เสี่ยวหมี่มุ่งมะกัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

02 มิถุนายน 2559 เวลา 08:18 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/435178

เสี่ยวหมี่มุ่งมะกัน

เสี่ยวหมี่ทุ่มซื้อสิทธิบัตรไมโครซอฟท์ ลบข้อครหาก๊อบปี้ มุ่งเจาะตลาดพรีเมียมสหรัฐ

เสี่ยวหมี่ บริษัทผู้ผลิตเทคโนโลยีชื่อดังจากจีนเข้าซื้อสิทธิบัตรจากไมโครซอฟท์ ผู้ผลิตเทคโนโลยีรายใหญ่จากสหรัฐเกือบ 1,500 ฉบับ โดยจากข้อตกลงดังกล่าว ทำให้สมาร์ทโฟนของเสี่ยวหมี่สามารถติดตั้งซอฟต์แวร์ไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ และ สไกป์ ได้อย่างถูกกฎหมาย

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า ก่อนหน้านี้เสี่ยวหมี่ประสบปัญหาการเจาะตลาดสหรัฐและยุโรป เนื่องจากการขาดสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเป็นประเด็นทรัพย์สินทางปัญญา โดยเสี่ยวหมี่ประสบปัญหาการฟ้องร้องด้านสิทธิบัตรจาก อีริคสัน ผู้ผลิตเทคโนโลยีจากสวีเดน ระหว่างที่พยายามเจาะตลาดอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุดในปัจจุบันของเสี่ยวหมี่

ซี.เค.ลู นักวิเคราะห์อาวุโส การ์ทเนอร์ อิงค์ บริษัทที่ปรึกษาและวิจัยสัญชาติอเมริกัน เปิดเผยว่า การซื้อสิทธิบัตรจะช่วยให้ เสี่ยวหมี่เจาะตลาดพัฒนาแล้วได้ง่ายขึ้น แต่ยังคงมีความท้าทายในด้านอื่น อย่างที่เสี่ยวหมี่เสียส่วนแบ่งการตลาดอินเดียให้ซัมซุง คู่แข่งจากเกาหลีใต้ แม้อินเดียจะเป็นประเทศที่ไม่เข้มงวดด้านการกำกับดูแลทรัพย์สิน ทางปัญญา

“ตลาดสหรัฐและจีนเมื่อรวมกันแล้ว คิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของรายได้โทรศัพท์โลก ดังนั้น ถ้าคุณต้องการได้ตลาดระดับพรีเมียมและมีรายได้ ตลาดสหรัฐจึงเป็นตลาดที่ขาดไม่ได้ แต่ก็ยากมากที่จะเจาะตลาดสหรัฐ” ลู กล่าว

ขณะเดียวกัน เนลชาห์ ผู้อำนวยการวิจัยจากเคาน์เตอร์พอยท์ รีเสิร์ช บริษัทวิจัยเทคโนโลยี เปิดเผยว่า สำหรับไมโครซอฟท์การขายสิทธิบัตร ทำให้ไมโครซอฟท์ได้หุ้นส่วนเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งราย หลังไมโครซอฟท์ประสบความล้มเหลวในการ ผลักดันบริการในโทรศัพท์มือถือ ทั้งระบบคลาวด์และแอพพลิเคชั่น

ภาพเอเอฟพี

 

เอกชนเร่งพัฒนาคลาวด์ ตอบโจทย์โดนใจธุรกิจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

01 มิถุนายน 2559 เวลา 22:03 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/435160

เอกชนเร่งพัฒนาคลาวด์ ตอบโจทย์โดนใจธุรกิจ

โดย…ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

การให้บริการคลาวด์ในประเทศไทยนั้นเริ่มมีการเติบโตมากขึ้น แต่ละองค์กรธุรกิจย่อมต้องการที่จะหาโซลูชั่นที่เหมาะสมมาใช้งาน และทุกอุตสาหกรรมมีโอกาสประสบปัญหาศูนย์สำรองข้อมูลล่มได้ทั้งสิ้น โดยผลสำรวจของ Ponemon Institute ระบุว่า อัตราความเสียหายจากศูนย์ข้อมูลสำรองล่มจะอยู่ที่ 5,600 เหรียญสหรัฐ/นาทีหรือ 1.9 แสนบาท/นาที ซึ่งหากใช้เวลานานกว่านี้จะกลายเป็นความเสียหายอันมหาศาล

สุเทพ อุ่นเมตตาจิต กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท จีเอเบิล กล่าวว่า ปัญหาภัยธรรมชาติหรือภาวะวิกฤตเป็นสิ่งที่องค์กรไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเกิดปัญหาเมื่อใดซึ่งส่งผลกระทบทั้งสิ้น อีกทั้งการสร้างศูนย์สำรองข้อมูลในภาวะวิกฤต (Disaster Recovery Site : DR Site) ก็ต้องใช้เม็ดเงินลงทุนมหาศาลทำให้การสำรองข้อมูลไว้บนคลาวด์มีความน่าสนใจขึ้น

