ภัยไซเบอร์คุกคามการเงิน โอน-จ่ายออนไลน์ต้องระวัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

31 ตุลาคม 2559 เวลา 11:23 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/462777

ภัยไซเบอร์คุกคามการเงิน โอน-จ่ายออนไลน์ต้องระวัง

โดย…ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

การใช้จ่ายผ่านช่องทางออนไลน์ไม่ว่าจะเป็นบนเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชั่น ยังคงมีความเสี่ยงอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเก่งด้านเทคโนโลยีมากเพียงใด แต่ถ้าผู้ใช้งานไม่รอบคอบหรืออัพเดทระบบให้มีความทันสมัยเสมอ ยิ่งเปิดโอกาสให้แฮ็กเกอร์เข้ามาโจรกรรมได้ง่ายขึ้น

วิทาลี คามลัก ผู้อำนวยการทีมวิเคราะห์และวิจัยของแคสเปอร์สกี้ แล็บ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (Global Research and Analysis Team – GReAT) ได้กล่าวในงาน Kaspersky Lab Cyber Security Weekend for Asia Pacific Countries เกี่ยวกับความปลอดภัยไซเบอร์ด้านการเงินไว้ว่า

ภัยคุกคามทางการเงินนั้นเพิ่มจำนวนมากขึ้นทั่วโลก รวมทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกด้วย ซึ่งมีรูปแบบที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นฉ้อโกงออนไลน์ โทรจันโจมตีเครื่องคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ตและสมาร์ทโฟน ไปจนถึงการโจมตีสถาบันการเงิน ตู้เอทีเอ็ม และจุดชำระค่าสินค้าและบริการ

จากการเก็บข้อมูล พบว่า การเงินของประเทศในเอเชียแปซิฟิกมีการพัฒนาที่รวดเร็ว แน่นอนว่าเป็นโอกาสให้อาชญากรไซเบอร์สามารถเสาะหาผลประโยชน์จากจุดนี้ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติสำหรับประเทศที่มีการเติบโตเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาให้ใช้งานเสมอ ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทั้งรายบุคคลและองค์กรส่วนใหญ่ มักจะหลงลืมนึกถึงความปลอดภัย

ผลวิจัยจากรายงาน เรื่อง The Consumer Security Risks Survey 2016 โดยแคสเปอร์สกี้ แล็บ ร่วมกับ บีทูบี อินเตอร์เนชั่นแนล แสดงให้เห็นว่า ผู้ตอบแบบสอบถามในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จำนวน 67% ยังมีความกังวล เรื่อง การฉ้อโกงผ่านธนาคารออนไลน์ โดย 63% ระบุว่า กังวลเกี่ยวกับช่องโหว่ขณะทำธุรกรรมการเงินออนไลน์ และอีก 62% จะใช้ธุรกรรมสำหรับการจ่ายเงินออนไลน์บ่อยขึ้น หากมีระบบการป้องกันที่น่าเชื่อถือ

ทั้งนี้ สิ่งสำคัญที่ผู้ใช้ช่องทางออนไลน์ยังคงมีความกังวล เรื่อง ความปลอดภัยทางการเงิน โดยผู้ใช้งานทั่วโลก จำนวน 5% เคยสูญเงินจากการถูกฉ้อโกงทางออนไลน์ มีมูลค่าเฉลี่ยสูงถึง 476 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาทเลยทีเดียว การโจรกรรม อย่างเช่น สแปม ฟิชชิ่ง และโทรจันแบงก์กิ้ง ยังคงเป็นภัยคุกคามทางการเงินที่ระบาดมากที่สุด ผู้ใช้งานบริการทางการเงินออนไลน์ควรระมัดระวัง สังเกตว่าเว็บไซต์ที่เข้าใช้งานนั้นเป็นของเจ้าของธนาคารจริงหรือไม่

หากมีอีเมลส่งเข้ามาลวงถามข้อมูลทางการเงิน หรือโทรเข้ามาสอบถามรหัสเพื่อให้ธนาคารตรวจสอบ ให้ระแวงไว้ก่อนว่า อาจจะไม่ได้มาจากเจ้าของธนาคารโดยตรง การมีระบบแจ้งเตือนความปลอดภัยผ่านรหัส OTP หรือแอพพลิเคชั่นสำหรับการทำธุรกรรมออนไลน์ใช้งานควบคู่กันนั้น ถือว่าเป็นการตรวจสอบระบบการใช้งานขั้นพื้นฐานได้อีกชั้นหนึ่ง นอกจากการใช้งานผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์เท่านั้น

ทั้งนี้ โทรจันแบงก์กิ้งยังคงเป็นภัยคุกคามออนไลน์ที่น่ากลัวที่สุดเป็นอันดับต้นๆ เพราะสามารถแพร่กระจายผ่านเว็บไซต์หลอกลวงหรือเว็บไซต์ที่ถูกแก้ไขดัดแปลง รวมทั้งผ่านอีเมลสแปม เมื่อผู้ใช้บริการการเงินออนไลน์ติดเชื้อแล้ว จะถูกขโมยข้อมูลส่วนตัวอย่างง่ายดาย เช่น รายละเอียดบัญชีธนาคาร รหัสผ่าน รายละเอียดการจ่ายผ่านบัตรต่างๆ เป็นต้น

ทั้งนี้ ผลการวิจัยของบริษัท ยังชี้ให้เห็นว่า ช่วงไตรมาส 3 ของปี 2559 จำนวนโทรจันแบงก์กิ้งในประเทศต่างๆ เพิ่มสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นฟิลิปปินส์ เพิ่มขึ้น 24% อินเดีย เพิ่มขึ้น 31% จีน เพิ่มขึ้น 43% และเวียดนาม เพิ่มขึ้น 104% โดยเวียดนามและอินเดียกลายเป็นประเทศที่มีจำนวนเหยื่อมากที่สุด ส่วนประเทศอื่นๆ มีจำนวนลดลงอาจจะเป็นเพราะมีการสร้างความรู้และเข้าใจให้แก่ผู้ใช้งาน

