ทีวีดิจิทัลรุกหนัก “มัลติสกรีน” ขยายฐานผู้ชมปูทางสร้างรายได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

28 เมษายน 2559 เวลา 14:06 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/429063

ทีวีดิจิทัลรุกหนัก "มัลติสกรีน" ขยายฐานผู้ชมปูทางสร้างรายได้

โดย…จะเรียม สำรวจ

จากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาเสพติดเทคโนโลยีมากขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลต้องหันมาให้ความสำคัญกับการทำตลาดมัลติสกรีนควบคู่ไปกับหน้าจอหลัก เพื่อให้การทำตลาดครอบคลุมความต้องของผู้บริโภค เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคเริ่มหันมาดูรายการทีวีต่างๆ ผ่านหน้าจออื่นๆ (เซคกันสกรีน) มากขึ้น เพราะสามารถดูรายการต่างๆ ได้ทุกที่ทุกเวลา

แนวโน้มที่เกิดขึ้นส่งผลให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลต้องใช้งบลงทุนส่วนหนึ่งไปกับการพัฒนาเว็บไซต์ หรือแอพพลิเคชั่น เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภคที่ต้องการรับชมรายการทีวีผ่านหน้าจอมือถือ แท็บเล็ต หรือหน้าจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าวนอกจากจะมีประสิทธิภาพในด้านของการขยายฐานผู้ชมได้แล้ว ในอนาคตยังถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการหารายได้เสริมหน้าจอทีวี

มานะ ตรีรยาภิวัฒน์ คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ออนไลน์ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ผู้ประกอบการต้องเลือกที่จะนำมาทำการตลาด เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนโดยเฉพาะคนเมืองรุ่นใหม่ เพราะกลุ่มคนดังกล่าวจะไม่ดูรายการทีวีผ่านหน้าจอทีวีแล้ว ดังนั้นการทำตลาดผ่านช่องทางออนไลน์จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลต้องไป จะเห็นได้ว่าตอนนี้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลเริ่มหันมาเปิดตัวแอพพลิเคชั่นและเว็บไซต์ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคในการรับชมรายการต่างๆ

ชลากรณ์ ปัญญาโฉม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานดิจิทัลทีวี บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ ผู้บริหารช่องเวิร์คพอยท์ กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการทำแผนเวิร์คพอยท์คอนเทนต์โพรไวเดอร์ เพื่อปรับให้คอนเทนต์ออนไลน์มีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากตลาดออนไลน์กำลังเติบโต จึงถือเป็นโอกาสที่จะเข้ามาทำตลาดผ่านช่องทางดังกล่าว เพราะในอนาคตบริษัทอาจหารายได้จากช่องทางดังกล่าวได้

ด้านช่อง 8 ก็ออกมาประกาศกลยุทธ์การรับชมผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ด้วยการออกมาชูจุดเด่นดูทีวีออนไลน์สะดวก รวดเร็ว และง่าย เพราะสามารถดูได้ทุกที่ทุกเวลา

พรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฎิบัติการ บริษัท อาร์เอส กล่าวว่า  อาร์เอสได้มีการพัฒนารูปแบบการรับชมผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างเต็มสูบ เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายสามารถติดตามรับชมรายการต่างๆ ของช่อง 8 ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่พัฒนาขึ้นมาไม่ว่าจะเป็น www.thaich8.com, ยูทูบชื่อ thaich 8 หรือแอพพลิเคชั่น CH8 นอกจากนี้ผู้ชมยังสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของช่อง 8 ได้ทางเฟซบุ๊ก อินสตาแกรมหรือไอจี แอคเคาท์ thaich8

อีกหนึ่งช่องที่ให้ความสำคัญกับช่องทางออนไลน์เป็นอย่างมาก คือ ช่อง 7 หลังจากประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีกับการเปิดตัวเว็บไซต์ www.bugaboo.tv และแอพพลิเคชั่น DO 7 HD ไปเมื่อช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ล่าสุดได้ออกมาเปิดตัวแอพพลิเคชั่น DO 7 HD ซีซั่น 2 เพื่อตอกย้ำความสำเร็จ

พลากร สมสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบก ช่อง 7 กล่าวว่า ช่อง 7 ได้มีการรุกตลาดด้วยดิจิทัลแพลตฟอร์ม เพื่อตอบรับเทรนด์ผู้บริโภคที่มีพฤติกรรมรับชมทีวีผ่านหน้าจออื่นๆ ด้วยการทำออนไลน์แคมเปญผ่านแอพพลิเคชั่น “DO 7 HD” ซีซั่น 2 ซึ่งเคยประสบความสำเร็จจากซีซั่น 1 มาแล้วด้วยยอดผู้ร่วมสนุกสูงกว่า 5 ล้านครั้งในเวลา 10 เดือน

