เปิดโผแบรนด์ประสบความสำเร็จบนโซเชียลมีเดีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

17 พฤษภาคม 2559 เวลา 21:52 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/432489

เปิดโผแบรนด์ประสบความสำเร็จบนโซเชียลมีเดีย

“โธธ โซเชียล” มอบรางวัลแบรนด์-องค์กรที่ประสบความสำเร็จบนโลกออนไลน์และโซเชียลมีเดีย

นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการบริหาร บริษัท โธธ โซเชียล เปิดเผยว่า ได้จัดงาน Thailand Zocial Awards 2016 Presented by AIS 4G ADVANCED มอบรางวัลให้แก่แบรนด์และองค์กรคุณภาพที่โดดเด่นและประสบความสำเร็จบนโลกออนไลน์และโซเชียลมีเดีย โดยตรวจสอบและชี้วัดผลสำเร็จด้วยระบบ Zocial Metric ที่พัฒนาเพื่อเป็นบรรทัดฐานวัดความสำเร็จและคุณภาพบนโซเชียลมีเดีย

สำหรับผู้ได้รับรางวัลแบรนด์ที่ดีที่สุดบนสังคมออนไลน์  The Best Zocial Award ได้แก่ 1.The Best Customer Service on Social Media ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย 2.The Best Online Crisis Management ธนาคารกสิกรไทย 3.The Best Social Media Campaign คนอร์ 4.The Best Branded Content on Social Media บริษัท ซีโอแอล หรือ ออฟฟิศเมท 5.The Best Brand Social Media Viral Campaign บาร์บีคิว พลาซ่า

รางวัล Top Brand on Social Media กลุ่มไอทีและดิจิทัล ได้แก่ ซัมซุง โมบาย กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ คือ แสนสิริ กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม คือ สตาร์บัค กลุ่มรถยนต์คือฟอร์ด กลุ่มผลิตภัณฑ์ส่วนบุคคลและเครื่องสำอางค์คือ ซันซิล กลุ่มธนาคารและธุรกิจการเงิน คือ ธนาคารไทยพาณิชย์ กลุ่มเครื่องดื่ม คือ อิชิตัน รางวัลแบรนด์ที่ได้รับความนิยมที่สุด ได้แก่ แบรนด์ที่ตอบสนองเร็วที่สุดบนพันทิพ คือ เอไอเอส แบรนด์ที่นิยมที่สสุดบนยูทูบ คือ ซัมซุง โมบาย แบรนด์ที่นิยมที่สุดบนไลน์ คือ ปตท แบรนด์ที่นิยมสุดบนเฟซบุคคือ อิชิตัน แบรนด์ที่นิยมสูงสุดบนอินสตาแกรมคือ เครื่องสำอางบ็อบบี้ บราวน์ แบรนด์ยอดนิยมที่สุดบนทวิตเตอร์ คือ เอพี(ไทยแลนด์)

นายกล้า ตั้งสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โธธ โซเชียล กล่าวว่า กับดักสำคัญที่ทำให้แบรนด์ใช้สื่อออนไลน์ไม่ประสบความสำเร็จมี 4 ข้อ คือ 1.ช้าเกินไปในการตอบสนองต่อความคิดเห็นและความอยากได้ของลูกค้า 2.มองผลลัพธ์การใช้สื่อออนไลน์ในมุมตื้นเกินไป เช่น วัดจากแค่เพจวิว ยอดคนเข้าชม ยอดคนคลิก ไม่ได้มองลึกไปถึงการตอบสนองทางอารมณ์ 3.ดื้อดึง มีทัศนคติที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงไปจากความคิดเดิมๆ ทั้งที่สื่อออนไลน์เป็นวงการที่เปลี่ยนแปลงเร็วที่สุดเทียบอุตสาหกรรมอื่นจึงทำให้ไม่ประสบความสำเร็จในการวางแผนใช้สื่อออนไลน์ เช่น ดูแค่ไลค์มากๆ วัดผลเท่านั้นทำให้วางกลยุทธ์ใช้งบออนไลน์ผิด และ 4.ชื่นชมตัวเองบนสังคมออนไลน์ โดยจ้างคนอื่นให้พูดเฉพาะด้านดีของแบรนด์ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดดราม่าของแบรนด์ตามมาบนสังคมออนไลน์

 

“ทรู” ไม่เข้าร่วมประมูลคลื่น 900 MHz รอบสอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

17 พฤษภาคม 2559 เวลา 13:49 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/432357

"ทรู" ไม่เข้าร่วมประมูลคลื่น 900 MHz รอบสอง

“บอร์ดทรู” มีมติไม่เข้าร่วมประมูลคลื่น 900 MHz รอบสอง มั่นใจมีคลื่นเพียงพอ มีความจุสูงที่สุด และครบทุกคลื่น

