ซัมซุงสะเทือนอีก เจอเครื่องซักผ้าระเบิดที่สหรัฐ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

02 ตุลาคม 2559 เวลา 11:02 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/457927

ซัมซุงสะเทือนอีก เจอเครื่องซักผ้าระเบิดที่สหรัฐ

สหรัฐประกาศเตือนผู้บริโภคให้ระมัดระวังการใช้งานเครื่องซักผ้าซัมซุง หลังมีผู้ร้องเรียนเครื่องระเบิดระหว่างใช้งานหลายครั้ง

ปัญหาแบตเตอรี่ของกาแล็คซี่ โน้ต 7 ระเบิดยังแก้ไขไม่เสร็จสิ้น ซัมซุง ยักษ์ใหญ่ด้านไอทีและเครื่องใช้ไฟฟ้าของเกาหลีต้องเผชิญมรสุมอีกระลอก เมื่อทางการ จนมีการฟ้องร้องดำเนินคดีเมื่อเร็วๆ นี้

ประกาศเตือนของคณะกรรมการความปลอดภัยสินค้าอุปโภคบริโภคสหรัฐ (CPSC) ระบุว่าเครื่องที่มีปัญหาเป็นแบบฝาบนที่ผลิตระหว่างเดือน มี.ค. 2011-เม.ย. 2016 โดยไม่ได้ให้รายละเอียดว่าเป็นรุ่นใดบ้าง รวมทั้งแนะนำให้ผู้ใช้เลือกใช้ระบบซักถนอมผ้ากับเครื่องนอน เสื้อผ้ากันน้ำหรือมีขนาดใหญ่ เนื่องจากใช้รอบการหมุนต่ำกว่าการซักประเภทอื่น ทำให้ลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินหากเครื่องขัดข้องขณะใช้งาน

ก่อนหน้านี้ราว 1 เดือน กลุ่มลูกค้าที่ประสบปัญหาเครื่องระเบิดระหว่างใช้งานจากรัฐเทกซัส จอร์เจีย และอินดีแอนารวมตัวกันฟ้องดำเนินคดีกับบริษัทซัมซุงต่อศาลในรัฐนิวเจอร์ซีย์ โดย แม็ค อัลเลน จากเทกซัส เผยว่า เครื่องซักผ้าของเธอระเบิดอย่างแรงจนเครื่องกระจัดกระจาย และกำแพงด้านในโรงรถเสียหาย หรือผู้ใช้จากเมืองดัลลัสอีกรายหนึ่งระบุว่า ได้ยินเสียงคล้ายระเบิดดังมาจากเครื่องซักผ้า

นอกจากนี้ ในคำฟ้องดังกล่าวยังระบุอีกว่า บริษัทได้เก็บรวบรวมและทำลายหลักฐานทุกอย่างที่เกี่ยวกับตัวเครื่องที่เสียหายทันทีหลังจากเหตุระเบิด

อย่างไรก็ดี ซัมซุงแถลงชี้แจงผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการว่า บริษัทอยู่ระหว่างปรึกษาหาทางแก้ปัญหากับทางการสหรัฐ และระบุว่า เครื่องซักผ้าที่ผลิตในช่วงที่รัฐบาลสหรัฐประกาศเตือนนั้น นานๆ ครั้งจะสั่นผิดปกติระหว่างที่กำลังซักชุดเครื่องนอน หรือเสื้อผ้ากันน้ำ จนนำมาซึ่งอุบัติเหตุหรือความเสียหายต่อทรัพย์สิน นอกจากนั้น ในแถลงดังกล่าวยังเผยอีกว่า เครื่องซักผ้าของซัมซุงที่ส่งสู่มือผู้ใช้นับล้านเครื่องไม่เคยเกิดปัญหาตั้งแต่ปี 2011

ที่มา www.m2fnews.com

ภาพจาก CONSUMER AFFAIRS

อี-เพย์เมนต์ต่างชาติลุยไทยหวั่นรายได้ไหลออกนอกประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

30 กันยายน 2559 เวลา 08:43 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/457533

อี-เพย์เมนต์ต่างชาติลุยไทยหวั่นรายได้ไหลออกนอกประเทศ

โดย..ทีมข่าวธุรกิจตลาดโพสต์ทูเดย์

ด้วยอัตรานักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาไทยในปีที่ผ่านมากว่า 8 ล้านราย และคาดว่าในปี 2560 จะเพิ่มขึ้นอีกเป็น 10 ล้านราย ทำให้ผู้ให้บริการด้านเพย์เมนต์ของจีน มองว่าเป็นโอกาสที่จะเข้ามาเสริมช่องทางการใช้จ่ายของชาวจีนเพื่อเป็นเม็ดเงินหมุนเวียนกลับประเทศมากขึ้น รวมทั้งสร้างโอกาสเจาะลูกค้าไทยที่มีการใช้จ่ายผ่านแพลตฟอร์มอี-เพย์เมนต์สัญชาติจีนมากขึ้น

เซีย หลิงหยุน ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการรับชำระเงินระหว่างประเทศ เทนเซนต์กรุ๊ป กล่าวว่า มูลค่าตลาดเทนเซนต์มีมากกว่า 9 ล้านล้านบาท หรือกว่า 2 ล้านล้านเหรียญฮ่องกง (คิดที่อัตราแลกเปลี่ยน 1 เหรียญฮ่องกงต่อ 4.50 บาท) จำนวนผู้ใช้งานแอพพลิเคชั่น วีแชทกว่า 8,060 ล้านราย และมีการเปิดใช้งานแอพมากกว่า 50 ล้านครั้ง/เดือน ทำให้มีส่วนแบ่งตลาดกว่า 13-15%

การใช้จ่ายผ่านแอพพลิเคชั่นของ วีแชทในจีน ทำได้ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปประเทศต่างๆ จะมีการใช้จ่ายที่สูงมาก การพัฒนาฟีเจอร์ให้ลูกค้าสามารถใช้จ่ายผ่านมือถือได้ทั่วโลก จะช่วยเพิ่มโอกาสให้แก่ร้านค้าในแต่ละประเทศเข้าถึงลูกค้าชาวจีนมากขึ้น รวมทั้งมีรายได้หมุนเวียนในระบบเพิ่มขึ้นเช่นกัน

