ขีดเส้นเอไอเอสจ่ายไลเซนส์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

16 มิถุนายน 2559 เวลา 06:58 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/437699

ขีดเส้นเอไอเอสจ่ายไลเซนส์

กสทช.เร่งเอไอเอสจ่ายงวดแรกก่อน 27 มิ.ย. แจสฯ ขอเลื่อนชำระค่าเสียหายทิ้งประมูลคลื่น 900 MHz

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการ กสทช. ว่า กสทช.ได้แจ้งให้ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค ผู้ชนะการประมูลคลื่น 900 MHz มาชำระเงินไม่เกินวันที่ 27 มิ.ย. เนื่องจากกระบวนการออกใบอนุญาตต้องใช้เวลาราว 2-3 วัน และให้ประธานกสทช.ลงนามทันวันที่ 30 มิ.ย. และมีผลในการเริ่มสัญญาในวันที่ 1 ก.ค. 2559 เพื่อให้สามารถใช้งานคลื่นความถี่ได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ บริษัท แจส โมบายบรอดแบรนด์ ขอเลื่อนการจ่ายค่าเสียหายเพิ่มเติมกรณีทิ้งประมูลใบอนุญาตคลื่น 900 MHz จำนวน 199.4 ล้านบาท จากเดิมมีกำหนดชำระภายในวันที่ 16 มิ.ย. เป็นวันที่ 30 มิ.ย. ซึ่ง กสทช.จะคิดดอกเบี้ยเพิ่ม 7.5% เป็นเวลา 14 วัน เป็นเงิน 5.8 แสนบาท ทำให้ บริษัท แจส โมบายฯ ต้องชำระเงินทั้งสิ้น 200 ล้านบาท

นายฐากร กล่าวว่า ได้มอบหมายให้นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการ กสทช. เรียกผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้ง 5 รายเข้าหารือ หลังประชาชนร้องเรียนปัญหาสายหลุดและยังไม่ได้รับการแก้ไข โดยตั้งแต่วันที่ 2 ก.ค.-10 มิ.ย.ที่ผ่านมา มียอดร้องเรียนผ่านเลขหมาย 1200 รวม 1,916 เรื่อง และเป็นพื้นที่เดิมที่เคยมีการร้องเรียนมาก่อน เช่น เขตคลองเตย จตุจักร มีนบุรี วัฒนา ลาดกระบัง บางเขน บึงกุ่ม และยานนาวา ส่วนต่างจังหวัด เช่น กาญจนบุรี และฉะเชิงเทรา

นอกจากนี้ ที่ประชุม กสทช.มีมติให้แจกคูปองทีวีดิจิทัลและมอบหมายให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) กำหนดกระบวนการ ขั้นตอน และการแจกคูปอง 5.1 ล้านใบ

ภาพประกอบข่าว

 

ไมโครซอฟท์เทก’ลิงค์อิน’ลุยออนไลน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

15 มิถุนายน 2559 เวลา 09:23 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/437497

ไมโครซอฟท์เทก'ลิงค์อิน'ลุยออนไลน์

ไมโครซอฟท์ทุ่มกว่า 9  แสนล้านซื้อลิงค์อิน หวังดันยอดขายซอฟต์แวร์ คาดทวิตเตอร์รายต่อไป

ไมโครซอฟท์ บริษัทเทคโนโลยี ยักษ์ใหญ่ ทุ่มซื้อ ลิงค์อิน เครือข่ายสังคมออนไลน์ของภาคธุรกิจ ด้วยมูลค่า 2.62 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 9.23 แสนล้านบาท) ด้วยเงินสดทั้งหมด หวังกระตุ้นยอดขายผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์อีเมลและธุรกิจผ่านสังคมออนไลน์ ถือเป็นข้อตกลงเข้าซื้อที่มีมูลค่าสูงที่สุดในปี 2016

สัตยา นาเดลลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ไมโครซอฟท์ ระบุว่า การเข้าซื้อลิงค์อินถือเป็นก้าวแรกในการขึ้นเป็นผู้นำด้านระบบคลาวด์และเครือข่ายอินเทอร์เน็ต พร้อมตั้งเป้าพัฒนาลิงค์อินให้เป็นส่วนหนึ่งของทุกธุรกิจ และเพิ่มมูลค่าของลิงค์อินด้วยการพัฒนาให้ทำงานควบคู่ไปกับวินโดวส์ เอาต์ลุค สไกป์ และโปรแกรมไมโครซอฟต์ ออฟฟิศ ต่างๆ เช่น เอ็กเซล พาวเวอร์พอยต์ รวมถึง ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของไมโครซอฟท์