ที่ประชุมคณะกรรมการ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น เมื่อวันที่ 16 พ.ค. 2559 มีมติไม่เข้าประมูลคลื่น 900 MHz รอบสอง ทั้งนี้เห็นว่าทรูมีคลื่นเพียงพออยู่แล้ว ซึ่งมีความจุสูงถึง 55 MHz อีกทั้งมีความครอบคลุมครบทุกคลื่น ทั้งคลื่น 900 2100 1800 MHz เเละ 850 MHz (ภายใต้ กสท.) ที่จะสามารถใช้ได้กับเครื่องมือถือทุกระบบ

“ทรูจะนำคลื่นส่วนใหญ่ที่มี ใช้ในการรองรับ 4G เพื่อเสริมสร้างศักยภาพเเละมาตรฐาน ความเป็นผู้นำ 4G ที่ดีที่สุดสำหรับคนไทย อีกทั้งการไม่เข้าร่วมประมูลในรอบนี้ จะสะท้อนความตั้งใจที่จะเปิดโอกาสให้เกิดการแข่งขันเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้บริโภค”บริษัททรูฯระบุ

 

งานเข้า!อัพเดท iOS9.3.2 ทำiPad Pro 9.7นิ้วใช้งานไม่ได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

17 พฤษภาคม 2559 เวลา 11:44 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/432329

งานเข้า!อัพเดท iOS9.3.2 ทำiPad Pro 9.7นิ้วใช้งานไม่ได้

ผู้ใช้ iPad Pro 9.7นิ้วโวย อัพเดท iOS9.3.2 แล้วใช้งานไม่ได้

หลังจากทาง’แอปเปิล’เพิ่งปล่อยอัพเดทให้กับอุปกรณ์ระบบปฏิบัติการ iOS ออกมาหมาดๆ เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา ก็เสียงโวยวายจากลูกค้าจำนวนหนึ่งกันเสียแล้วว่าอัพเดทดังกล่าวนั้นทำให้ iPad Pro รุ่นหน้าจอ 9.7 นิ้วใช้การไม่ได้

ผู้ใช้งาน iPad Pro รุ่น 9.7 นิ้วต่างออกมาแสดงความไม่พอใจผ่านเว็บไซต์ MacRumors และบน Twitter ว่าเกิดปัญหา Error 56 ทำให้ไม่สามารถใช้งานได้และขึ้นหน้าจอให้ทำการเชื่อมต่อผ่าน iTuned เท่านั้น ซึ่งผู้ใช้งานบางรายก็ลองแก้ปัญหาด้วยการ Restore ผ่าน iTunes แต่ก็ไม่เป็นผล

ทั้งนี้ทางหน้าเว็บไซต์’แอปเปิล’ได้ระบุว่าเป็นข้อผิดพลาดเกี่ยวกับฮาร์ดแวร์ โดยแนะนำให้แก่ปัญหาด้วยการอัพเดท iTunes เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด และตรวจสอบว่ามีแอพฯ ด้านความปลอดภัยอื่นๆ ในเครื่องหรือไม่ จากนั้นลองลอง Restore อีกครั้ง หากยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ให้ติดต่อขอความช่วยเหลือจากทาง’แอปเปิล’

รายงานระบุว่า พบผู้ประสบปัญหาดังกล่าวจำนวนไม่น้อย และดูเหมือนว่าอีกไม่นานทาง’แอปเปิล’คงต้องปล่อยอัพเดทเวอร์ชั่นใหม่ออกมาแก้ไขเร็วๆ นี้

เอาเป็นว่าใครที่ใช้ iPad Pro รุ่น 9.7 นิ้วก็ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งรีบอัพเดทจะดีที่สุดนะจ๊ะ…

ที่มา macrumors

 

ยื่นซอง18พ.ค.เอไอเอสลุย900 ทรูยังแทงกั๊ก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

17 พฤษภาคม 2559 เวลา 08:44 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/432295

ยื่นซอง18พ.ค.เอไอเอสลุย900 ทรูยังแทงกั๊ก

ยื่นประมูลคลื่น 900 วันที่ 18 พ.ค.นี้ เอไอเอสลุย ด้านทรูชี้บอร์ดตัดสินใจแล้ว

แหล่งข่าวจากบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส เปิดเผยถึงการยื่นซองประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ ที่เหลือ 1 ใบอนุญาต ในวันที่ 18 พ.ค.นี้ ว่า บริษัทคงเข้ายื่นประมูลและสนใจประมูล ที่ผ่านมาผู้บริหารมีการประชุมวางแผนประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ ครั้งนี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง การประมูลคงไม่มีปัญหา

แหล่งข่าวจากทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า ล่าสุดมีการประชุมคณะกรรมการบริหาร (บอร์ด) แล้ว เพื่อตัดสินใจและสรุปกรณีการประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ แต่ทางบอร์ดยังไม่มีการแจ้งผลการประชุม ทำให้ไม่ทราบว่าสรุปแล้วทรูจะเข้าประมูลอีกครั้งหรือไม่