อย่างไรก็ตาม วิธีป้องกันที่ดีที่สุด คือ การติดตั้งโซลูชั่นที่ปลอดภัยในทุกอุปกรณ์ที่เข้าถึงบริการธุรกรรมออนไลน์ อัพเดทและใช้งานซอฟต์แวร์ที่ถูกกฎหมาย ตั้งรหัสผ่านที่คาดเดายากและเปลี่ยนใหม่เสมอ ไม่คลิกหรือเข้าถึงลิงค์ที่น่าสงสัย รวมทั้งตรวจสอบยูอาร์แอล (URL) ของธนาคารก่อนเข้าใช้งานเสมอ

 

จับตา “กสท.” จ่อเพิกถอนใบอนุญาต CTH

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

30 ตุลาคม 2559 เวลา 13:53 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/462727

จับตา "กสท." จ่อเพิกถอนใบอนุญาต CTH

กสท.ถกจันทร์นี้ จ่อเพิกถอนใบอนุญาต CTH พร้อมขึ้นแบล็คลิสต์ ถกละครเจ้าพายุ ช่อง 7 กรณีมีฉากรุนแรง

นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ครั้งที่ 37/2559 วันจันทร์ที่  31 ตุลาคมนี้  มีวาระการประชุมน่าจับตา  กรณีการขอยกเลิกการให้บริการโครงข่ายของบริษัทซีทีเอชฯ ซึ่ง กสท.มีคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตครบ 30 วันแล้ว  แต่บริษัทซีทีเอชฯ  ยังคงเพิกเฉยที่จะปฏิบัติตามประกาศ เงื่อนไขที่กำหนด  โดยต้องส่งแผนเยียวยาผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น  และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องมาให้ กสท.ก่อนยุติการให้บริการ   และหลังจากการเพิกถอนใบอนุญาตแล้วสำนักงาน กสทช. จะบันทึกการกระทำดังกล่าวไว้เป็นประวัติด้วย เพื่อเป็นข้อมูลในการกำกับดูแลในอนาคต

นอกจากนี้ยังมีวาระที่น่าจับตาที่บอร์ดต้องถกกันเกี่ยวกับเนื้อหาของละครเรื่องเจ้าพายุ ของช่อง 7 เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2559  ได้รับการร้องเรียนว่ามีฉากความรุนแรง  อนุกรรมการด้านผังรายการและเนื้อหารายการเห็นว่าละครดังกล่าวมีภาพการกระทำที่ซาดิสม์  แสดงวิธีการฆ่า และการกระทำที่รุนแรง ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน และมีผลต่อการให้เกิดความเสื่อมทรามทางจิตใจอย่างร้ายแรง  ซึ่งอาจเข้าข่ายการกระทำความผิดตามมาตรา 37 ตาม พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551  และจัดระดับความเหมาะสมที่ “ท” ทุกวัย (รายการที่เหมาะสำหรับผู้ชมทุกวัย)  ซึ่งไม่สอดคล้องตามประกาศสำนักงาน กสทช. ที่เกี่ยวข้อง จึงเสนอลงโทษปรับทางปกครอง

“กรณีบริษัทซีทีเอชฯ  แม้ว่าจะยุติการให้บริการไปแล้วตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา  แต่การได้รับคำสั่งทางปกครองถูกเพิกถอนใบอนุญาตการให้บริการบริการโครงข่ายในลักษณะนี้  ส่งผลให้ต้องถูกบันทึกในประวัติการกระทำความผิดในการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์  และนับเป็นครั้งแรกที่ กสท. จะพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตผู้ประกอบการที่ให้บริการโครงข่าย   ซึ่งทำงานกันอย่างเป็นขั้นเป็นตอนตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539″นางสาวสุภิญญากล่าว

อย่างไรก็ตามหลังจากที่บริษัทซีทีเอชฯ ยุติการให้บริการไปแล้วเกือบ 2 เดือน  ยังมีผู้ใช้บริการได้รับความเดือดร้อน ไม่ได้รับการเยียวยาใดๆ ซึ่งได้กำลังจี้ให้ทางบริษัทซีทีเอชฯ  แก้ปัญหาเรื่องร้องเรียนที่คั่งค้างอยู่  55 กรณี  และจะประสานกับทาง สคบ.ช่วยผู้บริโภคที่ต้องการฟ้องร้องต่อศาลด้วย เพราะผู้รับผิดชอบของบริษัทซีทีเอชฯ โดยตรงต่างทยอยลาออกกันไปเกือบหมดแล้ว

 

เปิดแอพ”สุขพอที่พ่อสอน”ให้คนไทยนำไปปรับใช้ในชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

29 ตุลาคม 2559 เวลา 11:19 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/462568

เปิดแอพ"สุขพอที่พ่อสอน"ให้คนไทยนำไปปรับใช้ในชีวิต

สำนักราชเลขาธิการร่วมกระทรวงไอซีทีเปิดแอพพลิเคชั่น“สุขพอที่พ่อสอน”รวบรวมพระราชดำรัส-พระบรมราโชวาทในหลวงร.9ให้คนไทยนำไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิต

สำนักราชเลขาธิการ ร่วมกับ สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เชิญพระราชดำรัส และพระบรมราโชวาทคัดตัดตอน เผยแพร่ในแอปพลิเคชั่น “สุขพอที่พ่อสอน” เพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้น้อมนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต เพื่อให้เกิดประโยชน์ เกิดความสุขที่แท้จริงอย่างยั่งยืน