ปรเมษฐ์ รังรองธานินทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไบร์ท กล่าวว่า การร่วมมือกับวีแชทเพย์ในครั้งนี้ จะช่วยให้เข้าถึงนักท่องเที่ยวชาวจีนในไทยที่มีกว่า 8 ล้านราย มีมูลค่าการใช้จ่ายกว่า 4.2 แสนล้านบาท ซึ่งบริษัทตั้งเป้ามีส่วนแบ่ง 10% จากยอดใช้จ่ายรวมของนักท่องเที่ยวจีนที่มาไทย

“มูลค่าการใช้จ่ายต่อหัวของคนจีนที่มาไทยอยู่ที่คนละ 5.2 หมื่นบาท บริษัทต้องเร่งหาร้านค้าเข้ามาในระบบให้ได้ 3,000-5,000 ราย ภายในปีหน้า โดยจะเน้นธุรกิจย่านแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทั้งใน กทม.และหัวเมืองใหญ่ก่อน” ปรเมษฐ์ กล่าว

เปรมชัย กุศลฤกษ์ดี รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอสเซทไบร์ท กล่าวเสริมว่า เดิมการใช้จ่ายผ่านวีแชทเพย์ในไทย เป็นรูปแบบที่ผิดกฎหมาย คือ ไม่ได้ผ่านระบบของทางธนาคารแห่งประเทศไทย ทำให้ภาครัฐควบคุมการใช้จ่ายได้ยาก การที่แอสเซทไบร์ท ซึ่งเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์และมีการจดทะเบียนอี-เพย์เมนต์อย่างเป็นทางการ จะช่วยให้ภาครัฐและกระทรวงการท่องเที่ยวควบคุมการใช้จ่ายในประเทศให้ถูกต้องมากขึ้น

เดิมบริษัทมีเอบีซีเพย์เมนต์ให้บริการในเรื่องการจ่ายชำระบิลค่าใช้จ่ายต่างๆ อยู่แล้ว การเพิ่มบริการวีแชทเพย์เข้ามาจะช่วยเพิ่มรายได้ใหม่ๆ แต่ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนรอการอนุมัติหลังยื่นเอกสารเพิ่มเติมกับทางธนาคารแห่งประเทศไทยให้เรียบร้อยก่อน คาดว่าจะเริ่มใช้งานได้จริงไตรมาส 4 ของปีนี้

การใช้งานอี-เพย์เมนต์ของคนไทยยังมีไม่ถึง 1% ในขณะที่การใช้จ่ายผ่านมือถือของคนจีนมีมากกว่า 10% ทำให้เป็นโอกาสที่จะเข้ามาเสริมการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวสะดวกขึ้น โดยร้านค้าที่เข้าใช้งานระบบจะได้รับเงินในวันถัดไป เพราะยอดเงินต้องส่งไปที่ระบบเพย์เมนต์กลางของวีแชทก่อน จากนั้นค่อยส่งกลับมาที่ระบบของบริษัทและโอนเข้าไปยังบัญชีของร้านค้า ซึ่งบริษัทจะมีรายได้จากค่าธรรมเนียมการใช้งานของลูกค้า

ด้านของอาลีเพย์นั้น ถือว่าเป็นอีกหนึ่งช่องทางการจ่ายเงินที่เอื้อประโยชน์ให้แก่นักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาไทยใช้จ่ายสะดวกมากขึ้นเช่นกัน โดยมีนักท่องเที่ยวที่ใช้งานอาลีเพย์กว่า 120 ล้านคน และอาลีเพย์มีการใช้งานแล้วกว่า 12 ประเทศ กว่า 3 หมื่นร้านค้า ซึ่งทั้งสองแพลตฟอร์มนี้เน้นสนับสนุนทำธุรกิจแบบ O2O หรือออนไลน์ทูออฟไลน์ เพราะนักท่องเที่ยวทั่วโลกมีทั้งจ่ายผ่านร้านออฟไลน์กับผ่านมือถือออนไลน์

เช่นเดียวกับซัมซุง เกาหลีก็ได้ฤกษ์เปิดตัว ซัมซุงเพย์ ครั้งแรกในไทย เพื่อให้ผู้ใช้งานซัมซุงทั่วโลกใช้จ่ายได้สะดวกขึ้น วิชัย พรพระตั้ง รองประธานองค์กรธุรกิจโทรคมนาคมและไอที บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ กล่าวว่า การเปิดให้บริการซัมซุงเพย์เป็นช่องทางชำระเงิน (เพย์เมนต์ แพลตฟอร์ม) ในไทย หลังจากเปิดให้บริการแล้วในต่างประเทศ มียอดชำระเงินผ่านช่องทางนี้แล้วกว่า 100 ล้านรายการ ถือเป็นอีกนวัตกรรมที่ช่วยให้ลูกค้าใช้จ่ายง่ายขึ้น โดยมีพันธมิตรเป็นสถาบันการเงิน 6 ราย และห้างสรรพสินค้า เช่น กลุ่มสยามพิวรรธน์ และเดอะมอลล์ เข้าร่วม

ทั้งนี้ ซัมซุงเพย์จะไม่คิดค่าธรรมเนียมจากลูกค้าหรือพันธมิตรที่ให้บริการ ผู้ใช้งานสามารถบันทึกบัตรเครดิตที่ทำกับสถาบันการเงินที่ร่วมบริการไปใช้ชำระเงินกับเครื่องรูดบัตรเครดิตแทนการพกบัตรหลายใบ

จากภาพรวมทั้งหมด จะเห็นได้ว่า ช่องทางอี-เพย์เมนต์ต่างประเทศเริ่มเข้ามามีบทบาทในไทยมากขึ้น หากไทยไม่เร่งปรับตัวรับสังคมไร้เงินสด หรือ Cashless Society ภาครัฐไม่เร่งหาทางบริหารจัดการ หารายได้จากการเข้ามาตีตลาดของต่างชาติเหล่านี้ ก็จะยิ่งเสียรายได้ออกนอกประเทศมหาศาล

