เอไอเอสจ่ายเช่าเสา2จีทีโอที

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

01 กรกฎาคม 2559 เวลา 17:49 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/440735

เอไอเอสจ่ายเช่าเสา2จีทีโอที

เอไอเอสจ่ายค่าเช่าเสา-อุปกรณ์ความถี่ 900 MHz ให้ทีโอทีเดือนละ 485 ล้านบาท รวมทั้งปี 5,600 ล้านบาท

นายสิทธิชัย  ชื่นชูศิลป์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานธุรกิจสัมพันธ์และพัฒนา บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ตเวอร์ค (เอดับบลิวเอ็น) ได้เข้ามอบเช็คค่าใช้บริการติดตั้งอุปกรณ์บนเสาโทรคมนาคมและค่าใช้เครื่อง/อุปกรณ์โทรคมนาคมสำหรับคลื่นความถี่ 900 MHz จำนวน 485 ล้านบาท แก่บริษัท ทีโอที เมื่อวันที่ 1 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยมีนายมรกต เธียรมนตรี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจขายและบริการลูกค้าองค์กร และนายเชาว์  พันธุ์รุ่งจิตติ  รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานงานพัฒนาองค์กร ของทีโอทีเป็นผู้รับมอบ

ทั้งนี้ เสาและอุปกรณ์ดังกล่าว เป็นทรัพย์สินตามสัญญาสัมปทานที่เอไอเอสส่งมอบคืนแก่ทีโอทีเมื่อหมดสัญญาร่วมการงาน ขณะที่เอไอเอสเพิ่งรับใบอนุญาตความถี่ 900 MHz จากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ที่ผ่านมา และยังมีลูกค้าตามสัมปทานเดิมและลูกค้าที่โรมมิ่งกับคลื่น 900 MHz อีกประมาณ 6 ล้านราย และเพื่อให้ลูกค้าใช้งานต่อได้อย่างราบรื่น เอดับบลิวเอ็นได้เจรจาขอใช้พื้นที่บนเสาโทรคมนาคม และขอเช่าใช้เครื่องอุปกรณ์โทรคมนาคม ที่เอไอเอสได้ส่งมอบให้เป็นกรรมสิทธิ์ของทีโอที เพื่อติดตั้งอุปกรณ์ของเอดับบลิวเอ็น ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 แบ่งเป็น ค่าใช้พื้นที่บนเสาโทรคมนาคม เป็นเงิน 3,600 ล้านบาท/ปี และค่าใช้อุปกรณ์โทรคมนาคม เป็นเงิน 2,000 ล้านบาท/ปี ซึ่งเอดับบลิวเอ็นได้เจรจากับทีโอทีและชำระค่าเช่าดังกล่าวล่วงหน้าเป็นรายเดือนบวกภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่เดือนละ 485 ล้านบาท

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเอไอเอส และ รักษาการกรรมการผู้จัดการ  บริษัท เอดับบลิวเอ็น  กล่าวว่า บริษัทได้บรรลุข้อตกลงกับทีโอที และได้ชำระค่าเช่าเสาโทรคมนาคม และอุปกรณ์โทรคมนาคมต่างๆ  ซึ่งจะสามารถทำให้ลูกค้า 3G ที่ใช้งานเครื่อง 2G ให้สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและราบรื่น อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับทีโอทีในการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินที่มีอยู่ได้อย่างคุ้มค่าที่สุด และเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมโทรคมนาคมของประเทศโดยรวมด้วย

 

ทีวีดิจิทัล จ่ายงวด3 ครบทุกช่อง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

30 มิถุนายน 2559 เวลา 07:39 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/440375

ทีวีดิจิทัล จ่ายงวด3 ครบทุกช่อง

“ไบรท์ทีวี” จ่ายเงินค่าประมูลทีวีดิจิทัลงวดที่ 3 เป็นรายสุดท้าย รวมทีวี 22 ช่องจ่ายครบหมดแล้ว

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า บริษัท ไบรท์ทีวี (ช่องไบรท์ทีวี) ได้นำเงินค่าประมูลทีวีดิจิทัลงวดที่ 3 พร้อมค่าปรับกรณีผิดนัดชำระเป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น 256 ล้านบาท มาชำระให้กับสำนักงาน กสทช. แล้วเมื่อวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา แบ่งเป็นค่าประมูลทีวีดิจิทัลงวดที่ 3 จำนวน 254 ล้านบาท และค่าปรับกรณีผิดนัดชำระ (จนถึงวันที่ 29 มิ.ย.) จำนวน 1.8 ล้านบาท

