“ไลน์”กำไรพุ่งหลังรายได้จากโฆษณา-จำนวนผู้ใช้เพิ่ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

26 ตุลาคม 2559 เวลา 19:58 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/462152

"ไลน์"กำไรพุ่งหลังรายได้จากโฆษณา-จำนวนผู้ใช้เพิ่ม

“ไลน์”เผยกำไรสุทธิ 9 เดือนแรกพุ่งแตะ 5.32 พันล้านเยน รายได้จากโฆษณา-จำนวนผู้ใช้เพิ่ม

ไลน์ คอร์ป ผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่นรับส่งข้อความจากญี่ปุ่น เปิดเผยว่า บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 5.32 พันล้านเยน (51 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ โดยได้รับแรงหนุนจากรายได้จากโฆษณาและจำนวนผู้ใช้ที่ขยายตัวขึ้น

กำไรจากการดำเนินงานแตะที่ 1.829 หมื่นล้านเยน จากยอดขาย 1.0324 แสนล้านเยน เพิ่มขึ้น 17.2% จากปีก่อน อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทไม่ได้เปิดเผยตัวเลขคาดการณ์ผลประกอบการปีงบการเงินสิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค. โดยให้เหตุผลถึงความผันผวนในตลาดแอพลิเคชั่นสมาร์ทโฟน

ทั้งนี้ ไลน์ คอร์ป ได้จดทะเบียนซื้อขายหุ้นทั้งในตลาดหุ้นนิวยอร์กและตลาดหุ้นโตเกียวเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนก.ค.ที่ผ่านมา และทำสถิติเป็นหุ้น IPO รายใหญ่ที่สุดในกลุ่มเทคโนโลยีปีนี้ โดยผู้ใช้แอพพลิเคชั่นไลน์สามารถส่งข้อความ รูปภาพ หรือสติ๊กเกอร์หากันได้ รวมถึงยังมีเกมและเพลงให้เลือกดาวน์โหลดอีกด้วย

ในเดือนกันยายน ตัวเลขผู้ใช้แอพลิเคชั่นไลน์ปรับตัวขึ้น 3.5% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว แตะระดับ 220 ล้านคน โดยผู้ใช้ส่วนใหญ่อยู่ในญี่ปุ่น ไต้หวัน ไทย และอินโดนีเซีย

ที่มา สำนักข่าวอินโฟเควสท์

ภาพ…เอเอฟพี

 

ชี้ทางป้องกันโจมตีไซเบอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

25 ตุลาคม 2559 เวลา 09:46 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/461788

ชี้ทางป้องกันโจมตีไซเบอร์

กูรูเผยลูกค้าที่กระจายโดเมนเจอผลโจมตีทางไซเบอร์น้อยกว่า หลังเหตุโจมตีดายน์ทำเว็บล่มหลายแห่ง

รอยเตอร์สรายงานอ้างบริษัทและผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยบนอินเทอร์เน็ตหลายรายว่า บริษัทต่างๆ สามารถลดความเสี่ยงการถูกโจมตีทางไซเบอร์ได้ หากใช้ผู้ให้บริการชื่อโดเมน (ดีเอ็นเอส) มากกว่าหนึ่งแห่ง เพื่อวางระบบโครงสร้างเครือข่ายและกระจายเก็บข้อมูลเว็บไซต์ หลังเกิดการโจมตีระบบดีเอ็นเอสของบริษัท ไดนามิก เน็ตเวิร์ก เซอร์วิส (ดายน์) ผู้ให้บริการโดเมนแก่บริษัทรายใหญ่หลายแห่งในสหรัฐครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา จนทำให้หลายเว็บในสหรัฐไม่สามารถใช้งานได้ชั่วคราว

รายงานระบุว่า บริษัทต่างๆ สามารถเลือกผู้ให้บริการดีเอ็นเอสได้มากถึง 8 ราย โดยเว็บไซต์ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักที่สุดเป็นเว็บไซต์ของบริษัทที่เลือกใช้บริการของดายน์เพียงแห่งเดียว

