ยุโรปตั้งเป้าใช้ระบบ5จีทุกพื้นที่ภายในปี 2025

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

14 กันยายน 2559 เวลา 21:20 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/454494

ยุโรปตั้งเป้าใช้ระบบ5จีทุกพื้นที่ภายในปี 2025

ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปตั้งเป้าให้มีการใช้งาน 5จี ครอบคลุมทุกพื้นที่ในยุโรปภายในปี2025

สำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่า นายฌอง คล้อด ยุงเกอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ซึ่งเป็นองค์กรบริหารของสหภาพยุโรป (EU) กล่าวว่า EU ต้องการให้เทคโนโลยี 5จี แพร่หลายออกไปครอบคลุมทุกพื้นที่ในยุโรป

นายยุงเกอร์ระบุว่า EU มีเป้าหมายในการใช้ระบบ 5จี ภายในปี 2025 ซึ่งจะช่วยสร้างงาน 2 ล้านตำแหน่งในยุโรป นอกจากนี้ยังตั้งเป้าให้ประชาชนสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไร้สายได้ฟรีในทุกเมือง และสถานที่สาธารณะภายในปี 2020

นายยุงเกอร์ยังเรียกร้องให้มีการลงทุนมากขึ้นในอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และภาคธุรกิจควรวางแผนการลงทุนในยุโรปสำหรับในช่วง 20 ปีข้างหน้า

ภาพ…เอเอฟพี

 

กสทช.สอบ “เอไอเอส” หลังพนักงานขโมยข้อมูลลูกค้าไปขาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

14 กันยายน 2559 เวลา 16:25 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/454440

กสทช.สอบ "เอไอเอส" หลังพนักงานขโมยข้อมูลลูกค้าไปขาย

กสทช. ตั้งคณะกรรมการสอบ AIS กรณีพนักงานนำข้อมูลลูกค้าไปขาย พร้อมส่งหนังสือกำชับผู้ให้บริการชี้เปิดเผยข้อมูลลูกค้ามีโทษสูงสุดถึงขั้นยึดใบอนุญาต

เมื่อวันที่ 14 ก.ย. นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีผู้โพสต์ข้อความลงเว็บไซต์พันทิปว่ามีพนักงาน AIS นำข้อมูลลูกค้าไปให้บุคคลภายนอก นั้น ในวันนี้ (14 ก.ย. 2559) สำนักงาน กสทช. ได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวแล้ว พร้อมทั้งส่งหนังสือกำชับไปยังผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกรายหากเปิดเผยข้อมูลลูกค้าจะมีความผิดตามมาตรา 74 แห่งพ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 โดยมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 2 ปี ในส่วนของผู้ประกอบการก็อาจมีความผิดในทางปกครองตามประกาศ มาตรการคุ้มครองสิทธิของผู้ใช้บริการโทรคมนาคมเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิในความเป็นส่วนตัว และเสรีภาพในการสื่อสารถึงกันโดยทางโทรคมนาคม ซึ่งโทษสูงสุดถึงขั้นยึดใบอนุญาตประกอบกิจการ

ผลการประชุม กสทช. ในวันนี้ ที่ประชุม กสทช. ได้มติเห็นชอบสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อ (ร่าง) ประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียง หรือกิจการโทรทัศน์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. …. และได้มีมติเห็นชอบร่างประกาศดังกล่าว และให้นำไปประกาศในราชกิจจานุเบิกษาเพื่อให้มีผลบังคับใช้ต่อไป

สำหรับสาระสำคัญของร่างประกาศ กสทช. เรื่อง ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียง หรือกิจการโทรทัศน์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. …. ได้กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ดังนี้

-รายได้ 0-5 ล้านบาทแรก อัตราค่าธรรมเนียม ร้อยละ 0.50

-รายได้ส่วนที่เกินกว่า 5 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 50 ล้านบาท อัตราค่าธรรมเนียมร้อยละ 0.75

-รายได้ส่วนที่เกินกว่า 50 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 500 ล้านบาท อัตราค่าธรรมเนียมร้อยละ 1.00

-รายได้ส่วนที่เกินกว่า 500 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 1,000 ล้านบาท อัตราค่าธรรมเนียมร้อยละ 1.75