ก่อนหน้านี้ สำนักงาน กสทช.ได้เร่งรัดผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล 5 ราย ให้มาชำระเงินประมูลงวดที่ 3 โดยตั้งแต่วันที่ 27 มิ.ย. มีผู้มาชำระ 3 ราย ได้แก่ ช่อง GMM 25 จำนวน 452 ล้านบาท ช่อง ONE จำนวน 552 ล้านบาทและช่องไทยรัฐทีวีจำนวน 557 ล้านบาท จากนั้นวันที่ 28 มิ.ย. มีผู้มาชำระอีก 1 ราย คือ ช่อง PPTV จำนวน 582 ล้านบาท และช่องไบรท์ทีวี เป็นผู้ประกอบการรายสุดท้ายที่นำเงินค่าประมูลมาชำระ เท่ากับว่าผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลที่ประกอบการกิจการอยู่ทั้ง 22 รายนำเงินมาชำระครบทุกราย

นายฐากร กล่าวว่า สำนักงาน กสทช. มีกำหนดการที่จะมอบใบอนุญาตประกอบกิจการและใช้งานคลื่นความถี่ 900 MHz อย่างเป็นทางการแก่บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค (AWN) ในเวลา 09.00 น. และหลังจากนั้นในเวลา 10.00 น. บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จะเข้ามาชำระค่าเสียหายเพิ่มเติมอันเนื่องจากการทิ้งประมูลคลื่น 900 MHz ประมาณ 200 ล้านบาท มาจ่ายให้กับ กสทช.

ภาพประกอบข่าว

 

ห่วงธุรกิจดาวเทียมไทยแข่งขันยาก! จากนโยบายรัฐฉุดรั้ง-เพิ่มต้นทุน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

29 มิถุนายน 2559 เวลา 10:44 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/440173

ห่วงธุรกิจดาวเทียมไทยแข่งขันยาก! จากนโยบายรัฐฉุดรั้ง-เพิ่มต้นทุน

ประเด็นที่กำลังร้อนในวงการโทรคมนาคมระหว่างประเทศ คือปัญหาที่เกิดจากความไม่แน่นอน ของนโยบายภาครัฐ  ที่พยายามเรียกเก็บ “ค่าสัมปทาน”

ดาวเทียมเพิ่มขึ้นจาก บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน)

เรื่องนี้ถูกจุดประกายตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา! โดย รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ที่กำกับดูแลกระทรวง ICT โดยมีเป้าหมายหลัก คือ ดาวเทียมไทยคม 7 ซึ่งยิงขึ้นเมื่อปี 2557 และ ไทยคม 8 เพิ่งยิงขึ้นไป เมื่อเดือนพฤษภาคม 2559 ที่ผ่านมา

ทั้งๆ ที่ดาวเทียมทั้งสองดวงนี้ ได้รับใบอนุญาต จาก กสทช. ตามกฎหมายไปแล้ว โดยมีเงื่อนไขให้ต้องเสียค่าธรรมเนียม 5% ของรายได้ รวมถึงได้รับอนุญาตให้ใช้ “วงโคจร” จากกระทรวง ICT ตามหลักเกณฑ์อย่างชัดเจน

หากไทยคม 7 และ ไทยคม 8 ต้องดำเนินการตามนโยบายภาครัฐ ให้กลับเข้าสู่ระบบจ่ายค่า “สัมปทาน” นั่นหมายความว่า ไทยคมจะต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มอีกถึง 20% ของรายได้

ประเด็นจึงอยู่ที่ว่า แนวคิดนี้ “สวนทาง” กับแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมดาวเทียม ของทุกประเทศในโลกนี้หรือไม่? เพราะปัจจุบัน ทุกๆ ประเทศ ต่างหันมาสตาร์ทอัพ ส่งเสริมอุตสาหกรรมดาวเทียมสื่อสารของตนเอง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขันทางเศรษฐกิจและความมั่นคง เป็นหัวหอกสร้างรายได้เข้าประเทศ ในยุค “ดิจิทัล อีโคโนมี” แต่ค่าธรรมเนียมในธุรกิจดาวเทียมของไทยที่ผ่านมา กลับสูงกว่าคู่แข่ง ทั้งสิงคโปร์ ออสเตรเลีย มาเลเซีย ฮ่องกง สหรัฐ ฯลฯ

ดังนั้น การเก็บค่าสัมปทานแพงลิ่ว จึงไม่ใช่คำตอบที่ดีนัก สำหรับการแข่งขันในเชิงธุรกิจ!

