ซัมซุงออสเตรเลียประกาศเรียกคืน กาแลคซี่ โน๊ต7

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

06 กันยายน 2559 เวลา 18:39 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/452863

ซัมซุงออสเตรเลียประกาศเรียกคืน กาแลคซี่ โน๊ต7

ซัมซุง ออสเตรเลีย ประกาศเรียกคืนสมาร์ทโฟน “กาแลคซี่ โน๊ต 7” หลังมีข่าวปัญหาเรื่องแบตเตอรี่

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บริษัทซัมซุง ออสเตรเลียได้ประกาศเรียกคืนสมาร์ทโฟน “กาแลคซี่ โน๊ต 7” โดยสมัครใจจำนวน 51,060 เครื่องหลังมีข่าวแบตเตอรี่โทรศัพท์ระเบิดเมื่อไม่นานมานี้

การเรียกคืนโดยสมัครใจครั้งนี้มีขึ้น 4 วันหลังจากที่บริษัทแม่ของซัมซุงในเกาหลีใต้ประกาศเรียกคืนสมาร์ทโฟนรุ่นดังกล่าวทั่วโลก

ในแถลงการณ์ของซัมซุงออสเตรเลียระบุว่า ผู้ใช้งาน กาแลคซี่ โน๊ต 7 ควรปิดโทรศัพท์และนำเครื่องไปคืนยังร้านที่ซื้อมา หรือใช้อุปกรณ์อื่นแทนก่อนที่จะมีมาตรการช่วยเหลือออกมาต่อไป

ทั้งนี้ มีรายงานว่า ผู้ประกอบการด้านโทรคมนาคมและร้านขายโทรศัพท์มือถือในออสเตรเลียต่างนำ กาแลคซี่ โน๊ต 7 ออกจากชั้นขายสินค้า หลังจากที่มีการประกาศรับคืนทั่วโลกเมื่อภาพของเศษซากโทรศัพท์ถูกแพร่กระจายไปทั่วอินเทอร์เน็ต

ภาพ…เอเอฟพี

 

ปรับซีทีเอชเบี้ยวเยียวยาวันละ2หมื่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

06 กันยายน 2559 เวลา 08:14 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/452726

ปรับซีทีเอชเบี้ยวเยียวยาวันละ2หมื่น

กสท.สั่งปรับซีทีเอชวันละ 2 หมื่นบาท ฐานเบี้ยวส่งแผนเยียวยาลูกค้า KU Band ไทยคม

นายภักดี มะนะเวศ รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) วันที่ 5 ก.ย.ที่ผ่านมา มีมติไม่เห็นชอบการยื่นขอขยายเวลาการนำส่งแผนเยียวยาลูกค้ากรณียุติการให้บริการบนดาวเทียมไทยคม ช่องสัญญาณ KU Band ของบริษัท ซีทีเอช เคเบิล ทีวี หลังจากที่ก่อนหน้านี้ กสท.เคยมีคำสั่งทางปกครองให้จัดทำแผนมาตรการเยียวยา ผู้บริโภคภายใน 7 วัน แต่จนขณะนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้าจากบริษัท ซีทีเอช

นอกจากนี้ ยังมีมติสั่งปรับทางปกครองเป็นจำนวนเงินวันละ 2 หมื่นบาท เริ่มปรับตั้งแต่วันที่ 25 ส.ค. จนกว่าจะปฏิบัติตามคำสั่งให้แล้วเสร็จ โดยมอบหมายให้สำนักงาน กสทช. บังคับให้เป็นไปตามคำสั่ง และหากยังฝ่าฝืนจะกำหนดโทษทางปกครอง คือการพักใช้และเพิกถอนใบอนุญาตต่อไป

ขณะเดียวกัน ยังมีคำสั่งปรับทางปกครอง บริษัท จีเอ็มเอ็ม บี ภายใต้การบริหารของซีทีเอชอีกวันละ 2 หมื่นบาท กรณีเพิกเฉยไม่ได้ดำเนินการเยียวยาผู้ใช้บริการช่องรายการกลุ่ม Z Pay TV ตามแผนเยียวยาที่ผ่านการพิจารณาจาก กสท.ไปก่อนหน้านี้

ทั้งนี้ ที่ประชุม กสท. ยังหารือกรณี บริษัท อสมท ขอยกเลิกสัญญาเช่าใช้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ หรือ มักซ์ ระหว่าง อสมท กับผู้ใช้บริการโครงข่ายที่เป็นช่องทีวีดิจิทัลที่ยังไม่ได้ชาระค่าเช่า โดย กสท. เห็นว่า อสมท ต้องส่งแผนเยียวยาล่วงหน้าเป็นเวลา 30 วัน

 

“Ride-Share” เปิดศึกเดือดปลายปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

05 กันยายน 2559 เวลา 19:36 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/452695