คายล์ ยอร์ก ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์ของดายน์ กล่าวว่า บริษัทที่ใช้ผู้ให้บริการดีเอ็นเอสจำนวนมากกว่า 1 แห่งได้รับผลกระทบจากเหตุโจมตีดังกล่าวน้อยกว่า แม้จะทำให้การดูแลจัดการทราฟฟิกบนเซิร์ฟเวอร์เว็บมีความยุ่งยากมากขึ้น และส่งผลให้บริษัทมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม

ทั้งนี้ การโจมตีระบบของดายน์ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่เว็บไซต์ที่มีเซิร์ฟเวอร์ในสหรัฐเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อเนื่องไปยังหลายพื้นที่ในยุโรป เนื่องจากระบบดีเอ็นเอสของดายน์ทำหน้าที่เป็นตัวควบคุมอินเทอร์เน็ตทราฟฟิกในยุโรปด้วย

ด้าน แอนดี้ เอลลิส ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความปลอดภัยองค์กรบริษัท อะคาไม เทคโนโลยีส์ ซึ่งช่วยเหลือดายน์แก้ไขปัญหาจากการโจมตีระบบ กล่าวว่า ในการป้องกันการโจมตีระบบดีเอ็นเอสในอนาคตนั้น จำเป็นต้องเพิ่มความหลากหลายทั้งในเรื่องตำแหน่งที่ตั้งเซิร์ฟเวอร์โดเมนและด้านระบบโครงสร้างเครือข่าย

นอกจากนี้ การโจมตีไซเบอร์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยบนอินเทอร์เน็ตตื่นตัวมากยิ่งขึ้น เนื่องจากเป็นแนวทางการโจมตีรูปแบบใหม่ที่ใช้มัลแวร์ชื่อ มิไร เจาะระบบควบคุมอุปกรณ์ใช้ในชีวิตประจำวันซึ่งเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต หรืออินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ (ไอโอที) ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว อุปกรณ์ดังกล่าวไม่มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี หรือใช้พาสเวิร์ดตายตัวที่แฮ็กได้ง่าย ทำให้แฮ็กเกอร์สามารถใช้เป็นเครื่องมือก่อการโจมตีทางไซเบอร์ได้

ผู้เชี่ยวชาญหลายรายแสดงความเห็นว่า การกำจัดภัยคุกคามที่เกิดขึ้นจากไอโอทีทำได้ยาก โดยแนวทางการแก้ปัญหาดังกล่าวในระยะยาว จำเป็นต้องให้รัฐบาลประเทศต่างๆ เข้ามามีบทบาทดูแลความปลอดภัยบนอินเทอร์เน็ตมากขึ้น

ขณะเดียวกัน บริษัท หางโจว ซงไหม่ เทคโนโลยี ผู้ผลิตกล้องวงจรปิดรายใหญ่ในจีน ประกาศเรียกเก็บคืนสินค้าบางส่วนของบริษัทในสหรัฐ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการตั้งพาสเวิร์ด และส่งการอัพเกรดซอฟต์แวร์ให้กับลูกค้าซึ่งใช้สินค้าที่ผลิตก่อนเดือน เม.ย.ปีที่แล้ว หลังจากที่บริษัทออกแถลงการณ์พบการใช้มิไร เพื่อโจมตีทางไซเบอร์ในสหรัฐผ่านกล้องวงจรปิดจำนวนมากของบริษัท

ภาพ…เอเอฟพี

 

ผู้ใช้กาแลคซี่โน๊ต7ในเกาหลีใต้รวมตัวฟ้องซัมซุง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

25 ตุลาคม 2559 เวลา 08:10 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/461773

ผู้ใช้กาแลคซี่โน๊ต7ในเกาหลีใต้รวมตัวฟ้องซัมซุง

ผู้ใช้กาแลคซี่ โน๊ต 7 หลายร้อยคนในเกาหลีใต้รวมตัวฟ้องเรียกค่าเสียหายจากซัมซุง หลังไม่ได้รับความสะดวกในการเรียกคืนสินค้า

