคือ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด และบริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด คิดอัตราค่าบริการตามการใช้งานจริงเป็นวินาทีทุกรายการส่งเสริมการขาย ตามที่ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม(กทค.) มีมติเมื่อ 17พ.ค.ที่ผ่านมา

นางสาวสารี กล่าวว่า สำนักงานกสทช. นอกจากจะไม่สามารถบังคับให้ผู้ให้บริการปฏิบัติตามมติ กทค. ได้ กลับเสนอให้ที่ประชุม กทค.พิจารณาทบทวนมติดังกล่าว เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อผู้บริโภคมากกว่า 18,000 ล้านบาท ตลอดระยะเวลา 7 เดือน นับแต่มติกทค. ออกมา ซึ่งการที่กสทช.ปฏิบัติล่าช้า หรือไม่ปฏิบัติตามมติ กทค. จึงอาจเข้าข่ายความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญา เข้าข่ายการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จึงเรียกร้องให้ป.ป.ช.ดำเนินการตรวจสอบ

 

36เว็บไซต์จ่อโดนปลดละเมิดหนัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

28 ธันวาคม 2559 เวลา 09:05 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/472579

36เว็บไซต์จ่อโดนปลดละเมิดหนัง

กสทช.เตรียมปลดเว็บหนังละเมิดลิขสิทธิ์ 36 เว็บไซต์ หลังสมาพันธ์ผู้ผลิตภาพยนตร์แจ้งความแล้ว

รายงานข่าวแจ้งว่า วันที่ 27 ธ.ค. 2559 นายวิชา พูลวรลักษณ์ กรรมการ ผู้จัดการบริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ในฐานะกรรมการสมาพันธ์สมาคม ภาพยนตร์แห่งชาติ ได้เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการ กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อให้ดำเนินการกับเว็บไซต์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์นำภาพยนตร์ไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

นายฐากร กล่าวว่า ที่ผ่านมา สำนักงาน กสทช.ได้หารือกับสมาพันธ์ไปแล้ว 2 ครั้ง และให้ทางสมาพันธ์เข้าแจ้งความกับกองบังคับการปราบปรามการ กระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ เพื่อนำหลังฐานการแจ้งความมาให้ กสทช.ดำเนินการแจ้งไปยังไอเอสพี ดำเนินการนำเว็บไซต์ดังกล่าวออกจากระบบ ขณะนี้สมาพันธ์ได้แจ้งความกับเว็บไซต์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์และนำเอกสารการแจ้งความมาให้ กสทช.แล้วจำนวน 36 เว็บไซต์

อย่างไรก็ตาม สำนักงาน กสทช.ได้เชิญผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ไอเอสพี) จำนวน 12 รายของประเทศไทย อาทิ แคท, ทีโอที, ดีแทค, เอไอเอส, ทรู, ทริปเปิลทรี, ไอเน็ต, ซีเอส ล็อก อินโฟร์ เป็นต้น มาร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย เพื่อทำความเข้าใจและประสานงานให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย แจ้งเว็บไซต์ที่ผิดกฎหมายทั้งหมด แต่ทางผู้ให้บริการไอเอสพีมีความกังวลว่าหากการนำเอาเว็บไซต์ต่างๆ ออกจากระบบจะถูกฟ้องร้องได้ ดังนั้นจึงให้ผู้เสียหายฟ้องร้อง เพื่อนำเอกสารมายืนยันการกระทำความผิดต่างๆ ขณะนี้ไอเอสพีมีความเข้าใจและพร้อมที่จะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่

“เรื่องของการดำเนินคดีต่อผู้กระทำความผิดนั้น ขึ้นอยู่กับผู้เสียหายว่าจะ ร้องเรียนต่อศาล เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายหรือไม่” นายฐากร กล่าว

บรรยายใต้ภาพ – จัดการ  : วิชา พูลวรลักษณ์ กรรมการสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อให้ดำเนินการกับเว็บไซต์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์นำภาพยนตร์ไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต เมื่อ 27 ธ.ค. 2559

 

จีนขู่คุมไซเบอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

28 ธันวาคม 2559 เวลา 07:30 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/472567

จีนขู่คุมไซเบอร์

จีนเตรียมใช้มาตรการควบคุมความมั่นคงทางข่าวสารมากยิ่งขึ้น ด้านต่างชาติกังวลการลงทุนสะดุด