แถลงการณ์ของไมโครซอฟท์ ระบุว่า ลิงค์อินจะยังคงภาพลักษณ์ วัฒนธรรม  และความเป็นอิสระ ส่วน เจฟฟ์ เวนเนอร์ ยังคงดำรงตำแหน่งซีอีโอของลิงค์อิน

อย่างไรก็ดี ข้อตกลงดังกล่าวส่งผลให้ มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส สถาบันจัดอันดับเครดิตรายใหญ่ พิจารณาปรับลดเครดิตจากระดับ AAA ซึ่งเป็นระดับสูงสุด เนื่องจากการเข้าซื้อลิงค์อินจะทำให้หนี้ของไมโครซอฟท์เพิ่มขึ้น 2 เท่า และมากกว่ามาตรฐานของมูดี้ส์ 1.5 เท่า

การที่ไมโครซอฟท์หันหาตลาดสังคมออนไลน์มากขึ้น นำไปสู่การจับตามองว่าบริษัทเทคโนโลยีรายอื่นอาจเป็นเป้าควบรวมกิจการเช่นกัน โดย เจมส์ คาคมาค นักวิเคราะห์ของ มอนเนส เครสปิ ฮาร์ดท์ บริษัทวิจัยในสหรัฐ จัดอันดับให้ ทวิตเตอร์ สังคมออนไลน์ขนาดใหญ่ เป็นเป้าหมายอันดับต้นๆ ในการควบรวมกิจการ ส่งผลให้หุ้นของทวิตเตอร์ดีดตัวขึ้น 3.8% ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่ อัลฟาเบ็ท บริษัทแม่ของกูเกิลเล็งซื้อทวิตเตอร์

ภาพเอเอฟพี

 

กสทช.จ่อเคาะ แจกคูปองทีวี 10ล.ครัวเรือน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

15 มิถุนายน 2559 เวลา 08:42 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/437491

กสทช.จ่อเคาะ แจกคูปองทีวี 10ล.ครัวเรือน

ชง กสทช.เคาะแจกคูปองทีวีดิจิทัล 10.5 ล้านครัวเรือน บ้านพักราชการ-รัฐวิสาหกิจ รอ คสช.อนุมัติ

น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ด กสทช. วันที่ 15 มิ.ย.นี้ จะพิจารณาอนุมัติแจกคูปองทีวีดิจิทัลอีก 10.5 ล้านครัวเรือน เพิ่มเติมจากเดิมที่แจกรอบแรกไปแล้ว 13.6 ล้านครัวเรือน โดยครัวเรือนที่จะได้รับแจกคูปองรอบใหม่จะแบ่งเป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วย 1.ครัวเรือนที่ยังไม่ได้รับคูปองรอบแรกจากไปรษณีย์ 2.ครัวเรือนที่มีทะเบียนบ้านและเจ้าบ้านหลังวันที่ 16 ก.ย. 2557 3.ครัวเรือนที่มีทะเบียนบ้าน มีผู้อาศัย แต่ไม่มีเจ้าบ้าน 4.ครัวเรือนที่มีทะเบียนบ้านชั่วคราวและมีเจ้าบ้าน

ขณะเดียวกัน ในส่วนการแจกคูปองทีวีดิจิทัลให้กับครัวเรือนบ้านพักหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจและหน่วยงานอื่น ของรัฐ และจุดรับบริการประชาชนของหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจและหน่วยงานอื่นของรัฐ สำนักงาน กสทช.อยู่ในระหว่างการจัดทำฐานข้อมูล เพื่อเสนอต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณาอนุมัติการจัดสรรต่อไป

นอกจากนี้ คณะทำงานติดตามและแก้ไขปัญหาโครงการสนับสนุนประชาชนในการเปลี่ยนผ่านไปสู่การรับชมโทรทัศน์ภาคพื้นในระบบดิจิทัล ยังเตรียมเสนอบอร์ด กสทช.พิจารณาอนุมัติจัดจ้างผู้ผลิตและจัดการดำเนินการประชาสัมพันธ์ เผยแพร่สื่อและกิจกรรมรณรงค์ เสริมสร้างการรับรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านไปสู่การรับส่งสัญญาณวิทยุโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล งบประมาณ 63.5 ล้านบาท ในวันเดียวกันนี้อีกด้วย

ภาพประกอบข่าว

 

แอปเปิ้ลเปิดตัวซอฟต์แวร์ใหม่อัพเกรดSiriให้เจ๋งกว่าเดิม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

14 มิถุนายน 2559 เวลา 07:54 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/437248

แอปเปิ้ลเปิดตัวซอฟต์แวร์ใหม่อัพเกรดSiriให้เจ๋งกว่าเดิม

แอปเปิ้ล เปิดตัวแผนพัฒนาซอฟต์แวร์ ยกระดับSiriให้ใช้ร่วมกับแอพฯอื่นๆ ได้ หวังเพิ่มศักยภาพการแข่งขันด้วยบริการ