นายไพบูลย์ ภานุวัฒนวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ไทยคม กล่าวว่า ในการพิจารณาและกำหนดนโยบาย และค่าธรรมเนียมของภาครัฐ ทางไทยคมอยากให้ภาครัฐ เห็นความสำคัญในเรื่องความสามารถในการแข่งขันของเอกชนไทยในระยะยาว อยากให้พิจารณาเทียบเคียงกับแนวทาง การกำกับดูแลและค่าธรรมเนียมของต่างประเทศ เพราะสภาพการแข่งขันในธุรกิจดาวเทียมทั่วโลกนั้นสูงมาก

“ถ้าดาวเทียมไทย มีต้นทุนที่สูงกว่าดาวเทียมต่างชาติ ก็จะแข่งขันได้ยาก ซึ่งในตอนนี้ เฉพาะค่าธรรมเนียมในอนุญาตของกสทช. ก็สูงกว่าค่าธรรมเนียมของต่างประเทศมากอยู่แล้ว”

ทั้งนี้ หากภาครัฐต้องการจะมีเงื่อนไขหรือคิดค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมอีก ในส่วนของดาวเทียมไทยคม 7 และไทยคม 8 ก็ควรคำนึงถึงผลกระทบต่อภาคเอกชน ที่ได้รับอนุญาตและลงทุนดำเนินโครงการไปมากกว่าหมื่นล้านบาทแล้วด้วย

นี่คือเสียงสะท้อนและความเห็น! ไปถึงแนวทางกำกับกิจการดาวเทียมสื่อสาร ที่เป็นห่วงนโยบายของภาครัฐที่พยายามออกมา ว่าอาจส่งผลกระเทือนต่อ “ความเชื่อมั่นของภาคเอกชน” ไม่ใช่แค่ธุรกิจดาวเทียม แต่หมายรวมถึงการลงทุนภาครัฐในประเทศไทยทั้งหมดด้วย

 

กล่อมซีทีเอชออกอากาศต่ออีก3เดือน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

29 มิถุนายน 2559 เวลา 08:52 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/440151

กล่อมซีทีเอชออกอากาศต่ออีก3เดือน

“สุภิญญา” กล่อมซีทีเอชให้บริการผ่าน KU-Band อีก 3 เดือน จนกว่า กสทช.จะอนุมัติแผนเยียวยาผู้ใช้บริการ

วันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายธนวัฒน์ นิธิโชติวรภัทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ซีทีเอช เข้าชี้แจงคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กรณีที่จะยุติการให้บริการผ่านดาวเทียมไทยคม ระบบ KU-Band ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.นี้

นายธนวัฒน์ กล่าวหลังการชี้แจงกับ กสทช. ว่า การยกเลิกออกอากาศผ่านดาวเทียมไทยคม เนื่องจากผลประกอบการและฐานลูกค้า เมื่อเทียบกับต้นทุนช่อง รับส่งสัญญาณแล้วไม่คุ้มทุน เบื้องต้นจะคืนเงินในส่วนที่ยังไม่ได้รับชมให้แก่ลูกค้า พร้อมส่งคำชี้แจงและแผนเยียวยาผู้บริโภคเป็นลายลักษณ์อักษรแก่ กสทช.

ขณะที่ น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ ประธานอนุกรรมการฯ กล่าวว่า โดยหลักการแล้วหากผู้รับใบอนุญาตจะยุติการให้บริการ ต้องขออนุมัติและส่งแผนเยียวยาผู้ใช้บริการให้ กสทช.อนุมัติก่อน แต่ตอนนี้ซีทีเอชยังไม่ได้ดำเนินการตามขั้นตอน แต่กลับไปแจ้งผู้บริโภคก่อน ทำให้เหลือเวลากระชั้นชิดมากก่อนยุติการให้บริการ ดังนั้นจึงได้เสนอให้ซีทีเอชเลื่อนการยุติออกอากาศไปอีก 3 เดือน เพื่อให้จัดส่งแผนการเยียวยาให้ กสทช.อนุมัติก่อน ซึ่งทางตัวแทนซีทีเอชได้รับนำข้อเสนอไปหารือกับผู้บริหารระดับสูง