-รายได้ส่วนที่เกินกว่า 1,000 ล้านบาท อัตราค่าธรรมเนียมร้อยละ 2.00

โดยการชำระค่าธรรมเนียมดังกล่าวต้องชำระเป็นรายปี กรณีที่ไม่ชำระเงินค่าธรรมเนียมภายในระยะเวลาที่กำหนดหรือชำระไว้ไม่ครบถ้วน ผู้รับใบอนุญาตจะต้องชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรายปีและเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 1.50 ต่อเดือนของจำนวนเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรายปีที่ต้องชำระแต่ชำระไว้ไม่ครบ โดยเศษของเดือนให้นับเป็นหนึ่งเดือน นับตั้งแต่วันถัดจากวันครบกำหนดชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรายปี จนกว่าจะชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรายปีครบถ้วน

จากนั้น ที่ประชุม กสทช. ได้สนับสนุนการขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ปี 2559  โดยอนุมัติค่าใช้จ่ายการขอรับจัดสรรงบประมาณแผนการขับเคลื่อนภารกิจของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ประจำปี 2559 (มิ.ย.-ธ.ค. 2559) วงเงินงบประมาณ 171,627,941 บาท โดยแบ่งจัดสรรเงินงบประมาณเป็น 2 งวด คือ งวดแรก จำนวน 120,227,941 บาท ภายหลัง กสทช. มีมติเห็นชอบ งวดที่สอง จำนวน 51,400,000 บาท เมื่อกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ได้ดำเนินการจัดสรรทุนและมีการลงนามในสัญญารับทุนแล้ว ทั้งนี้วงเงินดังกล่าวถือเป็นกรอบวงเงินที่ได้รับตามมาตรา 6 (1) และจะต้องมีการใช้จ่ายเงินให้เป็นไปตามมาตรา 13 แห่ง พ.ร.บ. กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ พ.ศ. 2558

 

โน้ต7ระเบิดเหตุผลิตพลาดเลื่อนส่งไม่มีกำหนด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

14 กันยายน 2559 เวลา 09:45 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/454321

โน้ต7ระเบิดเหตุผลิตพลาดเลื่อนส่งไม่มีกำหนด

ซัมซุงแจงผลสอบเบื้องต้นโน้ต 7 ระเบิดจากการผลิตผิดปกติ ในไทยเลื่อนส่งมอบเครื่องจาก ก.ย.

ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ ผู้ผลิตเทคโนโลยีจากเกาหลีใต้ เปิดเผยผลการตรวจสอบเบื้องต้นในซัมซุงกาแล็คซี่ โน้ต 7 ซึ่งมีปัญหาแบตเตอรี่ระเบิด พบว่ามีความผิดปกติในการผลิต ซึ่งสร้างแรงดันให้กับเซลล์แบตเตอรี่ จนทำให้แบตเตอรี่ขั้วบวกและขั้วลบหดตัวและก่อให้เกิดความร้อนเพิ่มขึ้นกว่าปกติ อย่างไรก็ตาม ซัมซุง ระบุว่า ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมเพื่อให้สาเหตุที่ถูกต้อง

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานอ้างแหล่งข่าวว่า ซัมซุง เอสดีไอ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือซัมซุง เป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่ส่วนใหญ่สำหรับโน้ต 7 ซึ่งหุ้นของซัมซุง เอสดีไอ ปรับลดลงเกือบ 10% นับตั้งแต่วันที่ 2 ก.ย. จนถึงวันที่ 13 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้ซัมซุง ระบุว่า ได้ขายโน้ต 7 ไปราว 2.5 ล้านเครื่อง ก่อนการเรียกคืน

ด้าน เคที คอร์ป ผู้ให้บริการเครือข่ายในเกาหลีใต้ ระบุว่า การยกเลิกหรือขอคืนเงินสั่งซื้อซัมซุง กาแล็คซี่ โน้ต 7 เอส ล่วงหน้ายังคงไม่มากนัก โดยโน้ต 7 เอส มีกำหนดจะวางขายในวันที่ 19 ก.ย.นี้

ด้าน บริษัท ซัมซุง ประเทศไทย ระบุว่า ยังคงยึดตามแถลงการณ์เดิมและไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ รวมทั้งไม่ให้ข้อมูลว่าส่งผลกระทบต่อยอดการสั่งจองล่วงหน้ากับทางลูกค้าหรือไม่ เพราะในประเทศไทยยังต้องรอการผลิตเครื่องรุ่นใหม่ทั้งหมด จึงยังไม่มีแผนรับมือที่ชัดเจนว่าจะเป็นไปในทิศทางอย่างไร โดยกำหนดการเดิมลูกค้าที่สั่งจองล่วงหน้าจะได้รับเครื่องในเดือน ก.ย.นี้ แต่ขณะนี้ได้แจ้งเลื่อนการรับเครื่องไปแบบยังไม่มีกำหนดที่ชัดเจน

