เกาะติด 4 เทรนด์ไอที ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล 4

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

11 ตุลาคม 2559 เวลา 14:22 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/459579

เกาะติด 4 เทรนด์ไอที ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

โดย…ปากกาด้ามเดียว

ประเทศไทยกำลังขับเคลื่อนอย่างรวดเร็วเพื่อให้สอดรับกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล นั่นคือการไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม หลายธุรกิจเริ่มปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อเตรียมพร้อมกับการแข่งขันทางธุรกิจ และให้ความสำคัญในการเพิ่มศักยภาพภาพทางด้านระบบโครงสร้างพื้นฐานขององค์กรมากขึ้น

บัณฑิต ว่องวัฒนะสิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์เนต โซลูชั่น แอนด์ เซอร์วิส โพรวายเดอร์ หรือ ไอเอสเอสพี กล่าวว่า จากแนวโน้มของเทรนด์เทคโนโลยีในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล องค์กรธุรกิจควรพิจารณาเพื่อนำมาปรับใช้ให้ธุรกิจสามารถจะเติบโตและก้าวไปพร้อมๆ กับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ด้วย 4 เทรนด์ไอทีประกอบด้วย

เทรนด์แรก โมบายเทคโนโลยี (Mobile Technology) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใกล้ชิดคนไทยมากที่สุด โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคที่หันมานิยมใช้สมาร์ทโฟน, แวร์เอเบิล, แท็บเล็ต และอุปกรณ์เชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตเพิ่มมากขึ้น และมีบทบาทสำคัญอย่างมากในชีวิตประจำวัน ผู้บริโภคมีไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป อุปกรณ์โมบายกลายเป็นส่วนหนึ่งในทุกกิจกรรม ซึ่งจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปดังกล่าว ทำให้ภาคธุรกิจต้องหันมาสนใจในการคิดค้น และพัฒนาโมบายเทคโนโลยี หรือแอพพลิเคชั่นต่างๆ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งใช้ช่องทางดังกล่าวเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างลูกค้าและองค์กรอย่างใกล้ชิด

เทรนด์ที่ 2 อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ (Internet of Things หรือ IoT) ที่กำลังเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญในการผสานรวมโลกแห่งความเป็นจริงกับโลกดิจิทัลเข้าไว้ด้วยกันอย่างรวดเร็ว ตลอดจนสร้างโอกาสและความท้าทายอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนสำหรับองค์กรธุรกิจ จากการที่โมบายเทคโนโลยีแพร่หลาย ผู้คนเริ่มคุ้นชินกับการใช้อุปกรณ์เชื่อมต่อควบคุม หรือใช้งานเพื่ออำนวยความสะดวกในชีวิตมากขึ้น องค์กรธุรกิจจำเป็นต้องปรับตัวแล้วนำระบบดิจิทัลเข้าไปเปลี่ยนโมเดลธุรกิจที่ใช้ผลิตภัณฑ์ในรูปแบบเดิมๆ ให้สามารถเชื่อมต่อกับสัญญาณอินเทอร์เน็ตได้ ด้วยการนำเสนอโซลูชั่นดิจิทัลเพื่อเชื่อมโยงทุกส่วนให้กลายเป็นระบบอัจฉริยะ และเป็นแนวทางที่สามารถปฏิบัติได้จริง เพื่อผลักดันมูลค่าของธุรกิจให้ก้าวสู่ระดับที่ใหญ่ขึ้น เติบโตขึ้นได้ในยุคของเศรษฐกิจดิจิทัล

เทรนด์ที่ 3 บิ๊กดาต้า (Big Data) ผลจากการแพร่หลายของเทคโนโลยี อุปกรณ์เชื่อมต่อที่ทันสมัย สัญญาณอินเทอร์เน็ตที่ครอบคลุม และพฤติกรรมผู้บริโภคที่ทำให้เกิดข้อมูลต่างๆ เกิดขึ้นมากมายบนโลกดิจิทัล ทั้งข้อมูลที่มีโครงสร้างและข้อมูลไร้โครงสร้างซึ่งล้วนแล้วแต่มีมูลค่ามหาศาลต่อธุรกิจในยุคนี้ และเพื่อต้องการเข้าถึงความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค ไม่จำเป็นต้องใช้เวลานานในการเก็บข้อมูล เนื่องจากเทคโนโลยีจากคลาวด์โซลูชั่นสามารถจับข้อมูลต่างๆ บนโลกออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว

เทรนด์สุดท้าย คือ คลาวด์คอมพิวติ้ง (Cloud Computing) เป็นตัวเลือก ที่องค์กรหลายแห่งทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่หันมาให้ความสำคัญ ให้ความเชื่อมั่นในระบบความปลอดภัยและความเสถียร เพื่อนำมาใช้เป็นโครงสร้างพื้นฐานขององค์กร เพื่อลดค่าใช้จ่าย เนื่องจากคลาวด์คอมพิวติ้งเป็นการเช่าใช้บริการเป็นรายเดือน มีผู้เชี่ยวชาญระบบคอยดูแลให้ตลอด 24 ชั่วโมง และเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนจะมีการอัพเดท
ให้ใหม่เสมอ