“ถ้ายังเดินหน้ายุติภายใน 1 ส.ค.นี้ ก็คงต้องไปสู้กันด้วยข้อกฎหมาย และได้ให้ฝ่ายกฎหมายไปดูรายละเอียดว่ากระทำผิดเงื่อนไขการรับใบอนุญาตหรือไม่ โดยจะเสนอเป็นวาระด่วนเข้าที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ (กสท.) วันที่ 4 ก.ค.นี้” น.ส.สุภิญญา กล่าว

 

เชื่อมเคเบิลบนดินไทย-ฮ่องกง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

29 มิถุนายน 2559 เวลา 07:17 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/440138

เชื่อมเคเบิลบนดินไทย-ฮ่องกง

ไอซีทีเซ็นเอ็มโอยูจีน ร่วมศึกษาเชื่อมเคเบิลใต้น้ำไทย-ฮ่องกง รับศูนย์กลางอินเทอร์เน็ตอาเซียน

นายอุตตม สาวนายน รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า จากการเดินทางไปประเทศจีนกับคณะของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อร่วมหารือทางด้านเศรษฐกิจนั้น ตัวแทนฝ่ายไทย คือ นายสุรพันธ์ เมฆนาวิน กรรมการและรักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) กับนายเซี่ยวเหวย รองประธานบริหาร บริษัท China Telecom Global Limited หรือ CTG หนึ่งในผู้นำระดับโลกด้านโทรคมนาคมและเป็นผู้ให้บริการรายใหญ่ของประเทศจีน เพื่อร่วมกันศึกษาแนวทางลงทุนระบบเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศและระบบเคเบิลภาคพื้นดินจากประเทศไทยไปยังเขตปกครองพิเศษฮ่องกง

นายอุตตม กล่าวว่า เอ็มโอยูดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมายกระทรวงที่เน้นส่งเสริมเสถียรภาพโครงข่ายด้วยการเพิ่มความหลากหลายของระบบเชื่อมโยงระหว่างประเทศให้มากขึ้น จากเดิมที่ปริมาณข้อมูลส่วนใหญ่อาศัยการเชื่อมต่อกับสิงคโปร์และมาเลเซียเป็นหลัก โดยการเชื่อมต่อกับฮ่องกงในครั้งนี้จะเป็นการเพิ่มเส้นทางในการส่งผ่านข้อมูลไปยังภูมิภาคต่างๆ และเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายโทรคมนาคม รวมทั้งรองรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลที่เติบโตแบบก้าวกระโดด

“ความร่วมมือกับ CTG เป็นอีกหนึ่งก้าวในการผลักดันแผนงานให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ต่อเนื่องจากการลงนามความร่วมมือระหว่าง กสทฯ และบริษัท ทาทา คอมมิวนิเคชั่นส์ ของอินเดียในการพัฒนาโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำ ซึ่งความร่วมมือที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อระดับภูมิภาคอย่างแท้จริง จากการเชื่อมโยงระบบเคเบิลทั้งในกลุ่มประเทศอินโดจีนและเชื่อมต่อยาวไปจนถึงฮ่องกง รวมถึงการเชื่อมต่อกับระบบเคเบิลใต้น้ำผ่านทั้งด้านตะวันตกฝั่งทะเลอันดามันและด้านตะวันออกฝั่งอ่าวไทยไปยังภูมิภาคต่างๆ ได้ทั่วโลก พร้อมรองรับผู้ให้บริการคอนเทนต์รายใหญ่ระดับโลกที่จะมาลงทุนจัดวางระบบในไทย” นายอุตตม กล่าว

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมา กสทฯ ลงนามเอ็มโอยูกับบริษัท ทาทา คอมฯ หนึ่งในผู้นำด้านการพัฒนาด้านโทรคมนาคมรายใหญ่ของอินเดียและระดับโลก เพื่อร่วมกันศึกษาแนวการลงทุนพัฒนาโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำของ CAT เชื่อมต่อกับโครงข่ายของบริษัท ทาทา คอมฯ

 

โลตัสรุกหนักขายออนไลน์ เปิด4บริการใหม่เพิ่มลูกค้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

28 มิถุนายน 2559 เวลา 21:25 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/440124