สื่อเกาหลีใต้รายงานว่า ผู้ใช้สมาร์ทโฟน กาแลคซี่ โน๊ต 7 หลายร้อยคนในเกาหลีใต้ได้รวมตัวกันฟ้องเรียกค่าเสียหายจากบริษัทซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ เป็นจำนวนเงิน 500,000 วอนต่อคน (ประมาณ 440 ดอลลาร์) เนื่องจากไม่ได้รับความสะดวกในขั้นตอนเรียกคืนสินค้าของบริษัท

รายงานข่าวระบุว่า การรวมตัวฟ้องร้องเป็นกลุ่มในครั้งนี้ถือเป็นกรณีแรกเกี่ยวกับสมาร์ทโฟน กาแลคซี่ โน๊ต 7 ที่เกิดขึ้นในเกาหลีใต้ โดยเบื้องต้น บริษัทกฎหมายระบุว่าสามารถรวบรวมรายชื่อผู้เสียหายได้ทั้งหมด 527 ราย รวมทั้งคาดว่า ผู้เสียหายที่รวมกลุ่มฟ้องร้องอาจมีจำนวนเพิ่มขึ้น เนื่องจากตัวเลขดังกล่าวเป็นรายชื่อที่รวบรวมได้ในสัปดาห์ก่อน

ทั้งนี้ ผู้ซื้อกาแลคซี่ โน๊ต 7 ได้เรียกร้องค่าความเสียหายจากการเสียเวลาและความไม่สบายใจในการใช้สมาร์ทโฟนซึ่งมีแนวโน้มที่จะเกิดไฟใหม้ โดยระบุว่า ทุกคนได้ทำตามขั้นตอนการเรียกคืนสินค้าของบริษัท โดยต้องไปที่ร้านค้าถึง 4 ครั้งเพื่อเปลี่ยนแบตเตอรีและเปลี่ยนเครื่อง และสุดท้ายบริษัทได้ประกาศยุติการผลิต

ภาพ…เอเอฟพี

 

ปัญหาภัยไซเบอร์ยังพุ่ง ลวงผ่านอีเมลสูงสุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

24 ตุลาคม 2559 เวลา 07:33 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/461645

ปัญหาภัยไซเบอร์ยังพุ่ง ลวงผ่านอีเมลสูงสุด

โดย…ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

ความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ยังคงเป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนกังวล จากผลสำรวจผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลกของทางแคสเปอร์สกี้ แล็บ ร่วมมือกับ บีทูบี อินเทอร์เนชั่นแนล ชี้ให้เห็นว่า ผู้ใช้งานยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับปัญหาคุกคามที่พบเจอ

ทั้งนี้ ดัชนีชี้วัดความปลอดภัยไซเบอร์ “Kaspersky Cybersecurity Index” จะอ้างอิงข้อมูลที่ได้จากผู้ใช้งานทั่วโลกหลายพันคน และดำเนินการวัดทุก 6 เดือน เพื่อหาข้อมูลที่เหมาะสมในการตรวจวัดระดับความเสี่ยงของผู้ใช้งานทั่วไป

เครื่องมือที่เรียกว่า The Concerned Indicator จะแสดงจำนวนของผู้ใช้งานที่เชื่อว่า ตนเองตกเป็นเป้าการโจมตีทางไซเบอร์ และระดับของภัยอันตรายที่คิดว่ากำลังเผชิญอยู่ซึ่งเครื่องมือ The Affected Indicator จะระบุจำนวนเหยื่อการโจมตีทางไซเบอร์ในช่วงของการรายงาน เช่น ข้อมูลรั่วไหล หรือการขู่กรรโชกคุกคามทางออนไลน์

ทางด้านของ The Protected Indicator จะแสดงจำนวนของผู้ใช้งานที่ติดตั้งโซลูชั่นเพื่อความปลอดภัยลงบนอุปกรณ์ที่ใช้งานทางอินเทอร์เน็ตของตนเอง ซึ่งเป็นตัวเลขโดยเฉลี่ยของอุปกรณ์นานาประเภท เช่น คอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์โมบาย เป็นต้น

จากข้อมูลเกี่ยวกับการชี้วัดความปลอดภัยไซเบอร์ ระบุไว้ว่า เมื่อเดือน ส.ค. 2559 ที่ผ่านมา ใน 21 ประเทศทั่วโลก มีผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 21% หรือคิดเป็น 1 ใน 5 ที่เชื่อว่าตนเองได้รับการคุกคามจากภัยทางออนไลน์ ขณะเดียวกันเกือบ 1 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสอบถาม หรือคิดเป็น 29% ได้กลายเป็นเหยื่อแผนการอาชญากรรมไซเบอร์ เช่น 8% ที่บัญชีใช้งานเคยถูกปล้น และ 22% ที่อุปกรณ์เคยโดนมัลแวร์

อย่างไรก็ตาม มีเพียง 60% เท่านั้น ที่ติดตั้งโซลูชั่นเพื่อความปลอดภัยบนอุปกรณ์ใช้งานที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ซึ่งดัชนีชี้ให้เห็นว่า ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตหลายๆ คนในทุกวันนี้ มองข้ามภัยไซเบอร์ รวมทั้งตีค่าความร้ายกาจจากการโจรกรรมในโลกออนไลน์ต่ำเกินไป จึงทำให้เจอผลกระทบต่อความปลอดภัยของข้อมูลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ก่อนหน้านี้ เทรนด์ไมโคร ได้คาดการณ์ความเสียหายเกี่ยวกับการขู่กรรโชกของปี 2559 ไว้ว่า ช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ผลกระทบจากการโจมตีเพิ่มขึ้นถึง 172% จากมัลแวร์เรียกค่าไถ่ มูลค่าความเสียหายกว่า 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ จากอีเมลหลอกให้บริษัทต่างๆ โอนเงินไปยังอาชญากรไซเบอร์และยังพบช่องโหว่ในผลิตภัณฑ์ป้องกันความเสียหายเกือบ 500 ช่องโหว่

การหลอกลวงผ่านอีเมลยังคงแพร่กระจายทั่วโลกนั้น ยังคงมีเหยื่อมากกว่า 2.2 หมื่นราย ซึ่งสหรัฐยังคงเป็นประเทศเป้าหมายหลักของการโจมตี โดยช่องโหว่สำคัญที่พบในแพลตฟอร์มอะโดบีแฟลชและไอโอทียังคงมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัญหาข้อมูลที่รั่วไหลสร้างความเสียหายต่อกลุ่มอุตสาหกรรมทั้งภาครัฐและเอกชน

การโจรกรรมผ่านบัตรเครดิต หรือเครื่องคิดเงินรุ่นอัพเดท (Point-of-Sale Malware) ยังคงส่งผลกระทบต่อองค์กรธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กทั่วโลก ในลักษณะที่คล้ายกับเวิร์มทำให้ติดเชื้อข้ามเครือข่ายได้ แม้กระทั่งการโจมตีแบบโทรจัน จะขโมยข้อมูลสำคัญ เช่น ข้อมูลธนาคาร พฤติกรรมการท่องเว็บ และข้อมูลสำคัญอื่นๆ ของผู้ใช้

โดยรวมแล้ว การตรวจพบมัลแวร์เรียกค่าไถ่ชนิดใหม่ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ มีถึง 79 ชนิด แซงหน้าจำนวน มัลแวร์เรียกค่าไถ่ที่ตรวจพบตลอดปี 2558 แต่มัลแวร์ทั้งสองประเภทยังคงสร้างความเสียหายต่อองค์กรต่างๆ รวมเป็นมูลค่า 209 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งการหลอกลวงแบบใช้อีเมลเป็นช่องทางหลักยังคงมีมากถึง 58%

การวางแผนป้องกันภัยไซเบอร์อย่างรัดกุมจึงยังคงเป็นปัจจัยหลักที่องค์กรทุกขนาดและผู้ใช้งานทั่วไปไม่ควรมองข้าม

 

กูเกิลเปิดให้ร่วมลงนามแสดงความอาลัยออนไลน์ได้จากทั่วโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

23 ตุลาคม 2559 เวลา 17:51 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/461630

กูเกิลเปิดให้ร่วมลงนามแสดงความอาลัยออนไลน์ได้จากทั่วโลก

กรมประชาสัมพันธ์-กูเกิลเปิดให้ประชาชนร่วมลงนามแสดงความอาลัยในหลวงรัชกาลที่9 ได้จากทั่วโลก

กรมประชาสัมพันธ์ ร่วมกับ กูเกิล (ประเทศไทย) เปิดโอกาสให้ชาวไทยและผู้คนจากทั่วโลก ร่วมแสดงความอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  ผ่านเว็บไซต์กรมประชาสัมพันธ์ www.prd.go.th โดยเลือก “แสดงความอาลัยออนไลน์ map of memory”

ผู้ที่ร่วมแสดงความอาลัยจะต้องกรอกชื่อ-นามสกุล และที่อยู่ให้ถูกต้องเมื่อกรอกข้อมูลเสร็จเรียบร้อยแล้วจะปรากฏเป็นรูปโบว์สีดำบนแผนที่ตามตำแหน่งที่อยู่ของผู้ลงนามซึ่งแผนที่นั้นจะเป็นแผนที่โลก

“กรมประชาสัมพันธ์ ขอเชิญชวนชาวไทยทั้งที่อยู่ในประเทศไทยและต่างประเทศ ชาวต่างประเทศที่อยู่ในประเทศไทยและต่างประเทศร่วมแสดงความอาลัยแด่พระองค์และร่วมเป็นหนึ่งในประวัติศาสตร์การแสดงความจงรักภักดีในครั้งนี้”กูเกิลระบุ

 

แฮ็กเกอร์ป่วนเว็บดังสหรัฐ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

23 ตุลาคม 2559 เวลา 07:30 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/461540

แฮ็กเกอร์ป่วนเว็บดังสหรัฐ

เว็บดังหลายแห่งของสหรัฐใช้งานไม่ได้ชั่วคราว หลังเกิดเหตุโจมตีไซเบอร์ครั้งใหญ่ 3 รอบ

กลุ่มแฮ็กเกอร์ก่อเหตุโจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ จนส่งผลให้เว็บไซต์ชื่อดังหลายสิบเว็บไซต์ของสหรัฐไม่สามารถเข้าใช้งานได้ชั่วคราว โดยเว็บไซต์ดังกล่าวครอบคลุมบริษัทผู้ให้บริการหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น ทวิตเตอร์ เว็บโซเชียลมีเดีย เพย์พัล ผู้ให้บริการการชำระเงินออนไลน์ และอเมซอน เว็บอี-คอมเมิร์ซรายใหญ่ รวมถึงเว็บสำนักข่าวต่างๆ เช่น ซีเอ็นเอ็น นิวยอร์กไทม์ส และวอลสตรีท เจอร์นัล

วอลสตรีท เจอร์นัล รายงานว่า เหตุโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 00.10 น. ของวันที่ 21 ต.ค.ตามเวลาไทย ซึ่งเป็นการมุ่งโจมตีระบบการตั้งชื่อโดเมน (ดีเอ็นเอส) ของบริษัท ไดนามิก เน็ตเวิร์ก เซอร์วิส หรือ ดายน์ ผู้ให้บริการโดเมนแก่บริษัทรายใหญ่หลายแห่งในสหรัฐ โดยแฮ็กเกอร์ได้ส่งคำสั่งเข้าเว็บแบบต่อเนื่องจนทำให้ผู้ใช้งานจริงไม่สามารถเข้าเว็บได้

คายล์ ยอร์ก ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์ของดายน์ เปิดเผยว่า ความซับซ้อนของการโจมตีระบบ ทำให้การสืบหาตัวแฮ็กเกอร์เป็นเรื่องยาก และเสริมว่าการโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้น 3 รอบ และเตรียมการมาอย่างดี โดยดำเนินการจากเครื่องคอมพิวเตอร์หลายสิบล้านเครื่องพร้อมกัน และบางส่วนมาจากอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ผ่านอินเทอร์เน็ต เช่น กล้องเว็บแคม และเครื่องบันทึกวิดีโอแบบดิจิทัล ซึ่งถูกเจาะระบบและควบคุมโดยโปรแกรมอันตรายชื่อ มิไร หลังจากที่นักวิเคราะห์หลายเตือนว่า อุปกรณ์ดังกล่าวอาจเป็นเครื่องมือที่แฮ็กเกอร์ใช้ดำเนินการโจมตีออนไลน์

วอลสตรีท เจอร์นัล รายงานอ้าง เทาเซนด์อายส์ บริษัทวิจัยเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ว่า ภายในเวลาหลายชั่วโมงหลังการโจมตีรอบแรก ผู้ใช้หลายรายในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐและในมาเลเซียไม่สามารถเข้าเว็บไซต์กว่า 1,200 เว็บที่มีเซิร์ฟเวอร์อยู่ในสหรัฐ

ด้านกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิและเจ้าหน้าที่สืบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) ระบุว่า กำลังดำเนินการสืบสวนเหตุโจมตีดังกล่าว ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวกรองไม่ระบุนามรายหนึ่งของสหรัฐ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซีเอ็นบีซีว่า ในการสอบสวนเบื้องต้น การโจมตีเมื่อคืนวันศุกร์เป็นการสร้างความปั่นป่วนบนอินเทอร์เน็ต และไม่น่าจะได้รับการสนับสนุนจากรัฐบางประเทศอื่น

ขณะเดียวกัน เอพีรายงานว่า กลุ่มแฮ็กเกอร์ชื่อ นิวเวิลด์ แฮ็กเกอร์ส ออกมาอ้างความรับผิดชอบจากเหตุโจมตีดังกล่าวผ่านทางทวิตเตอร์ และเสริมว่าสมาชิกในกลุ่มอีก 10 รายมีส่วนร่วมในการโจมตี อย่างไรก็ดี ทางการสหรัฐยังไม่ยืนยันว่าการโจมตีระบบเป็นฝีมือของแฮ็กเกอร์กลุ่มนี้

ภาพ…เอเอฟพี

 

ประจินถกกูเกิล-ยูทูบจับมือสกัดหมิ่นสถาบัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

22 ตุลาคม 2559 เวลา 08:28 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/461451

ประจินถกกูเกิล-ยูทูบจับมือสกัดหมิ่นสถาบัน

“ประจิน” หารือ ผู้บริหารกูเกิล ยูทูบ สกัดเว็บ-คลิปหมิ่นสถาบัน

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยหลังหารือกับผู้บริหารกูเกิลและยูทูบ ประจำประเทศสิงคโปร์ เกี่ยวกับการขอความร่วมมือและแนวทางการแก้ปัญหาเว็บไซต์ หรือการโพสต์ที่หมิ่นสถาบันเบื้องสูง ว่าทางกูเกิลและยูทูบให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยการจัดตั้งทีมงานเฉพาะกิจที่ประเทศสหรัฐ เพื่อติดตามตรวจสอบปัญหาดังกล่าวอย่างใกล้ชิด พร้อมกับจัดทำแบบฟอร์มเป็นพิเศษที่เป็นภาษาไทย เดิมเป็นภาษาอังกฤษ ในการรับเรื่องร้องเรียนเมื่อพบการกระทำอันไม่เหมาะสม โดยทีมงานดังกล่าวจะมีเจ้าหน้าที่คนไทยร่วมทำงานอยู่ด้วย

ซัมซุงคุยคู่แข่งแอลจี ดึงผลิตแบตมือถือใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

22 ตุลาคม 2559 เวลา 08:00 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/461432

ซัมซุงคุยคู่แข่งแอลจี ดึงผลิตแบตมือถือใหม่

ซัมซุงจับมือแอลจีผลิตแบตมือถือรุ่นใหม่ คาดหยุดผลิตโน้ต 7 กระทบกำไร 1 แสนล้าน

สำนักข่าวนิกเกอิ เอเชียน รีวิว รายงานอ้างแหล่งข่าวว่า ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ กำลังเจรจากับบริษัท แอลจีเคม บริษัทคู่แข่งและผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ของเกาหลีใต้ เพื่อให้ผลิตแบตเตอรี่สำหรับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของซัมซุงในปีหน้า ขณะที่ซัมซุงคาดว่าการยุติผลิตมือถือโน้ต 7 จะฉุดผลกำไร 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1 แสนล้านบาท) ใน 2 ไตรมาสข้างหน้า

ซน ยัง-จู นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์เคียวโบ ซิเคียวริตี้ส์ ระบุว่า แอลจีเคมเป็นผู้นำด้านการผลิตแบตเตอรี่ และซัมซุงอาจต้องการข้อมูลทางเทคนิคบางอย่าง จึงยอมร่วมมือกับคู่แข่งอย่างแอลจี ขณะที่ เอส.เค. คิม นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ไดวะ แคปปิตอล มาร์เก็ตส์ กล่าวว่า การดึงแอลจีเคมเข้ามา ผลิตแบตเตอรี่ให้บริษัท จะทำให้สมาร์ท โฟนของซัมซุงเสถียรมากขึ้น

ขณะเดียวกัน เกียวโดรายงานอ้างกระทรวงคมนาคมของญี่ปุ่นว่า เกิดควันพุ่งออกมาจากมือถือโน้ต 7 ของผู้โดยสารที่สนามบินนานาชาติคันไซเมื่อวันที่ 18 ต.ค. หลังจากที่ผู้โดยสารคนดังกล่าวพยายามถอดแบตเตอรี่ออกจากเครื่่องที่จุดตรวจความปลอดภัย อย่างไรก็ดี ไม่มีรายงานความเสียหายและผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุดังกล่าว

ภาพ http://www.androidauthority.com/samsung-galaxy-s8-lg-battery-723549/

 

กสท.อนุญาตทีวีออกรายการเด็ก-ทั่วไป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

21 ตุลาคม 2559 เวลา 09:28 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/461268

กสท.อนุญาตทีวีออกรายการเด็ก-ทั่วไป

บอร์ด กสท.ให้ทีวีออกอากาศรายการเด็ก-ทั่วไปได้ ยืนยันงดรายการบันเทิง-คุมโทนสี 30 วัน

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (บอร์ด กสท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ กสท.นัดพิเศษ ครั้งที่ 3/2559 พิจารณาเรื่อง การกำหนดแนวปฏิบัติ สำหรับผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ กรณีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสวรรคต เพิ่มเติม ครั้งที่ 2 หลังครบระยะเวลา 7 วัน (วันที่ 21 ต.ค. 2559) โดยผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์สามารถดำเนินรายการให้มีความหลากหลายได้ แต่คงไว้ซึ่งบรรยากาศแสดงความไว้อาลัยในช่วงเวลา 30 วัน

ทั้งนี้ นอกจากสำหรับการออก อากาศรายการนอกเหนือจากรายการข่าวสารสาระสามารถนำรายการที่มี อยู่ในระดับความเหมาะสมสำหรับปฐมวัย (ป.) เด็ก (ด.) และทั่วไป (ท.) รวมถึงโฆษณาที่อยู่ในระดับเดียวกันมาออก อากาศได้ แต่ขอให้สถานีระมัดระวัง ในการออกอากาศและตรวจสอบไม่ให้มีข้อขัดแย้งกับมติ กสท. นัดพิเศษครั้งที่ 1 และ 2 รวมถึงแนวทางการออกอากาศที่ได้ประชุมร่วมกันเมื่อวันที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา และขอให้ควบคุมระดับสีเพื่อคงบรรยากาศการแสดงความไว้อาลัยไปตลอดระยะเวลา 30 วัน