สำหรับทั้ง 4 เทคโนโลยีนี้จะขับเคลื่อนองค์กรธุรกิจให้สามารถก้าวไปพร้อมกับแผนนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ได้อย่างไรและเมื่อไรขึ้นอยู่กับความสามารถในการปรับตัว และเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อข้ามผ่านยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วนี้และสามารถแข่งขันได้ในธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

 

สื่อเกาหลีเผย “ซัมซุง”ระงับผลิตกาแลคซี่ โน๊ต 7 ชั่วคราว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

10 ตุลาคม 2559 เวลา 09:52 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/459341

สื่อเกาหลีเผย "ซัมซุง"ระงับผลิตกาแลคซี่ โน๊ต 7 ชั่วคราว

สื่อเกาหลีเผย ซัมซุงระงับการผลิตกาแลคซี่ โน๊ต7 ในโรงงานเวียดนามชั่วคราว หลังเกิดเหตุไฟลุกไหม้ตัวเครื่อง

สำนักข่าวยอนฮัพรายงานว่า บริษัทซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ประกาศระงับการผลิตสมาร์ทโฟน Galaxy Note 7 เป็นการชั่วคราว เนื่องจากสมาร์ทโฟนรุ่นดังกล่าวบางเครื่องยังคงเกิดไฟลุกไหม้ แม้ว่าทางบริษัทได้เปลี่ยนเครื่องใหม่แล้วก็ตาม

ยอนฮัพรายงานโดยอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่จากบริษัทรับเหมาช่วงรายหนึ่งของซัมซุงว่า โรงงานในเวียดนามซึ่งรับผิดชอบการผลิต Galaxy Note 7 เพื่อส่งมอบทั่วโลกนั้น จะถูกระงับการผลิตเนื่องจากเหตุผลดังกล่าว

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวระบุว่า การตัดสินใจระงับการผลิตในครั้งนี้ ซัมซุงคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภคทั่วโลก ซึ่งรวมถึงในสหรัฐ จีน และเกาหลีใต้ หลังจากที่ได้มีการปรึกษากับหน่วยงานกำกับดูแลใน 3 ประเทศนี้

ต่อมา บริษัทซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ออกแถลงการณ์ระบุว่า ทางบริษัทได้ปรับแผนการผลิตสมาร์ทโฟน Galaxy Note 7 เป็นการชั่วคราว หลังมีข่าวว่าสมาร์ทโฟนรุ่นดังกล่าวบางเครื่องยังคงเกิดไฟลุกไหม้ แม้ว่าทางบริษัทได้เปลี่ยนเครื่องใหม่แล้วก็ตาม

ซัมซุงระบุว่า การปรับกำหนดการ และปริมาณการผลิตสมาร์ทโฟนดังกล่าวมีขึ้นเพื่อให้ทางบริษัททำการตรวจสอบอย่างละเอียดถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และปรับปรุงการควบคุมคุณภาพ เพื่อรับประกันถึงคุณภาพและความปลอดภัยของลูกค้า

อย่างไรก็ดี ทางบริษัทไม่ได้ยืนยัน หรือปฏิเสธข่าวจากสำนักข่าวยอนฮัพซึ่งรายงานก่อนหน้านี้ว่าทางบริษัทจะระงับการผลิต Galaxy Note 7 เป็นการชั่วคราว

ที่มา…อินโฟเควสท์

ภาพ…เอเอฟพี

 

โพลเผยคนเล่นโปเกมอนลดลง72% เหตุ”เบื่อ-จำเจ”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

09 ตุลาคม 2559 เวลา 18:09 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/459312

โพลเผยคนเล่นโปเกมอนลดลง72% เหตุ"เบื่อ-จำเจ"

ธุรกิจบัณฑิตย์โพล เผยกระแสความนิยมเล่นเกมโปเกมอนลดลงอย่างรวดเร็ว หลังจากผู้เล่นรู้สึกเบื่อ-เกมมีความจำเจ

