‘โปเกมอน’ทุบสถิติ1เดือนทำเงิน7พันล.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

09 สิงหาคม 2559 เวลา 09:23 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/447530

'โปเกมอน'ทุบสถิติ1เดือนทำเงิน7พันล.

รายได้โปเกมอน โก ทะลุ 200 ล้านเหรียญสหรัฐ หลังเปิดตัวญี่ปุ่นดันยอดพุ่ง แซงแอพทำเงินอื่น

เซนเซอร์ ทาวเวอร์ บริษัทวิจัยตลาดแอพพลิเคชั่น เปิดเผยว่า โปเกมอน โก แอพพลิเคชั่นเกมบนสมาร์ทโฟน สามารถ ทำรายได้ทั่วโลกได้มากกว่า 200 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 6,960 ล้านบาท) ในช่วง 30 วันแรกที่เปิดตัว มากกว่าแอพพลิเคชั่นเกมที่ทำเงินสูงสุดอื่นๆ หลังการเปิดตัวที่ญี่ปุ่นทำให้รายได้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยรายได้ในช่วง 18 วันแรกก่อนเปิดตัวที่ญี่ปุ่นอยู่ที่ราว 75 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2,610 ล้านบาท)

ขณะเดียวกัน รายได้ในช่วง 30 วันแรกของโปเกมอน โก มากกว่าเกมแคนดี้ครัช ซึ่งเปิดตัวในปี 2014 ทำได้ที่ 25 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 870 ล้านบาท) ใน 30 วันแรก และยังมากกว่าแคลชรอยัล แอพพลิเคชั่นเกมจากซูเปอร์เซล เจ้าของเกมเฮย์เดย์ ที่ 125 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4,350 ล้านบาท) หลังเปิดตัวในต้นเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ เซนเซอร์ ระบุว่า โปเกมอน โก ยังเป็นเกมบนโทรศัพท์มือถือ ที่มียอดดาวน์โหลดแตะ 10 ล้านครั้งได้เร็วที่สุด โดยผู้ใช้ใช้เวลาอยู่กับแอพพลิ เคชั่นดังกล่าวราว 26 นาที/วัน เมื่อเทียบกับเฟซบุ๊กที่ 22 นาที/วัน และทวิตเตอร์ที่ 17 นาที/วัน

 

CTHดื้อแพ่ง เมินส่งแผนฯ เยียวยาลูกค้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

09 สิงหาคม 2559 เวลา 07:08 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/447512

CTHดื้อแพ่ง เมินส่งแผนฯ เยียวยาลูกค้า

กสท.สั่งซีทีเอชส่งแผน เยียวยาสมาชิกก่อนยุติบริการใน 7 วัน ฝ่าฝืนโดนปรับวันละ 2 หมื่นบาท

ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เมื่อวันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบให้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ส่งหนังสือถึงบริษัท ซีทีเอช เคเบิ้ล ทีวี กรณีจะยุติการให้บริการลูกค้าทั้งหมดในวันที่ 1 ก.ย.นี้ โดยให้ชี้แจงรายละเอียด จำนวนลูกค้า และแผนมาตรการเยียวยาลูกค้าภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้ง หากฝ่าฝืนจะกำหนดโทษปรับวันละ 2 หมื่นบาท ตลอดระยะเวลาที่ฝ่าฝืน และหากยังคงฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งอยู่อีกจะใช้มาตรการทางปกครองที่สูงขึ้นต่อไป

“กรณีซีทีเอชนั้นยังมีกรณียุติการให้บริการลูกค้าบนดาวเทียมไทยคม KU-Band ด้วย เพราะก่อนหน้านี้ กสท.ได้มีมติให้ซีทีเอชส่งแผนเยียวยามาให้ กสท.ภายใน 7 วันไปแล้ว แต่จนขณะนี้ซีทีเอชยังไม่ส่งแผนมาให้ กสท.จึงมีมติให้ส่งหนังสือแจ้งอีกครั้ง พร้อมกำหนดบทลงโทษปรับวันละ 2 หมื่นบาท หากยังไม่ปฏิบัติตามคำสั่งอีก จะสั่งให้พักใช้ใบอนุญาตเป็นเวลา 7 วัน และหากยังฝ่าฝืนอยู่อีกจะสั่งเพิกถอนใบอนุญาตต่อไป” นายภักดี มะนะเวศ รองเลขาธิการ กสทช. กล่าว

นายภักดี ระบุว่า กสท.ยังมีมติปรับช่องสปริงนิวส์ 5 หมื่นบาท กรณีออกอากาศรายการเผชิญหน้า Face Time วันที่ 20 ก.ค. ซึ่งมีลักษณะต้องห้ามตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรื่องการให้ความร่วมมือต่อการปฏิบัติงานของ คสช. และการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณะ พร้อมออกคำสั่งเตือนวอยซ์ทีวี กรณีรายการ Tonight Thailand วันที่ 25 พ.ค. ซึ่งขัดประกาศ คสช.

