ไอซีทีชวนเอกชน ประมูลบรอดแบนด์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

26 กรกฎาคม 2559 เวลา 06:16 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/444795

ไอซีทีชวนเอกชน ประมูลบรอดแบนด์

ไอซีทีเตรียมส่งหนังสือเชิญเอกชนร่วมประมูลสร้างโครงข่ายอินเทอร์เน็ตหมู่บ้านต้นเดือนหน้า

นางทรงพร โกมลสุรเดช ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) เปิดเผยความคืบหน้าโครงการขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) ครอบคลุมทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ มูลค่าลงทุน 1.5 หมื่นล้านบาท ว่า ขณะนี้ร่างทีโออาร์เพื่อเปิดประมูลคัดเลือกเอกชนเข้ามาดำเนินการเสร็จแล้ว และจะมีการลงนามร่างทีโออาร์ในสัปดาห์นี้ ก่อนจะส่งทีโออาร์ไปให้คณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้าง ที่มี น.อ.สมศักดิ์ขาวสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงไอซีที เป็นประธาน เพื่อกำหนดเงื่อนไขการประมูลต่อไป

อย่างไรก็ตาม การเปิดประมูลสร้างโครงข่ายบรอดแบนด์ครั้งนี้ แม้ว่าจะเป็นการจัดซื้อจัดจ้างแบบพิเศษ แต่ผู้ประมูลไม่จำกัดเฉพาะบริษัท ทีโอที และบริษัท กสท โทรคมนาคม เท่านั้น เพราะกระทรวงจะเชิญชวนบริษัทเอกชนที่ได้รับใบอนุญาตแบบที่ 3 ประเภทมีโครงข่ายเป็นของตัวเองจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และเชี่ยวชาญทางด้านไฟเบอร์ออปติก อาทิ ทรู คอร์ปอเรชั่น หรือบริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ (3BB) เป็นต้น เข้ามาร่วมประมูลด้วย

“หากเอกชนสนใจเข้าร่วมประมูลได้ เพียงแต่มีเงื่อนไขว่าโครงข่ายที่ก่อสร้างขึ้นนั้นต้องเชื่อมต่อกับจุดเชื่อมต่อ (Node) ของทีโอทีหรือ กสทฯ เท่านั้น เนื่องจากเป็นการลงทุนที่ใช้งบประมาณภาครัฐการจะเชื่อมโครงข่ายไปยัง Node ของเอกชน ไม่สามารถทำได้” นางทรงพร กล่าว

นางทรงพร กล่าวอีกว่า การเปิดประมูลจัดซื้อจัดจ้างจะแล้วเสร็จในเดือน ส.ค.นี้ และเริ่มดำเนินการติดตั้งกลางเดือน ต.ค. ซึ่งช้ากว่ากำหนดเดิมเล็กน้อย โดยเฟสแรกจะต้องติดตั้งได้ 1 หมื่นหมู่บ้านในปีนี้ และติดตั้งส่วนที่เหลือในปี 2560

นายอุตตม สาวนายน รมว.ไอซีที กล่าวถึงมติคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) เมื่อวันที่ 11 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่ให้นำบางธุรกิจของทีโอทีและ กสทฯ ไปดำเนินการร่วมกัน ว่าไม่ใช่การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ เพราะในหลักการแล้ว คนร.ต้องการให้นำทรัพยากรของทั้งสองบริษัทมาทำงานร่วมกัน เพื่อลดการลงทุนซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขัน ซึ่งหลังจาก 2 บริษัทรับนโยบายไปก็ไปหารือกัน และทำการบ้านมาเสนอว่าธุรกิจที่จะดำเนินการร่วมกัน 3 ธุรกิจ คือ โครงข่ายบรอดแบนด์ภายในประเทศ บริษัทโครงข่ายระหว่างประเทศ และศูนย์ข้อมูลอินเทอร์เน็ต แต่ละหน่วยธุรกิจจะมีรูปแบบการดำเนินการอย่างไร

 

ครีเอเตอร์-คลิปเปอร์ เวทีโซเชียลคนรุ่นใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

25 กรกฎาคม 2559 เวลา 19:49 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/444783

ครีเอเตอร์-คลิปเปอร์ เวทีโซเชียลคนรุ่นใหม่

โดย…ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

ช่องทางการแสดงออกผ่านสื่อโซเชียลมีเดียของคนรุ่นใหม่ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะเวทีโซเชียลเหล่านี้ ไม่ได้เน้นหน้าตาแต่เป็นการแข่งความสามารถแบบสร้างสรรค์ผ่านสมาร์ทโฟน เพียงแค่มีไอเดียบวกกับสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่เร็วและแรง ก็สร้างรายได้สำหรับคนเหล่านี้ได้แล้ว

ไมเคิล จิตติวาณิชย์ หัวหน้าฝ่ายการตลาดด้านผู้บริโภค กูเกิล ประเทศไทย กล่าวว่า จำนวนครีเอเตอร์ (นักสร้างสรรค์คอนเทนต์) ในประเทศไทยนั้นมีการเติบโตขึ้นทุกวัน สำหรับครีเอเตอร์ที่มีผู้ติดตามหลักล้านรายมีจำนวน 25 แชนแนล ส่วนแชนแนลที่มีผู้ติดตามหลักแสนจะมีมากถึง 500 แชนแนล

“นักสร้างสรรค์รุ่นใหม่เกิดขึ้นหลักพันทุกวัน เพราะช่องทางยูทูบเป็นสิ่งที่ทุกคนคุ้นเคยและการอัพโหลดคลิปในยุค 4จี ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ซึ่งคอนเทนต์ประเภทแคชเกม ร้องเพลง เด็ก และอาหาร จะเป็นคอนเทนต์ที่ครีเอเตอร์นิยมอัพโหลดขึ้นไปบนแพลตฟอร์มของเรามากที่สุด” ไมเคิล กล่าว

ทั้งนี้ ในเรื่องของการหารายได้หรือสนับสนุนครีเอเตอร์เหล่านี้ ทางยูทูบไม่ได้สนับสนุนเป็นเม็ดเงิน แต่ให้เป็นความรู้ เครื่องมือ คอนเนกชั่นในการเข้าหาสปอนเซอร์หรือเทคนิคการทำคอนเทนต์ให้โดนใจแบรนด์มากกว่า

