ไลน์โดดซื้อเซลสุกิ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/574459

  • วันที่ 20 ธ.ค. 2561 เวลา 06:23 น.

ไลน์โดดซื้อเซลสุกิ

ไลน์เร่งบุกโซเชียลคอมเมิร์ซ ควบรวมเซลสุกิธุรกิจสตาร์ทอัพเสริมทัพแพลตฟอร์ม ชูเครื่องมือช่วยพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ครบวงจร

นายอริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไลน์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทเข้าซื้อกิจการเซลสุกิ (Sellsuki) สตาร์ทอัพชั้นนำผู้บริหารจัดการโซเชียลคอมเมิร์ซแบบครบวงจร ที่ช่วยให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์สามารถจัดการทั้งระบบแชต ขายสินค้า เช็กสต๊อก ติดตาม และดูแลหลังการขายได้ในระบบเดียว ซึ่งการควบรวมธุรกิจมีผลวันที่ 6 ธ.ค.ที่ผ่านมา

สำหรับเซลสุกิก่อตั้งในยุคที่การซื้อขายทางออนไลน์ได้รับความนิยมด้วยบริการที่เข้าถึงความต้องการในปัจจุบันที่คนส่วนใหญ่ซื้อขายออนไลน์ผ่านหลายช่องทาง โดยเน้นไปที่โซเชียลมีเดียและแชตเป็นหลัก ซึ่งเซลสุกิก็ได้นำเอาความชำนาญนั้นมาร่วมพัฒนาบริการซื้อขายออนไลน์ของไลน์แอด (LINE@) ด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ การซื้อขายผ่านทางโซเชียล มีเดียช่วยขับเคลื่อนอี-คอมเมิร์ซของไทยให้เติบโต โดยผลสำรวจพีดับเบิ้ลยูซี (PWC) พบว่าการซื้อขายทางโซเชียลมีเดียมีสัดส่วนถึง 51% ของตลาดอี-คอมเมิร์ซ หรือคิดเป็นมูลค่ารวมถึง 3,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เฉพาะปริมาณผู้บริโภคที่ซื้อขายสินค้าทางโซเชียลมีเดียในไทยก็มีสัดส่วนสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกถึง 3 เท่าแล้ว

ส่องไอเดียเยาวชน สร้างสรรค์เอไอเพื่อสังคม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/574368

  • วันที่ 19 ธ.ค. 2561 เวลา 11:00 น.

ส่องไอเดียเยาวชน สร้างสรรค์เอไอเพื่อสังคม

เรื่อง ปากกาด้ามเดียว

บริษัท ซีพี ออลล์ ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ในประเทศไทย และ 8 พันธมิตรได้จัดกิจกรรมค่าย Creative AI Camp (CAIC) ขึ้น เพื่อกระตุ้นให้เยาวชนนำองค์ความรู้ต่างๆ ที่ได้จากการเข้าค่ายตลอด 4 วัน มาพัฒนาเป็นไอเดียในการใช้เอไอสร้างสรรค์และเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีขึ้น โดย 8 ผลงานไอเดียสร้างสรรค์ จากเยาวชน 8 กลุ่ม มีแนวคิดที่น่าสนใจเน้นไปที่การช่วยเหลือสังคม โดยเฉพาะ 4 ผลงาน จาก 4 กลุ่มที่ได้รับรางวัล Creative AI Awards ครั้งนี้

ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ เล่าว่า ค่าย Creative AI Camp มุ่งหวังที่จะมอบโอกาสและเสริมสร้างความรู้ตามปณิธานองค์กรของซีพี ออลล์ ในการ “ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้ทุกคน” ด้วยการผนึกกำลังพันธมิตรร่วมกับ Advanced Robotic Center มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์, มหาวิทยาลัยพะเยา, บริษัท ไอโนว์พลัส, AceRevo, สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (พีไอเอ็ม) และวิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ (พีเอที) และเครือข่ายโรงเรียนประชารัฐ

“กิจกรรมครั้งนี้ มุ่งนำบุคลากรผู้ทรงคุณวุฒิและวิทยากรซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีที่มีความพร้อมในการมาร่วมแบ่งปันความรู้ เปิดมุมมองใหม่ๆ กระตุ้นให้เยาวชนได้คิดสิ่งใหม่ๆ ผ่านกระบวนการพัฒนาเอไออย่างรอบด้าน” ก่อศักดิ์ กล่าว