 

แอพฯ “Live” ปรับกลยุทธ์ ชูคุณภาพคอนเทนต์ดึงลูกค้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

08 สิงหาคม 2559 เวลา 20:48 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/447498

แอพฯ "Live" ปรับกลยุทธ์ ชูคุณภาพคอนเทนต์ดึงลูกค้า

โดย…ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

แอพพลิเคชั่นถ่ายทอดสดบูมมากขึ้นเรื่อยๆ เห็นได้จากกระแสการใช้งานในโลกออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นทุกวัน นอกจากการใช้งานบนโซเชียลมีเดียชื่อดังอย่าง เฟซบุ๊กไลฟ์ หรือยูทูบ ปัจจุบันนักพัฒนายังคงมีแอพพลิเคชั่นถ่ายทอดสดอีกมากมายไม่ว่าจะเป็นบีโก้ไลฟ์ (Bigo Live) วี (V) อิทส์ มี (It’s Me) คิตตี้ไลฟ์ (Kitty Live) เป็นต้น ซึ่งนักพัฒนาแอพพลิเคชั่นประเมินว่ามูลค่าตลาดในธุรกิจกลุ่มไลฟ์นี้คาดว่าจะมีไม่น้อยกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3,400 กว่าล้านบาท

กระแสการไลฟ์ในรูปแบบพริตตี้น่ารักเซ็กซี่ยังคงเป็นสิ่งดึงดูดใจแรกที่ทำให้ผู้ใช้งานอยากเข้ามาทดลองเล่นและทำให้แอพเหล่านี้ติดอันดับรวมทั้งเป็นที่กล่าวถึงในสังคมออนไลน์ แต่ในระยะยาวรูปแบบดังกล่าวนั้นจะทำให้ความน่าสนใจของแอพเหล่านี้หายไป ทำให้ผู้พัฒนาต้องเร่งหาจุดเด่นเพื่อปลุกกระแสการใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง

เดชาวัต โชติรัตน์ ฝ่ายประสานงานต่างประเทศ แอพพลิเคชั่น อิทส์ มี กล่าวว่า การเริ่มต้นของแอพพลิเคชั่นประเภทไลฟ์นั้นจำเป็นต้องจุดกระแสให้เป็นที่รู้จักก่อน ทำให้ทุกแอพเลือกใช้พริตตี้สาวหรือไอดอลที่มีจุดเด่นด้านหน้าตามาเรียกให้คนใช้งานก่อน แต่ในระยะยาวจะไม่ยั่งยืน ทำให้ทีมงานต้องมองหาคอนเทนต์ใหม่ๆ อยู่เสมอ

“ภายในแอพมีคอนเทนต์ที่หลากหลายมาก แต่คนใช้งานจะโฟกัสแค่ภาพของสาวๆ เราจึงเตรียมเพิ่มหมวดการศึกษาเข้ามา แม้จะมีคนเข้าใช้งานหรือติดตามไม่เยอะ แต่ระยะเวลาที่ใช้งานภายในแอพจะต่อเนื่องตลอดการเรียนการสอน”

อย่างไรก็ตาม ทางทีมพัฒนามองว่าคนที่เข้ามาเป็นดีเจจะมีทั้งประเภทสนุก อยากลองไปจนถึงสร้างรายได้ ซึ่งคนที่หวังสร้างรายได้เป็นรูปธรรม ย่อมต้องการเครื่องมือที่ดี บริษัทจึงต้องพัฒนาแพลตฟอร์มให้เสถียร คุณภาพของภาพและเสียงที่ดีขึ้น เพื่อเอื้อประโยชน์แก่ดีเจเหล่านี้ในการหาคอนเทนต์ที่มีประโยชน์และเรื่องราวที่สามารถนำเสนอได้ต่อเนื่อง

“นอกจากการเรียนภาษาผ่านไลฟ์แล้ว เรายังมีอีกหลายคอนเทนต์ที่คาดว่าจะเป็นจุดดึงดูดผู้ใช้งานได้มากขึ้น เช่น รายการตลก สอนธรรมะ ดูดวง เล่นดนตรี เป็นต้น ทางบริษัทจะช่วยผลักดันดีเจเหล่านี้ให้เป็นที่รู้จัก”