"Ride-Share" เปิดศึกเดือดปลายปี

โดย…พงศ์วุฒิ ไพรไพศาลกิจ

Google บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านไอที หันมาลงทุนและเปิดให้บริการใหม่ Ride-Share ในตลาดอเมริกา โดยจะเริ่มทำการเปิดทดสอบไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วใน 3 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งจะเริ่มทำการเปิดทดลองใช้อีกครั้งหนึ่งในปลายปีนี้ ซึ่ง Google เองได้ให้คำนิยามของบริการใหม่นี้ว่าเป็น Transportation as a Service

ตลาด Transportation as a Service (TaaS) ดูเหมือนจะเริ่มมีการชิงชัยและแข่งขันสูงขึ้นในปีที่ผ่านมาเท่านั้น ซึ่งแม้กระทั่งค่ายรถดังๆ ในตลาดหลายๆ เจ้าก็ยังพากันสนใจแนวคิดของธุรกิจแนว TaaS นี้กันเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นทางด้าน Ford ที่มีแผนจะทำ Car-Sharing Service ในรถทุกคันของ Ford รวมไปถึงเจ้าพ่อวงการรถไฟฟ้าอย่าง Tesla ก็มีการออกเป็น Master Plan สำหรับการทำ Self Service ใน Car-Sharing ให้กับเจ้าของรถ Tesla ทุกคนเช่นเดียวกัน หรือแม้กระทั่ง Mitsubishi และ Renault ที่เริ่มออกให้บริการในตลาดอย่าง Self-Driving ในประเทศสิงคโปร์

จากการคาดการณ์ตลาดของ TaaS จะมีแนวโน้มปรับเปลี่ยนรูปแบบมากขึ้นจากเดิมเป็นการจับคู่ความพอใจในการให้บริการกับการใช้บริการของตัวผู้ใช้งานเอง วันนี้จะเปลี่ยนไปเป็นระบบ Automation และ Self-Driving ทั้งหมดซึ่งการใช้ระบบนี้จะช่วยลดโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุได้มากขึ้น รวมไปถึงการให้บริการยังคงตรงไปตรงมาและเชื่อถือได้ ซึ่งทาง Google เองมองว่านี่จะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดในวงการ TaaS

ความได้เปรียบจากการให้บริการของ Google ก็เห็นจะเป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันในการดำเนินธุรกิจนี้เนื่องจากทาง Google เองเป็นผู้ให้บริการในการทำ User Behavior Analytic อยู่แล้วทำให้ในเชิงของการออกโปรโมชั่นเพื่อตอบสนองงานในด้านต่างๆ สามารถทำได้อย่างง่ายดาย ประกอบกับการคิดอัตราในราคาที่ผู้ใช้งานในตลาดยอมรับภายใต้เงื่อนไขต่างๆ ซึ่งจัดว่าเป็นสิ่งที่ Google ได้เปรียบคู่แข่งรายอื่นๆ อย่างขาดลอยจากการมาของ Google Ride-Share ในครั้งนี้ทำให้ผู้ให้บริการในตลาดรายใหญ่อย่าง UBER อยู่นิ่งไม่ได้ ซึ่งทำให้เมื่อต้นปีที่ผ่านมา UBER ได้ทำการซื้อบริษัท Self-Driving Startup อย่าง Otto เพื่อนำมาเสริมทัพการทำ Self-Driving ให้กับ UBER ด้วยส่วนหนึ่งและอีกส่วนหนึ่งก็ยังคงจะใช้บริการในรูปแบบดั้งเดิมที่ทาง UBER มีฐานลูกค้าเดิมอยู่มากและเป็นจุดหนึ่งที่ได้เปรียบคู่แข่งเป็นอยู่หลายขุมเช่นกัน

ดังนั้น ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามปลายปีนี้เราจะเห็น Self-Driving Service เกิดขึ้นในโลกนี้อย่างเป็นทางการแน่นอน ซึ่งยักษ์ใหญ่ในวงการ TaaS ทั้งสองค่ายคงขับเคี่ยวกันได้อย่างน่าดูชม และยังไม่ได้รวมเสือซุ่มอย่าง Volvo หรือ Mitsubishi ที่กำลังแอบพัฒนาระบบ Self-Driving ให้ผสมผสานการทำงานกับระบบ AI เพื่อความสมบูรณ์ของการทำงานได้มากขึ้นอีกด้วย

 

สิงคโปร์ทดลองให้บริการแท็กซี่ไร้คนขับ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

05 กันยายน 2559 เวลา 14:29 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/452590

สิงคโปร์ทดลองให้บริการแท็กซี่ไร้คนขับ

รถแท็กซี่ไร้คนขับเปิดให้บริการแล้วในย่านธุรกิจของประเทศสิงคโปร์ ทางบริษัทคาดพัฒนาเป็นระบบขนส่งเต็มรูปแบบในปี 2018 นี้