โลตัสรุกหนักขายออนไลน์ เปิด4บริการใหม่เพิ่มลูกค้า

โดย…จะเรียม สำรวจ

จากแนวโน้มการใช้อินเทอร์เน็ตของคนไทยที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปัจจุบันมีสัดส่วนผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 56% หรือ 38 ล้านคนของจำนวนประชากรทั้งประเทศ ในจำนวนดังกล่าว 86% ใช้อินเทอร์เน็ตทุกวัน และ 45% ใช้อินเทอร์เน็ตผ่านสมาร์ทโฟน ซึ่งจากแนวโน้มที่ดีดังกล่าวส่งผลให้คาดการณ์ว่าในปี 2567 สัดส่วนการซื้อสินค้าออนไลน์ของคนไทยจะปรับเพิ่มขึ้นเป็น 15% จากปี 2558 ที่มีสัดส่วน 3.8%

วรรณา สวัสดิกูล ประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายธุรกิจออนไลน์ บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม ผู้บริหารห้างเทสโก้ โลตัส กล่าวว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานธุรกิจออนไลน์ของบริษัทในปีที่ผ่านมายังมีอัตราการเติบโตที่ดีมาก หรือกว่า 100% เหมือนกับทุกปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีการเพิ่มสินค้าและบริการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2555 ด้วยการแบ่งบริการออกเป็น 2 ส่วน คือ 1.อี-คอมเมิร์ซ หรือการขายสินค้าออนไลน์ผ่าน 2 ช่องทาง คือ ช่องทาง Tesco Lotus Shop Online ที่มีสินค้ากว่า 2 หมื่นรายการจำหน่าย

ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถสั่งซื้อสินค้าได้ผ่านคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต สมาร์ทโฟน และแอพพลิเคชั่น ส่วนอีกช่องทาง คือ ร้านค้าเทสโก้ โลตัส บนเว็บไซต์ลาซาด้า ซึ่งปัจจุบันมีสินค้าให้เลือกกว่า 9,000 รายการ ขณะที่ส่วนที่ 2 คือ Digital Connection ใช้สำหรับการสื่อสารกับลูกค้าผ่านโซเชียลมีเดียและช่องดิจิทัลอื่นๆ

ปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจออนไลน์ของเทสโก้ โลตัส ประสบความสำเร็จและเติบโตอย่างก้าวกระโดดทุกๆ ปี คือความเข้าใจในสิ่งที่ลูกค้าต้องการอย่างแท้จริง ซึ่งปัจจัยดังกล่าวนำไปสู่การคิดค้นนวัตกรรมเพื่อการให้บริการลูกค้าในรูปแบบที่ตอบโจทย์ลูกค้าบนโลกออนไลน์ได้อย่างตรงจุด โดยล่าสุดเทสโก้ โลตัส ได้เปิดตัวนวัตกรรมบริการใหม่ 4 ประเภท เพื่อเพิ่มความสะดวก และตอบรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่

สำหรับ 4 บริการใหม่ ประกอบด้วย 1.บริการ ShopBox24 มุ่งเน้นลูกค้าที่อาศัยในคอนโดมิเนียมตามแนวรถไฟฟ้าและรถไฟใต้ดิน ด้วยการจับมือกับ ซินไฉฮั้ว ในการส่งสินค้าที่ตู้ล็อกเกอร์ โดยปัจจุบันมีคอนโดมิเนียมที่ดำเนินการจัดส่งสินค้าไปยังล็อกเกอร์ของลูกค้าแล้ว 48 แห่งทั่งกรุงเทพฯ จาก 4 ผู้ประกอบการ คือ ไอดีโอ โนเบิล ริทึ่ม และคิวเฮ้าส์

บริการที่ 2 คือ  Click&Collect ให้ลูกค้าสามารถสั่งสินค้าผ่านเว็บไซต์ โมบายไซต์ และแอพพลิเคชั่น Tesco Lotus Shop Online โดยลูกค้าสามารถเลือกรับสินค้าด้วยตัวเองได้ใน 3 สาขาที่ให้บริการคือ เทสโก้ โลตัส เอ็กซ์ตร้า พระราม 4 เทสโก้ โลตัส พลัสมอลล์ ศรีนครินทร์ และเทสโก้ โลตัส หางดง จ.เชียงใหม่ ซึ่งลูกค้าสามารถรับสินค้าที่สั่งได้ภายในเวลา 10 นาที บริการที่ 3 คือ ส่งสินค้าทางมอเตอร์ไซค์ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการการส่งสินค้าเร่งด่วน เพราะลูกค้าสามารถรับสินค้าภายใน 2 ชั่วโมง ซึ่งนอกจากจะมีบริการรถมอเตอร์ไซค์เป็นของตัวเองยังมีแฮปปี้ เฟรช มาเป็นพันธมิตรในการจัดส่งสินค้าด้วย โดยบริการดังกล่าวจะให้บริการในเดือน ก.ค.