นอกจากนี้ จากคำแถลงการณ์ของ นายดีเจ โก๊ะ ประธานธุรกิจโทรคมนาคม บริษัท ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ ระบุว่าบริษัทจะรับผิดชอบด้วยการผลิตเครื่องใหม่ทั้งหมด สำหรับลูกค้าบางประเทศที่ซื้อไปใช้งานแล้วกว่า 2.5 ล้านเครื่อง ทางบริษัทแนะนำให้มาเปลี่ยนเครื่องใหม่เมื่อมีเครื่องล็อตใหม่ที่ผลิตเสร็จส่งไป ประเทศของลูกค้าก็จะได้รับไปใช้งานก่อนทันที

ขณะที่แผนการสร้างภาพลักษณ์ ซัมซุง ซึ่งโดนกระทบจากโน้ต 7 จะมีการทำกิจกรรมมาหลังจากเครื่องล็อตผลิตใหม่เริ่มวางตลาด

ภาพเอเอฟพี

 

ดัน3ภารกิจ พลิกกสทฯ เติบโตยาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

14 กันยายน 2559 เวลา 06:06 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/454288

ดัน3ภารกิจ พลิกกสทฯ เติบโตยาว

ซีอีโอ CAT เร่งผลักดัน 3 ภารกิจ สร้างธุรกิจใหม่ทดแทนรายได้จากธุรกิจโมบายลดลง ลุยสมาร์ทซิตี้

พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม หรือ CAT เปิดเผยในงาน CAT Network Showcase 2016 ว่า กสทฯ มีภารกิจหลักที่จะเร่งรัดผลักดัน 3 ด้าน คือ 1.การสร้างธุรกิจใหม่ที่จะสร้างรายได้หลักของบริษัทในระยะยาว หรือเป็น New S-Curve เพื่อทดแทนรายได้หลักจากกลุ่มธุรกิจโมบายที่จะลดลง พร้อมกับหาพันธมิตรใหม่มาร่วมผลักดันธุรกิจ 2.การเร่งแก้ไขข้อพิพาททั้งหมดกับบริษัทต่างๆ รวมถึงสัญญาสัมปทานเพื่อสร้างรายได้ให้บริษัทเติบโต

และ 3.การเร่งปรับแก้ไขโครงสร้างองค์กรและการแยกจัดตั้งบริษัทใหม่ 3 แห่ง ตามที่คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) มีมติมาก่อนหน้านี้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร ส่วนในปีงบประมาณ 2560 เตรียมงบลงทุนไว้ 5,000 ล้านบาท เพื่อลงทุนเกตเวย์เชื่อมโยงประเทศไทยกับประเทศต่างๆ รองรับความต้องการใช้งานด้านดาต้าของประเทศไทยที่สูงขึ้นไม่ต่ำกว่าปีละ 80% โดยจะเดินหน้าลงทุนตามแผนที่วางไว้ แต่กำลังพิจารณาว่าควรลงทุนเส้นทางใด เช่น เชื่อมโยงกับไทยและสิงคโปร์ หรือประเทศไทย เชื่อมโยงกับฮ่องกงและประเทศเพื่อนบ้านเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

“การหารายได้ธุรกิจใหม่จะเกี่ยวข้องกับการสร้างแพลตฟอร์มรองรับการใช้งานของภาคธุรกิจและหน่วยงานรัฐ ทั้งการร่วมสร้างแพลตฟอร์มสมาร์ทซิตี้ที่ได้เริ่มทำใน จ.ภูเก็ต แล้ว มีแผนขยายไปในจังหวัดอื่นๆ การสร้างแพลตฟอร์มด้านอินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ (IOT) และการผลักดันแอพพลิเคชั่นต่างๆ โดยจะร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อร่วมสร้างธุรกิจใหม่ที่สร้างรายได้เติบโตอย่างมั่นคง เพราะคาดว่าภายใน 5 ปีข้างหน้า รายได้จากกลุ่มธุรกิจโมบายจะคงที่ หรือมีกำไรลดลง ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีพันธมิตรทางธุรกิจในรูปแบบ MVNO ประมาณ 4 ราย และมีนักลงทุนหลายประเทศสนใจเข้ามาร่วมลงทุน” พ.อ.สรรพชัย กล่าว

สำหรับการแยกบริษัทใหม่ตามมติ คนร.นั้น จะต้องมีการสำรวจทรัพย์สินของบริษัท และต้องทำให้การลงทุนต่างๆไม่มีความซ้ำซ้อนกับทีโอที

 

แบตระเบิดพ่นพิษซัมซุงส่อยอดฮวบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 กันยายน 2559 เวลา 09:21 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/454094