สิงคโปร์เริ่มทดลองให้บริการรถแท็กซี่ขับเคลื่อนด้วยตัวเองแบบอัตโนมัติแล้ว ซึ่งถูกพัฒนาโดยแอพพลิเคชั่น nuTonomy ที่มีบริษัทหลักตั้งอยู่ในรัฐแมตซาซูเซตส์ สหรัฐอเมริกา โดยการเปิดตัวครั้งนี้นับเป็นประเทศแรก และครั้งแรกในสิงคโปร์ที่มีระบบขนส่งแบบอัตโนมัติ

สำหรับกระบวนการใช้งานแท็กซี่ไร้คนขับเหล่านี้ เริ่มต้นด้วยการจองรถแท็กซี่ในแอพพลิเคชั่น และจุดหมายปลายทางเหมือนกับแท็กซี่อูเบอร์ จากนั้นรถแท็กซี่ก็จะเดินทางมารับผู้โดยสาร

ขณะนี้รถแท็กซี่ไร้คนขับเหล่านี้เปิดให้บริการเพียง 6 คัน ในย่านธุรกิจ one-north ของสิงคโปร์ซึ่งมีพื้นที่กว้าง 2.5 ตารางไมล์ ซึ่งทางบริษัทหวังว่าภายในสิ้นปีนี้จะสามารถเพิ่มจำนวนรถแท็กซี่เป็น 12 คันได้ และจะพัฒนาเป็นระบบการขนส่งแบบเต็มรูปแบบภายในปี 2018 นี้

ด้านความคิดเห็นของผู้ทดลองใช้บริการกล่าวว่า ในตอนแรกพวกเขาค่อนข้างกังวลเล็กน้อย ว่ารถแท็กซี่จะเลี้ยวไปตามเส้นทาง หรือหยุดตามสัญญาณไฟได้อย่างไร แต่เมื่อทดลองใช้บริการก็พบว่าระบบนี้มีความปลอดภัย อย่างไรก็ตามยังคงน่าแปลกใจไม่น้อยอยู่ดีที่พวกเขาเห็นพวงมาลัยสามารถหมุนเลี้ยวได้เองเมื่อถึงทางโค้ง

 

มือถือขยับเพิ่มมูลค่า เสริมตัดราคาแจกเครื่องฟรี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

05 กันยายน 2559 เวลา 11:52 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/452542

มือถือขยับเพิ่มมูลค่า เสริมตัดราคาแจกเครื่องฟรี

โดย…ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

หลังเสร็จสิ้นการประมูลคลื่น 4จี เมื่อต้นปีที่ผ่านมา หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าจะเกิดสงครามราคาเพื่อแย่งลูกค้ากันอย่างดุเดือดทั้งการแจกเครื่อง แจกเน็ต แต่เมื่อมาถึงกลางปีทำให้ได้รู้ว่าไม่เกิดประโยชน์ ทั้งสามค่ายโอเปอเรเตอร์ยักษ์ใหญ่จึงเร่งสร้างคุณค่าแบรนด์กันยกใหญ่

ปรัธนา ลีลพนัง รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการตลาด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส กล่าวว่า พฤติกรรมการใช้งานออนไลน์ของผู้บริโภคยังคงมีมากอย่างต่อเนื่อง แต่การจะดึงให้ลูกค้าใช้งานเครือข่ายต่อไป นอกจากเรื่องของคุณภาพคลื่นที่ครอบคลุมทุกพื้นที่แล้ว ต้องรวมถึงคุณภาพงานของบริการรวมทั้งสร้างคุณค่า (Value) ในความเป็นเอไอเอสให้มากขึ้น

“ความต้องการด้านการบริโภคคอนเทนต์ของลูกค้ามีความเปลี่ยนไป เราจึงต้องหาคอนเทนต์ที่ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากกว่าราคาแพ็กเกจที่ถูกเพียงอย่างเดียว” ปรัธนา กล่าว

ลูกค้าในปัจจุบันมีความคุ้นเคยในการใช้งานสมาร์ทโฟนและเลือกแพ็กเกจที่เหมาะสมกับการใช้งานได้เองอยู่แล้ว สิ่งที่โอเปอเรเตอร์ต้องโฟกัสขั้นต่อไป คือ เรื่องของบริการดิจิทัลที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้มากกว่า และอยู่ที่กลยุทธ์ของแต่ละค่ายว่าจะเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร

“ลูกค้ายังคงเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตลอดเวลา ทำให้การแข่งขันในเชิงการตลาดยังคงรุนแรง หากมองในเชิงการทำธุรกิจ จะประมาทไม่ได้ ต้องแน่ใจว่าสินค้าและบริการต้องตอบโจทย์ลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ”

ดังนั้น เอไอเอสจึงเลือกชูบริการลูกค้ายุคดิจิทัลด้วยคอนเทนต์วิดีโอและคอนเทนต์ที่เป็นของคนไทย เพราะมองว่าคนไทยถึงอย่างไรก็ชอบเสพคอนเทนต์ของคนไทยด้วยกันมากกว่า อีกทั้งบริษัทมีบริการดิจิทัลอื่นๆ ที่ครอบคลุมอยู่แล้ว ทั้งยังคงใช้งบไม่น้อยกว่า 6,000 ล้านบาท หรือประมาณ 5-6% ของรายได้บริษัทพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