เมื่อวันที่ 9 ต.ค. ธุรกิจบัณฑิตย์โพล มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดเผยผล สำรวจประชาชนทั่วไปเรื่องผลกระทบของผู้ที่เล่นเกมโปเกมอนโดยสำรวจกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,235 คน ปรากฏว่า 2 เดือนผ่านไป กระแสความนิยมเล่นเกมโปเกมอนลดลงอย่างรวดเร็ว โดยผู้เล่นเกมโปเกมอน ถึงร้อยละ 72.56 ที่เล่นเกมลดลง มีเพียงร้อยละ 23.04 ที่ยังเล่นเกมเท่าเดิม และร้อยละ 4.40 เล่นเพิ่มขึ้น โดยใช้เวลาในการเล่นเกมเฉลี่ยวันละ 3 ครั้ง/เฉลี่ยครั้งละ 1.30 ชั่วโมง ช่วงเวลาที่ใช้เล่นเกม ร้อยละ 32.74 เล่นเกือบทั้งวัน ร้อยละ 32.03 จะเล่นในช่วงเย็น ร้อยละ 19.84 เล่นในช่วงพักกลางวัน ร้อยละ 9.25 เล่นในช่วงเช้า และร้อยละ 6.14 เล่นก่อนนอน

สาเหตุที่ทำให้การเล่นเกมโปเกมอนลดลงคือ 1.เบื่อ/จำเจ ร้อยละ 57.30 2.เล่นตามกระแส ร้อยละ 23.48 3.มีแต่ตัวโปเกมอนเดิมๆ ไม่มีตัวใหม่ๆ ร้อยละ 19.34

สำหรับเรื่องความกังวลใจของผู้เล่นเกมในการตามจับโปเกมอนนั้น อันดับ 1 คือ กังวลใจในเรื่องอันตรายจากการเดินไม่ดูทางเท้า/ชน/หกล้ม ร้อยละ 63.18 อันดับ 2 อันตรายในยามวิกาล/ปล้น/จี้/ชิงทรัพย์ ร้อยละ 58.04 อันดับ 3 อันตรายจากการข้ามถนน/รถชน ร้อยละ 53.14

ส่วนคำถามที่ว่าการเล่นเกมโปเกมอนส่งผลกระทบด้านการเรียนหรือไม่นั้น ร้อยละ 57 ตอบว่าไม่มีผลกระทบ ร้อยละ 43 ระบุว่ามีผลกระทบ โดยมีผลกระทบในเรื่อง 1.ไม่ตั้งใจเรียน ร้อยละ 40.53 2.ง่วงนอน/อ่อนเพลีย ร้อยละ 27.24 3.ไม่มีสมาธิในการเรียน ร้อยละ 26.58 4.เข้าเรียนสาย ร้อยละ 22.26

ผู้ที่ทำงานแล้วการเล่นเกมโปเกมอนส่งผลกระทบต่อการทำงานหรือไม่นั้น ร้อยละ 64.86 ไม่มีผลกระทบต่อการทำงาน ร้อยละ 35.14 มีผลกระทบ โดยมีผลกระทบในเรื่อง 1.ไม่มีสมาธิในการทำงาน ร้อยละ 35.10 2.ไม่ตั้งใจทำงาน (เล่นเกมตอนทำงาน) ร้อยละ 34.62 3.ง่วงนอน/อ่อนเพลีย ร้อยละ 31.25 และ 4.เข้าทำงานสาย ร้อยละ 22.12

 

กสทช.แจ้งผู้ใช้มือถือกด “*137” ยกเลิกSMSกวนใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

09 ตุลาคม 2559 เวลา 12:05 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/459288

กสทช.แจ้งผู้ใช้มือถือกด "*137" ยกเลิกSMSกวนใจ

กสทช.แจ้งผู้ใช้มือถือทุกเครือข่ายสามารถกด *137 เพื่อยกเลิกเอสเอ็มเอสโฆษณาที่ส่งเข้ามาได้ทันที

คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) แจ้งให้ผู้ใช้มือถือทุกเครือข่ายสามารถกด *137 เพื่อยกเลิก sms โฆษณาที่เก็บเงินผู้ใช้มือถือโดยไม่รู้ตัว

ทั้งนี้ผู้ใช้สามารถกด *137 แล้วกดโทรออก ฟังเสียงซึ่งจะมีให้เลือก 3 หัวข้อ ได้แก่

1.ยกเลิกโฆษณาประชาสัมพันธ์

2. ยกเลิกข้อความบริการ-โฆษณาที่คิดเงิน

3. ยกเลิกทั้งสองข้อ

ทั้งนี้ การกด *137 เป็นการขอยกเลิก sms ที่เกิดขึ้นแล้ว แต่ไม่สามารถป้องกัน sms ที่จะเข้ามาในอนาคตได้ ดังนั้น ผู้ใช้บริการต้องกด *137 เป็นระยะๆ โดยการกดหมายเลข *137 เพียงครั้งเดียวไม่สามารถยกเลิกถาวรตลอดไป โดย sms ใหม่ๆ จะสามารถเข้ามาอีก

 

ยักษ์เทคโนโลยีแข่งเดือด วิ่งหานวัตกรรม‘เอไอ-วีอาร์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

08 ตุลาคม 2559 เวลา 12:58 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/459133

ยักษ์เทคโนโลยีแข่งเดือด วิ่งหานวัตกรรม‘เอไอ-วีอาร์’