เริ่มจากกลุ่ม AI มีเราเยาวชนกลุ่มนี้ออกไอเดียให้เอไอเรียนรู้เกี่ยวกับพลังงานทดแทน ดึงเอไอเข้ามามีส่วนช่วยในการวิจัยพลังงานทดแทนประเภทต่างๆ ทั้งหาสถานที่ตั้งที่เหมาะสม หาแนวทางพัฒนาพลังงานทดแทนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ในราคาที่ถูกลง เนื่องจากปัจจุบันราคาค่าใช้จ่ายพลังงานทดแทนค่อนข้างสูง

ตามด้วยกลุ่ม Sigma X equal MA กลุ่มนี้ออกแบบแอพ “KAIKONG” หรือ “ขายของ” มีฟังก์ชั่นแนะนำสินค้าที่ร้านค้าใกล้ๆ ด้วยวัตถุประสงค์ให้ร้านโชห่วยและร้านสะดวกซื้อสามารถอยู่ร่วมกันได้

กลุ่มไก่ ก็มีไอเดียสุดเจ๋ง โชว์แนวคิดพัฒนาถังขยะอัจฉริยะ หรือ Smart Bin ใช้เอไอเข้ามาช่วยแนะนำเรื่องการทิ้งขยะ แก้ปัญหาคนทิ้งขยะไม่ถูกถัง

ขณะที่กลุ่ม Hextreme กับโปรเจกต์ Zero Hunger ออกแบบเอไอให้เข้ามาช่วยบรรเทาปัญหาขาดแคลนอาหาร โดยพยายามคำนวณปริมาณอาหารเหลือก่อนที่จะหมดอายุ และนำเอาอาหารเหล่านั้นไปแจกจ่ายให้กับโรงเรียนที่มีความต้องการ

ค่ายนี้นอกจากจะทำให้เกิดการสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ แล้ว ยังได้ช่วยสร้างสรรค์ทักษะและโลกใบใหม่ให้แก่เยาวชนผู้เข้าร่วมโครงการไปพร้อมๆ กันด้วย

ปนรรฐพร ตังกวย นักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน หนึ่งในผู้เข้าร่วมค่าย เล่าว่า หลายคนอาจคิดว่าเอไอจะมาแทนที่คน แต่ในมุมมองของเธอ เอไอจะเข้ามาช่วยเติมเต็มความสามารถและอำนวยความสะดวกให้กับคนในสังคม ถ้าในอนาคตสามารถนำเอไอไปต่อยอด และพัฒนาการใช้ชีวิต รวมถึงนำโปรเจกต์ที่มีประโยชน์ของเพื่อนๆ ทั้ง 8 กลุ่มไปขยายผลให้สามารถใช้งานได้จริง ก็เชื่อว่าจะช่วยให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาได้อย่างก้าวกระโดด

ด้าน ณัชพล อมรรัชตพงษ์ นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย บอกว่า มีโครงการระยะยาว 10-20 ปี ร่วมกับเพื่อนในการนำเอไอเข้ามาช่วยเหลือทางด้านการแพทย์ เนื่องจากมองว่าประเทศไทยกำลังประสบปัญหาขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์

สิ่งหนึ่งที่ชอบมากในค่าย Creative AI Camp คือ ได้เรียนรู้ทักษะกีฬาหมากล้อม หรือ โกะ เนื่องจากทำให้ได้ฝึกทักษะการคิด การวางแผน สอดคล้องกับการเรียนรู้เชิงลึกของเอไออีกด้วย

สิรภัทร เจษฎาพรชัย นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย บอกว่า ปัญหาความยากจน ส่งผลให้คนจำนวนหนึ่งขาดโอกาสในการเข้าถึงยาและการรักษาที่มีคุณภาพ ในอนาคตจึงอยากจะพัฒนาเอไอให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้เอไอสามารถเข้าไปช่วยทุกคนให้มีโอกาสเข้าถึงยาและการรักษาได้มากขึ้นในราคาที่ถูกลง

นี่คือแนวคิดของเยาวชนไทยที่จะร่วมสร้างสังคม สร้างชาติในอนาคต

คลอดกฎหมายคุมภัยไซเบอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/574352

  • วันที่ 19 ธ.ค. 2561 เวลา 06:33 น.