ทั้งนี้ บริษัทได้เพิ่มหลักเกณฑ์ในการคัดกรองดีเจให้มากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาดีเจที่ไม่ได้คุณภาพและมีเงื่อนไขที่ชัดเจน เหมือนการทำงานบริษัทเพราะทางแอพมีรูปแบบรายได้ที่ชัดเจน โดยเงื่อนไขหลักจะเน้นใน 3 เรื่อง คือ 1.ภาพหน้าปกของดีเจจะต้องไม่ส่อไปในทางลามก อนาจาร 2.เนื้อหาต้องไม่มีถ้อยความหรือเรื่องราวที่ไม่เหมาะสมต่อสังคมและประเทศชาติ 3.ไม่พูดจากล่าวร้ายหรือสร้างผลกระทบให้บริษัทได้รับความเสียหาย

“การลงโทษจะมีตั้งแต่ขั้นเบาคือตักเตือนก่อน หากไม่มีการปรับปรุงก็จะยกเลิกสัญญาและไม่มีการชดเชยใดๆ ทั้งสิ้น”

นอกจากนี้ เรื่องของรายได้สำหรับดีเจที่ถือว่าเป็นผู้ผลิตคอนเทนต์นั้นจะมีทั้งเงินเดือนประจำอยู่ที่หลัก 1-2 หมื่นบาท/เดือน ค่าโอที ไม่รวมค่าเพชรที่ผู้ใช้งานส่งให้ โดยมูลค่าเพชรสำหรับคนเล่นนั้น 2 เพชร เท่ากับเงิน 1 บาท ส่วนดีเจ 60 เพชร เท่ากับ 11 บาทเท่านั้น

“ดีเจที่เข้ามาเล่นในระบบบางคนก็ทำงานประจำอยู่แล้ว และเข้ามาใช้ช่องทางของเราเพื่อหารายได้เสริม ซึ่งเราไม่ปิดกั้นในเรื่องนี้”

สำหรับอิทส์ มี (It’s Me) เป็นแอพพลิเคชั่นสัญชาติต่างประเทศ เปิดให้ใช้งานในสหรัฐ รัสเซีย ไทย เวียดนาม และกำลังจะเปิดให้ใช้งานในจีน สำหรับในไทยใช้งบทำตลาดไปแล้วไม่น้อยกว่า 40 ล้านบาท ตั้งแต่เปิดให้บริการเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา มีจำนวนดีเจในระบบกว่า 500 คน ยอดดาวน์โหลดแอพในไทยและเวียดนามรวมกันอยู่ที่ 1 ล้านดาวน์โหลด ยอดขายไอเท็มติดอันดับแอพพลิเคชั่นที่มีผู้เสียเงินให้มากที่สุด (Top Grossing) 3 สัปดาห์ติดกัน มีทีมงานในไทยกว่า 20 คน รวมทั้งมีเซิร์ฟเวอร์ย่อยในประเทศเพื่อรองรับการเข้าใช้งานพร้อมกันจำนวนมากด้วย

ทั้งนี้ เชื่อว่าแอพไลฟ์จะเริ่มแข่งขันด้านคุณภาพคอนเทนต์มากยิ่งขึ้น เพื่อหวังสร้างฐานผู้ใช้บริการและรายได้ในระยะยาว

 

อยากกินอาหารระดับภัตตาคารแต่ราคาไม่แพงไหม ใช้แอพนี้สิ!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

08 สิงหาคม 2559 เวลา 18:40 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/447489

อยากกินอาหารระดับภัตตาคารแต่ราคาไม่แพงไหม ใช้แอพนี้สิ!

แอพพลิเคชั่นที่ช่วยส่งต่ออาหารเหลือทิ้งจากบรรดาภัตตาคาร ไปยังผู้บริโภคในราคาไม่แพง

ทุกวันนี้ชาวลอนดอนสามารถทานอาหารญี่ปุ่นคุณภาพดีระดับภัตตาคารได้ในราคาเพียง 4 ปอนด์ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 180 บาทเท่านั้น ด้วยแอพพลิเคชั่นใหม่ที่ช่วยให้บรรดาอาหารที่ต้องทิ้งในแต่ละวันของร้านอาหารต่างๆ ไม่ถูกทิ้งอย่างเสียเปล่า และส่งต่อไปยังลูกค้าทั่วเมืองที่สนใจจะรับประทานในราคาถูก

Too Good To Go คือชื่อของแอพพลิเคชั่นดังกล่าว ถูกคิดค้นและพัฒนาโดยนักพัฒนาแอพในเดนมาร์ก สนนราคาค่าอาหารที่ลูกค้าสั่งด้วยแอพพลิเคชั่นนี้อยู่ที่ระหว่าง 2 – 3.80 ปอนด์เท่านั้น (ประมาณ 91-174 บาท) ผู้ใช้บริการแอพก็จะได้ลิ้มรสอาหารจากภัตตาคาร 95 แห่งทั่วเมือง