โดย…ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์

ในวงการเทคโนโลยีข่าวคราวที่ฮือฮาในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา คงหนีไม่พ้นกูเกิลบริษัทเทคโนโลยีชื่อดังที่เด่นดังในด้านเสิร์ชเอนจิ้น เปิดตัวสมาร์ทโฟน “พิกเซล” เมื่อวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งต่างจาก “เน็กซัส” สมาร์ทโฟนที่ใช้ผู้ผลิตนอกเป็นผู้ออกแบบและผลิต

สมาร์ทโฟนของกูเกิลเจาะตลาดไฮเอนด์แข่งกับแอปเปิ้ลและสมาร์ทโฟนรุ่นท็อปของซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ ผู้ผลิตจากเกาหลีใต้ ด้วยราคาเริ่มต้น 649 เหรียญสหรัฐ (ราว 2.25 หมื่นบาท) โดยนอกเหนือจากกล้องระดับคมชัดและการเสนอพื้นที่คลังเก็บรูปให้กับผู้ใช้อย่างไม่อั้นแล้ว กูเกิลยังใส่ระบบ “กูเกิลแอสซิสแทนซ์” ผู้ช่วยส่วนตัวที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) เหมือน “สิริ” ในไอโฟนของแอปเปิ้ล อิงค์

หลังการเปิดตัวดังกล่าวเพียง 1 วัน ซัมซุงประกาศควบรวมกิจการ “วิฟ” บริษัทพัฒนาเอไอและระบบผู้ช่วยปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งก่อตั้งโดย แดก คิตตาลูส อดัม เชเยอร์ และคริส บริกแฮม ผู้สร้างสิริของแอปเปิ้ล โดยทั้ง 3 คนเคยก่อตั้งบริษัทพัฒนาเอไอก่อนแอปเปิ้ลจะเข้าควบรวมกิจการในปี 2010 อย่างไรก็ตาม ทั้ง 3 คนได้ลาออกจากแอปเปิ้ลและก่อตั้งวิฟในปี 2012 โดยการควบรวมกิจการของซัมซุงในครั้งนี้ไม่ได้มีการเปิดเผยมูลค่า

ซัมซุงไม่ได้จะใส่เทคโนโลยีเอไอเข้าไปในสมาร์ทโฟนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังจะใส่เทคโนโลยีดังกล่าวเข้าไปในโทรทัศน์ของซัมซุงในอนาคตด้วย เช่นเดียวกับผู้ผลิตเทคโนโลยีเจ้าอื่นๆ ที่ต่างมีเอไออยู่ในผลิตภัณฑ์ทั้งคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ช่วยเหลือภายในบ้านอย่างเอคโค่ของอเมซอน อี-คอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ ซึ่งแม้จะเป็นบริษัทค้าปลีกออนไลน์มากกว่า แต่ก็ยังหามาให้ความสนใจกับเทคโนโลยีดังกล่าวท่ามกลางการแข่งขันที่สูงขึ้นในยุคดิจิทัล

กูเกิลแอสซิสแทนซ์คู่แข่งสิริ

สำนักข่าววอกซ์ รายงานว่า การจะทำให้ผู้ช่วยปัญญาประดิษฐ์อัจฉริยะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลมหาศาล ซึ่งนักวิเคราะห์คอมพิวเตอร์ต่างมองว่าการจะให้เทคโนโลยีดังกล่าวทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด จำเป็นต้องมีการป้อนข้อมูลทั้งภาพและเสียงเป็นจำนวนมากเพื่อฝึกเอไอให้พร้อม

กูเกิลมีข้อมูลมหาศาลในส่วนนั้นจากการเป็นเสิร์ชเอนจิ้นที่มีผู้นิยมใช้จำนวน โดยจากตัวเลขในปี 2012 กูเกิลมีการใช้งานค้นหาในรอบปีทั้งหมดมากกว่า 1.2 ล้านล้านครั้ง หรือ 3,500 ล้านครั้ง/วัน ในขณะที่กูเกิลยังมีการสั่งการด้วยเสียงและการค้นหาด้วยภาพ ซึ่งสอดคล้องกับปัจจัยที่ทำให้ผู้ช่วยอัจฉริยะสั่งการด้วยเสียงมีประสิทธิภาพมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีในปัจจุบันยังไม่ดีเพียงพอ โดยกูเกิลตั้งเป้าพัฒนากูเกิลแอสซิสแทนซ์ให้เพิ่มความถูกต้องของการตรวจจับข้อความ เพิ่มความซับซ้อนของคำสั่งที่ผู้ใช้จะป้อนลงไป และกำลังพยายามผลักดันให้ผู้ช่วยส่วนตัวสามารถรับคำสั่งด้วยภาพได้ รวมถึงยังขยายไปยังแข่งตลาดอุปกรณ์ผู้ช่วยภายในบ้านกับเอคโค่ ด้วยการออกผลิตภัณฑ์ในลักษณะเดียวกันที่ชื่อ กูเกิลโฮม