อรรถพล โพธิ์หาญรัตนกุล ครีเอเตอร์เสือร้องไห้แชนแนล กล่าวว่า หากมองรายการเป็นสินค้าในสมัยก่อนอาจจะมีการแข่งขันเพื่อให้เป็นที่หนึ่ง แต่สำหรับคนออนไลน์นั้น การแลกเปลี่ยนความรู้และเทคนิคใหม่ๆ เป็นเรื่องที่ครีเอเตอร์ต้องการมากกว่า

“สิ่งที่ดีในการทำงานบนโลกออนไลน์ คือทุกคนสามารถแบ่งปันและให้คำปรึกษากันได้ สำหรับรายการของผมแม้จะมีสมาชิกในทีมเป็นนักร้อง แต่การดึงคาแรกเตอร์ของแต่ละคนมาใช้ให้รายการน่าสนใจนั้น จะต้องมีการประชุมและคิดเส้นเรื่องที่ผู้ชมจะสนใจ หากมีแบรนด์สนใจก็ถือว่าเป็นเรื่องดี แต่เราต้องคำนึงว่าการทำคอนเทนต์แต่ละตอนนั้นจะเอาใจแบรนด์อย่างเดียวไม่ได้ เนื้อหาโดยรวมต้องโดนใจผู้ชมและไม่ทิ้งตัวตนของรายการด้วย” อรรถพล กล่าว

ขณะที่ทางยูทูบมีแผนจะสนับสนุนครีเอเตอร์ด้วยการเตรียมยูทูบสเปซ ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนกลางพร้อมเครื่องมือและเทคโนโลยีชั้นนำสำหรับการถ่ายทำรายการให้แก่ครีเอเตอร์ หลังจากประสบความสำเร็จในการจัดครั้งแรกเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา จะกลับมาทำสเปซเพิ่มอีก 2 ครั้ง คือ วันที่ 25-27 ส.ค.นี้ ที่เซ็นเตอร์พ้อยท์ ลาซาล และช่วงเดือน พ.ย.ของปีนี้ ซึ่งยังไม่สรุปสถานที่

ทางด้านเวทีโซเชียลรายใหม่ที่ส่งตรงมาจากญี่ปุ่นอย่าง ซี แชนแนล (C Channel) วิดีโอคอมเมิร์ซแพลตฟอร์มจากฝีมือการพัฒนาของอดีตผู้บริหาร
จาก LINE จับมือกับทางอุ๊คบี แอพพลิเคชั่นอ่านหนังสือแบบดิจิทัลที่ต้องการเข้ามาสร้างเวทีใหม่ที่พร้อมแชร์ทุกโซเชียลแบบไม่ปิดกั้น เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่สร้างสรรค์คอนเทนต์วิดีโอได้เต็มที่

ณัฐวุฒิ พึงเจริญพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อุ๊คบี เปิดเผยว่า การร่วมมือกันระหว่างอุ๊คบีและซีแชนแนลนั้น จะเป็นการตอบสนองธีมหลักของธุรกิจจากเดิมที่เป็นแพลตฟอร์มหนังสือดิจิทัล (อีบุ๊ก) แต่เมื่อปรับมาเป็นผู้ให้บริการชุมชนออนไลน์แบบยูสเซอร์ เจเนอเรท คอนเทนต์ (UGC) จะช่วยเพิ่มโอกาสใหม่ๆ อีกมาก

“แม้ว่าจำนวนคอนเทนต์ของเรายังมีน้อย แต่ด้วยความเป็นไลฟ์สไตล์วิดีโอแมกกาซีนที่เน้นกลุ่มผู้หญิงจะช่วยให้เราเข้าถึงคลิปเปอร์ (Clipper) รุ่นใหม่ได้มากขึ้น และไม่ต้องลงทุนมากเพียงแค่มีสมาร์ทโฟนและไอเดีย ถ่ายทำรายการให้มีความยาวเพียง 1 นาที ขณะนี้ที่ญี่ปุ่นมีบล็อกเกอร์และเน็ตไอดอลในระบบแล้วกว่า 100 คน สำหรับการหารายได้นั้นจะมีทั้งการจ่ายเป็นเงินเดือน และอันดับความนิยมที่จะแบ่งให้เป็นเปอร์เซ็นต์ตามที่กำหนดไว้” ณัฐวุฒิ กล่าว

นอกจากนี้ ทางซีแชนแนลยังเปิดกว้างให้คลิปเปอร์สามารถนำคลิปที่ถ่ายทำไปโพสต์ในโซเชียลมีเดียอื่นๆ เช่น ไลน์ เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ กูเกิล ได้ทั้งสิ้น เพราะบริษัทเป็นพาร์ตเนอร์กับทุกค่ายและไม่ปิดกั้นว่าจะต้องโพสต์ในแพลตฟอร์มของบริษัทเท่านั้น เพื่อให้คลิปเปอร์เป็นที่รู้จักมากที่สุด ซึ่งหลังจากเปิดตัวครั้งแรกในญี่ปุ่นเมื่อกลางปีที่ผ่านมามียอดวิวคลิปมากถึง 100 ล้านครั้ง/เดือน นอกจากนี้ยังมีแผนจะเปิดให้บริการในไต้หวัน จีน และอินโดนีเซีย เป็นลำดับถัดไป

 

มิ.ย. 2016 เดือนแห่งการ Hack

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

25 กรกฎาคม 2559 เวลา 19:46 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/444782

มิ.ย. 2016 เดือนแห่งการ Hack

โดย…พงศ์วุฒิ ไพรไพศาลกิจ

บริษัทผู้ผลิต Software ด้านความปลอดภัยแห่งหนึ่งของโลกอย่าง Checkmarx ได้ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ ว่า เดือน มิ.ย. 2016 เป็นปีที่มีการ Hack มากที่สุดในโลกจนถูกขนานนามว่าเป็นเดือนแห่ง “MEGAHACKS” เลยทีเดียว ซึ่งการรวบรวมข้อมูลในครั้งนี้จะเป็นการรวบรวมข้อมูลโดยเน้นจากการ Hack ที่มีการออกข่าว และโดยส่วนใหญ่จะเป็นการ Hack และการโจมตีบริษัทหรือองค์กรระดับโลกทั้งนั้น!!!