ดาวน์โหลดได้ที่  iOs : https://itunes.apple.com/th/app/sukh-phxthi-phx-sxn/id935576127?mt=8

Android: https://play.google.com/store/apps/details?id=th.or.ega.ad.royalwords

 

ห้ามพลาด! หนึ่งในงานศึกษาต่อสหราชอาณาจักรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

20 ตุลาคม 2559 เวลา 12:26 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/biz/news/461123

ห้ามพลาด! หนึ่งในงานศึกษาต่อสหราชอาณาจักรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

ทำไมการศึกษาต่อในประเทศอังกฤษจึงเป็นที่นิยมอย่างมาก
แม้ว่าปัจจุบันการศึกษาต่อต่างประเทศจะมีตัวเลือกหลากหลายมากขึ้น แต่การศึกษาต่อยังในสหราชอาณาจักรก็ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่ง ด้วยเหตุผล ดังนี้

1. มาตรการศึกษาในประเทศอังกฤษ
ประเทศอังกฤษได้รับการจัดอันดับติด 1 ใน 5 ประเทศในโลก จากการประเมินภาพรวมของความเข้มแข็งของระบบการศึกษาและผลงานของมหาวิทยาลัย รวมถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ตามการจัดอันดับระบบการศึกษาระดับอุดมศึกษาของ QS Higher Education System Strength Rankings 2016

2. ความน่าเชื่อถือ
ด้วยประวัติศาสตร์อันเก่าแก่ที่มีมายาวนานของประเทศอังกฤษ โดยมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่มีอายุเก่าแก่ตั้งแต่ 50 – 100 ปี เป็นต้นไป และปฏิสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นของนักเรียนเก่าอังกฤษในประเทศไทย ทำให้เด็กที่จบการศึกษาจากประเทศอังกฤษมี Connection ที่ดีและมีผลต่อการทำงานและการใช้ชีวิตหลังจบการศึกษา

3. ระยะเวลาและค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่าประเทศอื่นๆ
การศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีในประเทศอังกฤษใช้เวลาเพียง 3 ปี ในขณะที่ประเทศอื่นๆ จะใช้เวลาถึง 4 ปี และระดับปริญญาโทใช้เวลาแค่ 1 ปี ในขณะที่ประเทศอื่นใช้เวลาถึง 2-3 ปี เมื่อระยะเวลาในการเรียนน้อยกว่าทำให้ค่าใช้จ่ายอื่นๆ รวมถึงค่าครองชีพประหยัดลงกว่าการเดินทางไปศึกษายังประเทศอื่นๆ อีกทั้งค่าเงินปอนด์ที่ถูกลงเนื่องจากสถาณการณ์ Brexit โดยยิ่งจะเห็นผลที่ชัดเจนมากขึ้นในประมาณปี 2019 ซึ่งทำให้ค่าใช้จ่าย ค่าเทอม ค่าที่พัก และค่าครองชีพอื่นๆ ยิ่งถูกลง และมีผลทำให้ผู้ปกครองเริ่มมองการส่งบุตรหลานไปเรียนต่อในระดับปริญญาตรีที่มากขึ้นอีกด้วย เนื่องจากใช้เวลาไม่นานและยังมีตัวเลือกของการเรียน Double Degree ทำให้จบการศึกษาในระดับปริญญาตรีและปริญญาโท โดยใช้ระยะเวลาเพียง 4 ปี

ปัจจุบันเด็กไทยนิยมไปศึกษาต่อต่างประเทศเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมีเป้าหมายหลักๆ คือ
1) ศึกษาต่อเพื่อนำความรู้ ทักษะ ความสามารถ มาสานต่อดำเนินธุรกิจครอบครัว
2) ศึกษาต่อเพื่อทำงานในบริษัทขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงในประเทศไทย
3) ศึกษาต่อเพื่อทำงานในบริษัทข้ามชาติ (Multinational Company)
4) นักเรียนทุนประเภทต่างๆ
5) ศึกษาต่อเพื่อทำงานในต่างประเทศ แม้จะมีจำนวนไม่มากนักแต่ก็มีอัตราเพิ่มมากขึ้น

จากกการสำรวจนักเรียนที่ใช้บริการของ Hands On Education Consultants ในปี 2016 พบว่ามหาวิทยาลัยที่เด็กไทยนิยมไปเรียนต่อคือ University of Leeds, University of Southampton, University of Reading, University of Exeter และ King’s College London

ส่วนสาขาที่นิยมเรียนกันมาก 5 อันดับแรกได้แก่ International Business/Management , Marketing, Finance , Entrepreneurship และ Law

หากคุณเป็นหนึ่งคนที่สนใจเรียนต่อที่อังกฤษ ไม่ควรพลาดงานนี้ The UK Study Exhibition 2016

งานใหญ่ประจำปีที่มีมหาวิทยาลัยจากอังกฤษ สก็อตแลนด์ เวลส์และไอร์แลนด์เข้าร่วมมากกว่า 75 สถาบัน
พร้อมทั้งสัมมนาดีๆ เพื่อการเรียนต่อในสาขา Medicine, Marketing, Business, Finance และ Law รวมถึงเทคนิคการเขียน SoP (Statement of Purpose) เพื่อพิชิตใจมหาวิทยาลัยชั้นนำจากอังกฤษ และเทคนิคการทำข้อสอบ IELTS ให้ได้คะแนนดี

ลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรี
วันเวลา: วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤศจิกายน 2559 เวลา 14:00 – 20:00
สถานที่: โรงแรมโซฟิเทล กรุงเทพ สุขุมวิท ชั้น 7 (BTS สถานีอโศก ทางออก 5 หรือ สถานีนานา ทางออก 3)
ลงทะเบียนได้ที่ www.hands-on.co.th/ukse

