เกาหลีใต้เผยโฉมหุ่นยนต์สุดเจ๋งที่บังคับด้วยมือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

19 ธันวาคม 2559 เวลา 15:36 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/470967

เกาหลีใต้เผยโฉมหุ่นยนต์สุดเจ๋งที่บังคับด้วยมือ

บริษัทเทคโนโลยีเกาหลีใต้เผยแพร่วิดีโอทดสอบการเคลื่อนที่ของหุ่นยนต์ขนาดยักษ์ ที่บังคับด้วยมือมนุษย์ หวังยกระดับอุตสาหกรรม

คลิปวิดีโอการทดสอบหุ่นยนต์ขนาดยักษ์ที่สามารถบังคับได้ด้วยมือมนุษย์ กำลังกลายเป็นที่สนใจบนโลกออนไลน์ จากในวิดีโอหุ่นยนต์ขนาด 4 เมตรสามารถเคลื่อนไปข้างหน้า ด้วยการบังคับจากผู้ที่นั่งอยู่ภายใน

หุ่นขนาดยักษ์ที่ให้ความรู้สึกเหมือนถอดแบบมาจากหุ่นรบในภาพยนตร์เรื่อง Avatar ที่สามารถควบคุมได้ด้วยนักบิน หรือผู้ขับนี้เป็นหนึ่งในนวัตกรรมใหม่จากบริษัท The Seoul-based Korea Future Technology โดยหุ่นดังกล่าวมีความสูง 4 เมตร น้ำหนัก 1.5 ตัน

โปรเจคหุ่นยนต์ตัวดังกล่าวมีชื่อว่า METHOD-1 ทั้งนี้ทางทีมงานผู้ดำเนินการทดสอบเองไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับระบบแต่อย่างใด ซึ่งโปรเจคนี้ตั้งขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อเอื้อประโยชน์ใหเแก่ภาคอุตสาหกรรม และวิศวกรรมทั้งหลาย แขนของหุ่นยนต์ที่เคลื่อนไหวตามผู้ขับนั้นจะช่วยให้พวกเขาทำงานได้อย่างง่ายขึ้น

ขณะนี้โครงการกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา ไม่แน่ว่าในอนาคตอันใกล้นี้ เจ้าหุ่นยนต์พวกนี้อาจเข้ามามีบทบาทในธุรกิจ และกลายเป็นโฉมหน้าใหม่ของโรงงานอุตสาหกรรมก็เป็นได้

 

ขอบคุณวิดีโอจาก RT

 

กสท. ถกแผนเยียวยาค่าเช่าโครงข่ายช่องดิจิตอลทีวี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

18 ธันวาคม 2559 เวลา 11:33 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/470810

กสท. ถกแผนเยียวยาค่าเช่าโครงข่ายช่องดิจิตอลทีวี

กสท.เตรียมหารือแผนเยียวยาค่าเช่าโครงข่ายช่องดิจิตอลทีวี ช่วงงดมีโฆษณา เผยอาจลดหรือละเว้นค่าเช่าในช่วงไม่มีโฆษณา

นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) ครั้งที่ 42/2559 วันจันทร์ที่ 19 ธ.ค. นี้ มีวาระการประชุมน่าจับตาได้แก่ คณะอนุกรรมการส่งเสริมและกำกับการแข่งขันฯ เสนอแนวทางการพิจารณาให้ความช่วยเหลือเพื่อเยียวยาผลกระทบจากการให้บริการทางโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล ที่เกิดขึ้นจากสภาพปัญหาทางเศรษฐกิจ รวมถึงการปฏิบัติตามคำสั่งและกฎระเบียบบางประการของภาครัฐ

นอกจากการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินการตามประกาศ Must Carry เป็นเวลา 2 ปีแล้ว ในการประชุมครั้งนี้จะมีการนำตัวเลขค่าใช้จ่ายซึ่งคำนวณจากค่าเช่าโครงข่ายโทรทัศน์ดิจิตอลมาเป็นข้อมูลในการพิจารณาในการช่วยเหลือเยียวยาผู้ให้บริการโทรทัศน์ดิจิตอลทีวีประกอบด้วย

นางสาวสุภิญญา กล่าวเพิ่มเติมว่า วัตถุประสงค์ในการสนับสนุนพัฒนาทีวีดิจิตอลเพื่อให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานฟรีทีวีของประเทศ การช่วยเหลือจึงควรเน้นที่ค่าเช่าโครงข่ายภาคพื้นดิน ช่วงที่ผ่านมาในขณะที่ช่องทีวีขาดรายได้ แต่หน่วยงานรัฐที่เป็นผู้ให้เช่าโครงข่ายยังคงคิดค่าเช่าโครงข่ายเต็มราคา จึงอาจจะไม่เป็นธรรมกับช่อง เพราะต่างช่วยรัฐทำหน้าที่บริการสาธารณะ ให้ข้อมูลข่าวสารโดยไม่เน้นรายได้ เรื่องนี้จึงได้มีการเสนอทางออกคือ การลดหรือละเว้นราคาค่าเช่าโครงข่ายตามช่วงเวลาที่ไม่มีโฆษณาเข้าสืบเนื่องจากนโยบายของรัฐ หรือนำเงินจากกองทุนมาสนับสนุนค่าเช่าโครงข่ายแทน

“ที่ผ่านมาบอร์ด กสท.ได้มอบหมายสำนักงานเชิญผู้ให้บริการโครงข่ายทั้ง ททบ. อสมท. และไทยพีบีเอส มาหารือว่าจะมีทางออกให้ช่องอย่างไรบ้าง เพราะถ้าช่องอยู่ไม่ได้ รัฐที่ให้บริการโครงข่ายก็จะขาดรายได้เช่นกัน  เมื่อลงเรือลำเดียวกันแล้ว คนให้เช่าคงเห็นใจคนเช่าในภาวะยากลำบากทางเศรษฐกิจ  อีกทั้งราคาค่าเช่าโครงข่ายภาคพื้นดินก็สูงกว่าดาวเทียมมาก การจัดสรรเงินช่วยเหลือควรให้ตรงจุด เรื่องนี้คงต้องฝากรัฐบาลให้ช่วยพิจารณาทางออกด้วย เพราะช่วงที่ผ่านมาทุกช่องให้ความร่วมมือตามแนวทางของรัฐบาลอย่างเต็มใจด้วยดี แม้จะประสบความยากลำบากทางการเงิน”นางสาวสุภิญญา กล่าว