เริ่มจากวันที่ 1 มิ.ย. ที่ MYSPACE ซึ่งถือว่าเป็น Content Provider เจ้าใหญ่ของโลกโดนมือดีเจาะระบบ โดยเจ้ามือดีได้ฉกเอาข้อมูลของผู้ใช้งาน Username และ Password ออกไปได้มากถึง 427 ล้าน Accounts จากข่าวในครั้งนี้ทำให้มีการจัดอันดับให้การกระทำในครั้งนี้ถือว่าเป็นการ Hack ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของการโดนโจมตีระบบลักษณะเดียวกันนี้เลยก็ว่าได้

ถัดมาจากเหตุการณ์แรกเพียง 3 วัน ก็ถึงคราวของ TEAMVIEWER บริษัทดังที่ให้บริการ Remote Tools ซึ่งคราวนี้ Hacker มือดีสามารถเข้าถึงข้อมูลของ Users ได้โดยไม่เพียงแต่สามารถดูหน้าจอเครื่องของผู้ใช้งานในระยะไกลได้เท่านั้น ยังรวมไปถึงสามารถเข้าควบคุมเครื่องและยังได้ฉกเอาเบอร์บัญชีธนาคาร และแอบเข้าใช้งาน Online Banking และกวาดเงินออกไปได้อย่างง่ายดายอีกต่างหาก ในขณะนั้นทาง TEAMVIWER ได้ออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าว ซึ่งสุดท้ายทางทีมโฆษกก็ได้ออกมายอมรับว่ามีการกระทำดังกล่าวเกิดขึ้นจริง และที่น่าแปลกคือยังหาร่องรอยการถูก Hack ไม่ได้ว่ามาจากที่ใด!!!

ห่างกันเพียง 1 วัน ในวันที่ 5 มิ.ย. 2016 บริษัท Social Media ยักษ์ใหญ่ของอังกฤษอย่าง VK.com ก็ถึงคราวโดน Hack ถึง 100 ล้าน Accounts ซึ่งเป็นการทำให้ผู้ใช้งานเว็บไซต์ดังกล่าวไม่สามารถเข้าใช้งานได้ ทำให้การกระทำครั้งนี้ถือว่าเป็นการ Hack ครั้งใหญ่ที่สุดของอังกฤษเลยทีเดียว และถัดมาอีกเพียงวันเดียวก็เกิด Ransomware ตัวใหม่ในนาม “BLACK SHADES” ขึ้นมาเพื่อทำการเข้ารหัสเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วโลก ทำให้ต้องสูญเสียเงินจ่ายค่าไถ่ตามๆ กันไป และในเดือนเดียวกันนี้แม้แต่ในวงการกีฬาอย่าง NFL ก็ถูก Hack Twitter Account ทำการเปลี่ยนแปลง Score ผลการแข่งขันและแจ้งข่าวการตายของเจ้าหน้าที่ NFL

ข่าวใหญ่ที่ได้ยินมากๆ คงหนีไม่พ้น 2 เหตุการณ์หลักอย่าง เกาหลีเหนือทำการ Hack เครื่องคอมพิวเตอร์ในเกาหลีใต้กว่า 1.4 แสนเครื่อง ในจำนวนนี้ได้รวมถึงบริษัทแห่งหนึ่งในเกาหลีใต้โดยได้ทำการขโมยแผนและข้อมูลของเครื่องบินรบอย่าง F-15 ออกไปจากเครื่องนี้ด้วย ซึ่งวันที่ 20 มิ.ย. 2016 ถือว่าเป็นครั้งแรกที่ Pentagon ถูก Hack!!!

T-Mobile ผู้ให้บริการมือถือรายใหญ่ของเช็ก ก็ถูกขโมยข้อมูลลูกค้าไปกว่า 1.5 ล้านคน และข้อมูลเหล่านี้ถูกประกาศขายในโลก Online รวมไปถึงบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งวงการคอมพิวเตอร์อย่าง Citrix ที่โดนโจมตีโปรแกรม Remote อย่าง GoToMyPC ที่มีผู้ใช้งานกว่า 2 หมื่นบริษัทไปจนถึง Cambridge ที่ถูกโจมตีและลบข้อมูล Password ทั้งหมดของผู้ใช้งานระบบของโรงเรียน และแม้กระทั่ง CEO ของ Google ก็โดน Hack Account เช่นเดียวกัน

นี่คงเป็นปรากฏการณ์ที่ทำให้เราเห็นได้ว่าโลกเราเริ่มอยู่ยากขึ้นทุกที และขนาดบริษัทยักษ์ใหญ่ในวงการเองก็ยังหนีไม่พ้นจากการโดน Hack ดังนั้นคงมีแต่เรานั่นเองที่จะสามารถป้องกันตัวเองได้ ต่อจากนี้ไปคงจะได้เห็นการทำลายสถิติมากกว่านี้อย่างแน่นอน

 

“โปเกมอนโก” พลิกโฉม ศก. ปลุกวงการเกม-เทคโนโลยีเออาร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

24 กรกฎาคม 2559 เวลา 15:39 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/444589

"โปเกมอนโก" พลิกโฉม ศก. ปลุกวงการเกม-เทคโนโลยีเออาร์

โดย…ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

โปเกมอนกลับมาเป็นกระแสในวงกว้างอีกครั้ง ภายหลังบริษัท นีแอนติก สตาร์ทอัพด้านเกมจากซานฟรานซิสโก เปิดตัวโปเกมอนโก เกมที่ผนวกเกมฮิตของคนยุคเจนวายเข้ากับเทคโนโลยี เออาร์ (Augmented Reality) ที่ผสานโลกความจริงเข้ากับโลกเสมือน จนกลายเป็นเกมฮิตเพียงข้ามคืน และกลายเป็นจุดเปลี่ยนของเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมเกมโทรศัพท์มือถืออีกครั้งนับตั้งแต่แคนดี้ครัชที่สร้างปรากฏการณ์ความนิยมเกมมือถือในปี 2013