“การผลักดันโซลูชั่นที่เรียกว่าศูนย์สำรองข้อมูลในภาวะวิกฤตบนคลาวด์จะช่วยให้ลูกค้าสำรองข้อมูลสำคัญต่างๆ ประหยัดต้นทุนในการดำเนินงานได้ถึง 50% เพราะไม่ต้องลงทุนซื้อฮาร์ดแวร์ จัดหาสถานที่และลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา” สุเทพ กล่าว

ทั้งนี้ จีเอเบิลมีแผนผลักดันโซลูชั่นที่เรียกว่า DR Site on Cloud ให้เข้าถึงทุกกลุ่มธุรกิจโดยเฉพาะขนาดกลางและขนาดเล็ก เช่น โรงพยาบาล โรงงานอุตสาหกรรม ประกันภัย ค้าปลีก เนื่องจากช่วยให้องค์กรดำเนินกิจการได้ไม่สะดุดแม้เกิดภาวะวิกฤต

เช่นเดียวกับทางแอมดอกซ์ที่พัฒนาบริการใหม่ที่เรียกว่า Amdocs Cloud-Fusion สำหรับการสนับสนุนผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมในการนำเสนอบริการที่เชื่อมต่อกับคลาวด์ที่ปลอดภัยสำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง เช่น ปริมาณการรับส่งข้อมูล (Premium Bandwidth) การเพิ่มเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (WAN) และมีข้อตกลงของระดับการให้บริการ (SLAs) ด้วย

แอน แฮทเชลล์ ผู้บริหารฝ่ายการตลาดด้านเน็ตเวิร์ก แอมดอกซ์ กล่าวว่า บริษัทและองค์กรส่วนใหญ่นิยมระบบเวอร์ชวลแมชีนในการทำงานผ่านระบบพับลิกคลาวด์ทำให้มีอัตราการเติบโตขึ้น 13% ในปี 2558 หลังจากปี 2557 โต 17% การพัฒนาตัวช่วยสำหรับองค์กรจะช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงบริการต่างๆ ได้ง่ายขึ้น

“การร่วมมือกับไมโครซอฟท์จะช่วยผู้ให้บริการสามารถขยายธุรกิจด้วยการนำเสนอคลาวด์รูปแบบใหม่สำหรับเจาะกลุ่มองค์กร เพิ่มความคล่องตัวในการใช้งานอีกทั้งพัฒนาประสบการณ์ของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้นด้วย” แอน กล่าว

ด้าน บ็อบ ดิ เฮเวน ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายการสื่อสารและสื่อสารมวลชน ไมโครซอฟท์ กล่าวว่า ได้ร่วมมือกับแอมดอกซ์เพื่อนำเสนอบริการให้แก่ผู้ให้บริการทางโทรคมนาคมนำไปสานต่อบริการคลาวด์เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจแบบใหม่ ทั้งยังเป็นการขยายฐานลูกค้าด้วยการเพิ่มบริการ Microsoft Azure และโซลูชั่น Azure Marketplace ผ่านเครือข่ายผู้ให้บริการที่น่าเชื่อถือ

“บริการดังกล่าวจะเจาะกลุ่มลูกค้าองค์กรขนาดกลางและขนาดย่อมให้สามารถใช้งานโครงสร้างคลาวด์พื้นฐานขอไมโครซอฟท์ผ่านซอฟต์แวร์ Microsoft Azure และ Amdocs Network Cloud Service Orchestrator เพื่อตอบสนองบริการด้านเน็ตเวิร์กให้กับผู้ให้บริการด้านเน็ตเวิร์ก ฟังก์ชั่นส์ เวอร์ชวลไลเซชั่น เพื่อให้การทำงานด้านสื่อสารปลอดภัยขึ้น” บ็อบ กล่าว

จากบริการทั้งสองอย่างทำให้เห็นโอกาสด้านการเติบโตของคลาวด์ในประเทศไทยหลังภาครัฐเร่งสนับสนุนมากขึ้นและภาคเอกชนก็ขยับตัวที่จะลงทุนด้านนี้เพื่อลดต้นทุนในการทำงาน ผู้ให้บริการทุกค่ายจึงเร่งพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ทุกด้าน

 

ลือ!AppleเตรียมปรับแผนออกiPhoneรุ่นเรือธง3ปี/ครั้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

01 มิถุนายน 2559 เวลา 11:59 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/434994

ลือ!AppleเตรียมปรับแผนออกiPhoneรุ่นเรือธง3ปี/ครั้ง

Apple เตรียมปรับแผนเปิดตัว iPhone รุ่นเรือธงใหม่ 3 ปีต่อครั้ง

เชื่อว่าคงมีหลายๆ คนคงแอบบ่นกันว่าสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ในสมัยนี้จะออกถี่กันไปถึงไหนจนซื้อหรือผ่อนกันแทบไม่ทัน ล่าสุดดูเหมือนจะมีข่าวลือ Apple ได้เตรียมปรับแผนโครงสร้างแผนการออก iPhone รุ่นเรือธงหรือรุ่นที่มีการปรับปรุงครั้งใหญ่ๆ (ข้ามเลขรุ่น) จากเดิมทุกๆ 2 ปีไปเป็นทุกๆ 3 ปี