เฟซบุ๊กดันเทคโนโลยีโลกเสมือน

มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของเฟซบุ๊ก สื่อสังคมออนไลน์ชื่อดัง เปิดแผนสำหรับโอคูลัส บริษัทลูกของเฟซบุ๊กที่เน้นในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีโลกเสมือน(วีอาร์) พร้อมประกาศอุปกรณ์ใหม่ซึ่งเป็นที่ควบคุมด้วยมือใช้สำหรับเสริมการทำงานของอุปกรณ์สวมศีรษะของโอคูลัส

นอกจากนี้ ซักเคอร์เบิร์กยังแสดงการผสานเทคโนโลยีวีอาร์เข้ากับเฟซบุ๊ก โดยเป็นภาพระหว่างซักเคอร์เบิร์กกำลังพูดคุยผ่านวิดีโอคอลกับภรรยาท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่สร้างขึ้นด้วยวีอาร์ และยังเปิดเผยฟีเจอร์ “รูมส์ แอนด์ ปาร์ตี้ส์” ซึ่งสามารถพูดคุยกับตัวละครเสมือน(อวาตาร์) ของผู้ใช้อุปกรณ์สวมศีรษะวีอาร์ได้สูงสุด 8 คน ซึ่งตัวอวาตาร์จะสามารถปรับแต่งได้มากขึ้นในอนาคต

โอคูลัสลงทุนในการพัฒนาวีอาร์ไปแล้ว 250 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 8,750 ล้านบาท) และตั้งใจจะลงทุนอีกในจำนวนเท่าเดิาในการพัฒนต่อไปและยังตั้งงบ 10 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 350 ล้านบาท) ไว้เป็นกองทุนพัฒนาอุปกรณ์ใช้รวมกับแว่นวีอาร์โอคูลัส และอีก 10 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 350 ล้านบาท) สำหรับการพัฒนาโปรแกรมใช้ร่วมกับวีอาร์

 

ซัมซุงโน้ต7ฉาวอีกเครื่องใหม่ยังไหม้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

07 ตุลาคม 2559 เวลา 07:18 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/458862

ซัมซุงโน้ต7ฉาวอีกเครื่องใหม่ยังไหม้

ซัมซุงเจอข่าวลบอีก สหรัฐสอบโน้ต 7 ทำควันโขมงบนเครื่องบิน กระทบความเชื่อมั่นผู้บริโภค

กรมการบินพลเรือนสหรัฐและคณะกรรมาธิการความปลอดภัยสินค้าเพื่อผู้บริโภคของสหรัฐ (ซีพีเอสซี) เข้าตรวจสอบกรณีโทรศัพท์มือถือรุ่น กาแล็คซี่ โน้ต 7 ของซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ จากเกาหลีใต้ เป็นต้นตอควันไฟในเครื่องบินสายการบินเซาท์เวสต์ แอร์ไลน์ส จนทำให้ผู้โดยสารต้องอพยพออกจากตัวเครื่อง ระหว่างรอขึ้นบินจากรัฐเคนทักกี โดยโทรศัพท์มือถือดังกล่าวเป็นเครื่องที่ผู้ใช้นำไปเปลี่ยนกับทางเอทีแอนด์ที เครือข่ายโทรคมนาคมของสหรัฐ มาแล้วเมื่อวันที่ 21 ก.ย.

พักคังโฮ นักวิเคราะห์จากไดชิน ซีเคียวริตี้ส์ ในกรุงโซล กล่าวว่า ความเคลื่อนไหวในเชิงลบของโน้ต 7 ไม่เป็น ผลดีต่อซัมซุง โดยเฉพาะกับชื่อเสียง ของแบรนด์ และหากกระแสข่าวด้านลบยังคงดำเนินต่อไป ลูกค้าจะเริ่มหมดความเชื่อมั่นในรุ่นต่อๆ ไปของซัมซุง แม้จะมีการเปลี่ยนเครื่องคืนให้แก่ลูกค้าแล้วก็ตาม ยิ่งซัมซุงแก้ไขประเด็นดังกล่าวได้เร็วเท่าไร ก็ยิ่งเป็นผลดีต่อธุรกิจ

อย่างไรก็ตาม หุ้นของซัมซุงเมื่อวันที่ 6 ต.ค. ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่มีข่าวดังกล่าว กลับปิดตัวแดนบวก 4.45% เนื่องจากมีรายงานว่า ซัมซุงกำลังพิจารณาข้อเสนอของเอลเลียต แมเนจเมนต์ กองทุนเฮดจ์ฟันด์จากสหรัฐ ในการปรับโครงสร้างแบ่งบริษัทออกเป็น 2 บริษัทและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มากกว่าหนึ่งแห่ง ด้วยการจดทะเบียนเพิ่มที่ตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ ซึ่งจะทำให้ผู้ถือหุ้นได้เงินปันผลเพิ่มขึ้น 30 ล้านล้านวอน (ราว 9 แสนล้านบาท)