จอห์น ฮานเก นักเล่นเกมตัวยงและผู้ก่อตั้งนีแอนติก เป็นหนึ่งในผู้วางรากฐานพัฒนากูเกิลเอิร์ธ แอพพลิเคชั่นเพื่อใช้ส่องโลกเสมือนของกูเกิล ก่อนจะตั้งบริษัทสตาร์ทอัพนีแอนติกขึ้นภายใต้กูเกิล เมื่อ 6 ปีก่อน และแยกออกมาบริหารเดี่ยวเมื่อปี 2015 โดยกูเกิลยังคงเป็นผู้ลงทุนหลัก เช่นเดียวกับ นินเทนโด บริษัทเกมยักษ์ใหญ่จากแดนปลาดิบ และโปเกมอน โค บริษัทที่นินเทนโดเปิดขึ้นเพื่อสำหรับบริหารแบรนด์โปเกมอนโดยเฉพาะ

แม้นีแอนติกจะเคยเปิดตัว อินเกรส เกมที่มีระบบการเล่นเดียวกับโปเกมอนโก เมื่อปี 2012 และมีผู้ใช้งานจริง 1 ล้านคน อย่างไรก็ตาม โปเกมอนโกกลับไปได้ไกลกว่ามาก เพราะเพียงแค่เปิดตัวได้ราว 2 สัปดาห์ เซ็นเซอร์ ทาวเวอร์ บริษัทข้อมูลแอพพลิเคชั่น เปิดเผยว่า จำนวนดาวน์โหลดโปเกมอนโกมีมากกว่า 30 ล้านครั้งทั่วโลก ทั้งในระบบไอโอเอสและแอนดรอยด์ และยังทำสถิติใหม่ด้วยการเป็นเกมโทรศัพท์มือถือที่มียอดดาวน์โหลดทะลุ 10 ล้านดาวน์โหลดภายในเวลาเพียง 7 วัน

นอกจากนี้ สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า ความสำเร็จของโปเกมอนโกยังทำให้นักพัฒนาเกมเจ้าอื่นๆ พยายามที่จะเลียนแบบความสำเร็จ โดย ไมค์ โอลซัน นักวิเคราะห์จากไปเปอร์ เจฟเฟรย์ ธนาคารเพื่อการลงทุนสัญชาติอเมริกัน เปิดเผยว่า หลังจากโปเกมอนโกกลายเป็นเกมฮิต นักพัฒนาต่างพยายามที่จะเปลี่ยนผลิตภัณฑ์หลักให้เข้าเทคโนโลยีเออาร์ หรือเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งที่ตั้งของผู้ใช้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม โปเกมอนโกจะสามารถคงอิทธิพลต่ออุตสาหกรรมเกมไปได้มากแค่ไหน ขึ้นอยู่กับความพยายามคงกระแสความคลั่งไคล้และคู่แข่งจะสามารถพัฒนาเกมให้เข้าสู่เออาร์ได้หรือไม่

โปเกมอนโกผนวกปัจจัยหลัก 2 อย่างเข้าด้วยกัน คือ หนึ่ง การเป็นเกมที่ขึ้นอยู่กับแผนที่และตำแหน่งที่ตั้ง (โลเกชั่น) ของผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ ซึ่งเป็นบริการที่มีอยู่ในหลากหลายแอพพลิเคชั่นในปัจจุบัน และสอง คือ เทคโนโลยีเออาร์ ซึ่งแม้จะมีการพัฒนามาอย่างยาวนาน แต่ยังไม่ได้กระแสเทียบเท่ากับหลังโปเกมอนโกออกสู่สายตาชาวโลก

“มีคนพูดว่า เออาร์ต้องใช้เวลา 5-10 ปี ถึงจะมีการใช้อย่างเต็มรูปแบบ แต่โปเกมอนโกก็พิสูจน์แล้วว่าเป็นความคิดที่ผิด” อัมบาริช มิทรา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบลิปปาร์ แอพพลิเคชั่นเออาร์ กล่าว

ซีอีโอจากบลิปปาร์ เปิดเผยว่า ยอดขายแอพพลิเคชั่นเพื่อเชื่อมต่อเทคโนโลยีเออาร์กับแอพพลิเคชั่นธรรมดาปรับตัวขึ้นถึง 3 เท่า เมื่อโปเกมอนโกกลายเป็นกระแสขึ้นมา และคาดว่าโปเกมอนโกจะทำรายได้มากกว่า 50 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1,750 ล้านบาท) ในสัปดาห์แรกที่เปิดตัวในสหรัฐ

มิทรา ระบุว่า โปเกมอนโกมีรายได้จากการให้ภาคธุรกิจจัดตั้งโปเกสต็อป ที่ให้โปเกมอนเทรนเนอร์หรือผู้เล่นสามารถเข้าไปเก็บโปเกบอล อุปกรณ์ที่เอาไว้ใช้สำหรับจับโปเกมอนได้ โดยรายได้ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หากนีแอนติกสามารถหาวิธีการตลาดที่ช่วยเพิ่มรายได้ให้มากขึ้น

โอกาสภาคธุรกิจส่งเสริมการตลาด

เจนส์ นีลเซน หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการในสหราชอาณาจักรของเน็ตบูสเตอร์ บริษัทด้านมาร์เก็ตติ้งทางออนไลน์ เปิดเผยว่า โปเกมอนโกจะกลายเป็นช่องทางสำคัญสำหรับการทำการตลาด โดย 2 ใน 3 ของผู้เล่นโปเกมอนโกมีอายุอยู่ในช่วง 18-24 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เป็นปัญหาของนักการตลาดในปัจจุบัน เนื่องจากกลุ่มคนรุ่นใหม่มักจะไม่สนใจการโฆษณาทางตรง

ธุรกิจร้านค้าเริ่มใช้อุปกรณ์สำหรับล่อโปเกมอนเพื่อเรียกให้ลูกค้าเข้าร้าน เช่น ร้านลีนิซิโอ พิซซ่า บาร์ ในย่านควีนของนิวยอร์ก ที่ใช้เงินไปทั้งหมด 10 เหรียญสหรัฐ (ราว 350 บาท) ในการล่อโปเกมอนให้เข้ามาที่ร้านเพื่อเรียกลูกค้าเหล่าโปเกมอนเทรนเนอร์ และเห็นผลเมื่อยอดขายของร้านพุ่งขึ้นไปถึง 75% สำหรับช่วงสุดสัปดาห์ โดยอุปกรณ์ดังกล่าวเป็นไอเท็มในเกมที่ต้องใช้เงินจริงในการซื้อ ตกอันละประมาณ 1 เหรียญสหรัฐ (ราว 35 บาท)