แอปเปิ้ล อิงค์ บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนชื่อดังอย่างไอโฟน เปิดตัวซอฟต์แสวร์ใหม่ในงาน Worldwide Developers Conference ที่ซานฟรานซิสโก หนึ่งในนั้น คือ Siri ผู้ช่วยอัจฉริยะบนอุปกรณ์ของแอปเปิ้ล หรือที่คนไทยเรียกกันว่า สิริ โดยแอปเปิ้ลเปิดตัวเครื่องมือที่ทำให้สิริสามารถเชื่อมต่อกับแอพพลิเคชั่นอื่นๆ ได้เพิ่มเติม เพื่อแข่งขันกับบริษัทเทคโนโลยีเจ้าอื่นที่ต่างปล่อยตัวผู้ช่วยอัจฉริยะสั่งการด้วยเสียง เช่น อเมซอนและไมโครซอฟต์

ยกตัวอย่าง สิริตัวใหม่จะช่วยให้ผู้ใช้ไอโฟนสามารถเรียกรถแท็กซี่จากบริการของอูเบอร์ แอพพลิเคชันแท็กซี่ ได้เพิ่มเติมจากการที่ผู้ใช้สามารถแค่สั่งการให้โทรศัพท์ ค้นหารูปภาพ ค้นหาผลลัพธ์ทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งถ้าใครใช้บริการของเจ้าสิริ ก็คงรู้กันดีว่า สิริชอบชักชวนให้เข้าค้นหาผลลัพธ์ทางเสิร์ชเอ็นจิ้นอยู่บ่อยๆ

สำหรับ iMessage แอปเปิ้ลจะเพิ่มการใช้งานให้ iMessage นอกจากจะสามารถส่งข้อความได้แล้ว ยังจะเปิดบริการให้ iMessage สามารถชำระเงินหรือสั่งอาหารได้ผ่านผู้ให้บริการที่สาม ซึ่งเรียกเสียงฮือฮาจากผู้ชมได้เป็นอย่างมาก รวมถึงยังเปิดตัว emoji หรือไอคอนแสดงอารมณ์ตัวใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม รวมถึงภาพเคลื่อนไหวได้และปุ่มที่สามารถตอบรับได้รวดเร็วในลักษณะเดียวกับปุ่มไลค์ของแอพพลิเคชัน Messenger ของเฟซบุ๊ก

ในขณะเดียวกัน แอปเปิ้ลยังประกาศจะยกระดับ Apple Music บริการเพลงสตรีมมิ่งของแอปเปิ้ล ให้สามารถใช้งานได้มากขึ้น โดยจะเปลี่ยนรูปแบบของปุ่มต่างๆ ในแอพพลิเคชันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการค้นหา  หลังประสบปัญหาผู้ใช้หันมาใช้แอพพลิเคชันดังกล่าวในอัตราที่ต่ำมาก อยู่ที่ 15 ล้านคนในเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้นจาก 13 ล้านคนในเดือนมี.ค. เมื่อเทียบกับผู้ให้บริการเพลงสตรีมอื่นๆ เช่น Spotify ที่ 30 ล้านคน

ทั้งนี้ แอปเปิ้ลพยายามปรับตัวรับกับยุคที่ยอดขายสมาร์ทโฟนปรับตัวลดลง โดยในไตรมาสแรกที่ผ่านมา แอปเปิ้ลเผชิญกับรายได้ลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 13 ปี จากยอดขายไอโฟนที่ปรับตัวลดลงเป็นครั้งนับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2007

ก่อนหน้านี้ แอปเปิ้ล ประกาศลดค่าธรรมเนียมแอพพลิเคชั่นประเภทบอกรับสมาชิก (Subscription) สำหรับนักพัฒนาที่จำหน่ายแอพพลิเคชั่นผ่านแอพสโตร์ จาก 30% เหลือ 15% ทำให้นักพัฒนาจะได้รับเงินเพิ่มจากแอพพลิเคชั่นเป็น 85% หลังผู้ใช้บอกรับเป็นสมาชิกไปแล้ว 1 ปี จากสัดส่วนในปัจจุบันที่ 70% เพื่อดึงนักพัฒนาแอพพลิเคชัน

 

กลยุทธ์ดันยอดขาย ยุคโซเชียลคอมเมิร์ซ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 มิถุนายน 2559 เวลา 22:00 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/437232

กลยุทธ์ดันยอดขาย ยุคโซเชียลคอมเมิร์ซ

โดย…ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

จากอัตราผู้ใช้งานเฟซบุ๊กต่อเดือนทั่วโลกที่มี 1,550 ล้านรายนั้น ประเทศไทยมีผู้ใช้งานสูงถึง 40 ล้านราย และเมื่อเทียบการใช้งานเฟซบุ๊กผ่านสมาร์ทโฟนทั่วโลกที่มี 1,310 ล้านราย แต่ในไทยมีการใช้งานผ่านโมบายมากถึง 38 ล้านราย หากเทียบเป็นสัดส่วนผู้ใช้งานนั้นมากกว่า 95% กันเลยทีเดียว