นอกจากนี้ มีวาระการดำเนินการตามประกาศ กสทช. เรื่องการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของคนพิการให้เข้าถึงหรือรับรู้และใช้ประโยชน์จากรายการของกิจการโทรทัศน์ของผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล ซึ่งช่องดิจิตอลทีวีได้ขอผ่อนผันการทำตามประกาศดังกล่าว ที่มีสาระสำคัญในการบริการภาพบรรยายเสียง การขึ้นคำบรรยายภาพ แต่หลายช่องได้ร้องเข้ามาว่าต้นทุนในการผลิตสูง ตอนนี้ประสบภาวะลำบากทางเศรษฐกิจจึงยังไม่พร้อม  ซึ่งเรื่องนี้อนุกรรมการด้านคุ้มครองผู้บริโภค เสนอ กสท.ว่าควรจะนำเงินจากกองทุน กทปส. มาสนับสนุน เพราะเป็นการส่งเสริมสิทธิการเข้าถึงของคนพิการตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ถ้าไม่มีบริการแบบนี้ ก็จะทำให้คนพิการขาดโอกาสการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิตอลทีวี

นางสาวสุภิญญา กล่าวกล่าวอีกว่า กสท. เตรียมพิจารณา วาระหนังสือของ บ.จีเอ็มเอ็ม แซท จำกัด เรื่องขอความเป็นธรรมการปรับทางปกครอง จำนวน 280,000 บาท (สองแสนแปดหมื่นบาทถ้วน) จากการไม่ส่งแผนมาตรการเยียวยาผู้บริโภคเพิ่มเติมและครอบคลุมการคุ้มครองผู้บริโภคไม่ให้ถูกเอาเปรียบในระยะที่กำหนด กรณี บ.จีเอ็มเอ็ม บี จำกัด ยุติการให้บริการช่อง Z Pay TV ช่องรายการ Fox Thai และ ช่อง Nat Geo Wild ทางกล่องรับสัญญาณดาวเทียม GMM Z ซึ่ง กสท.ได้มีมติครั้งที่ 26/59 และ กสท.ครั้งที่ 35/59 ที่ผ่านมา

วาระแนวทางการสอบทานรายได้เพื่อการชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการรายปีของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แซท จำกัด ซึ่งพบว่ามีรายได้จากการขายกล่องและบัตรเติมเงิน ไปอยู่อีกบริษัทหนึ่งที่ไม่ได้เป็นผู้รับใบอนุญาต แต่พบความเชื่อมโยงกันทางธุรกิจ ส่งผลต่อรายได้ในการคิดค่าธรรมเนียมที่ผ่านมา

ส่วนวาระอื่นๆ น่าจับตาได้แก่ วาระแนวปฏิบัติคำสั่งทางปกครองกรณีผู้รับใบอนุญาตไม่ชำระค่าธรรมเนียมรายปี และค่าธรรมเนียมเพิ่มตามอัตราที่คณะกรรมการกำหนดให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับแต่ได้รับหนังสือแจ้ง และหากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามให้ใช้มาตรการทางปกครองพักใช้ใบอนุญาต 30 วัน และเพิกถอนใบอนุญาตต่อไป วาระแนวทางการกำกับดูแลการให้บริการ Android TV box ที่ให้บริการในลักษณะของกิจการโทรทัศน์ วาระรายงานการตรวจสอบผลกระทบการใช้สิ่งอำนวยความสะดวกระบบสำรองเป็นการชั่วคราวเพื่อติดตั้งสถานีวิทยุคมนาคม

สำหรับการให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล(สถานีเสริมกลุ่ม A1) วาระเรื่องร้องเรียน และการพิจารณาขอให้ระงับการกระทำที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ และการพิจารณาแนวทางการอุทธรณ์คำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาต่อศาลปกครองสูงสุด กรณีบริษัทไทยทีวี จำกัด ฟ้อง กสทช. โดยศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีระงับการดำเนินการใดๆ เพื่อบังคับตามหนังสือค้ำประกันกับธนาคารกรุงเทพ จำกัด(มหาชน)ในงวดที่เหลือไว้จนกว่าจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น

 

เร่งเยียวยาทีวีดิจิทัล ลด-เว้นค่าธรรมเนียม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

17 ธันวาคม 2559 เวลา 09:09 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/470675

เร่งเยียวยาทีวีดิจิทัล ลด-เว้นค่าธรรมเนียม

กสทช.เยียวยาผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล ลดหย่อนค่าธรรมเนียมรายปี ขยายงวดชำระเงิน บรรเทาผลกระทบ

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า นโยบายของสำนักงานในปี 2560 จะสนับสนุนและช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล ซึ่งมติที่ประชุม กสทช.ได้เห็นชอบในหลักการเยียวยาผลกระทบผู้ประกอบการในหลายด้าน ซึ่งสำนักงานจะเร่งดำเนินการภายในไตรมาสแรกของปี 2560

สำหรับมาตรการเยียวยา ประกอบด้วย ให้ยกเว้นหรือลดหย่อนค่าธรรมเนียมรายปี จากการออกอากาศรายการเกี่ยวกับการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยให้ถือเป็นรายการข่าวสารประโยชน์ที่นำมาลดหย่อนหรือยกเว้นค่าธรรมเนียมได้ และให้ลดอัตราค่าธรรมเนียมรายปี โดยใช้บังคับกับรายได้ที่เกิดในปี 2559 ซึ่งจะส่งผลให้ภาระค่าธรรมเนียมรายปีโดยรวมลดลงกว่า 50% รวมทั้งให้ขยายงวดการชาระเงินค่าประมูลงวดที่ 4, 5 และ 6 ออกเป็นหลายๆ งวด เพื่อจะช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล

นอกจากนี้ จะนำเงินจากกองทุน ของ กสทช.โดยนำช่องรายการทีวีดิจิทัลขึ้นสัญญาณดาวเทียมตามกฎมัสต์ แครี (Must Carry) เร่งรัดขยายโครงข่ายโทรทัศน์ระบบดิจิทัล โดยเฉพาะสถานีเสริมให้ครอบคลุมพื้นที่การรับชม และแจกคูปองดิจิทัลเพิ่มเติมอีก 4 ล้านใบ ภายในไม่เกินเดือน ม.ค. 2560

นายฐากร กล่าวว่า จะเร่งรัดติดตั้งอินเทอร์เน็ตหมู่บ้านรวม 3,920 หมู่บ้าน และพื้นที่เพิ่มเติมอีก 1.5 หมื่นหมู่บ้าน ภายในเดือน ธ.ค. 2560 ขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจพื้นที่เพื่อประเมินงบประมาณที่จะใช้ในโครงการนี้ คาดว่าจะสามารถลงนามในสัญญาได้ในเดือน มิ.ย. 2560 และติดตั้งให้แล้วเสร็จภายในเดือน ธ.ค.

สำหรับปี 2559 คาดว่า จะมีเงินนำส่งคืนเป็นรายได้แผ่นดินมากกว่า 4,300 ล้านบาทขึ้นไป ขณะที่ปี 2560 คาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นค่าธรรมเนียมเลขหมายโทรศัพท์กว่า 3,000 ล้านบาท ที่เหลือมาจากค่าธรรมเนียมการขอใบอนุญาตต่างๆ หักค่าใช้จ่ายแล้ว คาดว่าจะนำเงินส่งคืนเป็นรายได้ของรัฐ 700-800 ล้านบาท

 

เฟซบุ๊กรุกปราบข่าวปลอม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

17 ธันวาคม 2559 เวลา 08:15 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/470648

เฟซบุ๊กรุกปราบข่าวปลอม

เฟซบุ๊กเตรียมเปิดทางให้ ผู้ใช้แจ้งเตือนข่าวปลอม พร้อมดึงองค์กรนอกบริษัทร่วมตรวจสอบเพิ่มเติม

หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์ รายงานว่า เฟซบุ๊ก อิงก์ บริษัทโซเชียล มีเดียชื่อดัง ทดลองระบบคัดกรองข่าวปลอมในสหรัฐเมื่อช่วงสัปดาห์ผ่านมา โดยเตรียมปรับเปลี่ยนระบบเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถแจ้งเตือนข่าวปลอมได้ง่ายขึ้น และร่วมมือกับองค์กรนอกบริษัทในการคัดกรองข่าว หลังบริษัทถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักก่อนหน้านี้จากการปล่อยให้ข่าวปลอมแพร่กระจายทั่วโลกออนไลน์

รายงานระบุว่า ผู้ใช้งานจะสามารถช่วยแจ้งเตือนโพสต์ข่าวปลอมได้ง่ายขึ้นด้วยการคลิกมุมขวาบนของโพสต์ดังกล่าวบนหน้าฟีดข่าว เมื่อเฟซบุ๊กได้รับการแจ้งเตือน จะส่งต่อไปให้องค์กรนอกบริษัทหลายแห่งร่วมตรวจสอบความถูกต้องซ้า

ก่อนหน้านี้ มาร์ก ซัคเกอร์เบิร์ก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของเฟซบุ๊ก ได้ขอความร่วมมือกับสถาบันพอยน์เตอร์ ซึ่งเป็นองค์กรสื่อมวลชนที่ไม่แสวงหาผลกำไรในสหรัฐ รวมถึงสำนักข่าวต่างๆ เช่น เอบีซีนิวส์ และเอพี มาร่วมตรวจสอบที่มา และความถูกต้องของข่าว

ทั้งนี้ หากองค์กรดังกล่าวพบว่าข่าวที่มีการแจ้งเตือนเป็นข่าวปลอม เฟซบุ๊กจะติดธง “ข่าวมีปัญหา” บนโพสต์ข่าวและเพิ่มลิงค์อธิบายสาเหตุ หลังจากนั้นโพสต์ข่าวดังกล่าวจะปรากฏอยู่บริเวณด้านล่างหน้าฟีดข่าว และไม่สามารถจ่ายเงินโฆษณาเพื่อโปรโมทโพสต์ได้ นอกจากนี้เฟซบุ๊กระบุว่าได้จำกัดการปล่อยข่าวขยะ ซึ่งลอกเลียนข้อมูลจากสำนักข่าวจริงบนหน้าฟีดด้วย

อดัม มอสเซอรี รองประธานฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์ของเฟซบุ๊ก กล่าวว่า บริษัทมองว่าการให้ผู้ใช้งานร่วมแจ้งเตือนข่าวปลอมจะช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ เนื่องจากบริษัทไม่สามารถตัดสินความ ถูกต้องของข่าวจำนวนมากได้เพียงผู้เดียว

ด้านพิว รีเสิร์ช เซ็นเตอร์ ศูนย์วิจัยชั้นนำของสหรัฐ เปิดเผยผลสำรวจพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถาม 71% มองว่าโซเชียล มีเดียและบริการเสิร์ชเอนจิ้นต่างๆ ต้องร่วมรับผิดชอบหยุดข่าวปลอมแพร่ระบาด ขณะที่อีกเกือบ 25% ยอมรับว่าเป็นผู้เผยแพร่ข่าวปลอมบนสื่อออนไลน์เอง

ภาพ http://www.telegraph.co.uk/

 

เทคโนโลยีเปลี่ยนวิถีชีวิต พฤติกรรมคนไทยเข้าใกล้โลกแห่งอนาคต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

17 ธันวาคม 2559 เวลา 07:49 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/470645