 

ทีวีดิจิทัล 6 อันดับแรกระอุ ช่องใหม่งัดกลยุทธ์ชิงที่ 3

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

06 ตุลาคม 2559 เวลา 06:03 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/458620

ทีวีดิจิทัล 6 อันดับแรกระอุ ช่องใหม่งัดกลยุทธ์ชิงที่ 3

โดย…จะเรียม สำรวจ

หลังจากทีวีดิจิทัลส่วนหนึ่งหาจุดแข็งของตัวเองเจอว่าควรผลิตคอนเทนต์ประเภทไหน เพื่อให้เข้าถึงความต้องการของกลุ่มเป้าหมายหลัก ก็เริ่มอัดคอนเทนต์ใหม่ๆ กันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่ม 6 อันดับแรก ซึ่งแต่ละช่องต่างงัดคอนเทนต์เด็ดของตัวเองออกมาเพื่อเรียกเรตติ้ง

เห็นได้จากช่อง 7 ที่แม้ว่าจะเป็นผู้นำตลาด แต่ก็ไม่ประมาทพยายามชูจุดแข็งของตัวเอง โดยเฉพาะคอนเทนต์ละครที่คงความเป็นผู้นำในกลุ่มผู้ชมต่างจังหวัด ขณะที่ช่อง 3 ก็ยังคงชูจุดเด่นในด้านของการผลิตละครเพื่อป้อนคนเมืองและคนกรุงเทพฯ พร้อมขนรายการวาไรตี้มาชดเชยคอนเทนต์ข่าวที่เพลี่ยงพล้ำไป หลังผู้ประกาศหลักอย่าง สรยุทธ สุทัศนะจินดา หายไปจากหน้าจอ

สำหรับช่องเวิร์คพอยท์ทีวี ซึ่งปัจจุบันอยู่ในอันดับ 3 ก็ยังยึดอันดับนี้ไว้อย่างเหนียวแน่น ด้วยการหาคอนเทนต์รายการวาไรตี้ใหม่ๆ เข้ามาเพิ่มเติม เพื่อย้ำการเป็น “คิงออฟวาไรตี้” ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีช่องไหนมาเขย่าเก้าอี้ที่ช่องเวิร์คพอยท์นั่งอยู่ไปได้ แม้ว่าจะมีหลายช่องออกมาประกาศตัวว่าอยากจะขึ้นอันดับของทีวีดิจิทัลรวมแทนที่เวิร์คพอยท์

แม้ว่าช่องเวิร์คพอยท์จะออกมาประกาศว่าไม่กลัวคู่แข่งที่จะเข้ามาชิงเก้าอี้อันดับ 3 ของทีวีดิจิทัลรวม แต่เพื่อความไม่ประมาท ล่าสุดช่องเวิร์คพอยท์ได้ออกมาปรับผังรายการใหม่ในช่วงโค้งสุดท้ายของปี โดยเริ่มจากเดือนต.ค.นี้ เป็นต้นไป โดยในส่วนของรายการใหม่ที่นำมาออกอากาศเพิ่มเติมในผังรายการใหม่ ยังคงเน้นไปที่รายการวาไรตี้ ประกอบด้วย รายการแฟนพันธ์ุแท้ ซูเปอร์แฟน รายการเกมจารชน คู่หูอันตราย รายการเดอะ มาสก์ ซิงเกอร์ หน้ากากนักร้อง รายการไมค์ทองคำ หมอลำฝังเพชร และรายการเล็ต มี อิน ไทยแลนด์ ศัลยกรรมพลิกชีวิต เป็นต้น

ชลากรณ์ ปัญญาโฉม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานดิจิทัลทีวี บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ กล่าวว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานของช่องเวิร์คพอยท์ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา ถือว่าเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยในเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา มีเรตติ้งเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 7 แสนคน/นาที ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2558 ที่มีผู้ชมเพียง 5 แสนคน/นาทีเท่านั้น แต่หากมองในช่วงเวลาไพรม์ไทม์ 18.30-22.30 น. ช่องเวิร์คพอยท์มีเรตติ้งสูงถึง 2-3 ล้านคน/นาที หรือมีเรตติ้งเฉลี่ยในช่วงเวลาดังกล่าวที่ 1.23 โดยรายการที่มีผู้ชมสูงสุด คือ ไมค์ทองคำเด็ก