แบตระเบิดพ่นพิษซัมซุงส่อยอดฮวบ

คาดซัมซุงยอดไตรมาส 3 ร่วง หลังเรียกคืนสมาร์ทโฟนแบตเตอรี่ระเบิด พลาดโอกาสทุบแอปเปิ้ล

ซีดับเบิลยู ชอง นักวิเคราะห์จาก โนมูระ อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดเผยว่า ปัญหาแบตเตอรี่ของซัมซุงกาแล็คซี่โน้ต 7 ส่งผลให้ซัมซุงพลาดโอกาสที่จะเพิ่มยอดขายหลังการเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของแอปเปิ้ล อิงค์ บริษัทเทคโนโลยีจากสหรัฐไม่สร้างความประทับใจ และการเรียกคืนซัมซุงโน้ต 7 ซึ่งคาดว่าต้องใช้งบประมาณ 1-1.5 ล้านล้านวอน (ราว 3-4.5 หมื่น ล้านบาท) จะกระทบต่อรายได้ฝ่ายโทรศัพท์มือถือของซัมซุงในไตรมาส 3

นอกจากนี้ โนมูระยังปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการโทรศัพท์มือถือในไตรมาส 3 ของซัมซุงลง 9 แสนล้านวอน (ราว 2.7 หมื่นล้านบาท) เหลือ 3.1 ล้านล้านวอน (ราว 9 แสนล้านบาท)

ด้าน ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ ผู้ผลิตจากเกาหลีใต้ สูญมูลค่าในตลาดหลักทรัพย์ไปมากกว่า 2.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 7.7 แสนล้านบาท) ระหว่างวันที่ 9 ก.ย. และ 12 ก.ย. โดยหุ้นของซัมซุงปรับลงไปเกือบ 7% ในตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา

“ความเชื่อมั่นยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ หลังทางการสั่งเตือนการใช้และปัญหาจะยังคงอยู่ต่อไป แม้จะเรียกคืนโทรศัพท์แล้วก็ตาม ผลที่ตามมาดูเหมือนจะใหญ่กว่าที่คาด ขณะที่นอกจากซัมซุงจะต้องจัดการกับการเรียกคืนแล้วยังเสียโอกาสบางประการไปด้วย” ชอง กล่าว

ก่อนหน้านี้ ซัมซุงประกาศให้ลูกค้าปิดโทรศัพท์มือถือรุ่นดังกล่าว และนำมาเปลี่ยนหลังเหตุแบตเตอรี่ระเบิด ซึ่งส่งผลให้สายการบินและหน่วยงานด้านการบินออกคำสั่งเตือนห้ามใช้โทรศัพท์มือถือดังกล่าวบนเที่ยวบิน เช่น การบินแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (เอฟเอเอ) หน่วยงานด้านความปลอดภัยในยุโรป สายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ส เดลต้าแอร์ไลน์ส เป็นต้น

ภาพ เอเอฟพี

 

เปิดโน้ต7บนเครื่องปรับ2หมื่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 กันยายน 2559 เวลา 05:57 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/454062

เปิดโน้ต7บนเครื่องปรับ2หมื่น

กพท.คุมเข้มเปิดใช้มือถือซัมซุงรุ่นกาแล็คซี่โน้ต 7 บนเครื่อง ชี้หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 2 หมื่น ด้าน กสทช.เผยสามารถจำหน่ายล้อตที่ไม่มีปัญหาได้

นายจุฬา สุขมานพ รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) และอธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.) กล่าวถึงกรณีมาตรการเชิงป้องกันที่ห้ามผู้โดยสารห้ามใช้โทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุงรุ่นกาแล็คซี่โน้ต 7 รวมทั้งห้ามโหลดโทรศัพท์รุ่นดังกล่าวใต้ท้องเครื่องว่า เนื่องจากโทรศัพท์รุ่นดังกล่าวมีปัญหาเรื่องแบตเตอรี่ เมื่อวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา มีหน่วยงานด้านการบินพลเรือนของประเทศต่างๆ ออกคำเตือนเพื่อป้องกันปัญหา ดังนั้น กพท.จึงต้องออกประกาศด้วย เพราะมีสายการบินต่างประเทศทั้งจากประเทศไทยและต่างประเทศบินเข้าออกมาก