เทคโนโลยีเปลี่ยนวิถีชีวิต พฤติกรรมคนไทยเข้าใกล้โลกแห่งอนาคต

โดย…รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย

ใกล้จะเข้าสู่โลกแห่งเทคโนโลยีอย่างเต็มที่แล้วสำหรับคนไทย ที่ผ่านมาทุกคนต่างพูดถึงอุปกรณ์ทุกอย่างเชื่อมโยงกับอินเทอร์เน็ต (Internet of Things) ทำให้ในอนาคตเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทการดำเนินชีวิตหรือไลฟ์สไตล์ของคนทั่วโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็น อุปกรณ์ความจริงเสมือนและเทคโนโลยีผสานเอาโลกแห่งความเป็นจริง หรือเออาร์/วีอาร์ กระทั่งอุปกรณ์เพื่อสุขภาพส่วนบุคคลทั่วไป

บุณย์ญานุช บุญบำรุงทรัพย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟู้ดแพชชั่น ผู้ดำเนินธุรกิจร้านอาหารบาร์บีคิว พลาซ่า เปิดเผยว่า โลกแห่งอนาคตเฟซบุ๊กยังคงเป็นเครื่องมือทางการตลาดทรงอิทธิพล และเข้ามามีบทบาทไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคคนไทย จากพฤติกรรมการถ่ายรูปก่อนกิน การถ่ายรูปสถานที่เที่ยวสร้างประสบการณ์ใหม่ และแม้กระทั่งการแต่งตัวตามแฟชั่น พร้อมกับแชร์ภาพในโลกโซเชียลมีเดีย ส่งผลให้เกิดไลฟ์สไตล์กิน ท่องเที่ยว และการแต่งตัวตามสไตล์สปอร์ตแฟชั่น

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาพฤติกรรมการกินอาหารของผู้บริโภคจะกินในศูนย์การค้าหรือห้างสรรพสินค้า ตามเชนร้านอาหารชื่อดัง อาทิ บาร์บีคิว พลาซ่า โออิชิ แต่กระแสการแชร์สถานที่กิน ส่งผลให้ธุรกิจร้านอาหารแบรนด์เล็กๆ เกิดขึ้นใหม่จำนวนมาก และมีอิทธิพลให้คนไทยตามไปกินอาหารรสชาติที่เลื่องลือ

สำหรับบริษัท ฟู้ดแพชชั่นมีแผนนำเฟซบุ๊กมาเป็นเครื่องมือการทำตลาด แต่ต้องรอให้เฟซบุ๊ก ช็อป พัฒนาฟีเจอร์ออกมาให้เต็มเวอร์ชั่น สำหรับบริษัทมองว่าเฟซบุ๊กไม่ได้เป็นเพียงช่องทาง กดไลค์ แต่เป็นการเชื่อมโยงระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค

ขณะที่แอพพลิเคชั่นเป็นเทคโนโลยีขับเคลื่อนอีกหนึ่งที่ทำให้ชีวิตของผู้บริโภคมีความสะดวกสบาย ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยในต่างประเทศ ธุรกิจกลุ่มฟาสต์ฟู้ดเซอร์วิส เช่น แมคโดนัลด์ เปิดให้ผู้บริโภคสามารถชำระเงินผ่านทางสมาร์ทโฟน หรือกระทั่งมีแอพพลิเคชั่นสร้างสรรค์เมนูอาหารตามความต้องการของลูกค้า จากนั้นทางร้านจะเสิร์ฟอาหารตามที่สั่ง ส่วนโดมิโน พิซซ่า จับมือร่วมกับอเมซอน เอคโค่ เพื่อให้ลูกค้าสามารถสั่งสินค้าได้โดยใช้แค่เสียงพูดเท่านั้น

บุณย์ญานุช กล่าวว่า บริษัทใหญ่ๆ หรือกระทั่งธุรกิจเชนร้านอาหารต้องปรับตัวมอบประสบการณ์ดีให้กับลูกค้า แอพพลิเคชั่นช่วยเปลี่ยนชีวิตของคนไทยให้ง่าย สะดวก รวดเร็ว

การดำเนินของบริษัทในไทยนั้น ได้มีการเปิดให้ลูกค้าสร้างสรรค์เมนูเองผ่านทางแอพพลิเคชั่น เหมาะกับกลุ่มอาหารบางชนิด และแบรนด์สามารถนำเข้ามาสร้างสีสันแค่ในระยะหนึ่งเท่านั้น เนื่องจากคนไทยมีพฤติกรรมเบื่อง่ายและต้องการให้ธุรกิจบริการมากกว่าบริการตัวเอง ส่วนเทคโนโลยีเออาร์บริษัทเคยนำมาใช้ให้ลูกค้าตามจับตัวบาร์บีกอน เพราะเชื่อว่าจะได้ฐานสมาชิกลูกค้าใหม่ๆ

ไมเคิล อาราเน็ตตา ผู้จัดการประจำไอดีซี ประเทศไทย บริษัท ไอดีซีที่ปรึกษาและวิจัยข้อมูลการตลาด กล่าวว่า อีก 2 ปีข้างหน้า สินค้าและบริการต่างๆ นำอุปกรณ์เออาร์/วีอาร์มาใช้ส่งผลให้เกิดการสื่อสารที่เรียกว่าอินเทอร์เฟซแบบ 360 องศา จะได้รับความสนใจมากขึ้น โดยคาดการณ์ว่าการใช้งานเทคโนโลยีเออาร์/วีอาร์ และความก้าวหน้าของเทคโนโลยี การสั่งงานด้วยเสียงจะทำให้ชีวิตของคนไทยเห็นโลกดิจิทัลเชื่อมต่อกับโลกแห่งความเป็นจริง และเห็นคนเข้าไปอยู่ในโลกดิจิทัล