นอกจากนี้ การที่โปเกมอนโกจะให้ธุรกิจสามารถจัดตั้งเป็นสปอนเซอร์โลเกชั่น หรือจัดเป็นโปเก สต็อป หรือแม้กระทั่งโปเกมอน ยิม หรือเป็นพื้นที่สำหรับให้ผู้เล่นมาแย่งชิงพื้นที่ด้วยการเอาโปเกมอนที่จับได้มาสู้กัน ยังเป็นการเปิดทางให้ร้านค้าทำการตลาดอีกด้วย

เมื่อวันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา แมคโดนัลด์ ร้านฟาสต์ฟู้ดยักษ์ใหญ่ จับมือกับนีแอนติก เพื่อเปิดให้สาขาแมคโดนัลด์ 3,000 แห่งในญี่ปุ่นกลายเป็นโปเกมอน ยิม ส่งผลให้แมคโดนัลด์กลายเป็นสปอนเซอร์โลเกชั่นแห่งแรกของโปเกมอนโก และทำให้หุ้นของแมคโดนัลด์พุ่งขึ้นไปถึงเกือบ 8% หลังการประกาศ ก่อนปิดตลาดที่แดนบวก 4.17%

หวั่นเล่นไร้ลิมิตกลายเป็นภัยคุกคาม

นับตั้งแต่โปเกมอนโกเริ่มเปิดให้เล่นในสหรัฐ สื่อท้องถิ่นรายงานว่า ผู้เล่นเกมโปเกมอนโกจำนวนมากจดจ่อกับเกมมากเกินไปจนเกิดอุบัติเหตุ โดยบางรายขับรถระหว่างเล่นเกม หรือบุกรุกพื้นที่ส่วนบุคคลระหว่างตามหาโปเกมอน

เกมโปเกมอนโกยังกลายเป็นเครื่องมือก่ออาชญากรรมจากการที่มิจฉาชีพใช้เครื่องดูดโปเกมอน ซึ่งเป็นไอเท็มหนึ่งในเกมหลอกล่อให้ผู้เล่นเข้ามาใกล้เพื่อดักปล้น ซึ่งทำให้ตำรวจรัฐมิสซูรีประกาศเตือนภัยหลังมีผู้เสียหายหลายสิบรายมาแจ้งความ

ด้านหน่วยงานด้านความมั่นคงแห่งชาติทางไซเบอร์ของญี่ปุ่น ได้ออกคำแนะนำ 9 ข้อในการเล่นเกมอย่างปลอดภัย เช่น ไม่ให้เล่นเกมกลางแดดนานเกินไป พกแบตเตอรี่สำรองสำหรับกรณีฉุกเฉิน และเตือนไม่ให้ผู้เล่นใช้ชื่อนามสกุลจริงในเกม

ขณะที่สมาคมทนายความญี่ปุ่นประจำจังหวัดนิอิงะตะ ได้ยื่นเอกสารต่อคณะกรรมการการศึกษาประจำจังหวัดเมื่อวันที่ 20 ก.ค. ให้จัดทำแนวทางการเล่นเกมสำหรับนักเรียนชั้นประถมและมัธยมต้น รวมถึงให้เด็กเล่นเกมภายใต้การดูแลของผู้ปกครอง และป้องกันไม่ให้เข้าไปในสถานที่ที่ไม่เหมาะสม

ทั้งนี้ ความปลอดภัยทางไซเบอร์เป็นอีกประเด็นที่หลายประเทศใส่ใจ โดยในช่วงต้นเดือน ก.ค.อัล ฟรานเกน วุฒิสภาสหรัฐจากรัฐมินนิโซตา สอบถามไปยังบริษัท ไนแอนติก ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์เกมโปเกมอนโก ของบริษัท นินเทนโด เกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัย เนื่องจากตัวเกมอาจเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวบนสมาร์ทโฟนของผู้เล่นมากเกินไป

ขณะเดียวกัน หน่วยงานกำกับดูแลด้านโทรคมนาคมของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เตือนผู้เล่นไม่ให้โหลดแอพพลิเคชั่นอันตรายที่ทำเลียนแบบตัวเกม ซึ่งจะขโมยข้อมูลผู้ใช้และทำลายระบบปฏิบัติการภายในสมาร์ทโฟน

ด้านอินโดนีเซียประกาศห้ามข้าราชการราว 4.5 ล้านคนเล่นโปเกมอนโกระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากเกรงว่าความลับราชการอาจรั่วไหล

 

โปเกมอนโกบุกญี่ปุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

23 กรกฎาคม 2559 เวลา 08:38 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/444375

โปเกมอนโกบุกญี่ปุ่น

เกมชื่อดังโปเกมอน โก เปิดให้บริการในประเทศญี่ปุ่นแล้ว

แอพพลิเคชั่นเกมชื่อดัง โปเกมอน โก ได้เปิดให้บริการในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศต้นกำเนิดแล้วเมื่อวันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ให้บริการมาแล้วใน 40 ประเทศทั่วโลก ขณะที่เชนร้านอาหารดัง แมคโดนัลด์ ได้จับมือทางธุรกิจกับบริษัท โปเกมอน โค เพื่อให้ร้านแมคโดนัลด์เป็นจุดแวะพักและเป็นยิมประลองสำหรับให้แฟนเกมนำโปเกมอนที่จับได้มาต่อสู้กัน

ภาพ เอเอฟพี

 

สปริงนิวส์สั่งพักรายการ”เผชิญหน้า”ห้าม”ดนัย”ออนแอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

22 กรกฎาคม 2559 เวลา 16:57 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/444315

สปริงนิวส์สั่งพักรายการ"เผชิญหน้า"ห้าม"ดนัย"ออนแอร์

สปริงนิวส์สั่งพักรายการ”ดนัยเอกมหาสวัสดิ์”หลังออนแอร์เนติวิทย์ไม่หมอบกราบถวายสัตย์