ขณะที่บริการที่ 3 จะเป็น เทคโนโลยี iBeacon ป้อนข้อมูลเข้าสมาร์ทโฟนของลูกค้าได้โดยตรง ทันทีที่เดินเข้าร้านเทสโก้ โลตัส ลูกค้าจะได้รับข้อมูลโปรโมชั่นและเกร็ดความรู้ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าชนิดต่างๆ เมื่อเดินผ่านจุดปล่อยสัญญาณภายในร้าน โดยเทสโก้ โลตัส เบื้องต้นจะเริ่มทดลองใช้เทคโนโลยี iBeacon ใน 5 สาขา และพร้อมเปิดใช้ใน 1,800 สาขาทั่วประเทศในเดือน ก.ค.นี้

หลังจากเพิ่มบริการใหม่ๆ คาดว่าสิ้นปีจะมียอดขายผ่านช่องทางออนไลน์ไม่ต่ำกว่า 100%

 

‘ไลน์’เลื่อนอีก ชี้ราคาไอพีโอ หวั่นเบร็กซิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

28 มิถุนายน 2559 เวลา 08:58 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/439887

'ไลน์'เลื่อนอีก ชี้ราคาไอพีโอ หวั่นเบร็กซิต

“ไลน์” เลื่อนประกาศราคาไอพีโอ 1 วัน รอดูสถานการณ์หลัง เบร็กซิตทำตลาดหุ้นป่วน

บริษัท ไลน์ คอร์ป เจ้าของแอพพลิเคชั่นแชตชื่อดัง เลื่อนการประกาศกรอบราคาหุ้นเสนอขายครั้งแรก (ไอพีโอ) ไปเป็นวันที่ 28 มิ.ย. เนื่องจากความผันผวนในตลาดหุ้นทั่วโลก หลังอังกฤษลงประชามติออกจากสหภาพยุโรป (อียู)

ก่อนหน้านี้ ไลน์กำหนดวันประกาศกรอบราคาหุ้นไอพีโอในวันที่ 27 มิ.ย. โดยบริษัทจะเริ่มการขายไอพีโอที่ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก วันที่ 14 ก.ค. และที่กรุงโตเกียว ในวันที่ 15 ก.ค. ขณะที่ไลน์ตั้งเป้าระดมทุนราว 1,100 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.8 หมื่นล้านบาท)

มิตสึชิเงะ อะกิโนะ เจ้าหน้าที่บริหารจากบริษัทบริหารสินทรัพย์ในญี่ปุ่น อิจิโยชิ แอสเซต แมเนจเมนต์ กล่าวว่า ไลน์เลื่อนวันประกาศกรอบราคา เนื่องจากต้องการรอดูสถานการณ์จนความผันผวนในตลาดลดลง

การออกจากอียูของอังกฤษส่งผล กระทบต่อตลาดหุ้นทั่วโลก โดยดัชนี นิกเกอิ 225 ตลาดหุ้นโตเกียว ร่วง 7.9% ในวันที่ 24 มิ.ย. หลังการลงประชามติ ขณะที่เงินเยนแข็งค่าขึ้น 18% เมื่อเทียบเงินปอนด์อังกฤษในวันเดียวกัน

อย่างไรก็ดี รอยเตอร์สรายงานว่า ไลน์ได้รับผลกระทบทางตรงเพียงเล็กน้อยในอังกฤษและอียู เนื่องจากตลาดหลักของบริษัทอยู่ในญี่ปุ่น อินโดนีเซีย ไต้หวัน และไทย โดยไลน์วางแผนขยายฐานผู้ใช้ 218 ล้านรายในปัจจุบันออกไปทั่วตลาดเอเชียและสหรัฐ

ทั้งนี้ ไลน์เลื่อนการออกไอพีโอมาเป็นเวลา 2 ปีแล้ว เพื่อแก้ไขจุดอ่อนด้านการบริหารความเสี่ยงทางการเงินและรายงานทางการเงิน รวมถึงพัฒนาแผนธุรกิจ

ภาพรอยเตอร์ส

 

เอไอเอสจ่ายค่าคลื่น900วันนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

28 มิถุนายน 2559 เวลา 05:47 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/439864

เอไอเอสจ่ายค่าคลื่น900วันนี้

เอไอเอสจ่ายเงินประมูลคลื่น 900 งวดแรก 8,040 ล้าน วันนี้ กทค.ประชุมบ่ายเร่งออกไลเซนส์ทันที

บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค ในเครือเอไอเอส ผู้ชนะประมูลคลื่น 900 MHz เตรียมชำระเงินประมูลงวดแรก 8,040 ล้านบาท พร้อมแบงก์การันตีเงินประมูลส่วนที่เหลือแก่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในวันที่ 28 มิ.ย. เวลา 11.00 น. ซึ่งหลังจากรับชำระเงินประมูลแล้ว คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) จะประชุมพิจารณาออกใบอนุญาตในช่วงบ่ายทันที เพื่อให้สามารถออกใบอนุญาตใช้คลื่น 900 MHz ได้ทันภายในวันที่ 30 มิ.ย. และเริ่มมีผลบังคับวันที่ 1 ก.ค.นี้ ซึ่งจะทำให้เอไอเอสให้บริการลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง

ด้าน นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า วันที่ 27 มิ.ย.ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล 3 ราย ได้เข้ามาชำระค่าประมูลทีวีดิจิทัลงวดที่ 3 พร้อมค่าปรับผิดนัดชำระ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,566 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.บริษัทจีเอ็มเอ็ม แชนแนล (ช่องจีเอ็มเอ็ม 25) ชำระ 452 ล้านบาท 2.บริษัท จีเอ็มเอ็ม วัน ทีวี (ช่องวัน) ชำระ 552 ล้านบาท และ 3.บริษัท ทริปเปิล วี บรอดคาสท์ (ช่องไทยรัฐทีวี) ชำระ 561 ล้านบาท เหลือผู้ประกอบการอีก 2 รายคือ ไบรท์ทีวี กับพีพีทีวี ที่ยังไม่ได้มาชำระค่าประมูลงวดที่ 3

นายภักดี มะนะเวศ รองเลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) วันที่ 27 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้เห็นชอบแผนการชดเชยเยียวยากรณีที่บริษัท ซีทีเอช เคเบิลทีวี แจ้งยุติการให้บริการช่องรายการทางกล่องรับสัญญาณโทรทัศน์ดาวเทียมพีเอสไอ ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. ขณะเดียวกัน บริษัท ซีทีเอช จะเข้าชี้แจงกรณียกเลิกการออกอากาศผ่านดาวเทียมเคยูแบนด์ ในวันนี้ เวลา 14.00 น.

 

“เฟซบุ๊ก-ยูทูบ”แอบลบเนื้อหา ลัทธิสุดโต่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

27 มิถุนายน 2559 เวลา 13:22 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/439727

"เฟซบุ๊ก-ยูทูบ"แอบลบเนื้อหา ลัทธิสุดโต่ง

เฟซบุ๊ก-ยูทูบแอบพัฒนาระบบตรวจจับและลบเนื้อหารุนแรงอัตโนมัติ หลังลัทธิสุดโต่งใช้เผยแพร่ความรุนแรง

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานอ้างแหล่งข่าวว่า โซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่อย่างเฟซบุ๊กและยูทูบเริ่มใช้ระบบลบเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มลัทธิหัวรุนแรงออก ท่ามกลางการกดดันจากรัฐบาลทั่วโลกให้จัดการกับเนื้อหาโฆษณาชวนเชื่อของลัทธิหัวรุนแรงหลังเกิดเหตุก่อการร้ายหลายครั้ง เช่น การก่อเหตุที่กรุงบรัสเซลส์ ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 32 คน หรือการก่อเหตุกราดยิงไนต์คลับที่รัฐฟลอริดา สหรัฐ ซึ่งสันนิษฐานว่าอาจได้รับแรงบันดาลใจมาจากกลุ่มก่อการร้ายผ่านอินเทอร์เน็ต

ทั้งนี้ เทคโนโลยีที่ใช้ในการจัดการจะเป็นเทคโนโลยีที่พัฒนามาจากเทคโนโลยีตรวจจับเนื้อหาละเมิดลิขสิทธิ์บนโซเชียลมีเดียและยังตรวจจับเนื้อหารุนแรง เช่น การฆ่าด้วยการตัดศีรษะหรือการสั่งสอนให้ใช้ความรุนแรง รวมถึงมีการตรวจจับร่องรอยทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งจะนำไปสู่การรายงานเนื้อหาของกลุ่มคนที่เคยเผยแพร่เนื้อหารุนแรงดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม รอยเตอร์ส ระบุว่า บริษัทเทคโนโลยีสหรัฐจะไม่ยืนยันว่ามีการพูดคุยเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีดังกล่าว และจะพูดคุยกันภายในภาคเทคโนโลยีเท่านั้น รวมถึงแหล่งข่าวไม่ได้ระบุว่ามีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงมากแค่ไหน