เช่นเดียวกับ ปริศนา รัตนสุวรรณศรี ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานการตลาดธุรกิจโพสต์เพด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค กล่าวว่า การแข่งขันในธุรกิจโอเปอเรเตอร์นั้น ไม่ได้มองเรื่องสงครามราคาที่แจกดาต้าหรือโทรฟรีได้มากๆ อีกแล้ว แต่ต้องมีบริการเสริมที่มากกว่านั้น

“ดีแทคมองในส่วนของบริการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้ามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นบริการฟังเพลงฟรี ดูหนังฟรี เพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้อมูลผ่านแอพพลิเคชั่น ไปจนถึงสิทธิพิเศษในการใช้ชีวิตประจำวัน”

เหตุผลที่ดีแทคต้องเพิ่มบริการเสริมเหล่านี้เข้าไปนั้น เพราะลูกค้ามีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนการใช้งานเครือข่ายแบบเติมเงินมาเป็นแบบรายเดือนมากขึ้น ซึ่งทุกค่ายเองต่างก็ต้องการที่จะรักษาฐานลูกค้าเดิมและหวังลูกค้าย้ายค่ายเช่นกัน ดังนั้นการเพิ่มจุดเด่นด้านบริการจะช่วยดึงดูดลูกค้าได้ดีกว่า

ด้าน สุภกิจ วรรธนะดิษฐ์ รองหัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่ม ด้านการพาณิชย์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า การลงทุนด้านคอนเทนต์กีฬาและบันเทิงอย่างต่อเนื่องนั้น ถือว่าเป็นการตอบสนองการใช้งานเครือข่ายของลูกค้า ซึ่งทางบริษัทมีคอนเทนต์ที่ครอบคลุมทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็น กีฬา ภาพยนตร์ สารคดี รายการเด็ก บันเทิง และข่าว จากจำนวนคอนเทนต์ทั้งหมดนี้ พบว่าคอนเทนต์ด้านกีฬาอย่างฟุตบอลทั้งของไทยและต่างประเทศได้รับความนิยมมากที่สุด บริษัทจึงเลือกลงทุนคอนเทนต์ที่สามารถตอบสนองพฤติกรรมและความชื่นชอบของคนไทยอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม คงต้องรอดูว่าการเดินหมากแบบนี้ ตั้งแต่ช่วงกลางปีจนถึงสิ้นปีของทั้งสามค่ายโอเปอเรเตอร์ จะตอบโจทย์ผู้บริโภคได้จริงและดึงให้ลูกค้าอยู่กับเครือข่ายของตนตามที่หวังหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ คือผู้บริโภคยังได้ประโยชน์ไปเต็มๆ

 

ติงช่องโหว่พร้อมเพย์ ชื่อมือถือไม่ตรงบัญชี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

05 กันยายน 2559 เวลา 11:30 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/452539

ติงช่องโหว่พร้อมเพย์ ชื่อมือถือไม่ตรงบัญชี

กสทช.ติงแบงก์ชาติลงทะเบียนพร้อมเพย์ผ่านเอทีเอ็ม อาจเจอปัญหาชื่อเบอร์มือถือไม่ตรงกับชื่อในบัญชีธนาคาร

แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ผู้บริหาร กสทช.ได้หารือกับผู้บริหารธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เมื่อเร็วๆ นี้ ถึงความร่วมมือในการดำเนินการเกี่ยวกับพร้อมเพย์ โดยทาง กสทช.ได้แสดงความกังวลและท้วงติงในประเด็นเรื่องการลงทะเบียนพร้อมเพย์ที่ตู้เอทีเอ็มแทนที่จะลงทะเบียนกับพนักงานเทลเลอร์ แม้จะอำนวยความสะดวกสบายแก่ประชาชน แต่อาจจะทำให้มีการลงทะเบียนแทนกัน หรือชื่อที่ใช้ลงทะเบียนมือถือกับชื่อที่ใช้เปิดบัญชีธนาคารไม่ตรงกัน ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาตามมาในอนาคต

แหล่งข่าวยกตัวอย่างเช่น หากเบอร์โทรศัพท์ลงทะเบียนในชื่อพ่อ แต่ลูกเอาเลขหมายนั้นไปลงทะเบียนพร้อมเพย์ ต่อมาพ่อไปยกเลิกเลขหมายดังกล่าวแล้วจะทำอย่างไร หรือในกรณีอื่นๆ แม้อาจจะขโมยเงินกันไม่ได้ก็จริง แต่หากเจ้าของบัญชีพร้อมเพย์จำเป็นต้องใช้เงิน แต่อีกเบอร์มือถือซึ่งลงทะเบียนในชื่อของอีกคนถูกยกเลิกไปแล้ว ก็สร้างความยุ่งยากแก่ผู้รับเงินเช่นกัน