รฐิยา อิสระชัยกุล ผู้จัดการตลาดผู้ลงโฆษณาเอสเอ็มอี เฟซบุ๊ก ประเทศไทย กล่าวว่า ในต่างประเทศการซื้อขายผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย หรือที่เรียกว่าโซเชียลคอมเมิร์ซนั้น ไม่ได้บูมเท่าประเทศไทย ทำให้หลายประเทศมองว่าเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ

“ไทยแทบจะเป็นรายเดียวที่ใช้มือถือในการขายสินค้าได้อย่างรวดเร็ว ตัวเร่งที่ทำให้เกิดโซเชียลคอมเมิร์ซในไทยนั้นมาจากอัตราการใช้บัตรเครดิตต่ำ เพราะคนไทยนิยมโอนเงินผ่านตู้เอทีเอ็มมากกว่าการใช้งานสมาร์ทโฟน และเข้าถึงอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือมีมากกว่าพีซี และปัจจัยการเข้าใช้งานโซเชียลมีเดียที่เรียกได้ว่าคนไทยใช้งานเฟซบุ๊กเกือบจะทั้งวันเลยทีเดียว”

ดังนั้น การขายของแบบโซเชียลคอมเมิร์ซ จึงเป็นการเรียกเหมารวมของผู้ประกอบการบนโซเชียลมีเดีย ที่ไม่เน้นการสร้างเว็บไซต์เป็นของตน ขอแค่มีตัวตนบนโซเชียลมีเดียทุกราย ไม่จำเป็นต้องมีตะกร้าสินค้าให้เลือก แค่ทักแชตมา ก็จะตอบข้อสงสัยใต้คอมเมนต์ ใช้กล่องข้อความ (อินบ็อกซ์) เป็นการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า (CRM) ไม่มีการเก็บข้อมูลส่วนตัว เบอร์โทรศัพท์ หรือความมีตัวตนของลูกค้า ซึ่งทั้งหมดนี้ทำผ่านมือถือทั้งสิ้น

“จากการเก็บข้อมูล ยังพบอีกว่าการเติบโตของอินสตาแกรมในประเทศไทยเป็นไปอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันมีผู้ใช้งานเดือนละกว่า 8.8 ล้านราย รวมทั้งผู้ใช้งานไอจีนั้นถือว่าเป็นกลุ่มที่มีการศึกษาและมีกำลังซื้อค่อนข้างสูง จึงเหมาะที่จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางการขายสินค้า โดยไทยมีการซื้อของผ่านโซเชียลมีเดียมากที่สุดถึง 51% รองลงมาคืออินเดีย 32% มาเลเซีย 31% และจีน 27%”

ทั้งนี้ การขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ให้รุ่งนั้น เจ้าของเพจควรจะทำงานอย่างต่อเนื่อง (Active) จัดวางสินค้าให้เหมาะสมและข้อมูลชัดเจน ซึ่งผู้ขายจะต้องตอบไวและใส่ใจในงานบริการ

“ข้อดีของโซเชียลคอมเมิร์ซ ที่เว็บไซต์อี-คอมเมิร์ซทำไม่ได้ นั่นคือ งานบริการ เพราะการโต้ตอบกับแม่ค้า จะช่วยเรื่องให้คำปรึกษาและกระตุ้นการตัดสินใจได้เร็วขึ้น ยิ่งแม่ค้าตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เร็ว จะยิ่งสร้างโอกาสในการตัดสินใจซื้อได้ไวขึ้น ซึ่งการขายของที่ดีแบบสื่อสารกันต้องระวังไม่ให้ลูกค้าลำบากกว่าเรา”

ทางเฟซบุ๊กได้พัฒนาเครื่องมือที่เหมาะกับการขายสินค้าแบบโซเชียลคอมเมิร์ซให้มากขึ้น เพื่อที่ร้านค้าจะขายสินค้าได้ง่าย และลูกค้าก็เลือกสินค้าที่ตนเองต้องการได้อย่างทันท่วงที การใส่ข้อมูลและราคาที่ครบถ้วนจะช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อขายได้ง่ายขึ้น