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีเอกชนที่ขอรับเอกสารการประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ รายใดติดต่อมายัง กสทช. ว่าจะยื่นซองประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ ในวันที่ 18 พ.ค. และประมูลวันที่ 27 พ.ค.นี้

สำหรับบริษัทที่รับเอกสารประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ ขณะนี้มี 2 บริษัท คือ บริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอม มิวนิเคชั่น หรือ TUC และบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค หรือ AWN

 

กูเกิลอ่วมยุโรปปรับ1.2แสนล.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

17 พฤษภาคม 2559 เวลา 08:09 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/432289

กูเกิลอ่วมยุโรปปรับ1.2แสนล.

ยุโรปเตรียมสั่งปรับกูเกิลครั้งใหญ่ 1.2 แสนล้าน ฐานใส่ข้อมูลสืบค้นเอื้อบริษัทช็อปปิ้งของตนเอง

หนังสือพิมพ์เทเลกราฟ ในอังกฤษ รายงานว่า บริษัทเสิร์ชเอนจิ้นรายใหญ่ของโลก กูเกิล อิงค์ จะถูกคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ลงโทษปรับเป็นเงินสูงสุดเท่าที่เคยมีมาถึงราว 3,000 ล้านยูโร (ราว 1.2 แสนล้านบาท) จากความผิดฐานลงข้อมูลที่เน้นเอื้อประโยชน์ให้ตนเองบนเว็บไซต์เสิร์ชเอนจิ้นกูเกิล จนทำให้บริษัทคู่แข่งได้รับความเสียหาย

รายงานระบุว่า อีซีได้ฟ้องกูเกิลมาตั้งแต่ปี 2011 ว่ากูเกิลลงข้อมูลที่ส่งเสริมบริการซื้อขายสินค้าในเครือของบริษัทตนเองตามหน้าเพจการสืบค้นต่างๆ ในเว็บเสิร์ชเอนจิ้น ส่งผลให้บริษัทคู่แข่ง เสียเปรียบ ทว่าทางฝั่งอีซีและกูเกิลไม่สามารถเจรจายอมความกันได้ตลอดช่วง 6 ปีที่ผ่านมา

นอกจากจะถูกปรับเป็นจำนวนเงิน ดังกล่าวแล้ว กูเกิลยังจะถูกห้ามตบแต่งข้อมูลการสืบค้นเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ฝ่ายตนเอง และบีบบริษัทคู่แข่งอื่นๆ ในเว็บเสิร์ชเอนจิ้นของกูเกิลด้วย โดยเป็นที่คาดว่าอีซีจะประกาศผลการตัดสินดังกล่าวอย่างเร็วที่สุดในช่วงต้นเดือนหน้า

ทั้งนี้ อีซีสามารถสั่งปรับบริษัทเอกชนที่กระทำความผิดเป็นวงเงินได้สูงสุดถึง 10% ของยอดขายต่อปี ซึ่งในกรณีของกูเกิลนั้น อาจถูกปรับได้สูงสุดถึงกว่า 6,000 ล้านยูโร (ราว 2.4 แสนล้านบาท)

ก่อนหน้านี้ บริษัท อินเทล ผู้ผลิตชิปคอมพิวเตอร์รายใหญ่ที่สุดในโลกจากสหรัฐ เคยถูกอีซีสั่งลงโทษเป็นเงินปรับมาแล้ว 1,100 ล้านยูโร (ราว 4.4 หมื่นล้านบาท) จากฐานความผิดที่เกี่ยวกับการผูกขาดทางธุรกิจ

ภาพเอเอฟพี

 

“แรนซัมแวร์” อาละวาดหนัก องค์กรเสี่ยงถูกเรียกค่าไถ่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

16 พฤษภาคม 2559 เวลา 11:56 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/432114

"แรนซัมแวร์" อาละวาดหนัก องค์กรเสี่ยงถูกเรียกค่าไถ่

โดย…ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

ภัยคุกคามที่เรียกว่า แรนซัมแวร์ (Ransomware) กลับมาระบาดหนักในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา จากรายงาน “IT Threat Evolution In Q1 2016” ของแคสเปอร์สกี้ แลป ชี้ให้เห็นว่า ผู้เชี่ยวชาญได้ตรวจพบแรนซัมแวร์ใหม่เพิ่ม 2,900 รายการ คิดเป็น 14% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และยังมีการโจมตีต่อเนื่องถึง 3.72 แสนครั้ง ส่วนใหญ่เป็นภาคธุรกิจถึง 17% ส่วนผู้ใช้งานทั่วไปเพิ่มขึ้นถึง 30%