คริส วิลสัน หนึ่งในผู้บุกเบิกนำแอพนี้เข้ามาในสหราชอาณาจักรเมื่อเดือนที่แล้ว กล่าวว่า ปัญหาอาหารเหลือทิ้ง หรือผลิตเกินความจำเป็นนี้ เป็นปัญหาเรื้อรังที่มีมานาน ในความเป็นจริงแล้วมีประชาชนทั่วไปที่สนใจอาหารที่จำเป็นต้องทิ้ง(ที่ยังกินได้) เหล่านี้จำนวนมาก เพียงแต่ว่าไม่มีวีธีการสื่อสารไปยังบรรดาร้านอาหาร หรือผู้ขาย

สโลแกนของแอพพลิเคชั่นนี้คือ การประหยัดอาหาร ซึ่งมีความหมายรวมถึงการเห็นคุณค่าของอาหารและไม่ทิ้งขว้างตามนโยบายของบริษัท นอกจากนั้นหากใช้บริการจากแอพพลิเคชั่นนี้ ผู้ใช้บริการยังมีส่วนช่วยโลกด้วยกล่องใส่อาหารแบบย่อยสลายได้อีกด้วย

ปัญหาขยะจากอาหารทั้งที่ยังกินได้ และกินไม่ได้เหล่านี้เป็นตัวการอันดับ 3 ที่ก่อให้เกิดสภาวะเรือนกระจก จากรายงานระบุว่าซูเปอร์มาร์เก็ตในสหราชอาณาจักรนั้น ทิ้งอาหารมากถึงเฉลี่ย 360 ล้านมื้อต่อปี และข้อมูลจากรัฐบาลเองระบุว่าในแต่ละปีมีขยะจากอาหารที่ยังทานได้ถึง 1.1 ล้านตัน

แน่นอนว่าเราไม่สามารถหยุดกระบวนการธุรกิจที่ก่อให้เกิดระบบการทิ้งขว้างอาหาร แต่แอพพลิเคชั่นนี้สามารถก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดเช่นที่อาหารควรจะให้คุณค่าแก่มนุษย์ได้ ถ้าเช่นนั้นแล้วลองเปลี่ยนสักมื้อของคุณมาทานอาหารที่กำลังจะถูกทิ้งขว้างเหล่านี้นอกจากจะประหยัดเงินในกระเป๋าแล้ว ยังได้ช่วยโลกไปในตัวอีกด้วย

 

บิ๊กตู่กำชับไอซีทีดูแลเกม “โปเกมอน โก”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

08 สิงหาคม 2559 เวลา 17:39 น     http://www.posttoday.com/digital/447481

บิ๊กตู่กำชับไอซีทีดูแลเกม "โปเกมอน โก"

นายกฯกำชับไอซีทีดูแลเกม “โปเกมอน โก” ด้าน “อุตตม” ย้ำให้เล่นอย่างเหมาะสม อย่ากระทบสิทธิคนอื่น ให้ผู้ปกครองดูแลบุตรหลานใกล้ชิด

นายอุตตม สาวนายน รมว.เทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ได้มีความเป็นห่วงพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะเยาวชนไทย พร้อมกำชับให้กระทรวงไอซีที สอดส่องดูแลอย่างใกล้ชิดและสร้างความเข้าใจในส่วนที่เกี่ยวข้อง จากกรณีที่บริษัทนิแอนติค ได้เปิดให้บริการเกมโปเกมอน โก เพิ่มเติมอีก 15 ประเทศในเอเชียและโอเชียเนีย เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา และมีผู้เล่นจากประเทศไทยได้ติดตามเล่นเกมดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้ภาครัฐจะมีการพูดคุยกับหน่วยงานและผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างความเข้าใจ ตลอดจนป้องกันผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์ที่อาจจะเกิดขึ้นตามมา

ทั้งนี้ กระทรวงไอซีทีได้ติดตามข่าวการเข้ามาของเกมดังกล่าวอย่างใกล้ชิด โดยในเบื้องต้นยังไม่มีเหตุการณ์ที่น่าเป็นห่วงมากนัก แต่ขอให้ประชาชนได้เข้าใจในข้อตกลงการใช้ ความเหมาะสม และปฏิบัติตามข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างระมัดระวัง เนื่องจากลักษณะการเล่นมีการผสมโลกกายภาพเข้าไปในเกมด้วย ดังนั้น การที่จะเข้าไปยังสถานที่ต่างๆ จะต้องดูความเหมาะสม ความปลอดภัย และไม่เป็นการรบกวนสิทธิของเจ้าของสถานที่ หรือสิทธิของบุคคลอื่นในสถานที่สาธารณะด้วย