จักรพันธ์ ลีละมาสวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีบีทีวี นิวมีเดีย บริษัทในเครือสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 กล่าวว่า แอพพลิเคชั่น “DO 7 HD” ซีซั่น 2 นี้ บริษัทได้พัฒนาฟีเจอร์ใหม่เพิ่มเติม เพื่อความสมบูรณ์ของการเป็นแอพพลิเคชั่นโซเชียลทีวีที่อินเทอร์แอ็กทีฟกับรายการทีวี ได้แก่ ฟีเจอร์เช็กอินที่เพิ่ม Voicesync เช็กอินอัตโนมัติ ฟีเจอร์ Notification ตั้งแจ้งเตือนรายการที่ชื่นชอบ ขณะเดียวกันยังได้ทำกิจกรรมการตลาดให้ผู้ชมได้สะสมคะแนนเพื่อแลกของรางวัลอีกด้วย

การแข่งขันที่รุนแรงของช่องทีวีดิจิทัล นอกจากจะต้องแข่งกันพัฒนาคอนเทนต์และช่องทางการรับชมให้ครอบคลุมกลุ่มผู้ชมเป้าหมายแล้ว การทำกิจกรรมการตลาดก็ถือเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญ ซึ่งในส่วนของปีนี้ก็ยังคงมีให้เห็นอยู่ในด้านของการดูรายการแล้วลุ้นรับของรางวัล

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดคือ ช่อง 7 และช่อง 3 ที่ออกมาร่วมวงใช้กลยุทธ์การตลาดในรูปแบบดังกล่าว โดยในส่วนของช่อง 7 ได้ใช้ตัวแอพพลิเคชั่น “DO 7 HD” ซีซั่น 2 เป็นตัวทำการตลาดเพียงกดเช็กอินรายการที่กำลังชม พร้อมตอบคำถามรายที่กำลังออกอากาศ เพื่อสะสมคะแนนก็มีสิทธิแลกรับของรางวัลต่างๆ เช่น แพ็กเกจทัวร์ฮ่องกง, ไอโฟน 6 พลัส, แอปเปิ้ลวอตช์ และแมคบุ๊ค เป็นต้น

ขณะที่ช่อง 3 เองก็ใช้กลยุทธ์ให้ผู้ชมที่ดูช่อง 3 เอชดี หมายเลข 33 ช่อง 3 เอสดี หมายเลข 28 หรือช่อง 3 แฟมิลี่หมายเลข 33 ส่งข้อความ“หมายเลขช่องตามด้วยชื่อรายการที่ถูกต้องมาหลังจากเห็นสัญลักษณ์กิจกรรม 3 ช่องต้องดู” ในวันนั้นๆ มาร่วมลุ้นฟรีรถยนต์ MG รุ่น MG3 1.5c จำนวน 46 คัน

ก่อนหน้าที่ 2 ช่องผู้นำจะออกมาทำกิจกรรมลุ้นโชค ช่องผู้ตามหลายช่องไม่ว่าจะเป็นช่องไทยรัฐทีวี ช่องโมโน 29 ช่องทรูโฟร์ยู ช่องเวิร์คพอยท์ หรือช่องจีเอ็มเอ็ม 25 ก็ล้วนแต่เคยทำกิจกรรมในรูปแบบดังกล่าวมาแล้ว

ส่วนทำแล้วแต่ละช่องจะได้ผลแค่ไหน คงต้องขึ้นอยู่กับฐานผู้ชม และคอนเทนต์ว่าจะน่าสนใจแค่ไหน

 

เอาใจคอเกม!เปิดตัว Minecraft เวอร์ชั่นแว่นตาโลกเสมือนบน Gear VR (มีคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

28 เมษายน 2559 เวลา 11:15 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/429010

เอาใจคอเกม!เปิดตัว Minecraft เวอร์ชั่นแว่นตาโลกเสมือนบน Gear VR (มีคลิป)

เปิดตัวเกม Minecraft เวอร์ชั่นแว่นตาโลกเสมือนบน Samsung Gear VR เอาใจน้องๆหนูๆ

ถือเป็นอีกหนึ่งวีดีโอเกมที่ฮิตที่สุดในหมู่เด็กๆ ของทศวรรษสำหรับเกมอินดี้สุดสร้างสรรค์อย่าง Minecraft ล่าสุดได้มีการเปิดตัววีดีโอเกมดังกล่าวในเวอร์ชั่นบนแว่นตาโลกเสมือนของ Samsung Gear VR ซึ่งจะวางจำหน่ายเป็นที่เรียบร้อยแล้วผ่าน Oculus Store ในราคา 6.99 ดอลลาร์หรือประมาณ 250 บาทเพื่อเอาใจน้องๆ หนูๆ