ทั้งนี้ ทางฝ่ายผู้บริหาร กสทช. ได้เสนอว่า การทำพร้อมเพย์ควรเริ่มต้นที่ลูกค้าโทรศัพท์รายเดือนก่อน เนื่องจากเป็นคนที่ยืนยันตัวตนได้ มีที่อยู่ชัดเจนและมีการใช้งานมานาน จากนั้นถึงขยายมาที่กลุ่มลูกค้ามือถือแบบเติมเงินที่ใช้งานเกิน 3 ปีขึ้นไป เพราะหากเร่งรีบเอาจำนวนคนมากๆ เข้าไว้ก่อน โดยไม่มีการ Verify ตัวบุคคลให้ชัดเจน จะเกิดปัญหาตามมาในอนาคต

“เสาหลักของบริการโทรคมนาคมคือความสะดวกสบาย ซื้อซิมได้ทุกที่ เติมเงินได้ทุกท่ี่ แต่ฝั่งการเงินต้องเอาเรื่องความปลอดภัยเป็นตัวนำ มันเป็นคนละโลกกัน ดังนั้นการทำระบบเชื่อมกันต้องทำทั้งสองขา”แหล่งข่าวเปิดเผย

นอกจากนี้ ทางผู้บริหาร กสทช.ยังได้หารือกับสมาคมธนาคารไทยในการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการโมบายแบงก์กิ้งหรือพร้อมเพย์ กรณีที่โทรศัพท์มือถือหายหรือถูกขโมย ควรมีการวางระบบเชื่อมโยงระหว่างธนาคารและผู้ให้บริการมือถือ ให้ลูกค้าแจ้งระงับการใช้บริการเพียงที่เดียว ไม่ต้องวิ่งไปแจ้งทั้งสองที่ อาจให้ค่ายมือถือส่งข้อมูลไประงับที่ธนาคารโดยอัตโนมัติ หรือในทางกลับกันให้ธนาคารแจ้งมาทางค่ายมือถือ เพราะตอนลงทะเบียนเน้นสะดวกสบาย ตอนแจ้งยกเลิกก็ควรอำนวยความสะดวกให้ประชาชนด้วย

 

จับตาแอปเปิ้ล เปิดตัวไอโฟน7

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

05 กันยายน 2559 เวลา 07:10 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/452513

จับตาแอปเปิ้ล เปิดตัวไอโฟน7

ตลาดจับตาแอปเปิ้ลเตรียมออกผลิตภัณฑ์ใหม่ หลังยุโรปเพิ่งตัดสินจ่ายภาษีย้อนหลัง 5 แสนล้าน

สำนักข่าวเดอะ เวิร์จ เว็บไซต์ข่าวสารเทคโนโลยีจากสหรัฐ รายงานว่า แอปเปิ้ล อิงค์ บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ เตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในวันที่ 7 ก.ย.ที่จะถึงนี้ โดยจะเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ไอโฟน 7 ซึ่งมีการดีไซน์ใหม่ และอาจไม่มีช่องสำหรับใส่หูฟัง ทำให้แอปเปิ้ลมีแนวโน้มเพิ่มหูฟังใหม่ที่ไม่จำเป็นต้องเสียบสายควบคู่มาด้วย รวมถึงอาจมีกล้องที่สองติดมาที่ด้านหลังด้วยเช่นกัน ตามที่สำนักข่าวบลูมเบิร์กได้รายงานก่อนหน้านี้

นอกจากนี้ แอปเปิ้ลอาจออกแอปเปิ้ลวอตช์ สมาร์ตวอตช์รุ่นใหม่ที่จะมีดีไซน์เป็นทรงสี่เหลี่ยมเช่นเคย แต่เพิ่มระบบจีพีเอสที่เอื้อต่อผู้ใช้ที่ชื่นชอบการวิ่งออกกำลังกายและเพิ่มความเร็วในการทำงานมากขึ้น ขณะเดียวกันแอปเปิ้ลอาจประกาศวันเปิดตัวระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ ไอโอเอส 10 รวมถึงคาดว่าจะมีการประกาศเปิดตัวแมคบุ๊ก โปร รุ่นใหม่ที่บางกว่าเดิม

การเปิดเผยดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางตลาดที่จับตาความคืบหน้าของแอปเปิ้ลอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกับที่แอปเปิ้ลกำลังเผชิญคำตัดสินจากสหภาพยุโรป (อียู) ให้จ่ายภาษีย้อนหลัง 1.3 หมื่นล้านยูโร (ราว 4.9 แสนล้านบาท) หลังพบความพยายามในการหลบเลี่ยงภาษีไปยังไอร์แลนด์ สร้างความไม่พอใจให้แก่นักการเมืองสหรัฐ ขณะที่ด้านไอร์แลนด์ยื่นอุทธรณ์คำตัดสินดังกล่าว