“อิทธิพลของเทคโนโลยีที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงและเปลี่ยนวิถีชีวิตของคนไทยแบบเดิม ทางบริษัทไอดีซี คาดการณ์ว่าในปี 2563 ประสบการณ์การใช้งานโมบายเว็บ หรือแอพพลิเคชั่น“ที่เจ๋งที่สุด” ของวันนี้จะดูน่าเบื่อมาก ดังนั้น นักการตลาดควรริเริ่มและนำคอนเทนต์ในรูปแบบเออาร์/วีอาร์มาใช้ประโยชน์ เพื่อหาวิธีการใหม่ในการปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า เพราะอุปกรณ์เออาร์/วีอาร์ เป็นเครื่องมือที่เข้ามาสร้างสีสันและสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภค”

แม้ว่าอุปกรณ์เพื่อสุขภาพส่วนบุคคล อาทิ สมาร์ทวอตช์ ในช่วงที่ผ่านมาเริ่มมีการใช้อย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะกลุ่มคนใส่ใจสุขภาพ แต่เชื่อว่าการใช้งานจะเริ่มแพร่หลายสู่กลุ่มคนทั่วไปมากขึ้น อันเดอร์ อาร์เมอร์ (Under Armour) เป็นแบรนด์กีฬาจากอเมริกาเริ่มนำอุปกรณ์เพื่อสุขภาพส่วนบุคคลมาเชื่อมโยงกับการจำหน่ายสินค้ากีฬาทำให้คนสามารถออกกำลังได้อย่างมีประสิทธิภาพสอดคล้องกับร่างกายของแต่ละคน

สำหรับในไทยก่อนหน้านี้แอมเวย์ เปิดตัวผลิตภัณฑ์เสริมอาหารดูแลรูปร่าง บอดี้คีย์ บาย นิวทริไลท์ พร้อมกับให้ผู้ซื้อสินค้านำอุปกรณ์เพื่อสุขภาพส่วนบุคคลไปใช้เพื่อให้ผลลัพธ์การดูแลรูปร่างได้ประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพราะผู้ใช้สามารถตรวจเช็กควบคุมการรับประทานอาหารและออกกำลังกายได้ด้วยตัวเอง จากนี้ไปสินค้าและบริการเพื่อสุขภาพนำอุปกรณ์มาเป็นเครื่องมือทางการตลาดเพิ่มขึ้น

รัฐกร โพธาราม ผู้จัดการทั่วไปและกรรมการผู้จัดการฝ่ายสร้างสรรค์ บริษัท เอ็ม อาร์ เอ็ม แมคแคน ที่ปรึกษาสื่อสารการตลาด กล่าวว่า การที่มีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งใช้เทคโนโลยีเพื่อสุขภาพส่วนบุคคล เช่น การตรวจวัดสุขภาพ การเผาผลาญแคลอรี การเต้นของหัวใจ ส่งผลให้ไลฟ์สไตล์ของกลุ่มดังกล่าวที่ใส่ใจสุขภาพอยู่แล้ว ยิ่งดูแลตัวเองเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย ปรับเปลี่ยนการกินอาหารเพื่อสุขภาพ

คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิตของเราอย่างสิ้นเชิง ย้อนไปในอดีตคนไทยใช้เพจเจอร์ในการสื่อสาร ตามด้วยโทรศัพท์มือถือ และยุคนี้เป็นสังคมก้มหน้าติดต่อกันทางไลน์ เฟซบุ๊ก โลกในอนาคตอยู่ใกล้มือแค่เอื้อม

ขณะที่การตลาดจากนี้ก็ต้องคิดคอนเทนต์ที่นำเทคโนโลยีมาใช้ผสมผสานมากกว่าสู่เทคโนโลยีเต็มตัว เพราะอย่าลืมว่าพฤติกรรมคนไทยมีความพร้อมเฉพาะกลุ่มคนเมืองเท่านั้น

 

กสทช.เล็งอุทธรณ์ทีวีดิจิทัล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

16 ธันวาคม 2559 เวลา 07:24 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/470486

กสทช.เล็งอุทธรณ์ทีวีดิจิทัล

“กสทช.” เล็งยื่นอุทธรณ์ คำสั่งศาลระงับธนาคารกรุงเทพจ่ายค่า ใบอนุญาตทีวีดิจิทัลแทน “ไทยทีวี” ช่องเจ๊ติ๋ม

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ศาลปกครองได้มีหนังสือส่งมายังสำนักงาน กสทช. เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. 2559 แจ้งว่า ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ระงับการให้ธนาคารกรุงเทพชาระค่าประมูลใบอนุญาตทีวีดิจิทัล งวดที่ 4-6 แทนบริษัท ไทยทีวี ในฐานะที่ธนาคารกรุงเทพเป็น ผู้ออกหนังสือค้ำประกันทางการเงิน (แบงก์การันตี) ให้บริษัท ไทยทีวี

ทั้งนี้ บริษัท ไทยทีวี เป็นผู้ชนะการประมูลใบอนุญาตทีวีดิจิทัลทั้งสองช่อง ได้แก่ ไทยทีวีและเอ็มวีทีวี แฟมิลี นั้น ขณะนี้ทางสำนักงาน กสทช.อยู่ในขั้นตอนการให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาในรายละเอียด เพื่อเตรียมยื่นเรื่องอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวโดยเร็ว เนื่องจาก กสทช.เห็นว่าหากมีการระงับการชาระเงินดังกล่าวอาจสร้างความเสียหายต่อภาครัฐ เนื่องจากเงินที่ได้จากการประมูลทีวีดิจิทัล กสทช. จะต้องนำส่งเพื่อให้เป็นรายได้แผ่นดิน

อย่างไรก็ตาม หากไม่สามารถอุทธรณ์ได้ ทาง กสทช.ก็น้อมรับผลการตัดสินของศาล แต่ กสทช.เองก็ต้องดำเนินการเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศเต็มที่

“หาก กสทช.เพิกเฉย อาจโดนสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) หรือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้” นาย ฐากร กล่าว