เจ้าเจ้อเหลียง ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานบริหารไซเบอร์สเปซแห่งชาติจีน เปิดเผยว่า จีนจะเตรียมใช้มาตรการ ทุกอย่างควบคุมดูแลอินเทอร์เน็ต เพื่อ เพิ่มการปกป้องข้อมูลด้านความมั่นคง ซึ่งอาจรวมถึงการใช้กำลังทหาร โดยจะให้ภาคเอกชนทั้งสัญชาติจีนและต่างชาติ แจ้งข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการเพื่อให้ทางการจีนพิจารณาว่ามีความปลอดภัยก่อนจะสามารถออกขายได้ ในขณะที่เทคโนโลยีที่รัฐบาลจีนจะนำมาใช้ ต้องได้รับการควบคุมและตรวจสอบเป็นพิเศษ

ความกังวลด้านความปลอดภัยไซเบอร์ในระดับนานาชาติ เริ่มต้นจาก เอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน อดีตเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองสหรัฐ ออกมาเปิดเผยว่า สหรัฐมีการลักลอบเข้าถึงข้อมูลของประเทศอื่น ขณะที่เจ้าเจ้อเหลียง ยืนยันว่า การควบคุมดูแลดังกล่าวจะไม่กระทบต่อการลงทุนด้านเทคโนโลยีจากต่างชาติ โดยก่อนหน้านี้จีนผ่านกฎหมายความมั่นคงไซเบอร์ ซึ่งจะมีผลบังคับนับตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2017

“จีนต้องการสร้างบรรยากาศบนไซเบอร์สเปซที่ดี ในขณะที่เพิ่มความปลอดภัยในคราวเดียว” เจ้าเจ้อเหลียง กล่าว

อย่างไรก็ตาม เจมส์ ซิมเมอร์แมน ประธานหอการค้าอเมริกันในจีน เปิดเผยว่า ความเคลื่อนไหวในการควบคุมความมั่นคงในระบบดิจิทัลและข่าวสารของจีนสร้างความวิตกให้บริษัทต่างชาติ ขัดขวางการค้าและการสร้างนวัตกรรม

ทั้งนี้ รายงานดังกล่าวเกิดขึ้นขณะความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและจีนแย่ลง หลัง โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ เปิดเผยจะไม่สนับสนุนนโยบายจีนเดียว ซึ่งเป็นการยอมรับไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน สร้างความไม่พอใจให้จีนอย่างมาก

 

อาลีบาบาเปิดตัวเกมเก็บซองอั่งเปา คล้ายโปเกมอนโก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

27 ธันวาคม 2559 เวลา 16:38 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/472532

อาลีบาบาเปิดตัวเกมเก็บซองอั่งเปา คล้ายโปเกมอนโก

บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จีนเปิดตัวเกมใหม่ ที่ใช้รูปแบบเดียวกับโปเกมอนโก ให้ผู้เล่นตามล่าหาซองอั่งเปาตามสถานที่ต่างๆ

ชาวจีนส่วนใหญ่ไม่มีโอกาสได้เล่นเกมโปเกมอนโก เกมไล่จับโปเกมอนที่สร้างความฮิตจนกลายเป็นกระแสไปทั่วโลก เนื่องจากทางการจีนได้แบนกูเกิล แต่ก็ยังนับว่าโชคดี เพราะอาลีบาบาได้เปิดตัวเกมใหม่ ที่ใช้รูปแบบเดียวกับโปเกมอนโกเลยทีเดียว แต่รางวัลที่ผู้เล่นจะได้รับนั้นดีกว่าพิกาจู เสียอีก เพราะมันคือเงินจริงๆ

เกมใหม่นี้ถูกปล่อยออกมาให้เล่นกันเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยอาลีเพย์ ในชื่อภาษาอังกฤษว่า AR Red Envelope ที่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นสามารถเป็นคนซ่อนสมบัติ หรือหาสมบัติได้ หากต้องการซ่อนก็กำหนดจำนวนเงินหยวนในซองสีแดง หรือที่เรียกว่า Hongbao  เลือกสถานที่ที่ต้องการซ่อน จากนั้นก็ถ่ายภาพส่งเข้ามาที่แอพพลิเคชั่น พร้อมคำใบ้ เกมก็จะบันทึกสมบัติ และคำใช้ของคุณเอาไว้

นอกจากนั้นเกมยังให้ผู้เล่นกำหนดได้ว่าต้องการส่งคำใบ้ไปให้แก่เพื่อนคนไหนบนโลกโซเชียลบ้าง ซึ่งเพื่อนๆก็จะพยายามแก้คำใบ้ และตามหาซองอั่งเปาสีแดง เมื่อเจอแล้วเพียงแค่แตะที่ซองสีแดงนั้น พวกเขาก็จะได้รับเงินจำนวนดังกล่าวไปเลย

ทั้งนี้ตัวเกมมีข้อกำหนดว่าซองอั่งเปานั้นสามารถบรรจุเงินได้มากสุดเพียง 200 หยวนเท่านั้น และก็สามารถส่งคำใบ้ไปยังผู้คนมากสุดต่อซองได้เพียง 200 คน