หัวข้อและรายละเอียดการสัมมนา
Study Medicine in the UK delivered by MPW
ร่วมฟังการสัมมนาเกี่ยวกับสาขา Medicine หนึ่งในสาขาวิชาที่มีการแข่งขันสูงที่สุดในสหราชอาณาจักร จากสถาบัน MPW ซึ่งทางสถาบันจะบรรยายเกี่ยวกับหัวข้อต่างๆ รวมไปถึงเกณฑ์ในการพิจารณาการเข้ารับการศึกษา

Study Marketing in the UK delivered by the University of Reading
หากคุณกำลังสนใจหรือมองหาคอร์สเรียนด้านการตลาดที่น่าสนใจเข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน สามารถเข้าฟังสัมมนาจากมหาวิทยาลัย Reading หนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก โดยเฉพาะสาขาวิชาด้านธุรกิจ การตลาดที่นักเรียนไทยจำนวนมากให้ความสนใจคอร์สเรียนที่มหาวิทยาลัยนี้ นอกจากรายละเอียดเกี่ยวกับเทรนด้านการตลาดแล้วนั้น ยังมีการบรรยายเกี่ยวกับคอร์สเรียนของทางมหาวิทยาลัย รวมไปถึงอาชีพที่นักศึกษาสามารถเข้าทำงานหลังจบการศึกษาด้านการตลาดกับทางมหาวิทยาลัยอีกด้วย

Study Business in the UK delivered by the University of Surrey
มหาวิทยาลัย Surrey 1 ใน 10 มหาวิทยาลัยชั้นนำของสหราชอาณาจักร จะมาร่วมสัมมนาในหัวข้อ การเรียนต่อในสาขา Business ซึ่งถือเป็นสาขาวิชาที่มีนักเรียนไทยเข้าศึกษาต่อสหราชอาณาจักรมากที่สุด การสัมมนาจะมีตั้งแต่สาขาวิชาที่หลากหลาย, ระบบการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัย รวมไปถึงสาขาวิชาชีพหลังจบการศึกษา หรือโอกาสในการทำธุรกิจในโลกปัจจุบัน

Study Finance in the UK delivered by Lancaster University
สำหรับท่านที่สนใจคอร์สเรียนด้านการเงิน สามารถเข้าร่วมสัมมนาได้ในครั้งนี้ โดยมหาวิทยาลัย Lancaster 1 ใน 10 มหาวิทยาลัยชั้นนำในสหราชอาณาจักร จะมาพูดคุยรายละเอียดเรื่องการเตรียมความพร้อมการเรียนต่อด้านการเงิน, สาขาวิชาต่างๆ ด้านการเงิน, รวมไปถึงอาชีพหลังจบการศึกษาอีกด้วย

Writing an SOP to get into a top University by King’s College London
ในการสมัครเรียนต่อนักเรียนจำเป็นจะต้องส่ง Statement of Purpose (SoP) ซึ่งนับเป็นส่วนหนึ่งของการสมัคร SoP คือการเขียนแนะนำตัวเอง และมีผลมากในการพิจารณาเพื่อรับนักเรียนเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยชั้นนำ ร่วมฟังสัมมนาจาก King’s College London ว่ามหาวิทยาลัยชื่อดังมองหาอะไรใน SoP ของคุณ ช่วยให้รู้แนวทางในการเขียนและเพิ่มโอกาสการตอบรับเข้าเรียนต่อมากขึ้น

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น
IELTS Techniques
สำหรับนักเรียนต่างชาติทุกคน จะต้องทำการทดสอบวัดระดับภาษาอังกฤษก่อนเข้าศึกษาต่อสหราชอาณาจักร สามารถร่วมฟังการบรรยายเทคนิคต่างๆ ในการสอบ IELTS รวมไปถึงการเตรียมตัวก่อนสอบ โดยผู้เชี่ยวชาญจาก British Council

IELTS Mock Up Test
คะแนนสอบ IELTS มีผลในการสมัครเรียนต่อที่สหราชอาณาจักรมาก มีความสำคัญถัดจาก GPA ก็ว่าได้ ในงาน The UK Study Exhibition นี้น้องๆ สามารถเข้าทดลองสอบ IELTS ทั้ง 4 ทักษะ ฟัง พูด อ่าน เขียน เพื่อเตรียมความพร้อมและวัดระดับภาษาของเราก่อนสมัครสอบจริง พร้อมมีเฉลยข้อสอบในงานด้วย

Counselling Corner
สามารถสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติ ขั้นตอนการสมัคร การทำวีซ่า รวมถึงกำหนดการสมัครเรียนต่อกับมหาวิทยาลัยที่สหราชอาณาจักรจากผู้เชี่ยวชาญที่เรียนจบจากสหราชาอาณาจักรโดยตรง

SoP Clinic (ให้คำแนะนำช่วยตรวจทาน Statement of Purpose)
เรียนรู้ว่า SoP มีความสำคัญและมีผลอย่างไรต่อการสมัคเรียนต่อของคุณ รับคำแนะนำจากเจ้าของภาษาซึ่งมีประสบการณ์การทำงานในส่วนรับสมัครนักเรียนและเชี่ยวชาญในการตรวจ SoP หรือหากคุณนำ SoP ของคุณที่เขียนแล้วเข้ามาในงานด้วย สามารถปรึกษาและรับคำแนะนำภายในงานได้เลย

 

ค่ายมือถือเปิดไว-ไฟฟรี ค้าปลีกรับคลื่นมหาชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

29 ตุลาคม 2559 เวลา 07:47 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/462514