ทั้งนี้ คอเกมจะสามารถเล่นเกมดังนี้เวอร์ชั่นโลกเสมือนจริงเฉพาะผู้ที่เป็นเจ้าของ Samsung Galaxy S7, Galaxy S7 edge, Note 5, Galaxy S6 และ Galaxy S6 edge ร่วมกับอุปกรณ์ Samsung Gear VR โดยยังต้องมีจอยคอลโทรลเลอร์สำหรับเล่นเกมด้วย

Minecraft เวอร์ชั่นนี้จะให้ผู้เล่นเลือกได้ว่าจะเล่นในโหมด Theater ที่เสมือนเรานั่งเล่นเกมอยู่ในโรงภาพยนตร์ส่วนตัว หรือโหมด First Person ที่จะมุมมองเสมือนเราเข้าไปอยู่ในวีดีโอเกมจริงๆ

อย่างไรก็ตาม ทางค่ายผู้ผลิตอย่าง Mojang ได้เตือนผู้เล่นแว่นตาโลกเสมือนหน้าใหม่ว่าการใช้แว่นตาโลกเสมือนนานๆ หรือบ่อยๆ นั้นอาจสร้างอาการมึนศีรษะได้

ในส่วน Minecraft เวอร์ชั่น Oculus Rift สำหรับผู้เล่นบน PC นั้นอยู่ในระหว่างการพัฒนาและจะเปิดตัวเร็วๆ นี้

ที่มา Android Authority

กลยุทธ์สื่อสารออนไลน์ หัวใจสร้างแบรนด์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

27 เมษายน 2559 เวลา 21:51 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/428962

กลยุทธ์สื่อสารออนไลน์ หัวใจสร้างแบรนด์

โดย…ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

ประเทศไทยถือว่าเป็นตลาดที่มีการใช้งานโซเชียลมีเดียในชีวิตประจำวันค่อนข้างสูงไม่แพ้ประเทศอื่น รวมทั้งมีแนวโน้มการซื้อขายออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่องค์กรธุรกิจขนาดใหญ่กลับวางกลยุทธ์ที่มองแค่ไลค์ เม้นท์ แชร์ และยังมีอีกมากที่ไม่เข้าใจการทำตลาดออนไลน์อย่างแท้จริง ทำให้ธุรกิจขนาดใหญ่ที่ประสบความสำเร็จในช่องทางออนไลน์นี้มีน้อยและไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร

จักรพงษ์ คงมาลัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท มูนช็อตดิจิทัล และกูรูด้านประชาสัมพันธ์และการตลาดออนไลน์ กล่าวว่า องค์กรขนาดใหญ่ต้องการที่จะวางกลยุทธ์ในการสื่อสารกับลูกค้าบนโลกออนไลน์ แต่กลับใช้เครื่องมือและโอกาสได้ไม่เต็มที่ ถึงแม้ว่าจะมีแบรนด์เข้ามาใช้ช่องทางในโลกออนไลน์ในการสื่อสารและสร้างโอกาสในการซื้อขายกับลูกค้า แต่วิธีการกลับทำให้ลูกค้าไม่ “อิน” กับคอนเทนต์ที่แบรนด์สร้างขึ้น

“การวางคอนเทนต์ให้เหมาะสมกับลูกค้าในโลกออนไลน์นั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย เราจะเห็นเรื่องดราม่าบนโลกออนไลน์เกิดขึ้นเยอะมาก และเรื่องราวเหล่านี้ถือว่าเป็นได้ทั้งข้อดีและข้อเสีย ดังนั้น องค์กรธุรกิจจึงต้องตามยุคสมัยและกระแสให้ทัน เพื่อป้องกันการเสียโอกาสในการสื่อสารและสร้างความเชื่อมั่นของแบรนด์”

ด้าน รุ่งโรจน์ ตันเจริญ กรรมการผู้จัดการ แรบบิทเทลล์ กล่าวว่า คอนเทนต์ยังคงเป็นพระเอกบนโลกออนไลน์อยู่ (Content is King) ดังคำกล่าวของคุณเนวินที่เคยพูดไว้ว่า “โลกออนไลน์ทำให้คนธรรมดาเป็นพระเอกได้ก็เป็นสุนัขได้เช่นกัน” ดังนั้น การบริหารคอนเทนต์บนโลกออนไลน์จึงต้องหาคนที่ “ทำเป็น” ไม่ใช่แค่ “ทำได้”