ด้าน ฌอง โคลด-จุงเกอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) เปิดเผยว่า คำตัดสินดังกล่าวยืนอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริงตามกฎหมาย และคำตัดสินดังกล่าวไม่ได้มีเจตนามุ่งเป้าโจมตีสหรัฐ

ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรี คริสเตียน เคิร์น ของออสเตรีย เปิดเผยว่า อเมซอน อี-คอมเมิร์ซจากสหรัฐและสตาร์บัคส์ ร้านกาแฟสัญชาติสหรัฐ ไม่ได้จ่ายภาษีถูกต้องตามกฎหมาย เช่นเดียวกับเฟซบุ๊กและกูเกิลที่ทำรายได้ในออสเตรียได้มากกว่า 100 ล้านยูโร (ราว 3,800 ล้านบาท) และเป็นการเอาเปรียบร้านค้าที่จ่ายภาษีอย่างถูกกฎหมาย โดยชาติอียู เช่น ไอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ ลักเซมเบิร์ก และมอลตา ซึ่งมีอัตราภาษีที่ต่ำ ไม่ให้ความร่วมมือกับชาติอื่นๆ ในยุโรป

 

กสท.คาดโทษCTH-GMM B หลังยังไม่เยียวยาผู้บริโภค

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

04 กันยายน 2559 เวลา 13:23 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/452476

กสท.คาดโทษCTH-GMM B หลังยังไม่เยียวยาผู้บริโภค

จับตา กสท. คาดโทษ CTH-GMM B หลังยังไม่ส่งแผนเยียวยา ชี้หากยังไม่ปฏิบัติอาจถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต

น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) ครั้งที่ 30/2559 วันจันทร์ที่  5 ก.ย. นี้ มีวาระการประชุมน่าจับตาที่เกี่ยวข้องกับการยกเลิกการให้บริการดาวเทียมไทยคม Ku-Band ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. ที่ผ่านมา ของบริษัท ซีทีเอช เคเบิล ทีวี จำกัด ก่อนหน้านี้ กสท. ได้มีมติไม่เห็นชอบมาตรการเยียวยาผู้ใช้บริการตามที่บริษัทซีทีเอชฯเสนอ และได้มอบหมายให้ สำนักงาน กสทช. มีคำสั่งทางปกครองให้บริษัทฯ จัดทำแผนมาตรการเยียวยาผู้บริโภคเพิ่มเติมให้ครอบคลุมการคุ้มครองผู้บริโภคไม่ให้ถูกเอาเปรียบ ภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้ง หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าวจะใช้มาตรการทางปกครองต่อไป ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าจากบริษัทซีทีเอช สำนักงานจึงได้เสนอ บอร์ด กสท. พิจารณาไม่อนุญาตให้บริษัท ขยายระยะเวลาการนำส่งแผนเยียวยาผู้บริโภคกลุ่มที่ได้รับผลกระทบผ่านดาวเทียม Ku-Band พร้อมทั้งเสนอให้มีคำสั่งทางปกครองปรับวันละ 20,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 25 ส.ค. เป็นต้นไป จนกว่าจะปฏิบัติตามคำสั่งให้แล้วเสร็จ และหากยังคงฝ่าฝืนต่อไปหรือไม่ปฏิบัติตามจะมีการดำเนินการมาตรการทางปกครองสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตต่อไป

นอกจากนี้ กสท. เตรียมมีคำสั่งปรับทางปกครองต่อบริษัท จีเอ็มเอ็ม บี จำกัด ภายใต้การบริหารของบริษัทซีทีเอชฯ อีกวันละ 20,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 25 ส.ค. 59 และจะดำเนินมาตรการทางปกครองสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตต่อไป กรณีที่บริษัทจีเอ็มเอ็ม บีฯ ได้มีพฤติการณ์เพิกเฉย ไม่ได้ดำเนินการเยียวยาผู้ใช้บริการตามที่บริษัทเสนอ และตามที่ประกาศ กสทช.กำหนด ทำให้มีผู้ใช้บริการจำนวนมากยังไม่ได้รับการชดเชยเยียวยาจากการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการให้บริการโดยยุติการให้บริการช่องรายการกลุ่ม Z Pay TV ซึ่งแม้ว่า กสท.จะพิจารณาเห็นชอบแผนเยียวยาของบริษัทก่อนหน้านี้แล้ว แต่เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่า ผู้ใช้บริการหลายรายยังไม่ได้รับกล่องดาวเทียมระบบ Ku-Band รวมทั้ง ต่อมา บริษัทซีทีเอชฯ มีแผนยุติการให้บริการหรือยกเลิกการประกอบการโครงข่ายฯ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. มีผลให้ไม่สามารถรับชมผ่านกล่องดาวเทียมได้อีกต่อไป รวมทั้งบริษัทไม่ได้ส่งผู้แทนเข้าร่วมประชุมกับคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคฯและไม่ได้มีหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงมายังสำนักงาน กสทช. ภายในระยะเวลาที่กำหนด