อย่างไรก็ตาม หากดูในข้อตกลงการใช้เกมโดยละเอียดนั้น สิ่งที่ผู้เล่นเกมควรตระหนักเป็นอย่างมากคือได้มีการผูกบัญชียืนยันตัวบุคคลตั้งแต่ก่อนเริ่มเล่นเกม และการเล่นเกมนั้นผู้เล่นได้ยินยอมให้บริษัทที่เกี่ยวข้องทั้งหลาย เก็บข้อมูลส่วนตัว เก็บข้อมูลสถานที่ ข้อมูลจำเพาะของโทรศัพท์ และข้อมูลแวดล้อมอื่นๆ เป็นต้น นอกจากนี้ เยาวชนที่อายุต่ำกว่า 13 ปีจะต้องได้รับการยินยอมจากผู้ปกครอง จึงขอให้ผู้ปกครองให้การสอดส่องดูแลบุตรหลาน และให้คำแนะนำ รวมทั้งดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด

“สำหรับการให้บริการเกมต่างๆ ในประเทศไทยนั้น ยังไม่มีข้อกำหนดของกฎหมายที่ ครอบคลุมการให้บริการเกมในต่างประเทศ ซึ่งเกมโปเกมอน โก อยู่ในข่ายดังกล่าวด้วย ดังนั้น กระทรวงไอซีทีจะได้มีการหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในการร่วมพิจารณาหาแนวทางในการป้องกันปัญหาจากการเล่นเกมดังกล่าว พร้อมทั้งเชิญผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องร่วมให้ข้อมูล และติดตามผล ตลอดจนผลกระทบของเกมเป็นระยะต่อไป”นายอุตตม กล่าว

 

“โปเกมอน” โผล่ในทำเนียบฯหลายจุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

08 สิงหาคม 2559 เวลา 15:41 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/447430

"โปเกมอน" โผล่ในทำเนียบฯหลายจุด

ทดสอบแอพฯโปเกมอน โกในทำเนียบรัฐบาลพบมีโปเกมอนโผล่อหลายจุด แถมมีจุดเก็บลูกบอล ตร.เตือนผู้เล่นไม่ฝ่าฝืนบุกรุกสถานที่สำคัญ

เมื่อวันที่ 8 ส.ค.ผู้สื่อข่าวทำเนียบรัฐบาลได้ทดลองใช้แอพพลิเคชั่น โปเกมอนโกตรวจสอบภายในพื้นที่ทำเนียบรัฐบาลก็พบว่า มีโปเกมอนปรากฏขึ้นหลายจุดภายในพื้นที่ โโยเฉพาะบริเวณหน้าตึกบัญชาการและตึกไทยคู่ฟ้า นอกจากนี้ยังพบจุดโปเกสต๊อป(PokeStop) ซึ่งเป็นจุดเก็บลูกบอลและไอเทมปรากฏอยู่ในพื้นที่ทำเนียบฯด้วย

ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตัวเกมมีการใช้แผนที่เป็นเส้นทางในการเล่น และพบว่ามีการใช้สถานที่สำคัญบางแห่งเป็นจุดให้เก็บคะแนน หรือ ไอเทม ซึ่งยอมรับว่า อาจมีผลกระทบเพราะบางแห่ง เป็นสถานที่ต้องห้าม หรือ สถานที่สำคัญที่ต้องเฝ้าระวังสูง จึงขอให้ผู้เล่นตรวจสอบและเล่นให้พอเหมาะพอควร ไม่ฝ่าฝืนบุกรุกสถานที่สำคัญ

 

 

บริษัทกูเกิ้ลเตรียมทำแผนที่ของมหาสมุทรทั่วโลก!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

08 สิงหาคม 2559 เวลา 15:04 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/447410

บริษัทกูเกิ้ลเตรียมทำแผนที่ของมหาสมุทรทั่วโลก!

กูเกิ้ลพัฒนาไปอีกขั้นด้วยการทำแผนที่ใต้มหาสมุทรเพื่อช่วยนักวิทยาศาสตร์ และนักเดินเรือ

กูเกิ้ลแมพ แอพพลิเคลั่นที่แสดงแผนที่และช่วยนำทาง เตรียมพัฒนาไปอีกขั้นด้วยการวางแผนสร้างแผนที่ของพื้นดินใต้มหาสมุทรทั้งโลก

โปรเจคยิ่งใหญ่สุดอลังการนี้ได้รับการสนับสนุนโดยนักวิทยาศาตร์ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 150 คนจากในหลายประเทศ ใช้ชื่อโปรเจคว่า “Sea Floor 2030″โดยจะเริ่มต้นจากในโมนาโกเป็นสถานที่แรก และคาดว่าจะสามารถทำแผนที่ของพื้นที่ใต้มหาสมุทรทั้งโลกได้แล้วเสร็จในปี 2573

สำหรับวีธีการสร้างแผนที่ใต้มหาสมุทรนี้ กูเกิ้ลใช้เทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า Multibeam Sonar ซึ่งเรือดำน้ำหนึ่งลำที่ใช้เทคโนโลยีนี้สามารถสร้างแผนที่ของพื้นดิน, ภูเขา, ภูเขาไฟ และร่องลึกบริเวณรอบๆ ได้หลายร้อยตารางเมตร