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการที่ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวครั้งนี้ ไม่ถือว่า กสทช.แพ้คดีต่อ นางพันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย (ติ๋ม ทีวีพูล) ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยทีวี ที่ไปยื่นเรื่องฟ้องไว้ เพียงแต่ศาลให้ความคุ้มครองในเรื่องการจ่ายเงินงวดที่ 4-6 จนกว่าการตัดสินคดีจะสิ้นสุดเท่านั้น

ทั้งนี้ สถานะการดำเนินการในขณะนี้ ธนาคารกรุงเทพยังต้องจ่ายเงินแทนบริษัท ไทยทีวี เช่นเดิม แค่ต้องจ่ายหลัง คดีสิ้นสุด หรือ จะจ่ายตามงวด คือ 4-6 ดังเดิมหาก กสทช.อุทธรณ์สำเร็จ

สำหรับคดีนี้ บริษัท ไทยทีวี ยื่นต่อศาลปกครองขอคุ้มครองชั่วคราว ระงับการจ่ายเงินค่าประมูลงวดที่ 2 รวมทั้งฟ้องเรียกค่าเสียหายจาก กสทช.ในฐานะเป็นผู้กำกับดูแล แต่ไม่สามารถดำเนินการเปลี่ยนผ่านระบบทีวีอะนาล็อกไปสู่ดิจิทัล ทำให้ประชาชนไม่สามารถรับชมรายการทีวีดิจิทัลได้ ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ ของบริษัท ไทยทีวี ขณะที่ยังมีทีวีดิจิทัลที่ระงับการจ่ายเงินค่าประมูล และยื่นฟ้องต่อศาลให้เยียวยากรณีแผนการขยายการรับชมทีวีดิจิทัลไม่เป็นไปตามแผน ส่งผลให้ผู้ประกอบการไม่สามารถดำเนินการตามแผนธุรกิจได้

 

อี-คอมเมิร์ซชิงเค้กอาเซียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

16 ธันวาคม 2559 เวลา 07:06 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/470483

อี-คอมเมิร์ซชิงเค้กอาเซียน

กูรูคาดอาลีบาบาและอเมซอนแข่งขันสูงในอาเซียน หลัง 2 บริษัทเตรียมขยายบริการต่างๆ ในภูมิภาค

บลูมเบิร์กรายงานว่า บริษัท อาลีบาบา กรุ๊ป ยักษ์ด้านอี-คอมเมิร์ซจากจีน และบริษัท อเมซอน อิงค์ อี-คอมเมิร์ซรายใหญ่จากสหรัฐ มีแนวโน้มแข่งขันกันอย่างดุเดือดยิ่งขึ้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ซึ่งดีมานด์การซื้อสินค้าออนไลน์จากประชากรในภูมิภาคราว 620 ล้านคน กำลังปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง

รายงานระบุว่า หลังจากที่อาลีบาบาซื้อกิจการลาซาด้า อี-คอมเมิร์ซของสิงคโปร์ มูลค่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.5 หมื่นล้านบาท) เมื่อเดือน เม.ย.ปีนี้ บริษัทยังเดินหน้าขยายเครือข่ายการขนส่งในภูมิภาคผ่านพันธมิตรในจีนและเกาหลีใต้ รวมถึงเตรียมลงทุนเพิ่มเติมและเข้าซื้อกิจการต่างๆ เพื่อขยายซัพพลายเชน หลังตกลงซื้อกิจการเรดมาร์ท ธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตออนไลน์รายใหญ่ในสิงคโปร์

บลูมเบิร์กเสริมว่า การซื้อกิจการเรดมาร์ทช่วยให้อาลีบาบาขยายการดำเนินงานเข้าสู่ธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตออนไลน์ โดยในขณะนี้บริษัทกำลังวางแผนขายของชำออนไลน์ผ่านเรดมาร์ทในหลายเมืองของมาเลเซีย อินโดนีเซีย และไทยในช่วงต้นปี 2017

“แม้ว่าการขายของชำออนไลน์ดำเนินการได้ยากลำบาก แต่ธุรกิจดังกล่าวคิดเป็น 60% ซึ่งเป็นสัดส่วนใหญ่ที่สุดของตลาดค้าปลีกในอาเซียน โดยลูกค้าจะเข้ามาซื้อสินค้าบ่อยกว่า” โรเจอร์ อีแกน ซีอีโอผู้ร่วมก่อตั้งเรดมาร์ท กล่าว พร้อมเสริมว่า บริษัทวางแผนลดระยะเวลาการส่งสินค้าลงให้เหลือ 4-6 ชั่วโมง จากปกติที่ใช้เวลาราว 1 วัน ภายในช่วงครั้งแรกของปี 2017 และในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทจะเปิดให้บริการส่งสินค้าด่วนภายในเวลา 1-2 ชั่วโมงเมื่อมีการสั่งซื้อออนไลน์

ทั้งนี้ อาลีบาบากำลังครองตลาดใหญ่ในจีน ขณะที่อเมซอนมีส่วนแบ่งตลาดสูงในสหรัฐ และทั้งสองบริษัทกำลังหาทางขยายธุรกิจในต่างประเทศ โดยอเมซอนกำลังเดินหน้าขยายกิจการในอินเดีย

แม้ว่าในขณะนี้อเมซอนยังไม่เปิดเผยความต้องการขยายธุรกิจในอาเซียน แต่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า อเมซอนที่วางเป้าหมายผลักดันให้ธุรกิจขยายตัวอย่างต่อเนื่องนั้น อาจหันมาทำกิจการในภูมิภาคดังกล่าวภายในปี 2017 โดยเทคครันช์ เว็บไซต์ข่าวธุรกิจและเทคโนโลยี เปิดเผยว่า เมื่อเดือน พ.ย. อเมซอนมีแนวโน้มขยายบริการส่งสินค้าอเมซอน ไพรม์ และอเมซอน เฟรช บริการซูเปอร์มาร์เก็ตออนไลน์ เข้าสู่สิงคโปร์ในไตรมาสแรกของปี 2017 เนื่องจากมองว่าสิงคโปร์มีความพร้อมด้านเทคโนโลยีมากกว่าประเทศอื่นในภูมิภาค