“ที่ กพท.ต้องออกประกาศป้องกันให้เกิดความเข้าใจตรงกันในทางปฏิบัติ เป็นหลักเกณฑ์ตรงกับในหลายๆ ประเทศ คือ ห้ามโหลดซัมซุงกาแล็คซี่โน้ต 7 ไว้ใต้ท้องเครื่องบิน โดยให้ถือขึ้นเครื่องได้ ต้องปิดเครื่องและห้ามชาร์จ หากเกิดสิ่งผิดปกติให้แจ้งลูกเรือบนเครื่องบินให้ทราบด้วย ทั้งนี้ได้กำชับให้สายการบินแจ้งให้ผู้โดยสารบนเครื่องทราบด้วย และเรื่องนี้ กพท.ได้ให้สายการบินประกาศบนเครื่องบิน เพื่อแจ้งให้ผู้โดยสารทราบเรื่องการนำโทรศัพท์ซัมซุงกาแล็คซี่โน้ต 7 ขึ้นเครื่องด้วยว่าควรปฏิบัติอย่างไรบ้าง” นายจุฬา กล่าว

นายจุฬา กล่าวว่า ในส่วนการประกาศห้ามนำพาวเวอร์แบงก์ที่เกินกำหนด เช่น 3.2 หมื่นมิลิแอมป์ ห้ามเอาขึ้นเครื่องแม้ว่าโหลดใต้ท้องเครื่องบินก็ไม่ได้ หากต่ำกว่า 2-3.2 หมื่นมิลิแอมป์ นำขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 2 ก้อน และทราบว่าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิก็ประกาศเรื่องนี้ไปแล้ว และทุกฝ่ายโดยเฉพาะสายการบินระหว่างประเทศขณะนี้ทราบประกาศดังกล่าวแล้ว

“เรากำชับให้ทุกสายการบินทำตามแนวทางปฏิบัติของ กพท.อย่างเคร่งครัดทั้งเรื่องโทรศัพท์และการพกพาพาวเวอร์แบงก์ขึ้นเครื่องบิน โดยพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินจะต้องแจ้งและประกาศแนวทางปฏิบัติให้ผู้โดยสารบนเครื่องทราบด้วยทุกครั้ง และต้องคอยกำกับดูแลเป็นไปตามแนวทางปฏิบัติ หากผู้โดยสารรายใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามหรือฝ่าฝืนคำแนะนำของพนักงานถือว่ามีความผิดตามมาตรา 8 วรรค 2 ตามพระราชบัญญัติ ว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ. 2558 ข้อหาฝ่าฝืนใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในเวลาที่ห้ามใช้ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท” นายจุฬา กล่าว

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงาน กสทช. ทำหนังสือถึงบริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ในฐานะผู้ยื่นขอใบรับรองมาตรฐานเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์กาแล็คซี่โน้ต 7 ให้ระงับการนำเข้าโทรศัพท์มือถือซัมซุงกาแล็คซี่โน้ต 7 ล็อตที่ถูกเรียกคืนจากบริษัท ซัมซุง เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยแล้วเพื่อความปลอดภัย อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบของสำนักงาน กสทช. พบว่าปัจจุบันยังไม่มีการนำเข้าโทรศัพท์เคลื่อนที่กาแล็คซี่โน้ต 7 เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย

“บริษัทยังสามารถนำกาแล็คซี่โน้ต 7 ล็อตที่ไม่มีปัญหาถูกเรียกคืนได้เข้ามาจำหน่ายได้ แต่ต้องมีผลการทดสอบมาตรฐานความปลอดภัยทางไฟฟ้ามาแสดงกับสำนักงาน กสทช. เพิ่มด้วยพร้อมกันนี้สำนักงาน กสทช. จะได้เร่งประสานกับสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ตรวจสอบอุปกรณ์ดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนได้ใช้อุปกรณ์โทรคมนาคมที่มีคุณภาพ” นายฐากร กล่าว

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมาสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐ (เอฟเอเอ) ประกาศผ่านเว็บไซต์ถึงผู้โดยสารที่ใช้กาแล็คซี่โน้ต 7 ซึ่งมีปัญหาเรื่องแบตเตอรี่ว่าห้ามนำกาแล็คซี่โน้ต 7 เปิดใช้งาน ห้ามชาร์จและห้ามโหลดใต้เครื่องเป็นอันขาดเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร

ภาพ เอเอฟพี

 

อาลีเพย์บุกหวังรับคนจีนมาไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 กันยายน 2559 เวลา 21:54 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/454060

อาลีเพย์บุกหวังรับคนจีนมาไทย

อาลีเพย์เร่งขยายพันธมิตรในไทย หวังรับนักท่องเที่ยวกว่า 10 ล้านราย มาใช้จ่ายเพิ่มในปีหน้า