ข่าวลือดังกล่าวมาจากหนังสือพิมพ์ญี่ปุ่น Nikkei ระบุว่า การเพิ่มระยะเวลาการปล่อย iPhone ให้ยาวนานจะทำให้เราได้เห็นพัฒนาการของ iPhone รุ่นถัดๆ ไปมากขึ้นด้วย อย่าง iPhone รุ่นใหม่ที่จะออกใหม่ในเดือนกันยายนนี้ก็น่าจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แต่รูปโฉมอาจไม่ได้รับการเปลี่ยนแปลงมากนัก “iPhone รุ่นถัดไปจะได้รับการพัฒนาเรื่องความละเอียดกล้อง ความจุแบตเตอรี่ และฟีเจอร์กันน้ำ”

หนังสือพิมพ์ระบุว่า ปัจจุบันนี้พื้นที่ในการพัฒนาสมาร์ทโฟนให้ก้าวกระโดดนั้นมีน้อยลง เวลาที่ช้าลงและไม่รีบเร่งอาจเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ต้องให้ความสนใจ

อนึ่ง ก่อนหน้านี้มีรายงานจากไต้หวันว่า iPhone รุ่นปี 2017 จะมีการเปลี่ยนรูปโฉมครั้งใหญ่

ที่มา 9to5mac

 

มือปั้นสตาร์ทอัพดีแทค มั่นใจคนรุ่นใหม่ไทยรุ่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

31 พฤษภาคม 2559 เวลา 22:01 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/434953

มือปั้นสตาร์ทอัพดีแทค มั่นใจคนรุ่นใหม่ไทยรุ่ง

โดย…ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

“สตาร์ทอัพไม่ใช่เอสเอ็มอี แต่เป็นนักพัฒนาที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาแก้ปัญหารวมภายในประเทศ” สมโภชน์ จันทร์สมบูรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรมธุรกิจและดีแทค แอคเซอเลอเรท บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค กล่าว

ปัจจุบันความเข้าใจในเรื่องสตาร์ทอัพของคนไทยแปรเปลี่ยนไปทุกที แม้กระทั่งคนขายกล้วยชุบช็อกโกแลตยังมองว่าตัวเองเป็นสตาร์ทอัพและอยากได้เงินสนับสนุนจากภาครัฐ ดังนั้นจึงต้องเร่งเปลี่ยนแนวความคิดแบบนี้ให้แก่คนรุ่นใหม่ที่เป็นความหวังของประเทศในอนาคต

สมโภชน์ กล่าวว่า นักลงทุนมากมายที่สนใจในการลงทุนสตาร์ทอัพไทยแต่ในไทยยังมีตัวเลขไม่สูงนัก ซึ่งแม้ภาครัฐไม่ได้ให้การสนับสนุนก็ยังเชื่อว่าสตาร์ทอัพไทยอยู่ได้ หากไม่เจอปัญหาเสียก่อน ดังนั้นจึงต้องเร่งสร้างคุณภาพสตาร์ทอัพไทยให้ทัดเทียมระดับโลก รวมทั้งความต่อเนื่องด้านนโยบายรัฐไม่ว่าจะเข้ายุคสมัยใด ก็อยากให้ส่งเสริมสตาร์ทอัพต่อเนื่อง เพื่อเป็นรายได้หลักสำหรับประเทศต่อไป

“แต่ปัญหาสำคัญของการสนับสนุนสตาร์ทอัพไทยโดยภาพรวมอาจต้องใช้เวลาในการปรับตัว เช่น ข้อกฎหมายในเรื่องของการถือหุ้น ซึ่งการถือครองบริษัทของต่างชาติในไทยจะต้องไม่เกิน 50% แต่ในต่างประเทศไม่ได้บังคับในส่วนนี้ นักลงทุนจึงดึงสตาร์ทอัพเหล่านี้ไปจดทะเบียนต่างชาติกันเยอะ”

สำหรับปัญหาที่กังวลต่อสตาร์ทอัพไทยคือ ฟองสบู่ หากสตาร์ทอัพไทยได้รับเงินลงทุนแต่ยังไม่พร้อมจะกลายเป็นซอมบี้และไม่โตเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในซิลิคอนวัลเล่ย์ จีนและอินเดีย ขณะที่เม็ดเงินลงทุนของวีซีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้นจาก 8,900 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2557 มาเป็น 1.7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2558

“นายกสมาคมเทกสตาร์ทอัพไทยได้ยื่นไวต์เปเปอร์ให้แก่รองนายกสมคิดไปพิจารณาในเรื่องของหลักการและรายละเอียดที่จะสอดรับกับการทำธุรกิจสตาร์ทอัพแล้ว เราก็คาดหวังผลตอบรับว่าจะออกมาในทิศทางที่ดี ซึ่งต้องให้เวลาภาครัฐในการพิจารณา เช่น เวียดนามที่เคยเจอปัญหาเหมือนเราตอนนี้ผ่านมา 2 ปี ความเข้าใจและทิศทางการสนับสนุนดีขึ้น ซึ่งภาครัฐต้องยอมปรับหลายอย่างและเราก็หวังว่าไทยจะมีการสนับสนุนที่ดีเช่นกัน”