ค่ายมือถือเปิดไว-ไฟฟรี ค้าปลีกรับคลื่นมหาชน

พสกนิกรชาวไทยได้มีโอกาสเข้าถวายสักการะพระบรมศพฯ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ตั้งแต่ 29 ต.ค. เป็นต้นไปจึงทำให้ประชาชนทั่วสารทิศเดินทางมาจำนวนมาก

พสกนิกรชาวไทยจะได้มีโอกาสเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้นตั้งแต่ 29 ต.ค. เป็นต้นไปจึงทำให้ประชาชนทั่วสารทิศเดินทางมาร่วมถวายสักการะจำนวนมาก

ในส่วนภาครัฐและเอกชนจึงต้อง มีการจัดเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ เพื่อรองรับคลื่นมหาชน ทั้งนี้ จิรนันท์ ผู้พัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล แฟมิลี่มาร์ท ผู้บริหารร้านแฟมิลี่มาร์ท เปิดเผยว่า บริษัทได้เตรียมความพร้อมในด้านของสินค้าภายในร้านแฟมิลี่มาร์ทที่มีสาขาอยู่บริเวณรอบสนามหลวงและพระบรมมหาราชวังไว้อย่างเพียงพอ โดยเน้นความสดใหม่ควบคู่ไปกับคุณภาพของสินค้า ซึ่งสินค้าที่นำมาจำหน่ายจะเน้นไปที่กลุ่มสินค้าอาหารพร้อมรับประทาน

ด้านการติดต่อสื่อสาร วิไล เคียงประดู่ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานประชาสัมพันธ์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส ได้เพิ่มการติดตั้งฟรีไว-ไฟ บาย เอไอเอสเพิ่มเติมสำหรับผู้ใช้งานมือถือทุกค่ายและซูเปอร์ไว-ไฟสำหรับลูกค้าเอไอเอส รวมทั้งจัดรถโมบายเคลื่อนที่และติดตั้งสมอลล์เซลล์ เพื่อรองรับการใช้งานที่หนาแน่นบริเวณสนามหลวง ถนนรอบพระบรมมหาราชวังและพื้นที่ใกล้เคียง

ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ส่งหนังสือย้ำโอเปอเรเตอร์ทุกค่ายเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ทั้งนี้ ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. ระบุด้วยว่า บริเวณพื้นที่พระบรมมหาราชวังและใกล้เคียง ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่ทั้ง 3 ราย ได้แก่ เอไอเอส ดีแทค และทรู ได้มีการจัดให้มีบริการไว-ไฟฟรี ให้บริการประชาชน เพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชนในการติดต่อสื่อสารได้สะดวกยิ่งขึ้น

 

สั่งทีวีคุมเนื้อหา19พ.ย.จอปกติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

28 ตุลาคม 2559 เวลา 08:11 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/462374

สั่งทีวีคุมเนื้อหา19พ.ย.จอปกติ

กสท.สั่งผู้ประกอบการทีวี ควบคุมเนื้อหารายการสร้างความแตกแยกในสังคม คาด 19 พ.ย.ผังรายการปกติคืนจอ

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับ ผู้ประกอบการโทรทัศน์ เพื่อชี้แจงแนว ปฏิบัติเพิ่มเติมกรณีพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคตครบ 15 วัน โดยระบุว่า ที่ประชุม กสท.นัดพิเศษ ครั้งที่ 4 เห็นควรให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และผู้รับอนุญาตทดลองประกอบกิจการกระจายเสียงถือปฏิบัติเพิ่มเติม 2 แนวทาง

ทั้งนี้ ประกอบไปด้วย 1.รูปแบบการ นำเสนอรายการทางสถานีโทรทัศน์ สถานีวิทยุกระจายเสียง และสถานีผู้ทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง ให้ระมัดระวังและตรวจสอบการนำเสนอเนื้อหา การวิพากษ์ หรือการวิจารณ์ ซึ่งแสดงถึงหรือกล่าวถึงความขัดแย้งในด้านต่างๆ ที่อาจนำไปสู่ความแตกแยกในสังคม โดยให้สถานีพิจารณาการนำเสนออย่างรอบคอบ

นอกจากนี้ ขอให้สถานีมุ่งเน้นการนำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ พัฒนาคุณภาพประชาชน โดยเฉพาะการปลูกฝังวินัย ความรับผิดชอบต่อสังคม และการถ่ายทำหรือเผยแพร่ภาพข่าว ภาพกิจกรรม ที่เกี่ยวกับการแสดงความไว้อาลัย ควรพิจารณาให้มีความเหมาะสม และคัดเลือกภาพที่มีความรัดกุมและสำรวม

2.การกล่าวถึงผู้สนับสนุนสามารถกระทำได้ โดยกรณีรายการสารคดีเฉลิมพระเกียรติ หากจะกล่าวถึงผู้สนับสนุน ควรนำเสนอตอนท้ายของรายการ ซึ่งอาจใช้ตราสัญลักษณ์ของผู้สนับสนุนได้ แต่ขอให้ปรับโทนสี ขนาด รวมถึงการใช้ภาษา ถ้อยคำให้มีความเหมาะสม

ขณะที่รายการอื่นๆ ที่มิใช่รายการสารคดีเฉลิมพระเกียรติ สามารถแสดงสัญลักษณ์ของผู้สนับสนุนได้ แต่ขอให้ปรับโทนสี ขนาด รวมถึงการใช้ภาษา ถ้อยคำให้มีความเหมาะสมด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม การสนับสนุนหรือการโฆษณากรณีที่มีการแสดงภาพพระบรมฉายาลักษณ์และข้อความแสดงความไว้อาลัย การขึ้นข้อความเกี่ยวกับผู้ร่วมแสดงความไว้อาลัยให้ปรากฏเฉพาะชื่อของบริษัท ห้างร้าน หน่วยงาน คณะบุคคลหรือบุคคล และจะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด ส่วนการโฆษณาอื่นๆ ให้ทำได้โดยอยู่ภายใต้แนวทางตามมติ กสท.นัดพิเศษ ครั้งที่ 1 และ 2