“การวางกลยุทธ์สำหรับแบรนด์ธุรกิจขนาดใหญ่ในโลกออนไลน์นั้น ต้องพร้อมรับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นง่ายและรวดเร็ว ซึ่งแบรนด์เล็กอาจจะดังในช่วงข้ามคืนและแบรนด์ใหญ่อาจจะจบสิ้นอย่างรวดเร็วได้ หากแก้ปัญหาและสื่อสารได้ไม่ทันจังหวะ ซึ่งสิ่งที่เห็นในโลกออนไลน์คือแบรนด์จะไม่เข้าใจการใช้ช่องทางออนไลน์ทำตลาดและ มักจะเลือกสื่อสารแต่เรื่องราวในมุมของตนเองมากกว่าที่จะน้อมรับความเห็นต่างและนำปัญหาไปแก้ไขอย่างเหมาะสม”

สโรจ เลาหศิริ หัวหน้าฝ่ายวางแผนกลยุทธ์ บริษัท มูนช็อตดิจิทัล กล่าวเสริมว่า คนไทยนิยมเสพเรื่องดราม่า การวางแผนทำคอนเทนต์ระยะยาวควรจะมองเรื่องความแข็งแรงของเนื้อหาให้เกิดการจดจำต่อเนื่องและต้องสื่อสารให้ถูกจังหวะ มากกว่าแค่การโด่งดังในช่วงข้ามคืน

“คนที่รู้วิธีการและเข้าใจการทำตลาดออนไลน์อย่างแท้จริงนั้น จำเป็นต้องวางแผนและมองถึงผลตอบรับในระยะยาวมากกว่าแค่การทำตามกระแสเพียงข้ามคืน เพราะการทำให้แบรนด์โด่งดังอย่างรวดเร็วไม่ใช่เรื่องยากเท่าการสร้างความเชื่อมั่นและรักในแบรนด์อย่างแท้จริง ซึ่งเราจะใช้เครื่องมือในการทำตลาดมาช่วยด้านการทำตลาดอย่างต่อเนื่องและพร้อมแก้ไขปัญหาหากเกิดเรื่องราวดราม่าบนโลกออนไลน์ขึ้น”

เพราะฉะนั้น แบรนด์และภาคธุรกิจต้องประเมิณตัวเองแล้วว่าจำเป็นไหมที่ต้อง go to online และลองมองย้อนกลับมาดูว่าหากทำช่องทางออนไลน์ไปแล้ว ใช้กลยุทธ์หรือแนวทางที่ช่วยให้แบรนด์ดังหรือดับ

 

สัญญาณร้าย? ผลประกอบการ’แอปเปิล’ลดฮวบครั้งแรกในรอบ13ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

27 เมษายน 2559 เวลา 17:31 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/428938

สัญญาณร้าย? ผลประกอบการ'แอปเปิล'ลดฮวบครั้งแรกในรอบ13ปี

ผลประกอบการค่ายไอที’แอปเปิล’ลดฮวบเป็นครั้งแรกในรอบ13ปี หลังยอดขายมือถือiPhoneในไตรมาสล่าสุดลดลงร้อยละ 16

เมื่อวันที่ 27 เม.ย. สำนักข่าว’ซีเอนเอน’รายงานว่า บริษัท’แอปเปิล’ได้เผยผลประกอบการของไตรมาสล่าสุดอยู่ที่ 50,557 ล้านดอลลาร์ ซึ่งลดลงจากผลประกอบการในไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้วที่ทำได้ 58,010 ล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรกในรอบ 13 ปีหรือตั้งแต่ปี 2003  ซึ่งทั้งหมดนี้สืบเนื่องจากยอดขายมือถือ iPhone ลดฮวบจากไตรมาสเดียวกันในปีที่แล้วกว่าร้อยละ 16 หรือจากเดิม 61.2 ล้านเครื่องเหลือเพียง 51.2 ล้านเครื่อง

อย่างไรก็ตาม ‘ทิม คุก’ซีอีโอของแอปเปิลยังกล่าวชื่นชมทีมงานแอปเปิลดำเนินงานออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน และยังคงภูมิใจรายได้ในส่วนของการให้บริการต่างๆ ของแอปเปิลที่มีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ที่มา cnn, macrumors

 

ทุนใหญ่ลุยร่วมทุน รับธุรกิจดิจิทัลโต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

27 เมษายน 2559 เวลา 12:11 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/428781