นายแพนดา เจีย ผู้อำนวยการอาวุโส อาลีเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนลและแอนท์ ไฟแนนเชียล เปิดเผยว่า ในการประชุม จี20 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แจ็ค หม่า ได้เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทย ซึ่งนายกรัฐมนตรีต้องการให้อาลีบาบามาตั้งสาขาในไทยและช่วยนำสินค้าเอสเอ็มอีของไทยไปขายในจีนให้มากขึ้น โดยใช้ช่องทางขนส่งและกระบวนการทำงานของอาลีบาบา เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและเพิ่มโอกาสของผู้ค้าในไทย

ทั้งนี้ บริษัทมองว่าการขยายคู่ค้าด้านการชำระเงินและภาคธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นนั้น จะช่วยเพิ่มโอกาสใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้ามาในไทย โดยครึ่งแรกของปีนี้มีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาไทยแล้วกว่า 7 ล้านคน และปีหน้าคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกเป็น 10 ล้านคน ซึ่งการมีธุรกิจรองรับการใช้จ่ายเงินที่สะดวกจะช่วยเพิ่มโอกาสทางรายได้ของร้านค้ามากขึ้น

ขณะที่ปัจจุบันอาลีเพย์มีการทำงานร่วมกับ คิง เพาเวอร์ เดอะมอลล์ กรุ๊ป นารายา เถ้าแก่น้อย และแบรนด์ชั้นนำระดับโลกจำนวนมากอยู่แล้ว แต่ก็ต้องการเพิ่มคู่ค้าทั้งรายใหญ่และย่อยให้มากขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้จ่ายของลูกค้า

นอกจากนี้ ยังพบว่า ธุรกิจสปา ร้านขายสินค้าที่ระลึกและอาหาร ยังคงเป็นกลุ่มสินค้าที่ชาวจีนต้องการอย่างมาก แต่ประสบปัญหาการจ่ายเงินสดที่นักท่องเที่ยวอาจมีไม่พอ ทำให้ร้านค้าเสียโอกาสทางรายได้ จึงต้องการกระตุ้นให้ธุรกิจเหล่านี้เข้ามาติดตั้งอุปกรณ์จ่ายเงินของอาลีเพย์เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้จ่ายมากขึ้น เพราะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางมาไทยใช้งานแอพอาลีเพย์มากกว่า 120 ล้านราย เมื่อเทียบกับยอดผู้ใช้อาลีเพย์ในจีนที่มีสูงถึง 450 ล้านราย

นายเจีย กล่าวว่า นอกจากช่องทางการจ่ายเงินแล้ว อาลีเพย์ยังได้พัฒนาแอพพลิเคชั่นเพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับร้านค้า โปรโมชั่น และการเดินทางว่าธุรกิจใดที่มีอาลีเพย์เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องการใช้จ่าย ซึ่งถือว่าเป็นบริการเสริมเพื่อกระตุ้นให้นักเดินทางที่ต้องการเดินทางเข้ามาในไทยสามารถเลือกค้นหาสินค้าและบริการที่ต้องการ รวมทั้งหาข้อมูลได้ครบถ้วนตั้งแต่ก่อนเดินทาง

ด้าน นายปุณณมาศ วิจิตรกุลวงศา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซนด์ กรุ๊ป และบริษัท ทรู มันนี่ กล่าวว่า ทรูมันนี่เป็นผู้ให้บริการอี-เพย์เมนต์ในประเทศไทยซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในการรับชำระสินค้าและบริการให้นักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวไทยและทรูมันนี่เชื่อว่าจะมีร้านค้าเอสเอ็มอีให้ความสนใจสมัครเข้าใช้บริการกว่า 2,000 ร้านค้า ภายในสิ้นปีนี้

 

กำชับสายการบินแจ้งหลักปฏิบัติเรื่อง”กาแลคซี่โน๊ต7″ให้ผู้โดยสารทราบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 กันยายน 2559 เวลา 12:41 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/453940

กำชับสายการบินแจ้งหลักปฏิบัติเรื่อง"กาแลคซี่โน๊ต7"ให้ผู้โดยสารทราบ

กพท.กำชับให้สายการบินแจ้งผู้โดยสารบนเครื่องบินให้ทราบถึงกรณีหลักปฏิบัติ “ซัมซุง กาแลคซี่โน๊ต 7”