คลอดกฎหมายคุมภัยไซเบอร์

ครม.ไฟเขียวกฎหมายดิจิทัลอีก 2 ฉบับดูแลความมั่นคงทางไซเบอร์ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล วางพื้นฐานเศรษฐกิจดิจิทัล

นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 2561 มีมติเห็นชอบร่างกฎหมายด้านดิจิทัลสำคัญ 2 ฉบับ ประกอบด้วย พ.ร.บ.การรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ และร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งเมื่อรวมกับกฎหมายอีก 4 ฉบับที่ได้ผ่าน ครม.ไปก่อนหน้านี้บางส่วนเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และบางส่วนกำลังจะเสนอเข้า สนช.กฎหมายทั้ง 6 ฉบับ จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยมีความพร้อมสูงที่จะไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัลในมาตรฐานที่เป็นสากล

ทั้งนี้ กฎหมายดังกล่าวจะสามารถป้องกันและรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้อย่างทันท่วงทีเพราะปัจจุบันเกิดปัญหาการโจมตีทางไซเบอร์ในหลายประเทศ และหลายกรณีก็เป็นเรื่องสำคัญ เช่น ฐานข้อมูลโรงพยาบาล ธนาคาร มีการปล่อยมัลแวร์ที่เหมือนไวรัสเข้ามาทำลายระบบการสื่อสารในระบบคอมพิวเตอร์ การก่อกวนระบบธนาคารด้วยระบบดี ดอส รวมถึงการเรียกค่าไถ่ทางไซเบอร์ ซึ่งกฎหมายฉบับนี้จะมีกลไกเฝ้าระวัง ป้องกัน รับมือและลดความเสี่ยงจากภัยคุกคาม

สำหรับฉบับที่ 2 ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจะเป็นกฎหมายที่ ออกมาคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ ประชาชนทุกคนโดยกฎหมายฉบับนี้ มีสาระสำคัญกำหนดให้แยกบุคคล 3 ระดับ ได้แก่เจ้าของ ข้อมูล ผู้จัดเก็บข้อมูล และผู้นำข้อมูลไปประมวลผล โดยหน่วยงานที่เป็นผู้จัดเก็บข้อมูล ต้องให้รายละเอียดการเก็บใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลกับเจ้าของข้อมูล ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย และไม่เก็บข้อมูลเกินกว่าที่จำเป็น

กสทช.จ่อคลอดดิจิทัลเรตติ้ง วัดการรับชมผ่านออนไลน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/574273

  • วันที่ 18 ธ.ค. 2561 เวลา 10:09 น.

กสทช.จ่อคลอดดิจิทัลเรตติ้ง วัดการรับชมผ่านออนไลน์

กสทช.จับมือเอสบีเอ็นพัฒนาดิจิทัลเรตติ้งของทีวีดิจิทัล ชี้ยอดผู้รับชมทะลุ 100 ล้านวิวต่อเดือน

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับผู้ประกอบกิจการทีวีดิจิทัลและบริษัท ซุปเปอร์ บรอดแบนด์ เน็ตเวิร์ค หรือเอสบีเอ็นเพื่อรับฟังรายงานผลการสำรวจการจัดลำดับความนิยมในการรับชมโทรทัศน์ดิจิทัล หรือดิจิทัลเรตติ้ง โดยเอสบีเอ็นพบว่ามีผู้รับชม Playbox (ดูออนไลน์ผ่านโทรทัศน์) และเอไอเอส เพลย์ (ดูออนไลน์ผ่านมือถือ) จำนวน 7 ล้านราย มียอดรับชมต่อเดือนประมาณ 100 ล้านวิว

ปัจจุบันมีแพลตฟอร์มรับชมทีวีดิจิทัลที่สามารถรับชมออนไลน์ 3 บริษัท คือ ทรูไอดี เอไอเอส และโมโน ซึ่งพฤติกรรมการรับชมโทรทัศน์ของผู้ชมในสังคมไทยได้เปลี่ยนแปลงไป โดยหันมารับชมรายการโทรทัศน์ผ่านช่องทางแอพพลิเคชั่นโทรศัพท์เคลื่อนที่กันมากขึ้น ดังนั้นเพื่อให้เกิดการพัฒนาแนวทางการวัดพฤติกรรมการรับชมดังกล่าวอย่างรอบด้านยิ่งขึ้น ผู้แทนจากผู้ประกอบกิจการช่องรายการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัลจึงเสนอให้มีการวัดพฤติกรรมการรับชมรายการโทรทัศน์ที่นำมาออกอากาศผ่านทางแอพพลิเคชั่นโทรศัพท์เคลื่อนที่ด้วย

ทั้งนี้ เอสบีเอ็นจะร่วมมือกับสำนักงาน กสทช. พัฒนาการวัดความนิยมของรายการโทรทัศน์ที่นำมาออกอากาศผ่านทางแอพพลิเคชั่นโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือที่เรียกว่า “ดิจิทัลเรตติ้ง” เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของคนดูในขณะนี้

การใช้เอไอ สร้างประโยชน์สังคมไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/574260

  • วันที่ 18 ธ.ค. 2561 เวลา 10:00 น.