ภาพ…เอเอฟพี

 

AISดับฝันทีโอที ปัดเช่าเสาแต่ใช้โอเดลกิจการร่วมค้าแทน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

27 มิถุนายน 2559 เวลา 09:00 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/439669

AISดับฝันทีโอที ปัดเช่าเสาแต่ใช้โอเดลกิจการร่วมค้าแทน

เอไอเอส ปัดคืนและเช่าเสาโทรคมนาคมที่หมดสัมปทานจากทีโอที ยันใช้โมเดลตั้งกิจการร่วมค้าแทน

นายมนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที เปิดเผยว่า การเจรจาระงับข้อพิพาทกับบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) เรื่องเสาโทรคมนาคมที่อยู่ภายใต้สัญญาสัมปทานเดิม 13,198 ต้น ที่เอไอเอสส่งมอบคืนแก่ทีโอที แลกกับการทำสัญญาเช่าระยะยาว 15 ปี คงไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากเอไอเอสไม่ยอมรับโมเดลดังกล่าว โดยยกอ้างเหตุผลเรื่องผู้ถือหุ้น ดังนั้นทีโอทีคงต้องยอมรับโมเดลการตั้งกิจการร่วมค้า (Joint Venture) ร่วมกันเช่นเดียวกับที่บริษัท กสท โทรคมนาคม ทำสัญญากับกลุ่มทรู ซึ่งทีโอทีจะนำเรื่องนี้รายงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) เดือน ก.ค.นี้

“โมเดลการให้เอไอเอสเช่าเสาโทรคมนาคม จะสร้างรายได้แก่ทีโอที 3,600 ล้านบาท/ปี แต่หากทำกิจการร่วมค้า ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าจะทำให้ทีโอทีมีรายได้มากกว่าหรือน้อยกว่าเดิม แต่ในระหว่างเจรจาจัดตั้ง Joint Venture คงต้องดูว่าสามารถเปิดให้เอไอเอสเช่าเสาชั่วคราวได้หรือไม่” นายมนต์ชัย กล่าว

ทั้งนี้ เมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา นายมนต์ชัย ระบุว่า เอไอเอสได้ส่งหนังสือขอยุติข้อพิพาทเรื่องเสาโทรคมนาคม โดยจะส่งมอบเสา 13,198 ต้น ตลอดจนอุปกรณ์โครงข่ายมือถือ 2จี สำหรับคลื่น 900 MHz ในส่วนที่อยู่ภายใต้สัญญาสัมปทานคืนแก่ทีโอที แลกกับการทำสัญญาเช่าใช้เสาและอุปกรณ์โครงข่ายในระยะยาว 15 ปี

นายมนต์ชัย กล่าวว่า ในส่วนของการเจรจาให้เอไอเอสเช่าอุปกรณ์โครงข่าย 900 MHz ที่รับมอบจากสัญญาสัมปทาน เพื่อการให้บริการลูกค้า 2จี อย่างต่อเนื่องนั้น ทีโอทีคาดว่าจะสร้างรายได้ปีละ 2,000 ล้านบาท โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการเจรจากัน และต้องจบก่อนวันที่ 30 มิ.ย.นี้ เพราะหลังจากวันดังกล่าวทีโอทีต้องปิดโครงข่ายในส่วนของคลื่นวิทยุ เนื่องจากไม่มีใบอนุญาตให้คลื่น 900 MHz แล้ว

นอกจากนี้ ในส่วนการทำสัญญาเป็นพันธมิตรให้บริการ 3จี บนคลื่น 2100 MHz กับเอไอเอส ขณะนี้ได้ส่งร่างสัญญาให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว และหวังว่ากฤษฎีกาจะพิจารณาโดยเร็ว เพราะหากลงนามสัญญายิ่งช้าก็ยิ่งกระทบกับโอกาสในการทำรายได้โดยตรง และจะทำให้ครึ่งปีแรกทีโอทีมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษีนิติบุคคล ค่าเสื่อม และค่าจัดจำหน่าย (อีบิตดา) ติดลบ 480 ล้านบาท และทั้งปีจะติดลบ 4,000 ล้านบาท เพราะช่วงครึ่งปีหลังทีโอทีจะมีค่าใช้จ่ายในการเออร์ลี่รีไทร์พนักงาน 1,300 คน 3,000 ล้านบาท