พ.อ.นที กล่าวอีกว่า จากการหารือกับผู้ประกอบการจะปรับเข้าสู่ผังรายการปกติภายหลังจากที่ทรงเสด็จสวรรคตครบ 30 วัน โดยจะต้องทยอยปรับเข้ารายการปกติอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเบื้องต้นหลังเที่ยงคืนของวันที่ 18 พ.ย.นี้ ทางสถานีจะทยอยปรับและออกอากาศเป็นภาพสีได้อย่างปกติ ซึ่งจะได้นำข้อเสนอดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุม กสท.อีกครั้งในวันที่ 31 ต.ค.นี้

 

ไลน์ร่วมมือสกัดโพสต์หมิ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

28 ตุลาคม 2559 เวลา 07:35 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/462370

ไลน์ร่วมมือสกัดโพสต์หมิ่น

“พล.อ.อ.ประจิน” เผย ไลน์ร่วมมือรัฐบาลร่วมสกัดโพสต์ข้อความ ภาพ หมิ่นสถาบันและกระทบความมั่นคง สัปดาห์หน้านัดหารือผู้บริหารเฟซบุ๊ก

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรักษาการ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 2559 ได้เชิญผู้บริหาร บริษัท ไลน์ ผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่น LINE ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น โดยมีตัวแทนผู้บริหารไลน์ ประเทศไทย มาหารือ ซึ่งเป็นมาตรการต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมาได้เชิญผู้บริหารสื่อสังคมออนไลน์กูเกิลและ ยูทูบมาหารือ เพื่อดูแลป้องกันมาส่งต่อข้อมูลที่เป็นลักษณะของการบิดเบือนความจริง หมิ่นสถาบันและกระทบกับความมั่นคง ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี

ทั้งนี้ ไลน์จะจัดชุดทำงานพิเศษขึ้นมาเพื่อรับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ตำรวจสากล สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ เอ็ตด้า ซึ่งจะร่วมกันติดตามแจ้งเตือน ส่งข้อมูลเพื่อประสานกับผู้บริหารของไลน์

อย่างไรก็ตาม การดำเนินการต่างๆ นี้ ทางไลน์ได้เริ่มดำเนินการแล้วตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา และจะพิจารณาดำเนินการให้ไทยเป็นพิเศษเมื่อมีการร้องขอไป และกรณีรัฐบาลไทยมีคำร้องขอข้อมูลชื่อผู้โพสต์และเจ้าของอีเมลผู้โพสต์จะดำเนินการให้เช่นเดียวกัน โดยผ่านสถานทูตไทยที่ญี่ปุ่น และตำรวจสากลที่ประจำการในญี่ปุ่นและในไทย สำหรับการป้องกันลักษณะการบล็อกต้องใช้เทคนิคพิเศษ ขณะนี้จึงยังไปไม่ถึงขั้นนั้น

“ในส่วนของไลน์เป็นผู้บริหารบริการส่งผ่านข้อมูล การไปบล็อกคงใช้เทคนิคพิเศษมาก ตอนนี้รัฐบาลคงยังไม่ดำเนินการถึงขนาดนั้น ส่วนที่ทางญี่ปุ่นเขาจะดูแลให้นั้น คือกรณีที่มีการโพสต์ข้อมูลจะมี URL ของผู้โพสต์ ซึ่งหากทางเราขอไปเขาจะเร่งพิจารณาให้ เขาจะรับคำขอจากเรา ซึ่งหากพบว่ามีการโพสต์ข้อความหรือภาพที่ผิดกฎหมายไทยเขาจะดูแลให้” พล.อ.อ.ประจิน กล่าว

พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า ในส่วนของความคืบหน้าหลังผู้บริหารของกูเกิลและ ยูทูบเข้าพบเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ตั้งแต่ช่วงวันหยุดที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ได้มีการปิดการโพสต์ที่ไม่ เหมาะสมมากขึ้น โดยรัฐบาลกับทางกูเกิลได้ตกลงกันว่าในวันที่ 1 พ.ย.นี้ จะสรุปตัวเลขเหตุการณ์ตั้งแต่วันที่ 1-13 ต.ค. ส่วนเฟซบุ๊กนั้นได้ประสานงานไปยังบริษัทแล้ว อยู่ระหว่างการนัดหมาย คาดว่าสัปดาห์หน้าจะมีการนัดหมายเข้ามาหารือกัน

 

ซัมซุงตั้งลูกชายประธานบริษัทกุมบังเหียน หวังพลิกวิกฤตโน้ต7

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

28 ตุลาคม 2559 เวลา 07:09 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/462367

ซัมซุงตั้งลูกชายประธานบริษัทกุมบังเหียน หวังพลิกวิกฤตโน้ต7

ซัมซุงตั้งทายาทสายตรงขึ้นแท่นกรรมการบริหารคนใหม่ ด้านนักวิเคราะห์ชี้เป็นสัญญาณยุคใหม่ซัมซุง