 

มือถือจัดหนักปลายปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

30 กันยายน 2559 เวลา 08:32 น.. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/457531

มือถือจัดหนักปลายปี

ค่ายมือถือ ส่งรุ่นใหม่ แจกแถมชิงโชค ออปโป้ลุ้นใช้ฟรีตลอดชีวิต โอเปอเรเตอร์แข่งหั่นราคาไอโฟน 6

จากการลงพื้นที่สำรวจการแข่งขันของโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือมือถือ ช่วงไตรมาสสุดท้าย ผ่านงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป 2016 วันที่ 29 ก.ย.-2 ต.ค.นี้ วันแรกของงานค่ายมือถือ และผู้ให้บริการโครงข่าย หรือโอเปอเรเตอร์ จัดรายการส่งเสริมการขายกันหนัก โดยหลายรายเน้นเสนอมือถือรุ่นใหม่ที่เป็นเรือธงกระตุ้นยอดช่วงที่เหลือของปี และให้ของแถมเต็มที่ เช่น ซื้อซัมซุงกาแล็คซี่ เอส 7 หรือเอส 7 เอดจ์ แถมแท็บเล็ต ซัมซุงกาแล็คซี่ แท็บ เอ 6 ซื้อเซนโฟน 3 แถมมาร์แชล เฮดโฟน ซื้อวีโว สมาร์ทโฟน รุ่นใดก็ได้ ลุ้นรับอีก 1 เครื่อง ซื้อหัวเว่ย พี 9 หรือพี 9 พลัส แถมชุดอุปกรณ์ถ่ายภาพ ส่วน โอเปอเรเตอร์นำไอโฟน 6 มาลดราคาพิเศษ

นายชานนท์ จิรายุกุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ไทย ออปโป้ เปิดเผยว่า ช่วงที่เหลือของปีนี้จะใช้สมาร์ทโฟน ออปโป้ เอฟ 1 เอส เป็นรุ่นเรือธงทายอดขาย มั่นใจว่าภายในสิ้นเดือน ต.ค. ออปโป้ เอฟ 1 เอส จะชิงส่วนแบ่งตลาดมือถือราคา 7,000-1 หมื่นบาทได้ 40% ของตลาดรวม 2.2 แสนเครื่อง จากจุดเด่นกล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล สำหรับคนชอบเซลฟี่ โดยเปิดตัวเดือนกว่ามีส่วนแบ่งตลาดแล้ว 12% ส่วนก่อนหน้านี้ออปโป้ เอฟ 1 ทำส่วนแบ่งตลาดได้ 18%

สำหรับปีนี้หวังชิงส่วนแบ่ง 15% ของตลาดรวมมือถือที่คาดว่ามี 14 ล้านเครื่อง โดยส่วนแบ่งตลาดจะโต 50% จากปีก่อน ครึ่งปีโตแล้ว 59% ในงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป ครั้งนี้ คาดว่าทำยอดขายได้เพิ่ม 20% จากงานเดือน พ.ค. เพราะกำลังซื้อกลับมาจากที่ครึ่งปีแรกชะลอตัวรอดูการเมืองช่วงลงประชามติ รวมทั้งมีเอฟ 1 เอส เป็นมือถือชูโรง ทั้งนี้ออปโป้ได้ฉลอง 8 ปี ในไทยจัดโปรโมชั่นลูกค้าที่ซื้อ ออปโป้ เอฟ 1 เอส วันนี้-31 ต.ค.นี้ ได้สิทธิลุ้นเป็น 8 ผู้โชคดีรับสมาร์ทโฟนฟรีจาก ออปโป้ทุกปีตลอดชีวิต

นายทศพร นิษฐานนท์ รองผู้อำนวยการ บริษัท หัวเว่ย คอนซูมเมอร์บิสสิเนส กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า นอกจากจัดโปรโมชั่นในงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป ยังจัดหัวเว่ย เอ็กซ์โป 2016 ทั่วประเทศ เสนอโปรโมชั่นเดียวกับในงาน โดยหัวเว่ยได้ลดราคามือถือลงให้เหมาะกับสภาพตลาดหลายรุ่น ส่วนรุ่นเรือธงจากนี้ถึงสิ้นปี คือ หัวเว่ย พี 9 เน้นขายพร้อมของแถม ชุดขาตั้งกล้อง นอกจากนี้มีแท็บเล็ตรุ่นใหม่ ได้แก่ หัวเว่ย มีเดียแพด เอ็ม 3 และที 2 มาเสริมรุ่น ที 1 ที่ขายก่อนนี้

ด้าน นายอาวิทธ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด กลุ่มธุรกิจมือถือ บริษัท เลอโนโว (ประเทศไทย) กล่าวว่า ได้เปิดตัวโมโต แซด โมโต แซด เพลย์ และโมโตมอดส์ จำหน่ายครั้งแรกในเอเชียแปซิฟิก เป็นมือถือพรีเมียมเจาะกลุ่มลูกค้าเจนวาย อายุ 20-39 ปี ที่ขาดเทคโนโลยีไม่ได้

 

เก้าอี้รอคิวอัจฉริยะ ไอเดียสุดเจ๋งโดยนิสสัน!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

29 กันยายน 2559 เวลา 15:09 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/457423

เก้าอี้รอคิวอัจฉริยะ ไอเดียสุดเจ๋งโดยนิสสัน!