จากรายงานของนักวิทยาศาสตร์ระบุว่า มีพื้นที่ใต้มหาสมุทรถึง 85% ที่ยังไม่ได้รับการสำรวจ และแผนที่ของกูเกิ้ลจะช่วยเปิดเผยความลึกลับของใต้มหาสมุทรที่มนุษย์ไม่เคยทราบมาก่อน

แลร์รี่ เมเยอร์ ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ทางทะเล และวิศวกรรมชายฝั่ง แห่งมหาวิทยาลัยนิวแฮมป์เชียร์กล่าวว่า การสำรวจพื้นที่ใต้ทะเลเป็นสิ่งที่รัฐบาลควรสนใจและให้การสนับสนุนมากกว่าการสำรวจอวกาศ

ประมาณการว่าโปรเจคดังกล่าวใช้งบประมาณทั้งหมด 3 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ หีอคิดเป็นเงินไทยประมาณ 1 แสนล้านบาท ซึ่งน้อยกว่าโปรเจคสำรวจดาวอังคารเสียอีก

แลร์รี่กล่าวว่า การสำรวจอวกาศนั้นเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มผลตอบแทนนื่องจากพื้นที่นั้นกว้าง และไร้ขอบเขตที่แน่นอน อีกทั้งยังห่างไกลจากความสัมพันธ์ของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม แต่สำหรับการสำรวจใต้พื้นมหาสมุทรนั้นเป็นอะไรที่คุ้มค่าแก่การลงทุน เนื่องจากความเข้าใจที่มีต่อใต้มหาสมุทรจะช่วยให้มนุษย์สามารถแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมเช่นที่กำลังประสบในปัจจุบันได้

สามารถชมหลักการทำงานของเทคโนโลยี Multibeam Sonar ได้ที่วิดีโอนี้

ธุรกิจหัวใส จัดทัวร์จับ”โปเกมอน”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

07 สิงหาคม 2559 เวลา 06:35 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/447146

ธุรกิจหัวใส จัดทัวร์จับ"โปเกมอน"

โปเกมอน โกให้บริการในไทย วันแรกกระแสแรง ภาคธุรกิจสบช่อง ผุดไอเดียหารายได้รับอานิสงส์

เกมโปเกมอน โกได้ประกาศเปิดให้บริการในภูมิภาคเอเชียเมื่อวันที่ 6 ส.ค.ที่ผ่านมาพร้อมกัน 15 ประเทศ เช่น ไทย บรูไน สปป.ลาว มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม และไต้หวัน เป็นต้น ทั้งระบบปฏิบัติการไอโอเอสและแอนดรอยด์ ทำให้มีตัวเลขดาวน์โหลดรวมทุกประเทศที่เปิดให้บริการอยู่ที่ 50 ล้านดาวน์โหลด

ทั้งนี้ จากการเช็กกระแสบนโลกออนไลน์ พบว่า มีภาคธุรกิจเริ่มขยับตัวผุดไอเดียสร้างรายได้กันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นบริการเช่ารถกระบะเพื่อตามล่าหาโปเกมอน คิดค่าบริการวันละ 2,000 บาท มอเตอร์ไซค์วันละ 1,000 บาท ไม่รวมค่าน้ำมัน หรือแอพพลิเคชั่นเทกมีทัวร์ที่จัดทริปตามจับโปเกมอนในกรุงเทพฯ รวม 8 คน ตั้งแต่ 10.00-19.00 น. ในสถานที่สำคัญต่างๆ เช่น สยาม วัดพระแก้ว เยาวราช และล่องแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นต้น

ด้านบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ออกมาตอกย้ำการได้รับอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ Pokemon ผู้เดียวในไทยด้วยการออกเชิญชวนให้มาจับโปเกมอนและอัพเลเวลที่ทรูช็อป 24 สาขา เช่น ดิจิตอล เกตเวย์ เซ็นทรัลเวิลด์ พารากอน เมกาบางนา เอ็มควอเทียร์ และเซ็นทรัล เอ็มบาสซี เป็นต้น ตั้งแต่วันนี้-12 ส.ค. เวลา 18.00 น. พร้อมรับคู่มือการเล่นเกมฉบับภาษาไทยได้ทุกสาขา

ภาพ…เอเอฟพี

 

วิถีชีวิต3สมาร์ทคนไทย โอกาสตลาดสินค้าเทคโนโลยี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

06 สิงหาคม 2559 เวลา 08:49 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/447043