สำนักข่าวยอนฮัพของเกาหลีใต้ รายงานว่า อี-แจยง ลูกชายคนเดียวของของ อี-คุนฮี ประธานบริษัท ซัมซุง ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารของบริษัท ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ ร่วมกับคณะกรรมการบริหารอีก 9 ราย เมื่อวันที่ 27 ต.ค. ท่ามกลางความคาดหวังว่า อี-แจยง จะช่วยฟื้นฟูชื่อเสียงและผลกำไรของบริษัท ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการเรียกเก็บคืนและการยุติการผลิตมือถือกาแล็คซี่ โน้ต 7 ที่มีปัญหาด้านความปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม การแต่งตั้งกรรมการบริหารบริษัทคนใหม่เกิดขึ้นในวันเดียวกับที่ซัมซุงเปิดเผยผลกำไรไตรมาส 3 ลดลง 30% อยู่ที่ 5.2 ล้านล้านวอน (ราว 1.59 แสนล้านบาท) จากเกือบ 7.4 ล้านล้านวอน (ราว 2.26 แสนล้านบาท) เมื่อปีก่อนหน้านี้ เนื่องจากกำไรของธุรกิจสมาร์ทโฟนร่วงลงถึง 96% อยู่ที่เพียง 1 แสนล้านวอน ซึ่งต่ำสุดนับตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปี 2008 อย่างไรก็ดีซัมซุงคาดการณ์ว่า ดีมานด์สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตคาดว่าจะปรับตัวขึ้นในไตรมาส 4 และเปิดเผยว่า บริษัทจะเปิดตัวสมาร์ทโฟนกาแล็คซี่ เอส 8 รุ่นใหม่ ในเดือน ก.พ. 2017

รายงานระบุว่า อี-แจยง จะรับผิดชอบการตัดสินใจสำคัญต่างๆ ของซัมซุง ตั้งแต่การปรับโครงสร้างบริษัท การควบรวมกิจการ และการขายสินทรัพย์ โดยในปัจจุบัน อี-แจยง ดำรงตำแหน่งรองประธานบริษัท ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ และมีอิทธิพลเพิ่มขึ้นในบริษัท นับตั้งแต่ที่ อี-คุนฮี เข้ารับการรักษาโรคหัวใจในโรงพยาบาลเมื่อปี 2014

ทั้งนี้ อี-แจยง มาจากตระกูลผู้ก่อตั้งบริษัท ซัมซุง กรุ๊ป ที่มีบทบาทอย่างมากในการบริหารธุรกิจต่างๆ ของบริษัท เช่น ธุรกิจบริการทางการเงิน โรงแรม ชีวเภสัชภัณฑ์ และแฟชั่น ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าอิทธิพลดังกล่าวมีส่วนทำให้ อี-แจยง ได้รับการสนับสนุนให้ดำรงตำแหน่งกรรมการบริหาร

นอกจากนี้ นักวิเคราะห์หลายรายแสดงความเห็นด้วยกับการแต่งตั้ง อี-แจยง โดย อี-แชวอน หัวหน้าฝ่ายการลงทุนของบริษัทหลักทรัพย์ โคเรีย แวลู แอตเซต แมเนจเมนต์ กล่าวว่า ยุคใหม่ของซัมซุงกำลังเริ่มต้นขึ้น และ อี-แจยง น่าจะมีพลังและความสามารถมากพอในการนำพาซัมซุงหลุดพ้นจากวิกฤต พร้อมคาดการณ์ว่าทิศทางการดำเนินงานของบริษัทจะเป็นไปอย่างเสรีมากขึ้นตามกลไกตลาด และกระบวนการปรับโครงสร้างบริษัทจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วขึ้น

ขณะเดียวกัน ปาร์ค จู-กึน หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์องค์กรจากบริษัท ซีอีโอ สกอร์ แสดงความเห็นว่า นอกเหนือจากการพลิกฟื้นบริษัทจากผลกระทบเรื่องมือถือโน้ต 7 แล้ว อี-แจยง จำเป็นต้องแสวงหากลไกใหม่ๆ เพื่อขับเคลื่อนการขยายตัวของ บริษัท นอกจากธุรกิจสมาร์ทโฟนที่เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวในขณะนี้

 

แอปเปิ้ลยอดร่วงครั้งแรกรอบ15ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

27 ตุลาคม 2559 เวลา 06:29 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/462166

แอปเปิ้ลยอดร่วงครั้งแรกรอบ15ปี

ยอดไอโฟนร่วง ฉุดยอดขายรวมแอปเปิ้ลดิ่งลงครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2001 สวนทางบริการออนไลน์พุ่ง

ซีเอ็นเอ็นมันนี่ รายงานว่า ยอดขายรายปีงบประมาณสิ้นสุดเดือน ก.ย. 2016 ของแอปเปิ้ล อิงค์ ปรับตัวลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2001 ซึ่งเป็นปีที่แอปเปิ้ลเปิดตัวไอพอดเป็นครั้งแรก โดยอยู่ที่ 2.16 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 7.5 ล้านล้านบาท) จากปี 2015 ที่ 2.34 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 8.1 ล้านล้านบาท) เนื่องจากมียอดขายสมาร์ทโฟน ไอโฟน ลดลง โดยเฉพาะในตลาดจีนที่ลดลง 30% ในไตรมาสที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

อย่างไรก็ตาม รายได้จากบริการออนไลน์ เช่น แอปเปิ้ลสโตร์ ไอคลาวด์ และแอปเปิ้ลมิวสิค ปรับตัวขึ้น 24% แตะจุดสูงสุดทำสถิติที่ 6,300 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.2 แสนล้านบาท) โดย ลูคา เมสตรี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของแอปเปิ้ล กล่าวว่า ภาคการบริการเป็นตัวทำรายได้หลักในไตรมาสที่ผ่านมา และมีแนวโน้มเติบโตขึ้น

ก่อนหน้านี้ แอปเปิ้ลจ้างงานฝ่ายพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) เพิ่มเติม ท่ามกลางการแข่งขันการพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าว โดยในเดือน ส.ค.แอปเปิ้ลเข้าซื้อทูรี สตาร์ทอัพ ผู้พัฒนาเอไอด้วยมูลค่า 200 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 7,000 ล้านบาท)