การใช้เอไอ สร้างประโยชน์สังคมไทย

เรื่อง เคนท์ วอล์กเกอร์ Senior Vice President กูเกิล แอฟแฟร์ส

หลายปีก่อนผมได้ฟังการบรรยายของ Hans Rosling นักสถิติชื่อดังชาวสวีเดน ที่ทำงานด้านการนำเสนอแผนภาพข้อมูล เขาฝันถึงแดชบอร์ดสำหรับวิกฤตทั่วโลก เขากล่าวว่า “เรามีแดชบอร์ดสำหรับรถยนต์แล้ว แต่เรายังไม่มีแดชบอร์ดสำหรับปัญหาใหญ่ๆ ที่มนุษย์กำลังเผชิญอยู่”

วันนี้แดชบอร์ดที่ว่านั้นอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม เรากำลังผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพกว่าเดิมและพัฒนาวิธีการใหม่ๆ ในการประมวลผลข้อมูล เครื่องมือเหล่านี้เริ่มช่วยให้เราเข้าใจวิกฤตที่เกิดขึ้นรอบตัวเรา นอกจากนี้ยังช่วยระบุรูปแบบต่างๆ เพื่อเตรียมพร้อม เยียวยา หรือแม้กระทั่งป้องกันวิกฤตต่างๆ ที่เกิดขึ้น เราอยู่ในจุดที่เอไอกำลังพัฒนาความสามารถของมนุษยชาติในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ตามที่ Hans Rosling คิดไว้

แล้วเราจะใช้ประโยชน์จากเอไอและป้องกันผลกระทบของมันไปพร้อมๆ กันได้อย่างไร?

ก่อนอื่นเราต้องมีการพัฒนาเอไออย่างครอบคลุม บริษัทเทคโนโลยีทั้งหลายมีหน้าที่ในการเพิ่มจำนวนพนักงานที่มีความหลากหลายมากขึ้น รวมทั้งกูเกิลด้วย และพวกเขาควรเปิดโอกาสให้นักสร้างสรรค์นวัตกรรมที่อยู่นอกองค์กรได้ใช้เครื่องมือในการสร้างเอไออย่างมีความรับผิดชอบและเป็นประโยชน์ต่อสังคม สำหรับกูเกิลมี TensorFlow แมชีนเลิร์นนิ่งเฟรมเวิร์กแบบโอเพ่นซอร์สที่ให้บริการฟรีสำหรับทุกคน

นอกจากนี้ เรายังมีความมุ่งมั่นที่จะใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีด้วยความรับผิดชอบ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาทีมงานของเราได้เน้นย้ำถึงความรับผิดชอบนี้ต้องมาก่อนการพัฒนาเอไอและเทคโนโลยีขั้นสูงอื่นๆ เราต้องการที่จะสร้างกฎบัตรจริยธรรมเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาเทคโนโลยีภายในองค์กร และแบ่งปันค่านิยมของเราสู่สังคม ในปีนี้เราได้ประกาศหลักการในการพัฒนาเอไอซึ่งเป็นกฎบัตรจริยธรรมสำหรับการพัฒนาเอไอ และเทคโนโลยีขั้นสูงอื่นๆ ของกูเกิล

หลักการเหล่านี้เป็นแนวทางในการตัดสินใจเกี่ยวกับประเภทของฟีเจอร์ที่ควรต้องสร้างและการค้นคว้าวิจัยต่างๆ ที่ควรดำเนินการ เช่น เทคโนโลยีการจดจำใบหน้าอาจมีประโยชน์เช่นเดียวกับเทคโนโลยีและเครื่องมืออํานวยความสะดวกใหม่ๆ ที่ช่วยตามหาคนหาย รวมทั้งแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์

ขณะเดียวกันเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดผลกระทบในเชิงลบ เรายังได้ร่วมมือกับองค์ต่างๆ เพื่อระบุและแจกแจงความท้าทายเหล่านี้ ที่กูเกิลพิจารณาข้อสงสัยเกี่ยวกับเทคโนโลยีและนโยบายที่สำคัญต่างๆ ก่อนที่จะอนุญาตให้ใช้ API สำหรับการจดจำใบหน้าบนกูเกิลคลาวด์

หลักการในการพัฒนาเอไอ ประการแรกของกูเกิลคือ เทคโนโลยีที่กำลังพัฒนาอยู่จะต้องเป็นประโยชน์ต่อสังคม ปัจจุบันเอไอได้ผนวกรวมเข้ากับแอพพลิเคชั่นและบริการต่างๆ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันของผู้คนทั่วโลก อีกทั้งยังสามารถใช้ในการแก้ปัญหาใหญ่ๆ ได้ด้วย

เราตระหนักดีว่ามีความคิดที่ยอดเยี่ยมมากมายที่ไม่ได้รับการต่อยอดให้เกิดประโยชน์ขึ้นจริงเนื่องจากขาดทรัพยากรที่จำเป็น ด้วยเหตุนี้กูเกิลจึงได้เปิดตัวโครงการ Google AI Challenge Impact ที่เปิดโอกาสให้องค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร องค์กรทางสังคม และสถาบันการวิจัยทั่วโลก ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้เอไอในการแก้ไขปัญหาความท้าทายต่างๆ ในสังคม พร้อมด้วยเงินทุนสนับสนุน 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากกูเกิล

การพัฒนาเอไอให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม หมายถึงการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในสังคมในการนิยามความหมายของสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ความร่วมมือของรัฐบาลมีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากบทบาทสำคัญของรัฐในการจัดหาสินค้าสาธารณะและการควบคุมอุตสาหกรรมต่างๆ

สำหรับในประเทศไทยกำลังเริ่มโครงการที่น่าตื่นเต้นในการใช้เอไอเพื่อป้องกันภาวะตาบอดในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานปัจจุบันในประเทศไทยมีผู้ป่วยเบาหวาน 5 ล้านคน และ 1 ใน 3 ของผู้ป่วยเบาหวานทั้งหมดมีภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตา แต่ในประเทศไทยมีผู้เชี่ยวชาญด้านจอประสาทตาเพียง 1,400 คน เพื่อช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถช่วยผู้ป่วยจากการสูญเสียการมองเห็นได้มากขึ้น เราได้ร่วมมือกับโรงพยาบาลราชวิถี สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ดำเนินโครงการนำร่องที่ใช้เทคโนโลยีเอไอในการตรวจหาภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตา ซึ่งจะช่วยให้แพทย์สามารถคัดกรองผู้ป่วยได้มากขึ้นโดยใช้เวลาน้อยลง

ประการสุดท้าย เราจำเป็นต้องมีกรอบการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ การพัฒนาเอไอจะต้องอยู่ภายใต้กรอบการกำกับดูแลที่เปิดโอกาสให้นวัตกรรมด้านเทคโนโลยีมีการเติบโต ในขณะเดียวกันก็ส่งเสริมการพัฒนาที่มีความรับผิดชอบและการประยุกต์ใช้ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม เพื่อแก้ไขปัญหาความกังวลทั้งหมดในสังคม กรอบการกำกับดูแลเหล่านี้ต้องเกิดจากกระบวนการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ สถาบันการศึกษา ภาคประชาสังคม และภาคอุตสาหกรรม

ผู้ให้บริการมือถือรายใหญ่โลกทิ้ง “หัวเว่ย” หลังกังวลเรื่องความปลอดภัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/574237

  • วันที่ 17 ธ.ค. 2561 เวลา 19:56 น.

ผู้ให้บริการมือถือรายใหญ่โลกทิ้ง "หัวเว่ย" หลังกังวลเรื่องความปลอดภัย

คณะกรรมาธิการตรวจสอบการลงทุนจากต่างประเทศของสหรัฐเตรียมไฟเขียวควบ “ทีโมบายล์-สปรินท์” หลังบริษัทแม่ยอมเลิกใช้อุปกรณ์เครือข่ายหัวเว่ย