“การพัฒนาเครื่องมือขายสินค้าบนเฟซบุ๊ก สำหรับการซื้อขายสินค้าของผู้บริโภคไทยนั้น เป็นสิ่งที่ผู้ให้บริการจำเป็นต้องทำ เพราะการซื้อขายของคนไทยต่อวันสูงมาก จึงต้องลดขั้นตอนในการคลิกของผู้ซื้อให้ง่ายขึ้น เพิ่มแค็ตตาล็อกสินค้าที่ระบุให้ร้านค้ากรอกข้อมูลให้ครบ จะช่วยให้ลูกค้าที่ต้องการสินค้าชิ้นนั้นจริงๆ ตัดสินใจได้ทันทีว่าจะซื้อหรือไม่”

อย่างไรก็ตาม การแจกลิงก์อินบ็อกซ์ ถือว่าเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ร้านค้าไม่ควรพลาด เพราะติดต่อได้ทันที และร้านค้ารู้ว่าสินค้าใดที่ลูกค้าต้องการสั่งซื้อ จะช่วยให้นำเสนอข้อมูลได้ทันท่วงที

“ลิงก์ที่ว่าจะขึ้นด้วยคำว่า m.me/myshop จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางการติดต่อเข้าอินบ็อกซ์ได้เลย โดยไม่ต้องออกจากแอพพลิเคชั่น และไปเข้าช่องทางการสื่อสารอื่นๆ อีก ลดขั้นตอนการคลิกไปได้มากถึง 5 ครั้ง ซึ่งการกดลิงก์เพื่อเข้าสู่การโต้ตอบผ่านอินบ็อกซ์ของร้านค้าได้ทันที และช่วยให้เจ้าของร้านทราบด้วยว่ามีการแจ้งเตือนมาแบบทันที จากการเก็บข้อมูลร้านค้าที่ใช้เมนูแค็ตตาล็อกร่วมกับลิงก์อินบ็อกซ์ของเฟซบุ๊กช่วยให้ร้านค้าสามารถปิดการขายได้เลยทันทีอย่างน้อย 50%” รฐิยา กล่าวสรุป

ดังนั้น ร้านค้าควรอัพเดทวิธีการทำงานใหม่ๆ ของโซเชียลมีเดียทุกค่ายอยู่เสมอ เพื่อที่จะได้นำเครื่องมือเหล่านี้ไปสร้างโอกาสทางการขายได้มากขึ้น

 

หลุด!ภาพโปรโมท Galaxy Note7 หน้าจอขอบโค้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 มิถุนายน 2559 เวลา 12:57 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/437101

หลุด!ภาพโปรโมท Galaxy Note7 หน้าจอขอบโค้ง

เผยภาพโปรโมท Samsung Galaxy Note 7 คาดมาพร้อมหน้าจอขอบโค้ง

หลังจากเคยได้ยินข่าวลือกันมาว่า Samsung นั้นจะข้าม Galaxy Note 6 แล้วไปเปิดตัว Galaxy Note 7 แทนเพื่อให้ไล่ตามเลขรุ่นของมือถือ iPhone ให้ทัน

ล่าสุด ดูเหมือนข่าวลือจะเป็นจริงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเว็บไซต์ข่าวไอที Phonearena ได้เผยภาพโปรโมทลับซึ่งคาดว่าจะเป็น Galaxy Note รุ่นใหม่ โดยจะเห็นได้ว่าแสงในภาพมีลักษณะคล้ายเลข 7 และมีส่วนเว้าโค้งแปลกตา พร้อมคำเปรยสั้นๆ ว่า “Write on The Edge of Something Great”

Galaxy Note 7 คาดว่าจะมาพร้อมกับหน้าจอ 5.8 นิ้วความละเอียด Quad-HD, หน่วยประมวลผล Snapdragon 823, แรม 6GB และกล้องหลัง 12 ล้านพิกเซล

ที่มา Phonearena

 

สตาร์ทอัพอาเซียนแกร่ง ต่างชาติแห่ลงทุนเทคโนโลยี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 มิถุนายน 2559 เวลา 10:05 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/437061

สตาร์ทอัพอาเซียนแกร่ง ต่างชาติแห่ลงทุนเทคโนโลยี

โดย…ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

หนังสือพิมพ์วอลสตรีทเจอร์นัล รายงานว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กลายเป็นภูมิภาคที่ได้รับความสนใจจากบริษัทต่างชาติในการลงทุนภาคส่วนเทคโนโลยี โดยในไตรมาสแรกของปี 2016 นี้ มีการเข้าลงทุนในสตาร์ทอัพสิงคโปร์ ซึ่งเป็นฮับของสตาร์ทอัพในหมู่สมาชิกสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) เพิ่มขึ้นเป็น 199 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 6,965 ล้านบาท) จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 53.1 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1,858 ล้านบาท)

นอกจากนี้ การลงทุนในประเทศอื่นๆ ของอาเซียนก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน ทั้งในมาเลเซีย เวียดนาม และไทย รวมถึงอินโดนีเซียที่เพิ่มขึ้นเป็น 18.9 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 661 ล้านบาท) ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 8 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 280 ล้านบาท) แม้การลงทุนในฟิลิปปินส์จะปรับตัวลดลงก็ตาม