บริษัทนิสสันในญี่ปุ่นได้พัฒนาเก้าอี้รุ่นใหม่ที่สามารถคลื่อนที่เองได้อย่างอัตโนมัติตามคิว โดยที่ผู้นั่งไม่จำเป็นต้องลุกขึ้นเลยระหว่างรอ

วัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่นนั้นให้ความสำคัญกับการเข้าคิวมาก ดังนั้นเมื่อถึงยุคของการมีรถยนต์อัจฉริยะที่วิ่งได้เองโดยไม่ต้องมีคนขับแล้ว ในญี่ปุ่นเองก็มีเก้าอี้อัจฉริยะที่สามารถเคลื่อนที่ไปตามคิวเองได้เช่นกัน

เก้าอี้ดังกล่าวมีหน้าตาเหมือนเก้าอี้ผ้าใบธรรมดาๆ แต่มีความพิเศษตรงที่อุปกรณ์ด้านล่างของเก้าอี้ที่ประกอบด้วยกล้อง, เซนเซอร์ และล้อ ที่จะทำงานร่วมกันและเคลื่อนที่ไปต่อคิวใหม่เอง เมื่อผู้นั่งคนแรกลุกขึ้น ซึ่งไอเดียสุดเจ๋งนี้ถูกพัฒนาโดยบริษัทนิสสันของญี่ปุ่น ที่ใช้หลักการเดียวกับเซนเซอร์ในรถยนต์

นั่นทำให้การรอคิวที่ร้านอาหาร หรือร้านใดๆก็ตามของชาวญี่ปุ่นจะไม่น่าเบื่ออีกต่อไป ผู้รอสามารถนั่งทำงาน หรือเล่นสมาร์ทโฟนได้เต็มที่โดยไม่ต้องลุกขึ้นจากเก้าอี้เลยทีเดียว…ไม่แน่ว่าเก้าอี้เหล่านี้อาจเป็นตัวอย่างของเก้าอี้ในอนาคตที่สามารถเคลือนที่ไปเก็บ หรือเคลื่อนที่มาหาผู้ใช้ได้ตามใจโดยไม่ต้องออกแรงยกเลยก็เป็นได้

 

 

กูเกิลเปิดฟีเจอร์ใหม่ “อินดอร์ สตรีท วิว” โชว์ภาพในอาคาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

29 กันยายน 2559 เวลา 12:21 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/457332

กูเกิลเปิดฟีเจอร์ใหม่ "อินดอร์ สตรีท วิว" โชว์ภาพในอาคาร

กูเกิลเปิดตัว “อินดอร์ สตรีท วิว” แสดงภาพในอาคาร 360 องศา ช่วยนักท่องเที่ยว เอ็มโพเรียม คาดกระตุ้นได้ 10-15%

นายไมเคิล จิตติวาณิชย์ หัวหน้าฝ่ายการตลาดด้านผู้บริโภค กูเกิล ประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ กูเกิล อินดอร์ สตรีท วิว ซึ่งเป็นฟีเจอร์ในแอพพลิเคชั่น กูเกิล สตรีทวิว ที่ทำให้สามารถมองเห็นภาพภายในอาคารได้แบบ 360 องศา และสามารถเคลื่อนไหวได้เสมือนอยู่ในสถานที่นั้นจริง

ทั้งนี้ ประเทศไทยอยู่ในกลุ่มประเทศแรกของโลกที่มีการเปิดตัวฟีเจอร์ดังกล่าวเนื่องจากจำนวนผู้เข้าถึงอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยมีจำนวนมากรวมถึงระบบเศรษฐกิจของประเทศที่มีทิศทางที่ดี โดยได้นำเสนอภาพภายในอาคารของกลุ่มศูนย์การค้าเป็นกลุ่มแรกรวมทั้งหมด 15 แห่ง

“ฟีเจอร์ดังกล่าวมุ่งเน้นให้ผู้บริโภคเข้าถึงข้อมูลและค้นหาสถานที่ต่างๆ ได้อย่างสะดวก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการเดินทางมายังประเทศไทย ได้สามารถค้นหาร้านค้าภายในศูนย์การค้าผ่านทุกระบบปฏิบัติการ และยังสามารถต่อยอดใช้ร่วมกับอุปกรณ์แสดงภาพเสมือนจริง (วีอาร์) ได้อีกด้วย” นายไมเคิล กล่าว

ด้าน นายเกรียงศักดิ์ ตันติพิภพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดิ เอ็มโพเรียม กรุ๊ป กล่าวว่า คาดว่าฟีเจอร์ดังกล่าวจะสามารถกระตุ้นปริมาณผู้เข้าใช้บริการของ ดิ เอ็มควอเทียร์ และดิ เอ็มโพเรียม ได้ 10-15% ต่อเดือน จากปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ 1 แสนคน/วัน ซึ่งจากการจัดอันดับการท่องเที่ยวของโลกประเทศไทยถูกจัดให้เป็นจุดหมายในการเดินทางท่องเที่ยวและช็อปปิ้งที่ควรเดินทางมากที่สุดในโลก

 

เปิดไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป ช่วงเช้าคึกคัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

29 กันยายน 2559 เวลา 11:34 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/457321

เปิดไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป ช่วงเช้าคึกคัก

มือถือกว่า40แบรนด์ชั้นนำขนโปรโมชั่นเอาใจลูกค้า “เอ็ม วิชั่น”คาดยอดผู้เข้าชมงานปีนี้เพิ่มขึ้น10%

นายโอภาส เฉิดพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็ม วิชั่น เปิดเผยว่า ได้จัดงาน ไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป 2016 โชว์เคส ครั้งที่ 25 มหกรรมมือถือโดยมีพันธมิตรโทรศัพท์มือถือกว่า 40 แบรนด์ชั้นนำ ผู้ให้บริการเครือข่ายรายใหญ่ทั้ง 3 ค่าย และบริษัทคู่ค้าร่วมออกบูธ 29 ก.ย.-2 ต.ค.นี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 10.00-20.00 น. โดยคาดว่ายอดผู้ชมงานจะเพิ่มขึ้น 10% จากงานครั้งก่อน เพราะผู้บริโภคที่เคยชะลอซื้อกลางปีเพื่อรอดูสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่น่าจะมารอดูแบรนด์ต่างๆ ที่นำรุ่นใหม่เปิดตัวในงานนี้และจับจองจากในงาน

สำหรับบรรยากาศงานช่วงเช้า มีคนทยอยมางานต่อเนื่อง โดยบางบูธมีคนเข้าไปรอดูมือถือนุ่นที่สนใจหนาแน่น ทำให้บรรยากาศคึกคัก โดยบางบูธเริ่มมีคนต่อแถวยาวเพื่อรอโปรโมชั่นที่สนใจ