รอยเตอร์สรายงานอ้างแหล่งข่าวว่า คณะกรรมาธิการตรวจสอบการลงทุนจากต่างประเทศของสหรัฐ (ซีเฟียส) อาจอนุมัติข้อตกลงควบรวมกิจการระหว่างบริษัท ที-โมบายล์ ยูเอส และสปรินท์ คอร์ป ผู้ให้บริการมือถือรายใหญ่อันดับที่ 3 และ 4 ของสหรัฐ ในสัปดาห์นี้ หลังบริษัทแม่ของทั้งสองแห่งพิจารณาเลิกใช้อุปกรณ์เครือข่ายของหัวเว่ย เทคโนโลยีส์ บริษัทโทรคมนาคมสัญชาติจีน

ทั้งนี้ ซีเฟียสกดดันให้ดอยช์ เทเลคอม ผู้ถือหุ้นใหญ่ในที-โมบายล์ เลิกใช้อุปกรณ์หัวเว่ย เนื่องจากกังวลเรื่องการสอดแนม เป็นส่วนหนึ่งของการทบทวนข้อตกลงด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง หลังที-โมบายล์ ตกลงซื้อกิจการของสปรินท์ ในวงเงิน 2.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8.19 แสนล้านบาท) เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา

รายงานล่าสุดนี้เกิดขึ้นหลังจากดอยช์ เทเลคอม เปิดเผยว่า บริษัทกำลังทบทวนเรื่องการจัดซื้อในเยอรมนี และตลาดอื่นๆ ในยุโรป เนื่องจากกังวลเรื่องความปลอดภัย ขณะที่นิกเกอิ เอเชียน รีวิว ระบุว่า ซอฟต์แบงก์ กรุ๊ป บริษัทแม่ของสปรินท์ วางแผนใช้อุปกรณ์เครือข่าย 4จี ของโนเกีย และอีริคสัน แทนหัวเว่ย

ขณะเดียวกัน สเตฟาน ริชาร์ด ประธานเจ้าหน้าที่บริหารออเรนจ์ ผู้ให้บริการมือถือรายใหญ่ของฝรั่งเศส เปิดเผยว่า ออเรนจ์จะไม่ใช้อุปกรณ์ของหัวเว่ยในเครือข่าย 5จี ทำให้ฝรั่งเศสกลายเป็นชาติล่าสุดที่กีดกันหัวเว่ย ตามรอยญี่ปุ่น ซึ่งวางแผนไม่ใช้อุปกรณ์ของหัวเว่ยและแซดทีอีในกระบวนการจัดซื้อภาครัฐเริ่มตั้งแต่เดือน เม.ย. 2019

นอกจากนี้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ก็เป็นอีก 2 ชาติที่กีดกันหัวเว่ยเข้าร่วมเครือข่าย 5จี ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง เช่นเดียวกับอังกฤษ ซึ่งบริษัทโทรคมนาคมรายใหญ่ บีที ระบุว่า จะเลิกใช้อุปกรณ์ของหัวเว่ยในเครือข่าย 3จี และ 4จี อีกทั้งจะไม่ใช้อุปกรณ์ของหัวเว่ยเป็นส่วนประกอบหลักของเครือข่าย 5จี

กสทช.แจ้งค่ายมือถือเพิ่มสัญญาณช่วงเทศกาลปีใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/573986

  • วันที่ 15 ธ.ค. 2561 เวลา 10:05 น.

กสทช.แจ้งค่ายมือถือเพิ่มสัญญาณช่วงเทศกาลปีใหม่

กสทช. แจ้งผู้ประกอบการให้ดูแลโครงข่ายให้สมบูรณ์ พร้อมประสานงานแหล่งท่องเที่ยวต่างๆให้เพิ่มสัญญาณการใช้งานเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ในเทศกาลปีใหม่ 2562

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า สำนักงาน กสทช. ได้แจ้งผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมทุกรายให้ตรวจสอบและดูแลโครงข่ายให้สมบูรณ์ พร้อมทั้งให้ประสานงานแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เพื่อเพิ่มสัญญาณการให้บริการ ในการรองรับการใช้งานของประชาชน และเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เดินทางกลับบ้าน เดินทางท่องเที่ยว ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 ร่วมถึงดูแลคุณภาพสัญญาณเพื่อรองรองรับการติดต่อสื่อสารและการใช้งานอินเทอร์เน็ตปริมาณมาก เพื่อติดต่อสื่อสาร หรือส่งข้อความอวยพร ผ่านแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือของประชาชน ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นทุกปี

“การที่สำนักงาน กสทช. แจ้งผู้ให้บริการทุกรายดำเนินการต่างๆ ก็เพื่อรองรับการใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่ และการใช้งานดาต้าที่จะมีการใช้งานจำนวนมากในช่วงเทศกาลปีใหม่ ให้ประชาชนได้ใช้บริการที่มีคุณภาพ และไม่ติดขัด” นายฐากร กล่าว

หาช่องดัน5จียืดผ่อนค่างวดทบทวนค่าคลื่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/573966

  • วันที่ 15 ธ.ค. 2561 เวลา 07:29 น.