ทุนใหญ่ลุยร่วมทุน รับธุรกิจดิจิทัลโต

โดย…จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์/ศาตราวุธ พินิจ

องค์กรหนึ่งจะขยายตัว นอกจากค่อยๆ ขยายเองช้าๆ อีกทางเลือกคือหาพันธมิตรช่วยให้ขยายตัวได้เร็วขึ้น ตัวอย่างผู้ประกอบการที่เลือกมีพันธมิตรเข้มแข็งมาช่วยขยายตัว ได้แก่ บริษัท เรดดี้แพลนเน็ต และบริษัท วงใน มีเดีย

ทรงยศ คันธมานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรดดี้แพลนเน็ต เปิดเผยว่า ได้บรรลุข้อตกลงร่วมทุนกับเลคชอร์ แคปปิตอล พาร์ทเนอร์ส กองทุนที่ลงทุนในหุ้นบริษัทที่ไม่ได้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ (ไพรเวท อิควิตี้) จากต่างประเทศ โดยเลคชอร์ฯ จะซื้อหุ้นเพิ่มทุนเข้ามาจากนั้นให้คำปรึกษาบริษัทเพื่อพัฒนาธุรกิจให้เติบโตสู่ระดับสากล

ทั้งนี้ บริษัทกำลังวางแผนวิธีเติบโตทางธุรกิจเสนอเลคชอร์ฯ เบื้องต้นมองช่องทางขยายแพลตฟอร์มให้บริการลูกค้ามากขึ้น เช่น ทำโมบาย แอพพลิเคชั่น แอดเวอร์ไทเซอร์ ให้ลูกค้าใช้ติดตามผลการลงโฆษณาว่าคุ้มค่าแค่ไหน ทำระบบอินเทลลิเจนต์ คอมพิวติ้ง ซอฟต์แวร์ เป็นผู้ช่วยทีมงานให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพดีขึ้น

ปีที่ผ่านมาบริษัทมีรายได้ 300 ล้านบาท โต 40% จากปี 2557 สร้างมูลค่าการทำอี-คอมเมิร์ซบนแพลตฟอร์มต่างๆ ได้กว่า 3,000 ล้านบาท ปีนี้ตั้งเป้ารายได้โต 50% สร้างมูลค่าการทำอี-คอมเมิร์ซบนแพลตฟอร์มต่างๆ เพิ่ม 20% รายได้บริษัทมาจากบริการเว็บไซต์สำเร็จรูป โมบายแอพพลิเคชั่นพร้อมใช้ และเว็บไซต์บนอาลีบาบาดอทคอม 20% ร่วมมือบริษัทระดับโลกเป็นผู้ให้บริการโฆษณา เช่น เฟซบุ๊ก กูเกิล อินสตาแกรม ไป่ตู้ ยูทูบ 60% อบรม สัมมนาเรื่องดิจิทัล 5% นำบริการทั้งหมดมาปรับให้บริการองค์กรใหญ่ 15%

ด้านแนวโน้มลูกค้าที่ใช้บริการมากขึ้นปีนี้ ได้แก่ สินค้าภาคธุรกิจ สินค้าอุตสาหกรรม สินค้าส่งออก ที่ซื้อขายระหว่างภาคธุรกิจกับภาคธุรกิจ (บีทูบี) เริ่มตื่นตัวสูงใช้ดิจิทัลขับเคลื่อนธุรกิจ รวมทั้งกลุ่มท่องเที่ยวและบริการที่ขณะนี้หันมาใช้สื่อดิจิทัลกันมาก

อโณทัย อดุลพันธุ์ ผู้อำนวยการ บริษัท เลคชอร์ แคปปิตอล พาร์ทเนอร์ส กล่าวว่า เลคชอร์ฯ จะลงทุนในบริษัทที่มั่นคง มีกำไรแล้ว และต้องการเงินทุนไปพัฒนาธุรกิจให้โต ที่ผ่านมามีบริษัทไทยที่เลคชอร์ฯ ไปร่วมทุนแล้ว ได้แก่ บริษัท เคที เรสทัวรองท์ เจ้าของซานตา เฟ่ สเต๊ก และบริษัท ฮิวแมนิก้า ผู้ให้บริการด้านทรัพยากรบุคคล (เอชอาร์) ขณะนี้สนใจร่วมลงทุนในธุรกิจเกี่ยวข้องกับท่องเที่ยว

ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท วงใน มีเดีย ผู้พัฒนาเว็บไซต์ แอพพลิเคชั่นฐานข้อมูลร้านอาหาร กล่าวว่า บริษัทเปิดมา 5 ปี 2-3 ปีมานี้ธุรกิจโต 2 เท่า ปีที่ผ่านมาโต 2.5 เท่า ทำให้บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ สนใจร่วมลงทุนด้วยผ่านโครงการ
อินเว้นท์ โดยอินทัชจะถือหุ้น 10% ช่วยวงในเข้าถึงฐานลูกค้าเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่เอไอเอสกว่า 40 ล้านเลขหมาย แผนธุรกิจที่วางไว้คือเพิ่มจุดหมายรีวิวร้านอาหาร เพิ่มบริการไลฟ์สไตล์อื่น เช่น ร้านทำผม สปา ที่พัก โรงแรม เพิ่มรายได้ที่ไม่ใช่โฆษณา 2-3 ปีข้างหน้าจะขายดีลร้านอาหาร บริการสั่งอาหารส่งถึงบ้านในกรุงเทพฯ