ขณะที่โปรโมชั่นในงาน เช่น ออปโป้ เอฟ1เอส แรม 3 gb เมมโมรี่ 64 gb 9,990 บาท, ซื้อซัมซุงกาแล็คซี่ เอส7ราคา 23,900 บาท เอส7 เอดจ์ 23,900 บาท รับฟรีกาแล็คซี่ แท็บเล็ต เอ6 มูลค่า 6,990 บาท,โซนี่ จับมือดีแทคเปิดตัวสมาร์ทโฟน เอ็กซ์พีเรีย เอ็กซ์ คอมแพ็ก สมาร์ทโฟนเครื่องแรกของโลกระบบกันสั่น 5 แกน

 

อี-คอมเมิร์ซอาเซียนพุ่ง คาดปี2020โตเกือบ2เท่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

29 กันยายน 2559 เวลา 08:31 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/457286

อี-คอมเมิร์ซอาเซียนพุ่ง คาดปี2020โตเกือบ2เท่า

ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซอาเซียนพุ่ง 2 เท่า ภายในปี 2020 เวียดนามโตสูงสุดปีละ 20%

นายคริส ต่วย เจิ่น นักวิเคราะห์ด้านอี-คอมเมิร์ซและเศรษฐกิจดิจิทัลของ Frost & Sullivan เปิดเผยว่า มูลค่าตลาดอี-คอมเมิร์ซใน 6 ชาติอาเซียน รวมถึงเวียดนาม จะขยายตัว 3.92 แสนล้านบาท ในปี 2015 พุ่งสูงถึง 8.82 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า ภายในปี 2020 โดยเฉพาะเมื่อรวมมูลค่าตลาดธุรกิจบริการโรงแรมและจองตั๋วเครื่องบินเข้าไปด้วย

ทั้งนี้ เวียดนามเป็นประเทศที่อัตราการเติบโตของอี-คอมเมิร์ซขยายตัวเฉลี่ยปีละ 20% ประกอบกับจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่สูงถึง 127 ล้านเครื่อง สำหรับประเภทอี-คอมเมิร์ซที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในอาเซียน ได้แก่ บริการอี-คอมเมิร์ซแบบ Peer-to-peer อย่าง Carousel ของสิงคโปร์ หรือ Tokopedia ของอินโดนีเซีย ขณะที่ตลาดนิชอี-คอมเมิร์ซ (Niche Market) ยังเติบโตได้ดีในสาขาการท่องเที่ยว การจัดส่งอาหาร ตลอดจนร้านค้าปลีก

นอกจากนี้ ตลาดอาเซียนจะได้รับอานิสงส์ของศักยภาพการเติบโตอี-คอมเมิร์ซในประเทศจีนที่จะก้าวขึ้นมาสร้างมูลค่าอันดับหนึ่งของโลกในอนาคต อีกทั้งระบบการซื้อขายออนไลน์ของร้านสะดวกซื้อในจีนยังมีเพียงแค่ 2.5% จากร้านค้าทั้งหมด ยังคงเป็นช่องว่างที่ดีของผู้ประกอบการจะเข้าไปช่วงชิงตลาดที่แข่งขันรุนแรง

“ผู้ประกอบการอี-คอมเมิร์ซต่างเร่งยกระดับการให้บริการที่ไม่ใช่แค่ความได้เปรียบด้านราคาและการขนส่ง แต่ได้เริ่มขยายธุรกิจไปเป็นแบบ Online-to-Offline (O2O) เพื่อสร้างความซื่อสัตย์ต่อแบรนด์สินค้า อย่างไรก็ตาม ตลาดอี-คอมเมิร์ซในอาเซียนยังประสบปัญหาการชาระเงินผ่านระบบออนไลน์ เนื่องจากประชากรกว่าร้อยละ 90 ของทั้งหมดยังไม่มีบัตรเครดิต โดยเฉพาะบางประเทศอาเซียนที่ประชากรกว่าครึ่งไม่มีบัญชีธนาคาร” นายคริส กล่าว

นายยอง ลิม ผู้อำนวยการธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ SingPost กล่าวว่า แม้ว่าปัญหาการชาระเงินผ่านระบบออนไลน์จะเป็นเรื่องใหญ่ของตลาดอี-คอมเมิร์ซ แต่เทคโนโลยีดิจิทัลในปัจจุบันนั้นสามารถสร้างช่องทางการชาระที่หลากหลายเพื่อตอบสนองปัญหาของผู้บริโภค อาทิ Stripe, Alipay or Apple Pay ซึ่งล้วนแต่เป็นการแก้ปัญหาดังกล่าวจากผู้ประกอบการรายใหญ่

ทั้งนี้ รัฐบาลแต่ละประเทศจำเป็นต้องสนับสนุนการลงทุนด้านเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อดึงดูดกลุ่มทุนอย่าง Venture Capital (VC) เข้ามายกระดับสตาร์ทอัพให้พร้อมสำหรับการแข่งขันในภูมิภาค โดยเฉพาะด้านนวัตกรรมและช่องทางการชาระเงินที่หลากหลาย

สำหรับมูลค่าตลาดอี-คอมเมิร์ซในประเทศไทย คาดว่าจะมีมูลค่า 2.5 ล้านล้านบาท ในปี 2559 โดยอี-คอมเมิร์ซแบบ B2C ของไทยมีอัตราการขยายตัวสูงในช่วงปี 2557-2558 โดยมีมูลค่า 7.29 แสนล้านบาท มากที่สุดในอาเซียน เมื่อวิเคราะห์เป็นค่าเฉลี่ยต่อหัวของประชากร การใช้จ่ายผ่านระบบอี-คอมเมิร์ซของไทยเมื่อเทียบกับชาติอาเซียนจะเป็นรองจากสิงคโปร์และมาเลเซีย

 

5 เคล็ดลับเพิ่มยอดขายออนไลน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

28 กันยายน 2559 เวลา 21:04 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/457265