“ทั้งสองบริษัทต้องการครองอิทธิพลในตลาดอาเซียน โดยอาลีบาบาเลือกใช้วิธีซื้อกิจการบริษัทในภูมิภาคเพื่อย่นระยะเวลาการขยายธุรกิจ และผมมองว่า อาลีบาบาจะเป็นคู่แข่งที่สูสีกับอเมซอน” ทอมป์สัน ทีโอ อาจารย์จากวิทยาลัยบริหารธุรกิจ ของมหาวิทยาลัยสิงคโปร์ กล่าว

 

แฮ็กยาฮูรอบใหม่ เจาะผู้ใช้พันล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

16 ธันวาคม 2559 เวลา 06:24 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/470479

แฮ็กยาฮูรอบใหม่ เจาะผู้ใช้พันล้าน

ยาฮูข้อมูลรั่วครั้งใหญ่รอบ 2 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ กระทบผู้ใช้งานรวมทั้งหมดกว่า 1,500 ล้านราย

บริษัท ยาฮู อิงค์ เปิดเผยว่า กลุ่มแฮ็กเกอร์เจาะระบบขโมยข้อมูลผู้ใช้มากกว่า 1,000 ล้านบัญชี เมื่อเดือน ส.ค. 2013 ซึ่งเป็นการแฮ็กครั้งใหญ่สุดเป็นประวัติการณ์ และนับเป็นครั้งที่ 2 แล้วที่ยาฮูโดนแฮ็กเกอร์เจาะระบบครั้งใหญ่ โดยผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวทั้งสองครั้งมีจำนวนรวมแล้วกว่า 1,500 ล้านบัญชี จากผู้ใช้งานยาฮูทั้งหมด 3,000 ล้านราย

ยาฮูระบุว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดแน่ชัดเกี่ยวกับแฮ็กเกอร์กลุ่มดังกล่าว แต่อาจเป็นคนละกลุ่มกับที่ขโมยข้อมูลผู้ใช้กว่า 500 ล้านบัญชี ในเดือน ก.ย. 2014 อย่างไรก็ดี บริษัทยืนยันว่า ในการเจาะระบบทั้งสองครั้ง ข้อมูลบัญชีธนาคารและบัตรเครดิตของผู้ใช้ยังไม่ถูกขโมยไป

แม้การเจาะระบบยังไม่มีความเกี่ยวพันกับการฉ้อโกงออนไลน์หรือส่งผลกระทบเฉพาะต่อบรรดาผู้ใช้ แต่การเปิดเผยดังกล่าวเกิดขึ้นหลังหน่วยข่าวกรองสหรัฐแสดงความวิตกเกี่ยวกับการเจาะระบบข้อมูลรัฐบาลโดยแฮ็กเกอร์รัสเซีย ซึ่งเพิ่มความกังวลด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์

เจฟฟ์ ฮิลล์ ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์จากพรีวาเลนต์ บริษัทจัดการความเสี่ยงทางไซเบอร์ในสหรัฐ กล่าวว่า ข่าวดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าไม่มีหน่วยงานใดปลอดภัยจากการโจมตีทางไซเบอร์ แม้จะเป็นองค์กรใหญ่ก็ตาม ซึ่งหมายความว่าข้อมูลบนโลกดิจิทัลของผู้คนทั่วไปไม่มีวันปลอดภัย

ด้านนิตยสารไทม์ระบุให้แฮ็กเกอร์ติดอันดับตัวเต็งบุคคลแห่งปีที่มีอิทธิพลต่อโลกในปี 2016 หลังข่าวการโจมตีระบบเลือกตั้งสหรัฐ และการเจาะข้อมูลของธนาคารกลางต่างๆ ทั่วโลก

ภาพ เอเอฟพี

 

เช็คที่นี่! คนไทยค้นอะไรมากสุดในกูเกิลประจำปี2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

15 ธันวาคม 2559 เวลา 15:51 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/470430

เช็คที่นี่! คนไทยค้นอะไรมากสุดในกูเกิลประจำปี2559

กูเกิลประกาศสุดยอดคำค้นหาประจำปี2559 สะท้อนมุมทองในเหตุการณ์สำคัญต่างๆที่เกิดขึ้น

กูเกิล (Google) ประกาศสุดยอดคำค้นหาประจำปี 2559 ซึ่งแสดงถึงภาพรวมของทั้งปีที่ผ่านมา ผ่านสายตาและการค้นหาของผู้คนในประเทศไทย พร้อมนำเสนอมุมมองที่โดดเด่นของปีจากเหตุการณ์สำคัญมากมายที่เกิดขึ้นไปจนถึงเทรนด์การค้นหาที่มาแรงในประเทศไทย

การเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคนไทยในปีนี้ การค้นหาของปวงชนชาวไทยสะท้อนให้เห็นความเศร้าโศกเสียใจอย่างสุดประมาณ ตั้งแต่แถลงการณ์การเสด็จสวรรคตในวันที่ 13 ตุลาคมเป็นต้นมาการค้นหาเกี่ยวกับ “ในหลวง” ได้เพิ่มสูงขึ้นนับจากนั้น โดยมีการค้นหาสูงสุดเป็นอันดับที่สองของการค้นหาที่มาแรงตลอดทั้งปี

ความอาดูรของปวงชนชาวไทยยังได้รับการแสดงออกผ่านการค้นหาพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9  โครงการในพระราชดำริ คำถวายพระพร “ทรงพระเจริญ” นอกจากนั้นยังค้นหาความหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคำว่า “หมอกธุมเกตุ” “พระบรมโกศ” และ “เครื่องทองน้อย” 

แม้คนไทยจะหันหา Google ในยามที่โศกเศร้า เขายังค้นหาสิ่งทำให้มีความสุขด้วยเช่นกัน นอกจากซีรีส์เกาหลีเรื่อง “Descendants of the Sun” จะได้รับความนิยมไปทั่วเอเชียแล้ว ในประเทศไทยยังเป็นคำค้นหายอดนิยมประจำปี นอกจากนั้นเกมยอดนิยมเช่น “Slither.io” “Roblox” และ “Pokémon Go” ก็อยู่ในกลุ่มคำที่ได้รับการค้นหาสูงสุด