หนึ่งในการลงทุนดังกล่าว เช่น อาลีบาบา อี-คอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่จากจีนก็เข้าซื้อหุ้นของ ลาซาดา อี-คอมเมิร์ซของสิงคโปร์ ด้วยมูลค่าทั้งหมดราว 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.5 หมื่นล้านบาท) เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ในขณะที่แกร็บแท็กซี่ของสิงคโปร์ แอพพลิเคชั่นแท็กซี่ก็สามารถเพิ่มทุนได้ล่าสุดมากกว่า 350 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.2 หมื่นล้านบาท) จากโคทู แมเนจเมนต์ กองทุนเฮดจ์ฟันด์จากสหรัฐ

“ระหว่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดีย มีประชากรราว 2,000 ล้านคน ยังคงเป็นที่ถกเถียงว่าตลาดอินเทอร์เน็ตไหนจะเป็นตลาดที่โตเร็วที่สุดในโลก” เอดูอาโด ซาเวริน หนึ่งในผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ก กล่าว

แม้การลงทุนที่เพิ่มขึ้นจะยังคงน้อยเมื่อเทียบกับจีน แต่ วินนี่ ลอเรีย ผู้ก่อตั้งโกลเด้น เกต เวนเจอร์ส บริษัทร่วมทุนในสิงคโปร์ เปิดเผยว่า นักลงทุนสหรัฐกำลังเปลี่ยนเป้าหมายจากจีนและอินเดียมายังอาเซียน ซึ่งมีประชากรรวมกันราว 600 ล้านคน และในจำนวนนั้นส่วนใหญ่แล้วเป็นประชากรที่มีอายุน้อยกว่า 40 ปี รวมถึงยังเข้าซื้อเศรษฐกิจดิจิทัลเป็นครั้งแรกผ่านสมาร์ทโฟนราคาถูก

จากรายงานของกูเกิลร่วมกับเทมาเซก กองทุนมั่งคั่งแห่งชาติสิงคโปร์ ระบุว่า อาเซียนมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น 1.24 แสนคนทุกวัน ซึ่งเป็นอัตราที่มากที่สุดในโลก โดยคาดการณ์ว่าผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในอาเซียนจะแตะระดับ 480 ล้านคน ภายในปี 2020 จากปัจจุบันที่ราว 260 ล้านคน

นอกจากนี้ กูเกิลและเทมาเซกยังคาดการณ์ว่า มูลค่ารวมของอี-คอมเมิร์ซและอุตสาหกรรมสื่อออนไลน์อาเซียนจะแตะ 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 7 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2025 เพิ่มขึ้นจาก 3 หมื่นล้านเหรีญสหรัฐ (ราว 1 ล้านล้านบาท) ในปัจจุบัน

ความท้าทายใหญ่รออยู่

วอลสตรีทเจอร์นัล ระบุว่า อาเซียนยังคงมีความท้าทายใหญ่รออยู่ โดยก่อนหน้านี้ เบนแอนด์ โค บริษัทที่ปรึกษาเปิดเผยในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ว่า ประเทศในอาเซียนมีความแตกต่างทั้งในด้านภาษา การจัดการของภาครัฐและความต้องการของผู้บริโภค

นอกจากนี้ อาเซียนยังขาดโครงสร้างพื้นฐานทั้งในด้านการขนส่ง เช่น อินโดนีเซียที่มีลักษณะเป็นหมู่เกาะ ในขณะที่อาเซียนยังขาดโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบการชำระเงิน โดย เบน แอนด์ โค ระบุว่า ชาวอาเซียนมากกว่า 1 ใน 3 ไม่นิยมชำระเงินผ่านทางออนไลน์ แต่มักจะชำระเป็นเงินสดเมื่อสินค้ามาถึงประตูบ้านเสียมากกว่าดังนั้น อี-คอมเมิร์ซจึงจำเป็นต้องมีตัวเลือกการชำระเงินปลายทางไม่ว่าจะยากลำบากมากแค่ไหน

ด้าน สเตฟาน จอง หุ้นส่วนฝ่ายจัดการจากเวนทูร์รา แคปิตอล บริษัทร่วมทุนของอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า อาเซียนขาดจำนวนของผู้ประกอบการระดับบน โดยในขณะที่ซิลิคอน วัลเลย์ ศูนย์กลางเทคโนโลยีของสหรัฐ มีผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมที่สามารถติวลูกน้องและบริหารจัดการเงินไปได้ในคราวเดียวกัน

“มีผู้ประกอบการและนักลงทุนน้อยที่จะมีความรู้ลึก รู้จริง ถึงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในอาเซียน” จอง กล่าว