นายจุฬา สุขมานพ รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) และอธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.) กล่าวถึงกรณีมาตรการเชิงป้องกันเกี่ยวกับโทรศัพท์มือถือซัมซุง กาแลคซี่โน๊ต 7 ว่า เนื่องจากโทรศัพท์รุ่นดังกล่าวมีปัญหาเรื่องแบตเตอรี่ และเมื่อวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมามีหน่วยงานด้านการบินพลเรือนของประเทศต่างๆออกคำเตือนเพื่อป้องกัน หลักๆคือ กพท.จึงต้องออกประกาศด้วย เพราะมีสายการบินต่างประเทศทั้งไทย-ต่างประเทศบินเข้า-ออกบ่อยครั้ง จึงต้องออกประกาศป้องกันให้เกิดความเข้าใจตรงกันในทางปฏิบัติ เป็นหลักเกณฑ์ตรงกับในหลายๆ ประเทศ คือ ห้ามโหลดซัมซุง กาแลคซี่โน๊ต 7 ไว้ใต้ท้องเครื่องบิน โดยให้ถือขึ้นเครื่องได้ ต้องปิดเครื่องและห้ามชาร์ทแบตเตอรี่ และหากเกิดสิ่งผิดปกติกับโทรศัพท์ให้แจ้งลูกเรือบนเครื่องบินให้ทราบด้วย

ทั้งนี้ได้กำชับให้สายการบินแจ้งให้ผู้โดยสารบนเครื่องทราบด้วย

“เรื่องนี้ได้ให้สายการบินประกาศบนเครื่องบิน เพื่อแจ้งให้ผู้โดยสารทราบเรื่องการนำโทรศัพท์ซัมซุง กาแลคซี่โน๊ต 7 ขึ้นเครื่องด้วยว่า ควรปฏิบัติอย่างไรบ้าง”นายจุฬา กล่าว

นายจุฬา กล่าวว่า เดิมมีประกาศห้ามนำพาวเวอร์แบงก์ที่เกินกำหนด เช่น 32,000 มิลลิแอมป์ ห้ามนำขึ้นเครื่องแม้ว่าโหลดใต้ท้องเครื่องบินก็ไม่ได้ หากต่ำกว่า 20,000-32,000 มิลลิแอมป์นำขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 2 ก้อน และทราบว่าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิก็ประกาศเรื่องนี้ไปแล้ว และทุกฝ่ายโดยเฉพาะสายการบินระหว่างประเทศขณะนี้ทราบประกาศดังกล่าวแล้ว

ภาพ…เอเอฟพี

 

เวอร์จิน กาแลคติกทดสอบการบินยานอวกาศใหม่สำเร็จ!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

11 กันยายน 2559 เวลา 12:56 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/453831

เวอร์จิน กาแลคติกทดสอบการบินยานอวกาศใหม่สำเร็จ!

การท่องเที่ยวอวกาศใกล้เป็นความจริงแล้ว ล่าสุดบริษัทเวอร์จิน กาแลคติกประสบความสำเร็จในการทดสอบการบินของเครื่องบินรุ่นใหม่

คุณผู้อ่านคนใดที่ใฝ่ฝันอยากจะเดินทางท่องเที่ยวอวกาศ และสัมผัสประสบการณ์ปราศจากแรงโน้มถ่วง เตรียมเก็บเงินรอได้เลย เพราะล่าสุดบริษัทเวอร์จิน กาแลคติก บริษัทขนส่งอวกาศเชิงพาณิชย์ ได้ประกาศความสำเร็จของการทดสอบการบินของยานอวกาศใหม่เป็นที่เรียบร้อย หลังจากที่สองปีก่อน เกิดเหตุนักบินคนหนึ่งเสียชีวิตในการทดสอบ

โดยยานอวกาศลำใหม่นี้ออกทำการบินและกลับมาลงจอดที่สถานีขนส่งอวกาศในรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ใช้เวลาเดินทางเกือบสี่ชั่วโมง และได้บินเหนือทะเลทรายโมฮาวี ที่ระดับความสูงสุดประมาณ 15,000 เมตร เลยทีเดียว

สำหรับการเดินทางท่องเที่ยว ยานอวกาศดังกล่าวถูกออกแบบให้สามารถรองรับผู้โดยสารจำนวน 6 คน และนักบิน 2 คน และที่พิเศษก็คือยานลำนี้สามารถบินไปในอวกาศระดับต่ำกว่าวงโคจรได้เป็นเวลาถึง 5 นาที

และทางบริษัทยังได้กล่าวถึงความล้มเหลวในการทดสอบบินปี 2014 ว่าส่งผลให้การทดสอบบินครั้งแรกนี้ กลายเป็นความสำเร็จที่น่าประทับใจ สำหรับทีมงานที่ดำเนินงานกันมาอย่างหนัก นอกจากนั้นยังได้วางแผนจะทดสอบการบินและการวิเคราะห์ต่อไปอีก ก่อนที่จะเริ่มเปิดให้ยานอวกาศสามารถนำส่งผู้โดยสารขึ้นไปยังอวกาศได้ในอนาคต