หาช่องดัน5จียืดผ่อนค่างวดทบทวนค่าคลื่น

กสทช.หนุนเอกชนลงทุน 5จี หาแนวทางผ่อนปรนชำระใบอนุญาต พร้อมประเมินมูลค่าคลื่นใหม่ ด้านทรูชี้อุปสรรคสำคัญคือต้นทุนสูง

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เปิดเผยว่า ภาครัฐพร้อมสนับสนุนให้ผู้ประกอบการโทรคมนาคมสามารถขับเคลื่อนและลงทุน 5จี ให้เกิดขึ้นในปี 2563 ประกอบด้วย การประเมินมูลค่าคลื่นความถี่ใหม่เพื่อให้โอเปอเรเตอร์สามารถนำมาใช้ได้มากที่สุด รวมทั้งจะจัดประมูลคลื่นความถี่แบบมัลติแบรนด์ ที่อาจนำคลื่นย่าน 26 กิกะเฮิรตซ์ ร่วมกับ 2600 เมกะเฮิรตซ์ หรือคลื่น 28 กิกะเฮิรตซ์กับ 3500 เมกะเฮิรตซ์

นอกจากนี้ ภาครัฐจะพิจารณาเงื่อนไขการผ่อนปรนชำระค่าใบอนุญาต เพื่อ ช่วยเหลือผู้ประกอบการให้เตรียมความพร้อมนำเงินที่ต้องชำระในอนาคต มาลงทุนให้เกิด 5จี เนื่องจากปัจจุบันผู้ประกอบการทุกค่ายยังมีภาระที่ต้องชำระค่าใบอนุญาตคลื่น 1800 และ 900 เมกะเฮิรตซ์ในปี 2562-2564 รวมถึงค่าปรับที่ฟ้องร้องกันอยู่รวมเป็นวงเงินกว่า 3 แสนล้านบาท

นายวิเชาวน์ รักพงษ์ไพโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า 5จี จะสร้างการเปลี่ยนแปลงต่อสังคมและเศรษฐกิจ ซึ่งจะช่วยให้ประเทศไทยเดินหน้าเข้าสู่ 4.0 แต่หากค่าคลื่นความถี่ยังเป็นเหมือนการประมูลครั้งที่ผ่านมาที่ราคาสูง ก็อาจทำให้เป็นอุปสรรคได้ ดังนั้นบริษัทอยู่ระหว่างรอดูความชัดเจนจากทางภาครัฐ ก่อนตัดสินใจเข้าประมูลคลื่น 5จี

ขณะเดียวกัน บริษัทได้เริ่มสาธิตการทำงานของเทคโนโลยี 5จี บนคลื่นความถี่ 28 กิกะเฮิรตซ์ เพื่อให้คนไทยสามารถเรียนรู้และสัมผัสนวัตกรรม โดยจะเปิดประสบการณ์ที่ทรู แบรนดิ้ง ช็อป ไอคอนสยาม ไปถึงวันที่ 31 ม.ค. 2562

องค์กรเป็นเลิศด้านนวัตกรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/573884

  • วันที่ 14 ธ.ค. 2561 เวลา 10:00 น.

องค์กรเป็นเลิศด้านนวัตกรรม

ทำอย่างไร “เอสซีจี” ถึงได้รับรางวัลองค์กรเป็นเลิศด้านนวัตกรรม ครองใจผู้บริหารทั่วประเทศถึง 12 ปีซ้อน กับรางวัล “Thailand Corporate Excellence Awards 2018” ซึ่งจัดโดยสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) ร่วมกับสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากผลการตัดสินของผู้บริหารระดับสูงทั่วประเทศและคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมากว่า 16 ปี