หลังจากที่การแพร่กระจายของการโจมตีข้อมูลในรูปแบบเรียกค่าไถ่ หรือแรนซัมแวร์ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในปี 2558 เนื่องจากการโจมตีแบบนี้สามารถสร้างรายได้ให้เหล่าแฮ็กเกอร์จำนวนมาก ทำให้ไตรมาสแรกของปี 2559 การเติบโตของแรนซัมแวร์ตัวใหม่เพิ่มขึ้น 2,900 ตัว หรือมากกว่าไตรมาสก่อน 14%

อเล็กซ์ กอสเตฟ หัวหน้าผู้เชี่ยวชาญด้านซิเคียวริตี้ ทีมวิเคราะห์และวิจัย (Global Research and Analysis Team – GReAT) แคสเปอร์สกี้ แลป กล่าวว่า การโจมตีของแรนซัมแวร์ในไตรมาสแรกของปี 2559 มีถึง 3.7 แสนครั้ง และ 17% ของจำนวนนี้มีกลุ่มเป้าหมายเป็นองค์กรต่างๆ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนถึง 30% โดย Locky คือ แรมซัมแวร์ที่แพร่กระจายมากที่สุด หรือกระจายตัวใน 114 ประเทศทั่วโลก นอกจากนี้ Petya ยังเป็นแรนซัมแวร์อีกตัวที่อันตราย เพราะสามารถเข้ารหัสข้อมูล และเขียนทับข้อมูลใหม่ทั้งหมด ทำให้ผู้ใช้เปิดใช้งานเครื่องไม่ได้

“เหตุผลสำคัญที่ทำให้แรนซัมแวร์ระบาดหนัก ก็คือ อาชญากรไซเบอร์ใช้ประโยชน์จากรูปแบบการทำธุรกิจที่เรียบง่าย เมื่อแรนซัมแวร์เข้าถึงระบบของผู้ใช้ การกำจัดแรนซัมแวร์ก็มักจะต้องสูญเสียข้อมูลส่วนบุคคลไปด้วย นอกจากนี้การเรียกร้องให้จ่ายค่าไถ่ด้วยเงินบิตคอยน์ก็ทำให้ตามจับตัวได้ยาก จึงเป็นวิธีการที่โจรไซเบอร์ใช้กันมาก อีกกระแสภัยคุกคามหนึ่งที่มาแรง คือ ธุรกิจ Ransomware-as-a-Service (RaaS) ที่โจรไซเบอร์สามารถจ่ายเงินเพื่อซื้อแรนซัมแวร์และตั้งเรตค่าไถ่จากผู้ใช้งานที่ถูกโจมตีได้”

ทั้งนี้ ในไตรมาสแรกของปี 2559 แคสเปอร์สกี้ แลป ตรวจพบแรนซัมแวร์สูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ Teslacrypt (58.4%) CTB-Locker (23.5%) และ Cryptowall (3.4%) ซึ่งทั้ง 3 รายการแพร่กระจายผ่านอีเมลสแปมพร้อมไฟล์แนบหรือเว็บลิงก์ไปยังเพจอันตราย โดยประเทศจีนเป็นประเทศที่ถูกโจมตีด้วยภัยคุกคามโมบายมากที่สุด คิดเป็น 40% รองลงมาคือบังกลาเทศ 28% และอุซเบกิสถาน 21% ส่วนประเทศที่ปลอดภัยที่สุด คือ ไต้หวัน 2.9% ออสเตรเลีย 2.7% และญี่ปุ่น 0.9%

ขณะเดียวกันผู้บริโภคและองค์กรต่างๆ ยังเชื่อว่า แรนซัมแวร์เป็นภัยคุกคามที่ต่อกรไม่ได้ ประกอบกับไม่มีข้อมูลความรู้เกี่ยวกับมาตรการต้านเทคโนโลยีที่จะสามารถช่วยป้องกันการติดเชื้อของไฟล์ หรือระบบคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้การละเลยกฎพื้นฐานด้านความปลอดภัยไอที ก็เป็นการเอื้อประโยชน์ให้โจรไซเบอร์ ที่สำคัญช่องโหว่ของโปรแกรม Adobe Flash, Internet Explorer และ Java ทำให้แฮ็กเกอร์สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น จนอุปกรณ์พกพามีโอกาสถูกโจมตีสูง เพราะไตรมาสแรกมีแรนซัมแวร์บนแพลตฟอร์มนี้ 2,895 ตัว เพิ่มขึ้น 1.4 เท่าจากไตรมาสก่อน

“ไม่ใช่แค่แรนซัมแวร์ที่เข้ามาโจมตีอุปกรณ์โมบายมากขึ้น แต่ในไตรมาสแรกของปีนี้ยังมีแอดแวร์ (Adware) ที่ตอนนี้แคสเปอร์สกี้ค้นพบการโจมตีมากถึง 42.7% เพิ่มขึ้น 13% จากไตรมาสก่อน รวมถึงโทรจัน (Trojan) ที่มีถึง 4,146 รายการ เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนถึง 1.7 เท่า โดยส่วนใหญ่มาจากเอสเอ็มเอส”