“เราต้องการให้ธรรมเนียมการมอบซองอั่งเปาแก่กันในช่วงปีใหม่ เป็นอะไรที่สนุกสนานมากขึ้น” โฆษกจากอาลีเพย์กล่าว ซึ่งตัวเกมคาดหวังว่าจะได้รับความนิยม และเสียงตอบรับในทางบวกไปจนถึงช่วงเทศกาลตรุษจีน

อย่างไรก็ดีไม่ใช่ผู้เล่นทุกคนที่จะรู้สึกสนุกสนานไปกับมัน Wang Wenhui สาวจากกรุงปักกิ่งวัย 23 ปี กล่าวว่าเธอจะไม่เล่นเกมนี้อีกแล้ว เนื่องจากคำใบ้ที่แต่ละคนตั้งขึ้นมานั้นยากเกินไป แถมสถานที่ซ่อนซองอั่งเปาแต่ละที่ยังยากต่อการเข้าถึงอีกด้วย

ลองชมวิดีโอสาธิตการเล่นได้ที่นี่ https://www.youtube.com/watch?v=d2OOIKWczEA

 

ขอขอบคุณ Sixthtone และ Quartz

 

ไฟเขียวทรูวิชั่นส์เลิก6ช่องHBO

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

27 ธันวาคม 2559 เวลา 07:51 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/472371

ไฟเขียวทรูวิชั่นส์เลิก6ช่องHBO

กสท.ไฟเขียวทรูวิชั่นยกเลิก 6 ช่องรายการเอชบีโอ

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) วันที่ 26 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีมติอนุมัติกรณีบริษัท ทรูวิชั่นส์ ยกเลิกช่องรายการ 6 ช่อง คือ เอชบีโอ, ซีนีแม็กซ์, เอชบีโอซิกเนเจอร์, เอชบีโอแฟมิลี่, เอชบีโอแฟมิลี่, เอชบีโอฮิต และเรดบายเอชบีโอ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2560 เนื่องจากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงทางธุรกิจกับผู้ถือครองลิขสิทธิ์รายการเหล่านี้ได้ โดยทางทรูวิชั่นส์แจ้งว่าจะจัดหารายการอื่นๆ มาทดแทนอย่างน้อย 6 รายการ

อย่างไรก็ตาม มติดังกล่าวเป็นคนละกรณีกับการเยียวยาผู้บริโภค เนื่องจาก กสทช.มีข้อกำหนดว่าการจะแจ้งยกเลิกช่องรายการประเภทบอกรับสมาชิก ผู้ให้บริการจะต้องแจ้งแก่ผู้รับบริการล่วงหน้า 30 วัน ซึ่งกรณีนี้ทรูวิชั่นส์แจ้งยกเลิกรายการล่วงหน้าเพียง 5 วัน ดังนั้น กสท.จึงมีมติให้อนุกรรมการด้านผู้บริโภคไปดำเนินการพิจารณามาตรการเยียวผู้บริโภคเพิ่มเติม

“กสทช.มีประกาศมาตรฐานสัญญาว่าจะยกเลิกบริการได้ แต่ต้องบอกล่วงหน้า 30 วัน กรณีนี้ ทรูวิชั่นส์ต้องปฏิบัติตามกฎ แต่กรณีนี้บอกล่วงหน้าไม่ถึง 30 วัน ก็ให้อนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคไปพิจารณาเพิ่มเติมว่าแบบนี้จะให้ยกเว้นค่าบริการ 25 วันที่เหลือ หรือถ้าต้องการลดแพ็กเกจไม่อยากได้ 6 ช่องใหม่ ก็ไม่ควรมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น นี่คือแนวทางที่ กสท.ให้ไว้กว้างๆ ส่วนรายละเอียดคณะอนุกรรมการฯ ต้องไปพิจารณาอีกที” พ.อ.นที กล่าว

พ.อ.นที กล่าวอีกว่า กสท.ยังได้หารือกับผู้ให้บริการโครงข่ายทีวีดิจิทัล (MUX) เรื่องมาตรการสนับสนุนช่องทีวี อย่างไรก็ตามทางผู้ให้บริการแจ้งว่าได้ดำเนินการอยู่แล้ว เช่น ททบ.5 ลดค่าเช่า 10% เป็นเวลา 6 เดือน หรือไทยพีบีเอส ก็ลด 10% อยู่แล้ว บางช่วงลดถึง 20% เป็นต้น ส่วนการออกอากาศเนื้อหาแสดงความไว้อาลัยในหลวงรัชกาลที่ 9 ช่วงวันที่ 13 ต.ค.-13 พ.ย.นั้น กสท.มีมติว่ารายการที่ออกอากาศในช่วงดังกล่าว เป็นรายการที่มีเนื้อหาสาระสามารถนำมาลดหย่อนค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประจำปี 2559 ได้