5 เคล็ดลับเพิ่มยอดขายออนไลน์

โดย…รัฐกร โพธาราม ผู้จัดการทั่วไปและกรรมการผู้จัดการฝ่ายสร้างสรรค์ MRM//McCANN

ที่ผ่านมา เราได้เห็นการเติบโตของกระแสช็อปปิ้งออนไลน์กันอย่างต่อเนื่องทั่วโลก ในประเทศไทยเองผู้บริโภคก็หันมาจับจ่ายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการช็อปปิ้งผ่านร้านค้าที่ก่อตัวจากออนไลน์ตั้งแต่แรกเริ่ม หรือผ่านร้านค้ารีเทลชั้นนำที่มาบุกตลาดออนไลน์ ไปจนกระทั่งผ่านธุรกิจส่วนตัวเล็กๆ ที่ยังไม่มีแม้กระทั่งหน้าร้านจริง

แนวโน้มที่เกิดขึ้นทำให้หลายๆ คนเริ่มคาดการณ์ว่าการช็อปปิ้งออนไลน์จะมาแทนที่การช็อปปิ้งที่ร้านค้าจริงในเร็ววันนี้ และถึงแม้วันนั้นจะยังไม่มาถึง คงปฏิเสธไม่ได้ว่าออนไลน์มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อที่ร้านค้าจริงอย่างเต็มๆ

ในช่วงส่งท้ายปีเก่านี้ ตลาดอี-คอมเมิร์ซช็อปปิ้งออนไลน์นั้นคงจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง จึงเป็นที่น่าสนใจว่าทำการตลาดออนไลน์เพื่อเพิ่มยอดขายท้ายปีนั้นเราจะทำอะไรกันได้บ้าง

1.เข้าถึงครอบคลุมครบทุกช่องทางออนไลน์

ในหลายปีที่ผ่านมาด้วยการเติบโตของสื่อดิจิทัลและโซเชียล ทำให้การทำการตลาดแบบครบวงจรทุกช่องทางถือเป็นสิ่งที่นักการตลาดต่างมุ่งเน้น ซึ่งช็อปปิ้งออนไลน์ก็เช่นกัน ร้านค้าต่างต้องมีโซเชียลมีเดีย ทั้ง Website Facebook LINE Instagram ที่สานต่อด้านให้ความเข้าใจเกี่ยวกับข้อมูลสินค้า วิธีการสั่งซื้อ ไปจนถึงบริการหลังการขาย ให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้ไม่ว่าจะอยู่ที่แพลตฟอร์มใดเวลาไหน เรียกได้ว่าเป็นประสบการณ์การซื้อแบบตัวต่อตัวที่ผสมผสานตามสื่อที่ผู้บริโภคสะดวกที่สุดและไร้ขีดจำกัดด้านเวลา

2.จับจ่ายไร้รอยต่อด้วยสมาร์ทโฟน

ด้วยความทุกที่ทุกเวลาของสมาร์ทโฟน ออนไลน์ช็อปปิ้งจึงถูกพัฒนาไปพร้อมๆ กันกับเทคโนโลยีสมาร์ทโฟน ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการจับจ่ายผ่านสมาร์ทโฟน การเก็บข้อมูลการสะสมแต้ม Loyalty Card การออกโปรโมชั่นแบบตัวต่อตัวตามเวลาและสถานที่จริงที่ผู้บริโภคอยู่ โดยเทคโนโลยีการจับจ่ายรูปแบบดิจิทัล หรือที่มักเรียกกันว่า Digital Wallets ที่น่าจับตามองคงหนีไม่พ้น Apple’s Passbook และ Google Wallet ที่ต่างสร้างสรรค์ให้รอยต่อการช็อปปิ้งบนโลกจริงและโลกออนไลน์แทบไม่ต่างกัน

3.เหนือกว่าด้วยการรู้จักผู้ซื้ออย่างชาญฉลาด

ความท้าทายของการตลาดช็อปปิ้งออนไลน์นั้นคงหนีไม่พ้นเรื่องของการทำความรู้จักลูกค้าของคุณให้ได้อย่างลึกซึ้งที่สุด และสานต่อให้ประสบการณ์การซื้อเป็นเหมือนเพื่อนที่รู้ใจ โดยไม่ทำให้รู้สึกเสมือนถูกติดตามให้รำคาญใจ ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องของการปรับปรุงระบบข้อมูลและการปฏิวัติ Customer Experience ให้การทำโปรโมชั่นทุกชนิดโดนใจยิ่งกว่าเคย

4.ให้ช็อปปิ้งออนไลน์เป็นเรื่องเรียบง่าย

กลับไปที่จุดเริ่มต้นง่ายๆ ที่หลายๆ คนมักลืมนึกถึง นั่นคือ ความเรียบง่ายในการใช้งานและสั่งซื้อ หลายๆ ครั้งเรามักชื่นชอบความหวือหวาของการดีไซน์โดยลืมไปว่า สิ่งที่เป็นพื้นฐานที่สุดของการออกแบบประสบการณ์ออนไลน์ช็อปปิ้งคือความง่ายและชัดเจนในวิธีการใช้งานว่าจะต้องทำอะไรก่อนหลัง โหลดรวดเร็ว ให้การจับจ่ายเกิดขึ้นได้เพียงปลายคลิก ไม่ต้องผ่านหลายหน้าให้วุ่นวายและเปลี่ยนใจไม่ซื้อในที่สุด เช่น ปุ่มซื้อที่ชัดเจน ข้ามขั้นตอนการสมัคร จ่ายเงินได้ง่ายในหน้าเดียว กรอกข้อมูลการส่งสินค้าที่เป็นไปอย่างง่ายดาย ให้การซื้อของไม่มีสะดุดด้วย User Interface (UI) และ User Experience (UX) ที่ดี