วิถีชีวิต3สมาร์ทคนไทย โอกาสตลาดสินค้าเทคโนโลยี

โดย..รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย

วิถีชีวิตของคนไทยนับจากนี้ไปอีก 10 ปีข้างหน้าจะเริ่มเข้าสู่ 3 Smart คือสมาร์ทซิตี้ (Smart City) สมาร์ทไลฟ์ (Smart Life) และสมาร์ทโฮม (Smart Home) ทุกอย่างจะถูกเชื่อมโยงไว้บนสมาร์ทโฟนเพียงเครื่องเดียว การใช้ชีวิตแบบสมาร์ทๆ เพียงแค่ใช้ปลายนิ้วสัมผัส ก็สามารถทำทุกสิ่งได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะอยู่มุมไหนในโลก

ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ นายกสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้เมืองไทยยังแค่เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างสมาร์ทซิตี้ หรือเมืองอัจฉริยะ ที่นำเทคโนโลยีเข้ามายกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น เบื้องต้นภาครัฐได้ดำเนินไปแล้วบางส่วน มีด้วยกัน 3 เมืองต้นแบบ อาทิ จ.เชียงใหม่กับภูเก็ต ถูกสร้างให้เป็นเมืองอัจฉริยะด้านการท่องเที่ยวและการลงทุน ส่วน จ.ชลบุรี ที่บางแสนถูกสร้างให้เป็นเมืองเดย์แคร์ของผู้สูงอายุ

ทั้งนี้ ยกตัวอย่างโมเดลเมืองอัจฉริยะสำหรับผู้สูงอายุ ภาครัฐได้เข้าไปติดตั้งระบบไซเรนเพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุที่อยู่บ้านคนเดียว หรือกระทั่งผู้ป่วย ที่มีรีโมทติดตัวสำหรับกดปุ่มสัญญาณ นอกจากนี้ยังพัฒนาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวผู้สูงอายุ รวมทั้งแอพพลิเคชั่นขึ้นมารองรับโดยเฉพาะ เพื่อรองรับกับแนวโน้มประชากรผู้สูงอายุของประเทศไทยที่จะเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ราว 13-14% ของจำนวนประชากร คาดว่าภายในปี 2563 กลุ่มผู้สูงอายุจะเพิ่มสัดส่วนเป็น 20% ของประชากรทั้งหมด

นอกจากนี้ รัฐบาลยังขับเคลื่อนสร้างสมาร์ทซิตี้ ในส่วนคมนาคมได้ผลักดันอุตสาหกรรมรถยนต์ผลิตรถไฟฟ้า อนาคตไทยจะก้าวเข้าสู่รถยนต์ที่ไร้คนขับเหมือนในสิงคโปร์ก็เป็นได้ ซึ่งเบื้องต้นในขณะนี้รถเมล์ขนส่งมวลชนก็เริ่มติดระบบจีพีเอสเพื่อตรวจสอบการวิ่งของรถเมล์ไปตามเส้นทางหรือไม่ หรือกระทั่งความพยายามผลักดันให้คนไทยใช้พร้อมเพย์ การใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ชำระเงินต่างๆ แทนเงิน เชื่อว่าวิถีชีวิตของคนไทยจะค่อยๆ ปรับเข้าสู่เมืองอัจฉริยะในอีก 5-10 ปีข้างหน้า

ขณะที่ในกลุ่มของสมาร์ทไลฟ์ หรือการใช้อุปกรณ์อัจฉริยะต่างๆ เพื่อทำให้การดำเนินชีวิตง่ายและสะดวกสบาย อลงกรณ์ ชูจิตร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าแอลจี กล่าวว่า สินค้ากลุ่มสมาร์ทไลฟ์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ เริ่มมีกลุ่มคนเมืองรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มเจเนอเรชั่นวายที่ชอบไอทีหรือนวัตกรรมใหม่ทางเทคโนโลยี โดยมีรายได้ประจำตั้งแต่ 5 หมื่นบาทขึ้นไป จะเป็นกลุ่มคนที่เริ่มเข้าสู่การใช้วิถีชีวิตในรูปแบบ “สมาร์ทไลฟ์” หรือเริ่มใช้อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะภายในบ้าน

“ไทยอยู่ในยุคของการเริ่มต้นใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะเท่านั้น โดยมีเพียงสมาร์ททีวีเป็นตัวขับเคลื่อนตลาด จากนั้นคาดว่าพฤติกรรมคนไทยเริ่มใช้เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น หรือกระทั่งเครื่องซักผ้าอัจฉริยะ และมั่นใจว่าในอีก 10 ปีข้างหน้าในครัวเรือนของประเทศไทยจะมีเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะครอบคลุมทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพราะโครงสร้างพื้นฐานระบบเครือข่ายวางหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็น 4จี หรือกระทั่ง 5จี ที่จะเกิดขึ้นในปี 2563”