การโจมตีของมัลแวร์ทั้งหมดในไตรมาสแรก มี 228 ล้านครั้ง บนคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์พกพา โดยผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 21.2% มีความเสี่ยงโดนโจมตีผ่านเว็บไซต์อย่างน้อย 1 ครั้ง ทำให้องค์กรหรือ ผู้ใช้งานทั่วไปควรเร่งหาระบบรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม และเข้าถึงการป้องกันแรนซัมแวร์ได้อย่างแท้จริง เพื่อลดความเสี่ยงจากการเข้าถึงฐานข้อมูลของผู้ที่ไม่น่าไว้ใจ

 

กำเนิด4อาชีพใหม่ไอที

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

16 พฤษภาคม 2559 เวลา 11:49 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/432113

กำเนิด4อาชีพใหม่ไอที

โดย…พงศ์วุฒิ ไพรไพศาลกิจ

วงรอบของเทคโนโลยีในปีนี้ ถือว่ามีการเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ๆ เกิดขึ้นอย่างว่องไวภายในระยะเวลาอันสั้น ทำให้เราจะได้เห็นเทคโนโลยีหลายๆ ชนิด ได้เติบโตและออกสู่ตลาดมากขึ้น ดังนั้นอัตราการเปลี่ยนแปลงของบุคลากรในสาขาวิชาชีพ IT ก็ได้มีการวิวัฒนาการตามเทคโนโลยีออกไปเพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกัน และแน่นอนว่าบุคลากรในสายอาชีพใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นก็จะมีความสำคัญต่อองค์กร ยิ่งถ้าหากองค์กรใดที่ไหวตัวตามเทคโนโลยีทัน ก็คงจะเป็นประโยชน์ต่อองค์กรได้ไม่น้อย โดยแน่นอนว่าในปีนี้เราจะได้เห็น 4 สายอาชีพใหม่ ที่จะเกิดขึ้นในวงการ IT ต่อไปนี้อย่างแน่นอน

Machine Learning Specialist

กระแสความตื่นตัวของสายอาชีพนี้มีสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจากการที่ Google ได้ออก Intelligent Solution ในนาม AlphaGo ออกมาและทำการแข่งขันชนะแชมป์การแข่งขันโกะของโลก ทำให้เกิดกระแสคำว่า Machine Learning มากขึ้นในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่าองค์กรต่างๆ เริ่มหันมาหาวิธีการทำให้ Machine Learning เกิดขึ้นได้จริงในองค์กร ซึ่งจะช่วยให้องค์กรเองมี Intelligent Platform ในการช่วยงานองค์กรได้อย่างชาญฉลาดมากขึ้นนั่นเอง ดังนั้นจึงไม่แปลกที่สายอาชีพนี้จะเริ่มได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในปีนี้อย่างแน่นอน

Cyber security incident responder

อีกหนึ่งกลุ่มของสายอาชีพที่ติดลมบนอยู่ในโผ ก็จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก Cyber Security ซึ่งจะเป็นแนวการหาผู้เชี่ยวชาญ มาทำการวิเคราะห์ระบบขององค์กรว่าจุดใดที่มีช่องโหว่ และมีความสามารถในการปิดช่องโหว่เหล่านั้น รวมถึงแนะนำและศึกษาช่องโหว่ใหม่ๆ เพื่ออุดรูรั่วขององค์กรได้ แต่ในกลุ่มของสายอาชีพนี้ก็ยังมีแยกเป็นแขนงย่อยๆ ลงไปอีกหลายศาสตร์ นอกจากการป้องกันสำหรับบางองค์กรแล้ว จะต้องสามารถหาแนวทางการรับมือแบบฉุกเฉินหากเกิดเหตุที่ไม่คาดคิดจากภัย Cyber ได้ ซึ่งถือว่าเป็นภารกิจที่อยู่เหนือการเป็น Cyber Security ทั่วไปอีกขั้นหนึ่ง

Internet of things architect/specialist

หากเราจะเป็นคนหนึ่งที่สามารถล่วงรู้และเข้าใจได้ว่าอุปกรณ์ทั่วโลกสามารถต่อกันได้อย่างไร และต่อไปในอนาคตยังสามารถเข้าใจได้ว่าจะต้องทำอย่างไรที่จะทำให้อุปกรณ์ที่มีการใช้งานเพิ่มขึ้นในองค์กร หรือความเหมาะสมกับการนำอุปกรณ์ IOT มาใช้งานในองค์กร เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ก็คงจะเท่ไม่น้อย ซึ่งวันนี้หากจะพูดไปแล้ว ประเทศไทยก็ยังมีคนที่เข้าใจระบบของ IOT แบบลึกซึ้งน้อยถึงน้อยมากๆ ดังนั้นการเข้ามาของ IOT ต่อจากวันนี้ไปจึงจะทำให้สายอาชีพนี้มีความต้องการสูงขึ้นเป็นเงาตามตัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ฟันธง!!!