สปริงนิวส์ ทำหนังสือแจ้งสำนักงาน กสทช. ว่าได้สั่งห้ามนำรายการเผชิญหน้า ตอน “ดราม่าเนติวิทย์ เด็กเกรียนหรือหัวก้าวหน้า ไม่หมอบกราบพิธีถวายสัตย์”เผยแพร่ย้อนหลังทางสื่อออนไลน์แล้ว พร้อมสั่งงดการดำเนินรายการเผชิญหน้าของดนัย เอกมหาสวัสดิ์ด้วย

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) กล่าวว่า สำนักงาน กสทช. ได้รับหนังสือแจ้งจากสถานีโทรทัศน์สปริงส์นิวส์ว่า สถานีฯ ได้สั่งห้ามนำรายการเผชิญหน้า (Face Time) ตอน “ดราม่าเนติวิทย์ เด็กเกรียนหรือหัวก้าวหน้า ไม่หมอบกราบพิธีถวายสัตย์” ที่ได้ออกอากาศไปเมื่อวันพุธที่ 20 ก.ค. 2559 ระหว่างเวลา 20.25-20.55 น. ไปเผยแพร่ย้อนหลังทางสื่ออนไลน์โดยทันที และสั่งตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงพร้อมกับทบทวนแนวทางหาข้อบกพร่องเพื่อปรับปรุงแก้ไขการผลิตรายการเผชิญหน้า และรายการอื่นๆ ของสถานีต่อไป ภายหลังจากพบว่าเนื้อหารายการดังกล่าวมีความไม่เหมาะสม และอาจขัดกฎหมายตามมาตรา 37 แห่งพ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551

พร้อมกันนี้ทางสถานีฯ ได้สั่งงดการดำเนินรายการเผชิญหน้าโดย นายดนัย เอกมหาสวัสดิ์ เป็นการชั่วคราว จนกว่าจะได้ผลการสอบข้อเท็จจริง

เครดิตภาพ เฟซบุ๊ก เผชิญหน้า Face Time

 

อูเบอร์เพิ่มบริการ ต่อยอดเชิงธุรกิจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

21 กรกฎาคม 2559 เวลา 12:45 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/443982

อูเบอร์เพิ่มบริการ ต่อยอดเชิงธุรกิจ

โดย…ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

ยอดผู้ใช้บริการอูเบอร์ ล่าสุดถูกเปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวของ เทรวิส คาลานิค ซีอีโอ อูเบอร์ ว่าใช้ครบ 2,000 ล้านครั้งแล้ว โดยยอดการใช้งาน 1,000 ล้านครั้งแรกนั้นต้องใช้เวลามากกว่า 5 ปี กว่าจะได้มา แต่อีก 1,000 ล้านครั้งถัดมากลับใช้เวลาเพียง 6 เดือนเท่านั้น โดยผู้ใช้งานมากที่สุดนั้นอาศัยอยู่ในประเทศจีน และจากการใช้งานที่เพิ่มขึ้นนี้เองทำให้ อูเบอร์ ประเทศไทย สานต่อบริการสำหรับธุรกิจเพื่อการให้บริการนอกสถานที่ของพนักงานสะดวกขึ้น

บริการนี้คือ อูเบอร์มีตติ้ง (Uber Meeting) ช่วยตอบสนองการประชุมในประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีเดือนละกว่า 220 ล้านครั้ง โดย 63% เป็นบริการที่ไม่มีการวางแผนมาก่อน หากคิดเป็นมูลค่าของเม็ดเงินในการเดินทางไปประชุมย่อมใช้เงินอย่างมหาศาล สิ่งที่องค์กรธุรกิจต้องการนั่นคือ ความง่ายและสะดวกในการเดินทาง ควบคุมการใช้จ่ายของพนักงานได้ครั้งละมากๆ รวมทั้งกำหนดนโยบายในการเดินทางให้เหมาะกับธุรกิจได้ เพื่อจัดการต้นทุนและติดตามค่าใช้จ่าย ด้วยการใช้บัญชีเดียวในทุกการเดินทาง

โซลูชั่นสำหรับการเดินทางกลับบ้านที่เรียกว่า อูเบอร์ไรด์โฮม (Uber Rides-Home) จะช่วยรับประกันความปลอดภัยให้แก่พนักงานที่ตั้งใจทำงานจนดึกดื่น เช่นเดียวกับการให้บริการรถลีมูซีนสำหรับผู้บริหารหรือรถประจำตำแหน่งที่ให้ขับและเบิกค่าน้ำมันได้

แพลตฟอร์มที่พึ่งพาได้จะช่วยป้องกันภัยจากการเดินทางยามค่ำคืน และไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินทาง เพราะสามารถกำหนดจุดรับส่งบนแผนที่ได้ชัดเจนและทราบว่าคนขับเป็นใคร ถือว่าเป็นนโยบายที่น่าสนใจและช่วยกำหนดค่าใช้จ่ายขององค์กรให้ชัดเจนได้ด้วย

นอกจากนี้ ยังมีบริการที่เรียกว่า อูเบอร์อีเวนต์ (UberEvents) เพื่อช่วยรับส่งแขกในกิจกรรมต่างๆ ได้ด้วย เพราะการสร้างความพึงพอใจสำหรับลูกค้าถือว่าเป็นสิ่งสำคัญในงานธุรกิจ ดังนั้นเรื่องของการรับส่งและให้บริการลูกค้าถึงที่หมายจึงเป็นเรื่องที่องค์กรต้องให้บริการนี้รองรับแก่ลูกค้าด้วย

เจ้าของงานสามารถกำหนดวันเข้าร่วมงานของแขกที่เชิญด้วยการตั้งค่ากำหนดวัน เวลาและรหัสโปรโมชั่นในการเดินทาง เมื่อแขกต้องการเรียกรถโดยใส่รหัสโปรโมชั่นที่เจ้าของงานกำหนด สามารถกำหนดได้ว่าจะให้จ่ายเงินในรูปแบบใดและราคาเท่าใด