ยุทธนา เจียมตระการ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่-การบริหารกลาง เอสซีจีเล่าถึงเบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้ว่าเกิดจากความร่วมมือของพนักงานทุกคนที่ช่วยกันสร้างสรรค์นวัตกรรมสินค้าและบริการต่างๆ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ การคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ตลอดจนการปรับปรุงกระบวนการทำงานด้านต่างๆ ถือเป็นดีเอ็นเอของชาวเอสซีจีที่ยึดมั่นมาโดยตลอด แม้ในช่วงที่ผ่านมาจะมีความท้าทายเรื่องเทคโนโลยีมากระทบต่อธุรกิจ ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคและทุกสิ่งในโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว บริษัทมุ่งเน้นการทำ Open Innovation หรือการเปิดรับความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ ทั้งด้านการวิจัยและพัฒนา รวมทั้งการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อให้องค์กรสามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ดีและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

ดังนั้น ก้าวต่อไปของเอสซีจีจะยังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ แม้อนาคตจะมีความเปลี่ยนแปลงและท้าทายมากเพียงใด แต่หากเอสซีจียังคงรักษา Passion for better หรือคำมั่นสัญญาที่แสดงความมุ่งมั่นตั้งใจในการปรับตัวและพัฒนาสิ่งต่างๆ ให้ดีขึ้นเพื่อลูกค้าอยู่เสมอ ก็จะสามารถทำให้องค์กรที่มีอายุยืนยาวมากว่า 105 ปี แห่งนี้ครองใจสาธารณชนได้ตลอดไป

“รางวัลนี้และความพึงพอใจของลูกค้า ถือเป็นสิ่งที่ช่วยส่งเสริมความภาคภูมิใจ และทำให้เรามีพลังที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคมและสิ่งแวดล้อมต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง” ยุทธนา กล่าว

ไม่ว่าองค์กรใหญ่หรือเล็กก็สามารถประสบความสำเร็จได้ หากไม่หยุดที่จะพัฒนาให้ก้าวทันกระแสความเปลี่ยนแปลง โดยมีเป้าหมายสำคัญอยู่ที่ความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์สินค้าและบริการที่จะตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าให้มากที่สุดและเอสซีจีก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่าง

กูเกิล-ยูเอ็น ลุยวิจัยเอไอแก้ปมสังคม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/573910

  • วันที่ 14 ธ.ค. 2561 เวลา 09:55 น.

กูเกิล-ยูเอ็น ลุยวิจัยเอไอแก้ปมสังคม

กูเกิล  จับมือ UN-ESCAP เซ็นข้อตกลงร่วม พร้อมส่งเสริมนำเอไอไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมในเอเชียแปซิฟิก

นายเคนท์ วอล์คเกอร์ รองประธานอาวุโส ฝ่ายกิจการทั่วโลก กูเกิล เปิดเผยว่า กูเกิลและคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก หรือ UN-ESCAP ได้ลงนามข้อตกลงความร่วมมือ เพื่อแบ่งปันและส่งเสริมการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมในเอเชียแปซิฟิก โดยจะมีการวิจัยและลงทุนด้านเอไอที่จะช่วยแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

นายเจย์ ยาคนิค รองประธานฝ่าย กูเกิล เอไอ กล่าวว่า การร่วมมือครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้น  เพื่อเป็นเวทีให้ผู้ที่ส่วนเกี่ยวข้องในแต่ละเรื่อง มาร่วมแก้ปัญหาลดความเสี่ยงและความกังวลต่างๆ โดยเอไอจะช่วยวิเคราะห์และคาดการณ์เพื่อให้สามารถวางแผนรับมือได้ถูกต้อง

ทั้งนี้ กูเกิลได้จับมือเป็นพันธมิตรกับโรงพยาบาลราชวิถี ในการป้องกันการเกิดตาบอดโดยใช้ซอฟต์แวร์ที่ขับเคลื่อนด้วยเอไอเพื่อคัดกรองภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตา ทั้งนี้ กูเกิลได้ริเริ่มโครงการนี้แล้วในคลินิกหลายแห่งในประเทศอินเดีย ซึ่งพบว่าแบบจำลองเอไอ ตรวจจับภาวะเบาหวานได้ดีกว่าเจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับการฝึกฝนมาแล้ว

นอกจากนี้ กูเกิลยังได้จัดทำโครงการ AI Impact Challenge โดยเปิดรับไอเดียและข้อเสนอแนะ ในการใช้เอเอให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม จากองค์กรหรือสถาบันต่างๆ เพื่อชิงทุนราว 817 ล้านบาท (25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เปิดรับถึงวันที่ 22 ม.ค.ปีหน้า