อย่างไรก็ตาม ถือว่าเป็นความโชคดีของโครงการบ่มเพาะดีแทค แอคเซอเลอเรท ที่มีรากฐานที่ดี มีแพลตฟอร์มที่ถูกต้อง รวมทั้งนักลงทุนหรือวีซีจำนวนมากให้ความสนใจ ทำให้โอกาสสตาร์ทอัพไทยที่ผ่านโครงการนี้โตได้แบบก้าวกระโดด

“ความโชคดีของสตาร์ทอัพที่อยู่ในโครงการบ่มเพาะนี้คือ เรามีพาร์ตเนอร์ที่ดีและทางดีแทคเองก็ตั้งใจและลงทุนต่อเนื่องทุกปี โดยปีนี้ใช้งบลงทุนเพิ่มเป็น 2 เท่า หรือประมาณ 100 ล้านบาท ในการสร้างโคเวิร์กกิ้งสเปซขึ้นมา เพื่อรองรับสตาร์ทอัพที่เข้าโครงการ”

ทั้งนี้ สตาร์ทอัพในโครงการจะได้รับสิทธิพิเศษนอกจากการบ่มเพาะและใช้ทรัพยากรที่ดีแทคมอบให้ ทำให้คุณภาพของเด็กเหล่านี้ได้รับการยอมรับจากนักลงทุน และมีอัตราการระดมทุนของทั้งวีซีไทยและต่างประเทศเติบโตขึ้น 500% ในระยะเวลา 12-18 เดือน และเมื่อมีการคัดเลือกทีมที่เข้ารอบคนเหล่านี้เหมือนได้ใบผ่าน 50% ในการสานต่อธุรกิจสตาร์ทอัพแล้ว

“โครงการของเราไม่ได้ประกวดหาผู้ชนะแต่จะเน้นให้ความรู้ในการต่อยอดทำงานสำหรับอนาคต ซึ่งภาครัฐตั้งเป้าจะให้มีสตาร์ทอัพมากถึงหมื่นรายต่อปี ในความเป็นจริงแล้วสตาร์ทอัพไทยทั้งประเทศรวมกันมีเพียง 2,000 ราย ซึ่งยังถือว่ามีจำนวนสตาร์ทอัพน้อยมาก ดังนั้นต้องมีการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง” สมโภชน์ กล่าวทิ้งท้าย

 

จัดเต็ม!Asus Zenfone 3 สามรุ่นใหม่ โฉมงาม-สเปคแรง (มีคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

31 พฤษภาคม 2559 เวลา 17:25 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/434927

จัดเต็ม!Asus Zenfone 3 สามรุ่นใหม่ โฉมงาม-สเปคแรง (มีคลิป)

ตีแผ่สเปค Asus Zenfone 3 ทั้งสามเวอร์ชั่นใหม่

เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเรียบร้อยแล้วสำหรับอีกหนึ่งซีรีย์สมาร์ทโฟนฮิตในหมู่คนไทยอย่าง Asus Zenfone 3 โดยรอบนี้ไม่ได้มาเพียงแค่รุ่นเดียว แต่เปิดตัวเป็นครอบครัวด้วยกันถึง 3 รุ่น ได้แก่ Zenfone 3, Zenfone 3 Deluxe, Zenfone 3 Ultra ซึ่งทั้งหมดนี้มาพร้อมดีไซน์ใหม่แกะกล่องหมดแถมยังพร้อมสเปคที่แรงโดดเด่นไม่แพ้เรือธงจากค่ายมือถืออื่นๆ เลยทีเดียว

Zenfone 3 มาพร้อมดีไซน์วัสดุกระจก Gorilla Glass ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ส่วนกรอบเป็นโลหะ ด้านหลังมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
– หน้าจอ IPS ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด Full-HD
– หน่วยประมวลผล Snapdragon 625 Octa-core 2GHz
– หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 506 GPU
– แรม 3GB
– ความจุ 32GB (รองรับ MicroSD)
– แบตเตอรี่ 3,000 mAh
– กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล
– กล้องหลัง 16 ล้านพิกเซล
– รองรับ 2 ซิม
– Android 6.0 Marshmallow
– รองรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
– ราคาเปิดตัว 249 ดอลลาร์ (ราว 8,900 บาท)

 

Zenfone 3 Deluxe มาพร้อมสเปคที่โหดขึ้นในดีไซน์ที่ยังคล้ายกับรุ่นเล็กเพียงแต่มีหน้าจอใหญ่ขึ้นและฝาหลังเปลี่ยนเป็นโลหะแทน
– หน้าจอ Super Amoled ขนาด 5.7 นิ้ว ความละเอียด Full-HD
– หน่วยประมวลผล Snapdragon 820 Quad-core
– หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 530 GPU
– แรม 6GB
– ความจุ 64GB (รองรับ MicroSD)
– แบตเตอรี่ 3,000 mAh
– กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล
– กล้องหลัง 23 ล้านพิกเซล
– รองรับ 2 ซิม
– Android 6.0 Marshmallow
– รองรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
– ราคาเปิดตัว 499 ดอลลาร์ (ราว 17,900 บาท)

 