ธนพงษ์ ณ ระนอง ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ ส่วนงานบริษัทร่วมทุน บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ กล่าวว่า อยากเข้าไปสนับสนุนเงินทุนให้วงในพัฒนาแพลตฟอร์มใหม่จะได้เติบโตมากขึ้น คาดว่าใน 3 ปีจะนำบริษัท วงในเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

เมื่อทางลัดมาแล้วต้องจับตาบริษัทเหล่านี้ดีๆ เพราะคงก้าวเร็วแน่นอน

 

ลือต่อเนื่อง! iPhone7มาพร้อมปุ่มโฮมแบบสัมผัส-กันน้ำกันฝุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

27 เมษายน 2559 เวลา 11:56 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/428779

ลือต่อเนื่อง! iPhone7มาพร้อมปุ่มโฮมแบบสัมผัส-กันน้ำกันฝุ่น

สื่อนอกเผย iPhone7 อาจมาพร้อมปุ่มโฮมแบบสัมผัส พร้อมฟีเจอร์กันน้ำ-กันฝุ่น แถมเครื่องบางลง

ช่างเป็นสมาร์ทโฟนที่ฮอตฮิตถึงขนาดมีข่าวหลุดไม่เว้นแต่ละสัปดาห์เลยจริงๆ สำหรับเจ้า iPhone7 ที่จะเปิดตัวขึ้นในเดือนกันยายนนี้ ล่าสุดทางเว็บไซต์ไอทีไต้หวัน  DigiTimes ได้ออกมารายงานว่า iPhone7 อาจมาพร้อมปุ่มโฮม (Home) ที่จะเปลี่ยนเป็นระบบสัมผัสแทนปุ่มกดอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งอาจพรางปุ่มโฮมนั้นเข้าไปกับหน้าจอด้วยเลยก็เป็นได้

ทั้งนี้ DigiTimes รวมถึงแหล่งข่าวอีก 3 แห่งยังรายงานด้วยว่า iPhone7 จะมาพร้อมกับฟีเจอร์กันน้ำอย่างจริงจัง หลังจากที่ iPhone6s นั้นมีคุณสมบัติกันน้ำได้ในระดับหนึ่งแต่ทางแอปเปิลไม่ได้อวดอ้างสรรพคุณนี้ออกมาสู่สาธารณะ

ขณะที่ Fast Company ได้รายงานว่า iPhone7 อาจมาพร้อมกับรูปโฉมที่บางกว่า iPhone6s หรือประมาณ 6.1 มม.เทียบเท่ากับ iPod Touch

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ยังมีรายงานว่า iPhone7 อาจตัดปุ่ม Touch ID ออก และมาพร้อมกับหน้าจอที่ตรวจจับลายนิ้วมือได้ทั้งหน้าจอก็เป็นได้

ที่มา 9to5mac, macrumors

 

ถูกและแรง!เปิดตัวMeizu M3ราคาไม่เกิน5,000-แรม3GB

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

26 เมษายน 2559 เวลา 10:49 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/428546

ถูกและแรง!เปิดตัวMeizu M3ราคาไม่เกิน5,000-แรม3GB

เปิดตัวสมาร์ทโฟน Meizu M3 ราคาถูกเพียง3,000-5,000บาท-แรมจัดเต็ม3GB

กลายเป็นหนึ่งสมาร์ทโฟนระดับล่างจากแดนมังกรที่น่าจับตามองใช่ย่อย เมื่อล่าสุดได้เปิดตัว Meizu M3 ราคาถูกระดับเพียงแค่ 3,000-5,000 บาทเท่านั้น แต่สเปคถือว่าจัดเต็มจนสมาร์ทโฟนที่มีราคาไล่ๆ จากค่ายอื่นอายกันไปเลยทีเดียว

Meizu M3 แบ่งออกมาด้วยกัน 2 รุ่นได้แก่ รุ่นแรม2GB/16GB และรุ่นแรม3GB/32GB โดยรายละเอียดของสเปคนั้นมีดังนี้