ภาพ เอเอฟพี

 

ทีวีดิจิทัลเสริมลุยออนไลน์ชี้โซเชียลไม่ใช่คำตอบสุดท้าย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

27 ตุลาคม 2559 เวลา 05:58 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/462161

ทีวีดิจิทัลเสริมลุยออนไลน์ชี้โซเชียลไม่ใช่คำตอบสุดท้าย

โดย…จะเรียม สำรวจ

จากแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคที่ดูทีวีน้อยลงโดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ส่งผลให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลต้องออกมาเร่งปรับตัว เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นดังกล่าว เห็นได้จากการทำเว็บไซต์ สื่อ โซเชียลมีเดียควบคู่ไปกับการออกอากาศของสื่อทีวี เพื่อให้คอนเทนต์เข้าถึง ผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด เนื่องจากปัจจุบันการแข่งขันของธุรกิจฟรีทีวีมีความรุนแรง เพราะมีคู่แข่งในธุรกิจเพิ่มขึ้น

ชลากรณ์ ปัญญาโฉม ประธาน เจ้าหน้าที่บริหารสายงานดิจิทัลทีวี บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ ผู้บริหารช่องเวิร์คพอยท์ กล่าวว่า ภาพรวมการดูทีวีของผู้บริโภคในตอนนี้น้อยลงไปจากเดิมค่อนข้างมาก เนื่องจากปัจจุบันมีสื่อออนไลน์ทำให้ผู้บริโภคสามารถชมรายการต่างๆ ได้ทุกที่ทุกเวลาตามความต้องการ ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว ส่งผลให้บริษัทต้องหันมาปรับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ ด้วยการนาสื่อโซเชียลมีเดียเข้ามาช่วยทำการตลาด

สำหรับสื่อโซเชียลมีเดียที่ใช้ทำการตลาดอยู่ในขณะนี้ จะมีทั้งในส่วนของยูทูบ เฟซบุ๊ก และไลน์ทีวี โดยในส่วนของยูทูบขณะนี้เริ่มสร้างรายได้เข้ามาในบริษัท เวิร์คพอยท์ฯ บ้างแล้ว โดยในปี 2558 ที่ผ่านมามีรายได้จากการนาคอนเทนต์ไปออกอากาศในยูทูบประมาณ 20 ล้านบาท และปี 2559 นี้คาดว่าจะมีรายได้จากยูทูบเพิ่มเป็น 50 ล้านบาท ส่วนไลน์ทีวีและเฟซบุ๊กยังเป็นสื่อโซเชียลมีเดียที่สร้างรายได้ยังไม่เยอะมาก

สมชาย รังษีธนานนท์ ประธานกรรมการบริษัท ไบรท์ ทีวี ผู้บริหารช่องไบร์ททีวี กล่าวว่า ภาพรวมของทีวีดิจิทัลตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว เนื่องจากวันนี้ผู้บริโภคดูทีวีผ่านมือถือและแท็บเล็ต มากกว่าการดูทีวีผ่านหน้าจอทีวี ซึ่งจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นดังกล่าว ทำให้ช่วงเวลาไพรม์ไทม์เริ่มไม่เป็นเวลา ไพรม์ไทม์อีกต่อไป เพราะไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็สามารถดูทีวีได้ นอกจากนี้ยังสามารถเลือกเวลาดูทีวีได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องรีบกลับบ้าน เพื่อไปดูรายการที่ชื่นชอบเหมือนที่ผ่านมา

ทั้งนี้ หากย้อนเวลากลับไปก่อนช่วงที่จะมีทีวีดิจิทัล เมื่อมีละครดังหรือรายการกีฬาดังแข่งขันอย่างโอลิมปิก ถนนภายในกรุงเทพฯ จะโล่ง เพราะทุกคนต้องรีบกลับไปดูรายการทีวีตัวเองชื่นชอบ แต่ปัจจุบันไม่ต้องรีบกลับบ้านแล้ว เพราะสามารถดูรายการที่ชื่นชอบแบบถ่ายทอดสดเหมือนหน้าจอทีวีผ่านมือถือได้ ซึ่งจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปดังกล่าว ส่วนหนึ่งเกิดจากการใช้มือถือของผู้บริโภคที่ปัจจุบันมีอัตราเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 7-8 ชั่วโมงต่อวัน

สมชาย กล่าวต่อว่า ปัจจัยที่ทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป คือ โลกอินเทอร์เน็ตมันมาแรงและสามารถครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายได้ดีกว่าทีวีดิจิทัล ซึ่งจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นดังกล่าว ทำให้บริษัทต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเช่นกัน ด้วยการหันมาให้ความสำคัญกับการทำการตลาดผ่านสื่อออนไลน์มากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันผู้ชมผ่าน ช่องทางยูทูบมีมากกว่าการชมผ่านหน้าจอทีวี

อย่างไรก็ดี แม้ว่าสื่อออนไลน์เข้ามามีบทบาทกับชีวิตประจำวันของ ผู้บริโภค ทำให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลต้องปรับตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลง แต่สื่อที่มีบทบาทกับผู้บริโภคและอุตสาหกรรมโฆษณาอย่างแท้จริง ยังคงเป็นสื่อทีวี เพราะทีวีก็ยังคงเป็นสื่อหลักที่ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้รวดเร็วครอบคลุมทั่วประเทศ ทำให้เจ้าของสินค้ายังคงเลือกใช้งบที่สูงซื้อสื่อ โฆษณาทีวี และเพื่อให้ทีวียังคงเป็นหลักต่อไป ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลควรปรับคอนเทนต์ให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค