รวมพลังความคิดสร้างสรรค์ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบปี พบกับนักสร้างสรรค์จากทั่วทุกมุมโลก ที่งาน Creative Thailand 2016, Think Big

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

19 ตุลาคม 2559 เวลา 10:28 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/biz/news/460913

ADVERTORIAL

รวมพลังความคิดสร้างสรรค์ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบปี พบกับนักสร้างสรรค์จากทั่วทุกมุมโลก ที่งาน Creative Thailand 2016, Think Big

มาค้นพบศักยภาพด้านความคิดสร้างสรรค์ของประเทศไทย ในงาน Creative Thailand 2016 Think Big : สร้างสรรค์ สร้างชาติ จัดขึ้นพร้อมกับงาน 42nd BIG+BIH October 2016 ระหว่างวันที่ 19-23 ตุลาคมนี้ ที่ศูนย์แสดงสินค้า ไบเทค บางนา รวบรวมนิทรรศการจากหน่วยงานชั้นนำด้านความคิดสร้างสรรค์ระดับประเทศมากมาย ที่จะมาบอกเล่าเรื่องราวเพื่อสร้างบันดาลใจต่อยอดสู่โอกาสใหม่ทางธุรกิจ ไฮไลท์สำคัญที่พลาดไม่ได้ คือกิจกรรมสัมมนาแห่งปีที่รวบรวมวิทยากรชั้นนำในหลากหลายพื้นที่ของธุรกิจสร้างสรรค์ที่ประสบความสำเร็จในระดบโลก เพื่อสร้างแรงบันดาลใจไม่รู้จบ

ในการพัฒนาประเทศไทยเพื่อมุ่งสู่การเป็น “Thailand 4.0” จำเป็นต้องมีการพัฒนาเครื่องยนต์เพื่อขับเคลื่อนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจชุดใหม่ (New Engines of Growth) โดยอาศัยพื้นฐานจาก “ความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบ” ของประเทศที่มีอยู่ 2 ด้าน คือ “ความหลากหลายทางชีวภาพ” และ “ความหลากหลายเชิงวัฒนธรรม” แล้วนำความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) และนวัตกรรมทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้ในการต่อยอดการพัฒนาให้เกิดเป็น “ความได้เปรียบในเชิงแข่งขัน” เพื่อให้การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยก้าวสู่โมเดล “Thailand 4.0” ตามนโยบายของรัฐบาล

เพื่อตอบสนองนโยบายดังกล่าวให้ประชาชนและนานาประเทศได้เข้าใจและรับรู้ถึงการก้าวสู่ความเป็นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศไทย ทางภาครัฐและเอกชนจึงได้จัดงาน Creative Thailand ขึ้น ซึ่งเป็นงานมหกรรมความคิดสร้างสรรค์ของไทย ภายใต้สโลแกน “Think BIG: กล้าคิด กล้าทำ สร้างสรรค์ สร้างชาติ”

กิจกรรมภายในงาน
ภายใต้แนวคิด “Think BIG: กล้าคิด กล้าทำ สร้างสรรค์ สร้างชาติ” จะเป็นการแสดงนิทรรศการจากหน่วนงานต่างๆ ให้ประชาชนได้เข้าใจถึงเส้นทางการสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการสร้างแรงบันดาลใจให้ประชาชน โดยมีการรวบรวมสินค้าและบริการจากนักสร้างสรรค์มากมาย วัฒนธรรมไทยสร้างสรรค์ที่หลากหลายจากหลายท้องที่ จุดประกายความกล้า เรียนรู้กระบวนการคิด เปิดโอกาสทางธุรกิจ สร้างแรงบันดาลใจผลักดันเศรษฐกิจไทย ให้เข้มแข็งและยั่งยืน โดยในงานจะได้พบกับสินค้าและบริการของเศรษฐกิจสร้างสรรค์จากหน่วยงานและบริษัทต่างๆ โดยแบ่งออกเป็นโซนทั้งหมด 5 โซน ดังนี้

Zone 1 : Baht & Brain

• นิทรรศการ “เศรษฐกิจสร้างสรรค์สำคัญไฉน?” เพื่อแสดงภาพรวมเป้าหมาย และศักยภาพของประเทศไทยในการขับเคลื่อน Creative Economy เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่

Zone 2 : Creative World

• นิทรรศการตัวอย่างความสำเร็จของเมืองในประเทศต่างๆทั่วโลกที่ประสบความสำเร็จ

Zone 3 : Creative District

• ถอดรหัส Creative Thai DNA เพื่อนำมาสร้างเป็น Creative District เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับพื้นที่ และชุมชนต่างๆทั่วประเทศไทยในการพัฒนาให้เกิดเป็นชุมชนคนสร้างสรรค์

Zone 4 : Think Big

มาสร้างแรงบันดาลใจ ดูผลงานจากความคิดสร้างสรรค์ หรือสำหรับคนกล้า ที่มีความคิดสร้างสรรค์แล้ว อยากได้รับการสนับสนุน สามารถมาปรึกษาหน่วยงานต่างๆได้ในโซนนี้ โดยประกอบด้วยพื้นที่ต่างๆ ได้แก่

4.1. Future Pavilion : Pavilion อนาคต ซึ่งจะแสดงให้เห็นเทคโนโลยีล้ำสมัยที่จะนำมาใช้เพื่อพัฒนาในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Soldier Stimulation, Medical Stimulation, Properties Stimulation

4.2. 60 Plus Pavilion : Pavilion สังคมสูงวัย 60+ แนวคิดและโอกาสของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ซึ่งแสดงให้เห็นถึงอนาคตที่กำลังจะเข้าสู่ Aging Society ยังมีโอกาสทางธุรกิจอีกมากมายที่รอคุณอยู่สำหรับสังคมสูงวัยพร้อมสัมผัสกับประสบการณ์ผู้สูงวัยที่คุณยังไม่เคยเป็นมาก่อน โดยการจำลองร้านอาหารสำหรับผู้สูงอายุในญี่ปุ่นมาเปรียบเทียบกับร้านอาหารทั่วไป ทำให้ผู้เข้าเยี่ยมชมได้สัมผัสถึงความรู้สึกของผู้สูงอายุว่า ร้านอาหารปกติ(ที่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับผู้สูงอายุ) เมื่อใช้งานจะเกิดความรู้สึกอย่างไรและเปรียบเทียบกับร้านอาหารที่มีการออกแบบโดยการนำฟังก์ชั่นการใช้งานของเครื่องใช้ต่างๆ ที่ออกแบบมาอย่างลงตัวเพื่อรองรับการใช้งานของผู้สูงอายุ

4.3. Think Big Challenge Pavilion : เวทีสำหรับผู้กล้าที่มีไอเดียอยากหานักลงทุน กิจกรรมสนุก สร้างประสบการณ์สำหรับคนกล้า คนสร้างสรรค์ โอกาสของคุณอยู่ที่นี่ และ Mini Theater แสดงศักยภาพ Digital Contents ประเทศไทย ตัวอย่าง Animation ได้แก่
• NINE ของ the Monk Studios (11 winning awards /22 Official selections
• เรื่องสยองสองนาที ของ Alternate & Riff
• Life of Fire ( Official Selection Annecy, France)
• ทองหล่อ จาก คุณทองแดง ดิ อินสไปเรชั่น
• Dead-Line Project รางวัลประยุติ เงากระจ่าง
• Prince Johney, Official Selection ในงานเทศกาลภาพยนตร์ฝรั่งเศส

4.4. Think Big Showcase : ผลงานจากนักสร้างสรรค์ไทย 5 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่

4.4.1. Service : นักสร้างสรรค์เกมไทยผู้ได้รับรางวัลในเวทีเกมโลกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น

– ARAYA (อารยา) เกมผีแบบไทยแท้ 100% ที่ได้รับการโหวตให้สามารถนำขายได้บน Platform Steam ซึ่งเป็นแหล่งขายเกม PC ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในโลก โดยเป็นเกมแบบ Virtual Reality ซึ่งจะแถลงข่าวเปิดตัวในปลายเดือนตุลาคม แต่ทุกท่านสามารถสัมผัสเกมนี้ได้ก่อนใครที่งาน Creative Thailand เท่านั้น

– Timelie ฝีมือนักศึกษาไทยที่ไปคว้ารางวัล ในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีของนักศึกษา ที่ดังที่สุดในโลก อย่าง. Microsoft imagine cup ประเภทเกม โดยเอาชนะตัวแทนประเทศ 10 ทีมสุดท้ายที่มาจากประเทศอังกฤษ เกาหลีใต้ สเปน ฯลฯ ได้ที่ประเทศนิวซีแลนด์เมื่อเดือน กรกฎาคมที่ผ่านมา

– Thapster TV เกมแรกจากประเทศในเอเชียตะวันออกเชียงใต้ที่ขึ้นอันดับ 1 ใน App Store ที่ต่างประเทศได้! Sinoze เป็นบริษัท start up เกมไทยที่ได้รับเงินลงทุนจาก Invent ของไทย

– Studio Hive ใช้ความคิดสร้างสรรค์รับจ้างวาดภาพประกอบหนังสือการ์ตูน แอนิเมชั่น และเกม รวมถึงออกแบบหุ่นสะสมให้กับบริษัทดังๆ อย่าง Walt Disney และ franchise เด่นๆ อย่าง Starwar, Batman และ marvel คาแรคเตอร์ไทยที่ได้รับรางวัลในเวทีระดับนานาชาติ

– แกะชูชีพ จาก facebook page “Eat All Day” มิตรรักนักกิน ผู้จะมาชวนให้คุณลืมเหล่าโฆษณาลดน้ำหนัก แล้วมากินกันแบบไม่มีพักทั้งของคาวหวาน Prize : อันดับที่ 2 “ASEAN Character award 2015”

– “Bloody Bunny” จากตุ๊กตาน่ารักกลายมาเป็นกระต่ายฮีโร่สายโหด ผู้เกลียดความฟรุ๊งฟริ๊ง คำเตือน! ระวังกระต่ายดุ Prize : อันดับที่ 1 “ASEAN Character award 2014”

– “ติดลม” เป็นควายหนุ่มบ้านนอกนักประดิษฐ์ ที่มีความใฝ่ฝันอยากจะบินด้วยภูมิปัญญาชาวบ้านผสมกับความรู้เรื่องนวตกรรมใหม่ๆ จาก “เฉวียน” เอี้ยงนกเพื่อนคู่หู Prize : อันดับที่ 2 “ASEAN Character award 2016”

4.4.2. Lifestyle

– TalentThai รวบรวมผลงานของนักออกแบบไทยดาวรุ่งที่สุดสร้างสรรค์และน่าจับตามอง ทั้งสินค้าเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน และสินค้าไลฟ์สไตล์ต่างๆ พลาดไม่ได้กับ project พิเศษ design co branding ที่คุณอาจไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน

4.4.3. Craft

– จากสินค้าพื้นถิ่นสู่หัตถศิลป์ระดับโลก ISSAN Project

4.4.4. Food

– จากสินค้าอาหารธรรมดาในอดีต นำมาใส่ความคิดสร้างสรรค์ เพื่อเพิ่มมูลค่าและคุณค่า ไม่ว่าจะเป็นอาหารคาวหวาน ผลไม้แปรรูปต่างๆ ที่ไม่เหมือนใคร เช่น แคบหมูป๊อปคอร์นน้ำมะพร้าวโซดา ข้าวต้มมัดไม่ต้องแช่เย็น เป็นต้น

4.4.5. Sport

– จากวัฒนธรรมของมวยไทยที่มีชื่อเสียง สามารถนำมาใส่ความสร้างสรรค์เพื่อเพิ่มมูลค่า และนำมาพัฒนาเป็นธุรกิจได้มากมาย ซึ่งจะพบกับตัวอย่างธุรกิจได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้ามวยไทยสำหรับสัตว์เลี้ยง การ์ดมวยไทยสาม มิติ ธุรกิจท่องเที่ยวเกี่ยวกับมวยไทย เป็นต้น

4.5. Local Startup (เอกชน) จากสินค้าพื้นบ้าน ใส่ความคิดสร้างสรรค์และภูมิปัญญาชาวบ้าน เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าไทยสู่ตลาดโลก

4.6. One Stop (Creative) Service จุดให้คำปรึกษาครบกระบวนการของรัฐบาล ใครมีไอเดียอยากสร้างธุรกิจ ปรึกษาครบ จบ ทันใจ ขอให้คุณกล้าคิด เราจะช่วยให้คุณกล้าทำ

4.7. Design Services รวบรวมทีมผู้ให้บริการด้านการออกแบบมืออาชีพ จากสมาคมนักออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ( Industrial Design Society : IDS) ที่จะมาเป็นเพื่อนคู่คิด ช่วยคุณหา Solution ใหม่ๆให้กับธุรกิจ ในด้าน Innovation design, Brand design, Industrial product design และ Service design ใครอยากออกแบบอะไรเริ่มต้นได้ง่ายๆที่นี่

4.8. Banks and Venture Capitals รวมธนาคารและกองทุนสร้างสรรค์ ให้นักสร้างสรรค์ไทยได้พูดคุย ระดมทุนสร้างความฝันให้เป็นจริง ขอให้คุณมีไอเดีย เรามีคนที่พร้อมจะลงทุนไปกับคุณ

4.9. University การแสดงนิทรรศการและการออกบูธของสถาบันอุดมศึกษาของไทย ที่สร้างแรงบันดาลใจ

4.10. SACICT (ศูนย์ศิลปาชีพ) ที่สุดแห่งความคิดสร้างสรรค์ของชาติ สุดยอดงานหัตถศิลป์ของไทยที่สร้างสรรค์จากวัฒนธรรมสู่สากล

4.11. Creative Thailand Stadium แลนด์มาร์คภายในงาน ซึ่งจัดแสดงตัวอย่างสื่อสร้างสรรค์ไทย จากสมาคมต่างๆ

และโซนสุดท้าย ไฮไลท์ของงานนี้

Zone5 : TALK Symposium

ฟรี!! Symposium แรงบันดาลใจจากนักสร้างสรรค์หลากหลายระดับโลก ซึ่งในแต่ละวันจะมีหัวข้อแตกต่างกันไป ตลอดทั้ง 5 วัน ดังนี้

วันพุธที่ 19 ตุลาคม 2559 – หัวข้อ “Revolution 4.0”
การเตรียมรับมือการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 โดยเฉพาะการเกิดขึ้นของเทคโนโลยีดิจิตอล ทําให้ลักษณะงานที่เคยมีมานานเปลี่ยนไป ทักษะการทํางานไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหา การคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ การจัดการ การตัดสินใจต่างๆ ตลอดจนความยืดหยุ่น ทางความคิด มีความจําเป็นต้องปรับให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นด้วยเช่นกัน
เตรียมพบกับ
13:00 – 13:45 Tadashi Sudo : Cool Japan & Japanese Animation Industry
14:00 – 14:45 ผู้บริหารจาก S.M.Entertainment: : Derivative Business
15:15 – 16:00 สุธีรพันธุ์ สักรวัตร ในหัวข้อ Branding 4.0
16:15 – 17:00 Dennis Hwang : Niantic / Pokémon Go (USA)

วันพฤหัสบดีที่ 20 ตุลาคม 2559 – หัวข้อ “Creative Aging: The New Opportunity”
โลกกําลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ประเทศไทยกําลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย (Aging Society) แล้วในปี 2563 คาดว่าประเทศไทยจะมีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 14.4 ซึ่งจะก้าวเข้าสู่ สังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์ ผู้บริโภคกลุ่มนี้ ถือเป็นประชากรที่มีอํานาจต่อรองในการซื้อ และมีกําลังซื้อสูง เนื่องจากมีเงินเก็บจากการทํางานหนักมาทั้งชีวิต จึงมีศักยภาพสูง ในการบริโภค สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสทางธุรกิจของผู้ประกอบการ
เตรียมพบกับ
13:00 – 13:45 Andrew Dowling จาก Stitch, Sydney ในหัวข้อ “Innovating for an Aging Population : Challenges & Opportunities”
14:00 – 14:45 กานต์ จอมอินตา จาก ยัง YOUNG คลับ : สมาคมคนไม่ยอมแก่
15:15 – 16:00 มิ่ง มหากิตติคุณ จาก MITEX, Medical Innovative Textile
16:15 – 17:00 Peter Brown จาก Care Resort,Chiang Mai (Thailand)

วันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม 2559 – หัวข้อ “The Maker Club”
กระแสความนิยมของสตาร์ตอัพ ยังคงมีความแรงต่อเนื่องจนกลายเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แห่งอนาคตไปแล้ว ในปัจจุบันเกิดชุมชนสตาร์ตอัพเป็นคนรุ่นใหม่ ทั้งที่เน้นการพัฒนา Tech Startup และการใช้ความคิดสร้างสรรค์ด้านอื่นๆ จํานวนมาก หลายรายประสบความสําเร็จ จนเป็น “ไอดอล” ของคนรุ่นใหม่ไปแล้ว เรามารู้จักสตาร์ตอัพที่น่าจับตามองในยุคนี้กัน
เตรียมพบกับ
13:10 – 13:30 ดำเนินรายการโดย คุณสุธีรพันธุ์ สักรวัตร
13:30 – 14:00 Chiang Mai Maker Club โดย ณัฐ วีระวรรณ์
14:00 – 14:30 HiveSters (เว็บไซต์ออนไลน์นักท่องเที่ยวหัวใจสีเขียว) โดย อชิรญา ธรรมปริพัตรา
14:30 – 15:00 Gravitech US โดย ดร. ชานนท์ ตุลาบดี
15:15 – 15:45 Drivebot (Hardware Tech Startup) โดย ณัฐ วินิจธรรมกุล
15:45 – 16:15 Pin Metal Art Co., Ltd. โดย ศรุตา เกียรติภาคภูมิ
16:15 – 16:45 Thailand IoT Consortium โดย กำพล โชคสุนทสุทธิ์

วันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม 2559 – หัวข้อ “Human Solutions”
ธุรกิจ-ผู้ประกอบการเพื่อสังคม เป็นอีกกระแสหนึ่งที่น่าจับตาในความเป็นโมเดลของเศรษฐกิจ รูปแบบใหม่ที่มุ่งสร้างความสุขให้กับมนุษย์ และสังคม ไม่ได้มุ่งสร้างรายได้เพื่อทํากําไรให้กับ ธุรกิจเพียงอย่างเดียว มีงานโฆษณาหลายๆ ชิ้นที่สร้างมาเพื่อความรับผิดชอบต่อสังคม คลิปไวรัลที่ขายความคิดหรือทัศนคติอะไรบางอย่าง แม้กระทั่งผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมา ด้วยความใส่ใจต่อรายละเอียดทางด้านความคิด ความรู้สึก
เตรียมพบกับ
12:30 – 12:45 Myrtille Tibayrenc : Organizer of BUKRUK Urban Arts Festival and Artistic Director of Toot Yung Art Center
13:00 – 13:45 นภนีรา รักษาสุข จาก Yindee Design
14:00 – 14:45 สุรเสกข์ ยุทธิวัฒน์ จาก toolmorrow
15:15 – 16:00 ทรงกลด บางยี่ขัน จาก a day
16:15 – 17:00 สาธิต จันทร์ทวีวัฒน์ จาก J. Walter Thompson Bangkok

วันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม 2559 – หัวข้อ “Creative Thinking in Business”
วันสุดท้ายของงาน Creative Thailand Symposium เน้นไปที่กระบวนการคิดสร้างสรรค์ ที่นํามาใช้ในกระบวนการบริหารจัดการทางธุรกิจ พบกับ ‘Success Story’ ขององค์กรระดับ ประเทศ และระดับโลก ที่จะร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การพัฒนาไอเดีย การแก้ปัญหา ในทุกๆ ขั้นตอนที่ต้องใช้การผสมผสานหลักเหตุผล และจินตนาการ
เตรียมพบกับ
12:30 – 13:15 ปริญญ์ พานิชภักดิ์ – กรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ
13:30 – 14:00 กรณ์ จาติกวณิช “ประธานชมรม Fintech เเห่งประเทศไทย”
14:15 – 15:00 Toyota Tsusho Electronics (Thailand) Co., Ltd.
15:15 – 16:00 ชลากรณ์ ปัญญาโฉม จาก Workpoint Entertainment Public Company Limited
16:30 – 17:15 วรรณฤดี พงษ์สิทธิศักดิ์ จาก GDH559 Co., Ltd.
17:30 – 17:45 Lars Svensson, IKEA

ทั้งนี้ตารางอาจมีการปรับตามความเหมาะสม ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดได้ผ่านทางเว็บไซต์ www.creativethailand.net หรือ กดเพื่อสำรองที่นั่งได้ ฟรี! ที่ goo.gl/7CE7Hr

Creative Thailand 2016, Think Big เป็นการบูรณาการทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง อันได้แก่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) สำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) มหาวิทยาลัยต่างๆ หน่วยงานประชารัฐ เป็นต้น

 

ทีม Jabjai For School โชว์ผลงานอันยอดเยี่ยม คว้ารางวัลชนะเลิศในโครงการ Young Technopreneur 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

11 ตุลาคม 2559 เวลา 17:18 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/biz/news/459692

ADVERTORIAL

ทีม Jabjai For School โชว์ผลงานอันยอดเยี่ยม คว้ารางวัลชนะเลิศในโครงการ Young Technopreneur 2016

ประกาศรายชื่อทีมชนะเลิศที่สร้างผลงานยอดเยี่ยมในโครงการ Young Technopreneur 2016 ซึ่งทีมที่คว้ารางวัลชนะเลิศ (Samart Innovation Award) ได้แก่ ทีม Jabjai For School ที่ได้นำเอาเทคโนโลยีอันทันสมัยมาใช้กับโรงเรียนเพื่อเพิ่มศักยภาพด้านบริหารจัดการผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ

โครงการ Young Technopreneur ได้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 เป็นการร่วมมือระหว่างสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กับบริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เพื่อช่วยสนับสนุนนโยบายภาครัฐ ที่จะนำพาประเทศไทยก้าวสู่โมเดล “ไทยแลนด์ 4.0” ที่ต้องการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์

ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ได้กล่าวว่าถึงโครงการ Young Technopreneur ว่า “เราได้ร่วมทำโครงการนี้เป็นปีที่ 5 ซึ่งได้มีทีมที่เข้ามาสมัครกว่าร้อยทีม เข้าแคมป์เป็นระยะเวลา 72 ชั่วโมง ผ่านการคัดเลือกให้เหลือเพียง 23 ทีม ซึ่งได้คัดเลือกจนเหลือเพียง 3 ทีม”

โดยทีมที่ชนะทั้ง 3 ทีม นอกจากจะได้รางวัลเป็นตัวเงินแล้ว ยังได้มีโอกาสไปดูงานในต่างประเทศอีกด้วย ซึ่งถือว่าน้องๆ ที่มีอายุ 25-30 ปี ได้มีโอกาสก้าวกระโดดไปเป็นเจ้าของกิจการได้เลย แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ซึ่งมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่เราต้องรับผิดชอบ

เราต้องมีพลังที่จะขับเคลื่อนความฝันให้เป็นผลิตภัณฑ์หรือเป็นบริการให้กับลูกค้า โดยความจริงใจเป็นเรื่องที่สำคัญ อาทิ ความจริงใจต่อผู้ถือหุ้นและความจริงใจต่อพนักงาน

สิ่งที่สำคัญอีกประการคือ ความมีวินัยต่อตนเอง ต่อเพื่อนร่วมงาน ต่อองค์กร และเพื่อนรอบข้าง ซึ่งมีความสำคัญต่อการทำธุรกิจ คงมีอีกหลายเรื่องที่ต้องฝ่าฟันและเรียนรู้ การล้มในแต่ละครั้งย่อมเป็นบนเรียนสำคัญที่ทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น และสิ่งเหล่านี้จะเป็นบนเรียนที่ดีที่ทำให้เราก้าวข้ามอุปสรรค และทำให้เราเติบโตต่อไปอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ประธานกรรมการบริหาร บมจ. สามารถคอร์ปอเรชั่น นายเจริญรัฐ วิไลลักษณ์ ได้ขึ้นมากล่าวบนเวทีว่า “ปีนี้เป็นปีที่ 14 ที่กลุ่มบริษัทสามารถ ให้การสนับสนุนโครงการ Samart Innovation Award ซึ่งนับเป็นบริษัทแรกๆ ของประเทศไทยที่เข้าร่วมโครงการ เพราะเมื่อ 14 ปีที่ผ่านมา เราขายโทรศัพท์มือถือ i-mobile และเราอยากหาแอปพลิเคชัน และซอฟต์แวร์ใหม่ๆ มาใส่ในโทรศัพท์เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดได้ และเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา สวทช. โดยเฉพาะซอฟต์แวร์ปาร์คได้เริ่มทำโครงการเถ้าแก่น้อย ทางเราก็ดีใจที่ได้เข้าร่วมโคงการ”

ตั้งแต่เริ่มโครงการมามีหลายๆ ทีมที่ได้รับรางวัลได้ไปเป็นเถ้าแก่ ประสบความสำเร็จจริง ซึ่งจะเห็นได้ว่าคนที่ประสบความสำเร็จริงๆ นั้น นอกจากจะมีความคิดที่ดีแล้ว ยังเป็นคนขยันอีกด้วย

สิ่งหนึ่งที่อยากให้ทุกคนตระหนัก คือเราต้องคิดว่าเมื่อมีนวัตกรรมแล้ว เราต้องทำอย่างไรให้เหมาะสมกับเวลาและตลาด ซึ่งที่จริงแล้วเราต้องดูหลายๆ ปัจจัย ไม่ใช่แค่มีผลิตภัณฑ์ เราต้องดูว่าผู้บริโภคต้องการอะไร บางทีเรามีนวัตกรรม มีไอเดียแปลกๆ มากมาย แต่บางทีอาจจะไม่เป็นที่ต้องการของตลาดก็ได้

บริษัท สามารถ ก็ประสบความสำเร็จในหลายๆ อย่าง อาทิ การนำเอาบริการที่ประสบความสำเร็จในต่างประเทศ เข้ามาในประเทศไทยและทำราคาให้คนไทยรับได้ ซึ่งส่วนมากเราจะประสบความสำเร็จในเรื่องเหล่านี้ ซึ่งพวกเราบางคนในที่นี้ก็อาจจะมีนวัตกรรมที่สามารถขายให้กับชาวโลกได้จริงๆ

นายนรินทร์ คูรานา สมาชิกจากทีม Jabjai For School ผู้คว้ารางวัลชนะเลิศกล่าวว่า “เทคโนโลยีนี้เกิดจากความต้องการเห็นสังคมไทยเป็น Cashless Society ตอนเริ่มแรกๆ ก็ไม่แน่ใจว่าประเทศไทยพร้อมหรือยัง จึงได้นำระบบซื้อขายด้วยลายนิ้วมือนำมาทดสอบใช้กับโรงเรียนก่อนและก็ได้รับผลตอบรับดีมาก โดยเริ่มจากโรงเรียนต้นแบบและได้พัฒนาระบบมาจนสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น”

เทคโนโลยีนี้เป็นระบบบริหารจัดการภายในโรงเรียนที่ต้องการการยืนยันถึง 2 ขั้นตอน คือ กดรหัส 4 หลัก และสแกนลายนิ้วมือ เป็นระบบ Prepaid สำหรับนักเรียนที่มีเงินฝากไว้กับบัญชีในโรงเรียน นอกจากนี้ ยังมีแอปพลิเคชันสำหรับตัวนักเรียนเองหรือผู้ปกครองสามารถดูได้ว่ามีเงินคงเหลือเท่าไหร่และสามารถจำกัดวงเงินใช้จ่ายได้ พร้อมทั้งสามารถ้ดูประวัติการเรียน และการเข้าออกโรงเรียนได้อีกด้วย

ตอนนี้ยังอยู่ในเฟสแรก โดยเรามองถึงยุค Cashless Society คือเป็นสังคมที่ไม่ต้องใช้เงินสดอีกต่อไป ทุกอย่างใช้ระบบดิจิตอล โดยระบบนี้จะช่วยลดข้อผิดพลาด ลดการทำงานที่ซ้ำซ้อน เพิ่มศักยภาพให้กับโรงเรียน ช่วยพัฒนาโรงเรียนให้เป็นยุคดิจิตอล และเพิ่มภาพลักษณ์ให้กับโรงเรียนได้อีกด้วย

ศรัณย์ ลีลาเวทพงษ์ สมาชิกจากทีม HOPS : Seamless Shopping Experience ที่คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้อธิบายถึงผลิตภัณฑ์ว่า “เป็นแอปพลิเคชันมือถือรูปแบบใหม่ให้กับร้านค้า เพื่อช่วยในการประชาสัมพันธ์ข้อมูลทางการตลาด ดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาเยี่ยมชมร้านค้าด้วยการมองคะแนนสะสมเมื่อลูกค้าเดินเข้าร้าน กระตุ้นให้ลูกค้ามีปฏิสัมพันธ์กับสินค้าภายในร้านค้า รวมถึงการสำรวจความคิดเห็นหลังการซื้อขาย ทำให้ร้านค้าสามารถสื่อสารกับลูกค้าได้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ถูกที่ถูกเวลา เข้าใจความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น”

ณัฐกานต์ สระทองอยู่ สมาชิกทีม O Orchid ระบบดูแลและจัดการฟาร์มกล้วยไม้ กล่าวว่า “เราทำระบบการจัดการให้กับพืชให้มีผลผลิตได้ทุกฤดู โดยทำความชื้นให้กับต้นไม้ เราต้องดูว่าต้นไม้ชอบความชื้นที่เท่าไหร่ เพราะความชื้นเป็นปัจจัยที่ทำให้ต้นไม้โตเร็วด้วย ที่เลือกกล้วยไม้เพราะเป็นไม้ดอกที่มีปริมาณส่งออกเป็นอันดับ 1 ของประเทศ”

ที่ตั้งใจไว้คือทำความชื้นแบบระบบเปิด เมื่อความชื้นเพียงพอแล้วระบบจะปิดและลมก็สามารถพัดถ่ายเทอากาศได้ ใช้ระบบหมอกควัน ultrasonic ซึ่งทำให้เกิดความชื้นแต่ไม่มีไอน้ำเกาะ โอกาสที่จะทำให้รากเน่าเพราะความชื้นมีน้อยมาก

เราสามารถต่อยอดจากอุปกรณ์นี้ คือทำให้เป็นอุปกรณ์ที่ใช้งานจริงขายให้เกษตรกรโดยตรง โดยเป็นอุปกรณ์เปิด-ปิดน้ำ และเปิด-ปิดหมอก ใช้ระบบ online ที่สามารถดูสถานะ ความชื้น อุณหภูมิในฟาร์มแบบ real-time มีแอปพลิเคชันสำหรับควบคุมสั่งงานผ่านมือถือ

สำหรับปีหน้า โครงการฯ ได้มีการปรับหลักสูตรอบรมให้สอดรับกับเทรนด์เทคโนโลยีและหัวข้อการประกวด โดยนำผลที่ได้จากโครงการฯ ทั้ง 5 รุ่น มาปรับปรุงเนื้อหากิจกรรมให้เหมาะกับนักเทคโนโลยีรุ่นใหม่มากขึ้น ภายใต้หัวข้อประเภทการประกวด 5 กลุ่ม ซึ่งเป็นกลุ่มเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมเป้าหมาย ที่โครงการ Thailand 4.0 ของภาครัฐให้ความสำคัญ อันได้แก่ 1. กลุ่มอาหาร เกษตร และเทคโนโลยีชีวภาพ (Food, Agriculture & Bio-Tech) 2. กลุ่มสาธารณสุข สุขภาพ และเทคโนโลยีทางการแพทย์ (Health, Wellness & Bio-Med) 3. กลุ่มเครื่องมืออุปกรณ์อัจฉริยะ หุ่นยนต์ และระบบเครื่องกล (Smart Devices, Robotics & Mechatronics, Smart Logistic, Smart Energy) 4. กลุ่มดิจิทัล เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตที่เชื่อมต่อและบังคับอุปกรณ์ต่างๆ (Digital, Internet of Things, Fintech, Ecommerce, Education Technology) และ 5. กลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ วัฒนธรรม และบริการที่มีมูลค่าสูง (Creative, Culture & High Value Services, Life style, Tourism)

โครงการเถ้าแก่น้อยเทคโนโลยี 2017 เปิดรับสมัครตั้งแต่เดือนมกราคม 2560 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2560 หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ โทร. 02-583-9992 ต่อ 1510 www.nstda.or.th/bic/ หรือ ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โทร. 02-502-6522 www.samartsia.com

 

ชาวโซเชียลไว้อาลัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

18 ตุลาคม 2559 เวลา 06:02 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/460764

ชาวโซเชียลไว้อาลัย

คนไทยแสดงความรู้สึกผ่านช่องทางสังคมออนไลน์สูงที่สุด และต่อเนื่องตลอด 4 วันที่ผ่านมา

บริษัท โธธ โซเชียล ผู้ให้บริการระบบข้อมูลเชิงลึกและวิเคราะห์ผลด้านโซเชียลมีเดีย ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในช่วงวันที่ 13-16 ต.ค.ที่ผ่านมา พบว่าประชาชนชาวเน็ตมีการใช้คีย์เวิร์ดเพื่อโพสต์ข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ โดยใช้คำว่า ทรงพระเจริญ มากที่สุดถึง 3.44 แสนข้อความ คิดเป็น 29.05% รองลงมาคือคำว่า ทุกชาติไป 2.78 แสนข้อความ คิดเป็น 23.49% และคำว่า ในหลวง 1.51 แสนข้อความ คิดเป็น 12.80%

ทั้งนี้ การแสดงความคิดเห็นส่วนใหญ่ยังคงใช้ผ่านช่องทางเฟซบุ๊กกว่า 7 แสนข้อความ คิดเป็น 75.25% รองลงมาคือ ทวิตเตอร์ 1.19 แสนข้อความ คิดเป็น 12.80% และอินสตาแกรม 1.02 แสนข้อความ คิดเป็น 11.06%

แฮชแท็กยอดนิยมคือคำว่า ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป คิดเป็น 32.55% เรารักในหลวง 21.78% และ Longlivetheking 13.71% สำหรับผู้แสดงความคิดเห็นยังคงเป็นเพศหญิง 66.94% เพศชาย 33.06%

ขณะที่ลักษณะของการโพสต์ข้อความ ยังคงเป็นในรูปแบบของการเทิดพระเกียรติและการแสดงความไว้อาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ

 

เฟซบุ๊กหยุดแสดงโฆษณาบนหน้าฟีดในไทยชั่วคราวไม่มีกำหนด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

17 ตุลาคม 2559 เวลา 11:21 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/460683

เฟซบุ๊กหยุดแสดงโฆษณาบนหน้าฟีดในไทยชั่วคราวไม่มีกำหนด

เฟซบุ๊กหยุดการแสดงโฆษณาบนหน้าฟีดของผู้ใช้ในไทยชั่วคราวไม่มีกำหนดเพื่อถวายความอาลัยต่อในหลวงรัชกาลที่9

เครือข่ายสังคมออนไลน์เฟซบุ๊ก ได้ประกาศหยุดการแสดงโฆษณาสำหรับผู้ใช้งานภายในประเทศไทยชั่วคราวอย่างไม่มีกำหนด หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทางเฟซบุ๊กได้ประกาศยุติการแสดงโฆษณาเป็นเวลา 3-7 วัน เมื่อวันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้เพื่อร่วมถวายความอาลัยต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ขณะที่ผู้ลงโฆษณาไปยังผู้ใช้เฟซบุ๊กในประเทศอื่น ๆ โฆษณาจะยังคงแสดงผลตามปกติ

ภาพ…เอเอฟพี

 

ราชกิจจาฯเผยแพร่บัญชีเงินเดือนใหม่พนักงานกสทช.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

15 ตุลาคม 2559 เวลา 21:39 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/460480

ราชกิจจาฯเผยแพร่บัญชีเงินเดือนใหม่พนักงานกสทช.

ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ระเบียบกสทช.เปิดบัญชีเงินเดือนขั้นต่ำ-ขั้นสูงของพนักงานสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้ประกาศเผยแพร่ ระเบียบคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2559 ที่ลงนามโดย พลอากาศเอก ธเรศ ปุณศรี ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ซึ่งได้ให้ยกเลิกบัญชีเงินเดือนขั้นต่ำขั้นสูงของพนักงานสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง

กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) แนบท้ายระเบียบคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติว่าด้วยการบริหารงานบุคคล (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2557 และให้บัญชีเงินเดือนขั้นต่ำขั้นสูงของพนักงานสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เป็นไปตามบัญชีแนบท้ายระเบียบนี้แทน เว้นแต่บัญชีเงินเดือนขั้นต่ำขั้นสูง ของรองเลขาธิการ (ระดับ บ1) ให้ใช้บังคับตามระเบียบคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติว่าด้วยการบริหารงานบุคคล (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2557 ต่อไป จนกว่าคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติชุดใหม่เข้าปฏิบัติหน้าที่ ส่วนพนักงานที่ได้รับเงินเดือนในอัตราขั้นสูงหรือเกินกว่าอัตราขั้นสูงของบัญชีเงินเดือนขั้นต่ำขั้นสูงของพนักงานกสทช.แนบท้ายระเบียบฉบับนี้อยู่ก่อนแล้ว ให้ได้รับเงินเดือนในอัตราที่ได้รับอยู่เดิมต่อไป

สำหรับบัญชีเงินเดือนแนบท้ายที่ประกาศมีการปรับเพดานเงินเดือนขั้นต่ำ-สูง ที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับบัญชีเงินเดือนเดิม เช่นตำแหน่ง รองเลขาธิการ (ระดับ บ1) ขั้นต่ำ-สูง 150,000-250,000 บาท อัตราเดิม 130,000 -220,000 บาท ผู้อำนวยการสำนัก (ระดับ บ2) 84,500 – 180,000 บาท อัตราเดิม 80,000- 170,000 บาท ผู้อำนวยการส่วน (ระดับ บ3) 54,000 -130,000 บาท อัตราเดิม 50,000 – 120,000 บาท พนักงานปฏิบัติการระดับต้น (ระดับ ก3) 20,000 -40,000 บาท อัตราเดิม 12,000 – 40,000 บาท พนักงานปฏิบัติการระดับสูง (ระดับ ก1) 38,500- 100,000 บาท อัตราเดิม 38,000 -100,000 บาท เป็นต้น

 

เฟซบุ๊ก-กูเกิลปรับหน้าเว็บเพจถวายอาลัยในหลวงรัชกาลที่9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

14 ตุลาคม 2559 เวลา 21:45 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/460370

เฟซบุ๊ก-กูเกิลปรับหน้าเว็บเพจถวายอาลัยในหลวงรัชกาลที่9

เครือข่ายสังคมออนไลน์ดังร่วมกันปรับเปลี่ยนหน้าเว็บไซต์เพื่อถวายอาลัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9

เมื่อวันที่ 14 ต.ค. เครือข่ายสังคมออนไลน์ชื่อดังระดับโลกต่างมีการปรับโฉมเว็บไซต์เพื่อถวายอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9

โดยเว็บไซต์ google.co.th ร่วมถวายความอาลัยด้วยการติดริบบิ้น และเปลี่ยนเป็นสีดำ เช่นเดียวกับ Facebook ที่ระบุข้อความแสดงความเสียใจ พร้อมทั้งน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ขณะที่ผู้คนในสื่อสังคมออนไลน์แชร์เพลย์ลิสต์เพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผ่านทาง Apple music และสตรีมมิงอื่นๆอย่างแพร่หลาย

ด้าน การีนา ออนไลน์ (ปรเทศไทย) ผู้ผลิตเกมส์ออนไลน์ ประกาศปิดให้บริการเซิร์ฟเวอร์เกมคอมพิวเตอร์และมือถือ ในประเทศไทย ถึงวันที่ 17 ต.ค. เพื่อถวายอาลัย

 

 

 

กสทช.เผยผลสอบระบุAISไม่มีเอี่ยวข้อมูลลูกค้ารั่ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 ตุลาคม 2559 เวลา 12:31 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/460005

กสทช.เผยผลสอบระบุAISไม่มีเอี่ยวข้อมูลลูกค้ารั่ว

กสทช.รับทราบผลสอบกรณีพนักงานเอไอเอสทำข้อมูลลูกค้ารั่ว สรุปว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัท

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ กสทช. วันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้รับทราบรายงานผลการสอบข้อเท็จจริงกรณีพนักงาน บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์คนำข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าไปให้บุคคลภายนอก ซึ่งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงได้มีการตรวจสอบแล้ว เห็นว่า บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำของพนักงาน

อย่างไรก็ตาม กรณีนี้ผู้เสียหายได้แจ้งความดำเนินคดีแล้ว และหากในชั้นของพนักงานสอบสวนพบว่ามีประเด็นใดที่บริษัทมีส่วนเกี่ยวข้อง กสทช.ก็จะนำเรื่องนี้กลับเข้าพิจารณาอีกครั้ง

นอกจากนี้ กสทช.ยังมีมติให้สำนักงาน กสทช. มีหนังสือแจ้งตักเตือนไปยังบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค ให้มีความระมัดระวังอย่าให้พนักงานที่อยู่ภายใต้การดำเนินการนำข้อมูลของลูกค้าไปเปิดเผย เพราะจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม 2544 อีกทั้งจะมีหนังสือแจ้งไปยังผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกรายเพื่อป้องกันปัญหาที่เกิดในอนาคตข้างหน้าด้วย

นายฐากร กล่าวอีกว่า ที่ประชุม กสทช. ยังมอบหมายให้สำนักงาน กสทช. ไปแจ้งความกับพนักงานของบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค ที่กระทำผิดด้วย เนื่องจากมาตรา 32 ของ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม 2553 กำหนดให้ กสทช.เป็นผู้เสียหายในเรื่องนี้

ขณะเดียวกัน ที่ประชุม กสทช.ได้รับทราบมติที่ประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ในการเปิดประมูลเบอร์สวยจำนวน 16 เบอร์ ในวันที่ 27 พ.ย.นี้ โดยเบอร์ 9 ตัวเหมือน 2 เบอร์ ได้แก่ 08-8888-8888 และ 09-9999-9999 ราคาเริ่มต้นที่ 20 ล้านบาท ขณะที่ เบอร์ 8 ตัวเหมือนอีก 14 เบอร์ คือ 09-0000-0000, 09-1111-1111, 09-2222-2222, 09-3333-3333, 09-4444-4444, 09-5555-5555, 09-6666-6666, 09-7777-7777, 09-8888-8888, 06-1111-1111, 06-2222-2222, 06-3333-3333, 06-4444-4444, 06-5555-5555 กำหนดราคาเริ่มต้นการประมูลไว้ที่ 6 ล้านบาท โดยที่มาของราคากลางมาจากการสำรวจราคาในตลาด พบว่าถ้าเป็น 7 ตัวเหมือนกันจะซื้อขายกันในราคา 5 ล้านบาท

ทั้งนี้ กสทช.จะเปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 14-25 พ.ย. ส่วนกระบวนการในการประมูลจะประมูลแบบยกป้าย ผู้ที่เสนอราคาให้สูงสุดจะเป็นผู้ชนะการประมูล สำหรับเงินวางหลักประกันการประมูลกำหนดไว้ที่ 10% ของราคาเริ่มต้นการประมูล

 

“ไลน์”เตือนใช้วิจารณญาณในการรับ-ส่งข่าวสาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 ตุลาคม 2559 เวลา 17:12 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/459906

"ไลน์"เตือนใช้วิจารณญาณในการรับ-ส่งข่าวสาร

LINE Thailand ออกประกาศขอความร่วมมือผู้ใช้งาน ใช้วิจารณญาณในการรับ-ส่ง ข่าวสาร ที่ไม่มีหลักฐานพิสูจน์ข้อเท็จจริง

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2559 เฟซบุ๊ก LINE Thailand – Official  ได้ออกประกาศเตือนประชาชนชาวไทย โปรดใช้วิจารณญาณในการรับ-ส่งข่าวสารที่ไม่มีหลักฐานพิสูจน์ข้อเท็จจริง ซึ่งอาจนำไปสู่การเผยแพร่ข้อมูลที่ผิดผ่าน LINE ได้

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การออกประกาศเเจ้งเตือนครั้งนี้ เกิดขึ้นภายหลัง ผู้ใช้งานจำนวนหนึ่งได้ส่งข้อความ ข่าวสาร ที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ข้อเท็จจริง จนอาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดได้

ด้าน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขอพี่น้องประชาชนอย่าให้ความสนใจหรือตื่นตระหนกไปกับข่าวลือในโซเชี่ยลมีเดีย ที่อาจสร้างความวิตกหวั่นไหว  ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบความน่าเชื่อถือได้ จึงอยากขอให้พี่น้องประชาชนเปิดรับข่าวในช่องทางการ ที่มีความถูกต้อง เที่ยงตรง

 

ซัมซุงพร้อมดูแลลูกค้าไทยที่จองกาแลคซี่โน้ต7หลังทั่วโลกหยุดจำหน่าย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 ตุลาคม 2559 เวลา 13:37 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/459826

ซัมซุงพร้อมดูแลลูกค้าไทยที่จองกาแลคซี่โน้ต7หลังทั่วโลกหยุดจำหน่าย

ซัมซุง ประเทศไทย พร้อมดูแลลูกค้าที่สั่งจอง กาแลคซี่ โน้ต 7 ล่วงหน้า หลังทั่วโลกหยุดจำหน่าย กาแลคซี่ โน้ต 7 ถาวร

เมื่อวันที่ 12 ต.ค.บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ แจ้งว่า ประเทศไทย ยังไม่มีการวางจำหน่ายกาแลคซี่ โน้ต 7 แต่อย่างใด มีเฉพาะลูกค้าที่สั่งจองล่วงหน้าเท่านั้น ทั้งนี้บริษัทขอเรียนแจ้งลูกค้าที่ทำการสั่งจองล่วงหน้า (Pre-Booking) ว่าลูกค้าสามารถรับเงินมัดจำคืนเต็มจำนวน และสามารถเลือกรับสิทธิประโยชน์ข้อใดข้อหนึ่ง ดังนี้

1. รับสิทธิพิเศษในการซื้อซัมซุง กาแลคซี่รุ่นอื่นในราคาพิเศษ ที่ช่องทางที่จองเครื่องไว้ ตามรายละเอียดดังนี้

-ซื้อกาแลคซี่ เอส 7 หรือ กาแลคซี่ เอส 7 เอดจ์ หรือ กาแลคซี่ โน้ต 5 ในราคา 10,000 บาท

-รับฟรี Samsung Level Active มูลค่า 2,990 บาท (โดยสามารถมารับ Samsung Level Active ได้ตั้งแต่วันที่ 21 พ.ย. – 31 ธ.ค.นี้) ลูกค้าที่ยกเลิกและได้รับเงินชดเชย 2,000 บาทไปแล้วก่อนหน้านี้ ไม่สามารถเปลี่ยนมารับสิทธิ์นี้ได้

2. ใช้สิทธิ์ยกเลิกการจอง

-รับเงินชดเชย 2,000 บาท โดยแจ้งความประสงค์ที่ช่องทางที่จองเครื่องไว้

โดยเริ่มรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 21 ต.ค. – 30 พ.ย. นี้ ในกรณีที่ลูกค้าต้องการสอบถามหรือติดต่อกับช่องทางที่จองเครื่องไว้สามารถตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ได้ที่ใบจองหรือใบสั่งซื้อ

ซัมซุงขออภัยเป็นอย่างสูงในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น โดยยืนยันว่าจะดูแลลูกค้าทุกท่านอย่างดีที่สุด และขอขอบคุณลูกค้าที่ยังคงให้ความไว้วางใจต่อซัมซุงด้วยดีเสมอมา

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Samsung Customer Contact Center 0-2689-3232 หรือโทรศัพท์บ้านโทรฟรี 1800-29-3232

ภาพ…เอเอฟพี

 

กทค.ห้ามค่ายมือถือ ปฏิเสธลูกค้าปิดเบอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 ตุลาคม 2559 เวลา 13:10 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/459820

กทค.ห้ามค่ายมือถือ ปฏิเสธลูกค้าปิดเบอร์

กทค.ประเดิมใช้กฎเหล็กฟันค่ายมือถือ ปฏิเสธการยกเลิกเบอร์มือถือ ถือว่าเอาเปรียบผู้บริโภค ปรับสูงสุด 5 ล้าน

ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) วันที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านมา มีมติกรณีผู้ให้บริการโทรคมนาคมปฏิเสธคำขอยกเลิกใช้บริการว่าเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคมีผลใช้บังคับเป็นการทั่วไป ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มีการนำประกาศ กสทช. เรื่องการกระทำที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม โดยอาศัยการใช้เครือข่ายหรือการโฆษณาอันมีลักษณะเป็นการค้ากำไรเกินควร หรือก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ 2558 มาบังคับใช้

ทั้งนี้ มติดังกล่าวสืบเนื่องจากที่ประชุม กทค. พิจารณาเรื่องร้องเรียนของผู้บริโภค กรณีใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของบริษัท ดีแทค ไตรเน็ต แต่เมื่อไปแจ้งขอยกเลิกเบอร์ที่ศูนย์บริการแห่งหนึ่งใน จ.ชัยนาท กลับถูกพนักงานปฏิเสธ อ้างว่าไม่สามารถยกเลิกให้ได้ หากต้องการยกเลิกต้องไปติดต่อที่สำนักงานใหญ่เท่านั้น แต่ได้มีการเปลี่ยนแปลงโปรโมชั่นจากเหมาจ่ายรายเดือน 399 บาท เป็นจ่ายรายเดือน 59 บาท ต่อมาผู้บริโภคทำเครื่องมือถือหาย จึงแจ้งขอระงับสัญญาณ แต่หลังจากนั้นยังคงถูกเรียกเก็บค่าบริการอีก

ที่ประชุม กทค.มีมติว่าดีแทคสามารถเรียกเก็บค่าบริการรายเดือนตามโปรโมชั่น 399 บาท ได้จนถึงวันที่ผู้บริโภคเริ่มต้นใช้โปรโมชั่นใหม่ และหลังจากนั้นมีสิทธิเรียกเก็บค่าบริการรายเดือน 59 บาท จนถึงวันที่แจ้งระงับสัญญาณ ส่วนการที่สำนักงานสาขาปฏิเสธการขอยกเลิกเลขหมายของผู้ใช้บริการนั้น กทค. เห็นว่าเป็นการกระทำที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค

นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กทค. ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชนในกิจการโทรคมนาคม กล่าวว่า กทค.มีมติว่าการปฏิเสธคำขอยกเลิกใช้บริการถือเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคขั้นตอนต่อไปคือ สำนักงาน กสทช.ต้องไปดำเนินการต่อด้วยการแจ้งไปยังผู้ให้บริการโทรคมนาคม เพื่อให้มีผลบังคับใช้เป็นการทั่วไป

“ชัดเจนว่าต่อไปนี้ห้ามบริษัทมือถือปฏิเสธลูกค้าที่ต้องการขอยกเลิกบริการ จะมาอ้างว่าเป็นแค่ศูนย์บริการสาขาแล้วดำเนินการให้ไม่ได้นั้น ถือว่าไม่ถูกต้อง ยกเว้นตัวแทนจำหน่ายซิมการ์ดของบริษัทที่ไม่สามารถปิดบริการให้ได้ ดังนั้น ถ้าผู้บริโภคพบการกระทำลักษณะนี้ อยากให้ร้องเรียนมาที่สำนักงาน กสทช. หากผู้ให้บริการรายใดยังฝ่าฝืนก็จะมีโทษปรับไม่เกิน 5 ล้านบาท และปรับได้อีกวันละไม่เกิน 1 แสนบาท ตลอดระยะเวลาที่ยังไม่ได้ปฏิบัติตาม”นพ.ประวิทย์ กล่าว