– หน้าจอ 5 นิ้ว ความละเอียด 720×1280 พิกเซล กระจกโค้ง 2.5D
– ชิปเซ็ต MediaTek MT6750 Octa Core Cortex-A53 CPU (4×1.5GHz, 4×1.0)
– กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล  รองรับระบบ Phase Detection Autofocus จับโฟกัสเร็ว
– กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล
– แบตเตอรี่ 2,870 mAh
– รองรับ Bluetooth, GPS, WiFi a/b/g/n
– รองรับระบบ 2 ซิม
– รองรับ 4G LTE
– มี 5 สีให้เลือกได้แก่ ทอง เทา ขาว ฟ้า และชมพู

สำหรับ Meizu M3 นั้นจะเตรียมวางจำหน่ายจริงในประเทศจีนวันที่ 29 เม.ย. โดยรุ่นแรม2GB/16GBจะสนนราคา 599 หยวน (ราว 3,200 บาท) และรุ่นแรม3GB/32GBสนนราคา 799 หยวน (ราว 4,300 บาท) ส่วนคนไทยก็ต้องรอไปก่อนตามระเบียบว่าจะนำเข้ามาจำหน่ายเมื่อใด

ที่มา phonearena

 

รอดู!นักวิเคราะห์ทำนาย ..ยอดขายiPhoneปีนี้อาจตกต่ำ-รุ่นใหม่ไม่น่าดึงดูด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

25 เมษายน 2559 เวลา 14:29 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/428420

รอดู!นักวิเคราะห์ทำนาย ..ยอดขายiPhoneปีนี้อาจตกต่ำ-รุ่นใหม่ไม่น่าดึงดูด

นักเคราะห์ดังทำนาย ..ยอดขายมือถือ iPhone ปีนี้จะตกต่ำกว่าเมื่อปี2014-iPhone7ไม่มีอะไรน่าดึงดูด

กลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องรายงานที่ทำสาวก’แอปเปิล’ใจคอไม่ดี เมื่อ’หมิง ฉีกัว’นักวิเคราะห์ชื่อดังเจ้าเก่าจาก KGI Securities ได้ออกมาเผยแพร่คำทำนายทิศทางของตลาดแอปเปิลอีกครั้งโดยระบุว่า ปี 2016 นี้อาจเป็นปีที่ยอดขายตกต่ำกว่าเมื่อปี 2014 และอาจเป็นค่ายสมาร์ทโฟนเดียวใน 5 ผู้ผลิตที่ยอดขายตกลงฮวบ

รายงานระบุว่า กรณีที่แย่ที่สุดคือยอดขายสมาร์ทโฟนในปีจะต่ำเหลือเพียงแค่ 190 ล้านเครื่อง ซึ่งจะตกต่ำกว่าปี 2014 ซึ่งมียอดขายเพียง 193 ล้านเครื่อง ส่วนกรณีที่ดีที่สุดนั้นแอปเปิลจะสามารถทำยอดขายได้กว่า 205 ล้านเครื่อง

ทั้งนี้ นายหมิงระบุว่า iPhone SE จะเป็นตัวฉุดให้ความน่าสนใจของ iPhone 7 ลดลงจากเดิมที่ก็ดูเหมือนไม่มีจุดขายอื่นอยู่แล้ว โดยได้แนะนำว่า iPhone รุ่นใหม่จำเป็นต้องปรับแต่งรูปโฉมใหม่และเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ ลงไปเพื่อดึงดูดลูกค้า

อย่างไรก็ตาม นายหมิงเชื่อว่าในปี 2017 นั้น แอปเปิลจะเปลี่ยนโฉมตัวเครื่อง iPhone เป็นกระจก และหันมาใช้หน้าจอ AMOLED ซึ่งให้สีสดใส และอาจมีรุ่นที่ขนาดหน้าจอใหญ่ถึง 5.8 นิ้ว

ที่มา cultofmac, 9to5mac

 

รู้ยัง?’เฟซบุ๊ก’ปิดแจ้งเตือนคลิปวิดีโอ Live ได้แล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

25 เมษายน 2559 เวลา 11:11 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/428355

รู้ยัง?'เฟซบุ๊ก'ปิดแจ้งเตือนคลิปวิดีโอ Live ได้แล้ว

‘เฟซบุ๊ก’อนุญาตให้ผู้ใช้ปิดแจ้งเตือนคลิปวิดีโอ Live ได้แล้ว

เป็นฟีเจอร์ใหม่และเด็ดของ’เฟซบุ๊ก’ที่ฮิตกระหน่ำสุดๆ ในหมู่ผู้ใช้ชีวิตในโลกโซเชียลมีเดียสำหรับการเผยแพร่คลิปถ่ายทอดสด Live ซึ่งแม้จะมีประโยชน์อย่างมากในการถ่ายทอดสดบรรยากาศการรายงานข่าวหรือพิธีการงานกิจกรรมงานต่างๆ แต่หลายครั้งก็มักมีคนนำไปใช้ด้วยวัตถุประสงค์ต่างๆ ที่ไม่น่าสนใจ ทำให้ใครหลายรำคาญโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการแจ้งเตือนเด้งขึ้นมาแทบทุกๆ ชั่วโมง