Virtual reality engineer

อีกสายอาชีพหนึ่งที่ดูเหมือนจะถูกลืมไปจากเทคโนโลยีที่สำคัญมากๆ อย่างหนึ่งของโลก คือ VR Engineer ซึ่งทั่วไปคงจะเข้าใจว่าการทำงานในสายอาชีพนี้ เพียงเข้าใจระบบการทำภาพแบบ 3D หรือ 4D และคนส่วนมากก็จะยังเข้าใจว่า VR หรือ Virtual Reality นั้น ส่วนมากจะใช้กับการออกแบบเกมหรือภาพยนตร์เพียงเท่านั้น แต่หากจะพูดถึงความสำคัญจริงๆ แล้วนั้นการใช้เทคโนโลยี VR นั้นมีส่วนช่วยให้การทำธุรกิจหลายๆ อย่างมีความสมบูรณ์มากขึ้น เช่น ธุรกิจการบินที่จะสามารถจำลองสถานการณ์การบินจากระบบดังกล่าวได้ โดยใช้ค่าใช้จ่ายเพียงไม่มาก หรือการก่อสร้างก็สามารถทำ Virtual Presentation ให้กับเจ้าของโครงการ เพื่อนำเสนองานในรูปแบบที่ลูกค้าได้รับประสบการณ์ ก่อนการใช้งานจริงได้ ซึ่งก็คงจะสร้างความประทับใจให้กับการขายได้อย่างไม่ยากนัก

ภาพจาก www.futuristspeaker.com

 

โซนี่จดสิทธิบัตรคอนแทคเลนส์ถ่ายภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

15 พฤษภาคม 2559 เวลา 11:46 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/432046

โซนี่จดสิทธิบัตรคอนแทคเลนส์ถ่ายภาพ

โซนี่จดสิทธิบัตรคอนแทคเลนส์ถ่ายภาพ-บันทึกวิดีโอ ด้วยการกะพริบตา

เทคโนโลยีบันทึกภาพด้วยตาไม่ใช่แค่จินตนาการในภาพยนตร์สายลับอย่าง มิชชั่น อิมพอสซิเบิ้ล 5 เท่านั้น

เมื่อล่าสุด โซนี่ ค่ายเทคโนโลยีรายใหญ่ จดสิทธิบัตรคอนแทคเลนส์ถ่ายภาพ หรือแม้กระทั่งบันทึกวิดีโอได้เพียงกะพริบตาเท่านั้น โดยผิวสัมผัสของเลนส์จะมีการติดตั้งเซนเซอร์เพื่อจับภาพโดยใช้ตัวคอนแทคเลนส์เป็นเลนส์ถ่ายภาพ แผงควบคุมคำสั่งการใช้งานผ่านการกรอกตา และแผงส่งสัญญาณไร้สายไปยังอุปกรณ์อื่น

หลักการทำงานของคอนแทคเลนส์ถ่ายภาพก็ไม่ซับซ้อนอย่างที่คิด โดยคอนแทคเลนส์อัจฉริยะนี้จะเริ่มทำงานเมื่อตรวจพบการเคลื่อนไหวของลูกตา ส่วนการบันทึกภาพจะเริ่มจากการเพ่งสายตาไปยังวัตถุ หรือจุดที่ต้องการบันทึก จากนั้นแค่กะพริบตาเพื่อกดชัตเตอร์ถ่ายภาพ หลังจากนั้นภาพที่บันทึกไว้จะถูกส่งผ่านสัญญาณไร้สายไปยังอุปกรณ์อื่น เช่น คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ที่เชื่อมต่อกับคอนแทคเลนส์ นอกจากนี้ตัวเลนส์ยังสามารถซูมภาพเข้าและออกได้เหมือนกล้องถ่ายภาพปกติ สามารถตั้งค่ารูรับแสงได้ผ่านการกรอกสายตา

ทั้งนี้ โซนี่ ระบุว่า คอนแทคเลนส์อัจฉริยะดังกล่าวมีขนาดที่บางเฉียบเท่าคอนแทคเลนส์ปกติ  จึงตัดปัญหาเรื่องการใช้งานออกไปได้เลย