Zenfone 3 Ultra รุ่นพี่ใหญ่ที่มาพร้อมหน้าจอขนาด 6.8 นิ้ว มีดีไซน์แปลกตากว่ารุ่นน้องๆ
– หน้าจอ IPS ขนาด 6.8 นิ้ว ความละเอียด Full-HD
– หน่วยประมวลผล Snapdragon 652 Octa-core
– หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 510 GPU
– แรม 4GB
– ความจุ 64GB (รองรับ MicroSD)
– แบตเตอรี่ 4,600 mAh
– กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล
– กล้องหลัง 23 ล้านพิกเซล
– รองรับ 2 ซิม
– Android 6.0 Marshmallow
– รองรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
– ราคาเปิดตัว 479 ดอลลาร์ (ราว 17,000 บาท)

สไปเดอร์แมนชัดๆ!นักปืนเขาโชว์ไต่ตึกด้วยเครื่องดูดฝุ่น (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

31 พฤษภาคม 2559 เวลา 15:21 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/434878

สไปเดอร์แมนชัดๆ!นักปืนเขาโชว์ไต่ตึกด้วยเครื่องดูดฝุ่น (ชมคลิป)

ชมคลิปนักปีนเขาสาวโชว์ตะกายตึกสูง33ชั้นด้วยเครื่องดูดฝุ่นทรงพลัง

ถือเป็นอีกหนึ่งคลิปวีดีโอโฆษณาโปรโมทเครื่องดูดฝุ่นของ LG ที่ไม่ธรรมดาและถูกแชร์ต่อๆ กันไปอย่างกว้างขวางเลยทีเดียว เมื่อนักปีนสาวเขาชื่อดัง Sierra Blair ได้โชว์ใช้เครื่องดูดฝุ่นทรงพลังรุ่นใหม่ LG CordZeroTM เป็นเครื่องมือในการปีนตึกสูง 140 เมตรหรือ 33 ชั้นได้สำเร็จอย่างน่าทึ่ง

ภายในคลิปวีดีโอจะเห็นได้ว่าพรีเซนเตอร์ได้สะพายเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย 2 เครื่อง แล้วใช้อาศัยแรงดูดและจุกสุญญากาศเกาะแนวกระจกขึ้นไปเรื่อยๆ จนสำเร็จด้วยเวลาเพียง 30 นาทีเท่านั้น

นับว่าเป็นโฆษณาที่น่าสนใจและสามารถชูศักยภาพของเครื่องดูดฝุ่นได้โดยไม่ต้องดูดฝุ่นโชว์ให้เห็นแต่อย่างใด

ที่มา digitaltrends

สินค้าสมาร์ทโฮมบุกไทย หวังออนไลน์ช่วยปลุกตลาด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

30 พฤษภาคม 2559 เวลา 22:21 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/434740

สินค้าสมาร์ทโฮมบุกไทย หวังออนไลน์ช่วยปลุกตลาด

โดย….ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

ตลาดเทคโนโลยีบ้านอัจฉริยะหรือสมาร์ทโฮมยังมีโอกาสเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยสถาบันวิจัยจูนิเปอร์ประเมินแนวโน้มตลาดว่าจะมีการเติบโตถึง 7.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2.3 ล้านล้านบาท ในอีก 2 ปีข้างหน้า สอดคล้องกับผลสำรวจของ ABI Research ที่คาดการณ์ไว้ว่าในปี 2557-2562 จำนวนอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต หรือไอโอทีจะเพิ่มขึ้น 67% ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการเติบโตของอุปกรณ์สมาร์ทโฮมถึง 25% ของจำนวนไอโอทีทั้งหมด โดยอุปกรณ์สมาร์ทโฮมเกี่ยวกับความปลอดภัย และให้พลังงานจะเพิ่มขึ้นมากที่สุด

บรรพต วัฒนสมบัติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี เปิดเผยว่า ถึงตลาดโลกจะเริ่มมีการติดตั้งอุปกรณ์สมาร์ทโฮมทั้งจากผู้บริโภค และเจ้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ แต่ในประเทศไทยยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น เพราะมีผู้บริโภคจำนวนน้อยที่เข้าใจเทคโนโลยีนี้ ประกอบกับอุปกรณ์ต่างๆ ถูกนำเข้ามาเพียงไม่กี่แบรนด์ ถือเป็นโอกาสทางธุรกิจที่สำคัญหากบริษัทบุกเบิกการทำตลาดอุปกรณ์นี้ก่อน จึงตัดสินใจนำสินค้าสมาร์ทโฮม “ยาคอบ เยนเซน” ผู้ผลิตสินค้าสมาร์ทโฮมจากประเทศเดนมาร์ก เข้ามาทำตลาดไทย

“อาร์ทีบีได้รับการแต่งตั้งจากยาคอบ เยนเซน ให้เป็นตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์สมาร์ทโฮมในประเทศไทยเพียงผู้เดียว ประกอบกับปีนี้ผู้บริโภคในประเทศไทยเริ่มคุ้นเคยกับเทคโนโลยีสมาร์ทโฮมบ้างแล้ว เช่น กล้องวงจรปิดระบบไว-ไฟ ดังนั้นการนำสินค้าใหม่เข้ามาจะรับกับตลาดในประเทศไทยที่จะเติบโตอย่างก้าวกระโดด ซึ่งสินค้าของยาคอบ เยนเซน ที่นำเข้ามาจะทำตลาดทั้งผู้บริโภคทั่วไป และองค์กรต่างๆ เช่น โรงแรม และกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงโรงเรียนต่างๆ” บรรพต กล่าว