จากผลการตอบรับที่ดีดังกล่าว ทำให้ช่องเวิร์คพอยท์มีเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจว่า ในปี 2560 จะต้องมีเรตติ้งเฉลี่ยแบบคงที่อยู่ที่ 1.2 ให้ได้ เนื่องจากปีหน้ามีแผนที่จะขยับค่าโฆษณาเฉลี่ยขึ้นเป็น 5.5-6 หมื่นบาท/นาทีจากปัจจุบันคิดอยู่ที่ 5 หมื่นบาท/นาที ซึ่งจากแผนงานดังกล่าวช่องเวิร์คพอยท์ตั้งความหวังว่าในอนาคตจะต้องมีรายได้อยู่ที่ 4,000-5,000 ล้านบาท เหมือนกับอันดับ 3 ฟรีทีวีเดิมที่เคยทำไว้ได้ ส่วนสิ้นปีนี้คาดว่าจะมีรายได้อยู่ที่ 3,000 ล้านบาท

ขณะที่อันดับ 3 พยายามยึดเก้าอี้ไว้อย่างเหนียวแน่น ด้านผู้ท้าชิงอย่างช่องโมโนก็ยังคงชูคอนเทนต์หลักอย่างซีรี่ส์ต่างประเทศ เพื่อชิงผู้ดูเดิม เช่นเดียวกับช่องวันที่พยายามสร้างคอนเทนต์ละครให้โดนเหมือนเรื่องพิศวาส เพื่อกระชากเรตติ้งรวมไปถึงรายการวาไรตี้ ส่วนช่อง 8 เองก็พยายามดึงคอนเทนต์ละครที่เคยสร้างเรตติ้งพุ่งในช่วงเริ่มต้นทีวีดิจิทัลใหม่ๆ ควบคู่กับรายการกีฬาอย่างมวย เพื่อเพิ่มเรตติ้ง แม้ว่าหลายช่องอยากขึ้นอันดับ 3 แต่หากดูจากเรตติ้งปัจจุบันอันดับ 4, 5 และ 6 ยังคงหายใจกันแบบลดต้นคอหนีกันไม่ขาด

 

กูเกิลเปิดตัว”พิกเซล”สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่แข่งไอโฟน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

05 ตุลาคม 2559 เวลา 16:43 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/458572

กูเกิลเปิดตัว"พิกเซล"สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่แข่งไอโฟน

กูเกิลเปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงในชื่อรุ่น “พิกเซล” ชูจุดเด่นผู้ช่วยเสมือน ราคาเริ่มต้น 649 ดอลลาร์สหรัฐ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กูเกิล อิงค์ เปิดตัว Pixel (พิกเซล) สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุด ในงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์กูเกิลเมื่อคืนนี้ โดยสมาร์ทโฟนรุ่นดังกล่าวจะกลายมาเป็นคู่แข่งสำคัญของ ไอโฟนจากค่ายแอปเปิ้ล

กูเกิลระบุว่า ฟีเจอร์ Google Assistant หรือผู้ช่วยเสมือนบนสมาร์ทโฟนเป็นหนึ่งในจุดเด่นของรุ่นนี้ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้ภาษาธรรมชาติเพื่อสั่งการหรือค้นหาข้อมูลบนเสิร์ชเอ็นจินของกูเกิล

กูเกิลระบุด้วยว่า กล้องของสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่นี้ดีที่สุดในบรรดาสมาร์ทโฟนด้วยกัน โดยผู้ใช้ยังได้พื้นที่เก็บรูปและวีดีโอความละเอียดสูงไม่จำกัดบน Google Photos ด้วย

ทั้งนี้พิกเซล มีให้เลือก 2 ขนาดด้วยกัน ได้แก่ ขนาด 5 นิ้ว และ 5.5 นิ้ว และมี 3 สีได้แก่ สีดำ Quite Black, สีน้ำเงิน Really Blue และสีเทา Very Silver โดยเปิดให้สั่งจองล่วงหน้าในสหรัฐ สหราชอาณาจักร แคนาดา เยอรมนี และออสเตรเลีย ในราคาเริ่มต้น 649 ดอลลาร์

นอกจากนี้ ภายในงานเดียวกัน กูเกิลยังได้เปิดตัว Daydream View แว่น VR มีวัสดุเป็นผ้า รองรับการทำงานของสมาร์ทโฟน Pixel สนนราคา 79 ดอลลาร์สหรัฐ

รายงานข่าวระบุว่า การเปิดตัวสมาร์ทโฟน Pixel ช่วยหนุนหุ้นอัลฟาเบท ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิล ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.5% ในการซื้อขายที่ตลาดหุ้นนิวยอร์กเมื่อคืนนี้

 

ภาพ…เอเอฟพี

 

 

จีนทดสอบการวิ่งของรถไฟลอยฟ้าขบวนแรกในเมืองเฉิงตู

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

04 ตุลาคม 2559 เวลา 12:32 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/458237

จีนทดสอบการวิ่งของรถไฟลอยฟ้าขบวนแรกในเมืองเฉิงตู

ทางการเมืองเฉิงตูทดสอบการวิ่งของรถไฟลอยฟ้าขบวนแรก ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานแบตเตอรี่จากลิเธียม และยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