 

ซัมซุงในไทยแจงส่ง”โน้ต 7″ล็อตใหม่ให้ลูกค้าที่จองล่วงหน้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

10 กันยายน 2559 เวลา 20:03 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/453746

ซัมซุงในไทยแจงส่ง"โน้ต 7"ล็อตใหม่ให้ลูกค้าที่จองล่วงหน้า

ซัมซุงในไทยร่อนจม.แจงสื่อพร้อมส่ง”โน๊ต7″ล็อตใหม่ให้กับลูกค้าที่ได้สั่งจองไว้ล่วงหน้า ก่อนวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

สืบเนื่องจากการที่ซัมซุง สำนักงานใหญ่ ประเทศเกาหลีใต้ได้ประกาศแจ้งแนะนำลูกค้าที่ซื้อซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต 7 ไปก่อนหน้านี้ ให้นำเครื่องมาเปลี่ยนใหม่ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของลูกค้าอย่างสูงสุด

ตั้งแต่นั้นมา ซัมซุงได้ทำงานอย่างหนักเพื่อเร่งดำเนินการจัดส่ง กาแลคซี่ โน้ต 7 ล็อตใหม่ที่เป็นการผลิตใหม่ทั้งหมดให้ลูกค้าตั้งแต่สัปดาห์นี้เป็นต้นไป เพื่อทยอยส่งไปยังประเทศต่างๆ โดยเร็วที่สุด

เพื่อคลายความกังวลและเร่งอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้ามากที่สุด ซัมซุงตระหนักและเข้าใจเป็นอย่างยิ่งถึงความกังวลของลูกค้า จึงอยากเน้นย้ำความสำคัญของการนำเครื่องมาเปลี่ยนใหม่

“ความปลอดภัยของลูกค้า ถือเป็นสิ่งที่ซัมซุงให้ความสำคัญสูงสุด ซัมซุงจึงขอให้ลูกค้าที่มีกาแลคซี่ โน้ต 7 อยู่กับตัวในขณะนี้ ปิดเครื่องไว้ก่อน และควรนำมาเปลี่ยนเครื่องใหม่โดยเร็วที่สุด” ดีเจ โก๊ะ ประธานธุรกิจโทรคมนาคม บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าว

“เรากำลังเร่งมือในการผลิตเครื่องใหม่อย่างเต็มกำลังเพื่อรองรับการนำเครื่องมาเปลี่ยนใหม่ของลูกค้าอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ”

ถึงแม้ว่าจะมีรายงานกรณี ซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต 7 ที่เกิดขึ้นจำนวนไม่มากนัก แต่ซัมซุงก็มิได้นิ่งนอนใจที่จะดูแลลูกค้าในทุกวิถีทางเท่าที่จะทำได้ ในขณะเดียวกัน ซัมซุงก็ทำการร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง ซัมซุงขอขอบคุณจากใจจริงที่ลูกค้าเข้าใจและอดทนกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

ลูกค้าที่เป็นเจ้าของซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต 7 อยู่ในขณะนี้ สามารถนำเครื่องเดิมมาเปลี่ยนเป็นเครื่องใหม่ได้ เมื่อมีเครื่องล็อตผลิตใหม่ส่งมาถึงยังประเทศของตน สุดท้ายนี้ ซัมซุงขอเน้นย้ำอีกครั้ง ว่าลูกค้าควรทำการติดต่อเพื่อนำเครื่องมาเปลี่ยนใหม่โดยเร็วที่สุด

สำหรับประเทศไทย กาแลคซี่ โน้ต 7 ที่จะมีการวางจำหน่ายในเมืองไทยรวมถึงเครื่องที่จะส่งมอบให้ลูกค้าที่ทำการสั่งจองล่วงหน้า (Pre-Booking) นั้น จะเป็นเครื่องล็อตใหม่ที่ผลิตใหม่ทั้งหมดเช่นกัน ซึ่งหากมีข้อมูลเพิ่มเติมอย่างไร ทางซัมซุงประเทศไทย จะแจ้งความคืบหน้าให้ทุกท่านทราบ รวมถึงกำหนดการวางจำหน่ายสินค้าใหม่อย่างเป็นทางการโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ ลูกค้าที่ทำการสั่งจองล่วงหน้าจะได้รับเครื่องล็อตใหม่ก่อนวันวางจำหน่ายทั่วประเทศไทยอย่างแน่นอน

ภาพ/เอเอฟพี