อย่างไรก็ดี โซนี่ไม่ใช่รายแรกที่เริ่มพัฒนาเทคโนโลยีคอนแทคเลนส์ โดยก่อนหน้านี้ ซัมซุง บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่จากเกาหลีใต้ เคยจดสิทธิบัตรคอนแทคเลนส์ที่มีการทำงานในลักษณะเดียวกันนี้มาก่อน และในปี 2014 กูเกิลยักษ์ใหญ่แห่งวงการเทคโนโลยี ก็เคยประกาศพัฒนาคอนแทคเลนส์ที่สามารถตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดได้

แม้การพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับดวงตาจะสะท้อนถึงการพัฒนาทางเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า ทว่ากลับก่อให้เกิดความกังวลถึงความเป็นส่วนตัว โดยซีเอ็นเอ็นระบุว่า หากมีการใช้งานคอนแทคเลนส์ถ่ายภาพในชีวิตประจำวัน อาจเกิดการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลด้วยการบันทึกภาพอย่างลับๆ หรือแม้กระทั่งการโกงข้อสอบ

 

สุภิญญาเสนอบอร์ดกสท.ถกวันยุติทีวีออกอากาศคู่ขนาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

15 พฤษภาคม 2559 เวลา 09:35 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/432038

สุภิญญาเสนอบอร์ดกสท.ถกวันยุติทีวีออกอากาศคู่ขนาน

สุภิญญาเสนอถกวันยุติคู่ขนานแอนะล็อกและสัดส่วนค่าธรรมเนียมช่องดิจิตอลต่อประเด็น สตง. พร้อมหารือ7 ช่องดิจิตอลยื่นขอเลื่อนจ่ายงวดสามก่อนเดดไลน์

น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) ครั้งที่ 15/2559  วันจันทร์ที่ 16 พฤษภาคม นี้ มีวาระประชุมน่าจับตา ได้แก่ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)ตรวจขอให้ดำเนินการทบทวนมติที่ประชุม กสท. ครั้งที่ 43/57 และมติที่เกี่ยวข้อง จากกรณีช่อง 33 HD ดิจิตอล ของ บ.บีอีซี มัลติมีเดีย จำกัด ได้นำ ช่อง 3 แอนะล็อกของ บ.บางกอก เอ็นเตอร์เทนเมนต์ จำกัด มาออกอากาศในเวลาเดียวกัน ตามวัตถุประสงค์เปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิตอล รวมทั้งเป็นไปตามเจตนารมณ์และวัตถุประสงค์ในการทำบันทึกข้อตกลงคดีปกครองของบริษัทบางกอกฯยื่นฟ้อง

น.ส.สุภิญญากล่าวว่า ข้อสังเกตจาก สตง. เป็นเรื่องเดิมที่สำนักงานเสนอเป็นวาระเพื่อทราบ เพราะ สตง. คงเข้าใจคลาดเคลื่อนในแง่ข้อกฎหมายที่มีข้อยุติไปแล้วที่ศาลปกครองโดยไม่มีคู่กรณีใดโต้แย้ง แม้ช่วงแรกทางบีอีซีมัลติมีเดียเองไม่ยินยอมที่จะออกอากาศแบบคู่ขนานเพราะเขาต้องการคงสิทธิ์ 4 ช่องบนดาวเทียม จนในที่สุดทางเครือบีอีซีก็ได้ยินยอมเอง  ส่วน กสท. ไม่ได้อนุญาตให้ช่อง 33 HD เช่าเวลาจากช่อง 3 แอนะล็อก แต่ทางบีอีซีได้ยืนยันลิขสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของคอนเทนท์หรือรายการทั้งหมดตามผังที่เสนอต่อ กสท. ซึ่งเป็นผังเดียวกับทางช่อง 3 แอนะล็อก

ทั้งนี้ เหตุผลที่ กสท. เห็นชอบให้มีการออกอากาศในผังรายการเดียวกันได้ของ 6 ช่องแอนะล็อกทั้งหมดกับช่องดิจิตอลก็เพื่อประโยชน์การเปลี่ยนผ่านของทีวีดิจิตอลภาคพื้นดินในช่วง 4 ปีแรกที่การวางโครงข่ายยังไม่ครอบคลุมร้อยละ 95 ตามแผน

น.ส.สุภิญญากล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ว่าการออกอากาศแบบใช้ผังเดียวกันคู่ขนานจะทำได้ไม่ขัดกฎหมายแต่อย่างใด  แต่เมื่อมีข้อสังเกตมาจากทาง สตง. จึงจะเสนอบอร์ด กสท. ให้พิจารณาเพิ่มเติม 2 ข้อ คือ