รถไฟลอยฟ้าขบวนแรกของจีนเพิ่งจะทำการทดสอบแล้วเสร็จไปที่เมืองเฉิงตู ในมณฑลเสฉวน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยรถไฟขบวนดังกล่าวมีความเป็นพิเศษตรงที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ลิเธียม ซึ่งการชาร์จต่อครั้งสามารถทำให้รถไฟวิ่งได้นาน 4 ชั่วโมง และยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ส่งผลให้รถไฟขบวนดังกล่าวเป็นรถไฟขบวนแรกที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานแบตเตอรี่

รถไฟขบวนนี้ถูกออกแบบให้มีหน้าตาเหมือนหมีแพนด้า สัญลักษณ์ของประเทศจีน โดยหนึ่งตู้สามารถจุผู้โดยสารได้ประมาณ 120 คน วิ่งด้วยความเร็ว 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และจากการทดสอบเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา รถไฟสามารถวิ่งไปได้ระยะทาง 300 เมตร โดยทางผู้ผลิตกล่าวว่าในการทดสอบครั้งต่อๆไปจะเพิ่มระยะทางเป็นหลายกิโลเมตร

นอกจากนั้นรายงานจากสื่อท้องถิ่นกล่าวว่า รางของรถไฟก็ยังใช้เวลาในการสร้างอย่างรวดเร็วอีกด้วย โดยรางความยาวหลายสิบกิโลเมตรนั้นถูกสร้างในระยะเวลาเพียง 3 – 5 เดือนเท่านั้น ซึ่งทางผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่ารถไฟขบวนนี้จะกลายเป็นระบบขนส่งสาธารณะที่สำคัญในการเดินทางไปยังต่างเมืองในอนาคต

 

มือถือสิ้นปีทุ่มโปรโมทดันยอดคึก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

04 ตุลาคม 2559 เวลา 08:37 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/458181

มือถือสิ้นปีทุ่มโปรโมทดันยอดคึก

ไทยแลนด์โมบายฯ สรุปยอดขายในงานปีนี้เพิ่ม 10% เหตุค่าย มือถืออัดโปรโมชั่นแรงเลยดันยอดได้

นายโอภาส เฉิดพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็ม วิชั่น เปิดเผยว่า การจัดงานไทยแลนด์โมบายเอ็กซ์โป 2016 โชว์เคสวันที่ 29 ก.ย.-2 ต.ค.ที่ผ่านมา ถือเป็นครั้งสุดท้ายของปี 2559 ซึ่งผลตอบรับดีกว่าเมื่อครั้งจัดงานกลางปีที่ผ่านมา โดยมีเงินสะพัดกว่า 1,750 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากเดิมตั้งเป้าไว้ 1,500 ล้านบาท ส่วนผู้เข้าร่วมงานเพิ่มจาก 6 แสนราย เป็น 7 แสนราย หรือเพิ่ม 15% เป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นกว่าที่คาดการณ์ทั้งสองส่วน

อย่างไรก็ตาม ช่วงแรกยอมรับว่าค่อนข้างกังวลในเรื่องของสภาพเศรษฐกิจที่ยังมีทิศทางไม่ชัดเจน ต้องอาศัยจังหวะ ในการจัดงานร่วมกันทั้งแบรนด์มือถือ โอเปอเรเตอร์ บัตรเครดิตต่างๆ รวมทั้งการออกโปรโมชั่นที่ชักจูงใจ ทำให้ผู้เข้าชมงานตัดสินใจซื้อได้รวดเร็วขึ้น แม้จะเกิดพายุฝนฟ้าคะนองก็ตาม

นายวิชัย พรพระตั้ง รองประธานองค์กร ธุรกิจโทรคมนาคมและไอที บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ กล่าวว่า สมาร์ทโฟนรุ่นเล็กสุดอย่าง เจ ซีรี่ส์ ไปจนถึงรุ่นแฟล็กชิปอย่างกาแล็คซี่ เอส 7 ยังคงมีกระแสดีต่อเนื่อง ทำให้ตลอด 4 วัน มีคนเยี่ยมชมบูธกว่า 3 แสนคน สูงกว่าครั้งที่ผ่านมา และยอดขายทั้งสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และสมาร์ทวอชเพิ่มกว่า 43% โดยรุ่นที่ขายดีที่สุดคือ ซัมซุง กาแล็คซี่ เอส 7 เอดจ์

แหล่งข่าวจากหัวเว่ยแบรนด์มือถือสัญชาติจีน ให้ความเห็นว่ายอดขายถือว่าประสบความสำเร็จ เพราะนำแท็บเล็ตรุ่น M3 ราคา 1.29 หมื่นบาท มาเปิดตัวครั้งแรกในงานและจัดโปรโมชั่น 100 คนแรก ส่วนรุ่น P9 สมาร์ทโฟนราคา 1.69 หมื่นบาท ก็ยังขายดี โดยทั้งสองรุ่นทำยอด 4 วันเพิ่มกว่าคาดการณ์ไว้ถึงเท่าตัว