นอกจากนี้ บอร์ด กสท.มีมติให้การถ่ายทอดพระราช พิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล นอกเหนือจากการเชื่อมสัญญาณจากโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทรท.) ในกรณีที่พระบรมวงศานุวงศ์ หรือกษัตริย์ต่างประเทศมาร่วมในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล จะออกอากาศ สดผ่านทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 และหากสถานีโทรทัศน์ใด ประสงค์จะเชื่อมโยงสัญญาณก็สามารถทำได้ รวมถึงการเผยแพร่ผ่านทางโทรทัศน์ออนไลน์ของแต่ละสถานีที่มี อยู่ในปัจจุบันด้วย และเพื่อเป็นการร่วมแสดงความไว้อาลัย ที่ประชุมมอบหมายให้สำนักงาน กสทช. ขอความร่วมมือไปยังสถานีโทรทัศน์ในระบบดิจิทัลภาคพื้นดิน สลับสับเปลี่ยนกันเชื่อมโยงสัญญาณในกรณีที่พระบรมวงศานุวงศ์ หรือ กษัตริย์ต่างประเทศมาร่วมในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเรียงลำดับตั้งแต่ช่อง 1 กองทัพบก ช่อง 2 กรมประชาสัมพันธ์ ช่อง 3 ไทยพีบีเอส ช่อง 10 รัฐสภา ส่วนช่องเอกชนเริ่มตั้งแต่ ช่อง 13-36

 

ทีวีปรับผังไว้อาลัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

19 ตุลาคม 2559 เวลา 06:21 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/460881

ทีวีปรับผังไว้อาลัย

ทีวีดิจิทัลตบเท้าปรับผังรายการ หลัง กสท.ไฟเขียวออกอากาศภาคปกติได้ เน้นคอนเทนต์รายการข่าว สารคดี งดรายการวาไรตี้ ละคร

นายเขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บางกอก มีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง ผู้บริหารช่องพีพีทีวี เปิดเผยว่า หลังจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) มีมติว่าตั้งแต่เวลา 24.00 น. ของวันที่ 14 ต.ค.เป็นต้นไป ให้โทรทัศน์ทุกสถานีกลับเข้าสู่การออกอากาศในภาคปกติ แต่ให้แต่ละช่องนำเสนอรายการที่เหมาะสม และเมื่อมีการถ่ายทอดสดที่เกี่ยวข้องกับพระราชพิธีก็ให้ทุกสถานีทำการเชื่อมสัญญาณจากโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจทันที ซึ่งในส่วนของบริษัทยินดีปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด โดยคอนเทนต์ที่นำมาออกอากาศจะเน้นไปที่รายการข่าว สารคดี และกีฬา

นายชลากรณ์ ปัญญาโฉม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานดิจิทัลทีวี บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ ผู้บริหารช่องเวิร์คพอยท์ทีวี กล่าวว่า หลังจากที่ กสท.อนุญาตให้สถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ สามารถออกอากาศได้ตามปกติ ในส่วนของช่องเวิร์คพอยท์เน้นการออกอากาศในส่วนของรายการข่าวและรายการสารคดีเป็นหลัก จนกว่าจะมีประกาศการเปลี่ยนแปลงการออกอากาศ

ขณะที่ นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส ผู้บริหารช่อง 8 กล่าวว่า ในส่วนของช่อง 8 ได้มีการจัดผังรายการเน้นไปที่การนำเสนอรายการข่าวทั่วไป ข่าวพระราชพิธี ข่าวพระราชกรณียกิจ รายงานข่าวเพื่อสังคมและกีฬาเป็นหลัก พร้อมลดโทนเสียงและสีให้เหมาะกับสถานการณ์ ส่วนรายการบันเทิง เช่น ละคร ซีรี่ส์ และวาไรตี้ จะงดการออกอากาศไปก่อน และนำบทเพลงพระราชนิพนธ์ตลอดจนมิวสิควีดิโอเพลง 88 พรรษา และลูกของพ่อมาออกอากาศแทน

ด้าน นายบรรณสิทธิ์ รักษ์วงษ์ ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ช่องโมโน 29 กล่าวว่า คอนเทนต์ที่นำมาออกอากาศยังคงเน้นไปที่ข่าว สารคดีเทิดพระเกียรติ สลับกับการรับสัญญาณจากสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทรท.)