“ดูจุดจบแล้ว ถ้าทาง CTH ไม่เสนอแผนเยียวยาสมาชิกให้ กสท.พิจารณา โดยที่ยุติบริการปล่อยให้จอดำ นอกจากจะเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งแล้ว ส่วนตัวคิดว่าเป็นการกระทำที่เอาเปรียบผู้บริโภคตามประกาศของ กสทช. ดังนั้น กสท. ควรมีมาตรการลงโทษขั้นสูงสุดทั้งการปรับและการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการ ซึ่งจะทำให้สิ้นสภาพการประกอบกิจการและถูกขึ้นบัญชีดำ ห้ามการขอใบอนุญาตอีก   แต่ผลกระทบก็คือการบริการจะยุติ ผู้บริโภคก็ยังไม่ได้รับการชดเชยเยียวยา ทางเลือกสุดท้ายคือทาง กสทช. ก็ต้องร่วมมือกับ สคบ. ให้มีการฟ้องร้องต่อศาลเพื่อความเป็นธรรมต่อไป ระหว่างนี้ขอให้ผู้ได้รับผลกระทบจากการจอดับหมดเมื่อ 1 ก.ย. ที่ผ่านมา แจ้งมาที่ กสทช. Call center 1200 ด้วย เพื่อทาง กสทช. จะได้ติดตามแก้ปัญหาให้ต่อไป”น.ส.สุภิญญา กล่าว

น.ส.สุภิญญา กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ได้ทำหนังสือขอหารือการขอบอกเลิกสัญญาการเช่าใช้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ ประเภทใช้คลื่นความถี่ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล(MUX) ระหว่าง อสมท กับ ผู้ใช้บริการโครงข่ายที่เป็นช่องทีวีดิจิตอล ที่ยังไม่ได้ชำระค่าบริการให้เป็นไปตามเงื่อนไขของสัญญาตั้งแต่เดือน ก.ค. 57 เป็นต้นมา จะถือเป็นการขัดกับแนวทางของ มติ กสท.ครั้งที่ 7/59 วันที่ 23 ก.พ. 59 หรือไม่ ที่มีสาระสำคัญว่า อสมท จะสามารถยกเลิกการให้บริการโครงข่ายแก่ผู้ใช้บริการได้ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจาก กสท.และปฏิบัติตามมาตรการเยียวยาผลกระทบภายหลังการบอกเลิกการให้บริการตามที่ กสท.กำหนด รวมทั้งสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบระหว่าง อสมท กับผู้ใช้บริการ ย่อมเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในสัญญาเช่าใช้บริการ เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นข้อพิพาทที่เกิดขึ้นถือเป็นความสัมพันธ์ระหว่างเอกชนกับเอกชนซึ่งอยู่ภายใต้บริบทกฎหมายเอกชนที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ มีวาระบริษัทพีเอสไอขอให้ทบทวนคำสั่งทางปกครอง กรณีการออกอากาศช่องเวิร์คพ้อยท์ ที่มีลักษณะเอื้อให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบในการแข่งขัน ในลักษณะการเปลี่ยนแปลง ทำซ้ำ ดัดแปลง ผังรายการ เนื้อหารายการ หรือมาตรฐานความคมชัด ตามประกาศ กสทช.ที่เกี่ยวข้อง โดยจะต้องแก้ไขปรับปรุงให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน หากฝ่าฝืนจะถูกปรับวันละ 20,000 บาทตลอดระยะเวลาที่ฝ่าฝืน ทั้งนี้ บริษัทฯได้แจ้งว่า พร้อมที่จะแก้ไขปรับปรุงตามที่ กสทช.ได้พิจารณาให้ความอนุเคราะห์อีกครั้ง และขอขยายระยะเวลาการดำเนินการจากเดิม 30 วัน เป็น 90 วันเนื่องจากมีผลกระทบหลายส่วน ทั้งในเรื่องสัญญา ลูกค้า และอุปกรณ์เทคนิค เป็นต้น

วาระอื่นๆ ได้แก่ การพิจารณาเห็นชอบประกาศสำนักงาน กสทช. เรื่องการยื่นคำร้องขอเปลี่ยนแปลงประเภทการทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วาระการพิจารณาอนุญาตหน่วยงานจัดอบรมหลักสูตรผู้ประกาศในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ วาระเพื่อทราบสถิติการอนุญาตให้ดำเนินการปรับปรุงซอฟต์แวร์ให้เป็นปัจจุบัน(System Software Update) สำหรับเครื่องรับสัญญาณโทรทัศน์ระบบดิจิตอล และวาระขอความร่วมมือผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์ เคเบิลทีวี ดาวเทียม วิทยุกระจายเสียง และวิทยุชุมชน ดำเนินการเผยแพร่วีดิทัศน์ของส่วนราชการ วีดิทัศน์จากการประชุมคณะรัฐมนตรี และวีดิทัศน์ที่กรมประชาสัมพันธ์ผลิตอย่างต่อเนื่องต่อไป ติดตามผลการประชุมทั้งหมดในวันจันทร์นี้