ทั้งยังกำหนดหรือเลือกรถที่เหมาะสมกับแขกแต่ละรายว่าจะเป็นแบบรถยนต์ทั่วไป (อูเบอร์เอ็กซ์) ที่จะมีเครื่องยนต์ไม่เกิน 2000 ซีซี ค่าบริการเริ่มต้น 25 บาท ยังไม่รวมค่าบริการอื่นๆ ส่วนอูเบอร์แบล็ก จะมีค่าบริการเริ่มต้นที่ 50 บาท ยังไม่รวมค่าบริการอื่นๆ ซึ่งค่าเฉลี่ยราคาอูเบอร์เอ็กซ์จะถูกกว่าแท็กซี่ รถรับจ้างทั่วไป ราว 40% ซึ่งการสมัครเข้ามาเป็นผู้ร่วมขับรถนั้นจะมีการตรวจสอบประวัติและคัดกรองก่อน เพื่อรับประกันได้ว่าลูกค้าจะปลอดภัยจากการขับขี่และประวัติอาชญากรรม

นอกจากนี้ ยังมีระบบประกันภัยแบบครบวงจรสำหรับเจ้าของงานเพื่อความเชื่อมั่น ซึ่งจะเป็นการคุ้มครองจากประกันรถเชิงพาณิชย์เพื่อความเชื่อมั่นว่าแขกของคุณจะเดินทางกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย แม้ว่าการให้บริการรถสาธารณะผ่านแอพพลิเคชั่นจะยังไม่ได้รับการรับรองที่ชัดเจนจากภาครัฐ แต่มีผู้ใช้งานที่ค่อนข้างมั่นใจและเลือกเป็นอีกหนึ่งการเดินทางที่ได้รับความนิยมมากขึ้น

 

โปเกมอนแรงดัน’นินเทนโด’ใหญ่แซงโซนี่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

20 กรกฎาคม 2559 เวลา 10:06 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/443811

โปเกมอนแรงดัน'นินเทนโด'ใหญ่แซงโซนี่

โปเกมอนดันมูลค่าบริษัท เกมนินเทนโดพุ่งขึ้นเท่าตัว แตะ 1.48  ล้านล้าน แซงหน้าโซนี่

เอเอฟพีและรอยเตอร์ส รายงานว่า หุ้นของบริษัทเกมรายใหญ่ในญี่ปุ่น นินเทนโด ปรับตัวขึ้นถึงกว่า 2 เท่า นับตั้งแต่บริษัทเปิดตัวเกมดังบนโทรศัพท์ มือถือ โปเกมอน โก เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน

ทำให้บริษัทมีมูลค่าตามราคาตลาดเพิ่มขึ้นแตะ 4.5 ล้านล้านเยน (ราว 1.48 ล้านล้านบาท) หรือสูงกว่าบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ยักษ์ใหญ่ โซนี่ คอร์ป ถึง 3 แสนล้านเยน (ราว 9.91 หมื่นล้านบาท)

รายงานระบุว่า หุ้นของบริษัท  นินเทนโด ณ ช่วงเช้าวันที่ 19 ก.ค. ปรับตัวขึ้นกว่า 100% จากราคาปิดตลาดวันที่ 6 ก.ค. นอกจากนี้ หุ้นของนินเทนโดยังมีปริมาณการซื้อขายรายวันสูงสุดทุบสถิติใหม่ของญี่ปุ่นในวันศุกร์ที่ 15 ก.ค. อยู่ที่ 7.036 แสนล้านเยน (ราว 2.32 แสนล้านบาท) จากสถิติการซื้อขายเดิมอยู่ที่ 4.76 แสนล้านเยน (ราว 1.57 แสนล้านบาท) โดยมีปริมาณราว 1 ใน 4 ของการซื้อขายในกระดานหลักตลาดหุ้นโตเกียว

ทั้งนี้ เกมโปเกมอน โก ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นที่ดาวน์โหลดได้ฟรีบนโทรศัพท์มือถือ ได้สร้างกระแสความนิยมใน 35 ประเทศที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ อาทิ สหรัฐ และออสเตรเลีย แม้ว่าจะยังไม่เข้าญี่ปุ่นที่เป็นประเทศต้นกำเนิดก็ตาม

นักลงทุนเชื่อว่าความสำเร็จของเกมบนแพลตฟอร์มใหม่ครั้งนี้จะเป็นการพลิกโฉมนินเทนโดครั้งใหญ่ จากเดิมที่เน้นการพัฒนาเกมคอนโซลเป็นหลักมาโดยตลอด

กระแสความนิยมในเกมดังกล่าว ที่ต่อยอดมาจากการ์ตูนดังในญี่ปุ่น ยังทำให้หุ้นของบริษัท แมคโดนัลด์ ญี่ปุ่น ปรับตัวขึ้นโดยปิดตลาดช่วงเช้าวันที่ 19 ก.ค. สูงถึง 9.37% เนื่องจากอาหาร ชุดแฮปปี้มีลที่มีของแถมสะสมเป็น ตัวการ์ตูนในโปเกมอน กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก

ภาพ เอเอฟพี

 

“ซอฟท์แบงก์” ทุ่ม1ล้านล้านซื้อเออาร์เอ็ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

19 กรกฎาคม 2559 เวลา 07:21 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/443640

"ซอฟท์แบงก์" ทุ่ม1ล้านล้านซื้อเออาร์เอ็ม

ซอฟท์แบงก์ซื้อยักษ์เทคโนโลยีอังกฤษ เดินเกมธุรกิจอินเทอร์เน็ต สะท้อน เบร็กซิตยังดึงดูดนักลงทุน

ซอฟท์แบงก์ กรุ๊ป บริษัทเทเลคอมและอินเทอร์เน็ตขนาดใหญ่ในญี่ปุ่น บรรลุข้อตกลงซื้อบริษัท เออาร์เอ็ม โฮลดิ้งส์ ผู้พัฒนาชิปประมวลผลจากอังกฤษ มูลค่า 3.22 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.12 ล้านล้านบาท) เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจจากเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตที่เชื่อมโยงทุกสิ่ง

ด้านเออาร์เอ็มถือเป็นบริษัทเทคโนโลยีที่มีมูลค่าสูงสุดในตลาดลอนดอน และเป็นผู้ผลิตระบบประมวลผลและไมโครชิปให้กับซัมซุง บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่จากเกาหลีใต้ หัวเหว่ย บริษัทเทคโนโลยีจากจีน และแอปเปิ้ล ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีจากสหรัฐ โดยภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว ซอฟท์แบงก์เสนอจ่ายเป็นเงินสดทั้งหมดหรือคิดเป็น 17 ปอนด์/หุ้น