ทั้งนี้ บริษัทเตรียมวางจำหน่าย Air Quality Monitor หรืออุปกรณ์ตรวจวัดคุณภาพอากาศภายในบ้านแบบพกพา เพราะก่อนหน้านี้มีอุปกรณ์ตรวจสอบสภาพอากาศที่ต้องติดตั้งเท่านั้น ทำให้การนำอุปกรณ์นี้ไปใช้งานทำได้หลากหลายกว่า ที่สำคัญสามารถตรวจวัดฝุ่นละอองได้เล็กสุด 2.5 ไมโครมิเตอร์ ทำให้ตรวจสอบควันบุหรี่ ควันจากการทำอาหาร และความชื้นภายในห้องได้อย่างถูกต้อง โดยน้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 314 กรัม และวางจำหน่ายในเดือน มิ.ย. 2559 ราคา 1.2 หมื่นบาท มองว่าเป็นสินค้าที่จับต้องได้และตลาดมีความต้องการ

อย่างไรก็ตาม การทำตลาดสมาร์ทโฮมของอาร์ทีบีจะมีมากขึ้น ผ่านการนำสินค้าที่หลากหลาย เช่น กล้องวงจรปิดอัจฉริยะ และระบบล็อกประตูแบบดิจิทัล พร้อมกับหาช่องทางจำหน่ายเกี่ยวกับอุปกรณ์ภายในบ้านเข้ามาเสริมตลาดเพิ่มเติม หลังเน้นจำหน่ายกลุ่มสินค้าไอที เช่น ไอสตูดิโอ และเพาเวอร์บาย เป็นต้น โดยปีนี้ตั้งเป้ายอดขายจากกลุ่มสินค้าสมาร์ทดีไวซ์ที่ 10 ล้านบาท ถือเป็นส่วนน้อยเมื่อเทียบกับสินค้าที่บริษัทจำหน่ายอยู่เดิม เช่น หูฟังแบรนด์จาบร้า และอุปกรณ์เสริมไอทีต่างๆ

ทิโมธี ยาคอบ เยนเซน ประธานกรรมการบริหารและหัวหน้าดีไซเนอร์ ยาคอบ เยนเซน กล่าวว่า การเติบโตของการใช้งานเทคโนโลยีต่างๆ ในประเทศไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้โอกาสการทำตลาดอุปกรณ์สมาร์ทโฮมในพื้นที่นี้จะได้ผลตอบรับที่ดี และด้วยแบรนด์ที่มีความนิยมในระดับโลกจึงมีความน่าเชื่อถือในการทำตลาด

สำหรับตลาดอุปกรณ์สมาร์ทโฮมในไทยจะมีตั้งแต่หลอดไฟที่ควบคุมด้วยสมาร์ทโฟน ตู้เย็นที่สามารถแจ้งข้อมูลต่างๆ ไปที่สมาร์ทดีไวซ์ และที่เห็นอย่างแพร่หลายคือกล้องวงจรปิดผ่านระบบไว-ไฟ ที่มีทั้งแบรนด์ท้องถิ่น และแบรนด์ต่างประเทศเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย ส่วนตัวแทนจำหน่ายจะมีทั้งกลุ่มโทรคมนาคม แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำ และผู้ทำตลาดอุปกรณ์เสริมไอทีอยู่เดิม และนอกจากอุปกรณ์ภายในบ้านแล้ว ปัจจุบันยังมีอุปกรณ์ที่ทำให้รถยนต์สามารถแจ้งข้อมูลซ่อมบำรุงไปที่สมาร์ทโฟนได้เช่นกัน แต่ยังมีความนิยมไม่มากเท่าตลาดต่างประเทศ

เมื่อเริ่มมีผู้เล่นรายใหม่ๆ เข้ามาแข่งขัน ตลาดสมาร์ทโฮมก็จะคึกคักยิ่งขึ้นแน่นอน

 

พบ “สตาร์คอน” โซเชียลมีเดียเลียนแบบเฟซบุ๊กโผล่เกาหลีเหนือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

30 พฤษภาคม 2559 เวลา 20:07 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/434728

พบ "สตาร์คอน" โซเชียลมีเดียเลียนแบบเฟซบุ๊กโผล่เกาหลีเหนือ

พบโซเชียลมีเดียเลียนแบบเฟซบุ๊กในเกาหลีเหนือชื่อ “สตาร์คอน” ผู้เชี่ยวชาญตั้งข้อสังเกตเป็นโครงการทดลองของรัฐบาลหรือไม่

ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า ดัก มาโดรี ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์อินเตอร์เน็ตจาก Dyn Research ค้นพบโซเชียลเมีเดียลักษณะคล้ายเฟซบุ๊กในเกาหลีเหนือ ที่มีชื่อว่า “สตาร์คอน” ซึ่งเป็นที่กล่าวขานในเกาหลีเหนือว่า เป็นโซเชียลเน็ตเวิร์กที่ดีที่สุดของเกาหลี” โดยชื่อ สตาร์คอน ถูกตั้งตามผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตของเกาหลีเหนือชื่อ “สตาร์”