1.ขอให้ กสท. กำหนดวันเวลาสิ้นสุดของการให้ช่อง 3 และช่องแอนะล็อกทั้งหมด (5-7-9-11-ไทยพีบีเอส) ยุติการออกอากาศผังคู่ขนานในปี 2561 หลังการวางโครงข่ายภาคพื้นดินจะครอบคลุมทั่วประเทศตามแผนแล้ว ดังนั้นถ้าช่องใดจะออกอากาศแบบแอนะล็อกต่อไปหลังปี 2561 ก็ควรแยกผังรายการออกจากช่องดิจิตอล เพราะไม่มีเหตุผลใดจะอนุญาตให้ออกผังคู่ขนานไปเรื่อยๆ ซึ่งจะเกิดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขันในระยะยาว เพราะรายได้รวมจากช่องแอนะล็อกไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมกำกับดูแลรายปีให้รัฐ

2. กสท. ควรกำหนดสัดส่วนการจ่ายค่าธรรมเนียมของช่องแอนะล็อกและช่องดิจิตอลให้เกิดความชัดเจนตามรายได้ที่เกิดขึ้นตามสัดส่วนการเข้าถึงของคนดู (โดยนับคนดูผ่านดาวเทียมเป็นใบอนุญาตแบบดิจิตอลตามกฎ) เพราะถ้า กสท. เสียงข้างมาก ปล่อยให้ช่อง 3-7-9 กำหนดสัดส่วนรายได้ช่องแอนะล็อกเองแบบที่ผ่านมา ทำให้เกิดต้นทุนที่ต่ำกว่าความเป็นจริง และจะไม่เป็นธรรมกับช่องใหม่ที่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเต็มอัตรา

“ส่วนตัวจะทำบันทึกถึง สตง. ให้ตรวจสอบกรณีที่ กสทช. ละเว้นไม่กำหนดสัดส่วนการคำนวณอัตราค่าธรรมเนียมของช่องแอนะล็อกที่ออกคู่ขนานดิจิตอล ทำให้การจ่ายค่าธรรมเนียมเข้ารัฐต่ำกว้าที่ควรจะเป็น ซึ่งอาจทำให้รัฐเสียหายได้ และทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมกับรายอื่นๆ ตามที่ตนเองเคยได้ทำความเห็นแย้งไปแล้ว”น.ส.สุภิญญา กล่าว

นอกจากนี้มีวาระน่าติดตาม  ได้แก่ การขอผ่อนผันการชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่งวดที่ 3 ของผู้รับใบอนุญาต 7 ราย วาระการออกร่างประกาศ เรื่องค่าธรรมเนียมอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ ฉบับที่ 2 พ.ศ. … วาระเรื่องร้องเรียนการออกอากาศรายการ “แรงชัดจัดเต็ม” ทางช่องไบร์ท ทีวีอาจมีเนื้อหาไม่เหมาะสม วาระการขอใช้สิ่งอำนายความสะดวกระบบสำรองเป็นการชั่วคราวเพื่อติดตั้งสถานีวิทยุคมนาคมสำหรับการวางโครงข่ายทีวีดิจิตอล และวาระอื่นๆ ติดตามการประชุมในวันจันทร์นี้

 

ต้องโหลด!Google Translateเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ คลิกปุ๊บ-แปลปั๊บ (คลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

14 พฤษภาคม 2559 เวลา 12:48 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/431934

ต้องโหลด!Google Translateเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ คลิกปุ๊บ-แปลปั๊บ (คลิป)

Google Translate เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ Tap to Translate บนสมาร์ทโฟน Andriod คลิกปุ๊บ-แปลปั๊บ

เคยใช่ไหมเวลาคุยแชทกับชาวต่างชาติหรือเข้าเว็บไซต์แล้วไม่เข้าใจคำศัพท์แปลกๆ และต้องรีบเปลี่ยนหน้าไปเปิดแอพฯ เพื่อแปลภาษาให้วุ่นวาย ล่าสุดทาง Google Translate ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ให้เราไม่ต้องเปลี่ยนหน้าเข้าแอพฯ ให้ยุ่งยากอีกต่อไป เพียงแค่แตะนิดเดียวก็จะแปลภาษาให้เราอย่างรวดเร็ว

ฟีเจอร์ดังกล่าวมีชื่อว่า Tap to Translate สามารถใช้งานง่ายๆ เพียงแค่แตะค้างไปที่ศัพท์ที่เราอยากแปลแล้วกด Copy เท่านี้ก็จะมีบอลลูน Pop-Up ของ Google Translate ขึ้นมา หากเราแตะไอคอนนั้นก็จะแปลภาษาออกมาให้เราเสร็จสรรพ

นอกจากฟีเจอร์เด็ดๆ นี้ Google Translate ลดขนาดไฟล์ Offline ลงจากเดิมกว่า 90% ด้วย

ฟีเจอร์ได้เปิดให้ผู้ใช้แอนดรอยด์ทุกๆ คนสามารถดาวน์โหลดและกดอัพเดทกันได้แล้วผ่าน Google Play หากใครหาไม่เจอก็สามารถกดดาวน์โหลดได้ที่ https://play.google.com/store/apps/details?id=com.google.android.apps.translate&hl=th