 

‘ดีแทค’แจงยอดโทร4แสนลูกค้าใช้งานจริง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

03 กันยายน 2559 เวลา 08:07 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/452268

'ดีแทค'แจงยอดโทร4แสนลูกค้าใช้งานจริง

ดีแทค แจง บิลเรียกเก็บค่าโทร ลูกค้า 4 แสน มีการจดทะเบียนใช้งานจริง เป็นค่าใช้จ่ายจากการโรมมิ่งติดต่อกลับมาประเทศไทยแนะไปไกล่เกลี่ยตามนัดที่ศาล 5 กย.

นายนฤพนธ์ รัตนสมาหาร ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค กล่าวว่า ตามที่มีการร้องเรียนการค้างชำระค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของบริษัทกรณีไปทำงานอยู่ที่ฟิลิปปินส์ พร้อมอ้างว่าไม่เคยเปิดเบอร์กับบริษัท ดีแทค ไตรเน็ต นั้น จากการตรวจสอบพบว่า การให้วงเงินหมายเลข 09-4994-5529 และ 09-4994-5592 รวมการใช้งานทั้งสองเบอร์อยู่ที่ 4 หมื่นบาท ซึ่งลูกค้าสำหรับโรมมิ่งไปใช้งานในต่างประเทศนั้น จะมีการจำกัดยอดเงินที่ชัดเจน มีการจดทะเบียนด้วยบัตรประชาชนตัวจริงและมีการใช้งานจริงในต่างประเทศ ซึ่งบริษัทได้แจ้งเตือนและสอบถามไปยังลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ และลูกค้ายืนยันที่จะขอใช้งานต่อไป โดยไม่ต้องการให้บริษัทระงับบริการ เพราะจำเป็นต้องใช้งานในขณะที่อาศัยอยู่ต่างประเทศ และขณะนี้เรื่องไปถึงศาลแล้ว จึงขอให้ไปไกล่เกลี่ยตามนัดในวันที่ 5 ก.ย.นี้

 

สมาร์ทโฟนใหม่ระเบิด ซัมซุงเรียกคืนทั่วโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

03 กันยายน 2559 เวลา 07:07 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/452261

สมาร์ทโฟนใหม่ระเบิด ซัมซุงเรียกคืนทั่วโลก

ซัมซุงรับแบตเตอรี่มีปัญหา สั่งหยุดขาย-เปลี่ยนคืน นักวิเคราะห์คาด ลูกค้าหันซื้อไอโฟนใหม่

ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ ประกาศระงับการขายโทรศัพท์สมาร์ทโฟน กาแล็คซี่ โน้ต 7 ที่เพิ่งวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา ใน 10 ประเทศที่เริ่มวางจำหน่ายไปแล้ว เนื่องจากพบปัญหาแบตเตอรี่ระเบิดและติดไฟในระหว่างการชาร์จ หลังขายไปแล้ว 1 ล้านเครื่อง

โคดงจิน ประธานบริษัท ระบุ ซัมซุงจะเรียกคืนและเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ให้ร้านค้าและผู้ที่ซื้อสมาร์ทโฟนรุ่นดังกล่าวทั้งหมด แต่ยังไม่สามารถประเมินจำนวนและมูลค่าเสียหายในตอนนี้ โดยจะเริ่มเปลี่ยนคืนที่เกาหลีใต้ในวันที่ 19 ก.ย.นี้ ขณะที่ยืนยันว่าสมาร์ทโฟนรุ่นดังกล่าวในจีนไม่มีปัญหาเพราะใช้แบตเตอรี่คนละรุ่น

“เราได้รับรายงานร้องเรียนหลายกรณีเกี่ยวกับการระเบิดของแบตเตอรี่ ในกาแล็คซี่ โน้ต 7 ซึ่งผลการตรวจสอบก็พบว่าแบตเตอรี่รุ่นดังกล่าวมีปัญหาจริง” โค ระบุ

ด้านนักวิเคราะห์ คาดการณ์ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวจะกระทบโมเมนตัมยอดขายซัมซุงที่ขยายตัวตลอด 2 ปีที่ผ่านมา และอาจจะทำให้ลูกค้าจำนวนมากหันไปซื้อไอโฟน 7 ของแอปเปิ้ล อิงค์ ที่กำลังจะเปิดตัวในเดือนนี้

ลีซึงวู นักวิเคราะห์จากไอบีเค ซีเคียวริตี้ คาดว่า ยอดขนส่ง กาแล็คซี่ โน้ต 7 จะลดลงอยู่ที่ 12 ล้านเครื่องในปีนี้ จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ 14 ล้านเครื่อง

ภาพ เอเอฟพี