รายงานระบุว่า เซิร์ฟเวอร์ของ สตาร์คอน อยู่ในเกาหลีเหนือ และเมื่อลงทะเบียนใช้งานสตาร์คอน ผู้ใช้จะสามารถสร้างโปรไฟล์ โพสต์สเตตัส อัพโหลดรูป แชร์ลิงค์ หรือแชทกับเพื่อนๆ ได้เช่นเดียวกับเฟซบุ๊ก

มาโดรี ระบุว่า ถือเป็นเรื่องแปลกมากที่พบเว็บไซต์ซึ่งใช้เซิร์ฟเวอร์ในเกาหลีเหนือ เนื่องจากเว็บไซต์จำนวนมากในประเทศจะนิยมใช้เซิร์ฟเวอร์จีนมากกว่า พร้อมเสริมว่า ใครบางคนในเกาหลีเหนือน่าจะเป็นคนสร้างโซเชียลมีเดียเลียนแบบนี้ขึ้น และไม่แน่ใจว่า สตาร์คอน เป็นโครงการทดลองของรัฐบาลเกาหลีเหนือหรือไม่

รายงานระบุว่า ไม่มีข้อมูลว่า สตาร์คอน มีจำนวนผู้ใช้งานเท่าไร หรือตั้งขึ้นมาเมื่อใด ขณะที่เฟซบุ๊กยังไม่ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับโซเชียลมีเดียเลียนแบบดังกล่าว

ด้าน เว็บไซต์ พีซี-แท็บเล็ต ที่นำเสนอข่าวเทคโนโลยีรายงานว่า หลังการค้นพบ สตาร์คอน ได้ไม่นาน เว็บไซต์ดังกล่าวก็ถูก “แอนดรู แมคคีน” วัยรุ่นชาวสก็อตแลนด์วัย 18 ปี เจาะระบบจนสามารถเข้าควบคุมเว็บได้ทั้งหมด โดยสามารถลบและระงับบัญชีผู้ใช้งาน เปลี่ยนชื่อเว็บ เซ็นเซอร์คำพูดและรูปภาพต่างๆ รวมถึงมองเห็นอีเมลของผู้ใช้งานทุกคนได้

ทั้งนี้ ประเทศเกาหลีเหนือขึ้นชื่อเรื่องการใช้กฎหมายอินเทอร์เน็ตที่เข้มงวด โดยพลเมืองส่วนใหญ่ไม่สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ แต่การผ่อนปรนกฎหมายดังกล่าวในปี 2016 ทำให้ชาวต่างชาติภายในประเทศสามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้

ที่มา: ซีเอ็นเอ็น

 

ฝรั่งเศสยันไม่เจรจากูเกิล ลุยเก็บภาษีย้อนหลัง1.6พันล้านยูโร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

30 พฤษภาคม 2559 เวลา 07:03 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/434567

ฝรั่งเศสยันไม่เจรจากูเกิล ลุยเก็บภาษีย้อนหลัง1.6พันล้านยูโร

ฝรั่งเศสเดินหน้าสืบการเลี่ยงภาษีของบริษัทสหรัฐ พร้อมขยายการสืบสวนบริษัทอื่นเพิ่ม

มิเชล ซาแปง รัฐมนตรีคลังของฝรั่งเศส ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ส ว่า ฝรั่งเศสจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อจัดการกับบริษัทสหรัฐที่หลบเลี่ยงภาษี พร้อมขยายการตรวจสอบบริษัทต่างชาติจำนวนมากขึ้น หลังการเข้าตรวจค้นสำนักงานใหญ่ของบริษัท กูเกิล และแมคโดนัลด์ในฝรั่งเศส

รอยเตอร์ สรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 พ.ค. ตำรวจฝรั่งเศสตรวจสำนักงานใหญ่ของบริษัท กูเกิล ในกรุงปารีส เพื่อเร่งสอบสวนประเด็นการเลี่ยงภาษีและกระบวนการฟอกเงินเพื่อโกงภาษี โดย ซาแปง เปิดเผยว่า การบุกค้นครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องจากการดำเนินงานของหน่วยงานจัดเก็บภาษีเมื่อ 3-4 ปีก่อนหน้า

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยเมื่อเดือน ก.พ. ว่า รัฐบาลฝรั่งเศสกำลังหาทางเก็บภาษีย้อนหลังจากกูเกิล 1,600 ล้านยูโร (ราว 6.3 หมื่นล้านบาท) ขณะที่ซาแปง กล่าวว่า จะไม่มีการทำข้อตกลงเรื่องภาษีใดๆ กับกูเกิลเช่นเดียวกับอังกฤษและย้ำจุดยืนเรื่องการบังคับใช้กฎหมายของประเทศ

ทั้งนี้ เมื่อเดือน ม.ค. กูเกิลทำข้อตกลงจ่ายภาษีย้อนหลังให้รัฐบาลอังกฤษ 130 ล้านปอนด์ (ราว 6,793 ล้านบาท) ซึ่งก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากพรรคฝ่ายค้าน เนื่องจากตัวเลขภาษีดังกล่าวต่ำเกินไป