ซานฟรานซิสโกไม่ประมาทเศรษฐกิจดี

ขณะที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังไปได้สวย ด้านเมืองซานฟรานซิสโก ซึ่งเป็นที่ตั้งของซิลิคอน วัลเลย์ กำลังอยู่ในอาการหวาดกลัวฟองสบู่เทคโนโลยี โดยสำนักข่าวบลูมเบิร์ก เปิดเผยรายงานว่า บรรดาเจ้าหน้าที่เทศบาลซานฟรานซิสโกกำลังร่างแผนการรับมือภาวะเศรษฐกิจเพื่อรับมือกับแรงสั่นสะเทือนทางการเงินที่รุนแรงคล้ายคลึงกับวิกฤตเศรษฐกิจปี 2007 และฟองสบู่ดอทคอมในปี 2000

ทั้งนี้ ซานฟรานซิสโกเป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีหลายแห่ง เช่น ทวิตเตอร์ สื่อสังคมออนไลน์ อูเบอร์ แอพพลิเคชั่นแท็กซี่ และแอร์บีเแอนด์บี บริการจัดหาที่พัก โดยบริษัทเทคโนโลยีเหล่านี้ทำให้ซานฟรานซิสโกกลายเป็นเมืองที่มีเศรษฐกิจร้อนแรงที่สุดในสหรัฐ ด้วยอัตราว่างงานที่ 3.1% น้อยที่สุดตั้งแต่ปี 2000 เมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ที่สูงเกือบแตะเลข 2 หลัก

“ผลกระทบจากเศรษฐกิจตกต่ำครั้งก่อน ทำให้อัตราว่างงานพุ่งเกือบเลข 2 หลัก ประชาชนตกงานหลายพันคน และธุรกิจรายย่อยก็ย่ำแย่ตามๆ กัน พวกเราต้องไม่ประมาทกับสภาพเศรษฐกิจขณะนี้ ถึงเวลาแล้วที่เราต้องวางแผนเผื่อวันข้างหน้า”

เอ็ดวิน ลี นายกเทศมนตรีซานฟรานซิสโก กล่าว ระหว่างเสนอแผนงบประมาณ 9,600 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.36 แสนล้านบาท) เพื่อพัฒนาเมืองก่อนที่จะเกิดพิษเศรษฐกิจรอบใหม่

ภาพ…เอเอฟพี

 

กสทช.ลุยลงทะเบียนซิมอาเซียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 มิถุนายน 2559 เวลา 07:11 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/437044

กสทช.ลุยลงทะเบียนซิมอาเซียน

กสทช.ลุยพัฒนาระบบลงทะเบียนซิมใน สปป.ลาว พร้อมขยายเมียนมา-กัมพูชา ยกระดับโทรคมนาคมอาเซียน

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ได้ร่วมมือกับรัฐบาล สปป.ลาว ในการลงทะเบียนซิมมือถือ โดยรัฐบาลลาวจะรับผิดชอบด้านฮาร์ดแวร์ ขณะที่ กสทช.จะเข้ามารับผิดชอบด้านเทคโนโลยีสื่อสารและพัฒนาแอพพลิเคชั่นลงทะเบียน โดยสนับสนุนค่าใช้จ่ายทั้งหมด 5-10 ล้านบาท

“การลงทะเบียนซิมจะช่วยเสริมสร้างศักยภาพทางสังคมให้กับประเทศลาวได้ โดยเฉพาะด้านความมั่นคงของประเทศ ทั้งด้านความปลอดภัยของประชากรและการติดตามผู้กระทำผิด ซึ่งการลงทะเบียนซิมจะช่วยให้ตรวจสอบตัวตนของผู้ใช้งานหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้” นายฐากร กล่าว

ทั้งนี้ จะหารือในรายละเอียดด้านเทคนิคเพิ่มเติมสำหรับการออกแบบการใช้งานแอพพลิเคชั่น 2 แชะและสำรวจพื้นที่ เพื่อพัฒนาโครงการดังกล่าวให้เสร็จภายในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ พร้อมส่งมอบระบบต้นแบบให้กับลาวในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2559 และในอนาคตจะขยายความร่วมมือด้านการลงทะเบียนซิมไปยังเมียนมาและกัมพูชา เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพระบบโทรคมนาคมในอาเซียน

นายบุญเฉลิมชัย เคนนะวงศ์ ปลัดกระทรวงไปรษณีย์และโทรคมนาคมของ สปป.ลาว กล่าวว่า การลงทะเบียนซิมครั้งนี้ตั้งเป้าครอบคลุมประชากร 100% ทั่วประเทศ โดย สปป.ลาวมีประชากร 6.5 ล้านคน และผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ 5ล้านเลขหมาย ซึ่งที่ผ่านมาดำเนินการลงทะเบียนซิมได้เพียง 60%