ปัจจุบันเริ่มมีเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะเข้ามาทำตลาดมากมาย อาทิ หุ่นยนต์สำหรับ
ดูดฝุ่นและทำความสะอาดพื้นสามารถสั่งการทำงานแม้กระทั่งอยู่นอกบ้าน และสามารถดูการทำงานไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของโลก ในอนาคตสินค้าดังกล่าวจะเข้ามาทดแทนเครื่องดูดฝุ่น อย่างไรก็ตามเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะยังเป็นตลาดที่มีสัดส่วนต่ำกว่า 20% ของตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้ามูลค่า 7 หมื่นล้านบาท เนื่องจากสินค้ามีราคาสูงจึงทำให้การใช้งานยังไม่แพร่หลาย รวมทั้งปัญหารีโมทซึ่งยังไม่เชื่อมโยงกับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านไว้ทั้งหมด

ในส่วนของสมาร์ทโฮม แม้ว่าบ้านอัจฉริยะยังเป็นตลาดที่เล็กและจำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มผู้ซื้อที่มีกำลังซื้อสูง เพราะด้วยมูลค่าบ้านอัจฉริยะมีมูลค่า 40 ล้านบาทขึ้นไป แต่หลายค่ายเริ่มขยับตัว มาสร้างแบรนด์ในรูปแบบดังกล่าวมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอนันดา หรือกระทั่งกลุ่มชาญอิสสระ

ธีราภรณ์ ศรีเจริญวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ กล่าวว่า ทิศทางของตลาดสมาร์ทโฮมในไทยมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก เพราะพฤติกรรมของคนซื้อบ้าน ต้องการบ้านที่ทำให้คุณภาพชีวิตสะดวกสบาย และมีปลอดภัย ซึ่งบ้านอัจฉริยะในขณะนี้ผู้ประกอบการจะเน้นระบบแสงสว่าง เครื่องใช้ไฟฟ้า ระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะที่ผู้ใช้งานสามารถสั่งการทำงานได้แม้กระทั่งอยู่นอกบ้าน

สังคมไทยก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มตัว วิถีชีวิตแบบสมาร์ทๆ โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น กำลังเกิดขึ้นอย่างเต็มตัว นั่นคือโอกาสทางธุรกิจที่ไม่ควรมองข้าม

 

ไต้หวันเตรียมลงดาบ ไล่อูเบอร์นอกประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

04 สิงหาคม 2559 เวลา 12:11 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/446638

ไต้หวันเตรียมลงดาบ ไล่อูเบอร์นอกประเทศ

ไต้หวันเตรียมแบนธุรกิจอูเบอร์ ชี้ทำธุรกิจผิดประเภท ด้านตีตี้และซอฟต์แบงก์ระดมทุนรอบใหม่ให้แกรบ

รอยเตอร์สรายงานว่า คณะกรรมการการลงทุนของไต้หวันเตรียมออกคำสั่งให้บริษัท อูเบอร์ เทคโนโลยีส์ อิงค์ ถอนตัวออกจากการทำธุรกิจภายในไต้หวัน เนื่องจากแนวทางธุรกิจของอูเบอร์เป็นแพลตฟอร์มด้านเทคโนโลยี ไม่ใช่ธุรกิจให้บริการการคมนาคม โดยคณะกรรมการการลงทุนจะตัดสินประเด็นดังกล่าวในวันที่ 11 ส.ค.

คณะกรรมการการลงทุนระบุว่า รัฐบาลได้เจรจากับอูเบอร์หลายครั้งแล้ว และหากไม่สามารถตกลงกับทางบริษัทได้ ทางเลือกที่แย่ที่สุดคือการขอให้อูเบอร์ยุติการทำธุรกิจภายในประเทศ พร้อมเสริมว่าอูเบอร์สามารถยื่นขออุทธรณ์ต่อรัฐบาลไต้หวัน

ทั้งนี้ ไต้หวันออกคำประกาศดังกล่าว หลังหน่วยธุรกิจอูเบอร์ในจีนควบรวมกิจการร่วมกับ ตีตี้ ชูซิ่ง ผู้ให้บริการสตาร์ทอัพแท็กซี่ออนไลน์ในจีน ซึ่งเป็นคู่แข่งรายใหญ่ของอูเบอร์

ขณะเดียวกัน บลูมเบิร์กรายงานว่า ตีตี้ ชูซิ่ง และบริษัท ซอฟต์แบงก์ กรุ๊ป กำลังขอระดมทุนรอบใหม่ให้กับบริษัท แกรบ ผู้ให้บริการแท็กซี่ออนไลน์อีกราย โดยคาดว่ามีมูลค่าสูงถึง 600 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.09 หมื่นล้านบาท) ซึ่งอาจทำให้มูลค่าเงินทุนทั้งหมดของแกรบ
เพิ่มสูงขึ้นกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.48 หมื่นล้านบาท)