มาซาโยชิ ซัน ผู้ก่อตั้งซอฟท์แบงก์ ระบุว่า การเข้าซื้อเออาร์เอ็มถือเป็นข้อตกลงที่สำคัญที่สุดสำหรับซอฟท์แบงก์ ด้วยหวังว่าเออาร์เอ็มจะเป็นเสาหลักสำคัญสำหรับการเติบโตและขยายธุรกิจของซอฟท์แบงก์ ทั้งนี้การเข้าซื้อดังกล่าวถือเป็นข้อตกลงที่มีมูลค่ามากที่สุดเท่าที่เคยมีมาของซอฟท์แบงก์และญี่ปุ่น

ทั้งนี้ ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ซอฟท์แบงก์ระดมทุนเงินสดได้กว่า 1.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 6.64 แสนล้านบาท) ผ่านการขายสินทรัพย์ ซึ่งรวมถึงการขายหุ้นของอาลีบาบามูลค่ากว่า 7,900 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.76 แสนล้านบาท) เพื่อลดหนี้สินของบริษัท

ขณะที่รอยเตอร์สรายงานอ้างแหล่งข่าวว่า มูลค่าของดีลนี้สูงกว่ามูลค่าการเข้าซื้อช่วงก่อนการลงประชามติถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) ของอังกฤษ หรือเบร็กซิตราว 7% โดย ฟิลิป แฮมมอนด์ รัฐมนตรีคลังอังกฤษ ระบุว่า การเข้าซื้อดังกล่าวสะท้อนว่าสภาพธุรกิจของอังกฤษยังสามารถดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติได้ดีเช่นเดิม

 

ไมโครซอฟท์ชูโมเดล “Windows10” เพื่อองค์กร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

18 กรกฎาคม 2559 เวลา 11:19 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/443505

ไมโครซอฟท์ชูโมเดล "Windows10" เพื่อองค์กร

โดย…พงศ์วุฒิ ไพรไพศาลกิจ

เมื่อกลางเดือน พ.ค. Microsoft ได้ออกประกาศในการเปลี่ยนแปลงกฎการอัพเกรด Windows 10 ที่เริ่มวางตลาดและให้ผู้ใช้งานสามารถอัพเกรด Windows ในเวอร์ชั่นเดิมมาเป็น Windows 10 ได้ฟรี โดยประกาศดังกล่าวได้ระบุถึงวันหยุดการให้บริการการอัพเกรดฟรีในวันที่ 29 ก.ค. 2016 อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นการหยุดการให้บริการในภาคองค์กร และผู้ใช้งานทั่วไปเพียงเท่านั้น ซึ่งผู้ใช้งานที่บางกลุ่ม (กลุ่มผู้พิการซึ่งตอนนี้ระบุเพียง พิการทางหู สายตา) ยังคงใช้บริการดังกล่าวได้ตามปกติ หรือจนกว่าจะมีประกาศฉบับใหม่ออกมา

จากประกาศดังกล่าว Microsoft ได้เปลี่ยนแปลงโมเดลในการให้บริการโดยเน้นไปให้บริการการขาย Windows 10 License ในรูปแบบการเช่าใช้ขึ้นมาแทน โดยจะถูกเรียกใหม่ว่า Windows 10 Enterprise E3 Plan ซึ่งจะเป็นการจ่ายค่าบริการเป็นรายเดือน โดยการให้บริการภายใต้โมเดลนี้ทำให้ Microsoft สามารถรวมเซอร์วิสในการให้บริการในระดับองค์กรไว้มากถึง 4 ส่วน และแพ็กเกจใหม่นี้ทำให้ Microsoft ถือว่าเป็นผู้ให้บริการคลาวด์ตั้งแต่ระดับ Infrastructure, Software, Platform ไปจนถึงระดับ Endpoint เลยทีเดียว

ที่ผ่านมายักษ์ใหญ่ในวงการไอทีหลายๆ รายก็ได้เริ่มผันตัวเองจากรูปแบบการติดตั้งลงบนเครื่องแบบเดิมๆ มาเป็นการใช้บริการผ่าน Cloud Service ที่จะให้บริการได้ทั้งการใช้งานจากที่ไหนก็ได้ และยังไม่ทิ้งความสามารถในการติดตั้งลงบนเครื่องของตัวเองได้เช่นกัน แต่การกระทำของ Microsoft ในครั้งนี้ได้สร้างความน่าตกใจให้กับตลาดเป็นอย่างมาก เนื่องจากผู้ให้บริการรายอื่นส่วนมากจะเน้นไปในการนำ Flagship Product ในเชิงของซอฟต์แวร์ไปทำตลาดในรูปแบบของคลาวด์ แต่ยังไม่เห็นว่าผู้ให้บริการรายใดที่จะนำเอา Endpoint Client OS มาทำในรูปแบบนี้มาก่อน

ทั้งนี้ Microsoft ได้ออกมายืนยันข่าวนี้ตั้งแต่ช่วงแรกแล้วว่า ต่อจากนี้ไปเวอร์ชั่นของ Windows จะหยุดไว้เพียงแค่ Windows 10 และจะไม่มีการพัฒนาต่อไปในเวอร์ชั่นอื่นๆ แน่นอน แต่จะเน้นที่การให้บริการอัพเกรดและเสริมความสามารถจากตัว Windows 10 เองอย่างอัตโนมัติแทน และเป็นไปได้ว่า Microsoft อาจเปลี่ยนชื่อ Windows 10 ไปเป็น Windows อย่างเดียวในอนาคตอันใกล้

การรวม Windows 10 เข้าไปอยู่ในรูปแบบของ Cloud Model ทำให้ผู้ใช้งานทั่วไปหรือองค์กรสามารถตัดปัญหาในเรื่องของความปลอดภัยในตัวระบบปฏิบัติการลงไปได้จำนวนหนึ่ง ซึ่ง Microsoft ได้เคลมไว้ว่า ผู้ใช้งาน Windows 10 as a Service นั้นมีระบบ Windows Defender ไว้ใช้สำหรับคอยช่วยป้องกันภัยคุกคามต่างๆ ที่เข้ามา พร้อมกับอัพเกรดให้เป็นเวอร์ชั่นใหม่อยู่เสมอเพื่อพร้อมสำหรับการเฝ้าระวังภัยทุกชนิด