“การก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนทำให้การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประเทศสมาชิกนั้นมีความสำคัญต่อทิศทางการพัฒนาประเทศอย่างมากผ่านการเชื่อมโยงความร่วมมือทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม และความร่วมมือครั้งนี้มีความสำคัญมาก โดยเฉพาะด้านความมั่นคงในประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาระบบลงทะเบียนซิมในประเทศนั้นล้มเหลวด้วยความอ่อนแอของเทคโนโลยีและกฎข้อบังคับ” นายบุญเฉลิมชัย กล่าว

สำหรับที่ผ่านมา ผู้ประกอบการมือถือ 4 รายใน สปป.ลาว ได้แก่ ลาวเทเลคอม โทรคมนาคมลาว ยูนิเทล และบีไลน์ ไม่เข้มงวดเท่าที่ควร เป็นการลงทะเบียนผ่านเอสเอ็มเอสและระบบสายตรง ทำให้ข้อมูลการลงทะเบียนขาดความน่าเชื่อถือ มีข้อมูลประชากรไม่ครบถ้วน และไม่สามารถตรวจสอบความถูกต้องได้

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลลาวจำเป็นต้องเข้มงวดในการกำหนดขอบเขตการลงทะเบียนที่ชัดเจน โดยจะใช้กลยุทธ์ “เคาะประตูบ้าน” เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกล รวมถึงประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นให้ประชากรร่วมมือและเห็นความสำคัญของการยกระดับโทรคมนาคมในประเทศ

 

OPPO เปิดตัว A59 สมาร์ทโฟนโฉมคุ้นตา-ราคาหมื่นเดียว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

11 มิถุนายน 2559 เวลา 13:45 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/436908

OPPO เปิดตัว A59 สมาร์ทโฟนโฉมคุ้นตา-ราคาหมื่นเดียว

OPPO เปิดตัว OPPO A59 สมาร์ทโฟนโฉมหน้าตามแบบฉบับพิมพ์นิยม-ราคาหมื่นเดียว

เรียกว่าฮอตฮิตติดตลาดพอสมควรเลยทีเดียวสำหรับแบรนด์มือถือจากแดนมังกรอย่าง OPPO ล่าสุดได้เปิดตัว OPPO A59 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่อีกหนึ่งรุ่นที่มาพร้อมโฉมหน้าคุ้นตาตามแบบฉบับพิมพ์นิยม พร้อมกับสเปคที่น่าสนใจและราคาที่เอื้อมถึง

OPPO A59 จะมาพร้อมกับหน้าจอ IPS ขนาด 5.5 นิ้วความละเอียดระดับ HD, ซีพียู MediaTek MT6570 1.5GHz, หน่วยประมวลผลกราฟิค Mali-T860, แรม 3GB, พื้นที่ความจุ 32GB (รองรับ MicroSD), กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล, กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล, แบตเตอรี่ 3,075 mAh, ระบบปฏิบัติการณ์ Android 5.1 Lollipop ครอบด้วย ColorOS 3.0

สมาร์ทโฟนรุ่นนี้จะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศจีนภายในวันที่ 18 มิ.ย.นี้ในราคา 1,799 หยวนหรือราว 9,650 บาทเท่านั้น คนไทยรอดูกันต่อไปว่า OPPO A59 จะเข้ามาจำหน่ายในไทยเมื่อไรและราคาเท่าใด

ที่มา gsmarena

 

ลือ!iPhone7มีเครื่องสีน้ำเงินน้ำทะเล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

10 มิถุนายน 2559 เวลา 15:52 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/436768

ลือ!iPhone7มีเครื่องสีน้ำเงินน้ำทะเล

สื่อนอกลือ iPhone7 จะมีเครื่องสีน้ำเงิน Deep Blue และจะไม่มีสีเทา Space Gray อีกต่อไป

ข่าวลือหนาหูจริงๆ สำหรับเจ้า iPhone 7 ซึ่งกำลังเปิดตัวในช่วงเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ ล่าสุดเว็บไซต์ดังจากญี่ปุ่น Macotakara ได้รายงานว่า iPhone รุ่นถัดไปนั้นจะมาพร้อมกับสีใหม่นั่นก็คือสีน้ำเงิน Deep Blue และจะตัดสีเทา Space Grey ออกไป

ทั้งนี้ หากข้อมูลดังกล่าวเป็นจริงก็เป็นไปได้ว่าสินค้ารุ่นใหม่ของ Apple ทั้ง iPad, Apple Watch หรือ MacBook อาจไม่มีสีเทา Space Grey อีกต่อไปแล้วก็ได้ อย่างไรก็ตามต้องรอดูกันต่อไป

ที่มา 9to5mac