ล่าสุด เฟซบุ๊กก็อนุญาตให้เราสามารถกด “ปิด” การแจ้งเตือนวิดีโอ Live ได้แล้วด้วยวิธีง่ายๆ เพียงแค่เข้าไปที่ การตั้งค่า (Settings) > การแจ้งเตือน (Notifications) > บน Facebook (On Facebook) > วิดีโอแพร่ภาพสด (Live Videos) แล้วกดปิดทั้งหมด เพียงเท่านั้นก็จะไม่มีการแจ้งเตือนมากวนใจเราแล้วอีกต่อไป

 

ไทยโดนหลอกบนโซเชียลสูงที่11เอเชีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

23 เมษายน 2559 เวลา 07:29 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/428094

ไทยโดนหลอกบนโซเชียลสูงที่11เอเชีย

 ไซแมนเทค เผยไทยติดอันดับ 11 ในเอเชีย โดนหลอกผ่านโซเชียล แฉตุ๋นเงินออนไลน์เปลี่ยนวิธี

นายไนเจล ตัน ผู้อำนวยการประจำประเทศมาเลเซียและไทย ไซแมนเทค คอร์ปอเรชั่น ผู้เชี่ยวชาญด้านการปกป้องข้อมูล เปิดเผยรายงานภัยคุกคามความปลอดภัยบนอินเทอร์เน็ตประจำปี 2559 ว่า ในปีที่ผ่านมาอาชญากรรมไซเบอร์ในไทยสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะการหลอกลวงทางโซเชียลมีเดีย ประเทศไทยติดอันดับที่ 11 ในภูมิภาคเอเชีย มีการหลอกลวงทางโซเชียลมีเดียวันละเกือบ 82 ครั้ง ขยับขึ้นจากอันดับ 12 ในปี 2557 ส่วนอันดับโลกยังอยู่ที่ 52 ไม่เปลี่ยนแปลง เนื่องจากคนไทยเข้าสู่ระบบออนไลน์เป็นครั้งแรกเพิ่มขึ้น

ขณะที่ภาพรวมการจารกรรมไซเบอร์ทั่วโลก พบว่า ข้อมูลส่วนตัวกว่า 500 ล้านรายการถูกจารกรรมหรือสูญหาย ซึ่งเป็นเรื่องน่าเป็นห่วง เพราะนักจารกรรมไซเบอร์จะนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้เจาะข้อมูลทางการเงินของผู้บริโภค หรือนำไปขายต่อให้กับกลุ่มอาชญากรไซเบอร์ในตลาดมืด ซึ่งผู้บริโภคควรปรับตัว ด้วยการเปลี่ยนรหัสผ่านทุก 3 เดือน ใช้รหัสผ่านที่คาดเดาได้ยาก อย่านำเอารหัสผ่านเก่ากลับมาใช้ หรือใช้โปรแกรมจัดการรหัสผ่าน เพื่อยกระดับการปกป้องข้อมูล รวมถึงพิจารณาก่อนเปิดไฟล์ต่างๆ อย่างรอบคอบ ระวังการแชร์ข้อมูลที่เสี่ยงต่อการโจมตีทางเทคนิคที่จะเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวบนโลกออนไลน์

นอกจากนี้ นักตุ๋นเงินออนไลน์ยังเริ่มปรับรูปแบบการหลอกลวง จากเดิมจะโทรตรงหาเหยื่อให้โอนเงินให้ หรือทำธุรกิจทางการเงินผ่านมือถือ แต่ปัจจุบันเริ่มใช้การส่งข้อความต่างๆ ทั้งผ่านเอสเอ็มเอสหรือข้อความบนแอพพลิเคชั่น ที่กระตุ้นให้เกิดการโทรกลับไปหาแก๊งหลอกลวงทางไซเบอร์นั้นเอง ซึ่งรูปแบบนี้เริ่มเกิดขึ้นในต่างประเทศแล้ว แต่คาดว่าอาจจะเริ่มเห็นในไทยปีนี้

ด้านการจารกรรมข้อมูลระดับองค์กรยังมีความถี่มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มองค์กรขนาดเล็กหรือเอสเอ็มอี โดนจารกรรมเพิ่มจาก 34% เป็น 43%

ภาพประกอบข่าว