ภาพประกอบข่าว

 

คิกออฟอินเทอร์เน็ตประชารัฐ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

27 ธันวาคม 2559 เวลา 07:35 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/472368

คิกออฟอินเทอร์เน็ตประชารัฐ

คิกออฟโครงการ “เน็ตประชารัฐ” ตั้งเป้าครอบคลุม 2.47 หมื่นหมู่บ้านใน 1 ปี แต่ครึ่งปี 2560 เสร็จ 4,000 แห่งก่อน

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและ นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมเป็นประธานเปิดโครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ กิจกรรมที่ 1 การขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยในงานนี้มีพิธีการลงนามบันทึกข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) ระหว่างกระทรวงดีอี บริษัท ทีโอที และองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) เพื่อร่วมป้องกันและต่อต้านการทุจริตในการดำเนินโครงการอีกด้วย

พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 2 พ.ย. เห็นชอบแนวทางการดำเนินโครงการ โดยมอบหมายให้ทีโอทีเป็นผู้ดำเนินการพัฒนาโครงข่ายให้ครอบคลุม 2.47 หมื่นหมู่บ้านที่ไม่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์และยังไม่มีบริการบรอดแบนด์ในลักษณะการเบิกจ่ายเงินงบประมาณแทนกัน โดยโครงข่ายทั้งหมดจะเป็นทรัพย์สินของกระทรวงดีอี

นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดีอี กล่าวว่า กระทรวงได้กำหนดกรอบการดำเนินงาน โดยขยายโครงข่ายบรอดแบนด์ผ่านสื่อสัญญาณสายเคเบิลใยแก้วนำแสง (FTTx) ซึ่งการออกแบบและติดตั้งโครงข่ายจะเป็นแบบเปิด (Open Access Network) ที่รองรับการเชื่อมต่อของผู้ให้บริการอื่นได้โดยสะดวก โดยใช้จุดต้นทางจาก Node ที่เป็นทรัพย์สินของหน่วยงานภาครัฐ ครอบคลุมหมู่บ้านที่ไม่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์และยังไม่มีบริการบรอดแบนด์ 2.47 หมื่นหมู่บ้าน ที่ระดับความเร็วไม่ต่ำกว่า 30 Mbps/10 Mbps วงเงิน 1.3 หมื่นล้านบาท ระยะเวลาดำเนินโครงการ 12 เดือน รวมถึงการจัดให้มีจุดให้บริการไว-ไฟ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายอย่างน้อยหมู่บ้านละ 1 จุดให้บริการ ที่ระดับความเร็วไม่ต่ำกว่า 30 Mbps/10 Mbps เช่นกัน

นายพิเชฐ กล่าวว่า ทีโอทีต้องทำให้เสร็จภายในสิ้นปี 2560 และคาดว่าครึ่งปีแรกจะติดตั้งได้ 4,000 หมู่บ้าน เนื่องจากช่วงเริ่มโครงการจะช้าเพราะต้องมีกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างอุปกรณ์ แต่หลังจากนั้นในช่วงครึ่งปีหลังขอให้มั่นใจว่าทีโอทีจะทำทันและโปร่งใสแน่นอน

นายพิเชฐ กล่าวอีกว่า สำหรับการลงนามข้อตกลงคุณธรรมเป็นความร่วมมือในการป้องกันและต่อต้านทุจริตในโครงการดังกล่าว เพื่อให้เกิดการใช้เงินงบประมาณอย่างคุ้มค่า มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน ให้มีความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน โดยมีคณะผู้สังเกตการณ์ซึ่งเป็นผู้แทนจากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) เข้าร่วมสังเกตการณ์ในกระบวนการของโครงการในทุกขั้นตอน

ทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ที่มีบริการและมีศักยภาพเชิงพาณิชย์ในการเข้าถึงบริการบรอดแบนด์ 3 หมื่นหมู่บ้าน พื้นที่ที่ไม่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์และยังไม่มีบริการบรอดแบนด์ 4 หมื่นหมู่บ้าน ทีโอทีจะดำเนินการ 2.47 หมื่นหมู่บ้าน และสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ดำเนินการอีก 1.57 หมื่นหมู่บ้าน

บรรยายภาพ – คิกออฟ : พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และ พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมเป็นประธานพิธีเปิดโครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ กิจกรรมที่ 1 การขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เมื่อ 26 ธ.ค. 2559 ที่ผ่านมา