5.ถึงมือเลยในวันเดียว

ในยุคที่การแข่งขันบนโลกออนไลน์ไม่มีที่สิ้นสุด การตอบโจทย์สิ่งที่ผู้บริโภคมองหาด้วยการส่งภายในวันเดียวนั้น ถือเป็นมาตรฐานใหม่ของการบริการออนไลน์ช็อปปิ้ง ที่ผู้บริโภคมักมีการตัดสินใจแบบเร่งด่วน ด้วยความจำกัดด้านเวลาทำให้ไม่มีเวลาไปซื้อที่หน้าร้านด้วยตัวเอง ทั้งยังอยากได้สินค้ามาไว้ในมืออย่างรวดเร็ว โดยที่ถ้าร้านค้าไม่สามารถผูกมัดการส่งที่ระบุวันได้อย่างชัดเจนและรวดเร็ว ก็สามารถเป็นสาเหตุให้ปิดการขายไม่ได้เช่นกัน

จะชนะในโลกของออนไลน์ช็อปปิ้งได้ คงต้องหันมาใส่ใจอินไซด์การจับจ่ายของนักช็อปอย่างแท้จริง พร้อมพัฒนาไปพร้อมกับเทคโนโลยีทั้งการออกแบบ การจ่ายเงิน และการบริการ เพื่อให้ทุกจุดประสบการณ์การช็อปสร้างความเหนือกว่าให้กับหน้าร้านออนไลน์ของคุณ

 

เอไอเอสไฟเบอร์รุกชิงที่2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

28 กันยายน 2559 เวลา 13:26 น….. อ่านต่อได้ที่ :http://www.posttoday.com/digital/457117

เอไอเอสไฟเบอร์รุกชิงที่2

เอไอเอสไฟเบอร์ รุกตลาดหนัก อัดโปรแจกเน็ตเพิ่ม หวังเบียดขึ้นอันดับ 2 ใน 3-5 ปี

นายศรัณย์ ผโลประการ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานบริหารธุรกิจฟิกซ์บรอดแบนด์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส เปิดเผยว่า การแข่งขันตลาดอินเทอร์เน็ตภายในบ้านผ่านเทคโนโลยีฟิกซ์บรอดแบนด์ หรือไฟเบอร์ ที่มีผู้เล่นรายใหญ่เข้ามาทำตลาดนั้น กลายเป็นโอกาสของเอไอเอสในการอัดแคมเปญเพิ่ม หวังเป็นเบอร์ 2 ภายใน 3-5 ปี

ทั้งนี้ ปัจจุบันเอไอเอสยังมีส่วนแบ่งตลาดเพียง 2% คิดเป็นจำนวนลูกค้าประมาณ 2 แสนราย ซึ่งบริษัทตั้งเป้าลูกค้า 3 แสนรายในสิ้นปีนี้ จากจำนวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตบ้านทุกค่ายรวมกันกว่า 6.5 ล้านราย โดยเอไอเอสยังคงเป็นเบอร์ 4 ในตลาด หากสามารถเพิ่มลูกค้าใหม่ได้เดือนละ 4-4.5 หมื่นรายต่อเนื่อง เชื่อว่าจะสามารถขึ้นเป็นเบอร์ 2 ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

นอกจากนี้ เอไอเอสยังตั้งเป้าที่จะลากสายไฟเบอร์ให้ครอบคลุมประชากรในเมืองที่มีกว่า 10 ล้านครัวเรือน โดยสัดส่วนลูกค้าในเขต กทม.อยู่ที่ 40% ซึ่งผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดอย่างทรูและทีโอทีก็เริ่มตื่นตัวในการทำตลาดไฟเบอร์เช่นกัน แต่ทุกรายจะเป็นการแข่งในลักษณะการเพิ่มความเร็วมากกว่าลดราคา

ขณะเดียวกัน แม้ว่าการใช้งานดาต้าอินเทอร์เน็ตในสมาร์ทโฟนจะดีอยู่แล้ว แต่การใช้งานอินเทอร์เน็ตภายในบ้านก็ต้องการความเร็วสูงเช่นกัน โดยอัตราเฉลี่ยการใช้งานเน็ตบ้านอยู่ที่ 50 Mbps ราคาแพ็กเกจระดับ 500-1,500 บาท ถือว่าเป็นราคาที่ลูกค้ารับได้ สิ่งที่ปรับเพิ่มเติมคือข้อเสนอในการใช้งานได้เพิ่มขึ้นมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นการอัพโหลดและดาวน์โหลดได้เร็วขึ้นเฉลี่ย 5 Mbps ดูหนังผ่านฮุคและแถมเพลย์บ็อกซ์ ในราคาเริ่มต้นที่ 590-1,888 บาท ซึ่งถือว่าเป็นโปรโมชั่นที่ไม่ได้ตัดราคาแข่งกับรายใด

อย่างไรก็ตาม ในปี 2558 เอไอเอสใช้งบลงทุนฟิกซ์บรอดแบนด์ไปกว่า 7,000 ล้านบาท สำหรับปีนี้อยู่ในช่วงยื่นแผนให้บอร์ดอนุมัติงบรอบใหม่ คาดว่าจะไม่น้อยไปกว่าเดิม

“เอไอเอสยืนยันว่าไม่มีแผนจะควบรวมกิจการกับรายใดเพื่อหวังส่วนแบ่งตลาด เพราะแผนธุรกิจที่วางไว้สามารถโตได้อยู่แล้ว”

 

ไทยแลนด์โมบายเอ็กซ์โป ปรับกลยุทธ์กระหน่ำลด 30%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

28 กันยายน 2559 เวลา 13:15 น…. อ่านต่อได้ที่ :http://www.posttoday.com/digital/457116

ไทยแลนด์โมบายเอ็กซ์โป ปรับกลยุทธ์กระหน่ำลด 30%

โดย…ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

หวนกลับมาอีกครั้งสำหรับไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป 2016 โชว์เคส รอบปลายปี ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 26 ก.ย.-2 ต.ค. 2559 นี้ ที่แม้จะไม่มีรุ่นไฮเอนด์อย่างซัมซุง กาแล็คซี่ โน้ต 7 และไอโฟน 7 มาขายในงาน แต่ผู้จัดงานยังมั่นใจค่ายรองลงมาที่เปิดตัวครั้งแรกในงานจะสร้างสีสันให้ไม่แพ้กัน

โอภาส เฉิดพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็ม วิชั่น ผู้จัดงาน ไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป 2016 โชว์เคส กล่าวว่า ตามปกติช่วงปลายปีจะเป็นการเปิดตัวของสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์อย่างซัมซุงและไอโฟน แต่อย่างที่ทราบด้วยปัญหาเครื่องของทั้งสองแบรนด์อาจมาไม่ทันภายในงาน จึงทำให้ต้องปรับกลยุทธ์อย่างเร่งด่วน และมีการจัดโปรโมชั่นลดราคามากกว่าครั้งก่อนๆ เพื่อชดเชยที่ไม่มีเครื่องรุ่นใหม่เข้ามา

“โดยปกติการจัดงานซัมซุงจะมีเครื่องรุ่นใหม่มาวางขายเกือบทุกครั้ง แต่ครั้งนี้จะเปิดบริการ ซัมซุง เพย์ (SAMSUNG PAY) รูปแบบใหม่ของการชำระเงินด้วยสมาร์ทโฟน ถือว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่จะเข้ามาตอบโจทย์ด้านการใช้จ่าย ถือว่าเป็นเรื่องใหม่ที่ยังไม่มีใช้งานที่ใดมาก่อน”

แม้ว่าสีสันสำคัญอย่าง ซัมซุง กาแล็คซี่ โน้ต 7 และไอโฟน 7 จะหายไป และก่อนหน้านี้มีการยืนยันว่าจะมาขายแน่นอน แต่ด้วยเหตุการณ์ต่างๆ อย่างที่ทราบทำให้ซัมซุงต้องเลื่อนการรับเครื่องที่จองล่วงหน้าไปเป็นวันที่ 30 พ.ย. ส่วนการวางขายสินค้าจริงก็ต้องเลื่อนไปก่อนอย่างไม่มีกำหนด ส่วนไอโฟน 7 นั้น เพิ่งเปิดขายจริงเมื่อวันที่ 16 ก.ย.ในประเทศกลุ่มแรก ส่วนประเทศกลุ่มที่ 2 เปิดขายเมื่อวันที่ 23 ก.ย.ที่ผ่านมา

แม้จะมีกระแสข่าวออกมาว่า ไอโฟน 7 จะวางขายในไทยวันที่ 21 ต.ค.นี้ พร้อมกับแอปเปิ้ล วอชต์ 2 พร้อมกันเลย แต่ก็ต้องรอความชัดเจนจากทางแอปเปิ้ลอีกครั้งหนึ่งว่างานนี้จะแน่นอนหรือไม่ อย่างไรก็ตามการไม่มีสองแบรนด์หลักก็ใช่ว่าจะไม่มีรุ่นใหม่เปิดตัวเลย แต่จะเป็นอันดับถัดไปในกลุ่มสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น ออปโป้ เปิดตัวรุ่น F1s โมโต เปิดตัว Moto Z, Moto Z Play และ Moto Mods เป็นต้น

โอภาส กล่าวต่ออีกว่า จากยอดเงินสะพัดในงาน Thailand Mobile Expo 2016 Hi-End กลางปีที่ผ่านมาทำได้ 1,500 ล้านบาท ผู้เข้าชมงาน 6 แสนราย ลดลงจากเมื่องานครั้งต้นปีลง 5% และครั้งปลายปีนี้ ด้วยการที่ทุกค่ายใช้กลยุทธ์ลดกระหน่ำ แจกของแถมเพิ่มเพื่อเรียกกระแสให้คนมาจับจ่ายสมาร์ทโฟนและสินค้าไอทีเพิ่มขึ้น ก็เชื่อว่าจะขายจำนวนเครื่องได้เพิ่ม แต่เม็ดเงินอาจไม่สูงมากนัก

“ถ้าไม่เกิดเหตุการณ์ฝนตก พายุเข้ารุนแรง เรายังคาดว่ายอดเงินสะพัดในงานและจำนวนผู้เข้าชมน่าจะเพิ่มขึ้นเกิน 10% เพราะราคาเครื่องรุ่นไฮเอนด์จะลดลงกว่าเดิมเกิน 30% ทำให้จำนวนเครื่องน่าจะขายได้มากขึ้น แต่จำนวนเงินน่าจะอยู่ที่ 1,500 ล้านบาท”

โอภาส กล่าวเสริมว่า ทางด้านพื้นที่จัดงานสัดส่วนการจัดงานยังคงเต็มพื้นที่เช่นเดิม แต่จะเห็นแบรนด์สมาร์ทโฟนรายเล็กเข้ามาตั้งบูธเพิ่มขึ้นกว่าเดิม รวมทั้งมีการแสดงสินค้าประเภทอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ มีการจัดสัมมนาเพิ่มเติม เพราะปีนี้จะไม่มีโซนเกม จากปัญหาโปเกมอน โก หลายค่ายจึงเลื่อนการเปิดตัวออกไปก่อน

ไมเคิล จิ่ง ผู้อำนวยการ หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (ประเทศไทย) กล่าวว่า หัวเว่ยจะจัดแคมเปญ หัวเว่ย เอ็กซ์โป ภายในงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป โดยเปิดตัว 2 รุ่นพร้อมกัน คือ MediaPad M3 12,900 บาท และ MediaPad T2 7.0 ราคา 4,590 บาท พร้อมอัดโปรโมชั่นเฉพาะภายในงานเท่านั้น

ต้องจับตาดูว่ากระแสการจับจ่ายสมาร์ทโฟนในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีจะช่วยฟื้นกำลังซื้อให้กลับมาดีจริงหรือไม่ เพราะหลายค่ายก็คาดการณ์ว่าจะเป็นจังหวะเปลี่ยนเครื่องของผู้ที่ใช้เครื่องเดิมมานานกว่า 1-2 ปีพอดี แม้จะไม่มีรุ่นไฮเอนด์ที่ทุกคนรอคอยก็ตาม

รวมโปรโมชั่น ไทยแลนด์โมบายเอ็กซ์โป 2016

http://www.thailandmobileexpo.com/2016showcase/th/promotion/