นอกจากความชื่นชอบในเกมแล้วคนไทยยังรักกีฬาไม่แพ้กันโดย 5 จาก 10 อันดับคำค้นหายอดนิยมในหมวดข่าวต่างประเทศประจำปี 2559 เป็นการค้นหาเกี่ยวกับกีฬา ทั้งนี้คนไทยให้ความสนใจกับการแข่งขันกีฬาระดับโลกเช่น “การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ริโอ 2016” “บอลยูโร” “เลสเตอร์แชมป์” “โคปาอเมริกา 2016” หรือแม้แต่ “ฟุตซอลชิงแชมป์เอเชีย 2016”

และเมื่อพูดถึงดนตรี คนไทยยังรักและมีใจให้เพลงไทยอย่างเหนียวแน่นเห็นได้จากการค้นหาเพลงดังต่างๆ อาทิ “คนทางนั้น” “ไสว่าสิบ่ถิ่มกัน” “ขอเวลาลืม” “อ้ายมีเหตุผล” และ “แพ้ทาง” ที่ติด 5 อันดับแรกของการค้นหาในหมวดเพลง ส่วนในหมวดภาพยนตร์ “หลวงพี่แจ๊ส 4G” เป็นเรื่องที่คนให้ความสนใจมากที่สุดโดยมีภาพยนตร์ต่างประเทศ “Deadpool” และภาพยนตร์อานิเมะจากญี่ปุ่นเรื่อง “Your Name” ติดอันดับคำค้นในหมวดภาพยนตร์ของปีนี้

นายไมเคิล จิตติวาณิชย์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด Google ประเทศไทย กล่าวว่า ผลการค้นหาประจำปีสะท้อนให้เห็นความสนใจ สงสัยและค้นหาข้อมูลของผู้คนในประเทศไทย  โดยปี 2559 เป็นปีแห่งความโศกเศร้าของชาวไทย ซึ่งเรารับรู้ได้นอกเหนือจากการใช้ชีวิตในแต่ละวันของพวกเราแต่ยังสัมผัสได้จากการค้นหาออนไลน์”

อย่างไรก็ตามในอีกด้านหนึ่งผู้คนยังค้นหาความสุขผ่าน Google ตั้งแต่กีฬา ภาพยนตร์ ซีรีส์และเกมต่างๆ ซึ่งคนไทยอยู่ในแถวหน้าของเทรนด์การค้นหาจากทั่วโลกอีกด้วย

 

 

 

 

 

 

ตะกร้าช็อปปิ้งอัจฉริยะในญี่ปุ่น คิดเงินเอง ใส่ถุงให้ ไม่ต้องพึ่งพนักงาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

15 ธันวาคม 2559 เวลา 14:52 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/470423

ตะกร้าช็อปปิ้งอัจฉริยะในญี่ปุ่น คิดเงินเอง ใส่ถุงให้ ไม่ต้องพึ่งพนักงาน

พานาโซนิกจับมือกับลอว์สันพัฒนาการช็อปปิ้งไปอีกขั้น ด้วยระบบออโตเมติกที่ช่วยให้ลูกค้าสะดวกสบายขึ้น

การช็อปปิ้งในญี่ปุ่น ที่ร้านค้าลอว์สัน ในโอซาก้า จะสะดวกสบายขึ้นอีกเป็นกอง ด้วยความร่วมมือระหว่างพานาโซนิก และร้านค้าลอว์สัน ได้พัฒนาตะกร้าช็อปปิ้งอัจฉริยะที่สามารถสแกนบาร์โค๊ดสินค้าขณะช็อป, รวมราคาสินค้าที่ต้องจ่ายทั้งหมด และนำสินค้าใส่ถุงหิ้วให้เรียบร้อย

เป้าหมายของการพัฒนาตะกร้าอัจฉริยะนี้มีขึ้นเพื่อพัฒนาระบบร้านค้าแบบพึ่งพาตนเองในญี่ปุ่น รวมถึงการแก้ปัญหาการว่างงานของพนักงานร้านอีกด้วย อย่างไรก็ดีระบบใหม่นี้ใช่ว่าจะเป็น Auto ซะทีเดียว ลูกค้ายังคงต้องเดินเลือกของด้วยตนเอง และสแกนสินค้าด้วยตนเองอยู่ รวมไปถึงเดินนำสินค้าไปยังจุดจ่ายเงิน และใส่ถุงด้วยอุปกรณ์อัจฉริยะ

สรุปก็คือการช็อปปิ้งของคุณๆทั้งหลายยังคงได้บรรยากาศการช็อปแบบเดิมๆ เพียงแต่ที่ต่างออกไปก็คือไม่มีพนักงานนั่นเอง

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเว็ปไซต์สินค้าออนไลน์ขนาดยักษ์อย่าง Amazon เพิ่งจะเผยแพร่วิดีโอร้านค้าแบบใหม่ ที่ชื่อว่า Amazon Go ซึ่งลูกค้าที่มาใช้บริการนั้นไม่ต้องพกเงินสด และเข้าคิวจ่ายแต่อย่างใด เพียงแค่ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น เชื่อมต่อกับธนาคารออนไลน์ เมื่อจะเข้าร้านก็เปิดแอพที่สมาร์ทโฟน แล้วสแกนที่เครื่องอ่านในร้าน และช็อปปิ้งอย่างสบายใจ ระบบจะแสดงข้อมูลสินค้า และหักเงินจากบัญชีออนไลน์

ทั้งนี้ร้านค้า Amazon Go จะเริ่มทดสอบที่ซีแอตเทิล ในสหรัฐอเมริกา ก่อนจะเริ่มเปิดให้ใช้งานสาธารณะในปี 2017

 

ขอบคุณวิดีโอจาก ANNnewsCH