รอยเตอร์ส ระบุว่า ในปัจจุบันกูเกิลจ่ายภาษีจำนวนไม่มากนักให้กับเกือบทุกประเทศในยุโรป เนื่องจากบริษัทรายงานยอดขายแทบทั้งหมดในไอร์แลนด์ ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของกูเกิล โดยกูเกิลอาศัยช่องโหว่ของกฎหมายภาษีสากลในการดำเนินการดังกล่าว ขณะที่ให้พนักงานบริษัทในไอร์แลนด์เป็นผู้ปิดการขายทั้งหมด

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 18 พ.ค. ทางการฝรั่งเศสเข้าตรวจค้นสำนักงานใหญ่ของบริษัท แมคโดนัลด์ ในปารีส หลังมีรายงานว่า แมคโดนัลด์เปลี่ยนแปลงข้อมูลบัญชีของบริษัท ซึ่งแจ้งรายได้และผลกำไรในฝรั่งเศสน้อยลงเพื่อลดภาระภาษี

เล็กซ์ปองซิยง นิตยสารธุรกิจของฝรั่งเศสรายงานเมื่อเดือนก่อนหน้า ว่า เจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสส่งใบเรียกเก็บภาษีจากผลกำไรซึ่งค้างชำระอยู่ 300 ล้านยูโร (ราว 1.1 หมื่นล้านบาท) ให้แมคโดนัลด์ เนื่องจากคาดว่าแมคโดนัลด์ถ่ายโอนผลกำไรดังกล่าวไปยังลักเซมเบิร์กและสวิตเซอร์แลนด์    ด้าน กูเกิล ระบุว่า บริษัทปฏิบัติตามกฎหมายของฝรั่งเศสอย่างครบถ้วนขณะที่แมคโดนัลด์ปฏิเสธแสดงความเห็นเกี่ยวกับการตรวจค้น พร้อมกล่าวว่าบริษัทเป็นหนึ่งในบริษัทที่จ่ายภาษีมากที่สุดในฝรั่งเศส

นอกจากกูเกิลและแมคโดนัลด์ บริษัทสหรัฐอื่นๆ อย่างสตาร์บัคส์ กำลังได้รับแรงกดดันมากขึ้นจากรัฐบาลในหลายประเทศยุโรป ซึ่งไม่พอใจที่บริษัทดังกล่าวใช้ข้อได้เปรียบจากการทำธุรกิจทั่วโลกในการลดภาระภาษีให้เหลือน้อยลงที่สุด โดยฝรั่งเศสเป็นหนึ่งในประเทศยุโรปที่มองว่ากลยุทธ์การลดภาระภาษีเป็นการท้าทายอำนาจอธิปไตยของประเทศ

ภาพ…เอเอฟพี

 

เคาะราคา!Samsung Galaxy J5/J7 รุ่นใหม่เริ่มต้น7,900บ.-ขาย1มิ.ย. (มีคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

28 พฤษภาคม 2559 เวลา 12:57 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/434424

เคาะราคา!Samsung Galaxy J5/J7 รุ่นใหม่เริ่มต้น7,900บ.-ขาย1มิ.ย. (มีคลิป)

Samsung เคาะราคา Galaxy J5 และ J7 Version 2 เริ่มต้น7,900บาท ขาย 1 มิ.ย.นี้

เปิดตัวกันไปเมื่อเดือนก่อนที่ต่างประเทศสำหรับสมาร์ทโฟนสเปคแจ่มราคาประหยัดอย่าง Samsung Galaxy J5 และ Samsung Galaxy J7 Version 2 (รุ่นปี 2016) ซึ่งได้มีการอัพเกรดสเปคและวัสดุให้ดูดีขึ้นกว่ารุ่นปีที่แล้ว ล่าสุดได้เคาะราคาขายในไทยแล้วเริ่มต้นอยู่ที่ 7,900 บาท โดยจะเริ่มจำหน่ายวันที่ 1 มิ.ย.นี้

Samsung Galaxy J5 Version 2
– หน้าจอ Super Amoled 5.2 นิ้ว ความละเอียด HD 720p
– ชิปเซ็ต Snapdragon 410 Quad-core 1.2GHz
– แรม 2GB
– ความจุ 16GB (รองรับ Micro-SD สูงสุด 128GB)
– แบตเตอรี่ 3,100 mAh
– กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล f/1.9
– กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล f/1.9
– รองรับ 2 ซิม
– มีให้เลือก 2 สี ดำ/ขาว
– ราคาเปิดตัว 7,900 บาท

 

Samsung Galaxy J7 Version 2
– หน้าจอ Super Amoled 5.5 นิ้ว ความละเอียด HD 720p
– ชิปเซ็ต Exynos 7870 Octa-core 1.6GHz
– แรม 2GB
– ความจุ 16GB (รองรับ Micro-SD สูงสุด 128GB)
– แบตเตอรี่ 3,300 mAh
– กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล f/1.9
– กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล f/1.9
– รองรับ 2 ซิม
– มีให้เลือก 2 สี ดำ/ขาว/ทอง
– ราคาเปิดตัว 8,900 บาท